AU

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 52 กำลังพลของไผ่

ชื่อตอน : ตอนที่ 52 กำลังพลของไผ่

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 44

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ส.ค. 2562 21:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 52 กำลังพลของไผ่
แบบอักษร

ตอนที่ 52 กำลังพลของไผ่ 

ณ ที่พักชั่วคราวของไผ่ ที่ซึ่งไม่มีอะไรเลย มีแต่ต้นไม้ใบหญ้า สภาพรอบ ๆ ก็โล่ง ๆ ดอนและพวกพ้องอีก 6 ยืนรวมกลุ่มกันหันหน้ามาทางไผ่กับฮอป การทำข้อตกลงบางอย่างกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว

“เอาล่ะ เรามาทำข้อตกลงกันดีกว่า...” ไผ่เริ่มบทสนทนา และพูดถึงข้อตกลงต่าง ๆ สำหรับพวกพ้องของดอน ส่วนตัวดอนนั้นเขาต้องอยู่รับใช้ไผ่จึงไม่ต้องฟังข้อตกลงและข้อเสนอเหล่านั้น ซึ่งข้อเสนอที่ไผ่ยื่นก็ไม่ได้มีอะไรมาก

หากใครคิดว่าทำไม่ได้หรือไม่อยากทำไม่อยากติดตามไผ่ก็ให้ก้าวเท้าออกไปได้เลย จะไม่มีการทวงแค้นเอาคืนใด ๆ ทั้งนั้น

ส่วนสิ่งที่พวกเขาจะได้จากไผ่ก็คือชีวิตใหม่ ที่อาจจะไม่ได้ดีอย่างที่คาด แต่ก็ไม่ได้ลำบากจนเกินไป มีบางครั้งที่ต้องเสี่ยงตายกับภารกิจของไผ่ ณ ตรงนี้เองที่หลายคนหยุดคิดชั่วครู่ ทั้งหกคนหันไปปรึกษากัน

“ตกลง! พวกเรายอมรับ และจะติดตามท่านทั้งสอง!” ทั้งหกคนยอมรับข้อเสนอนั้น ไผ่ยิ้มเบา ๆ เพราะอย่างน้อยคนพวกนี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี สำหรับปั้นไปต่อกรกับรัชทายาทปีศาจ

“ดี เป้าหมายของข้าอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว ก่อนพักมาทานอะไรกันก่อนเถอะ” ไผ่พึงพอใจในคำตอบของผู้กำลังพลใหม่อีก 6 คน

เขาดึงเอาเตาอบขนมปังออกมาจากแหวนมิติท่ามกลางสายตาอึ้งกิมกี่ของพวกนั้น ถุงขนมปังแข็งถูกหยิบออกมาด้วย เพื่อทำการอบให้มันขยายและนุ่มนิ่มน่ารับประทาน

เตาอบที่ใช้ผลึกเวทเป็นพลังงาน ถุงขนมปังแข็ง 2 ถุงถูกแกะและนำเข้าเตารอเวลาอบที่เหมาะสม กลิ่นขนมปังหอมฟุ้งไปทั่วเรียกน้ำย่อยและกระตุ้นความหิวให้กับทุกคน ไผ่เดินไปใกล้เชลรีน เขานำเศษผ้าพันรอบดวงตาของเธอ แล้วทำการแจกขนมปังให้กับทุกคน คนละ 2 ก้อน มันเป็นขนมปังสอดไส้ครีม และไส้ ช็อกโกแลต การกินดำเนินไปอย่างรวดเร็ว

ความนุ่มและความอร่อยของขนมปังเป็นสิ่งที่หากินที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว รสชาติของครีม และช็อกโกแลตที่มีความหวานหอม และกลมกล่อมเข้ากับขนมปังนุ่มกลิ่นข้าวโพด เชลรีนกินอย่างรวดเร็วจนติดคอ ไผ่จึงดึงน้ำผลไม้ในแหวนมิติออกมาให้กิน ครั้นเธอได้สัมผัสกับความหวานหอมของน้ำผลไม้นั้น มันทำให้เธอดูมีชีวิตชีวาขึ้น ไผ่อุ้มเชลรีนด้วยความอ่อนโยน แม้เธอจะสะดุ้งในทีแรก แต่ด้วยคำพูดของไผ่เธอจึงยอมให้อุ้มนั่งตัก

“อยู่นิ่ง ๆ ล่ะ เดี๋ยวจะปรับพลังเวทให้” เสียงอันอ่อนโยนเอ่ยขึ้น เชลรีนพยักหน้า ดอนเองยังแปลกใจที่เธอว่าง่ายเช่นนี้ ปกติตอนอยู่ในถ้ำเมื่อมีทาสคนใหม่เข้ามา แม้ดอนจะทำข้อตกลงกับพวกทาสแล้วเกี่ยวกับเชลรีน ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่เคยไว้ใจใครรวดเร็วแบบนี้

รอยยิ้มของเชลรีนเมื่อถูกไผ่ลูบหัวพร้อมกับปรับพลังให้ เธอไม่รู้ว่าทำไมถึงเชื่อใจคน ๆ นี้ แม้เธอจะมองไม่ได้ (เพราะแสงมันจ้า อยู่ในถ้ำมานานจึงไม่คุ้น)

พลังเวทที่ไผ่ส่งเข้าร่างเชลรีนนั้นเขามองเส้นสายแห่งพลังด้วยเนตรราชันมังกร และค่อย ๆ ใช้พลังของตนเองปรับสมดุลให้เธอ ยิ่งได้ตรวจสอบพลังเวท ศักยภาพทางร่างกาย และสภาวะทางจิตใจของเธอแล้วทำให้ไผ่ถึงกับเผยรอยยิ้มออกมา

-เด็กคนนี้มีสภาพร่างกายและพลังเวทเหมาะสมสำหรับการฝึกฝนให้เป็นนักฆ่า แต่ว่าไม่ใช่รูปแบบของฮอป เพราะฉะนั้นเราจะปั้นเธอขึ้นมาเอง แม้จะเก่งได้ไม่เท่านานะแต่ก็ทำลายอาณาจักรได้ก็แล้วกัน! - ไผ่คิดในใจ เขาลูบหัวของเธอเบา ๆ ทำเอาเชลรีนถึงกับยิ้มและรู้สึกชอบ

“เชลรีน หนูรู้ใช่ไหมว่าที่นี่ไม่ใช่ในถ้ำ” เชลรีนพยักหน้าเบา ๆ

“ที่นี่มีสิ่งหนึ่งที่เรียกว่าดวงอาทิตย์ มันให้แสงสว่างมากกว่าผลึกที่อยู่ในถ้ำ ดังนั้นหนูเลยแสบตา แต่ไม่ต้องห่วงนะ พอถึงกลางคืน น้า (ตัวเอ็งยังไม่โตเลยไอ้ไผ่ ดันมาใช้คำแทนว่าน้า) จะเปิดผ้าปิดตาให้ แล้วหนูจะเห็นถึงโลกกว้างที่เกินกว่าจินตนาการของหนู หนูรู้ไหมว่าหนูในตอนนี้ไม่เหมือนคนอื่น ดวงตาของหนูเมื่ออยู่ในตอนกลางคืน แค่แสงจันทร์เพียงน้อยนิดก็เห็นชัดเจนดั่งแสงอาทิตย์ที่สาดส่อง หูของหนูสามารถรับรู้การเคลื่อนไหวของเสียงที่อยู่รอบตัวได้ดีกว่าคนอื่น เพราะว่ามีเสียงที่มากระทบหูด้วย หนูจึงกลัวเพราะไม่คุ้นชินกับการได้ยินนั้น ประสาทรับรู้ของหนูเหนือกว่าคนอื่น การทรงตัวก็ไม่แพ้กัน แม้หนูจะมองไม่เห็น แต่หนูก็สามารถวิ่ง กระโดด หรือเดินไปไหนมาไหนได้โดยที่ไม่เสียสมดุล ผิวกายของหนูขาวมากเพราะไม่เคยโดนแสงจากดวงอาทิตย์กระทบ หนูพอจะเข้าใจคำที่น้าพูดไหม เรื่องของดวงอาทิตย์ หรือดวงจันทร์ไว้น้าจะอธิบายให้ทีหลังนะ” ไผ่พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ดอนที่อยู่ใกล้ ๆ ไม่ยอมห่างก็ได้ฟังด้วย และคำพูดของไผ่ก็ทำให้เขาถึงกับอึ้ง –นี่ท่านสามารถวิเคราะห์ได้ขนาดนี้เชียวหรือ-

“หนูเข้าใจแค่บางส่วนเท่านั้นเองค่ะ แล้วน้า น้า ชื่อ...”

“น้าชื่อไผ่ อีกคนชื่อฮอป ไว้เดี๋ยวถึงตอนกลางคืนหนูจะเห็นเอง” ไผ่พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“น้าไผ่ หนูขอบคุณนะคะที่น้าช่วยลุงดอนและลุง ๆ ของหนูให้ปลอดภัย และอาหาร...อะ อร่อยมากค่ะ” เชลรีนพูดออกจะแนวเขินอายเล็กน้อยในเรื่องอาหาร แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็รู้สึกดีเมื่อไผ่ลูบหัว

เมื่อกลางคืนมาถึงไผ่ได้เปิดผ้าให้เชลรีนได้เห็นสภาพโลกภายนอก เมื่อสองตาเห็นภาพน้ำตาก็เอ่อล้นออกมาด้วยความดีใจ เพราะสิ่งนี้เป็นสิ่งที่เธอใฝ่ฝันมานาน ในชีวิตเชลรีนรู้จักแต่ก้อนดิน ก้อนหิน แร่ธาตุ และอุปกรณ์หรือสิ่งของที่อยู่ในถ้ำเท่านั้น

ต้นไม้ ใบหญ้า สายลม แสงจันทร์ สัตว์เล็ก ๆ ต่าง ๆ เธอไม่เคยเห็นและรู้จักมาก่อนเลย ไผ่จึงใช้เวลาส่วนใหญ่อธิบายและบอกให้เธอรู้ในสิ่งสำคัญต่าง ๆ จนถึงตี 3 ที่เป็นเบบนี้เพราะเธอตื่นเต้นจนไม่ง่วง หรืออาจเป็นเพราะอยู่ในถ้ำที่มืดมิดมานานจึงไม่รู้ว่าคนปกติเขานอนกันเวลาไหน และไม่รู้กลางวันกลางคืนด้วย

เมื่อคุยและอธิบายสิ่งต่าง ๆ ให้เชลรีนพอสมควรแล้ว ทำให้เชลรีนรู้สึกผูกพันและไว้ใจไผ่ เหมือนกับไผ่เป็นพี่ชายของเธอก็ไม่ปาน และเหตุที่ไม่เคยเจอใครพูดจาใจดี หรือเสียสละเวลาแบบไผ่ เธอจึงติด ติดไผ่ไม่ยอมห่างเลยทีนี้ โดยลืมลุงดอนไปชั่วคราว (ไอ้ไผ่มึงหลอกเด็ก)

เมื่อเชลรีนไม่ยอมห่างไผ่ เขาจึงพาเธอมาที่โล่ง ๆ ใกล้ ๆ กับที่กำลังพลของเขานอนอยู่ ไผ่เรียกฮอปมาเรียกกระดาษออกจากแหวนให้ฮอปออกแบบระบบแว่นตา กับร่มรูปแบบพิเศษให้ ฮอปก็ทำตามอย่างว่าง่าย และรวดเร็ว

ในที่สุดก็ได้แบบแปลนมา ทีนี้ไผ่จัดการสร้างโดยใช้แร่ที่หามาได้ และแร่พิเศษของเขาบางส่วนในการทำ

สร้างแว่นตาใสที่คล้ายกับแว่นว่ายน้ำแต่รูปแบบและลวดลายสวยวิจิตรกว่า เป็นแว่นที่ใสก็จริง แต่เมื่อใส่แล้วจะมองเห็นเหมือนกับอยู่ในเวลากลางคืน ส่วนร่มนั้นใช้สำหรับปกป้องผิวของเชลรีน และเมื่อคนสร้างคือไผ่ แน่นอนว่ามันไม่ใช่ร่มธรรมดา แต่เป็นร่มที่ใช้ต่างอาวุธได้ ตรงปลายร่มมีใบมีดคมซ่อนอยู่

ความแข็งแรงของผ้าร่มกระสุนและเวทบอลไฟไม่สามารถทะลุได้ ซี่เล็ก ๆ ของร่มที่โผล่เลยออกมาเล็กน้อยมีใบมีดเล็ก ๆ ซ่อนอยู่ใช้สำหรับเฉือนคู่ต่อสู้ให้เกิดแผลได้ แถมยังมีการวางกลไกให้สามารถใส่พิษเข้าไปได้อีกด้วย ก้านร่มที่แข็งแรงสามารถใช้รับขวานใหญ่ได้โดยไม่หัก แม้จะโค้งตอนรับแต่ก็จะกลับมาเหมือนเดิมทุกครั้งไม่มีการงอ

ระดับของแว่นและอาวุธแน่นอนว่ามากกว่า 5 ดาว ซึ่งไผ่ในตอนนี้แค่มีของครบก็สร้างได้ ระดับ 5 ดาวนั้นถือว่าชิล ๆ สร้างแป๊บเดียวก็เสร็จ และในอนาคตกำลังพลของเขาจะต้องต่อกรกับทายาทปีศาจ แค่ 5 ดาวคงไม่พอ อย่างน้อยก็ต้องระดับมากกว่านั้น

เชลรีนรับแว่นไปใส่อย่างว่าง่าย แว่นนั้นสามารถปรับการให้แสงได้ เมื่อใส่ตอนกลางวันจะทำให้เห็นเหมือนอยู่ในเวลากลางคืน และเมื่อถึงเวลากลางคืนมันจะปรับแสงให้เห็นเหมือนตอนไม่ใส่แว่น นั่นเพราะไผ่สร้างเฉพาะให้กับเชลรีน เขาดูจากเนตรมังกรและบอกรหัสที่รู้เฉพาะเขาฮอปและโนบุ มันเป็นรหัสสำหรับสร้างแปลนและผังที่ละเอียดอ่อนกว่าตัวเลขและสูตรปัจจุบัน

เชลรีนเมื่อได้ของเธอกระโดดด้วยความดีใจ ดอนที่แอบ ๆ สังเกตด้วยความเป็นห่วงตลอดเวลาถึงกับอึ้ง เขาไม่เคยเห็นเชลรีนร่าเริงแบบนี้มาก่อน และแน่นอนทั้งตัวดอนและเชลรีนก็ไม่รู้เลยว่าสิ่งที่ไผ่ให้นั้นมันเป็นอาวุธที่อันตรายขนาดไหน

เมื่อรุ่งเช้าเข้ามาถึงสิ่งที่ไผ่ทำก็คือการมอบอาวุธระดับสองดาวให้กับกำลังพล และสั่งให้ไปล่าสัตว์เล็ก ๆ ซึ่งไม่ค่อยมีให้เจอจึงได้มาแค่ 3 ตัว เป็นกระรอกป่า 2 ตัวและนกอีก 1 ตัว คนที่ล่าได้คือมือธนู นับว่าฝีมือเขาดีในระดับหนึ่ง

มื้อเช้าจึงเป็นย่างสัตว์เล็กนั้น กับขนมปังอบ ซึ่งกินหมดเร็วกว่าสัตว์ย่างเสียอีก ฝีมือการย่างในมื้อเช้าคือฝีมือของกำลังพลคนหนึ่ง เชลรีนไม่ได้กินเนื้อเธอกินแต่ขนมปังเพราะชอบ ขนมปังอุ่น ๆ ที่นุ่มและอร่อย จึงเป็นอาหารหลักของเธอไปโดยปริยาย

เมื่อทานข้าวเสร็จไผ่ได้มอบขวานให้กำลังพลรวมถึงดอนคนละเล่ม และขนมปังที่อบแล้วอีกห่อใหญ่ หากแบ่งกันจะได้คนละ 6 ก้อน คำสั่งที่ไผ่ถ่ายทอดไปยังพวกเขาคือ ตัดไม้เอาต้นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่ต้องรีบ และให้แยกชนิดไม้เป็นกอง ๆ ไว้ด้วย

เมื่อถ่ายทอดคำสั่งเสร็จสิ้น ไผ่อุ้มเชลรีนขึ้นหลังแล้วไปทำภารกิจอันสำคัญกับฮอป

 

............................

 

ณ กิลด์นักผจญภัยอิสระ ผู้นำกิลด์ซึ่งเป็นนักผจญภัยระดับสูงกำลังถกเถียงกันเรื่องราวเลวร้ายที่มันเกิดขึ้น ทั้งนี้ทุกคนหวาดกลัวว่าขุนนางเกียร์จะต้องส่งคนมาจัดการพวกเขาแน่ ทุกอย่างที่ทำมาจะต้องพังทลาย

อีกอย่างเป้าหมายในเชิงลึกของกิลด์นักผจญภัยอิสระคือการรวบรวมกำลังอย่างเงียบ ๆ ให้มากพอที่จะเดินทางออกจากอาณาจักรอันโสโครกนี้ แผนการกำลังไปได้ดีแต่ก็ต้องมาพัง ความเครียดจึงบังเกิดขึ้น เมื่อชิกิเห็นดังนั้นเธอก็พลันนึกถึงคำพูดของไผ่ขึ้นมา

“ทุกคน! ข้าขอพูดอะไรอีกหน่อย” ชิกิเปลี่ยนประเด็นการถกเถียงของทุกคน

“มีอะไรก็ว่ามา!” เสียงตวาดของชายผู้ร่วมประชุมคนหนึ่งเอ่ย

“เมื่อวาน นักผจญภัยคนที่พวกเจ้ากำลังเอ่ยถึง เขามากับเพื่อนอีกคนหนึ่ง มาหาข้าที่นี่!” ชิกิพูด ประเด็นที่กำลังถกเถียงในเรื่องของฮอปหยุดชะงัก

“ว่าไงนะ!! ชิกิเจ้าพูดออกมาให้หมด เขามาที่นี่จริงเหรอ ทำไมเธอถึงไม่ต้องรับเขาแล้วขอให้เขาเข้าร่วมอุดมการณ์ของพวกเรา!” เสียงของชายอีกคนดูตื่นเต้นเป็นพิเศษเมื่อได้ฟังชิกิ ทุกคนก็เอ่ยถามในทำนองเดียวกัน

“ข้าไม่รู้ว่าเขามีฝีมือ แต่เมื่อวานเขามายื่นข้อเสนอที่จะจัดการเรื่องอุดมการณ์ของพวกเราให้ แลกกับการที่พวกเราต้องเดินทางไปอาณาจักรเฟราด้ากับพวกเขา แต่ว่า ข้าไม่รับ!” ชิกิพูดความจริง พอถึงตรงนี้ผู้ร่วมประชุมถึงกับปล่อยแรงกดดันออกมา พวกเขากำลังโกรธ

“ทำไมเธอถึงไม่รับข้อเสนอ!!” เสียงตวาดลั่นโดยพร้อมเพรียงกันดังขึ้น

“ก็ข้าไม่รู้! และหากเป็นพวกเจ้าในตอนนั้น คงจะไร้เหตุผลยิ่งกว่าข้าเสียอีก!! ข้าจะไม่ถกเถียงกับพวกเจ้าอีกแล้ว เอ้านี่! สิ่งที่เขาฝากให้” ชิกิตะโกนลั่นโต๊ะ เธอโยนแร่ที่ไผ่ฝากสมาชิกลงบนโต๊ะ แล้วเดินออกไปด้วยความโกรธ

เมื่อทุกคนได้เห็นแร่นั้นทั้งห้องเงียบกริบ ระดับของแร่มันสูงส่งและหายากมาก ทั้งยังเป็นแร่วิเศษที่ราชาหรือจักรพรรดิอาณาจักรประกาศซื้อทางบอร์ดภารกิจ แร่ที่มีราคามากกว่า 200 เหรียญทอง

 

.............................................................

 

ณ ลานเดิมที่เกิดเรื่องเมื่อวาน บัดนี้มีขนมปังไร้ไส้ที่ส่งกลิ่นหอมคละคลุ้งคอยแจกจ่ายผู้คน และเป็นอาหารที่ดีที่สุดและหรูที่สุดทั้งยังอร่อยที่สุดแล้วสำหรับพวกเขาในตอนนี้

ส่วนผู้ที่แจกคือไผ่กับฮอปและเชลรีน ทีแรกหลายคนก็รู้สึกกลัวแต่ความหิวมันได้ทำลายความกลัวนั้น โดยเฉพาะกลิ่นขนมปังที่ทำให้หลายคนถึงกับวิ่งไปรับโดยไม่คิดชีวิต แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครกล้าแย่งขนมปังกัน เพราะหวาดกลัวสายตาของฮอปกับไผ่

เมื่อแจกขนมปังเยอะพอสมควรแล้วไผ่ก็ได้ประกาศเจตนารมณ์ของตนทันที

“ที่ข้าให้ขนมปังพวกเจ้า จะให้ฟรีแค่ตอนนี้เท่านั้น หากใครอยากจะกินทุกมื้อ หรืออาหารอร่อย ๆ อย่างอื่น พวกเจ้าต้องทำงานแลก โดยงานที่จะทำก็แค่ตัดไม้กับแยกไม้ อ้อ ไม่ต้องห่วงเรื่องการกินแรงคนอื่น ข้ายุติธรรมแน่นอน แต่... ก่อนอื่นพวกเจ้าต้องรู้ก่อนว่า เป้าหมายของข้าคือเดินทางไปยังอาณาจักรเฟราด้า ที่นั่นมีสถานที่ มีงาน และมีความรุ่งเรืองเหมาะสมสำหรับใช้ชีวิต หากใครอยากร่วมเดินทางกับข้า ในวันที่จะเดินทางข้าจะแจ้งอีกที และตั้งแต่ตอนนี้ไปพวกเจ้าจงทำงานแลกข้าวกันไปก่อน อีกอย่างที่สำคัญที่สุด คือ มันผู้ใดที่ไม่ทำงานนี้ให้กับข้า จะไม่มีสิทธิ์ในการร่วมเดินทาง ยกเว้นเสียแต่เด็กเล็ก คนชรา และคนป่วย ที่ข้าจะมอบโอกาสนี้ให้เป็นพิเศษ เอาล่ะ ใครอยากจะทำงานนี้ให้ข้าก็เดินมาอยู่ฝั่งนี้ ใครไม่ทำก็ไม่มีสิทธิ์ใด ๆ อีกแล้วจนกว่าจะทำงาน อาหารของคนไม่ทำก็ให้รอกิลด์นักผจญภัยอิสระที่เป็นความหวังของพวกเจ้ามาแจกจ่ายเอง มือมี เท้ามี ถ้าไม่ทำก็ไม่ควรจะอยู่ร่วมกับขบวนของข้า เริ่มการตัดสินใจได้” ไผ่พูดยาวทำให้หลายคนก้าวเข้าร่วมโดยไม่ลังเล บางคนฉุกคิดครู่หนึ่ง บางคนคิดนานหน่อย แต่รวมแล้วมากกว่า 95 เปอร์เซ็นต์ที่เข้าร่วม

“ท่าน แล้วเรื่องขุนนางล่ะ!” ชาวบ้านคนหนึ่งถามด้วยความกังวล

“ขุนนางคนนั้นชีวิตมันเหลือไม่นานหรอก มันผิดเองที่ทำให้เจ้าฮอปโกรธ ถ้าอยากรู้วันตายของมันงั้นก็ให้เจ้าฮอปตอบเองแล้วกัน เอ็งว่าไงฮอป” ไผ่ตอบคำถามชาวบ้านคนนั้นท่ามกลางความอึ้งของผู้ได้ฟัง และหันไปถามฮอป

“ชีวิตมันเหลือแค่วันนี้เฮีย พรุ่งนี้เชิญไปดูหัวของมันที่จะเสียบไว้ตรงประตูบ้านมันเองได้เลย” ฮอปพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งและเยือกเย็น แผนการก่อนหน้าจะไม่รื้อคืน ครานี้เป็นไผ่ที่จะจัดการ ส่วนเรื่องทำลายคนที่มาขัดขวาง คือฮอปที่จะเป็นพระเอก

เมื่อฮอปพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแบบนี้หลายคนถึงกับสั่นสะท้าน แม้จะไม่อยากเชื่อแต่ก็ไม่มีใครกล้าค้าน เพราะเมื่อวานก็เห็น ๆ กับสองตาแล้วด้วย ถึงความสามารถของชายที่ชื่อฮอป

 

..................................

 

กิลด์นักผจญภัยอิสระ

“มีเรื่องมารายงาน ตอนนี้ นักผจญภัยที่จัดการทหารระดับสูง 200 นายเมื่อวานประกาศว่าจะรวบรวมกำลังคนเพื่อเดินทางไปยังอาณาจักรเฟราด้าแล้ว!” สมาชิกสายข่าวรีบเข้ามารายงาน

“บ้าน่า พวกนั้นมันโง่หรือไงที่ไปประกาศอย่างโจ่งแจ้งแบบนั้น ไม่รู้หรือไงว่าต้องเจอกับภัยอันใหญ่หลวงจากอำนาจขุนนาง และจักรพรรดิ!” เสียงของผู้นำกิลด์คนหนึ่งโพล่งขึ้น แต่ว่าสายข่าวไม่หยุดแค่นั้น

“ยังมีอีกข่าว พวกเขาบอกว่าพรุ่งนี้ให้รอดูหัวของขุนนางเกียร์เสียบประจานหน้าบ้านได้เลย!!” สิ้นเสียงนี้บังเกิดความเงียบ

...พวกเขาจะต่อกรกับอำนาจขุนนางงั้นหรือ ทำไม่ได้หรอก!!

 

………………………

ไม่ขออะไรมาก เม้นสักนิด ชีวิตไรต์เปลี่ยน อิอิ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น