Avery Pie
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 19 : คุณพ่อทวงสัญญา

ชื่อตอน : ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 19 : คุณพ่อทวงสัญญา

คำค้น : ฉลามคลั่งรัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.4k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ส.ค. 2562 20:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 19 : คุณพ่อทวงสัญญา
แบบอักษร

ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 19 : คุณพ่อทวงสัญญา 

#ฉลามคลั่งรัก 

 

เป็นคำขู่ที่ผมได้แต่ถอนหายใจใส่ หวังเพียงให้ซีวานไม่เข้าใจในสิ่งที่พ่อพูดกัน สองมืออุ้มเขามาแนบอก เจ้าตัวน้อยเบียดแก้มลงราวกับฟังเสียงหัวใจที่เต้นอยู่ ทำเอาผมหลุดยิ้ม หอมหัวเขาเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ที่รู้คือผมจะไม่ยอมให้ใครมาทำอะไรเขาได้

 

ทั้งเขา ทั้งคุณพ่อทั้งหลาย ถ้าถึงเวลาที่ต้องใจร้าย...

 

มันก็ต้องทำ

 

“พวกเราแค่ระวังตัวไว้ก็พอครับ ผมหวังว่าจะไม่ถึงขั้นนั้นนะ”  

 

 

หลังจากตอนนั้นเราก็ไม่ได้คุยอะไรเกี่ยวกับหมอโทแวนอีก ผมต้องให้นมเจ้าตัวเล็กแล้วพาขึ้นไปนอนต่อ ปล่อยให้คุณพ่อวนเวียนอยู่รอบๆ เฝ้าลูกน้อยด้วยความห่วงใย ผมรู้ว่าสิ่งที่เราคุยกันจะเป็นจุดด่างที่ฝังตัวอยู่ในจิตใจ เราต่างมีแผลใจที่ค่อนข้างหนัก หากคุณหมอคิดทรยศจริง เราคงไม่มีทางเลือกมากนัก

 

แต่ตอนนี้ผมยังต้องพึงการรักษาจากเขา ถ้าไม่มีเขาซีวานคงเติบโตไม่ได้

 

เอาเป็นว่าตราบใดที่เขายังไม่มีพิรุธอะไร

 

เราก็จะยังญาติดีกันเหมือนเดิม 

 

“ร่างกายเธอแข็งแรงขึ้นมากแล้วนะ กลับมาปกติดีทุกอย่าง” คุณหมอโทแวนว่าพลางจดรายละเอียดเกี่ยวกับผมลงในสมุดบันทึกที่เขาพกติดตัวเสมอ สองอาทิตย์แล้วนับแต่วันที่ผมให้กำเนิดซีวาน คุณหมอยังคงให้การดูแลรักษาอย่างต่อเนื่องมาตลอด

 

ผมพยักหน้า ยกยิ้มให้กับเขาพร้อมแกะตัววัดความดันออก ดายพาซีวานลงไปนอนข้างล่าง อยู่ให้ห่างจากคนที่เราติดใจมาตลอดสองอาทิตย์เต็ม ส่วนดีแลนนั่งอยู่ข้างผม คอยสังเกตอาการและอื่นๆ ที่เขารู้สึกว่าสามารถจับเท็จได้

 

ใจจริงผมไม่อยากให้พวกเขาคิดมากกันเกินไป เดี๋ยวจะพาลแตกหักกันไปซะหมด

 

“เผลอๆ อาจจะดีกว่าตอนที่เราเจอกันด้วยซ้ำ ถ้าออกกำลังกายอีกหน่อย คงแข็งแรงพอๆ ฉลาม” เจ้าตัวแซวให้ผมหลุดยิ้มขำ ดีแลนเองก็ยิ้มตามไปด้วย “ส่วนเรื่องซีวาน ฉันเช็คร่างกายให้แล้วก็ปกติดีทุกอย่างนะ คงต้องรอดูเรื่องกลายร่างกันอีกที”

 

“ดายบอกผมแล้วว่าอาจต้องรออีกสองปี”

 

“แต่เขาสามารถกลายร่างได้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ก็มีสิทธิ์ที่จะกลายร่างได้เร็วกว่าคุณพ่อนะ” คุณหมอตอบรับ ทำหน้าจริงจังให้รู้ว่าลูกชายเราพิเศษขนาดไหน “บางทีอาจต้องมีตัวกระตุ้น เขาอาจจะเปลี่ยนเป็นฉลามได้เลยก็ได้ เธอไม่ลองคิดหาทางใหม่ๆ ทดสอบดูล่ะ”

 

“ผมไม่อยากทดลองอะไรกับลูกชายผมหรอกนะครับคุณหมอ เขายังเด็ก ไม่จำเป็นต้องไม่รีบเร่งอะไรทั้งนั้น”

 

“แต่...”

 

“อีกอย่างจะกลายร่างได้หรือไม่ได้ก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ ยังไงซะซีวานก็เป็นลูกของเราสามคนอยู่ดี” ผมยืนยันเสียงหนัก บอกตามตรงว่าผมไม่สนใจเลยว่าอีกสองปีหรืออีกปีครึ่งซีวานจะเปลี่ยนร่างได้ไหม ตราบใดที่เขามีชีวิต มีสายเลือดที่เกิดจากเราสามคน เขาจะเป็นลูกที่ผมห่วงใย

 

และผมจะไม่ทดสอบหรือทดลองอะไรกับลูกชายผมทั้งนั้น ผมละทิ้งความเป็นนักคิด นักวิทยาศาสตร์ไปตั้งแต่วันที่ผมเผาศูนย์วิจัยทิ้งแล้ว แน่นอนว่าคำตอบผมทำคุณหมอชะงักไปนิดหน่อย เดาเอาว่าเขาคงเสียดายที่ผมปฏิเสธทางเลือกให้

 

ถึงเขาจะเป็นคุณหมอ เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขามีสายเลือดของนักวิจัย และในเมื่อสิ่งที่เคยศึกษามาอยู่ตรงหน้ามีเหรอว่าเขาจะอดใจไว้

 

“และสายเลือดฉลามไม่ใช่สิ่งที่คุณควรจะไปกระตุ้นมันหรอกนะ” ดีแลนเสริมทัพให้ มียักคิ้วกวนประสาทเล็กน้อยให้คุณหมอถอนหายใจใส่

 

“ฉันก็แค่เสนอทางเลือก เผื่อพวกเธออยากรู้ว่าเขาเปลี่ยนร่างได้ไหม”

 

“เราจะได้รู้เมื่อถึงเวลา ขอบคุณมากครับ” รอยยิ้มการค้าประทับอยู่บนหน้าผม หวังให้เขารู้ว่าเราจะไม่มีวันทำเรื่องแปลกๆ กับเด็กทารกที่อายุได้แค่สองอาทิตย์เท่านั้น ซีวานควรเติบโตไปตามพัฒนาการ ไม่ใช่การกระตุ้นจากสารเคมีหรือสิ่งมีชีวิตอื่นเช่นฉลามทั่วไป

 

ผมเคยเห็นมาเยอะแล้วกับการปรับแต่งพันธุ์กรรม รวมถึงพฤติกรรมที่หลากหลาย ผมรู้ว่ามันย่ำแย่แค่ไหนถ้าเราควบคุมมันไม่ได้ เพราะงั้นผมจะไม่ยอมให้ใครมาทำเรื่องไม่ดีอะไร

 

เรามีความสุขกันมากแล้วตอนนี้

 

“ถ้าเธอว่างั้นฉันก็ไม่มีอะไรจะพูดอีก” คุณหมอไหวไหล่ เก็บอุปกรณ์ลงกระเป๋าเตรียมตัวกลับที่พักเพราะตรวจผมเสร็จเรียบร้อยแล้ว “ฉันจะมาตรวจเธออีกทีคือเดือนหน้า ถ้าเกิดมีอะไรผิดปกติก็โทรหาฉันได้ทันทีเลยนะ หรือจะไปหาฉันที่บ้านก็ได้”

 

“ขอบคุณมากนะครับ คุณหมอใจดีกับพวกเรามากเลย”

 

“ก็เธอเป็นลูกชายของอีวานนี่น่า แล้วก็เป็นหลานชายฉันด้วยนะ ฉันก็ต้องใจดีกับเธอสิ” เจ้าตัวยิ้มตบบ่าผมเบาๆ ให้รู้ว่าเขาเอ็นดูผมมากแค่ไหน “แล้วก็ดีใจอีกรอบนะที่มีลูกชาย ตอนนี้ร่างกายเธอแข็งแรงพอที่จะมีลูกได้อีกสักคนสองคนแล้วล่ะ”

 

“พูดเหมือนรู้ใจคนแถวนี้เลยนะครับ มีคนแอบไปส่งซิกให้คุณหมอมาหรือเปล่า?”

 

“ผมเปล่านะที่รัก ผมยังไม่ได้คุยอะไรกับคุณหมอสักคำ”

 

“ผมก็ยังไม่ได้เอ่ยชื่อใครเลยนะครับ ทำไมร้อนตัวจังดีแลน” เจ้าของชื่อยิ้มแหย เรื่องลนลานเก่งต้องยกให้เขาเป็นอันดับหนึ่ง คุณหมอที่เองก็อดหัวเราะกับคุณพ่อปลาทูไม่ได้ “ไปส่งคุณหมอที่หน้าบ้านเลยครับ ผมจะลงไปดูซีวานสักหน่อย”

 

“เสร็จแล้วอย่าลืมขึ้นมารอผมบนห้องนะ”

 

“ผมยังไม่ง่วงนะ จะให้ขึ้นมารอทำไม?”

 

“ก็คุณหมอบอกว่าคุณแข็งแรงพอที่จะมีลูกได้”

 

“แล้ว...”

 

“และคุณก็สัญญาไว้แล้วว่าคนที่สองน่ะของผม” ใบหน้าผมเห่อร้อนนิดหน่อยเมื่อโดนทวงสัญญาต่อหน้าคนโตกว่า คุณหมอกระแอมเบาๆ ให้เรารู้ว่าเขายังไม่ได้ไปไหน เล่นเอาผมต้องตีเจ้าฉลามตัวร้ายไปทีหนึ่งก่อนจะไล่ให้เขาไปส่งคุณหมอโทแวนก่อนที่เขาจะฟัดผมตาย

 

ดีแลนถูจมูกตัวเองกับจมูกผมอีกรอบ กระเง้ากระงอดทั้งที่ผมไม่ได้หนีไปไหน กว่าจะยอมไปส่งคุณหมอ อีกฝ่ายก็แทบจะเดินไปส่งตัวเองกลับบ้านเองแล้ว

 

ไม่รู้จะงอแงไปถึงไหน ซีวานยังไม่ติดแม่เท่าดีแลนติดเมียเลย

 

“จริงๆ เลยนะคุณพ่อคนเนี่ย” ผมพึมพำส่ายหน้าเบาๆ หลังดีแลนออกไปแล้วตามที่สั่ง ผมเก็บเปลลูกอยู่สักพัก ไม่นานก็เดินลงไปข้างล่างเพื่อคุยกับคุณสามีอีกคนและเจ้าตัวเล็กที่ควรจะขึ้นมานอนได้แล้ว ทว่าพอจะเอื้อมมือไปเปิดประตู ดายกลับชิงเปิดก่อน เล่นเอาผมสะดุ้งเล็กน้อยตกใจที่เขาโผล่มา “อ้าวดาย ขึ้นมาแล้วเหรอ ผมกำลังจะลงไปตามให้พาลูกขึ้นมานอนพอดี”

 

“ผมขึ้นมาเอาเปลกับผ้าห่มน่ะโซล”

 

“หืม?”

 

“คืนนี้อากาศดีผมกับลูกเลยว่าจะนอนข้างล่างกัน”

 

“ว่าไงนะ” ผมย่นคิ้วใส่ ยกมือห้ามคนที่ทำท่าจะเข้ามาขนเปลกับผ้าห่มไปจริงๆ ดายไม่ได้อุ้มซีวานมาด้วย เดาว่าลูกน่าจะนอนเล่นอยู่ข้างล่าง เมื่ออาทิตย์ก่อนดีแลนสั่งเบาะสำหรับให้เด็กนอนมา ทำเอาคุณพ่อคนโตพาลูกนอนตากลมทะเลทั้งวันทั้งคืน

 

บ่อยจนผมต้องตั้งกฎให้พาลูกขึ้นมานอนบนห้องตอนกลางคืน ไม่งั้นดายต้องไปนอนในทะเลคนเดียว

 

“เดี๋ยวก่อนดาย นี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมคุณต้องไปนอนข้างล่าง?”

 

“มันดีกว่าถ้าผมไม่ขัดจังหวะ”

 

“จังหวะอะไรครับ?”

 

“จังหวะที่คุณจะได้ทำลูกคนที่สองกับดีแลนไง”

 

“หืม!?”

 

“จำไม่ได้เหรอว่าคนต่อไปเป็นของเขาน่ะ” ผมชะงักไปชั่วขณะประมวลผลอยู่พักใหญ่ นี่ดายยอมไปนอนข้างล่างเพื่อให้ผมกับดีแลนได้มีอะไรกันงั้นเหรอ แถมยังพาเจ้าตัวเล็กไปนอนกกด้วย ถ้าเกิดไม่เห็นสายตาอันอบอุ่นจากเขา ผมคงคิดว่านี่คือแผนการที่เขาจะลักพาตัวซีวานไปจากอ้อมอกผม ดายเขยิบเข้ามา เชยคางผมขึ้นแล้วกดจูบลง บดเคล้าเรียวปากผม มอบสัมผัสชวนฝันที่เราไม่ค่อยได้จูบกันแบบจริงจังมานานแล้วให้

 

เราสามคนห่างหายเรื่องเซกส์ไปกันพักใหญ่ ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครรบเร้าให้ผมทำอย่างจริงจัง อาจเพราะเรากำลังเห่อลูกกันด้วยมั้ง อีกส่วนนึงคือร่างกายผมยังไม่พร้อมเท่าไหร่ แต่หลังจากตอนนี้คงจะเจอศึกหนักเอาการ จึงอดแปลกใจไม่ได้ที่ดายให้ผมทำกับดีแลนแค่สองคน

 

ร่างสูงสอดลิ้นเข้ามาเก็บเกี่ยวความหวานในปากของผม พลางป้อนอากาศเข้ามาให้ ผมโอบรอบคอเขารู้ตัวอีกทีก็ถูกดันขึ้นไปนั่งบนโต๊ะที่วางรูปครอบครัวไว้ ดายฝากรอยจูบไว้ที่ลำคอ ขบกัดขึ้นรอยตรงลาดไหล่

 

“คุณไม่อยู่ทำด้วยกันจริงเหรอดาย?”

 

“ไม่ทูนหัว ผมฝากตัวแทนไว้”

 

“...”

 

“และผมอยากให้ดีแลนเป็นคนพาน้องชายมาให้ซีวาน”  

 

รอยยิ้มละมุนประทับบนใบหน้าหล่อเหลา ดายจูบผมอีกครั้งราวกับอวยพรขอให้คืนนี้ได้ชัยในการกำศึก ผมหัวเราะ ขบจมูกเขาเบาๆ เย้าแหย่เผื่อว่าคุณสามีจะเปลี่ยนใจอยากมาร่วมเป็นแม่ทัพในคืนนี้ เสียดายที่ความเด็ดเดี่ยวนั่นเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยเอาชนะได้ “อย่าลืมอาบน้ำให้ตัวหอมๆ ล่ะ”

 

“คุณเสียดายแน่” ลมหายใจเคล้าเสียงหัวเราะ ดายจูบหน้าผากผมอีกรอบเป็นคำลา ผมนั่งมองแผ่นหลังก้าวที่ถือผ้าห่มกับเปลออกไปจากห้องนอนของเรา เขาหันมายิ้มให้ผม เป็นเสี้ยวหน้าที่งดงามชวนเพ้อฝัน เมื่อบานประตูปิดลงผมใช้เวลาในการนั่งคิดว่าคืนนี้ผมกับดีแลนจะทำที่ไหนกัน

 

และผมรู้สึกว่าเตียงของเรามันเอ้าท์ไปแล้ว 

 

“อืม...” ครางในลำคอขณะเดินวนเวียนอยู่ในห้อง สุดท้ายก็มาหยุดอยู่ที่ห้องน้ำตามคำบอกของดาย สองขาก้าวเข้าไปเปิดฝักบัวให้น้ำได้รินไหล มันชโลมไปทั่วตัวผม โอบกอดกายผ่านเสื้อผ้า ผมถอดกางเกงตัวเองออก เหลือไว้เพียงเชิ้ตสีขาวที่ปิดขาอ่อนตัวเองแบบหมิ่นเหม่

 

ดีแลนชอบถอดเสื้อผ้าผมด้วยตัวเอง เขารู้สึกว่ามันอีโรติกและเซ็กซี่เป็นบ้า ต่างจากผมที่ชอบเวลาเราไม่สวมอะไรมากกว่า

 

โดยเฉพาะตอนที่ไฟในห้องน้ำดับ เหลือเพียงแสงจากเทียนไขที่ใครบางคนถือมาวางไว้บนเคาท์เตอร์ เสียงฝีเท้าที่เข้ามาใกล้มีอิทธิพลทำใจผมสั่น รวมถึงลมหายใจร้อนผ่าวที่รินรดอยู่ตรงต้อคอนั่น มันมาพร้อมกับอ้อมกอดของคนที่เฝ้ารอวันนี้มานาน

 

วันที่เราจะได้กลายเป็นหนึ่งเดียว

 

“อยากให้ผมอาบน้ำให้ไหม” เขากระซิบ “ผมถูหลังเก่งนะเผื่อคุณไม่รู้”

 

“ผมรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับคุณ”

 

“เหมือนที่ผมรู้ว่าตรงไหนที่ทำคุณรู้สึกน่ะเหรอ” ผมยิ้มขำรับรู้ได้ถึงความร้ายกาจของฉลามเจ้าเล่ห์ ดีแลนไล้มือไปตามขาอ่อนลูบยาวขึ้นมา ปลดกระดุมที่ผสานกันแน่น หากแต่ชั่วพริบตาทุกเม็ดก็ถูกคลายออก ริมฝีปากร้อนจูบที่ท้ายทอยแล้วรั้งเสื้อออกจนมันลงไปกองกับพื้น

 

นาทีนั้นผมกลายเป็นผู้ชายที่สวยที่สุดในสายตาเขา เป็นผู้ชายที่ถวิลหาอ้อมกอดอันเร่าร้อนเกินจะทานไหว ดีแลนรั้งกายผมให้มามองหน้า เราสบตากัน มีเพียงแค่แสงไฟจากเทียนไขที่เผยให้เห็นเสี้ยวหน้าหล่อเหลานั่น ผมยิ้ม โอบรอบคอโน้มเขาลงมาหาใกล้ๆ

 

ป้อนจูบที่เป็นพิษร้ายต่อหัวใจ เบียดกายเข้าหาให้เขาได้บีบขยำทุกสัดส่วนด้วยความพอใจ ปลายลิ้นของเราผสานกันเป็นหนึ่ง แลกเปลี่ยนหยาดหวานและลมหายใจที่เต็มไปด้วยความรักเคล้าไฟปรารถนา ดีแลนบดขยี้ริมฝีปากผม สัมผัสอันอ่อนโยนเปลี่ยนเป็นเร่าร้อนในพริบตา ปลายนิ้วลุกล้ำเข้าไปในช่องทาง เป็นจังหวะเดียวกับที่ผมผละออกมากระซิบข้างหูเขาว่า

 

“ถ้าอยากได้ลูก ใส่ของจริงมาเลยดีกว่า”

 

“โซล”

 

“แค่สามนิ้วมันไม่เท่าเก้านิ้วกว่าของคุณนะ”  

 

“ผมกลัวคนแถวนี้จะจุกตอนผมเข้าไป”

 

“นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของเราลืมแล้วหรือไง?”

 

“ผมไม่เคยลืมช่วงเวลาที่ได้ใช้ไปกับคุณหรอก” ผมกัดปากยั่วยวนพร้อมแลบลิ้นเลียปากเขาเชิญชวนให้เข้ามาชิดใกล้ ดีแลนสอดนิ้วเข้ามาในช่องทาง ก้มลงมาซุกไซ้ซอกคอผม ดอมดมกลิ่นหอมแม้ว่าผมจะยังไม่ได้ฟอกสบู่ก็ตาม แต่ดูท่าเขาจะชอบแบบนี้มากกว่า จมูกโด่งสันฝังลงมา ประทับร่องรอยความรักซ้ำแล้วซ้ำเล่าขณะที่ผมเริ่มไล้มือลงต่ำ

 

ความรุ่มร้อนที่ซ่อนตัวอยู่ในกางเกงนั่นทำใจผมสั่นไหวยิ่งกว่าแก้วที่ใกล้แตกออก ผมกลืนน้ำลายลงคอยามเขาถูมันกับมือขาว ดุนดันให้ผมรู้ว่าเขาต้องการล่วงล้ำเข้ามามากขนาดไหน ผมยกยิ้ม ค่อยๆ รูดซิปให้มันได้ออกมาหายใจ

 

ดีแลนถูของเขากับของผม ขยับสะโพกไปพร้อมกับที่ผมรูดรั้งให้ ความร้อนอันดุร้ายชวนให้ผมหลงใหลยิ่งกว่าอะไร

 

“มันร้อนมากรู้บ้างไหม”

 

“จะร้อนกว่านี้ถ้าได้เข้าไปในตัวคุณ” ผมหลุดเสียงหวานตอนปลายนิ้วกระแทกสวนอยู่ในกาย นานแล้วที่เราไม่ได้ทำ หากให้ใส่มาเลยมีหวังผมเจ็บตาย ดีแลนเชยคางผมให้ขึ้นไปจูบกับเขาอีกครั้ง สอดลิ้นเข้ามาควานความหวานพร้อมบดเคล้าริมฝีปากอย่างหนักหน่วงให้ แผ่นหลังของผมแนบกับกำแพง ปล่อยให้เขาอยู่ในจุดที่ฝักบัวเทน้ำราดใส่

 

เจ้าตัวเสยผมที่เปียกชื้น แสงสว่างจากเทียนไขอาบไล้เสี้ยวหน้าอีกครั้ง เป็นจังหวะเดียวกับที่เขาเริ่มไล่จูบตั้งแต่ปลายคางผมลงไป แวะเวียนชิมยอดอกชูชันให้ผมครางรับอย่างน่ารัก มือหนากอบกุมส่วนหน้ารูดรั้งไปมาเอาคืนที่ผมทำให้

 

ผมขยุ้มเรือนผมสีเข้มไว้แน่น เผลอแอ่นสะโพกให้เขาได้ทำตามอำเภอใจ ดีแลนพ่นลมหายใจใส่แก่นกายของผม ใช้ปลายลิ้นชโลมหยาดใส ไม่นานก็บีบปาก พาผมขึ้นสู่สวรรค์ราวกับจะฆ่ากันให้ตาย เรียวนิ้วยังคงกระแทกอยู่ข้างใน แต่ผมไม่อยากเสร็จเพราะนิ้วที่เขาทำให้

 

“อื้อ บอกแล้วไงว่าไม่เอานิ้ว”

 

“คุณจะได้ของดีแน่นอนที่รัก” เขากระซิบชิดส่วนหน้า ขบกัดแผ่วเบาสร้างความกระสันให้ผม ร่างสูงพลิกกายให้ผมยกสะโพก เรียวลิ้นถูกสอดมาที่ช่องทางด้านหลัง ละเลงลิ้นสลับกับใช้นิ้วให้ผมตอดรัดความนุ่มนิ่มจากปากเขา พอมาอยู่ในความมืด ถึงจะมีแสงจากเทียนผมก็อดตื่นเต้นไม่ได้ว่าเขาจะจับตรงไหน

 

ดีแลนแยกขาผมออก เขาจะได้จับข้างหน้าผมได้ง่ายๆ ส่วนข้างหลังเขาสนุกที่แทรกลิ้นเข้าไป ผมกลืนน้ำลาย หอบหายใจเคล้าไปกับเสียงคราง

 

“อ๊ะ อ๊า”

 

“คุณหวานมากเลย” เขาบอกผมตบมือลงกับสะโพกให้ผมครางลั่น “เสียงคุณหวานน่าฟังชะมัด”

 

“มันจะน่าฟังกว่านี้ถ้าคุณใส่ของจริงเข้ามาสักที”

 

“นึกว่าเป็นผมซะอีกที่รีบอยากกินคุณ” โดนแซวเลยเพราะเชิญชวนเขาไม่หยุด ผมแค่อยากให้เราได้สนุกกับเมคเลิฟที่ไม่ต้องพึงนิ้วเข้าช่วย อีกอย่างผมพร้อมแล้วสำหรับการสอดใส่ ถึงจะไม่ชินกับขนาด แต่เชื่อเถอะว่าผมทนไหว ดีแลนโลมเลียช่องทางผมอยู่นาน เขาคงอยากให้ผมเสร็จสักรอบก่อนที่จะทำอะไรที่มากเกินไป

 

เสียดายที่ผมขืนตัวออกจากการกระทำนั้น ทรุดตัวลงนั่ง ยืดตัวไปข้างหลัง ยกสะโพกยั่วยวนให้เขาเข้ามา พร้อมกับเลื่อนสายตาฉ่ำหน้าไปบอกเขาว่า

 

“Fuck me, King”  

 

“You so damn hot Darling” ร่างของผมแทบฝังกับพื้นเมื่อร่างสูงดันความดุดันเข้ามาในร่างแบบไม่ให้สุ่มให้เสียง ดีแลนจับเอวผมไว้แน่น แทรกกายช้าๆ ให้ผมรับรู้ถึงขนาดที่แทบจุกอย่างที่เขาบอก ผมได้ยินเสียงหอบหายใจจากคนด้านหลัง เดาว่าคงเกร็งท้องจนลอนกล้ามขึ้น เป็นอะไรที่ชวนให้หวนกลับไปเป็นกัดเป็นบ้า ติดแค่ว่าในท่านี้ผมทำแบบนั้นไม่ได้ อีกอย่างผมอยากลิ้มรสเก้าจุดเก้านิ้วของเขามากกว่า

 

ปลายนิ้วร้อนผ่าวเลื่อนมาลูบไล้แผ่นอกผมช้าๆ บีบขยำไปมาอยู่ที่ยอดอก ดีแลนดันกายแกร่งมาจนสุด ค้างไว้ชั่วครู่ให้ผมได้คุ้นชินกับสิ่งที่เข้ามาหา ร่างสูงโน้มตัวลงมานั่นยิ่งทำให้กายร้อนฝังตัวลึกขึ้น ลึกจนผมรู้สึกว่าเขากำลังเข้ามาถึงท้องผมเลยด้วยซ้ำ

 

“ชอบไหมที่รัก”

 

“คุณทำผมจุกแล้ว” เขาหัวเราะในลำคอ ดูสนุกที่ผมบอกไปแบบนั้น ผมตอดรัดเขาแม้ว่าอีกฝ่ายจะยังไม่ขยับ ทว่าไม่กี่อึดใจต่อมา เอวหนาก็เริ่มสาวกายหาผม แรกเริ่มเขาทำอย่างเนิบช้า ให้ผมได้ใจว่าเขาจะไม่ใจร้ายก่อน ดีแลนเน้นหนักให้ส่วนปลายเข้ามาลึกๆ เวลากระแทกจะได้ยินเสียงเนื้อกระทบเนื้อฟังดูหยาบโลนนั่น

 

ผมกลืนน้ำลายลงคอ เสียงกระเส่าอยู่ใต้ร่างเขา เจ้าตัวเริ่มสอบเอวอย่างหนัก แรงขึ้นเรื่อยๆ จนตัวผมเคลื่อนไปมาตามแรงส่ง ดีแลนบีบเคล้นไปทั่วกายผม สัมผัสด้วยความเร่าร้อนให้ผมร้อนผ่าว

 

“อ๊ะ อ๊าดีแลน อื้อ คุณเข้ามาลึกมาก”

 

“เขาบอกว่าถ้าอยากได้ลูกชายต้องเข้าไปลึกๆ ที่รัก”

 

“อื้อ อ๊า!”

 

“ผมจะทำให้คุณจุกไปเลย” ผมครางลั่นยามส่วนปลายกระทบจุดกระสัน ร่างกายสั่นไปมาด้วยแรงราคะที่ไม่อาจทอนลงได้ ดีแลนสอบเอวหนักขึ้น ตบมือลงกับสะโพกผมอีกครั้งให้ครางออกมา สองมือดึงแขนผมให้แอ่นอกไปด้านหน้า อีกนัยคือเพื่อให้เราเชื่อมต่อกันหนักขึ้น

 

สายน้ำจากฝักบัวไม่อาจลดความร้อนจากสิ่งที่เราทำอยู่ มือหนารูดรั้งส่วนหน้าผมให้ผมเอาคืนด้วยการบีบรัดช่องทางให้เขาสุขสมแทบบ้า ดีแลนจับปลายคางให้ผมหันไปจูบเขาอีกครั้ง แลกลิ้นกันด้วยความเมามันส์ทั้งที่เราไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปเลยสักนิด มันทำให้ผมนึกถึงวันแรกที่เราเจอกันในบาร์ ตอนนั้นผมไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร รู้แค่ว่าเราต่างถูกใจเลยชวนขึ้นห้องมา

 

จำได้ว่าประโยคแรกก่อนเรามีเซกส์กันเขาพูดว่า

 

‘เคยเห็นแต่ตอนอยู่ในห้อง ของจริงดูดีกว่าตั้งเยอะ’

 

แน่นอนเป็นใครได้ยินคงต้องชะงัก ติดแค่ว่าตอนนั้นแรงอารมณ์มันพุ่งสูง รู้ตัวอีกทีผมก็ปล่อยให้เขาได้ลองชิมเนื้อตัวผม ฝากฝังรอยกัดตามแรงอารมณ์อย่างสนุกสนาน เป็นครั้งแรกเลยที่มีเซกส์ที่เร่าร้อนขนาดนั้น และไม่คิดว่าตัวเองจะอึดยอมเขาได้ทุกท่า เขาทำผมสงสัยนิดหน่อยว่าไปฝึกกับใครมา

 

ได้ข่าวว่าในทะเลไม่มีทีวี

 

“อื้ม~โซล”

 

“แฮ่ก อ๊า” ผมครางรับตอนเขาโจนร่างลึก ดีแลนเปลี่ยนให้ผมหันหน้ามาหาแล้วนั่งตัก ผมเป็นฝ่ายขย่มอยู่บนตัวเขา กดกายหนักๆ ให้มันสอดลึกถึงจุดที่ทวิลหา เจ้าตัวฝากรอยกัดไว้ที่บ่า คนละข้างกับบ่าราวกับว่าให้เกียรติกัน ผมไล่จูบไปตามแก้มขาว แอ่นอกให้อีกฝ่ายได้ดูดดุนยอดอกจนช้ำ

 

ไม่รู้ว่ามีน้ำนมติดปากไปด้วยไหม รู้แค่ว่าอีกไม่นานผมคงได้กินนมจากเขา

 

“ผมเหมือนจะละลายในตัวคุณเลย” เขากระซิบ สวนกายหนักหน่วงให้ผมรับรู้ถึงขนาดที่ไม่ปกติของเขา แรงอารมณ์พาให้ผมต้องจิกข่วนแผ่นหลังกว้าง บดสะโพกเข้าหาสลับกับป้อนความร้อนให้ด้วยความรัก หยาดใสปะปนไปกับเม็ดเหงื่อ การทำกันกลางสายน้ำไม่มีผลต่อความร้อนในร่างเลยสักนิด

 

ดีแลนกระแทกกายแรงมาก ทำผมเชิดหน้าครางด้วยความทนไม่ไหว ไม่นานนักมือหนาก็เปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดรักที่ผมปล่อยออกไป ทว่าร่างสูงกลับยังไม่ฉีดน้ำเชื้อเข้ามาด้านใน

 

เขายึดสะโพกผมไว้ คำรามเสียงต่ำตอนที่ร่างกาย...

 

“แฮ่ก ครีบ...ครีบของคุณ” ผมว่าเสียงสั่น อารมณ์ถูกปลุกปั่นเมื่อมือสัมผัสได้ถึงครีบที่งอกมาจากแผ่นหลัง ผมนึกว่าเขาจะเอามันออกมาได้เฉพาะฤดูผสมพันธุ์ “ทำไม...ทำไมกัน?”

 

“น้ำเชื้อฉลามมันแรงกว่าน่ะโซล”

 

“อ๊า!” ครางลั่นอย่างควบคุมไม่ได้ ดีแลนส่งแรงหนักหน่วงดันผมชิดกับกำแพงเพื่อที่จะสวนกายได้หนักขึ้น น้ำตาของผมไหล ความเสียดเสียวไม่ปรานีผมเลยสักนิด มือบางจับครีบเขาไว้แน่น ความลื่นผ่านมือที่แข็งแกร่งนั่นทำให้ผมอยากเห็นแบบเต็มๆ ว่าถ้าถูกแสงไฟอาบไล้มันจะงดงามมากแค่ไหน

 

ตอนอยู่ที่ทะเล ก็มีแค่แสงจันทร์นำทางให้

 

“มีเซกส์กับฉลามเป็นเรื่องที่บ้ารู้ไหม”

 

“บ้ากว่านี้ตอนเรามีลูกกัน”

 

“อื้อ อ๊า!” ผมสะดุ้ง สะโพกถูกยัดจับบดลงบนกายแกร่ง ดีแลนกระแทกอีกสองสามครั้งก็อัดฉีดเข้ามาในตัวผม ความอุ่นร้อนลามไล้ไปทั่ว ผมจุกเล็กน้อยกับหยาดรักที่อัดแน่นอยู่ในร่าง เจ้าตัวไม่เคยเข้ามาลึกขนาดนี้ราวกับกลัวว่าถ้าปล่อยแบบปกติผมจะท้องไม่ได้ อาจเป็นความกลัวเพราะเราทำกันสองคน เล่นเอาผมต้องกอดเขาไว้

 

ดีแลนจูบคอผม ทำท่าจะยกตัวผมขึ้น ติดแค่ว่าผมดันร่างเขาไว้

 

“ผมยังทำท่านี้ไม่หนำใจ”

 

“ไม่อยากลองท่าอื่นบ้างเหรอ” เขากระซิบถาม ฉายแววตาขี้เล่นมาให้ผมจูบหน้าผาก “ผมอยากพาคุณไปที่อ่างน้ำ ในนั้นเราจะเย็นกว่า”

 

“ไม่เย็นหรอกถ้าคุณยังกระแทกผมหนักขนาดนี้”

 

“ผมกลัวว่าเชื้อมันจะไม่ดีด”

 

“พ่อมันดีดขนาดนี้ เชื้อมันจะไม่ดีดได้ไงครับ” ดีแลนหัวเราะไม่คิดว่าผมจะแซวเขาแบบนั้น มือบางประคองหน้าเขา กดจูบลงไปเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ขณะที่ถูส่วนหน้ากับลอนกล้าม ผมเบียดสะโพกลงไป ตอดรัดเขาให้กลับมามีชีวิตชีวา “และตอนนี้คุณแม่ก็ดีดมาก ผมอยากทำท่านี้อีกรอบแล้วเราค่อยไปที่อ่างน้ำกัน”

 

“นี่คืนกำไรให้ผมหรือเปล่า?”

 

“อยากได้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอครับ” เลิกคิ้วใส่เสียดายที่เขาไม่น่าจะเห็น ผมยืดกายขึ้นเปลี่ยนเป็นนั่งหันหลังแล้วกดเอวลงไปหาเขาอีกครั้ง ตอดรัดให้เขาครางเสียงต่ำพอใจกับที่ผมทำให้ ผมยกยิ้มรู้สึกสุขสมกับการเมคเลิฟที่ไม่ได้แตะต้องมานาน

 

ดีแลนเลียแผ่นหลังผมจับขาผมแยกออกเพื่อที่เขาจะได้สวนกายมาทักทาย ผมหอมแก้มเขา ยอมให้อีกฝ่ายกัดทุกจุดที่เขาสัมผัสได้ ความรุนแรงของเขาเป็นสิ่งเดียวที่ผมปรารถนาก่อนที่ผมจะขยับกายมาคว่ำหน้า คลานไปที่อ่างน้ำทั้งที่ร่างกายเชื่อมต่อกับเขาอยู่ ตอดรัดหนักๆ ให้เขารู้ว่าต้องตามใจผม

 

“ไหนบอกว่าอยากทำท่านั้นต่อก่อนจะลงอ่างไง?”

 

“ผมเปลี่ยนใจแล้ว ผมอยากทำทุกที่ที่คุณทำได้”

 

“หึ”

 

“และอย่างที่บอกนี่คือช่วงคืนกำไร”

 

“…”

 

“ตักตวงให้มากที่สุดแล้วมีลูกกับผมนะ ดีแลน” เป็นคำยั่วยวนชวนตบะแตก ดีแลนไม่ตอบรับเป็นคำพูดหากแต่การสอบกายถี่ถือเป็นคำตอบที่ดีเช่นกัน ผมครางกระเส่า ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับรสสัมผัสของเขา หยาดขาวที่ถูกปล่อยอยู่ในร่าง ยามกระแทกกายหนักมันยิ่งถูกดันเข้ามาลึกอีก บางส่วนไหลไปตามซอกขา อีกไม่นานรอบที่สองจะตามไปเสริมทัพ

 

ผมหอบหายใจ ยอมให้เขาตักตวงความสุขเท่าที่ต้องการ

 

“ลูกคนที่สองต้องมาแน่นอนที่รัก เตรียมตั้งชื่อลูกรอได้เลย”  

 

มีให้เลือกเยอะเลยล่ะครับ คุณพ่อ :)

 

 

ผมคิดว่าดีแลนทบต้นทบดอกผมจนหมดเปลือก

 

ตลอดทั้งคืนผมถูกกอดรัดไปไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ตั้งแต่เปลวเทียนยังสว่างจนกระทั่งดับสนิทแล้วถูกจุดขึ้นมาใหม่ เขายังคงมีความสุขกับการแลกเปลี่ยนความรักกับผม แน่นอนผมเองก็สุขสม เรียกได้ว่าเราต่างคืนกำไรให้กันและกัน โดยเฉพาะตอนที่เขาลุ่มหลงในความต้องการจนครีบหลังยื่นออกมา

 

ผมนึกว่าจะถูกลากลงทะเลแล้วด้วยซ้ำ ทำเอาผมนึกถึงตอนที่เราร่วมรักกันในช่วงฤดูผสมพันธุ์ แน่นอนว่าถ้าเราทำตอนที่เขาอยู่ในช่วงนั้น...

 

“อุ้ก!”

 

นี่คือสภาพ ‘สามีผม’ ในอีกสามเดือนต่อมา 

 

“อ็อกซ์!”

 

“คุณไหวไหมครับ” ผมถามระคนลูบหลังคนโตกว่า ดีแลนอ้วกฟ้าอ้วกลมกอดชักโครกจนแทบได้เสียเป็นครอบครัวเดียวกัน เจ้าตัวอ้วกฟ้าอ้วกลมมาตั้งแต่เช้า บอกผมแค่ว่าเวียนหัวแล้วก็คลื่นไส้ จริงๆ เขาดูจะเริ่มมีอาการตั้งแต่เย็นเมื่อวานแล้วตอนที่รู้ว่าผมเป็นอะไร

 

ใช่ครับ ผมท้องลูกคนที่สองมาสองอาทิตย์แล้ว ถามว่ารู้ได้ยังไง...

 

ก็คุณสามีน้องชายให้ผมตรวจครรภ์ทุกๆ เจ็ดวัน เฝ้ารอเวลาว่าเมื่อไหร่ผมจะมีลูกให้เขา ถึงขั้นแอบมาลักหลับทำกับผมหลายต่อหลายครั้ง กลัวว่าน้ำเชื้อตัวเองจะไม่มีประสิทธิภาพตอนเราสามคนทำกัน กระทั่งผมเล่าความฝันที่ตัวเองตกลงไปในบ่อฉลามให้เขาฟัง

 

คนที่รอเวลานี้อยู่แล้วถึงกับขับรถไปซื้อที่ตรวจครรภ์ และเราก็พบว่าผมกำลังท้องอยู่จริงๆ ส่วนเรื่องที่รู้ได้ไงว่าท้องมาสองวีค

 

คุณหมอโทแวนมาเช็คอาการผมตั้งแต่เมื่อวาน ความตลกคือผมไม่มีอาการแบบคนท้องเลยสักนิด ผมกินอิ่มนอนหลับ ไม่หิวหรือกระหายเนื้อโลมาเหมือนตอนท้องซีวาน กลับกันร่างกายผมปกติมาก ยังเดินเหินได้อย่างคนธรรมดา มีแค่ดีแลนเนี่ยแหละที่อาการหนัก

 

เขาเรียกว่าอะไรนะ

 

แพ้ท้องแทนเมียเหรอ?  

 

“อุ้ก!”

 

“สงสารคุณจัง” ผมพึมพำยื่นน้ำให้เขาบ้วนปากพลางซับเหงื่อที่ผุดขึ้นมาบนขมับให้ ยอมรับเลยว่าค่อนข้างตกใจ ผมไม่เคยเห็นดีแลนป่วยแบบนี้มาก่อน ก็เขาออกจะแข็งแรงจะตาย หนำซ้ำความเป็นฉลามก็บ่งบอกแล้วว่าเขาจะไม่มีวันเป็นอะไร แล้วดูสิว่าตอนนี้เขาเป็นยังไง

 

มานั่งกินของเปรี้ยว คลื่นไส้เวียนหัวแทนเมียตัวเอง

 

“นั่งพักก่อนนะครับ เดี๋ยวผมให้ดายทำซุปมาให้”

 

“ผมเวียนหัวมากเลยที่รัก รู้สึกเหมือนเป็นลูกข่างยังไงก็ไม่รู้” ร่างสูงงอแงตอนผมพยุงให้มานั่งบนเตียงที่เปลี่ยนผ้าปูใหม่ ความตลกคืออะไรรู้ไหม คือการที่เมื่อวานดีแลนไม่ยอมนอน เอาแต่เดินไปเดินมาบอกว่านอนไม่ได้ พอถามว่าทำไม

 

‘ผ้าปูที่นอนต้องเป็นสีฟ้าสิโซล ผมเป็นฉลามนะ’

 

‘เป็นสีขาวผมจะนอนได้ไง ต้องสีฟ้าสิ ต้องสีฟ้าเท่านั้น’

 

แล้วจะบอกตอนเย็นก็ไม่ได้ด้วยนะ มาบอกเอาตอนตีสองคุณคิดว่าใครจะเดือดร้อนบ้าง ที่แน่ๆ คนที่หนักสุดไม่ใช่ผมกับซีวาน

 

“ฉันทำซุปมาให้แล้ว”

 

“พี่!” น้องชายตาระยิบระยับเมื่อคนโตกว่าเปิดประตูห้องนอนมาพร้อมกับชามซุปน่าอร่อย กลิ่นหอมของมันทำผมต้องชะโงกหน้าดู ทำจมูกฟุดฟิดใช้ประสาทในการดมกลิ่นว่าเป็นเนื้อชนิดไหน ดายน่ะเจ้าเล่ห์ เขามีสกิลในการหลอกลวงว่าของที่ทำให้เป็นของธรรมดาทั่วไป

 

แต่การที่ดีแลนดูดีใจขนาดนั้น ผมเดาได้เลยว่ามันไม่ใช่เนื้อปลาที่ผมกิน ซึ่งยังไม่ทันที่ผมจะได้ทบทวนดี คนแพ้ท้องก็เอื้อมมือไปรับชามจากคนพี่แล้วจ้วงซุปเข้าปากโดยไม่ห่วงร้อนเลย

 

“ใจเย็นๆ ดีแลน เดี๋ยวก็ลวกปากพอดี”

 

“ก็ผมหิวนี่โซล ผมไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เมื่อวาน” ดีแลนยู่ปากใส่ย่นคิ้วเล็กน้อยที่ผมขัด “อีกอย่างเนื้อนี่มันก็อร่อยมากนะที่รัก คุณควรจะลองกิน ลูกของเราจะได้แข็งแรงเหมือนผมไง”

 

“คุณคงไม่เหลือให้ผมกินหรอก” กลอกตาไปทีให้กับคำเชื้อเชิญทั้งที่เขาไม่ยอมแบ่ง หรือต่อให้แบ่ง ผมก็ไม่คิดที่จะเอาเนื้อนั่นเข้าปากตัวเองอยู่แล้ว ตราบใดที่ผมยังไม่แพ้ท้อง อาหารมนุษย์จะเป็นสิ่งเดียวที่ผมเอาเข้าปากได้ ดายลูบหัวน้องชายผละมายืนข้างผม มองดูดีแลนที่มีความสุขกับซุปที่เขาทำให้

 

ไม่อยากถามเลยว่าใช้เนื้ออะไร

 

“เนื้อใต้ท้องวาฬสีน้ำเงิน” ได้คำตอบโดยที่ไม่ต้องเปิดปาก “ผมได้ยินเสียงมันร้องอยู่ไกลจากที่นี่สามสิบไมล์”

 

“นั่นเป็นสาเหตุที่คุณทิ้งซีวานให้ผมดูใช่ไหม?”

 

“ผมกลัวว่าจะคลาดมันก่อนจะจับได้”

 

“ดาย”

 

“และดีแลนก็ชอบเนื้อตรงนั้นของวาฬมากที่สุด”  

 

เหมือนเป็นการอวดให้รู้ว่าใครที่รู้จักดีแลนที่สุด เล่นเอาผมต้องแอบหยิกเอวเขาไปทีหนึ่ง หมั่นไส้ความขี้อวดของคุณพี่ชาย ผมรู้หรอกว่าเขาน่ะเป็นพ่อครัวที่รู้ใจทุกคนในบ้าน แต่ไม่ต้องอวดความสามารถขนาดนั้นก็ได้ ถ้าผมทำอาหารเก่งได้ครึ่งหนึ่งของดายมีเหรอว่าผมจะยอมให้เขามาข่มน่ะ

 

เสียดายที่ฉลามอย่างเขาดันมีความสามารถมากกว่ามนุษย์อย่างผม เสียอย่างเดียวที่ไม่โดนผมข่ม

 

แต่โดนขย่มเวลาอยู่บนเตียงแทน 

 

“ผมรู้สึกเหมือนกินแล้วมันหายไปในหลุมอากาศ กินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม”

 

“พอคุณพูดแบบนี้แล้วผมใจไม่ดี รู้สึกเหมือนคุณขอออกไปหาอะไรกินยังไงยังงั้น” ผมตอบกลับสีหน้าบ่งบอกเลยว่าไม่สู้ดีเท่าไหร่ ลำพังแค่ดายไปล่าวาฬล่าโลมามาให้ ผมก็ปวดหัวจะตายอยู่แล้ว ถ้าดีแลนออกไปล่าเอง พรุ่งนี้ได้มีข่าวหน้าหนึ่งพาดหัวเรื่องนี้แน่ “คนแพ้ท้องควรอยู่แต่ในบ้านนะดีแลน และซุปที่ดายทำก็ยังไม่หมด ผมให้เขาทำเพิ่มอีกสักหม้อก็ยังได้”

 

“ที่รัก ผมเป็นฉลาม ผมกินเยอะแค่ไหนคุณก็รู้”

 

“แต่คุณแพ้ท้องอยู่ เพราะงั้นอย่าทำอะไรน่ากลัวเลย” ถึงขั้นต้องไปทรุดตัวลงนั่งตรงหน้า จับมืออีกฝ่ายไว้เป็นเชิงบอกว่าอย่าหนีไปไหน ดวงตาแพรวพราวของคนตัวโตทำผมไม่สบายใจ ฉลามปกติกินโลมาตัวสองตัวก็อิ่มได้เป็นอาทิตย์ แต่ฉลามอย่างพี่น้องคู่นี้บางทีวาฬสีน้ำเงินแบบโตเต็มวัยยังไม่พอยาไส้

 

โดยเฉพาะดีแลน จำได้เลยว่าเมื่อก่อนเขาล่าสัตว์พวกนี้แบบเอามันส์ขนาดไหน ถ้าให้ออกไปล่าเอง...

 

“ที่รัก ผมขอตัวเดียว”

 

“ไม่มีทาง” ผมคัดค้านคนที่เอาหัวมาถูแขน กระเง้ากระงอดอย่างแรงที่ผมไม่อนุญาต “และคำว่าตัวเดียวไม่มีอยู่จริง คราวก่อนก็บอกว่าจะล่าโลมาตัวเล็กกิน รู้อีกทีก็หายไปทั้งฝูง”

 

“คุณรู้ได้ไง ทีวีออกข่าวเหรอ?”

 

“ผมมีสายสืบ” ดายถึงกับเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ยอมรับกลายๆ ว่าเขาเนี่ยแหละไส้ศึกปากโป้งเรื่องน้องชาย มันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่ดายจะเชื่อฟังผมมากกว่าใคร อย่าเรียกว่ากลัวเมียให้ผิดใจ

 

เขาเรียกว่าเคารพในอำนาจของภรรยา 

 

“และผมก็รู้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับพวกคุณ”

 

“เว้นตอนเรามีลูก คุณไม่รู้จนกว่าจะพิสูจน์”

 

“ไม่ต้องมาแว้งกัดผมเลย เจ้าปลาทู” ผมบีบจมูกเขาด้วยความหมั่นไส้ ได้โอกาสเมื่อไหร่ล่ะเป็นต้องแซะผมตลอด ดีแลนย่นจมูกเล็กน้อย ถึงอย่างนั้นก็เข้ามากอด เข้ามาหอม ออดอ้อนขอผมออกไปข้างนอก หวังว่าผมจะใจอ่อนทั้งที่ก็รู้ว่าทำไมผมไม่ให้ไป

 

ผมรู้ว่าการล่าสัตว์น้ำเป็นเรื่องทั่วไปสำหรับฉลามอย่างเขา ผมแค่อยากให้เขาปรับตัวกับการเป็นมนุษย์ให้ได้มากกว่านี้ ไม่ได้จะให้เขาเลิกหรือรังเกียจในสิ่งที่เป็น แค่คิดว่าเราปรับเปลี่ยนกันได้ เขาจะได้ใช้ชีวิตง่ายขึ้นด้วยไง เราจะได้ออกไปข้างนอกโดยไม่ต้องห่วงว่าเขาอยากกินใครหน้าไหนในฝูงชนไหม

 

ยอมรับก็ได้ว่ายังแอบหวั่นใจกับสายเลือดเขาอยู่

 

“เอาเป็นว่าคุณลงไปกินซุปข้างล่างแล้วกัน ผมจะได้ไปอยู่กับลูกด้วย ดายเองก็จะได้ทำอะไรให้คุณกินเพิ่ม กินแทนผมไปเลยก็ได้ครับคุณพ่อ”

 

“ประชดเก่งนะครับคุณแม่” ผมหัวเราะยื่นหน้าไปจูบปากเขาเบาๆ แล้วผละออก ดีแลนงอแงอยู่นานเหมือนกันกว่าจะยอมลงไปข้างล่างกับผม เขาเป็นคนแรกที่ตรงไปเล่นกับซีวานก่อน เข้าไปกอดไปหอมจนดายต้องกระแอมใส่

 

ผ่านมาตั้งสามเดือนแล้วคุณพ่อยังไม่หยุดหวงลูกเลยให้ตาย

 

“เดี๋ยวแก้มซีวานช้ำใน ดีแลน”

 

“ทีพี่หอมทั้งวันไม่เห็นว่า” น้องชายขมวดคิ้วย้อนกลับ “ทีผมกับโซลหอมลูกบ้างล่ะทำมาเป็นหวง นี่ก็ลูกผมเหมือนกัน”

 

“ฉันรู้ ก็แค่อยากให้นายระวัง”

 

“ถ้าโซลคลอดอีกคนเมื่อไหร่ ผมจะไม่ให้พี่แตะเขาเลย”

 

“มากับแม่นะครับคนเก่ง” ผมผ่ากลางทั้งคู่มาอุ้มลูกพาออกจากตรงนั้น ปล่อยให้คุณพ่อเขาตีกันต่อไปว่าอะไรทำกับลูกได้อะไรห้ามทำ ดายต้องลดความขี้หวงลงบ้าง ส่วนดีแลนต้องลดอาการงอแงลงหน่อย แต่จะว่าเขาเต็มร้อยก็ไม่ได้ ผมเข้าใจหัวอกตอนแพ้ท้องดีว่ามันหงุดหงิดแค่ไหนเวลาโดนห้ามทำนู้นทำนี้

 

เป็นช่วงเวลาที่อึดอัดจนอยากจะตะโกนออกมาดังๆ แล้วโดดลงน้ำไปซะ

 

“ไหนใครหิวนมบ้าง ขอเสียงหน่อย”

 

“แอะๆ” เจ้าตัวเล็กปรบมือพร้อมส่งเสียงน่ารัก ผมพาลูกมาที่สระน้ำ หย่อนขาลงขณะที่ประคองซีวานให้ดื่มนมจากอกผม ปากเล็กๆ ขยับดูดไปมามีเสียงหลุดออกมานิดหน่อยชวนขบขัน ผมลูบหัวเขา เกลี่ยแก้มยุ้ยๆ มีเหล่มองไปดูคุณพ่อทั้งสองบ้างว่าทำอะไรอยู่ ตอนแรกก็นึกว่ายังทะเลาะกันต่ออยู่ ที่ไหนได้...

 

น้องชายนั่งกินซุปโดยมีพี่ชายเปิดซีรีส์ให้ดู 

 

ตกลงใครท้อง?

 

“จริงๆ เลยนะพวกคุณพ่อเนี่ย ทำตัวเป็นเด็กๆ กันตลอดเลย” ผมพึมพำพยักหน้ากับลูกราวกับว่าเขาเสนอความคิดเห็น “ซีวานต้องดูไว้เป็นตัวอย่างนะครับ อะไรที่ดีเราก็เอามาทำตาม อะไรที่ไม่ดีเช่นการงอแงมากๆ เราก็ต้องลดทอนลงไปนะ”

 

“แอ๊~”

 

“แต่สิ่งที่น่าทำตามคือความรักที่คุณพ่อเขามีให้กัน หนูเห็นไหม” ว่าพลางประคองให้เขาดูสายใยมิตรภาพระหว่างพี่ชายน้องชาย “คุณพ่อดายเขารักคุณพ่อดีแลนมากเพราะว่าพวกเขาเป็นพี่น้องกัน อีกไม่นานซีวานก็จะมีน้องเหมือนกัน หนูจะต้องรักน้องให้มากๆ เหมือนที่คุณพ่อรักกันนะครับ”

 

เจ้าตัวน้อยกะพริบตาปริบๆ คล้ายกับกำลังฟังและประมวลผล ผมยกยิ้มปล่อยให้เจ้าตัวขยับไปมาอยู่บนล่าง ซีวานนอนคว่ำหน้าอยู่บนตัวผม หูแนบกับท้องผมเป็นภาพที่ชวนสงสัย อีกนัยนึงก็น่าเอ็นดู เพราะเขาส่งเสียงร้องเบาๆ เหมือนสื่อสารกับคนข้างใน

 

“แอะๆ”

 

“ใช่ครับ มีน้องอยู่ข้างใน”

 

“แอ้~”

 

“น้องแดเนียลของพี่ซีวานไงครับ”  

 

 

LOADING 100 PER 

คุณพ่อทวงสัญญา ให้สัญญาอะไรไว้ต้องทำตามที่บอก 

เก็บเรื่องร้ายลงไปก่อน ถึงเวลาคนที่สองต้องมาหา 

คุณพ่อพร้อมมากแล้ว ถ้านานกว่านี้คุณแม่คงต้องเปิดฉาก 

ถึงเวลาทำน้องชายให้ซีวาน 

ตะวันตกดินแล้วนะ แดเนียล :)  

สกรีมลงแท็กหวีดความรุนแรงของเรื่องนี้ 

#ฉลามคลั่งรัก 

ความคิดเห็น