email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : ) เข้ามาอ่านกันเยอะๆน๊า รักทุกคนค่ะ

ชื่อตอน : BAD GUY ..... 38 {100%}

คำค้น : วิศวกรรมโยธา , ฟิวเจอร์ , นินาว , สองแสบ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 16k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ส.ค. 2563 23:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
BAD GUY ..... 38 {100%}
แบบอักษร

 

หลายวันผ่านไป 

“ฟิวเจอร์ มึงเป็นบ้าอะไรอีกเนี้ย นั่งทำหน้าเป็นหมาหงอยอยู่ได้ กูเห็นแล้วรำคาญตาชิบหาย” เพื่อนผมพูดประชดใส่หน้าผมทันที แค่ผมนั่นเงียบคิดอะไรมากไปหน่อยมันก็ว่าผมแล้ว สรุปมันเป็เพื่อนหรือเป็นพ่อกันแน่ ถามจริงเถอะ 

“สัสทามม์ มึงหยุดพูดเลยนะ อารมณ์กูยิ่งไม่ดีอยู่ด้วย” ผมตวัดสายตามองมันด้วยอารมณ์ที่ยังไม่คงที่ ช่วงนี้ผมยอมรับเลยว่าหงุดหงิดมาก จะด้วยเรื่องอะไรหรอครับ ผมว่าทุกคนคงเดาได้ไม่ยากอะไร  

“อะไรของมึง กูผิดว่างั้น? อารมณ์แปรปรวนอย่างกะคนท้อง แต่ช่วงนี้กูว่ามึงแปลกๆว่ะ” เพื่อนผมมันยังคงสงสัยไม่เลิก ทำไมมันขี้เสือกแบบนี้เนี้ย แทนที่จะกลับไปทำงานอยู่ที่ห้องตัวเอง มันกลับมานั่งหน้าสลอนอยู่ห้องทำงานผม แถมยังหอบงานมาทำอีก มันบอกว่าห้องทำงานมันแอร์เสียไม่อยากทำงานแบบร้อนๆเพราะจะคิดงานไม่ออก ดูตรรกะมัน ผมว่ามันอยากจะมากวนผมมากกว่า 

“แปลกบ้าอะไร กูก็ปกติดีนี่ ไม่ได้ป่วยอะไรสักหน่อย” ผมตอบเพื่อนออกไป ก็จริงหนิครับ ไม่ได้ป่วยอะไร อันที่ไม่ปกติก็คงจะเป็นหัวใจผมนี่แหละมันคิดถึงแต่ร่างแบบบางนี่ก็หลายวันแล้วที่ผมไม่ได้เจอหน้าเธอเลยเพราะต่างคนก็ต่างงานยุ่ง เลยไม่ค่อยมีเวลาไปคุมเอ้ยไปเจอเลย แถมช่วงนี้ดูเหมือนเจ้าตัวจะฮอตมากไปหน่อยจนพาลทำให้ผมหัวร้อนขึ้นมาง่ายๆ แถมไอ้คนคอยเสี้ยมให้ผมหัวร้อนก็คือไอ้สองตัวเพื่อนผมนี่แหละ มาเป่าหูให้ฟังว่าวันนี้มีผู้ชายคนไหนแผนกไหนมาส่งข้าวส่งขนมให้นินาวบ้าง ฮึยยยย ยิ่งคิดถึงเรื่องนี้ผมก็อยากจะไปดึงเธอมาขังไว้ข้างในห้องไม่ให้ใครหน้าไหนเห็นบอกเลยว่าแม้แต่เงาผมก็ยังหวงเลย แต่ถ้าไปทำแบบนั้นคงโดนเกลียดมากกว่านี้แน่ ตอนนี้เลยได้แค่คิดในใจแต่ลงมือทำไม่ได้ 

“ร่างกายมึงหนะปกติดี แต่สภาพจิตใจมึงหนะสิย่ำแย่” 

“………” ผมเงียบเพราะที่เพื่อนผมมันพูดก็คือความจริง  

“ไงหละ ทำกับเขาไว้เยอะ” 

“นินาวนอกใจกูก่อนนะไอ้ทามม์ ไปมีอะไรกับไอ้ฟิล์มแต่กลับมายัดเยียดลูกของมันให้กูเป็นพ่อ มันไม่มากไปหน่อยหรือไง” ผมมองหน้าเพื่อนก่อนจะพูดสิ่งที่ตามหลอกหลอนผมมาตลอด  

“นี่มึงยังคิดว่านินาวนอกใจมึงแล้วไปเอากับแฟนเก่าอย่างไอ้ฟิล์มมันอยู่หรอ” มันมองหน้าผมพร้อมกับส่ายหน้าเอือมระอามาให้อีกอะไรของมันทำอย่างกับผมเป็นคนผิดงั้นแหละ 

“มันน่าคิดไหมหละ” ผมถอนหายใจอย่างแรงยิ่งคิดยิ่งเหนื่อย ไม่รู้จะแก้ปัญหาเรื่องนี้ให้มันจบยังไง ยากกว่าทำงานอีกก็เรื่องของนินาวนี่แหละ 

“ไอ้สัสเอ้ย กูจะด่ามึงว่ายังไงดีว่ะ ไอ้โง่! ก็จริงอยู่ไงที่สองคนนั้นเขาเคยคบกันก่อนมึง แต่มึงก็น่าจะรู้ความจริงที่สุดหนิว่าตอนนั้นมึงเป็นคนแรกของเขาไมใช่หรือไง โง่ในโง่เลยมึง ควายในควายเลย” 

“ต่อยกับกูไหมหละทามม์ถ้ามึงด่ากูขนาดนี้เนี้ย ” มันเป็นบ้าอะไรของมันอยู่ๆวันนี้ก็มาด่าผมเฉย มันไปหงุดหงิดใครมาอีกนั่งก็นั่งอยู่ด้วยกันมาตั้งนาน 

“กูไม่ตบมึงคว่ำก็บุญเท่าไหร่แล้วเนี้ยไอ้เชี้ยฟิว ผ่านมาตั้งหลายปีแล้วมึงยังจมปลักอยู่กับความคิดเชี้ยๆของมึงอยู่อีกหรอ กูยอมใจมึงจริงจะเอาความคิดของตัวเองเป็นใหญ่ไปแบบนี้ไม่ได้นะมึงต้องลองเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นบ้าง บางทีมันอาจจะไม่ใช่สิ่งที่มึงคิดมาตลอดก็ได้ และกูจะบอกอะไรให้อย่างหนึ่งนะ ถ้าวันหนึ่งความจริงเปิดเผยออกมานะกูอยากจะบอกมึงนะแต่ไม่ดีกว่าปล่อยให้มึงขาดใจตายเพราะนินาวไม่กลับมาหามึงดีกว่าน่าสนุกกว่าเย๊อะ ” 

“ความจริงอะไร ?” ผมขมวดคิ้วมองไปทางไอ้ทามม์อย่างต้องการคำตอบที่มันเอ่ยเป็นปริศนาขึ้นมา 

“สักวันเดี๋ยวมึงก็รู้ แต่กูบอกไว้เลยว่า ถ้ามึงรู้ความจริงแล้วมึงอาจจะเสียสติรับความจริงหรือตัวเองไม่ได้เลย เพราะสิ่งที่มึงพูดมันไปในวันที่เจอนินาวครั้งสุดท้าย กูบอกเลยมันสาหัสมากเลยว่ะ เพื่อน แถมร้ายแรงยิ่งกว่าที่นินาวกลับไปคบกับไอ้ฟิล์มอีก และที่นินาวยอมคุยกับมึงทุกวันนี้มันก็ดีมากแล้ว” ผมขมวดคิ้ว คิดตามที่ไอ้ทามม์เพื่นผมมันบอก ผมทำอะไรงั้นหรอ ถ้าเป็นอดีตผมยอมรับว่าผมเลวจริงๆ ทำกับนินาวไว้มาก เมื่อเทียบกับสิ่งที่เธอทำแล้ว ผมกับเธอก็คงไม่ต่างกัน  

 

“พรุ่งนี้พี่จะให้นินาวกับฟิวเจอร์ขึ้นไปดูงานที่เชียงใหม่หน่อยนะ ไปดูไซร์งานสักสองสามวัน” พี่ชายผมแจงรายละเอียดของงานให้เรารับทราบ ตอนนี้ผมกับทีมวิศวกรเข้าประชุมหารือเรื่องของแบบอาคารที่ยังมีบางส่วนที่ต้องปรับแก้และเพิ่มเติมในบางส่วนให้มันมีความสมบูรณ์และทันสมัยตามโลกแห่งความเป็นจริง 

“ได้ครับ ผมไม่มีปัญหาอยู่แล้ว” ผมตอบออกไปอย่างไม่ลังเล เพราะมันเป็นเรื่องงานผมเต็มที่อยู่แล้วแต่คนที่จะไปด้วยนี่สิดูเหมือนจะไม่อยากไปทำงานกับผมเลยแม้แต่น้อย  

“นาวไปได้ค่ะ พี่ไฟต์” 

“โอเค งั้นพรุ่งนี้เดินทางเลยแล้วกัน ถ้ามีปัญหาในส่วนไหนพี่ให้เราสองคนปรับแก้ก็ทำได้เลยนะ ” ผมกับนินาวพยักหน้ารับคำสั่ง ก่อนจะเดินออกจากห้องประชุมไป ผมรีบเก็บของแล้ววิ่งออกไปให้ทันร่างแบบบางที่เดินออกไปก่อนหน้านี้แล้ว  

“นาว พรุ่งนี้เดี๋ยวฟิวเจอร์ไปรับที่บ้านนะครับเพราะเราไปไฟต์เครื่องบินตอนแปดโมงเช้า” ผมเรียกเธอไว้ ครั้งเธอยอมหันหน้ามามองผมแต่ไม่ใช่สายตาหวานเชื่อมอะไรหรอกนะ หน้านิ่งๆนี่แหละ ขนาดทำหน้านิ่งๆผมยังรู้สึกเกรงใจอย่างบอกไม่ถูกเลยได้แต่ยิ้มเจื่อนไปให้ 

“ค่ะ” นินาวเงียบและนิ่งจนผมไม่กล้าที่จะพูดด้วย กลัว นี่คือสิ่งที่ผมรับรู้จากตัวของผมเอง 

“เอ่อ นินาวครับ ไปทานข้าวกันไหมนี่ใกล้จะเที่ยงแล้วด้วยนะ” ผมพูดไปด้วยก็ยิ้มหวานให้ไปในที กลัวคำตอบเหลือเกิน กลัวว่าเธอจะใช้คำพูดที่ทำร้ายจิตใจผมอีกเพราที่ผ่านมาก็แทบจะกระอักตายแล้ว  

“งั้นฉันขอตัวไปเอากระเป๋าที่ห้องทำงานก่อน เดี๋ยวจะตามไปที่รถ” พูดจบนินาวก็เดินสะบัดผมสลวยเงางามออกไป ทิ้งให้ผมยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น หัวใจผมมันก็พลันเต้นแรงขึ้นมาเฉยๆ ถึงน้ำเสียงของนินาวจะยังแข็งๆอยู่ แต่มันก็ดีที่สุดตั้งแต่กลับมาเจอกันอีกครั้ง ผมขับรถมารอนินาวที่หน้าบริษัท นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว รอไม่กี่นาทีนินาวก็เดินมานั่งบนรถคู่ใจที่ผมใช้มาตลอดไม่เคยเปลี่ยน เพราะทุกอย่างที่ผมมี ผมไม่เคยเปลี่ยนมัน เพราะมันมีนินาวเป็นหนึ่งในความทรงจำนั้นด้วย 

“นาวอยากไปทานที่ไหนเป็นพิเศษไหม บอกฟิวเจอร์ได้นะครับ” ผมถามร่างแบบบางข้างกายออกไป บอกเลยไม่ว่าเธออยากจะกินอะไร แพงแค่ไหนผมก็จะเสาะหามาให้  

“จะตามใจว่างั้น” นินาวหันมาถามผมเลิกคิ้วสวยมองพร้อมกับใบหน้าเรียบนิ่งที่ยังคงมองผม อย่างไรก็ตามมันก็ไม่น่ากลัวมากกว่าน่ามองอยู่ดีนั่นแหละ เมื่อก่อนว่าสวยแล้วนะตอนนี้ยิ่งสวยกว่าเมื่อก่อนอีกแค่นี้ผมก็ใจละลายไปหมดแล้ว ถ้าเป็นคนอื่นคงระทวยลงตรงหน้าเธอ 

“ครับ บอกมาเลย” ผมยิ้มหวานส่งไปให้ มองหน้าสาวสวยไปอย่างมีความสุขถึงจะแดดแค่ไหน รถติดยังไงก็เถอะ แค่นี้ผมก็มีความสุขแล้ว 

“งั้นไปทานที่ห้างก็ได้ค่ะ ฉันอยากทานอาหารเกาหลี” ผมพยักหน้าเป็นคนตอบก่อนจะขับรถไปที่ห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดของกรุงเทพมหานคร ตลอดทางเราสองคนเงียบไม่มีใครพูด อะไร ผมก็อยากจะชวนคุยอยู่หรอกนะ แต่ดูจากสถานการณ์แล้วไม่อยากให้มันแย่ไปมากกว่านี้ แค่นี้ผมพอใจแล้วหละ 

“นินาว” ผมเงยหน้าจากจานอาหารของตัวเอง ก็เจอกับไอ้ฟิล์มที่มันมาแต่ไหนก็ไม่รู้ อารมณ์ผมที่มันดีๆอยู่กลับถูกแทนที่ด้วยอารมณ์หงุดหงิด แต่จะให้แสดงออกก็ไม่ได้เพราะนินาวจะพานเกลียดผมไปมากกว่าเดิม เลยได้แต่นั่งมองมันแล้วด่ามันในใจ 

“อ้าวฟิล์ม มาได้ไงอ่ะ” นินาวตอบมันพร้อมกับส่งรอยยิ้มที่สดใสไปให้มันอีก ใจเย็นๆฟิวเจอร์ ใจเย็นๆ (บอกตัวเอง) 

“พอดีเราว่างๆอ่ะ เลยออกมาเดินเล่นเฉยๆ” มันยิ้มให้นินาวเหมือนกัน แถมยังคุยกันราวกับว่าไม่มีผมอยู่ตรงนี้ด้วย เหอะ  

“แล้วทานข้าวหรือยัง” 

“ยังเลยไม่มีเพื่อนทานด้วยมันเหงาๆ พอเจอนินาวว่าจะมาขอนั่งทานด้วยเนี้ยแหละ” นินาวหัวเราะออกมาอย่างสดใส ฮึย ทีกับผมหละทำหน้านิ่งเรียบไม่มีรอยยิ้มหวานส่งมาให้มีแต่ส่งให้ยักมาให้ดุอย่างกับอะไร แต่นี่อะไรทีกับคนอื่นหละพูดอย่างเป็นปกติ ไม่ยุติธรรมเลยอ่ะ  

“ฮ่าๆๆ ฟิล์มก็พูดซะน่าสงสารเชียวมาๆ มานั่งทานกับเราก็ได้ นั่งทานด้วยกันหลายๆคนสนุกออก ว่าไหมคุณ” นินาวพูดไปยิ้มไปก่อนจะหันมามองผมคงนึกขึ้นได้ว่าผมมาด้วย เหอะใช่ซิเรามันไม่สำคัญนี่ จนผมนึกอิจฉาไอ้ฟิล์มมัน 

“ครับ มึงนั่งดิยืนทำซากอะไร” ผมยิ้มให้นินาว ก่อนจะปรับสีหน้านิ่งบอกมันออกไปอย่างไม่เต็มใจที่จะให้มันร่วมโต๊ะ อุตส่าห์จะนั่งสวีทกับนินาวสักหน่อยแต่มารกลับมาผจญเฉยเลย ฟ้าช่างแกล้งกันนัก 

“ขอบใจ” มันเอ่ยขึ้นเบาๆ ก่อนจะนั่งลงข้างนินาว ส่วนผมก็นั่งอยู่อีกฝ่นคนเดียว นั่งมองสองคนคุยกันอย่างสนุก เหมือนจะลืมไปว่ามีผมมาด้วย ส่วนผมได้แต่กำหมัดแน่น เพราะทำอะไรไม่ได้ 

“เดือนหน้าเราว่าจะชวนนินาวกับเด็กๆไปเที่ยวทะเลอ่ะ ว่างไหม” ผมนั่งทานข้าวเงียบๆ เหมือนไม่ได้สนใจอะไรแต่ความจริงแล้วหูผมตั้งใจฟังบทสนทนาของสองคนทุกคำพูดเลยหละ  

“ไปทะเลงั้นหรอ อืม นินาวก็คิดอยู่นะว่าจะพาสองแสบไปพักผ่อนอยู่เหมือนกันนะพอดีช่วงนี้งานเยอะหน่อย เลยไม่ค่อยมีเวลาไปไหนมาไหนกับลูกเลย ดีเหมือนกัน เด็กๆหนะชอบทะเลจะตาย ถ้ารู้ว่าจะได้ไปคงจะร้องกรี๊ดลั่นบ้าน” ผมสังเกตเวลาที่นินาวพูดถ้าพูดถึงลูกเมื่อไหร่แววตาจะเปล่งประกายความสุขออกมาอย่างเห็นได้ชัด จนผมรู้สึกอบอุ่นไปกับความรักของแม่ที่มันยิ่งใหญ่มหาศาลที่มีต่อลูก 

“ฮ่าๆ งั้นก็แปลว่าตกลงแล้วนะ เดี๋ยวเราจะไปชวนพวกไอ้อาร์คมันไปด้วยแล้วกันจะได้สนุกๆ ส่วนเรื่องที่พักไม่ต้องเป็นห่วงเพราะพี่ชายเราเปิดโรงแรมอยู่ที่นั่นพอดี” ไอ้ฟิล์มบอกนินาวอย่างอารมณ์ดี เหอะจะบอกว่ารวยว่างั้น กูรวยกว่ามึงอีกไอ้ฟิล์มมึงไม่ต้องอวดหรอก (น่าสงสารฟิวเจอร์เขาเนอะทุกคน ทำอะไรไม่ได้ได้แต่ด่าเขาในใจแทน :ไรท์)  

“งั้นดีเลย ยิ่งถ้าทริปฟรีแบบนี้นาวนี่ยิ่งชอบเข้าไปใหญ่เลย” นินาวพูดไปด้วยยิ้มหวานให้มันไปด้วย โอ้ย จะทนไม่ไหวแล้วนะเว้ย ยิ้มให้กันอยู่ได้ ฮึย ผมนั่งหัวโด่อยู่ด้วยนะเว้ยสนใจกันบ้าง 

“ฮ่าๆๆๆ นิสัยนาวยังไม่เปลี่ยนเลยนะ แล้วมึงหละจะไปไหมฟิวเจอร์” มันหันมาถามผม หน้าผมตอนนี้เลยไม่มีอารมณ์ที่จะมาพูดอะไรกับใครหรอก ผมเลยกระแทกเสียงตอบมันไป 

“กูไม่ไป” ผมตอบมันไปเสียงดัง 

“อืม แล้วแต่มึงแล้วกัน ถือว่ากูชวนแล้วนะ เดี๋ยวกูไปชวนไอ้ทามม์กับไอ้โฟสส์มันด้วย” หลังจากมันถามผมมันก็หันไปคุยกับนินาว ไม่รู้ไปสรรหาเรื่องคุยมาแต่ไหน คุยกันจนเราทุกคนทานข้าวเสร็จ 

“งั้นเราไปก่อนนะนาว แล้วเจอกัน ว่างๆจะและไปเล่นกับสองแสบ” 

“จ้า เด็กๆยิ่งบ่นคิดถึง”  

มันพยักหน้าให้นินาวก่อนจะเดินแยกออกไป ตอนนี้เหลือผมกับนินาวสองคนแล้ว ส่วนไอ้มารผจญก็กลับไปแล้ว หงุดหงิดบอกเลยครับทุกคน หงุดหงิดมาก แต่ผมสงสัยอย่างหนึ่งว่าทำไมไอ้ฟิล์มมันถึงไม่ได้อยู่ด้วยกันกับนินาวทั้งๆที่ก็มีลูกด้วยกันนี่หว่า ดูยังไงก็เหมือนเพื่อนกันมากกว่าผัวเมีย หรือผมคิดมากไปเอง หรือจะเป็นเพียงแค่การแสดงออกให้ผมเห็นเท่านั้น 

FUTURE TALK : END  

 

เป็นบ้าอะไรของเขากัน อยู่ๆก็มาเงียบใส่ฉัน ทั้งๆที่ปกติก็ชวนคุยนั่นคุยนี่ถึงฉันจะไม่ค่อยตอบก็เถอะ พอเราทานข้าวเสร็จเราสองคนก็กลับมาทำงานต่อ แต่ระหว่างทางที่กลับมาบริษัทฉันเห็นเขานั่งขับรถมาด้วยสีหน้านิ่วคิ้วขมวดตลอดทาง เหมือนคนคิดอะไรงั้นแหละ ช่างเขาสิจะทำอะไรมันก็มาได้เกี่ยวกับฉันอยู่แล้ว  

“เย็นนี้ผมขอไปรับนิสสันกับจัสมินด้วยได้ไหม” ฉันหันหน้าไปมองเขา อย่างไม่ไว้ใจในท่าทีที่เขาแสดงออกมาตอนนี้ มันเดาไม่ได้ ยอมรับเลยว่ากลัว กลัวเขาจะทำอะไรลูกที่เขาไม่เคยต้องการ แต่ตอนนี้เหมือนกับว่าต้องการแล้วอย่างนั้น  

“อยากจะไปรับเด็กๆทำไม เขาสองคนไม่ใช่ลูกของคุณซะหน่อย ลูกของฉันฉันไปรับเองได้ ไม่รบกวนเวลาคุณหรอกนะ” ฉันยอมรับว่าที่พูดออกไปมันมีบางส่วนที่พูดประชดเขา มันอดไม่ได้นี่ยิ่งเขามาพูดแบบนี้ฉันยิ่งนึกถึงวันที่เขาไล่ให้ฉันไปเลือดเนื้อเชื้อไขของเราออก คนดีที่ไหนเขาจะพูดกันแบบนี้นอกจากคนเห็นแก่ตัวแบบเขา 

“ถึงไม่ใช่ แต่ก็อยากให้ใช่แล้วไงตอนนี้” ประโยคเมื่อตะกี้เหมือนฟิวเจอร์จะพึมพำคนเดียวแต่ฉันหูดีกลับได้ยินไปด้วย เหอะคิดว่าจะมาเป็นพ่อให้สอบแสบหละสิ ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นจริงๆก็เถอะ แต่สิ่งที่เขาเคยทำมันไม่สมควรที่จะได้เป็นพ่อด้วยซ้ำ 

“ใช่อะไรของคุณ ” ฉันแสร้งถามเขาออกไป จนเจ้าตัวสะดุ้งคงกลัวว่าฉันจะได้ยินแล้วด่าหละมั้ง มันสมควรด่าสักทีไหมหละ เชื่อคนอื่นดีนัก พอฉันจะพูดจะอธิบายอะไรหละไม่เคยจะยอมฟังดีๆสักครั้ง  

“เปล่าครับ ตอนเย็นผมจะไปรับเด็กๆด้วยนะครับ” พอพูดจบก็เดินหนีไปเลย ส่วนฉันที่กำลังจะอ้าปากพูดออกไปก็ไม่มีสิทธิ์ได้พูดอะไรเลย เพราะคนร่างสูงโปร่งเดินลิ่วๆเข้าไปข้างในบริษัทแล้ว เออดีเอาแต่ใจดีจริง พอถึงเวลาที่จะไปรับลูกเขาก็ตามหาฉันที่ห้องทำงานตรงเวลาเป๊ะโดยที่ฉันไม่เคยบอกเขาสักครั้งเลยนะว่าจะไปรับสองแสบเวลานี้ แต่สุดท้ายก็ทนลูกตื้อของเขาไม่ได้ก็ดีเหมือนกันมีคนขับรถให้นั่งสบายจะตาย  

 “คุณแม่ ขา/ครับ” เด็กๆพากันวิ่งมาหาฉันด้วยความสดใส มันก็พลอยทำให้ฉันยิ้มไปกับลูกด้วย ผมเพ้าของสอลแสบหลุดลุ่ย เสียงวิ่งกับเสียงกระทบของกระเป๋าใบโตด้านหลังทำให้ฉันหัวเราะกับภาพที่ได้เห็น เด็กๆคงจะเล่นกันสนุกหละสิถึงได้มีสภาพแบบนี้ 

“ฟอด ฟอด คนเก่งของแม่ เป็นยังไงบ้างคะเรียนวันนี้สนุกไหมเอ่ย” พูดไปด้วยก็สำรวจร่างกายลูกไปด้วย ทุกอย่างดูปกติดีแสดงว่าไม่ได้แผลงฤทธิ์เดชใส่เพื่อนๆมา  

“สนุกมากเลยครับ นิสสันได้วาดรูปใหม่ๆด้วยครับ กลับถึงบ้านเดี๋ยวผมเอาให้คุณแม่ดู” แสบหนึ่งบอกฉันด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นจนอีกแสบสองกลัวน้อยหน้าก็พูดขึ้นบ้าง พูดง่ายๆก็คือแข่งกันพูดให้ฉันฟังนั่นเอง 

“ได้เล่นกับเพื่อนๆๆเยอะแยะเลยค่ะคุณแม่ สนุ๊กสนุก จัสมินอยากมาโรงเรียนทุ๊กวันเลยเนอะตัวเนอะ”นิสสันพยักหน้าเห็นด้วยกับน้อง ฉันหัวเราะออกมาเมื่อได้ยินสิ่งที่ลูกๆบอก สองแสบชอบมาโรงเรียนก็ดีแล้วหละ 

“งั้นวันนี้นิสสันกับจัสมินอยากทานอะไรเป็นพิเศษไหมคะวันนี้แม่จะตามใจหนูสองคนเลย” ฉันถามเด็กๆออกไป พอได้ยินฉันถามสองแสบก็มองหน้ากันก่อนจะพูดบอกฉันเสียงดังฟังชัด  

“อยากทานบิบิมบับค่ะ/ครับ” ฉันหัวเราะออกมาหน่อยๆ กับคำตอบที่ได้รับและมันไม่แปลกหรอกค่ะ อาหารเมนูนี้จะได้ทานสามถึงสี่ครั้งแต่สัปดาห์ เพราะเป็นของโปรดของสองแสบที่มันไปละม้ายคล้ายกับคนที่ยืมเงียบไม่พูดไม่จาข้างหลังฉันนั่นไง 

“งั้นวันนี้ลุงขอไปทานบิบิมบับด้วยคนได้ไหมครับ” 

“คุณลุง!” 

เด็กๆพากันตะโกนออกมาอย่างดีใจที่ได้เจอคุณลุงใจดีของพวกเขาอีก เพราะตั้งแต่วันที่ฉันเจอเด็กๆอยู่กับเขานั้น พอถึงบ้านเด็กก็คุยจ้ออวยคุณลุงว่าใจดีอย่างนั้นหล่ออย่างนี้จนตอนนี้บอกได้เลยว่าเขาอยู่ในอันดับหนึ่งที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นคุณลุงที่ใจดีของสองแสบไปแล้วหละ ชิ น่าหมั่นไส้ที่สุด เจ้าเล่ห์ไม่มีใครเกินแล้วแบบนี้สอบแสบโตไปอีกหน่อยคงออกลายไม่ต่างกับคนเป็นพ่อหรอกเชื่อฉันสิ  

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว