Avery Pie
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 20 : พ่อฉลามแพ้ท้อง

ชื่อตอน : ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 20 : พ่อฉลามแพ้ท้อง

คำค้น : ฉลามคลั่งรัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 11k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ส.ค. 2562 20:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 20 : พ่อฉลามแพ้ท้อง
แบบอักษร

ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 20 : พ่อฉลามแพ้ท้อง 

#ฉลามคลั่งรัก 

 

ซีวานเบียดแก้มลงกับท้องผมอย่างน่ารัก เป็นภาพที่เห็นแล้วอยากจะฟัดสักสิบรอบให้หายมันเขี้ยว เด็กอะไรไม่รู้น่ารักเพิ่มขึ้นในทุกวัน ผมไม่แปลกใจเลยที่ดายจะหวงลูกขนาดนั้น ลูกของเราน่ารักขนาดนี้จะไม่ให้หวงได้ไง ติดแค่ว่ากับคนในบ้านเขาต้องลดความหวงลงให้มากกว่านี้หน่อย

 

เขาไม่ได้คลอดซีวานมานะ คนหวงควรเป็นผมสิ

 

“อีกแปดเดือนก็ได้เจอน้องแล้วเนอะ มาอดทนไปด้วยกันนะครับ”

 

“แอะ” ซีวานตอบรับขณะที่ผมเกี่ยวก้อยกับลูกเป็นการสัญญา ผมไม่รู้หรอกว่าถ้าแดเนียลคลอดออกมา ซีวานจะรักน้องได้อย่างที่เราคิดกันไว้ไหม แต่ถ้าเขาเหมือนดาย ผมคิดว่ายังไงสายใยมันก็ต้องส่งผ่านให้เขารักน้องได้อย่างที่พ่อเขาเป็น

 

ดายน่ะถึงจะพูดไม่เก่ง ทว่าการกระทำของเขาก็เป็นตัวบ่งบอกหมดว่ารักและห่วงใครมากแค่ไหน บางครั้งอาจจะดูใจร้ายกับดีแลนไปบ้าง แต่เชื่อเถอะว่าบนโลกใบนี้นอกจากผมก็ไม่มีใคร...

 

ที่รักดีแลนได้เท่าดายแล้ว 

 

“เป็นพี่น้องที่ดีจังเลยนะพวกคุณพ่อเนี่ย”

 

หลังจากตอนนั้นผมก็ไม่ได้พูดอะไรอีก ซีวานผล็อยหลับในวงแขนผม ก่อนที่ดายจะมาพาลูกไปนอนในเปลต่อ เขาแกว่งเบาๆ เป็นการกล่อมลูกนอน ส่วนผมก็หาอะไรทำไปเรื่อย ไม่ได้รู้สึกเพลียหรือว่าต้องพักต่างจากตอนซีวานลิบลับ

 

ผมเดาว่าเพราะเป็นท้องแรก เราไม่มีประสบการณ์ พอเจออะไรมากระทบมันก็เลยกลายเป็นเรื่องใหญ่มากให้ได้คิด ส่วนตอนนี้เราพอมีทักษะในการดูแลและปรับตัว อีกส่วนคือดีแลนได้รับหน้าที่แพ้ท้องแทนผมไปแล้ว ผมจึงไม่เหนื่อยเท่าไหร่ ยอมรับว่าสงสารที่เห็นเขาอ้วกฟ้าอ้วกลม ทำท่าเหมือนจะเป็นลมล้มพับลงไป

 

เสียดายที่อีกใจก็มีความสุขที่ตัวเองไม่ต้องทรมานเพราะเรื่องนั้น

 

ของแบบนี้ต้องเจอด้วยตัวเองสักครั้งถึงจะเข้าใจว่ามันหนักจริงๆ

 

ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าเจ้าตัวน้อยในครรภ์จะไม่แผลงฤทธิ์ ในช่วงสองอาทิตย์ยังไม่เห็นผล มีแค่ดีแลนที่ต้องรับกรรมแพ้ท้องไป แต่พอเข้าช่วงท้องสามเดือนปลายๆ

 

“ปล่อยผมโซล ผมต้องออกไปล่า!”  

 

เจ้าตัวแสบก็เหมือนจะเข้าสิงพ่อตัวเอง

 

“คุณไม่ได้ยินเสียงวาฬเหรอที่รัก มันเรียกร้องหาผมให้ผมไปขย้ำมัน” ดีแลนพยายามขืนตัวออกจากมือผมที่พยายามจะรั้งแขนเขาไว้ สองสามวันมานี้รู้เลยว่าเขาดูกระวนกระวาย นอนไม่ค่อยหลับ เอาแต่เดินไปเดินมาจนผมนึกว่าเขาติดยาด้วยซ้ำ ดายทำอะไรให้กิน ก็บอกแค่ว่าไม่อิ่ม อยากออกไปล่า

 

หลายครั้งที่เขาพยายามแหกกฎออกไปสู่โลกกว้าง ทว่าผมก็ให้ดายขัดขวางลากกลับเข้าบ้านได้ตลอด แต่วันนี้เหมือนจะหนักสุด ดีแลนตื่นมากลางดึกเพราะฟ้าร้อง

 

ข้างนอกมีพายุใหญ่ สายฝนเทกระหน่ำจนอดถามตัวเองไม่ได้ว่าพายุร้ายครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อกี่ปีก่อนกัน อาจจะก่อนที่ผมไปอยู่ที่ศูนย์วิจัยเต็มตัวด้วยซ้ำ ซึ่งที่นั่นจะมีพายุน่ะเป็นเรื่องปกติ มันตั้งอยู่กลางทะเล เจอเรื่องแบบนี้แทบทุกอาทิตย์ ผมถึงได้ทุ่มทุนสร้างมันให้แข็งแรงอย่างดีปกป้องทุกชีวิตให้รอดตาย

 

แต่นี่เราอยู่บนฝั่ง ทางเดียวที่จะรอดคืออยู่แต่ในบ้านไม่ออกไปไหน

 

ทว่าดีแลนกลับเอาแต่บอกว่าข้างนอกมีวาฬ เขาต้องออกไปล่าโดยไม่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้น

 

“ให้ผมไปเถอะโซล ขอแค่ตัวเดียว ขอแค่ออก้าตัวเล็กๆ ตัวเดียวก็ได้”

 

“แต่ข้างนอกมีพายุนะดีแลน ออกไปตอนนี้ก็แย่พอดี!”

 

“ล่าตอนนี้แหละสนุก และผมอยู่ในน้ำผมไม่โดนพายุหรอกนะ” เจ้าตัวหันกลับมา ทำหน้าวิงวอนผมที่เป็นห่วงเขาแทบขาดใจ ดีแลนดูทรมานมาก เขาเกือบจะคุกเข่าขอให้ผมปล่อยเขาไปด้วยซ้ำ “ผมไม่ล่าไม่ได้แล้วโซล ผมต้องไป ลูกเองก็อยากให้ผมล่าเหมือนกัน”

 

“ไว้พรุ่งนี้ไม่ได้เหรอดีแลน ไว้ให้พายุผ่านไปก่อนไม่ได้เหรอ”

 

“พอพรุ่งนี้คุณก็ไม่ให้ผมไปอีก คุณจะห้ามผมไปเรื่อยๆ ให้ผมกินซุปที่ดายทำให้”

 

“คุณก็ชอบมันไม่ใช่หรือไง?”

 

“ล่าเองมันสะใจกว่า” นัยน์ตาสีดำแพรวพราวแสดงให้เห็นถึงความอยากล่าเกินจะทานไหว มันทำให้ผมเม้มปากแน่น หันไปมองดายที่ดึงแขนอีกข้างของดีแลนไว้เป็นเชิงว่าผมควรจะทำไง พลันคนน้องก็คุกเข่าลงตรงหน้า เข้ามากอดเอวผม อ้อนวอนขอให้เขาได้ออกไปล่าอย่างสมใจ “ให้ผมไปนะโซล ผมสัญญาว่าจะรีบกลับ ผมอยู่แต่ในน้ำ พายุทำอะไรผมไม่ได้หรอกที่รัก”

 

“แต่ผมเป็นห่วงคุณนะ ถึงจะอยู่ในน้ำใช่ว่าจะปลอดภัยซะที่ไหน”

 

“แต่ผมไม่ไหวแล้วที่รัก ผมต้องไป”

 

“ดีแลน”

 

“ขอร้อง อุ้ก ให้ผมไป ให้ผมไปกินพวกมัน” ดีแลนยกมือกุมปาก ใบหน้าของเขาซีดเซียวน่าสงสาร หนำซ้ำยังดูคลื่นไส้ตลอดเวลา ยกมือขึ้นลูบหน้า เสยผมด้วยความเครียดจัด ผมกอดเขาไว้แน่น เสียงฟ้าร้องแรงเป็นเหมือนตัวเร่งให้ตัดสินใจ ร่างสูงกอดผมกลับ ขออนุญาตซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้ผมคิดหนัก

 

ผมยอมรับว่าตัวเองผิดที่ไม่ให้เขาออกไปล่า อยากให้เขาคุ้นชินกับความเป็นมนุษย์ให้ได้โดยไม่คำนึงถึงสัญชาตญาณ แต่ปกติเขาก็แอบออกไปล่าอยู่แล้ว แค่ช่วงนี้ที่เขาแพ้ท้อง ผมจึงไม่อยากให้เขาไปไหน กลัวว่าจะไปเป็นลมเป็นแล้ง ขนาดผมตอนแพ้ท้องซีวานยังแทบตาย

 

ถ้าให้ออกไปคนเดียวก็ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง แล้วพายุใหญ่ขนาดนี้

 

“ให้ผมไป ให้ผมไปเถอะ” เสียงของดีแลนบีบใจผมมาก ทำเอาผมต้องกระชับวงแขนมากกว่าเก่า ดีแลนจูบไปตามแก้มผม ไล่ลงมาที่ซอกคอเป็นการขอร้องในสิ่งที่เขาปรารถนา มือของผมสั่นมาก ใจก็เต้นแรงไม่เป็นส่ำ ความกังวลส่งผ่านไปที่ท้อง เล่นเอาตัวน้อยดิ้นตอบรับไปกันใหญ่

 

ผมหันไปมองดาย เขาแลดูอยากให้ผมตัดสินใจ

 

“ไปกับเขาได้ไหม อย่าให้เขาไปคนเดียว”

 

“ได้โซล” คำขอบคุณไม่อาจหลุดเสียงออกมาบอก ผมผละมาประคองใบหน้าของดีแลนแล้วจูบเรียวปากเขาเป็นการให้คำสัตย์

 

“ผมจะให้คุณไปนะดีแลน มีข้อแม้ว่าดายต้องไปด้วย”

 

“โซล”

 

“ผมให้เวลาคุณแค่สองชั่วโมง สองชั่วโมงเท่านั้นแล้วรีบกลับมา อย่าหาว่าผมใจร้ายเลยนะ แต่ผมไม่อยากให้คุณออกไปในเวลานี้นัก” รู้เลยว่าน้ำตากำลังไหลมาคลอเบ้า “แต่ผมไม่อยากเห็นคุณเป็นแบบนี้เลย ผมขอโทษนะครับที่ฝืนคุณ”

 

“ผม...ผมก็ไม่ได้อยากเป็นแบบนี้”

 

“ที่รัก”

 

“ผมอยากเป็นพ่อที่ดีกว่านี้” ดีแลนตัดพ้อเสียดายที่สัญชาตญาณเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติ “ผมจะรีบกลับมาขอโทษคุณอีกครั้งนะ ผมจะไม่ทิ้งให้คุณอยู่คนเดียวนาน”

 

“ผมอยู่กับซีวานได้ คุณรีบไปรีบกลับเถอะครับ ผมไม่อยากให้พายุมันหนักไปมากกว่านี้”

 

“...”

 

“อย่ามัวแต่ล่าจนลืมเวลานะคนดี”

 

“…”

 

“ฝากดีแลนด้วยนะครับ” ดายพยักหน้าเป็นการตอบรับ ผมลูบแก้มน้องชายเขาอีกรอบแล้วจูบหน้าผากเป็นการปลอบขวัญ ดีแลนจูบปลายคางผม ก่อนจะรีบลงจากห้องตรงไปยังทะเลที่ติดกับบ้านเรา ผมจับมือดาย ส่งผ่านตัวเองให้แทรกซึมไปกับเขา กอดเขาหนึ่งทีเป็นการให้กำลังใจ อีกนัยนึงคือขอความอบอุ่นมาสถิตกับตัวเองจะได้ไม่กังวลมากไป

 

“เราจะไม่เป็นไร ผมจะรีบพาเขากลับมา”

 

“ผมจะรอนะครับ” ร่างสูงจูบผมเบาๆ ปัดเป่าความรู้สึกด้านลบให้ ผมมองแผ่นหลังของเขาที่รีบตามน้องชายไป ไม่อาจคิดภาพว่าใต้พื้นมหาสมุทรที่กำลังเกิดพายุใหญ่พวกเขาจะเป็นยังไง ตอนเป็นแค่ฉลาม ไม่รู้ว่าเป็นมนุษย์ ผมไม่เคยนึกห่วงเพราะรู้ว่ายังไงพวกเขาก็จะกลับมาได้

 

ทว่าพอรู้ว่าเป็นมนุษย์ได้ ทุกย่างก้าวที่เขากลายร่าง ผมจะคิดแต่เรื่องร้ายเรื่องไม่ดีเต็มไปหมด แรงเตะในท้องทำให้ผมพยายามสงบตัวเองให้เย็นลง

 

เปรี้ยง!

 

“แงงง”

 

“แม่มาแล้วครับ แม่มาแล้ว” ผมตรงเข้าไปอุ้มซีวานมากอดไว้ เขาคงตกใจกับเสียงฟ้าร้องที่ดังขนาดนั้น ริมฝีปากสวยเม้มแน่นขณะที่ประคองลูกให้แนบแก้มลงกับไหล่ ผมกังวลเป็นบ้าเลยว่าพวกเขาจะเป็นยังไง ภาวนาขอให้ดีแลนไม่ล่ามากไปและดายพาเขากลับมาในเวลาที่เราตกลงกัน “ไม่ร้องนะครับ เดี๋ยวคุณพ่อก็กลับมาแล้วนะ”

 

“แอะๆ”

 

“คุณพ่อแค่ออกไปเล่นน้ำ อีกไม่นานก็กลับ ถ้ากลับมาซีวานตีคุณพ่อสักรอบดีไหมครับ?”

 

“แอ้”

 

“หรือว่าตีแม่ที่บังคับคุณพ่อมากไปดีนะ”  

 

ซีวานร้องเบาๆ คล้ายปลอบขวัญให้ผมหายคิดมาก ผมกดจูบลงข้างขมับเขา ลูบหลังเล็กน้อยสลับกับลูบท้องตัวเอง สื่อสารกับเจ้าตัวน้อยที่เป็นบ่อเกิดให้ดีแลนงอแงยกใหญ่ ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมาผมไม่เคยเห็นเขาอยากล่าขนาดนั้นมาก่อน อาจเพราะเขาแพ้ท้องด้วยมั้ง สัญชาตญาณเลยควบคุมไม่ได้

 

ดีแค่ไหนที่เขาไม่ทำร้ายใคร พอเขาเป็นแบบนี้ผมรู้สึกหวั่นใจ

 

มันชอบย้อนคิดไปถึงเรื่องดีวานทุกที

 

ผมได้แต่นั่งรออยู่ที่บ้าน กระวนกระวายไม่รู้จบ จะข่มตานอนเสียงฟ้าร้องก็คอยขัดขวางไม่ให้พัก ลมหายใจถูกถอนทิ้งซ้ำแล้วซ่าเล่าพร้อมกับมองนาฬิกาที่ติดไว้ตรงผนังห้องว่าผ่านไปนานแค่ไหน จากสิบนาที เลื่อนยาวไปถึงชั่วโมง เต็มชั่วโมงกระทั่งถึงเวลาที่เราตกลงกันไว้

 

ผมกล่อมซีวานให้ผล็อยหลับในเปลไป ขณะที่ตัวเองลงมานั่งรอที่ชั้นล่าง ภาวนาให้พายุสงบและสองหนุ่มกลับมาอย่างปลอดภัย

 

ติดเพียงแค่ว่าพายุยังคงก่อตัวขนาดใหญ่ เสียงฟ้าเสียงฝนปะปนให้นึกถึงวันคืนเลวร้ายเข้ามาตอกย้ำ ผมพยายามเปิดทีวี เปิดเพลงฟัง หาหนังสืออ่าน พลางชะเง้อคอมองดูว่าสองสามีอยู่ตรงไหน แดเนียลดิ้นอยู่ในท้อง เขาเองก็รอคอยการกลับมาของพ่อเขาเช่นกัน

 

“รออีกหน่อยนะครับ สงสัยคุณพ่อจะติดฝน” ผมลูบท้อง หวังเพียงคำปลอบจะคลายความกังวลของตัวเองกับลูกได้ ผมเคยอ่านมา ถ้าคุณแม่รู้สึกอะไร ลูกในท้องจะรู้สึกตาม ซึ่งมันมีผลต่อพัฒนาการในหลายๆ ด้าน รวมถึงบุคลิกภาพยามเติบโตด้วย “อย่ามัวแต่สนุกกันสิทั้งสองคน กลับมาได้แล้ว”

 

ผมพึมพำใจเริ่มวูบโหวงมากขึ้นทุกนาที ตอนนี้เริ่มจะเลยจากเวลาที่เราตกลงกันไว้แล้ว เดาว่าสองสามีไม่รู้เวลา เนื่องจากทะเลไม่มีนาฬิกาให้ได้เห็น จะพกติดตัวไปด้วยตอนกลายร่างยังไงของก็ต้องแตกออกจากกันอยู่แล้ว

 

สิ่งที่ทำได้คือพยายามใจเย็น

 

และเชื่อใจว่าพวกเขาจะกลับมา

 

“โซล”

 

“อ๊ะ!” ผสะดุ้งตอนที่เดินมาดื่มน้ำแล้วได้ยินเสียงเรียกจาด้านหลัง ส่งผลให้ตัวเองหันขวับไปมองคนที่เรียกชื่อผมเสียงแผ่ว นาทีนั้นผมเกือบทำแก้วน้ำตก กวาดตามองสองหนุ่มที่พร่างไปด้วยหยาดน้ำจากทะเลเคล้ากับสายฝน นอกจากนั้นยังมีเลือดติดตามตัวจนผมต้องรีบวางแก้วน้ำลง ปรี่ตัวไปกอดพวกเขาด้วยความห่วงใย “ขอบคุณพระเจ้า พวกคุณปลอดภัย”

 

“ขอโทษที่เรากลับช้านะโซล เราไปไกลกันเกินไปหน่อย”

 

“ขอโทษที่ทำคุณเป็นห่วงนะที่รัก” ทั้งสองว่าเสียงแผ่ว ให้ผมน้ำตาซึมแทบเอ่อไหล ผมผละมามองหน้า ลูบแก้มพวกเขาด้วยความรักใคร่ “ผมทำคุณร้องไห้?”

 

“ผมเป็นห่วงพวกคุณมากเลยรู้ไหม”

 

“…”

 

“ไหนบอกจะกลับมาในสองชั่วโมงไง คุณผิดสัญญากับผมนะ” ไม่อยากจะร้องไห้ แต่ก็เหมือนห้ามไว้ไม่อยู่ ผมพยายามฮึดสู้พลันหยาดใสก็ไหลอาบแก้มทั้งสอง คงเพราะกังวลกับเป็นห่วง จิตใจผมจึงเหมือนโดนทิ่มแทงอยู่ตลอด ดีแลนเข้ามากอดผมไว้ กดจูบซ้ำๆ ขอการให้อภัยจากผม

 

“ขอโทษนะโซล ขอโทษที่ผมเอาแต่ใจ”

 

“ฮึก”

 

“ผมจะไม่เป็นแบบนี้แล้วที่รัก ผมจะปรับปรุงตัวใหม่” เขาประคองหน้าผม เช็ดน้ำตาที่ไหลเปื้อนน้ำให้ “ผมจะควบคุมตัวเองให้ได้ ผมจะไม่เอาแต่ใจแล้ว”

 

“ไม่ที่รัก ผมผิดเองที่บังคับคุณ”

 

“โซล”

 

“รู้ทั้งรู้ว่านี่มันคือโลกของคุณ เป็นอีกครึ่งชีวิต แต่ผมก็ยังพยายามจะเปลี่ยนมัน คิดแค่ว่าถ้าคุณเป็นมนุษย์ตลอด คุณจะปรับตัวและอยู่บนโลกนี้ง่ายขึ้น ผมก็แค่ไม่อยากให้คุณกลับไปเจ็บตัวอีก ไม่อยากให้เราถูกตามล่าแล้วกลับไปเป็นแบบเมื่อก่อน” ผมสะอื้นให้เขารั้งไปกอดอีกครั้ง ได้ยินเสียงดีแลนขอโทษซ้ำๆ เขาเองก็รู้สึกผิดเหมือนกันที่เป็นแบบนี้

 

ผมรู้ว่าสภาพจิตใจของพวกเราตอนนี้มันเปราะบางมาก ผมเหนื่อยจากการอุ้มท้อง ส่วนเขาเหนื่อยจากการแพ้ท้องแทนผม ดายเองก็ต้องรับหลายช่วงต่อ ดูแลผมด้วย น้องชายด้วย ไหนจะลูกอีก หลายๆ อย่างมันมาสะสมให้เรารู้สึกไม่ดี

 

พอสมาชิกมันเพิ่มขึ้น ปัญหาตามมามันก็ไม่แปลก

 

“แต่ตอนนี้คุณโอเคขึ้นแล้วใช่ไหมครับ ยังรู้สึกแย่อยู่ไหม?”

 

“ผมโอเคแล้วโซล ผมอยากขึ้นไปนอนกอดคุณจะแย่แล้ว”

 

“งั้นเราขึ้นไปนอนกันนะครับ คุณจะได้พักแล้วเราค่อยว่ากันใหม่” ผมพยายามฝืนยิ้มให้ ลูบแก้มเขาด้วยความอ่อนโยน อีกนัยนึงคือเช็ดเลือดที่เปื้อนหน้าให้ แปลกใจเหมือนกันที่สายฝนไม่ล้างมันออกไป ราวกับว่าจงใจให้ผมได้เห็นมัน “แต่ไปอาบน้ำก่อนนะ ผมจะไปปัดที่นอนให้”

 

“ผม…”

 

“ไม่ต้องคิดมากแล้วนะ ปล่อยเรื่องร้ายไปกับพายุเถอะ” ดีแลนพยักหน้าเป็นจังหวะเดียวกับที่ฟ้าร้องครั้งสุดท้าย ไม่นานฝนก็ซาลง เดาว่านั่นคือสัญญาณของเช้าวันใหม่ ผมหอมแก้มเขา ผลักดันให้เขาขึ้นไปอาบน้ำ ขณะที่โอบเอวผม ประคองผมให้ขึ้นบันได “ซีวานหลับไปแล้วนะครับ ไม่งอแงเท่าไหร่”

 

“เขารู้สึกปลอดภัยเวลาได้อยู่กับคุณไง”

 

“ผมก็รู้สึกปลอดภัยเวลาได้อยู่กับพวกคุณเช่นกัน” ดายระบายยิ้มบาง กดจูบลงมาด้วยความรัก “พรุ่งนี้เราจะเริ่มต้นใหม่กันนะครับ ผมจะไม่บังคับอะไรพวกคุณอีกแล้ว”

 

“แค่ช่วงนี้เท่านั้นแหละโซลที่ดีแลนเป็นแบบนี้ พอเขารู้สึกดีขึ้น เขาก็จะกลับไปเป็นแบบเดิมที่ไม่เอาแต่ใจใส่คุณ”

 

“ถ้าเป็นแบบนั้นแล้วเขากลายเป็นแบบนี้อีก ผมก็ไม่โอเคนะครับ”

 

“…”

 

“ผมอยากให้พวกเรามีความสุขนะ เพราะงั้นบอกผมได้ถ้าผมทำไม่ดีตรงไหน ไม่ต้องตามใจผมทุกอย่างหรอก” ว่าเสียงจริงจังให้เขารู้ว่าผมยินดีปรับเปลี่ยนตัวเองให้ ดายมักใช้เหตุผลคุยกับผมเสมอ ติดแค่ว่าบางครั้งเขาก็ตามใจผมมากเกินไป

 

เขาคงชอบเวลาที่เห็นผมพอใจหรือยิ้มได้ ทว่าบางทีผมก็เอาแต่ใจตัวเองมากเกินไป

 

มากไปโดยไม่รู้ตัว

 

แน่นอนคำพูดนั้นถูกตอบรับโดยการจูบ ดายมอบสัมผัสชวนฝันให้ผมเป็นการตอบรับในสิ่งที่ผมพูดไป ผมกอดเขา ผละตัวไปรอบนเตียงให้เขาตามดีแลนไปอาบน้ำ คืนนั้นเราเหมือนได้ทิ้งความเลวร้ายไปกับพายุใหญ่ ทุกสิ่งที่เราเคยคิดว่าดีไหลไปกับสายฝน ตั้งเป้าปณิฐานว่าเราจะไม่เอาตัวตนที่ทำให้ต่างฝ่ายต่างคิดมากขึ้นมาอีกครั้ง

 

เราสามคนนอนกอดกัน มีดีแลนคอยลูบท้องราวกับกล่อมผมให้หลับ ต่างจากดายที่นอนซุกคอผมอยู่ด้านข้าง รับรู้ได้เลยว่าเขาก็เหนื่อยมากเช่นกันที่ต้องคอยตามดูแลเรา ผมภาวนาให้ช่วงความฝันเป็นช่วงที่เยียวยาเขาให้ได้มากที่สุด อย่างน้อยก็ทำให้เขาฮึดสู้เพื่อเราทั้งสาม ไม่สิ เพื่อเราทั้งสี่ได้อีกครั้ง

 

จูบชวนฝันเป็นสิ่งสุดท้ายก่อนที่คืนนั้นจะลาลับ

 

และมาเจอกับเช้าวันใหม่ที่มีข่าวออกโทรทัศน์ว่า

 

[เมื่อเช้าหลังพายุใหญ่ ได้มีรับแจ้งเข้ามาว่าพบซากวาฬขนาดใหญ่ห้าตัวลอยอยู่กลางมหาสมุทร โดยส่วนตัวขาดครึ่ง บางตัวครึ่งล่างหาย พบรอยฟันขนาดใหญ่คาดว่าเป็นฉลามขาวรวมฝูงล่ากัน]

 

[แต่โดยธรรมชาติฉลามขาวมักล่าเดี่ยว และไม่ได้มีฟันกรามใหญ่ขนาดนั้น]

 

[เป็นไปได้ไหมคะว่าเรากำลังเจอกับสัตว์สูญพันธุ์?]

 

[หรือว่านี่คือการค้นพบเมกาโลดอนอีกครั้งกันคะ]  

 

ติ๊ด!

 

ผมกดปิดทีวีไม่รอฟังการโต้แย้งของนักข่าวที่เคยเล่นประเด็นเรื่องนี้เมื่อหลายปีก่อน จำได้ว่ามีนักวิจัยชีวะทางทะเลออกมาพูดเรื่องนี้หลายคน ทว่าสุดท้ายก็ไม่มีอะไรพิสูจน์หรือเป็นหลักฐานให้สืบค้นต่อได้ อีกส่วนคือเม็ดเงินผมถูกลามไปปิดข่าวเช่นทุกครั้งเวลามีคนพูดเรื่องนี้ขึ้นมา

 

ส่วนครั้งนี้ผมจะเงียบไว้ก่อน ไม่ไปวุ่นวายเนื่องจากตัวเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง คราวก่อนที่ต้องปิดข่าว เพราะผมมีศูนย์วิจัยอยู่กลางทะเล หากมีคนรู้เรื่องนี้เราย่อมถูกเพ่งเล็งอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้ผมเป็นเพียงแค่โซล อิลเดนสัน ลูกชายมหาเศรษฐีที่ตายด้วยอุบัติเหตุตามที่ผมหลอกคนอื่นไว้

 

เพราะงั้นผมจะไม่ทำตัวมีพิรุธให้คนอื่นสงสัยว่าผมจะปิดข่าวนี้ทำไม ผมรู้ว่ามีอีกหลายคนที่เป็นแบบเซ็ป ปาร์คเกอร์ที่อยากได้สามีผมไปด้วยเหตุผลที่หลากหลาย ทางเดียวที่จะทำทุกอย่างให้ดีขึ้นได้คือเงียบเอาไว้

 

และหันไปฟาดคนที่กำลังกินซุปที่พี่ชายทำให้

 

“ไหนบอกตัวเดียวไง ทำไมข่าวออกตั้งห้าตัว!”  

 

“จะ…ใจเย็นๆ ก่อนที่รัก ข่าวมันก็ใส่สีตีไข่ไปงั้นแหละ” ดีแลนรีบวางชามซุป ยกมือขึ้นอย่างพ่ายแพ้ สีหน้าเต็มไปด้วยพิรุธที่ผมเห็นแล้วต้องหรี่ตาใส่ “ผมไม่ได้ล่าเยอะขนาดนั้น มันอาจจะมีฉลามตัวอื่นรวมฝูงไปล่าแบบที่ข่าวบอกก็ได้”

 

“งั้นผมจะถามดายว่าคุณล่าไปเท่าไหร่” คนน้องเบิกตากว้างตอนที่ผมหันขวับไปหาคนที่ยกชามาให้ ดายวางแก้วชาลง มืออีกข้างประคองซ๊วานที่หลับใหลมารวมฝั่งความจริงที่กำลังจะพูดออกไป เล่นเอาคนน้องต้องรีบส่งซิกที่ผมเห็นแล้วต้องเอาหมอนปาใส่ “เมื่อคืนเขาล่าไปกี่ตัวดาย”

 

“พี่อย่า..!”

 

“เขาล่าถึงห้าไหม?”

 

“ผมจำได้ว่าหกนะ”  

 

“พี่!” น้องชายเบิกตากว้าง เรียกพี่ชายตัวเองเสียงดังที่โดนหักหลัง เล่นเอาผมถึงกับต้องกอดอกใส่ เลิกคิ้วเล็กน้อยเป็นเชิงถามว่าเขาจะแก้ตัวยังไง แน่นอนตามประสาแล้ว ดีแลนย่อมต้องเลิ่กลั่กก่อนอันดับแรก ผมเห็นเขาค้อนใส่ดายวงใหญ่จนต้องตีขาดทีหนึ่งให้รู้ว่าผมมองอยู่นะ “โอ๊ย! เจ็บนะโซล ตีผมทำไมครับเดี๋ยวสะเทือนลูกในท้องนะ”

 

“ไม่สะเทือนหรอกครับตีแค่นี้ เผลอๆ แดเนียลจะดีใจซะอีกที่คุณพ่อโดนบ้าง”

 

“โฮ้ที่รัก ผมแพ้ท้องอยู่นะ เห็นใจกันบ้างสิ”

 

“เห็นใจแล้วเป็นไงล่ะครับ ล่อไปหกตัวจากที่ขอไว้แค่หนึ่ง นี่ถ้าตามใจอีกไม่ออกไปล่ามันทั้งมหาสมุทรเลยหรือไง”

 

“ไม่ขนาดนั้นสักหน่อย ดายก็พูดเว่อร์ไป”

 

“แน่ใจ?” ดายเลิกคิ้วกวนเข้าให้ “ฉันเห็นกับตาว่าตัวสุดท้ายนายกินเข้าไปทั้งตัว”

 

“แต่หนึ่งในห้าพี่ก็กินอยู่กับผมเหมือนกัน ไอ้ตัวที่สองยังต้อนมาให้ผมล่าฉีกแบ่งกันอยู่เลย!” ผมหันขวับไปมองคนพี่ที่นิ่งไป ดายไม่ตอบโต้ส่งผลให้ผมต้องเอียงคอมองเป็นการถามว่าที่ดีแลนพูดมาจริงไหม ซึ่งปกติแล้วเวลาที่ดายเงียบไม่พูดอะไร...

 

มันคือการยอมรับเป็นนัยๆ อยู่แล้ว

 

“ไหนบอกจะจับตาดูไงครับ?”

 

“ก็แค่ช่วยเขา จะได้กลับกันไวๆ”

 

“เลทจากเวลาที่นัดไว้ สาบานสิว่าคุณไม่ได้สนุกอยู่กับเขา” ดายไม่ตอบกลับ ทำเป็นเบือนหน้าหนีประคองลูกให้มองนกมองไม้ ผมฟาดมือกับหน้าขาเขา ลงโทษที่ปกปิดความผิดไว้ หนำซ้ำยังมาโยนความผิดให้น้องชาย แบบนี้มันต้องรับผิดชอบร่วมกัน “พวกคุณนี่มันจริงๆ เลยนะ ไว้ใจไม่ได้เลยนะครับ ดีแค่ไหนที่พวกเขาเจอแค่ซากวาฬ ถ้าเกิดพวกเขาได้ภาพของคุณขึ้นมา มันจะเป็นยังไง”

 

“พายุใหญ่ขนาดนั้นไม่มีใครเอากล้องมาถ่ายเราหรอกโซล อีกอย่างเราก็ล่าในที่ที่ไม่มีคน”

 

“แปลว่าไปที่ศูนย์วิจัยอีกแล้ว” ดีแลนยิ้มแหย คิดว่าผมไม่รู้หรือไงว่าตรงศูนย์วิจัยพวกวาฬ พวกโลมาชุมขนาดไหน มันมีหลายอย่างที่ล่อสัตว์น้ำให้สนใจ ถึงตอนนี้จะพังยับไม่เหลืออะไร ทว่ามันก็ยังเป็นแหล่งอาหารชั้นดีอยู่ พอรู้ว่าผมหงุดหงิด คุณสามีก็รีบเข้ามาบีบนวดขาผม กดจูบที่หัวเข่าเป็นการอภัยให้ ดายก็รีบมาทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ จับซีวานให้กอดแขนผมเป็นการออดอ้อนแสดงความเสียใจ

 

ตอนทำล่ะไม่คิด พอโดนตำหนิล่ะเข้ามาคลอเคลียกัน

 

“ใจเย็นนะที่รัก พวกเราก็แค่...ถูกกระแสน้ำพัดไปน่ะ ไม่ได้อยากไปสักหน่อย คลื่นลมมันแรงจะตาย”

 

“หรือบางทีนายก็ควรสารภาพความจริงไป”

 

“ดาย”

 

“ตรงนั้นมันแหล่งล่าวาฬคุณจำได้ไหม ผมพาเขาไปที่นั่นเอง” ดายยอมรับผิดขณะที่ซีวานเอาแก้มเบียดแขนผม ทำท่าเหมือนจะขอให้ละเว้นโทษพ่อของเขา ส่งเสียงแอะๆ ขยำมือไปมาขอให้ผมอุ้มจับพาดบ่า ผมกอดลูกไว้แนบอกในหัวกำลังประมวลผลว่าจะเอายังไงกับพวกเขา

 

สองเหตุผลที่ผมไม่อยากให้เขากลับไปที่นั่นคือ ผมกลัวพวกเขาถูกจับ และกลัวว่าเขาจะระลึกถึงความเจ็บปวดที่ผ่านมาของเรา

 

ผมอยากให้เราลืมไปต่อให้มันจะเป็นสถานที่รวมความทรงจำของเราก็ตาม

 

“เมื่อคืนมันเป็นโอกาสทองของเราโซล และมันดีกว่าถ้าไปล่ากันที่นั่น”

 

“ผมไม่รู้จะพูดยังไงเลย เพราะผมก็มีส่วนผิดที่กดดันพวกคุณมากเกินไป” ผมถอนหายใจโดยไม่มองหน้าพวกเขา “ผมรู้ว่าการล่ามันเป็นเรื่องที่ห้ามกันยากเพราะพวกคุณเป็นฉลาม แต่ผมไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเป็นที่นั่น ผมอยากให้เราลืมมันไป อยากให้เราจบกับสถานที่ที่เราทิ้งมันมา”

 

“บางอย่างการย้อนกลับไปดูความทรงจำเก่าๆ มันก็ดีเหมือนกันนะ”

 

“ยังไง...”

 

“อดีตมันเป็นบทเรียนไปสู่อนาคตนะโซล” ดายลูบหัวผม มองด้วยสายตาอ่อนโยนที่พาเอาผมส่ายหน้าด้วยความเหนื่อยหน่าย “ผมรู้ว่าคุณอยากให้เราเลิกยุ่งกับมัน ผมเสียใจที่ทำให้คุณผิดหวัง แต่เราอยู่ที่นั่นมานานคุณเองก็เหมือนกัน ถึงมันจะถูกเผาไปแล้วเราก็ยังคุ้นชินกับมันอยู่ดี”

 

“และข้างใต้ชั้นบรรยากาศในทะเลนั่นก็เป็นบ้านของพวกเราด้วย นานๆ ทีได้กลับไปมันก็รู้สึกดีนะที่รัก ต่อให้จะโดนคุณบ่นหูชาก็ตาม”

 

“ทำตัวไม่น่ารักเองนะครับ” ผมบีบจมูกคุณน้องชายที่รีบเสริมทัพ พอเป็นเรื่องนี้ล่ะเอาดีเข้าตัวกันใหญ่ ดีแลนย่นจมูกใส่ผม เขาเกยคางกับหัวเข่าจูบมือผมด้วยความรักใคร่ ผมเข้าใจที่พวกเขาจะคิดถึงที่นั่น ผมก็คิดถึงมันในบางครั้ง แต่ก็มีหลายครั้งเหมือนกันที่อยากได้มันกลับมา ยิ่งตอนมีลูกเป็นฉลามผมยิ่งอยากเห็นครีบสวยๆ พวกนั้นว่ายผ่านสายน้ำให้ได้เห็น

 

ทว่าคิดอีกทีผมว่าอยู่ที่นี่น่ะดีแล้ว การที่อีดีเอสยังอยู่เท่ากับว่าเราเปิดป้ายประมูลให้คนเข้ามาหา ผมไม่อยากให้ลูกเราถูกล่า อยากให้เขามีชีวิตที่ดี กลายร่างเป็นฉลามในพื้นที่ที่เหมาะสม และที่นี่มันก็ดีกว่าทุกที่ที่เราเคยอยู่มา

 

อย่างน้อยผมก็ไม่ต้องกลัวว่าจะจับสัญญาณคนบุกรุกเข้ามาในศูนย์วิจัยได้ไหม คนเราพอเจอของแปลก ของน่าสนใจ มันย่อมเรียกพวกให้ตามมากันใหญ่ สุดท้ายเราก็จะลากลูกชายลงนรกตามเดิม

 

ฟังดูไม่ดีเลยใช่ไหม ผมไม่อยากให้ชีวิตลูกเราเปื้อนเลือดแบบนั้น

 

“เอาเป็นว่าครั้งนี้เราจะลืมมัน ผมจะอนุญาตให้คุณออกไปล่าได้แค่อาทิตย์ล่ะครั้ง และคุณกินพวกมันได้แค่ตัวเดียว”

 

“แล้วถ้าผมไม่อิ่มล่ะที่รัก?” ดีแลนย่นคิ้วใส่ “คุณก็รู้ว่าผมกินจุขนาดไหน แค่ตัวเดียวบางทีมันก็ไม่อยู่ท้อง”

 

“ก็ต้องเลือกล่ะครับว่าระหว่างวาฬกับเมียอะไรสำคัญกว่า”

 

“!!!”

 

“ถ้าอยากกินวาฬมากกว่าหนึ่งก็ออกไปไม่ต้องกลับมา แต่ถ้ากินวาฬตัวเดียว แล้วเอาใจเมียมากๆ ...” เจ้าตัวทำตาระยิบระยับตอนผมเชยคางเขาขึ้นมา กระดิกนิ้วเล็กน้อยให้อีกฝ่ายขยับมาใกล้ มือบางกดหัวลูกชายให้แนบกับอกตัวเองไว้จะได้ไม่เห็นภาพที่ผมกำลังสอนคุณพ่อถึงวิธีเอาใจ

 

ริมฝีปากกดลงบนเรียวปาก บดเคล้าขณะสอดลิ้นเข้าไปเชื้อเชิญให้เขาเกี่ยวลิ้นกลับ ความร้อนถูกแลกเปลี่ยนเช่นเดียวกับลมหายใจที่ร้อนผ่าว ผมกัดปากดีแลนเบาๆ สอนให้รู้ว่าการเอาใจแบบไหนที่ผมชอบมากกว่าการเห็นเขาล่าวาฬ

 

นั่นเป็นจังหวะเดียวกับที่ดายเคลื่อนใบหน้ามาจูบที่ต้นคอผม ฝากฝังรอยแดงสีหวาน มือก็ปิดตาลูกชายแน่น ซีวานไม่ควรเห็นว่าพวกเราทำตัวไม่น่ารักแค่ไหน

 

ผมผละมาจูบดายแล้วกลับไปจูบกับดีแลนอีกครั้ง ไม่นานก็ผละไป

 

ปล่อยให้คุณพ่อเสียดายกับสิ่งที่ค้างไว้แล้วเสนอข้อตกลงต่อว่า...

 

“คุณจะได้กินแม่ฉลามเท่าที่คุณอยากกิน :) ”  

 

ต่อให้วาฬจะรสชาตดีแค่ไหน ผมก็มั่นใจว่ามันหวานสู้ผมไม่ได้หรอก :)

 

LOADING 100 PER 

ฉลามแพ้ท้องน่ารักน่าหยอกไม่รู้จบ หมดคราบฉลามสุดโหดเพราะรักเมียมากเกินไป 

ลูกคนที่สองกำลังมา เตรียมตัวเตรียมใจไว้ให้มาก 

งานนี้คุณพ่อต้องรับศึกหนักเพราะเจ้าตัวที่กำลังจะออกมาดูโลกนั้นแสบกว่าเป็นไหนๆ 

ถึงเวลาบ่ายคล้อย มองดูตะวันใกล้ลับฟ้าไป 

เตรียมพบเจอกับอีกหนึ่งความสุขครั้งใหม่ 

อย่าดื้อนักนะ เจ้าปลาทูตัวที่สอง :) 

สกรีมลงแท็กหวีดความรุนแรงของเรื่องนี้ 

#ฉลามคลั่งรัก 

ความคิดเห็น