Avery Pie
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 17 : ซีวาน

ชื่อตอน : ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 17 : ซีวาน

คำค้น : ฉลามคลั่งรัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 9k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ส.ค. 2562 19:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 17 : ซีวาน
แบบอักษร

ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 17 : ซีวาน 

#ฉลามคลั่งรัก 

 

ผมหลับไปเกือบสองวันด้วยความเหนื่อยอ่อน บอกเลยว่าตั้งแต่ใช้ชีวิตมาผมไม่เคยหมดแรงไปกับอะไรเท่ากับการคลอดลูกมาก่อน ครั้งหนึ่งเคยสงสัยว่าพวกผู้หญิงทำได้ยังไงที่ให้กำเนิดทารกสักคน ไม่รวมพวกที่ท้องแฝด พวกนั้นคงหนักกว่าหลายเท่า กระทั่งตัวเองมาคลอดเองเนี่ยแหละถึงเข้าใจ

 

มันเจ็บนะ เจ็บมากด้วย มากชนิดที่ว่าผมคงหาความเจ็บมากไปกว่านี้มาเทียบกันไม่ได้ เป็นสิ่งที่ต้องมาเจอกับตัวเองถึงจะรู้ว่ามันหนักหน่วงมากแค่ไหน ถึงอย่างนั้นมันก็เป็นความสุขที่หาจากไหนไม่ได้

 

เป็นความสุขที่อยากใช้ชีวิตต่อไปกับเจ้าของชีวิตใหม่ที่เราให้กำเนิดมา

 

“อรุณสวัสดิ์ซีวาน”

 

“แอะๆ” ผมอุ้มเจ้าตัวน้อยขึ้นมากอด ถึงตัวเองจะยังเดินไม่ค่อยคล่อง แต่จะให้นอนอยู่แต่ในห้องก็เป็นเรื่องที่น่าเบื่อเกินไป ซีวานเกิดมาได้สามวันแล้ว สองวันแรกคุณพ่อทั้งสองต้องเลี้ยงแทนผมที่สลบไสล ผมยังต้องกินยาบำรุงร่างกาย คุณหมอบอกว่าอาจจะใช้เวลาอีกสักอาทิตย์สองอาทิตย์ร่างกายถึงจะกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม

 

ระหว่างนี้ก็พยายามอย่าวิ่งหรือเดินเหินอะไรมาก แล้วก็ยังไม่อยากให้ลงน้ำ

 

เขากลัวว่าจะมีภาวะแทรกซ้อนขึ้นมา

 

“ได้คุยกันสักทีนะ” ผมกดจูบลงบนขมับของเจ้าตัวเล็ก เกลี่ยแก้มนิ่มๆ ที่กลิ่นเหมือนนมนิดหน่อย เขาว่ากันว่าเด็กทารกมักตัวหอม เป็นกลิ่นที่รู้เลยว่าเขายังเด็กมากแค่ไหน พาให้ผมยกยิ้ม ก้มลงหอมซ้ำๆ อุ้มเขาด้วยความระมัดระวัง มีโยกไปมาบ้างเป็นการกล่อม

 

ดวงตาสีสวยจับจ้องมาที่ผม ร้องเสียงแผ่วเบาราวกับเรียกให้สนใจกัน

 

“ดูเหมือนจะอารมณ์ดีนะ แล้วคุณพ่อหายไปไหนครับ” ถามเขาทั้งที่รู้ว่าไม่ได้คำตอบ แต่การได้ยินเสียงแอะๆ เหมือนพยายามสื่อสารเป็นสิ่งที่เรียกรอยยิ้มได้ดีที่สุดเลยก็ว่าได้

 

ขณะเดียวกันพอเห็นเขาแล้วผมอยากจะร้องไห้

 

ไม่อยากเชื่อเลยว่าผมจะทำได้

 

ผมได้ให้กำเนิดเขาจริงๆ  

 

ตุ้บ !

 

“หืม?” ผมครางในลำคอเมื่อได้ยินเสียงดังตุ้บมาจากชั้นล่างของบ้าน เสียงเหมือนอะไรตกสักอย่าง เล่นเอาขมวดคิ้วมุ่ยไปหมด สองตาชะโงกผ่านหน้าต่าง ดูว่าแถวสระน้ำมีใครหรือเปล่า ทว่าก็ไม่เห็นความเคลื่อนไหวอะไรทั้งนั้นเลยคิดว่าน่าจะมาจากห้องนั่งเล่นมากกว่า

 

ทำเอาผมนิ่งคิดไปอยู่นาน หันกลับมามองซีวานเป็นการขอความเห็น

 

“ลงไปดูกันไหมว่าเมื่อกี้เสียงอะไร”

 

“แอะ”

 

“ถ้าเห็นอะไรเคลื่อนไหว ต้องร้องดังๆ เลยนะ” ผมบอกเขา ทำหน้าจริงจังให้เขาเบิกตากว้างนิดหน่อย ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ให้กับความน่ารักนั่น กดจูบอีกครั้ง พยุงร่างตัวเองกับประคองร่างเขาลงไปข้างล่างด้วยกัน ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความบอบช้ำ ผมต้องคอยจับราวบันไดไปด้วยกันตัวเองลื่นไถล เสียงตุ้บๆ นั่นยังคงดังเรื่อยๆ รั้งให้เราสองแม่ลูกสนใจ

 

จนผมก้าวลงมาถึงบันไดขั้นสุดท้าย

 

“พี่ตอกตะปูผิด พี่ต้องตอกตรงนี้สิ ตรงนั้นต้องใช้น็อตยิง”

 

“นายวางใบขั้นตอนกลับหัวต่างหาก” ผมเลิกคิ้วใส่สองพี่น้องที่ง่วนอยู่กับข้าวของอะไรสักอย่างที่ทำอยู่ ดายชี้ไปที่กระดาษในมือของดีแลน พาให้น้องชายย่นคิ้วเป็นเชิงว่าเขาผิดตรงไหน ทั้งคู่มองหน้ากันหาว่าใครผิดใครถูกกับสิ่งที่ทำอยู่

 

เล่นเอาผมถึงกับต้องก้าวเข้าไปดู

 

“ทำอะไรกันอยู่เหรอครับ?”

 

“โซล!” พวกเขาสะดุ้ง ตกใจกับการปรากฏตัวของผม แน่นอนว่าเสียงเรียกที่ดังมีอิทธิพล ทำผมตื่นตระหนกจนใจสั่น ดีนะที่กอดลูกไว้แน่น ไม่งั้นผมอาจเผลอทำเขาร่วงก็เป็นได้ ดายเข้ามาประคองตัวผมไว้ ดีแลนก็รีบเข้ามาจับไหล่ กวาดตาสำรวจระคนตำหนิว่าผมลงมาข้างล่างทำไม “ที่รักลงมาทำไมไม่เรียกพวกผม ถ้าขาหมดแรงล้มลงขึ้นมาจะทำไง”

 

“ผมไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นดีแลน ผมเดินไหว”

 

“แต่ร่างกายคุณยังไม่แข็งแรงเลยนะ น่าจะนอนพักให้มากกว่านี้”

 

“ผมก็อยากนอนอยู่หรอก แต่พวกคุณทำเสียงดังผมเลยต้องลงมาดู”

 

“เรา...”

 

“แล้วนี่ทำอะไรกันอยู่ครับ ทำไมข้าวของรกแบบนี้เนี่ย” ผมย่นคิ้วดุให้กับสภาพบ้านที่ไม่เป็นระเบียบเลยสักนิด ข้าวของที่ซื้อมาหลายชิ้นตกอยู่ที่พื้นเต็มไปหมด บางอย่างผมก็ไม่เคยเห็น ไม่รู้ว่าของเล่นเด็กพวกนี้มาจากไหน จะเดินไปนั่งก็ต้องฝ่าของพวกนั้นเข้าไป

 

ผมเดาว่าตอนหลับอยู่พวกเขาอาจจะไปซื้อมาเพิ่มก็ได้

 

ไม่ก็โนเอลเป็นฝ่ายซื้อมาฝากแทน

 

“ว่าไงครับ” ผมหันไปถาม

 

“พวกเรากำลังทำเปลให้ลูกน่ะโซล ข้าวของมันก็เลยเยอะนิดหน่อย” ดีแลนยิ้มเจื่อน บีบนวดบ่าให้ผมใช้ขาเขี่ยของที่ตกอยู่เพื่อที่ผมจะได้เข้าไปนั่งบนโซฟาได้ ส่วนซีวาน ดายเข้ามารับลูกไปอุ้มก่อนที่ผมจะได้อนุญาตด้วยซ้ำ

 

ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่าเขาดูห่วงลูกมากกว่าห่วงผมอีก

 

อาการคนหวงลูกเหรอ?  

 

“ผมจำไม่เห็นได้ว่าคุณซื้อเปลมา”

 

“พวกเราเพิ่งออกไปซื้อน่ะ ดายเพิ่งคิดขึ้นได้เมื่อวานว่าพวกเราซื้อทุกอย่างยกเว้นเปลให้ลูกนอน”

 

“แล้วสองคืนที่ผ่านมาเขานอนยังไง?”

 

“นอนบนเตียงกับคุณ มีพวกผมนอนอยู่ที่พื้นข้างล่าง” ผมเลิกคิ้วใส่ “เราไม่อยากขึ้นไปนอนเบียดคุณน่ะ และซีวานดูอยากจะนอนใกล้คุณมากกว่า”

 

“เขาแทบไม่ร้องเลยตอนคุณหลับ” ดายเสริมทัพทิ้งตัวลงนั่งด้านข้างผมคนละฝั่งกับที่ดีแลนนั่งอยู่ ดวงตาของเขาอ่อนโยนยามมองลูก เจ้าตัวเล็กก็ส่งเสียงเล็กๆ ตอบกลับพ่อของเขาด้วยความน่าเอ็นดูที่เห็นแล้วอยากจะฟัดด้วยจมูกเป็นบ้า “ตอนหิวก็มีร้องบ้าง แต่เขาร้องเบามากเหมือนกลัวว่าคุณจะตื่นยังไงยังงั้น”

 

“เล่นเอาผมกับดายนี่ต้องผลัดกันเฝ้าทั้งคืน รอดูว่าเขาจะร้องตอนไหน”

 

“แล้วคุณให้เขากินอะไร” ผมถามด้วยความจริงจัง “อย่าบอกนะว่าเนื้อโลมา?”

 

“ที่รัก ฟันเขายังไม่ขึ้นเลย จะให้เขาเคี้ยวเนื้อได้ยังไง”

 

“ก็เผื่อคุณหาทางทำได้ ขนาดหลอกให้ผมกินโลมา พวกคุณยังทำมาแล้ว” ถอนหายใจไปทีบอกตามตรงว่าผมไม่ไว้ใจสองพี่น้องคู่นี้เลย ไม่รู้ว่าตอนผมหลับ พวกเขาทำอะไรลูกไปบ้าง ถ้าเกิดให้ของแปลกๆ ลูกกินขึ้นมาจะทำไง

 

ผมไม่น่าหลับไปนานเลย ดูสิ ก้าวตามหลังพวกเขาแล้ว ให้ตายเถอะ

 

“แต่คราวนี้เราไม่ได้หลอกนะที่รัก เราก็ชงนมผงให้กินแบบเด็กทั่วไปนั่นแหละ” ดีแลนรีบแย้งกลับ “แค่เขาดูจะไม่ชอบเท่าไหร่ เอาแต่นอนเฝ้าคุณ รอคุณตื่นจนผมกับพี่อดห่วงไม่ได้”

 

“ผมเดาว่าเขาอยากกินนมแม่มากกว่า”

 

“นมแม่เหรอ?” ผมทวนคำนั้น ชี้เข้าหาตัวเอง “หมายถึงนมผม?”

 

“ใช่” ดายตอบกลับ “เท่าที่ผมอ่านมา คุณแม่หลังคลอดจะมีน้ำนมให้ลูกได้กินเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายเด็ก”

 

“เรื่องนั้นผมรู้ดาย แต่ผมหมายถึงแม่แบบผมเนี่ยนะจะมีน้ำนม”

 

“คลอดลูกมาทั้งคน ถ้าไม่มีก็แปลกแล้วโซล” นิ่งงันไปเลยเมื่อเจอคำย้อน มันก็อาจจะจริงอย่างที่ดายพูด แค่ผมยังคงยึดติดกับเพศสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ เรื่องคลอดลูกนี่ผมตัดทิ้งไปแล้วเพราะมันเกิดขึ้นแล้วเมื่อสามวันที่ผ่านมา แต่เรื่องให้นมนี่สิที่ผมคิดว่ามันแปลก ผมว่าผู้ชายไม่น่ามีต่อมหรือฮอร์โมนที่สร้างน้ำนมแบบผู้หญิงได้

 

ยิ่งไปกว่านั้นผมก็มั่นใจว่าอกผมไม่ได้ใหญ่ขึ้น ลองจับดูแล้วก็แบนราบเหมือนเดิม

 

“ผมว่าผมไม่มีน้ำนมอยู่ในร่างนะ” ว่าพลางลูบอกตัวเองผ่านเสื้อ “ถ้ามีจริง อกผมน่าจะนูนขึ้นมาแล้วสิ”

 

“ลองเปิดดูก่อนไหมที่รัก เผื่อว่ามันต้องใช้การกระตุ้น”

 

“กระตุ้นแบบไหนกัน?”

 

“กระตุ้นแบบที่ให้คุณพ่อดูด ลองเปิดดูสิ เดี๋ยวผมสาธิตให้เอง”  

 

“ทะลึ่ง” ผมดุคนตัวโต อดตีแขนแกร่งไปหนึ่งทีไม่ได้ “คิดว่าผมรู้ไม่ทันหรือไง คุณคิดจะเอาเรื่องนี้มาหลอกทำเรื่องอย่างว่ากับผมใช่ไหม ผมเพิ่งฟื้นนะดีแลน”

 

“หยอกเล่นนิดเดียวเองที่รัก คุณหมอบอกแล้วว่าต้องรอให้คุณแข็งแรงดีก่อนถึงจะทำได้”

 

“ต่อให้ผมแข็งแรงดี ถ้าผมไม่อยากทำก็คือไม่”

 

“แต่คุณสัญญาแล้วว่าจะมีลูกคนที่สองให้ผมไง”

 

“มาท้องเองสิครับคุณพ่อ” เจ้าฉลามคนน้องยู่ปากใส่ผม มีพองลมในแก้มด้วยที่ถูกขัดใจ ผมเพิ่งจะฟื้นได้ไม่นานไม่ถึงห้าชั่วโมงด้วยซ้ำ เขาก็คิดจะมีลูกคนใหม่ คิดว่าผมเป็นเครื่องผลิตลูกหรือไง เดี๋ยวจะโดนไม่ใช่น้อยเลยพ่อคนนี้ “ส่วนเรื่องนมเนี่ย ถึงจะบอกว่าเป็นแม่ ผมก็ไม่คิดว่าตัวเองจะมีอยู่ดี”

 

“ลองดูก็ไม่เสียหายนะโซล ร่างกายคุณไม่เหมือนเดิมแล้วด้วย” ดายพูดอย่างใจเย็น โยกตัวเล็กน้อยกล่อมเด็กในวงแขนให้หลับใหล ซีวานมองเราตาแป๋ว รอยยิ้มเล็กๆ ปรากฏขึ้นพร้อมยื่นมือออกมา ทำเป็นขยำไปมาราวกับเสริมทัพสิ่งที่เพิ่งได้ยินไป

 

เล่นเอาผมถึงกับถอนหายใจค่อยๆ เลิกเสื้อตัวเองขึ้นจนถึงอก

 

“คุณขาวมากเลย”

 

“ห้ามแข็งเชียว” ผมปรามดีแลนที่เลียปากอย่างหื่นกระหาย เราไม่ได้ทำกันมานานมากแล้ว ตั้งแต่ช่วงที่ผมท้องเลยก็ว่าได้ มันไม่แปลกถ้าเขาจะตื่นตัวง่าย เพียงแค่นี่ไม่ใช่เวลาของเขา ดายเองก็เหมือนกัน พอเห็นผมเปิดเสื้อหน่อยก็กระตุกยิ้มหวาน ใช้สายตาโลมเลียร่างกายผมแทนมือหนา พาให้ผมต้องย่นคิ้วดุเขาทางสายตา “คุณก็เหมือนกัน”

 

“ผมจะพยายามห้ามตัวเอง” ส่ายหน้าไปทีตำหนิสองหนุ่ม ถึงอย่างนั้นก็ขยับตัวไปพิงอกของดีแลนไว้ รับลูกมาจัดอยู่ในท่าทางที่เขาจะดื่มนมได้

 

บอกตามตรงว่ามันเป็นอะไรที่ค่อนข้างน่าอาย หัวใจผมเต้นตึกตักตอนที่ซีวานใช้ปากเล็กๆ งับยอดอกผม มันก็ไม่เชิงเจ็บ แค่จั๊กจี้พิกล มีบ้างที่เขาใช้ปากดึงคาดว่าคงพยายามเค้นน้ำนมจากผม มือบางลูบหัวลูก ปลอบใจตัวเองแล้วแหละว่าไม่สามารถเลี้ยงลูกแบบคุณแม่ทั่วไปได้

 

ก็คุณแม่ทั่วไปเขาเป็นผู้หญิงกัน มีหน้าอกที่พร้อมสำหรับการให้นมบุตร ส่วนผมอกแบนราบ มีเพียงแค่ก้อนเนื้อในอกซ้ายเท่านั้นที่สิงสถิตอยู่ ส่วนอย่างอื่น เช่นน้ำนมอะไรนั่น...

 

“แอะๆ”

 

“พระเจ้า” ผมอ้าปากค้างหลังอุทานกับสิ่งที่ได้เห็น ซีวานผละหน้าตัวเองมาร้องแอะๆ เป็นสัญญาณบอกว่าเขามีความสุขแค่ไหน ผมเบิกตากว้างตกใจที่เห็นน้ำสีขาวเหลืองซึมอยู่ที่ปากของเจ้าตัวเล็ก ซีวานกลับไปดูดยอดอกผมอีกครั้ง ออกแรงดึงมีกัดบ้างตามประสา ทว่านั่นไม่ได้มีอิทธิพลเท่าการที่ผมมีน้ำนมไหลออกมา

 

ผมคิดว่านั่นคือสัญญาณ

 

สัญญาณของการ...

 

“คุณเป็นแม่เต็มตัวแล้ว” ดายว่าเสียงนุ่ม ระบายยิ้มบางเอ็นดูกับสิ่งที่เกิดขึ้น ผมพูดอะไรไม่ออกได้แต่ปล่อยให้ปลาทูน้อยดื่มนมอยู่อย่างนั้น ส่วนดีแลนเขาอุทานเบาๆ ก่อนจะเปลี่ยนมาหัวเราะด้วยความดีใจ ยื่นหน้ามาหอมแก้มซ้ำไปซ้ำมาเป็นรางวัล ผมเกือบจะร้องไห้ ดีที่ฮึดไว้ได้เลยหอมตอบเขา ดายโน้มตัวลงมาจูบปากผมเบาๆ

 

แล้วเลื่อนไปหอมหัวซีวานด้วยความรัก

 

“เก่งมากลูกพ่อ”  

 

นี่มันวิเศษที่สุดเลย

 

 

สองหนุ่มปล่อยผมให้นมลูกจนอิ่มหนำ เวลานั้นผมแทบลืมเรื่องวิธีการดูแลต่างๆ ดีหน่อยที่ดีแลนจำได้ว่าผมต้องปล่อยให้ลูกเรอตอนไหน ผมอุ้มเขาแนบอก ใช้คางเกยหัวเขาไว้เป็นการประคอง ตบหลังอีกฝ่ายเล็กน้อยเพื่อให้เจ้าตัวเล็กได้ปลดปล่อยลมจากตอนที่ดูดนมเข้าไปด้วย

 

“เอิ้ก~”

 

“ดีมาก” ผมชมเขาหอมแก้มเล็กพลางมองดูสองสามีประกอบเปลต่อ ท่าทางเก้ๆ กังๆ อ่านขั้นตอนทำแล้วยังผิดพลาด ทำให้ผมแอบคิดว่าคืนนี้ลูกคงต้องนอนเตียงเดียวกับผมไปก่อน ดูลักษณะแล้วเปลนี่คงไม่รอด ทำไมเขาถึงไม่ซื้อแบบประกอบเสร็จเรียบร้อยแล้วมาเลยนะ “ผมว่าถ้าพวกคุณทำไม่ได้ก็สั่งอันใหม่มาดีไหม เอาแบบที่ประกอบมาแล้วจะได้ไม่ลำบากเรา”

 

“นี่ก็ไม่ได้ลำบากนะที่รัก พวกเราแค่ต้องอ่านคู่มือให้ละเอียดกว่านี้”

 

“ผมเห็นพวกคุณทำมันมาหลายชั่วโมงแล้วดีแลน ถ้ายังเป็นแบบนี้อยู่คืนนี้ลูกคงไม่ได้นอน”

 

“ได้นอนแน่นอนที่รัก ผมกับดายจะทำให้เสร็จ ใช่ไหมพี่?”

 

“อืม” ดายพยักหน้าขานรับสั้นๆ ดูไม่น่าไว้วางใจนิดหน่อย ส่งผลให้ผมต้องพ่นลมหายใจทิ้ง ภาวนาขอให้พวกเขาทำได้จริงอย่างที่บอกไว้ ซีวานงัวเงียแล้ว เขากำลังจะหลับหลังจากได้ดื่มนมไป ผมประคองเขาไว้ โยกตัวไปมากล่อมให้ตัวน้อยเข้าสู่ความฝัน

 

คอยตักเตือนคุณพ่อว่าให้ลดเสียงลงหน่อยจะได้ไม่รบกวนเขา

 

ซีวานเปิดปากหาวเป็นภาพที่เห็นแล้วชวนขบขัน เจ้าปลาทูยังไม่มีฟัน แบบนี้เดี๋ยวคนเขาก็เข้าใจผิดหรอกคิดว่าไม่ใช่ฉลาม แต่ถ้าผมจำไม่ผิด ดายกับดีแลนกลายร่างได้ตอนสองขวบสินะ แสดงว่าเราต้องรอดูว่าอีกสองปีข้างหน้าซีวานจะเป็นฉลามได้ไหม

 

ทว่าเราต่างก็รู้แล้วว่าเขาเป็นได้

 

ผมยังจำวันที่อัลตราซาวน์แล้วเห็นฉลามอยู่ในท้องได้อยู่

 

“คุณพาลูกขึ้นไปนอนก่อนไหม เขาจะได้ไม่รำคาญที่พวกผมเสียงดัง”

 

“ผมคิดว่าเขาน่าจะชอบอยู่กับพวกคุณนะครับ”

 

“…”

 

“เขาดูหลับสบายมากเลย” สองพี่น้องชะโงกหน้ามามองลูก ซีวานหลับปุ๋ยเป็นเทวดาตัวน้อยๆ ของเราทั้งสาม ผมไม่อาจบอกได้ว่าเขาเหมือนใครในสองพี่น้อง ต้องรอดูตอนเขาโตกว่านี่ แต่สิ่งที่ผมฟันธงได้เลยคือในร่างกายนี้ เขามีเลือดของพวกเราทุกคน

 

ไม่ใช่แค่ใครสองคน เขาคือโซ่ทองคล้องใจที่รวมให้พวกเรากลายเป็นหนึ่งเดียว

 

“เขาเหมือนคุณนะ”

 

“ผมเหรอ?” ผมเลิกคิ้วใส่ดายที่พูดแบบนั้น จังหวะเดียวกันก็ค่อยๆ ตอกประตูเข้ากับเปลที่ทำอยู่ “ทำไมคิดงั้นล่ะครับ?”

 

“ความรู้สึกน่ะ เขาดูอ่อนโยนเหมือนคุณ”

 

“...”

 

“และเขาก็เป็นห่วงคุณมากเลย”

 

“อันนี้ผมเห็นด้วย” ดีแลนเสริมทัพพี่ชาย เดินไปหยิบไม้สำหรับประกอบเปลมาถือไว้ มองมันตามรูปในใบขั้นตอน พึมพำบ่นเล็กน้อยที่ไม่สามารถทำมันเสร็จได้สักที “แต่ว่ากันจริงๆ ผมว่าเขาก็เหมือนพี่นะดาย”

 

“ตรงไหน?”

 

“ตรงที่ไม่ค่อยร้อง ไม่ค่อยพูดไง แล้วก็ตรงที่ห่วงใยโซลด้วย ผมว่าเขาน่ะโคตรเหมือนพี่เลย” ดายนิ่งคิดไปสักพักเช่นเดียวกับผมที่พยักหน้าเห็นด้วยกับดีแลน เรื่องอ่อนโยนอาจได้ผม แต่บอกตามตรงผมว่าเขาคล้ายดายมากกว่า อาจจะยังยืนยันได้ไม่เต็มร้อย เป็นเพียงความรู้สึกที่ไม่มีหลักฐาน

 

ถึงอย่างนั้นผมก็มีดีแลนเป็นผู้ร่วมขบวนการ ส่วนคุณพ่อน่ะเหรอ...

 

ยิ้มหวานพลางส่ายหน้าไปมาราวกับถ่อมตัว

 

“เขากำลังดีใจล่ะ”

 

“รีบทำเปลต่อเลย” น้องชายหยอกเย้ากับคนพี่ ไม่บ่อยนักที่ดายจะแสดงด้านที่มีความสุขขนาดนี้ออกมา ดูเขาจะชอบที่เราชมว่าซีวานเหมือนกับเขานะ ผมเห็นมันได้จากแววตาสีนิลคู่นั้นที่อ่อนโยนกับผมเสมอ ผมหลุดขำดูท่าเจ้าลูกคนนี้คงโดนดายขโมยไปจากอ้อมอก เนื่องจากคุณพ่อชอบแวะเวียนมาอุ้มลูก บางทีก็พาไปเดินเล่น พาไปริมทะเลซึมซับบรรยากาศชนิดที่ผมต้องให้ดีแลนไปตามกลับ

 

หนำซ้ำยังรับหน้าที่เปลี่ยนแพมเพิสเปลี่ยนกางเกง พาไปอาบน้ำทาแป้งจนตัวหอม ไหนจะเปิดเพลงให้ฟัง เอาตุ๊กตาปลานีโม่มาสวมมือ คุยเล่นกับลูกชายเขา เรียกว่าทำทุกหน้าที่จนผมแทบไม่ได้อุ้มลูกเลยด้วยซ้ำ เว้นตอนให้นมที่ดายต้องพามารับสารอาหาร

 

จากนั้นเขาก็จะพาซีวานไปเล่นต่อโดยเฉพาะตอนนอน...

 

“ลูกช้ำในหมดแล้วครับคุณพ่อ” เจ้าตัวสะดุ้งที่ถูกผมทักท้วงหลังจากปล่อยเขาอุ้มซีวานมาทั้งวัน เปลเสร็จทันเวลาเพราะผมลงมาช่วยทำ ร่างสูงคนน้องเลยยกขึ้นมาบนห้องของเรา ลุกจะได้นอนในนั้น ส่วนพวกเขาจะได้ขึ้นมานอนกับผมสักที

 

ติดแค่ว่าแม้จะอาบน้ำและซีวานง่วงแค่ไหน ดายก็ยังไม่อยากวางเขาลงเลยสักนิด วันนี้ผมได้อุ้มเขาอยู่แค่ครั้งสองครั้งไม่ต่างจากดีแลนที่จ้องจะหาโอกาสอุ้มลูกคนแรกของเราเหมือนกัน เสียดายตรงที่พี่ชายเขาเห่อลูกหนัก

 

แอบเห็นนะว่าเอาโทรศัพท์ถ่ายรูปลูกไว้เต็มเลย

 

ทีตอนให้ถ่ายรูปคู่ล่ะแทบไม่อยากทำ

 

“ให้เขานอนเถอะครับ พรุ่งนี้ค่อยตื่นมาเล่นกับเขาก็ได้”

 

“ผมกำลังกล่อมเขาอยู่”

 

“เขาหลับตั้งแต่คุณอุ้มเขาขึ้นมาจากข้างล่างแล้ว” ดายชะงักหาข้อแก้ตัวไม่ถูกที่โดนผมดักคอ ใจจริงก็อยากให้คุณพ่อเขาได้เล่นอยู่ต่อหรอกนะ ถ้าไม่ติดว่าเวลานี้ลูกต้องนอนพัก เขาเด็กเกินกว่าที่จะอดนอนทั้งวันเพื่อเล่นกับพ่อได้ อีกอย่างดายน่ะเห่อลูกเกินไปแล้ว ไม่คิดจะสนใจผมหรือน้องชายบ้างหรือไง

 

เล่นเอาต้องเลิกคิ้วใส่ ตบที่นอนด้านข้างเป็นเชิงบอกให้เขาขึ้นมานอนด้วยกัน ดีแลนเองก็ผงกหัวให้พี่ชายตามใจผมซะ

 

ซึ่งเขาก็เดินมา...

 

เดินมาหยิบหมอนแล้วบอกผมว่า

 

“คุณนอนกับดีแลนไปเลยนะ เดี๋ยวผมนอนเป็นเพื่อนลูกเอง”  

 

“อะไรนะ” ผมอ้าปากค้าง ตกใจกับสิ่งที่ได้ยินจากปากของร่างสูง ดายยีหัวผม หอมแก้มหนึ่งทีเป็นการบอกราตรีสวัสดิ์ จากนั้นก็เดินไปวางหมอนลงข้างเปลซีวานที่หลับอยู่ ล้มตัวลงนอนข้างลูกปล่อยผมให้นั่งกะพริบตาปริบๆ มองคุณพ่อเห่อลูกอย่างออกนอกหน้า “เอาจริงดิ จะเห่อลูกขนาดนี้เลยเหรอ?”

 

“ลูกคนแรกก็แบบนี้แหละโซล ดายอดทนมาตั้งนานจะเห่อหนักก็ไม่แปลก”

 

“ก็ใช่ แต่นี่เวลานอนของพวกเรานะดีแลน”

 

“เขาก็ยังอยู่ในห้องนะ” เจ้าตัวแก้ต่างให้พี่ชายที่มีความสุขกับการได้สอดนิ้วให้ลูกได้จับเรียวนิ้วของตัวเองไว้ ถึงจะนอนหันหลังให้ผม ผมก็มั่นใจว่าอีกคนจะต้องมีความสุขกับการกระทำของลูกชายของเราเป็นแน่ เผลอๆ คืนนี้เขาอาจไม่หลับ เอาแต่นอนมองจนรุ่งสาง

 

ผมถอนหายใจใส่ ส่ายหัวไปมากับความคิดนั้น ผมไม่ว่าที่เขาเห่อลูกนะ แค่คิดว่าเราควรใช้เวลาด้วยกันบ้าง

 

อีกอย่างเขาเองก็ดูแลเจ้าตัวเล็กมาทั้งวันแล้ว ควรมานอนพักดีๆ ให้พรุ่งนี้มีแรงสู้ต่อไม่ใช่หรือไง

 

“ผมกลายเป็นหมาหัวเน่าแล้วสิ”

 

“หัวยังหอมอยู่เลยครับที่รัก” ดีแลนหอมหัวผมแกล้งสูดดมดังๆ ชวนขบขัน ก่อนจะรั้งผมให้เอนตัวไปซบบ่า ผมพาดแขนกับเอวเขา มองดูคุณพ่ออีกคนที่มีความสุขมาก ผมรู้ว่าดายน่ะอดทนรอเจอซีวานมานานแค่ไหน คอยประคบประงมเอาใจตัวน้อยตั้งแต่อยู่ในครรภ์

 

พอคลอดออกมาก็ไม่แปลกที่เขาจะอยากใช้เวลาอยู่ด้วยกัน

 

“เหมือนเห็นตัวเองตอนเด็กเลย”

 

“หืม?” ผมเลิกคิ้วใส่คนที่นอนอยู่ด้านข้าง ดีแลนลูบหัวผมไปมาขณะจับจ้องพี่ชายไม่ยอมหยุด รอยยิ้มละมุนปรากฏบนใบหน้า ความอ่อนโยนเด่นชัดอยู่ในดวงตาแสดงให้เห็นว่าเขากำลังคิดถึงความสุขในวันวาน “ทำไมเหรอครับ?”

 

“จำได้ไหมที่ผมบอกว่าดายชอบมาแอบดูตอนผมหลับ”

 

“…”

 

“ตอนนั้นเขาก็สภาพแบบนี้แหละ นอนอยู่ข้างๆ นอนมองหน้าผมจนหลับไป” ผมครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ ไม่นานก็นึกออกว่าเขาเคยเล่าให้ฟังเมื่อหลายเดือนก่อน ดีแลนหัวเราะทั้งที่ก่อนหน้านี้บอกว่าดายน่ากลัวที่เอาแต่จ้องเขา ทว่าพอได้เห็นพี่ชายในมุมที่ต่างออกไป

 

ผมกลับพบความอบอุ่นแต่งแต้มอยู่ในดวงตา

 

“เป็นวิธีแสดงความรักในแบบเขา ไม่พูด ไม่หัวเราะ แค่จ้องแล้วหลับไปด้วยกัน บางครั้งก็ฟังผมเล่าเรื่องที่เจอมา ผมรู้ว่าเขาคงรำคาญ แต่ดายก็อยู่ฟังจนผมเล่าจบตลอด ผมยังจำวันที่เขาถือหมอนมานอนฟังผมได้ ตอนนั้นแม่แยกให้เราอยู่คนละห้อง บอกว่าเราโตแล้วควรจะมีห้องเป็นของตัวเอง”

 

ผมขยับตัวตั้งใจฟังเขามากขึ้น ไม่บ่อยเลยที่จะได้ยินเรื่องเล่าแบบนี้ออกมาจากปากเขา

 

ดีแลนเกลี่ยเส้นผมที่ลงมาปรกหน้าให้ผม กดจูบลงมาบนหน้าผาก ไล่ลงมาที่ริมฝีปากเบาๆ คล้ายบอกความนัยผ่านการกระทำ เสียงริมฝีปากที่บดเบียดเข้าหากันดังอยู่ในหัวผม ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ได้ดังเท่าเสียงที่เปล่งออกมาจากริมฝีปาก

 

“แต่เราก็อยู่ด้วยกันเสมอ เขาเป็นพี่ชายที่...ดื้อเงียบที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมา”

 

“แล้วกับดีวานเขาเป็นอย่างนี้ไหม?”

 

“พวกเขาไม่ค่อยลงรอยกันเท่าไหร่”

 

“…”

 

“บางครั้งผมก็คิดว่าที่ดายทำดีกับผม เพราะอยากชดใช้สิ่งที่ทำพลาดกับดีวานไป” เขาหลุบตาต่ำ ผ่อนลมหายใจช้าๆ ขับไล่ความอึดอัดข้างใน “แต่ก็ไม่ใช่ เขาดูแลผมในฐานะน้องชาย ดูแลพวกเราในฐานะครอบครัว”

 

“แล้วคุณกับดีวานเป็นไง?”

 

“คุณไม่อยากรู้หรอก” เขากลอกตาไปมาเป็นสัญญาณของการไม่อยากพูด แต่ด้วยความที่นานๆ เราจะเปิดใจคุยกัน ผมเลยเท้าคางออดอ้อนให้เขาเล่า มีจูบปากเล็กน้อยให้เขาปล่อยความลับที่อยู่ในใจออกมา เจ้าตัวเลยบีบจมูกผม มันเขี้ยวกับการกระทำที่ไม่ได้ทำกันมาตั้งนาน

 

ใช่ ตอนท้องเราแทบไม่ได้สวีทหวานอะไรกันเลย

 

“ดีวานเป็นพวก...ไม่เอาพี่น้อง” ในที่สุดเขาก็ยอมพูดออกมา “ทั้งใจร้าย ชอบตะคอก เขาต่างจากดายหลายขุมทั้งเรื่องของร่างกายที่เป็นมนุษย์และนิสัยที่ผมไม่เคยอยากเอาตัวเองไปยุ่งด้วย”

 

“แย่ขนาดนั้นเลยเหรอ?” ดีแลนยิ้มแหย เบาเสียงลงเนื่องจากดายดูใกล้จะเคลิ้มหลับแล้ว สังเกตได้จากการที่เขาเบียดแก้มลงกับหมอนแม้จะยังมือลูกไว้ แผ่นหลังขยับตามแรงหายใจ อีกไม่นานคงเข้าใกล้ห้วงนิทรา น้องชายดึงผ้าห่มมา

 

“ดีวานอิจฉาที่เราเป็นฉลามได้ เขาอิจฉาดาย มองว่าการเป็นมนุษย์เป็นเรื่องที่อ่อนแอ” ว่าพร้อมดึงผ้าห่มมาคลุมตัวผมจนมิดอก ทำให้แน่ใจว่าคืนนี้ผมจะไม่หนาวต่อให้จะกอดเขาไว้แน่น ผมรับรู้ได้ถึงความเหนื่อยหน่ายในน้ำเสียง ดูเหมือนในอดีตที่ผมไม่เคยรู้จะยังมีหลายสิ่งที่ซ่อนอยู่อีกเยอะ “ถึงอย่างนั้นเขาก็มีสัญชาตญาณแบบฉลาม มีความอยากท้าประลอง มีความอยากเอาชนะ”

 

“นั่นเลยทำให้ดาย...ทำแบบนั้นกับเขาสินะ”

 

“ดายไม่ได้ตั้งใจหรอกที่รัก”

 

“…”

 

“เขายังคงเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นจนถึงตอนนี้” นั่นเป็นสิ่งที่เราต่างก็รู้ดี และเป็นสาเหตุว่าทำไมดายถึงไม่ชอบพูดเรื่องในอดีตมากนัก เว้นเรื่องของแม่ดีแลนกับพ่อของเขา ส่วนเรื่องของดีวานผมรู้แค่ว่าเขาถูกร่างสูงฆ่าตายด้วยสัญชาตญาณ

 

ความดุดันของฉลามเป็นสิ่งที่น่ากลัวมาก ช่วงที่ท้องผมก็แอบคิดเรื่องนี้เหมือนกัน

 

“คุณว่าถ้าเรามีลูกอีกคน ซีวานจะเป็นแบบนั้นไหม”

 

“ไม่มีทางที่รัก ผมกับดายยังไม่ฆ่ากันเลยเห็นไหม” ร่างสูงส่งยิ้มให้ “ผมเชื่อว่าซีวานจะต้องรักน้องตัวเองยิ่งกว่าที่ดายรัก ผมเห็นดายอยู่ในตัวเขา”

 

“นี่ไม่ใช่พรีเซนเพื่อให้ตัวเองได้ลูกอีกคนหรอกใช่ไหม?”

 

“ผมพูดตามความจริงต่างหาก อีกอย่างเราตกลงกันแล้วว่าคุณจะมีลูกคนที่สองให้ผมไง”

 

“คุณคิดว่าผมจะท้องอีกรอบจริงเหรอ?”

 

“ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นได้เสมอครับ :) ”  

 

LOADING 100 PER 

อรุณสวัสดิ์ซีวาน ต้อนรับอรุณเจ็ดโมงเช้า ขอให้วันนี้เป็นวันที่ดี 

ปลาทูน้อยลืมตาดูโลก เป็นโซ่ทองคล้องใจที่ใฝ่หา 

ในที่สุดหนึ่งความรักก็ร้อยเกี่ยวกันตามโชคชะตา 

ถึงเวลาเลี้ยงลูกแล้วนะ พ่อฉลามคนเก่ง :) 

สกรีมลงแท็กหวีดความรุนแรงของเรื่องนี้ 

#ฉลามคลั่งรัก 

ความคิดเห็น