Avery Pie
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 18 : ขอคุณแม่อุ้มบ้างครับ

ชื่อตอน : ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 18 : ขอคุณแม่อุ้มบ้างครับ

คำค้น : ฉลามคลั่งรัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.5k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ส.ค. 2562 19:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 18 : ขอคุณแม่อุ้มบ้างครับ
แบบอักษร

ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 18 : ขอคุณแม่อุ้มบ้างครับ 

#ฉลามคลั่งรัก 

 

ผมบีบจมูกคนตัวโตด้วยความหมั่นไส้ พอเป็นเรื่องนี้ล่ะภูมิใจนำเสนอเชียวเจ้าปลาทูยักษ์ เล่นเอาดีแลนถึงกับย่นจมูก ก่อนจะเปลี่ยนมาหัวเราะใส่ ผมถอนหายใจอีกครั้งทำใจแล้วว่าคืนนี้คงได้นอนแค่กับเขาสองคน ปล่อยให้ดายได้เชยชมเจ้าตัวเล็กที่รอคอยมาตลอดแปดเดือนไป

 

พอคิดแล้วก็อดรู้สึกว่าเวลาเดินผ่านไปไวไม่ได้

 

เหมือนเพิ่งเมื่อวานเองที่ผมรู้ว่าตัวเองท้องน่ะ

 

ผมหอมแก้มดีแลนอีกครั้งแล้วล้มตัวลงนอนหนุนแขน ซุกหน้าตัวเองกับอกแกร่งให้เขามอบความอบอุ่นให้ ด้วยความที่ร่างกายยังไม่แข็งแรงเท่าไหร่ จึงไม่แปลกที่ผมจะหลับไวกว่าทุกวัน พรุ่งนี้โนเอลกับสตีฟจะมาหาด้วย เห็นเขาส่งข้อความมาบอกเมื่อเช้า

 

ตั้งแต่ที่ส่งโนเอลไปรับสตีฟออกมา ผมก็ยังไม่ได้เจอหน้าเขาแบบเต็มๆ เลยสักครั้ง หนำซ้ำยังรบกวนเขาให้หาที่พัก ที่นอน รวมถึงที่ทำงานให้สตีฟอีก

 

เหมือนจะได้เป็นไลฟ์การ์ดอยู่ที่ชายหาดแถวนี้นะ

 

“เอิ้ก~”

 

“เก่งมากครับ” ผมหอมหัวซีวานที่ตื่นมากินนมยามเช้าของวัน เท่าที่ผมอ่านมาดูเหมือนว่าเด็กเล็กแบบเขาจะนอนสิบห้าชั่วโมงต่อวัน มีตื่นมาเล่นบ้าง กินนมบ้างตามประสา อย่างเช้าวันนี้ที่เขาตื่นตอนเจ็ดโมงพอดีมาดื่มนมรอเวลา

 

ดีแลนกำลังทำอาหารเช้าให้ผมอยู่ ส่วนดาย...

 

“ดูสิคุณพ่อขี้เซามาแล้ว”

 

“แอะๆ” ซีวานทำมือขยำไปมาเมื่อเห็นคุณพ่อตัวโตเดินลงมาจากชั้นสอง ดายดูเพลียนิดหน่อยอาจเพราะเมื่อวานเล่นกับลูกจนเหนื่อยแล้วก็เอาแต่นอนมองลูก กว่าจะหลับ ผมกับน้องชายเขาก็ชิงหลับไปไหนต่อไหน ร่างสูงเดินมาหอมหัวผม จูบปากเล็กน้อยแล้วลามไปหอมหัวลูกชาย “แอ๊~”

 

“อรุณสวัสดิ์ซีวาน อรุณสวัสดิ์ทูนหัว”

 

“เช่นกันครับ” ผมยิ้มเกลี่ยแก้มคนตัวโตเบาๆ แล้วส่งลูกให้เขาอุ้มต่อ ดายประคองคอลูกด้วยความระมัดระวัง จับให้นอนซบบ่าขณะที่ตัวเองเปิดตู้เย็นหยิบนมออกมาเทใส่แก้ว ชะโงกหน้าดูอาหารเช้าที่ดีแลนทำ ก่อนจะหยิบจานมาเตรียมให้ “ดูคุณเหนื่อยๆ นะ เมื่อคืนนอนไม่ค่อยหลับหรือไง?”

 

“ไม่ได้นอนกอดคุณมันก็หลับยากเป็นธรรมดา”

 

“แล้วเมื่อคืนใครหนีไปนอนกับลูกล่ะครับ ผมไม่ได้ไล่คุณนะบอกก่อน” ผมเลิกคิ้วใส่ แกล้งกวนประสาทให้ดายพ่นลมหายใจที่ตัดสินใจพลาดไป “เห่อลูกจนไม่ดูตัวเองเลยครับคุณพ่อดาย”

 

“ให้ผมกับโซลเลี้ยงบ้างก็ได้ พี่กะจะให้ซีวานจำได้แค่พี่หรือไง ผมก็พ่อเขาเหมือนกัน” ดีแลนใช้ศอกกระทุ้งแขนคนพี่อย่างหยอกเย้า มีขมวดคิ้วบ้างให้ดายรู้ว่าเขาจะเอาลูกไปกกคนเดียวไม่ได้ “อีกอย่างลูกควรจะอยู่กับคุณแม่ให้มากๆ อย่าให้โซลอุ้มเขาเฉพาะตอนที่หิวนมสิ”

 

“ได้ทีล่ะทับถมไม่หยุดเลยนะ”

 

“ผมรอโอกาสนี้มานานแล้ว” น้องชายหลุดขำ ลูบหัวเจ้าตัวน้อยที่ซบบ่าพี่ชายอยู่เบาๆ ก่อนจะตักอาหารใส่จานให้ผม เลื่อนนมที่ดายเทให้มาตรงหน้าเคียงคู่กัน ผมตักแฮมเป็นชิ้นเล็กๆ จิ้มป้อนพวกเขาคนละชิ้นเป็นการแบ่งปัน พวกเขาน่ะไม่ค่อยชอบกินข้าวเช้า ชอบกินกลางวันทีเดียวมื้อใหญ่ ตอนเป็นฉลามก็ไม่ค่อยกินอะไร

 

วาฬตัวเดียวสามารถอยู่ได้เป็นอาทิตย์

 

“แล้วคุณให้นมลูกหรือยังโซล?”

 

“ให้แล้วครับ ไม่งั้นจะหลับปุ๋ยแบบนี้เหรอ”

 

“งั้นผมพาลูกไปเดินเล่นข้างนอกนะ”

 

“พาไปอาบน้ำดีกว่าครับ เดี๋ยวโนเอลกับสตีฟก็มาแล้ว” ผมบอกเขาเหล่มองเวลาพลางคำนวนว่าอีกนานแค่ไหน ด้วยความที่ทั้งสองคนมีงานต้องทำ เลยจะแวะแค่เอาของมาให้ มาทักทายแล้วก็ไป ไม่ได้อยู่นานชนิดที่จะได้กินอาหารร่วมกัน “ทาแป้งให้หอมๆ นะครับ พวกอาๆ เขาจะได้เอ็นดูกัน”

 

“ให้พวกเขาจับลูกจะดีเหรอโซล ซีวานไม่น่าจะชอบพวกเขา”

 

“ซีวานไม่ชอบหรือคุณพ่อไม่ชอบกันครับ?”

 

“ผม...”

 

“ลดความขี้หวงลงหน่อยครับ และเปิดใจให้กว้างด้วย” ดายนิ่งงันไปชั่วขณะ ดูรู้เลยว่ากำลังหาข้ออ้างมาตอบโต้ผม การที่ผมให้ลูกได้เจอผู้คนถึงจะแค่คนสองคนถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่จะทำให้เขาชินกับมนุษย์มากขึ้น ไม่ใช่ว่าไม่อยากพัฒนาการด้านฉลามหรอกนะ แต่เรื่องนั้นผมอยากให้พวกคุณพ่อสอนเขาตอนกลายเป็นฉลามได้แล้วต่างหาก

 

ตอนนี้เป็นมนุษย์ ผมก็จะเลี้ยงในแบบที่ตัวเองต้องการ

 

ซึ่งดายก็คัดค้านอะไรไม่ได้ด้วย

 

“เร็วครับ”

 

“ทำตาราชินีเร็วพี่ ไม่งั้นคืนนี้ออกไปนอนที่ทะเล ไม่ได้กกลูกนะ”

 

“เงียบไปเลย” ดีแลนหัวเราะ มองร่างสูงที่ยอมอุ้มลูกไปอาบน้ำตามที่ผมบอก ต้องคอยจับตาดูแล้วว่าถ้าโนเอลกับสตีฟมา อาการของคุณพ่อจะขนาดไหน ผมรีบกินมื้อเช้า ชวนดีแลนพูดคุยลากยาวมาถึงซีรีส์เรื่องใหม่ที่จะฉายวันนี้

 

ดูท่าคืนนี้ผมมีแววต้องนอนคนเดียวแล้วสิ ดีแลนเคยติดซีรีส์จนไม่ขึ้นมานอนมาแล้ว

 

ติ๊งหน่อง~

 

“มากันแล้ว”

 

“เดี๋ยวผมไปเปิดประตูให้” ผมพยักหน้าให้ร่างสูงหลังจากได้ยินเสียงกดออดหน้าประตูบ้าน ดีแลนเดินไปต้อนรับคนด้านนอกให้เข้ามา เสียงเอะอะดังมาแต่ไกล ดูเหมือนข้างนอกอากาศจะร้อนเกินไปพวกเขาถึงได้บน ผมลุกจากโซฟาตะโกนเรียกคนที่อยู่ชั้นบน

 

“ดาย พาลูกลงมาได้แล้ว สตีฟกับโนเอลมาแล้วนะครับ” ไม่มีการตอบรับคำพูดของผม ตั้งแต่บอกให้พาลูกไปอาบน้ำก็หายไปเป็นชั่วโมง ดีแลนขึ้นไปตามมาแล้วรอบนึง แต่ดายยังอาบน้ำให้ลูกไม่เสร็จ ผมก็ไม่ได้เอะใจอะไร คาดว่าที่ช้าเพราะคุณพ่อใช้เวลาทำใจนานอยู่

 

ทว่าจะทำใจนานเกินไปแล้ว ถ้าผมขึ้นไปดูแล้วพบว่าเขาพาลูกออกไปข้างนอกนะ...

 

คืนนี้ทะเลได้เทพเจ้าคืนแน่นอน

 

“ว่าไงคุณแม่”

 

“ไง” สะดุ้งเล็กน้อยตอนถูกทักรั้งให้หันกลับมายิ้มให้สองหนุ่ม ผมเดินไปกอดสตีฟด้วยความคิดถึง เราไม่ได้เจอกันเลยแม้ช่วงที่ผมท้องอยู่ เขาก็ไม่ได้ถูกพามา “ยินดีต้อนรับสู่ฝั่ง ขอโทษนะที่ผมไม่ได้ชวนคุณมาที่บ้านสักที”

 

“แค่ได้ยินว่าคุณสบายดี ผมก็หมดห่วงแล้วครับ” ผมยิ้มให้ผายมือไปทางโซฟา ให้พวกเขาไปนั่งพักกันหน่อย ส่วนตัวเองก็ไปยกน้ำส้มที่เพิ่งคั้นสดๆ มาให้ ผมลงมือทำเองเลยเนื่องจากให้ดีแลนทำไม่ไหว แค่ปอกเปลือกส้มก็ดูจะเป็นเรื่องใหญ่เกินไป

 

ยิ่งไปกว่านั้นเขาก็ไม่ใช่พวกมังสวิรัติ หรือชอบผักผลไม้ด้วยสิ

 

ทำตัวเป็นเด็กไปได้ คุณพ่อคนนี้

 

“ค่อยยังชั่ว ข้างนอกร้อนมากคุณรู้บ้างไหม”

 

“ตั้งแต่ฟื้นไข้ผมยังไม่ได้ออกไปข้างนอกเลยโนเอล” ผมตอบเทน้ำส้มเพิ่มให้หลังจากที่เขากระดกรวดเดียวหมด ดูท่าว่าข้างนอกจะร้อนจริงๆ ถึงได้กระหายขนาดนี้ ขณะเดียวกันก็ผงกหัวให้ดีแลนไปตามดายอีกที ถ้าเกิดคราวนี้คุณพ่อยังไม่ลงมา ผมจะขึ้นไปตามเองแล้ว “แล้วนี่พวกคุณเป็นไงกันบ้าง งานไปได้สวยไหมสตีฟ?”

 

“ก็โอเคดีนะครับคุณโซล แค่เฝ้าเด็ก ดูแลชายหาดแล้วก็ดูแลเรือในเครือของคุณโนเอลเขา”

 

“หวังว่าโนเอลจะไม่ได้ใช้งานคุณหนักนะ ถ้าเขาทำคุณบอกผมได้”

 

“คุณโนเอลดูแลผมดีมากเลยครับ ทำเอาผมเกรงใจไปหมด ตั้งแต่ที่เขาไปรับผมออกมาจากเกาะแล้ว”

 

“ถ้าผมดูแลคุณไม่ดี คนแถวนี้ก็จะโยนผมเข้าปากสามีเขาน่ะสิ”

 

“อะไร...”

 

“คุณไม่รู้หรอกว่าเจ้านายคุณคนนี้ ชอบกดขี่ผมเสมอ” ผมกลอกตาระคนส่ายหน้าให้กับการใส่ร้ายป้ายสีซึ่งๆ หน้า ถึงอย่างนั้นมันก็เรียกเสียงหัวเราะจากเราทั้งสามได้ดีเลยเชียว สตีฟเล่าเรื่องงานไลฟ์การ์ดของเขาว่าต้องคอยคุมคนไม่ให้ไปทางฉลาม ส่วนโนเอลก็เล่าให้ฟังว่าตั้งแต่ที่ดายกับดีแลนย้ายมาอยู่บนฝั่ง

 

ฉลามที่เคยวนเวียนอยู่แถวนี้กลับหายหน้าหายตาไปหมด นานๆ จะโผล่มาสักตัวสองตัว ผมเดาว่าคงมาจากอิทธิพลของสิ่งที่ใหญ่กว่า พวกตัวเล็กเลยไม่กล้าลุกล้ำอาณาเขต

 

“แล้วคุณล่ะเป็นไงบ้าง ได้ข่าวว่าเจ็บหนักเลยนี่”

 

“คุณต้องลองท้องเองสักครั้งแล้วจะเข้าใจหัวอกผมดี”

 

“ผมมีตำแหน่งพ่อทูนหัวแล้ว เพราะงั้นผมจะไม่เป็นเมียใคร” เขาทำมือกากบาทไม่ยอมรับสิ่งที่ผมพูดใส่ จะว่าไปแล้วโนเอลไม่คิดจะหาแฟนบ้างหรือไง เขาน่าจะหาคนรู้ใจหรือสร้างครอบครัวเป็นของตัวเองได้แล้ว “ว่าแต่ผมยังไม่เห็นสามีคนโตของคุณเลยตั้งแต่มา เขาไปไหนซะล่ะ ไม่อยู่บ้านเหรอ?”

 

“อยู่ข้างบนกับซีวานน่ะ”

 

“แล้วไม่คิดจะลงมาทักทาย?”

 

“เจอกันทีไหร่ผมก็เห็นคุณอกสั่นขวัญหายทุกที”

 

“ผมก็แค่อยากเห็นหน้าหลานว่าหน้าตาดีขนาดไหน”

 

“ถ้าถูกใจผมยกให้ได้”

 

“แต่ผมไม่อนุญาตนะโซล”  

 

เสียงทุ้มต่ำดังตามหลังขึ้นมาทันทีทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังไม่มีวี่แววว่าจะลงมาหา ผมเลื่อนสายตาไปมองคนตัวโตที่อุ้มลูกชายลงมา มีดีแลนเดินตามอยู่ข้างหลัง เจ้าตัวยิ้มแหยตอนได้ยินพี่ชายพูดแบบนั้น ยักไหล่เบาๆ เป็นเชิงให้ผมตามน้ำไปก่อนที่จะเจอฉลามองค์ลงตรงนี้

 

ร่างสูงเดินมายืนอยู่ข้างผม ประคองเจ้าตัวเล็กไว้แนบอกชนิดที่ว่าถ้ารวมร่างได้ก็คงทำ

 

“ผมพาลูกลงมาแล้วโซล”

 

“ยังคิดอยู่เลยว่าถ้าคุณไม่พาลงมา คืนนี้คงมีฉลามนอนนอกบ้าน”

 

“ซีวานหลับอยู่ ผมไม่อยากปลุกเขา”

 

“แต่ลูกตาแป๋วเลยนะ”

 

“แอะๆ” ซีวานตอบรับตอนผมชะโงกหน้าไปดูเจ้าตัวน้อย ก่อนจะสอดมือรับมาอุ้มแม้จะโดนยื้อไว้ชั่วขณะก็ตาม ตัวเล็กยิ้มกว้าง ดูชอบใจที่ได้อยู่ในมือผมบ้าง ส่งผลให้ผมต้องก้มไปหอมสักฟอดสองฟอดแล้วพาไปให้พวกอาๆ เขาได้เห็นหน้ากัน

 

ติดตรงที่พอจะเข้าใกล้สองหนุ่มที่มาหามากเกินไป คุณพ่อเขาก็รั้งเอวไว้

 

“เว้นระยะห่างนิดนึง”

 

“ขี้หวง” ต้องดุให้รู้ตัว ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้พาซีวานไปใกล้สองหนุ่มมากนัก ให้พวกเขาชะโงกหน้าเข้ามาดูกันเอง ฟังเสียงเจ้าตัวเล็กที่ร้องรับเป็นการทักทาย ดีแลนเดินมาโอบบ่าผมไว้ ใช้ร่างของผมในการสัมผัสลูกไปด้วยกัน ส่วนดายก็ตีหน้านิ่ง วางมาดที่ผมเห็นแล้วอยากจะดันให้เขาขึ้นไปพัก

 

โนเอลกับสตีฟแทบไม่กล้ามองหน้าลูกเราเลยด้วยซ้ำ คงกลัวโดนกินหัวแน่เลย

 

“อย่าทำหน้าดุสิครับคุณพ่อ นี่พ่อทูนหัวลูกเรานะ”

 

“หน้าของผมก็เป็นแบบนี้โซล ไม่ได้ทำหน้าดุอะไร”

 

“จะดีกว่าไหมถ้าคุณกับดีแลนจะไปเอาขนมที่ผมอบไว้ ถึงพวกเขาจะอยู่ไม่นาน แต่เราก็ควรจะต้อนรับแขกอย่างดี” เลิกคิ้วใส่ระคนระบายยิ้ม อันที่จริงนั่นคือการส่งซิกให้ดีแลนพาดายออกไปห่างๆ เจ้าตัวย่นคิ้วใส่ผม ผมจึงหันไปยิ้มให้ดีแลนเป็นเชิงบอกให้เขาทำตาม

 

ตอนแรกดีแลนดูจะไม่ค่อยเข้าใจที่ผมสื่อนะ ทว่าสักพักเขาก็เดินมาจับบ่าพี่ชาย

 

“ไปกันเถอะดาย ผมยังไม่อยากอดล่าโลมาเป็นอาทิตย์”

 

“แต่ซีวาน...”

 

“ซีวานโอเคดี เขาดูจะชอบบรรดาคุณอาด้วย” ผมแทรกขึ้นมาก่อน ประคองลูกน้อยให้ดูสองหนุ่มที่อยากเข้ามาดูใกล้ๆ จนเต็มแก่ ดายอึกอัก เขาดูอยากตอบโต้เสียดายที่ดีแลนดันหลังให้เดินไปซะก่อน ผมรอให้พวกเขาทั้งสองหายเข้าไปในครัว พลันถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่าย

 

“ดูท่าคุณพ่อจะหวงลูกเอาการ”

 

“วันนี้ผมเพิ่งได้อุ้มลูกเป็นครั้งที่สองเอง คุณคิดว่าหวงไหมล่ะ” ผมส่ายหน้าเบาๆ ใส่โนเอลที่แซวแบบนั้น ใครเห็นเป็นต้องรู้ว่าดายหวงลูกขนาดไหน นี่ขนาดลูกเราเป็นผู้ชายนะ ถึงจะเป็นคนแรกก็ไม่คิดว่าเขาจะหวงหนักขนาดนี้ ไม่อยากคิดเลยว่าถ้าเรามีลูกผู้หญิง...

 

บางทีเขาอาจจะล้อมรั้วแล้วกักตัวลูกเราไว้ในห้องทั้งวันทั้งคืน

 

“แต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ลูกคนแรกเป็นใครใครก็หวง” ผมให้กำลังใจตัวเองแบบนั้น อีกนัยคือทำให้สถานการณ์มันดีขึ้น “พวกคุณก็เข้ามาดูได้แล้วก่อนที่คุณพ่อเขาจะมาพาตัวกลับ มีเวลาดูแค่แปดวิเท่านั้นนะ”

 

“นี่ยิ่งกว่าบัตรจับมือพวกไอดอลซะอีก” ผมหลุดขำยังคงคิดเสมอว่าโนเอลเป็นคนที่สร้างเสียงหัวเราะให้กับครอบครัวเรามากที่สุด สองหนุ่มเดินเข้ามาดูซีวานที่ยื่นมือขยำไปมา ราวกับว่าขอให้เขาอุ้มยังไงยังงั้น เสียดายที่ผมไม่อนุญาตให้ได้ทำ

 

บอกตามตรงว่าผมโอเคกับการที่พวกเขาได้แค่มองลูกผมมากกว่า

 

คุณแม่หวงบ้างไม่ได้เหรอ

 

“โฮ้ หน้าเข้มเชียว” โนเอลว่า “ว่าแต่ได้หน้ามาจากใคร ทำไมแก้มยุ้ยขนาดนี้”

 

“เด็กขนาดนี้คงบอกยากว่าเหมือนใครมากกว่ากัน”

 

“ที่แน่ๆ ดวงตาของเขาเหมือนคุณเลยนะครับ”

 

“หืม?”

 

“เขาได้ดวงตาจากแม่มาเต็มๆ เลย” สตีฟมองซีวานสลับกับผม คำพูดของเขาพาให้ผมชะงักไปนิดหน่อย ตั้งแต่ฟื้นมาผมยังไม่มีโอกาสได้นั่งวิเคราะห์ว่าซีวานได้ส่วนไหนมาจากใคร อีกอย่างอย่างที่ผมบอกไป เขายังเด็กเกินไปที่จะมานั่งบอกได้ว่ารูปร่างหน้าตาเหมือนใครบ้าง

 

แต่การที่ถูกบอกว่าเขาได้ตาของผมมา ทำให้ผมอดก้มลงไปพินิจดูไม่ได้ เจ้าตัวน้อยทำตาโตให้ผมได้จ้องลึกแล้วกดจูบลงบนมือนุ่มที่ยกมือแตะปากผมไว้

 

ตาผมมันอ่อนโยนได้ขนาดนี้เชียวเหรอ?

 

“ก็ไม่รู้สิ อาจจะเหมือนดีแลนก็ได้” ถ่อมตัวทั้งที่เก็บรอยยิ้มดีใจไว้ไม่ได้ ตอนเด็กๆ ผมดีใจมากเวลาที่ถูกชมว่าได้ส่วนไหนจากพ่อแม่มาบ้าง มันเหมือนกับการให้กำลังใจว่าสักวันเราจะเก่งเหมือนคนที่มอบสิ่งเหล่านี้ให้ เวลาคนชมว่าหน้าผมเหมือนพ่อ ผมจะนึกถึงความฉลาด เข้มแข็ง คอยขับไล่ปัญหาออกไป ขณะเดียวกันเวลาชมว่าผมตาสวยเหมือนแม่...

 

ผมก็จะนึกถึงความอ่อนโยนที่ผมเคยได้ และพยายามทำตัวให้สมกับคำที่คนเคยชมไว้

 

ไม่คิดเลยว่าพอมาอยู่ในฐานะพ่อแม่คน แล้วมีคนมาชมลูกว่ามีอะไรเหมือนเรามันจะน่าดีใจขนาดนี้ ไม่แปลกใจแล้วสิว่าทำไมดายถึงยิ้มไม่หยุดตอนผมกับดีแลนชมว่าซีวานเหมือนเขา

 

มันเป็นความรู้สึกแบบนี้นี่เอง

 

“นี่อาโนเอลนะครับซีวาน เขาเป็นพ่อทูนหัวของลูกนะ”

 

“แอะๆ”

 

“ส่วนนี่อาสตีฟครับ เขาช่วยแม่ไว้เยอะเลย ลูกก็ต้องคอยช่วยเหลือเขาด้วยนะ”

 

“แอ๊~” ตัวน้อยส่งเสียงตอบรับ ดวงตาสีสวยกวาดมองสองหนุ่มที่โบกมือทักทายกันใหญ่ ถึงจะไม่ได้ร้องเสียงดังหรือปรบมือเหมือนเด็กทั่วไปเวลาดีใจ แต่เราต่างก็รับรู้ได้ว่าซีวานยินดีที่ได้เจอเขาทั้งสองคน ผมเล่าเรื่องตอนคลอดให้สตีฟกับโนเอลฟัง พวกเขาประหลาดใจที่รู้ว่าซีวานกลายร่างได้ตั้งแต่ยังอยู่ในท้อง

 

จะว่าเป็นพัฒนาการหรือเลือดมนุษย์มันเยอะกว่าก็ไม่รู้ ที่รู้คือการที่เขากลายร่างเป็นมนุษย์เพื่อให้ผมคลอดได้สะดวกเป็นอะไรที่ดีมาก เดาว่าเขาคงเป็นห่วงผม ไม่อยากให้ตัวเองเป็นภาระเพราะผมก็อุ้มท้องมาแปดเดือนกว่า

 

เขาเป็นเด็กที่น่ารักมาก เท่าที่ศึกษามาฉลามเป็นสัตว์ที่ฉลาด เคยมีคนเอาเนื้อเยื่อ เอาเลือดของฉลามไปสกัดเพื่อทำยา ทว่าด้วยอะไรหลายๆ อย่างมันยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่ สงสัยสติปัญญาของคนคงไม่สูงพอที่จะควบคุมยีนส์ของฉลามได้

 

ผมจึงมั่นใจว่าซีวานจะฉลาดกว่าเด็กทั่วไป วิวัฒนาการที่ก้าวล้ำตั้งแต่อยู่ในท้องเป็นตัวบ่งบอกแล้ว ต่อให้จะแค่สามสิบเปอร์เซ็นต์ก็ตาม เรายังไม่รู้ว่าโตขึ้นมา เขาจะเติบโตไปในทิศทางไหน เขามีทั้งเลือดฉลาม เลือดผมไหลเวียนอยู่ในกาย แต่ก่อนที่จะเติบโตเป็นคนในแบบที่เราหวังไว้...

 

ต้องผ่านด่านคุณพ่อไปให้ได้ก่อน

 

“แล้วคุณหมอติดต่อคุณมาบ้างไหมครับ?”

 

“ก็ติดต่อมาบ้าง ยังไงเขาก็ต้องดูแลผมจนกว่าจะหายดี” ผมตอบรับสตีฟ ส่งซีวานให้ดีแลนได้อุ้มต่อ พอได้ลูกไปอยู่ในมือก็พาเล่นพาซนให้ลูกหัวเราะยกใหญ่ ผมหลุดยิ้มเกือบลืมบทสนทนาที่คุยค้างไว้ ต่างจากดาย

 

“เบามือหน่อยสิ เดี๋ยวซีวานก็เวียนหัวพอดี”

 

“คืนนี้คุณต้องไล่พี่ไปนอนในทะเลแล้ว” ดีแลนกระซิบฟ้องผมที่โดนดายขัด แย่ตรงที่เจ้าตัวดันได้ยินสิ่งที่ไม่ได้ตั้งใจส่งผ่านเลยย่นคิ้วใส่ ดุน้องชายตัวเองที่ยิ้มแหยทำเป็นประคองลูกเอาหน้าไปก่อน ผมจับมือดาย บีบเบาๆ เป็นการปราม

 

“แล้วคุณล่ะได้เจอเขาบ้างไหม บ้านเขาอยู่ไม่ไกลจากที่นี่เท่าไหร่ โนเอลก็รู้ทาง”

 

“ผมเจอเขาครั้งล่าสุดที่โรงพยาบาล ดูเหมือนเขาจะกลับไปเป็นหมอที่นั่นแล้ว” พยักหน้ารับ ได้ยินผ่านๆ มาเหมือนกันว่าคุณหมอกลับไปทำงานที่นั่น แต่ตอนเจอกันผมก็ไม่ได้ถามแบบจริงจัง เขาเองก็ไม่ได้เล่าอะไรมากด้วย “เห็นคุณโนเอลบอกว่าเขาคอยดูแลเคสคุณให้ เป็นเพื่อนเก่าของคุณพ่อคุณโซลเหรอครับ?”

 

“ประมาณนั้น เขาเคยทำงานด้วยกัน แล้วก็เคยเจอสามีผมตอนยังเด็กอยู่ด้วย”

 

“อย่างนี้นี่เอง” สตีฟขานรับ เขาดูครุ่นคิดเป็นสิ่งที่ผิดสังเกต ทว่าผมหลีกเลี่ยงที่จะถาม ประจวบเหมาะที่ถึงเวลาที่พวกเขาต้องกลับไปทำงาน ผมจึงเดินออกไปส่งพวกเขาที่หน้าบ้าน “ขอบคุณสำหรับเบอร์ติดต่อจอร์แดนนะครับ แล้วก็ขอบคุณที่ให้คุณโนเอลไปพาผมออกมา”

 

“ผมไม่เคยผิดสัญญาหรอกนะ”

 

“เว้นกับผม” โนเอลกลอกตาแซะผมจนโดนตีไปหนึ่งทีด้วยความหมั่นไส้ “ดูสิว่าผมเป็นเบี้ยล่างคุณขนาดไหน นี่เพื่อนหรือคนใช้เนี่ย”

 

“เป็นแบบทรูอินวันไง เพื่อนสนิทที่ใช้งานได้”

 

“ไม่อยากรับรู้อะไรทั้งนั้น” เราหลุดหัวเราะให้กับเขา ก่อนที่โนเอลจะโบกมือลาเดินเอาของฝากไปเก็บที่รถก่อน ผมอบขนมไว้ให้เขากินระหว่างทำงาน ที่สตีฟก็มีเหมือนกัน แค่เขาดูเหมือนจะอยากคุยอะไรกับผมอีกหน่อย

 

“ดูคุณมีเรื่องในใจนะสตีฟ” เขาสะดุ้งพ่นลมหายใจช้าๆ คล้ายครุ่นคิด “พูดมาเถอะว่ามีเรื่องอะไรให้คิด บนฝั่งนี้ไม่มีเจ้านายหรือลูกน้องให้เกรงใจหรอกนะ”

 

“ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอกครับ ผมว่าตัวเองคงคิดมากไป” ผมย่นคิ้วใส่ สตีฟลูบท้ายทอยตัวเองเหมือนไม่แน่ใจในคำพูดนัก “ผมแค่เกิดเป็นห่วงเรื่องที่คุณหมอคอยจดรายละเอียดเรื่องคุณโซลกับลูกขึ้นมา กลัวว่าเขาจะทำเรื่องแปลกๆ อะไรทำนองนั้น”

 

“ทำไมคุณคิดแบบนั้นล่ะ?”

 

“เพราะเราเคยเจอเรื่องแบบนี้กัน”

 

“…”

 

“ผมไม่อยากให้ประวัติศาสตร์มันซ้ำรอยน่ะครับ”  

 

ไม่มีคำตอบในสิ่งที่พูดออกมา ผมทำเพียงแค่นิ่ง รับฟังความในใจของเขา ผมรู้ว่าเราต่างเจอเรื่องราวที่หนักหนาสาหัส มันจะเป็นแผลใจให้เขาคิดมากก็ไม่แปลก ซึ่งบอกตามตรงว่าผมเองก็มีจุดเล็กๆ จุดนึงเหมือนกันที่คิดแบบนั้น ติดเพียงแค่ว่าผมเลือกที่จะเก็บมันไว้ มองว่าเขาเองก็เป็นหนึ่งในผู้ลี้ภัย

 

ทว่าพอสตีฟมาพูดกระทบเข้าให้ มันดันขยายใหญ่ขึ้นมา

 

“แต่ผมอาจจะคิดมาก คุณโซลอย่าใส่ใจเลยครับ” สตีฟว่ากลับ โบกมือไปมาเป็นเชิงว่าอย่าใส่ใจในคำพูดเมื่อกี้นี้ “เอาเป็นว่าคุณโซลคลอดลูกออกมาแข็งแรงดีก็โอเคแล้วครับ ช่วงนี้ก็อย่าลืมดูแลสุขภาพมากๆ ผมจะหาเวลามาเยี่ยมบ่อยๆ”

 

“ได้สิ ผมจะดูแลตัวเองและครอบครัวผมให้ได้” ผมรับปาก “คุณเองก็ดูแลตัวเองดีๆ นะ ถ้ามีอะไรอยากให้ผมช่วยก็ติดต่อมาได้”

 

“แค่นี้ผมก็เป็นหนี้บุญคุณคุณโซลไปจนตาย”

 

“…”

 

“ขอบคุณนะครับที่เป็นเจ้านายที่แสนดีของผม” เป็นคำพูดเรียกรอยยิ้มที่พาให้ผมเข้าไปกอดสตีฟเป็นการตอบรับ เจ้าตัวชะงักไปเล็กน้อย ไม่นานก็กอดกลับตามประสา ผมลูบหลังเขาเบาๆ ปลอบโยนช่วงเวลาหนักหนาที่ผ่านมา รับรู้ได้เลยว่าเขาเป็นห่วงระคนดีใจที่เราได้พบหน้า หลังจากนี้คือการเริ่มต้นชีวิตใหม่ ผมหวังว่าเขาจะได้ใช้ชีวิตโดยไม่ต้องหวาดระแวงอะไร

 

ผมเองก็เช่นกัน

 

เราคุยกันอีกสองสามประโยค สตีฟก็ขอตัวไปทำงานต่อ ผมยืนส่งพวกเขาทั้งสอง รอจนรถลับสายตาถึงยอมเดินเข้ามาในบ้าน ระหว่างนั้นในหัวผมดันคิดเรื่องคุณหมอไปมา ใช่ว่าผมอยากจะไว้ใจเขาซะเมื่อไหร่ แค่ในตอนนั้นเขาเป็นคนเดียวที่ช่วยเราได้

 

อีกอย่างผมคงรอดตายมาไม่ได้ ถ้าไม่ได้ยาของเขาบำรุง ต่อให้ส่วนใหญ่ผมกับสามีทั้งสองจะเป็นคนจัดการเองก็ตาม ถือซะว่าผมช่วยเหลือเพื่อนคุณพ่อเป็นครั้งสุดท้ายก็แล้วกัน

 

ภาวนาขอให้มันไม่เลวร้ายอย่างที่สตีฟคิดไว้

 

“คุณแม่มาแล้ว”

 

“แอะๆ” เสียงเรียกของเจ้าตัวเล็กที่นอนอยู่บนโซฟาดังตามหลังดีแลนที่บอกตอนผมเข้ามาใกล้ ส่งผลให้ผมต้องรีบสลัดความคิดนั้นทิ้งไป ระบายยิ้มบางเข้ามาหอมหัวลูกชายที่เอื้อมมือมาหา ความนุ่มนิ่มของผิวเด็กมาพร้อมกับกลิ่นหอมที่ชวนอยากให้ฟัดแทบบ้า แต่ถ้าทำแบบนั้นมีหวังคุณพ่ออีกคนคงฆ่าผมทิ้งเป็นแน่

 

“เป็นไงบ้างตัวเล็กขอแม่ สนุกไหมที่ได้เจอคุณอา” ผมถามเขาฟังเสียงของเด็กทารกที่ยังพูดไม่รู้ประสา “พวกเขาน่ารักใช่ไหมครับ ถ้าไม่ได้พวกเขา เราจะไม่ได้เจอกันเลยนะ”

 

“พูดแบบนั้นเดี๋ยวลูกก็เข้าใจว่าคุณมีอะไรกับพวกเขาหรอก”

 

“พัฒนาการของเขาเป็นเลิศดีแลน ผมว่ามีแค่คุณนั่นแหละที่หึงออกนอกหน้าน่ะ”

 

“เมียผมทั้งคนนี่ครับ” ผมบีบจมูกคนขี้หึง พูดสองแง่สองง่ามนิดหน่อยมาทำเป็นคิดลึกไปได้ “แล้วคุณคุยอะไรกับพวกเขากัน เห็นหายไปนานจนผมจะเดินไปตามอยู่แล้ว”

 

“ไม่มีไรครับ ก็คุยกันไปเรื่อย ไม่ได้สำคัญอะไร”

 

“แต่เมื่อกี้ผมเห็นคุณทำหน้าไม่ค่อยดีเท่าไหร่”

 

“ดาย”

 

“มีอะไรในใจเหรอโซล” เสียงทุ้มต่ำรั้งให้ผมหันไปหาคนที่ยื่นแก้วชาร้อนๆ มาให้ ดวงตาของดายฉายความสงสัยขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยความระแคะระคายในสีหน้าที่ผมกลบเกลื่อนไม่ให้ใครได้เห็น เช่นเดียวกับตอนนี้ที่ผมทำเป็นยิ้ม รับชามาจิบหลีกเลี่ยงการพูดความจริง

 

เสียดายที่ร่างสูงเขาไม่ชอบการที่ผมอยู่นิ่ง เขาจึงทิ้งตัวลงนั่งด้านข้างให้ผมนั่งอยู่ตรงกลางระหว่างพวกเขาทั้งสองคน

 

เป็นการกดดันตามแบบฉบับคุณดาย อิลเดนสัน

 

“อย่าปิดบังพวกผม โซล”

 

“บางอย่างก็ไม่ต้องซีเรียสมากก็ได้ครับ ซีวานอยู่ตรงนี้นะ เราควรจะสนใจเขาสิ”

 

“สนใจแน่นอน แต่ต้องหลังจากคุณพูดความจริง”

 

“…”

 

“ซ่อนอะไรไว้ หืม?” ดายรู้เสมอว่าผมพ่ายแพ้น้ำเสียงแบบไหน มือหนาเกลี่ยเส้นผมที่ลงมาปรกหน้า ลูบหัวเบาๆ เป็นการคาดคั้นความในใจ ดีแลนก็น้อยหน้าที่ไหน เขาขยับเข้ามานอนตักผม ดึงมือผมไปหอมช้อนตามองรอฟังสิ่งที่ผมซ่อนไว้ พอโดนดักทั้งสองทางมีเหรอว่าผมจะใจแข็งได้

 

เลยก้มลงไปหอมเท้าลูกรอบนึงเป็นการขอกำลังใจแล้วค่อยพูดความจริง

 

“สตีฟเขาเป็นห่วง กลัวว่าหมอโทแวนจะทำเรื่องไม่ดีกับเราน่ะครับ” เสียงครางหืมดังมาจากเขาทั้งคู่ “เพราะคุณหมอคอยจดรายละเอียดเกี่ยวกับผม เป็นคนเดียวที่รู้เรื่องตอนผมท้องมากที่สุด สตีฟเลยกลัวว่าเขาอาจคิดขายข้อมูล เพราะเราเคยเจอคนทรยศมาก่อนแล้ว”

 

“แต่คุณหมอเขาก็จดรายละเอียดเป็นปกติไม่ใช่เหรอ ผมนึกว่าหมอทั่วไปก็ทำแบบนั้นซะอีก”

 

“ใช่ครับ ผมก็คิดแบบนั้น แต่พอสตีฟพูดก็เลยอดคิดไม่ได้” ผมตอบดาย พยายามฝืนยิ้มให้รู้ว่านี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่ “ถึงคุณหมอจะเป็นเพื่อนของคุณพ่อ แต่ก็ไม่มีอะไรรับประกันว่าเขาจะดีกับเราตลอดไป เขาทำวิจัยเรื่องลูกของเรา เก็บตัวอย่างเลือดทั้งของผมและของพวกคุณไป บอกตามตรงว่าผม...ไม่ค่อยไว้ใจเท่าไหร่”

 

“ให้พวกเราจัดการเลยไหมโซล” คำพูดนั้นทำผมชะงัก เลื่อนสายตาไปมองคนพี่ที่ฉายความจริงจังบนนัยน์ตาสวย มันแสดงให้เห็นถึงความจริงจัง เด็ดเดี่ยวปะปนไปกับความเลือดเย็นที่พาให้ผมส่ายหน้าเป็นการตอบ “ถ้าเขาทำเรื่องไม่ดี เราจะจัดการเขาทันทีไม่ให้เขาพูดเรื่องนี้กับใครได้”

 

“ใจเย็นก่อนดาย เรายังไม่รู้ว่าเขาจะใจร้ายกับเราจริงไหม”

 

“แต่เขาทำให้เราไม่ไว้ใจ”

 

“เราจะไม่ทำร้ายใครเพราะเราไม่ไว้ใจเขานะครับ” ผมปรามคุณพ่อให้รู้ว่าเราจะไม่พาตัวเองย้อนกลับไปยังอดีตที่ทิ้งไว้เบื้องหลัง ผมรู้ว่าเขาเป็นห่วงครอบครัว ยิ่งเรามีลูกเขาก็ยิ่งเพิ่มระดับความหวงเข้าไปใหญ่ แต่อย่างที่บอกไป เราจะไม่ทำร้ายใครเพียงเพราะลูกน้องเก่าของผมจุดประกายให้

 

ตราบใดที่คุณหมอยังไม่มีวี่แววว่าจะทำตัวไม่ดีใส่ เราควรมองว่าเขาเป็นคุณหมอที่ไว้ใจได้

 

“เราผ่านจุดที่เจ็บช้ำมาพอแล้ว ผมไม่อยากให้เราย้อนกลับไป เราสัญญากันแล้วว่าเราจะเลี้ยงลูกให้โตขึ้นมาอย่างดีไง”

 

“แต่ว่า...”

 

“และในการเติบโต ผมจะไม่ยอมให้เลือดของใครมาเปื้อนตัวลูกผม คุณเข้าใจคำนี้ไหมครับ” ผมสบตาเขาแสดงความแน่วแน่ให้ดายนิ่งงัน มือข้างนึงเลื่อนไปกุม บีบมือเขาเบาๆ ปลอบให้เขาใจเย็นลงกับสิ่งที่ร้อนรุ่มอยู่ นี่เป็นอีกสาเหตุที่ผมไม่อยากเล่าเรื่องแบบนี้ให้ฟัง ผมรู้ว่าสัญชาตญาณนักล่าจะเปลี่ยนพวกเขาให้กลายเป็นอสูรกายทั้งที่ความจริงพวกเขาก็แค่ผู้ชายธรรมดา

 

ผู้ชายธรรมดาที่ผมรักหมดหัวใจ

 

“อีกอย่างเขาก็ยังไม่มีพิรุธอะไร ถ้าเกิดเขาหักหลังพวกเราเมื่อไหร่...”

 

“ตอนนั้นอย่าห้ามพวกเรานะที่รัก” ดีแลนพูดความในใจแทนผม ยกยิ้มอ่อนโยนแม้คำพูดจะไม่อ่อนโยนเลยสักนิด “บางครั้งพวกเราต้องใจร้ายเพื่อให้เรามีชีวิตรอด บนโลกนี้ไม่มีที่ให้ผู้แพ้หรอกโซล เราต่างก็ต้องดิ้นรนกันทั้งนั้น”

 

“ผมรู้ แต่ซีวานยังเด็กอยู่ ผมไม่อยากให้เขาต้องมาเจ็บช้ำ”

 

“ก็ภาวนาขอให้คุณหมอไม่ทำตัวแย่ก็แล้วกัน”

 

“ดีแลน”

 

“ไม่งั้นผมกับดายจะลากมันลงทะเลไปเล่นกับวิญญาณ”  

 

LOADING 100 PER 

ขอคุณแม่อุ้มบ้างครับ คุณพ่ออุ้มตลอด ให้แม่ลูกได้ใช้เวลาด้วยกันบ้าง 

เห่อลูกไม่ว่าแต่ต้องมีเวลาแบ่งปันความรักให้คนอื่น 

ซีวานจะเติบโตขึ้นเป็นเด็กที่ดีอย่างที่ใฝ่หา แต่มีคนเดียวคงเหงาเป็นบ้า 

เพิ่มคนที่สองดีไหมล่ะ? 

เครื่องพร้อมแล้วด้วย :) 

สกรีมลงแท็กหวีดความรุนแรงของเรื่องนี้ 

#ฉลามคลั่งรัก 

ความคิดเห็น