จันทร์อรุณ ณรัช

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

แม่หมอ..ตอน...คุณหนูบ้านไร่(3)

ชื่อตอน : แม่หมอ..ตอน...คุณหนูบ้านไร่(3)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ลึกลับ,สืบสวน สอบสวน

คนเข้าชมทั้งหมด : 149

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ส.ค. 2562 19:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
แม่หมอ..ตอน...คุณหนูบ้านไร่(3)
แบบอักษร

 

 

 

 

แม่หมอหงส์เหลือบเห็นใบหน้าที่มีดวงตาแป๋วของใบตองในระหว่างที่ตรวจตรารถอีโคคาร์ของนิภัสซึ่งเจ้าของรถเป็นศพอยู่ที่นี่.. 

 

ใบตองยิ้มให้..แต่ก็ทำทีเป็นเหมือนคนสนใจการทำงานของตำรวจคนอื่น ๆ.. 

 

แม่หมอหงส์ยิ้มที่มุมปาก..อดพูดไม่ได้.. 

 

“..ไม่คิดนะว่าจะเจอเธอที่นี่..” 

 

สารวัตรนทีธรดูจะแปลกใจ.. 

 

“..แม่หมอครับ..”เขาจำได้ว่า ..ใบตองเป็นคนที่เบรคเขาในข้อสรุปบางประการ..ก็เลยไม่ค่อยชอบหน้า.. 

 

ใบตองยังคงทำทีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น.. 

 

แม่หมอเหมือนจะรู้ใจ..แต่ก็มองมือที่มีเพียงสี่นิ้วของใบตอง..เพราะเป็นครั้งแรกที่เห็นสภาพที่ใบตองเสียนิ้วกลางไป.. 

 

ใบตองยิ้ม..ชูมือที่มีสี่นิ้วให้ดู.. 

 

“..อุบัติเหตุค่ะแม่หมอ..” 

 

แม่หมอหงส์พยักหน้า.. 

 

“..ฉันก็คิดว่าอย่างนั้นนะใบตอง..ว่าแต่..”แม่หมอเหมือนกลอกตาแปลว่า..ในใจก็มีอะไรชวนครุ่นคิดเหมือนกัน.. 

 

“..เธอคิดดีแล้วหรือ..” 

 

คำถามที่แม่หมอถาม..ชวนให้คนฟังประหลาดใจเหมือนกัน.. 

 

ใบตองหน้าเปลี่ยนเล็กน้อย.. 

 

“..แม่หมอหมายถึงอะไรคะ..” 

 

“..ตอนนี้เธอไม่เหมือนเดิมนะใบตอง..”แม่หมอหัวเราะ.. “..นี่เป็นสนามของฉันไม่ใช่ของเธอ.” 

 

ใบตองฝืนยิ้ม..คำพูดของแม่หมอทำให้เธอทราบว่า..แม่หมอรู้ว่าเธอจะทำอะไร.. 

 

และพูดเหมือนกับว่า..เธอไม่ควรจะมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้.. 

 

“..บางเรื่องบางราว..หากจะสรุปเอาง่าย ๆ บางทีมันจะมีปัญหามากกว่าอย่างอื่นนะคะแม่หมอ..”ใบตองพยายามนิ่งสู้.. 

 

แม่หมอหัวเราะ.. 

 

“..ก็คิดแบบนั้น..แต่เรื่องที่สำคัญกว่า..คือความถูกต้องและแตกฉานต่างหากล่ะ..” 

 

พูดอะไรอีก..สารวัตรเหมือนไม่เข้าใจ..ได้แต่มองกลับไปกลับมา.. 

 

“..เหมือนคุณสองคนจะรู้อะไรดี ๆ ..”สารวัตรนทีธรขมวดคิ้ว.. “..ผมตามไม่ทันเลยนะครับ..” 

 

“..จริง ๆ เราก็รู้เท่า ๆ กันนะคะ..”แม่หมอหัวเราะ.. “..ตอนนี้..คุณทำตามที่เราวางแผนกันเถอะค่ะสารวัตร..” 

 

แผนหรือ.. 

 

การหาว่า..นิภัสมีคนรักเป็นใคร..และมีพี่น้องหรือไม่.. 

 

แม่หมอนิ่งคิด.. 

 

“..แต่เท่าที่สารวัตรเล่าให้ฟัง..คุณมิ้งผู้จัดละครคุณหนูบ้านไร่..หลุดความลับออกมาเมื่อพบศพของคุณนิภัสว่า..เป็นลูกของเธอ..ตรงนี้เป็นที่รู้กัน..การสอบสวนคุณมิ้งจึงสำคัญมาก ๆ เหมือนกัน..ซึ่ง..สารวัตรต้องออกหน้าสักหน่อยเพราะท่าทางเธอจะไม่ยอมให้ข้อมูลกับผู้ที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่..” 

 

สารวัตรนทีธรขมวดคิ้ว.. 

 

“..เอ๋..”สารวัตรคราง.. 

 

“..และพยายามหาตัวครูจิ๋วที่หายไปด้วยนะคะ..” 

 

“..เราไม่รู้จะตามครูจิ๋วที่ไหน..” 

 

“...ไม่ลองตามหาตามโรงพยาบาลดูล่ะคะ..” 

 

“..เอ๋..โรงพยาบาล..”สารวัตรขมวดคิ้ว.. “..ครูจิ๋วบาดเจ็บหรืออะไรครับ..” 

 

“..สารวัตรควรจะลองตามดูก่อนค่ะ..”แม่หมอหงส์นิ่งคิด.. “..ถ้าสารวัตรอนุญาตให้ดิฉันสอบปากคำคุณมิ้งได้เต็มที่..ต้องไปจัดการเรื่องเปิดใจเธอก่อนนะคะ..ขอดิฉันตรวจดูที่เกิดเหตุตามลำพังอีกสักแป๊บนึงค่ะ..” 

 

สารวัตรนทีธรพยักหน้า..ในใจยอมรับนับถือแม่หมออยู่แล้ว..จึงไม่สอบถามหรือมีข้อโต้แย้งอะไรมาก.. 

 

เมื่อสารวัตรออกไป..แม่หมอหงส์ก็หยิบโทรศัพท์..ถ่ายรูปและคลิปวิดีโอของที่เกิดเหตุไว้.. 

 

ใบตองส่ายหน้าช้า ๆ ..ในขณะที่แม่หมอหงส์พูดว่า.. 

 

“..เธอคงลำบากหน่อยนะ..” 

 

“..คุณเหมือนจะบอกว่าฉันจะทำอะไรสักอย่าง..” 

 

“..ก็ไม่แน่ใจ..แต่หากถ่ายรูปทุกอย่างไว้..หากหลักฐานมันเปลี่ยนไป..ก็ยังมีข้อมูลยืนยันว่าเดิมมันอยู่ของมันยังไง..” 

 

ใบตองครางเฮ้อ..ดูแม่หมอจะดักทางเธอได้หมดทุกทางจริง ๆ .. 

 

จะเล่นอะไรกับแม่หมอไม่ใช่ง่าย ๆ เลย.. 

 

แม่หมอถาม..แต่เหมือนจะไม่สนใจคดีที่เป็นอยู่.. 

 

“..ฉันไม่รู้ว่าเธอรู้สึกยังไงตอนที่โดนตัดนิ้ว..แต่คงหวาดเสียวน่าดู..” 

 

“..เขาฉีดยาชาให้ฉันก่อน..ก็ถือว่าเมตตาฉันมากพอดูล่ะค่ะ..”ใบตองพูดแบบเรื่อย ๆ ..เรื่องนิ้วที่ถูกตัด..แม่หมอทราบอยู่แล้วว่าทำไม.. 

 

“..เธอควรจะใช้โอกาสนี้..ร่วมงานกับฉัน..”แม่หมอเอ่ยปากเชิญชวน.. “..บอกตามตรง..ฉันยังขาดมือปฏิบัติการณ์ที่เก่ง ๆ ..มัสสุไม่ค่อยได้เรื่อง..เป็นเลขาเรื่องจัดคิวคนดูดวงอย่างเดียวก็น่าจะพอ..” 

 

ใบตองครางออกมา.. 

 

“..นี่คุณชวนฉัน..” 

 

“..ฉันจะบอกณนนท์ว่าฉันจะให้เธอมาช่วยงาน..คิดว่าเป็นไงบ้างล่ะ..ทำงานเฉพาะด้านนักสืบ..” 

 

“..แต่..”ใบตองถอนหายใจ.. “..จะดีหรือคะ..” 

 

“..เธอเองก็ตอบตัวเองได้นี่ว่า..มาทำงานในกองถ่ายละครแบบนี้..เธอโอเคแค่ไหน..” 

 

ใบตองนิ่งคิด..ก็จริงล่ะนะ.. 

 

ทำงานในกองถ่ายละคร..เหมือนจะสนุกดี..แต่ใบตองรู้สึกว่ามันเงียบเหงา..อดีตของเธอมันโลดโผนกว่าที่จะต้องมาช่วยเป็นผู้จัดการกองถ่าย.. 

 

คนภายนอกอาจจะมองว่าเธอเป็นเด็กไซด์ไลน์เก่า..นางแบบเซ็กซี่..แต่นั่นก็คือฉากบังหน้า.. 

 

ใบตองยังคิดว่า..งานขององค์กรเป็นงานที่เธอรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้ทำ..และทำได้ดีด้วย.. 

 

เพียงแต่มันผิดกฎหมายเท่านั้น..แม้องค์กรจะสามารถหลบเลี่ยงกฎหมายได้ตลอด..มีแบ๊คที่ดีหนุนหลัง..ซ่อนตัวในมุมมืดอย่างมิดชิด..จนมั่นใจได้ว่า..อยู่รอดปลอดภัยแน่นอน..แต่มันก็ยังผิดกฎหมาย.. 

 

ความรู้สึกต่อณนนท์ทำให้เธอรู้สึกว่า..ต้องออกจากองค์กร..แต่มันจะดีแค่ไหนล่ะ..หากยังคงทำอะไรที่ชวนตื่นเต้นได้อยู่..และถูกกฎหมายด้วย.. 

 

ใบตองชักจะสนใจสิ่งที่แม่หมอเสนอขึ้นมาแล้ว.. 

 

แต่ก็ยังเหมือนฟอร์มอยู่บ้าง..โดยพูดถึงคดีที่อยู่ตรงหน้า..และถามหยั่งเชิง..” 

 

“..คุณว่า..ฆาตกรคือใครคะ..” 

 

“..คิดว่าเธอคงพอจะรู้..แต่จะบอกให้อย่างหนึ่ง..จีจี้ยังไม่เก่งพอในการอ่านดวงชะตา..” 

 

ใบตองอุทานออกมา.. 

 

“..หมายความว่าอย่างไรคะ..” 

 

“..ฉันชอบที่จีจี้เป็นแบบนี้..แต่จีจี้ต้องฝึกอีกมาก..เหมือนกับอาจารย์พิมพ์ดาวของฉัน..ซึ่งถ้าจะเป็นแม่หมอ..ก็ต้องฝึกอีกเยอะ..แต่หากจะเทียบกับสองคนนั้นกับเธอ..แทบจะไม่ต้องฝึกอะไรมากเลย..เพราะในความเป็นจริง..นี่คืองานนักสืบ..ไม่ใช่งานดูดวง..และเธอไม่จำเป็นต้องเป็นแม่หมอ..” 

 

คำพูดแต่ละคำ..เหมือนเชื้อเชิญใบตองอยู่ในที..ตลอดเวลา.. 

 

แปลว่า..แม่หมอต้องการตัวใบตองไปช่วยงานจริง ๆ ..แต่ก็อาจจะรอจังหวะที่เหมาะสมเสียก่อน.. 

 

นี่คือจังหวะที่เหมาะสมแล้วสินะ.. 

 

คำพูดของอาจารย์ของเธอยังก้องในหู.. 

 

“..ฉันเห็นคนที่ออกจากองค์กรมาหลายคน..แต่ยังไม่เห็นใครออกจากวงการได้เลยแม้แต่ฉัน..” 

 

ใบตองเริ่มเขวใจจนลืมไปแล้วว่าตัวเองตั้งใจจะทำอะไรอยู่.. 

 

“..ฉันคงไม่สามารถจะเลี่ยงมันได้ใช่ไหมคะ..” 

 

“..ใช่..”แม่หมอตอบ.. “..นี่เป็นดวงชะตาของเธอ..แต่ถึงยังไงเธอก็ต้องเรียนรู้เรื่อง ๆ หนึ่งเสียก่อนนะ..” 

 

“..อะไรหรือคะ..” 

 

“..ไม่มีอะไรที่ดีไปกว่าการทำตามความเป็นจริง..” 

 

แม่หมอยิ้ม..และพูดอีกว่า.. 

 

“..ไม่ว่าจะปรารถนาดี..อยากจะช่วย..อยากจะเมตตา..หรือเจตนาดี..เจตนาร้าย..แต่การทำตามความเป็นจริง..จะส่งผลเสียหายน้อยที่สุดเสมอ..และถ้าจะให้มันส่งผลทางบวก..มันจะส่งผลได้รวดเร็วเช่นกัน..” 

 

แม่หมอยิ้มให้อีก..สีหน้าเรียบเฉย..มีแววฉลาดล้ำและมากประสบการณ์..เพราะเธอเป็นคนที่ผ่านโลกและสิ่งต่าง ๆ มามากมายเกินวัย.. 

 

และเธอเดินผ่านใบตองไปทางเต๊นท์ซึ่งเหมือนสารวัตรนทีธรตระเตรียมไว้สำหรับการสอบปากคำ.. 

 

..... 

 

แม่หมอหงส์เข้ามาในเต็นท์..ซึ่งสารวัตรนทีธรขยับเก้าอี้ให้นั่ง.. 

 

“..ถือว่านั่งคุยกันสบาย ๆ นะครับ..คุณมิ้ง..” 

 

แม่หมอยิ้มเล็กน้อย..รู้ดีว่าสารวัตรนทีธรเก่งเรื่องจิตวิทยาเหมือนกัน.. 

 

ใบตองก็ตามเข้ามาด้วย..เพราะอยากจะรู้ว่าแม่หมอหงส์จะสอบปากคำมิ้งแบบไหน.. 

 

แคทจีจี้ขยับจะเดินออกไปพร้อมกับผู้กำกับชายและเคียวพระเอกหนุ่ม..เนื่องจากไม่ต้องการจะขัดขวางการสอบปากคำ..ต่อให้ผู้กำกับพูดว่าคุยกันสบาย ๆ ..แต่สำหรับคนอื่น ๆ ..ก็ต้องเกรงใจอยู่ดี.. 

 

แต่แม่หมอหงส์ก็โบกมือ.. 

 

“..ถ้าคุยกันสบาย ๆ ก็อยู่กันทุกคนได้นะคะ..ดีเสียอีก..จะได้ช่วยกันคิด..” 

 

มิ้งเองตอนแรกก็ไม่สบายใจ..แต่ท่าทีของแม่หมอทำให้เธอรู้สึกเกรง ๆ เหมือนกัน.. 

 

“...สำหรับเรื่องบางอย่างที่คุณไม่อยากให้รู้..แต่ดิฉันว่า..เล่ามาเถอะค่ะ..เพื่อประโยชน์ของคดี..” 

 

แม่หมอหงส์พูดอีกครั้ง..แต่มิ้งก็เหมือนไม่อยากจะคุยไม่อยากจะเล่า.. 

 

จนแม่หมอต้องพูดขึ้นว่า.. 

 

“..ถ้าคุณไม่เล่า..ก็ช่วยลูกแฝดของคุณอีกคนไม่ได้นะคะ..” 

 

ลูกแฝด..ใบตองถึงกับสะดุ้ง..จีจี้อุทานออกมา.. 

 

“..แม่คะ..ลูกแฝด..หมายความว่า..” 

 

“..นึกว่าจะอ่านดวงแตกว่า..ผู้ตายมีพี่น้องอีกคนที่เป็นฝาแฝดเสียอีก..”แม่หมอหงส์หัวเราะ.. 

 

มิ้งแทบจะผงะออกมาเมื่อแม่หมอพูดว่าลูกแฝด.. 

 

แม่หมอยังสำทับอีกว่า.. 

 

“..คดีนี้..ท้ายที่สุด..จะอยู่กับประวัติที่แท้จริงของคุณนิภัสผู้ตาย..เพราะเงื่อนงำของการตายอยู่กับอดีต..ไม่ใช่ช่วงปัจจุบัน..และหากจะบอกว่า..ฆาตกรที่แท้จริงคือใครแล้ว..ก็ต้องพูดว่า..ก็คือคุณนั่นแหละค่ะ..คุณมิ้ง..” 

 

เวลานี้..ทุกคนรู้สึกระทึกใจกับเรื่องเหล่านี้..แม้แต่ใบตองเองก็ตาม.. 

 

มิ้งร่ำไห้.. 

 

เธอพูดขึ้นว่า.. 

 

“..แม่หมอหงส์..ดิฉันไม่เคยคิดว่า..จะต้องนั่งต่อหน้าคุณเพื่อเล่าเรื่องพวกนี้ให้ฟัง..แต่เอาเถอะค่ะ..ดูเหมือนมันจะจำเป็นแล้วใช่ไหมคะ..แต่ก็ขอชมด้วยใจจริงว่า..คุณทำให้ดิฉันทึ่งกับการทำนายที่เหมือนไม่ได้ทำนาย..คุณพูดเหมือนกับรู้เรื่องของดิฉันดีทั้งที่เราเพิ่งเคยเจอกันครั้งแรก..” 

 

ก่อนจะยิ้มให้ใบตอง.. 

 

“..ท่าทางเธอก็เอาแม่หมอหงส์ไม่อยู่ใช่ไหม..” 

 

ใบตองยิ้ม..แคทยื่นลูกอมให้อีกเม็ด..เพราะเหมือนใบตองจะอมเม็ดก่อนหน้าหมดแล้ว... 

 

“..แม่หมอทำให้ฉันต้องยอมค่ะ..” 

 

“..ท่าทางฉันก็คงต้องยอมเหมือนกัน..ใช่...คุณมิ้งที่ทุกคนเห็นว่าเป็นผู้จัดละครที่กำลังดัง..อดีตก็ใช่ว่าจะสวยหรูนัก..ฉันต้องฝ่าฟันไต่เต้ามาจากสภาพที่ไม่มีอะไร..จนมาถึงปัจจุบัน..” 

 

มิ้งยิ้มเล็กน้อยเหมือนยิ้มให้กับชะตาชีวิต.. 

 

“..ฉันดิ้นรนมาตั้งแต่เด็ก..บ้านไม่ได้มีฐานะร่ำรวยหรือเรียกว่าพอมีพอกินก็ยังไม่ได้..มันแร้นแค้นยิ่งกว่านั้น..แต่ฉันก็คิดว่า..การศึกษาสร้างโอกาสให้ชีวิตได้เสมอ..ฉันทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยตั้งแต่มัธยมจนมหาวิทยาลัย..และเลือกเรียนคณะนิเทศศาสตร์ซึ่งเป็นความใฝ่ฝันมาตั้งแต่เล็ก..อดีตฉันเคยอยู่คณะลิเก..วงดนตรีลูกทุ่ง..กองถ่ายหนัง..และสิ่งเหล่านี้ทำให้ฉันได้รู้จักกับคน ๆ หนึ่ง..คือ..โทน..ใช่ค่ะ..โทน..ชื่อเขาเหมือนเชย ๆ บ้านนอก..ก็เราเด็กบ้านนอกนี่คะ..โทนเป็นเด็กคณะลิเกที่ฉันทำงานด้วย..และเราสนิทกันมากมาตั้งแต่วัยรุ่น..” 

 

มิ้งทอดสายตายาว..เหมือนนึกถึงอดีต.. 

 

“..ฉันไม่อยากจะเชื่อว่า..จากความที่เราสนิทกัน..มันทำให้เรารักกัน..ใช่ค่ะ..เหมือนรักแบบเด็ก ๆ ..แต่มันก็คือรัก..โทนรู้ว่าฉันอยากจะเรียนจบปริญญา..เขาก็เป็นกำลังใจให้ฉัน..เขารู้ว่าคณะลิเกที่ฉันกับเขาอยู่..ยังไงก็ไม่อาจจะทำให้ความฝันในการเรียนจบปริญญาเป็นจริงได้..เขาก็พาดิฉันลาออก..แล้วก็ไปอยู่วงลูกทุ่ง..และอาศัยความใจสู้พยายามทำความรู้จักคน..ท้ายที่สุด..เราก็ได้ขยับไปเป็นเด็กกองถ่ายหนัง..” 

 

“..โทนกับดิฉันไม่มีภาระทางครอบครัวมากมายอะไร..ฉันมีแม่คนเดียว..โทนก็มีแม่คนเดียวเหมือนกัน..ดังนั้น..เราจึงตัดสินใจอะไรได้คล่องตัวมากกว่า..โทนบอกว่า..เงินที่เขาหาได้..นอกจากให้แม่แล้ว..จะเก็บส่วนหนึ่งให้ฉันเรียน..” 

 

“..ค่ะ..โทนเป็นคนดี..เป็นคนที่น่ารักจริง ๆ ..และในความดีของเขา..ทำให้ฉันอดไม่ได้ที่จะมอบใจให้เขา..ตอนนั้นดิฉันยังเด็ก..ยังไม่รู้ว่าความรักที่แท้จริงคืออะไรหรอกค่ะ..ดิฉันกับโทนเป็นของกันและกัน..ตั้งแต่ที่ดิฉันเพิ่งเข้ามหาวิทยาลัย..และด้วยความไร้เดียงสา..ไม่คิดหน้าคิดหลัง..ดิฉันก็ตั้งครรภ์กับโทนค่ะ..” 

 

มิ้งน้ำตาไหล.. 

 

“..มันเหมือนเด็กใจแตกใช่ไหมคะ..แต่จริง ๆ ฉันไม่ถือว่าตัวเองใจแตกเลย..โทนเป็นคนที่ฉันรัก..ฉันควรจะมีลูกกับเขา..เพียงแต่เรายังอายุน้อยกันอยู่เท่านั้น..นี่คือความผิดเพียงอย่างเดียว.. 

 

ฉันต้องลาการเรียนไปหนึ่งปีเพื่อคลอดลูก..ในระหว่างนั้น..โทนก็ดูแลฉันทุกอย่าง..ฉันทำงานไม่ได้เขาก็ดูแลหาเงินมาเลี้ยงฉันและลูก..ค่าใช้จ่ายในการฝากครรภ์..ทุกสิ่งทุกอย่างมาจากน้ำพักน้ำแรงของโทนทั้งสิ้น.. 

 

และมันอาจจะเป็นการซ้ำเติมหรืออะไรกับชะตากรรมของเราก็ตามที..หมอบอกว่าเรามีลูกแฝด..ตอนนั้นเหมือนมันควรจะเป็นเรื่องที่น่ายินดี..แต่..มาคิดอีกครั้ง..การมีลูกแฝดอาจจะเหมาะกับคนที่พร้อมเท่านั้น..สำหรับคนที่ไม่พร้อมอย่างเราสองคน..นั่นคือความยากลำบากเป็นสองเท่า.. 

 

เมื่อฉันคลอด..ฉันก็คิดว่า..ฉันควรจะทิ้งการเรียนเพื่อที่จะช่วยเขาหาเงินและเลี้ยงลูก..แต่โทนไม่ยอมให้ฉันทิ้งความฝัน..เขายอมที่จะเหน็ดเหนื่อยทำงานทุกอย่าง..เพื่อให้ฉันได้เรียน..และดูแลลูกไปด้วย..เขาเป็นคนดีจริง ๆ ค่ะ..” 

 

แม่หมอนั่งฟังอย่างเห็นใจ..ก่อนจะถามว่า.. 

 

“..คุณก็กลับไปเรียนเหมือนเดิม..ตามความตั้งใจของคุณและแฟนคุณใช่ไหม..” 

 

“..มันเหมือนกับเอาเปรียบกันนิด ๆ นะคะ..แต่ถ้าดิฉันไม่เรียนต่อ..คนที่เสียใจที่สุดก็อาจจะเป็นโทนก็ได้..ดังนั้น..ฉันจึงตัดสินใจกลับไปเรียนเพื่อเขา..เพื่อนในมหาวิทยาลัยไม่มีใครรู้หรอกค่ะว่าดิฉันทำไมถึงลาเรียนไปหนึ่งปี..คงไม่มีใครคิดหรอกว่าดิฉันจะมีลูก..เรื่องนี้ดิฉันไม่เคยบอกใครเลย..” 

 

“..มันควรจะมีเหตุที่ทำให้เกิดเรื่องเกิดราวใช่ไหม..” 

 

“..ดิฉันตอนนั้นยังอายุไม่มากค่ะ..ใช่..มีคนมาชอบดิฉัน..และเขาเป็นลูกชายของเจ้าของหนังสือพิมพ์บันเทิงที่คนรู้จักทั้งประเทศ..มีช่องสื่อทีวีเป็นของตัวเองด้วยค่ะ..ฉันอาจจะไม่ได้หน้าตาดีระดับนางเอกหนัง..แต่ที่พิรุณชอบฉัน..เพราะเขาชื่นชมสิ่งที่อยู่ในหัวของดิฉันมากกว่าหน้าตา..ดิฉันเก่งเรื่องการทำหนัง..ละครตามแผนกที่เรียน..เขียนบท..กำกับ..ถ่ายทำ..เดินเรื่อง..รู้จักวิธีทำให้หนังละครที่ทำมีรสชาติอย่างบอกไม่ถูก...ใคร ๆ ก็ชื่นชมดิฉัน..อาจารย์ถึงกับชมกันไปทั้งคณะ..และในบรรดาคนที่ชื่นชมนี้..พิรุณก็เป็นคนหนึ่ง..” 

 

แม่หมอหงส์ครางอือม์.. 

 

“..คุณไม่ปฏิเสธคุณพิรุณใช่ไหมคะ..” 

 

“..พิรุณหน้าตาดี..รวย..เป็นลูกชายเจ้าของสื่อมวลชนดัง..ต่อให้ดิฉันนึกถึงโทนอย่างไร..มันก็อดเขวไม่ได้หรอกค่ะ..” 

 

แม่หมอพยักหน้า.. 

 

“..คุณก็เลยต้องทิ้งคุณโทน..” 

 

“..ค่ะ..”มิ้งร้องไห้.. “..รวมทั้งลูกสองคนด้วย..พิรุณไม่ควรจะทราบเรื่องพวกนี้..” 

 

“..คุณโทนไม่ได้ว่าอะไรคุณเลยหรือ..” 

 

“..เราคุยกันอย่างเปิดอก.และจากการที่ดิฉันเรียนเรื่องการสื่อสารมาจนเชี่ยวชาญเรื่องSMCRหัวใจของมันเป็นที่สุด..ดิฉันทราบค่ะ..คนอย่างเขา..ต้องพูดออกมาตรง ๆ ..” 

 

“..คุณโทนก็ยอมไปจากคุณ..” 

 

“..ค่ะ..เอาลูกไปด้วย..แต่ดิฉันรับปากเขา..ว่าจะไม่ให้เขาลำบาก..แต่คนอย่างเขา..มีหรือคะจะยอมรับความช่วยเหลือแบบนี้..เขาหายไปจากดิฉันไปเลยนับแต่วันนั้น..ใช่ค่ะ..ลูกก็ต้องไปกับเขา..ถึงแม้ดิฉันจะเจ็บปวดเรื่องนี้..แต่ดิฉันก็คิดถึงอนาคตของตัวเองมากกว่า..มันเป็นความเลวที่ไม่น่าจะให้อภัยเลยใช่ไหมคะแม่หมอ..” 

 

แม่หมอหงส์นิ่ง..มิ้งน้ำตาไหลพราก.. 

 

“..ตอนที่พิรุณคบกับดิฉัน.เราใกล้จะจบกันแล้ว..ดังนั้น..หลังจากจบ..ดิฉันก็ได้ทำงานกับบริษัทของครอบครัวเขา..ซึ่งครอบครัวเขาก็ชอบดิฉันมากเพราะรู้ว่าดิฉันเป็นคนเก่ง..แม้จะมีพื้นเพยากจนก็ไม่ใช่ปัญหา..พ่อแม่เค้าสนับสนุนความรักของดิฉันกับพิรุณและให้เครดิตให้เกียรติดิฉันจนไม่ว่าใครก็อดจะภาคภูมิใจและมีความสุขแทนไม่ได้..แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ดิฉันกลับเป็นทุกข์ตลอดเวลา...คือความเลวที่ได้กระทำมา..เรื่องโทนกับลูกแฝด..” 

 

แม่หมอหงส์พูดขึ้นอย่างเห็นใจ.. 

 

“..บางครั้ง..คนเราก็สามารถกระทำความผิดกันได้ตลอด..คุณเองก็เป็นคนธรรมดาคนหนึ่งนะคุณมิ้ง..” 

 

“..แต่มันก็เหมือนเวรกรรมนะคะ..ดิฉันแต่งงานกับคุณพิรุณ..และเราก็ไม่เคยมีลูกด้วยกันเลย..ทำอย่างไรก็ไม่มีลูก..จนคุณพิรุณรับหลานมาเลี้ยงเป็นลูกคนหนึ่ง..เป็นลูกของน้องชายค่ะ..แต่ไม่ว่าอย่างไร..มันก็ไม่อาจจะทดแทนความรู้สึกของดิฉันได้เลย..”มิ้งป้ายน้ำตา.. 

 

“..หลังจากนั้น..ก็คงจะเป็นไปตามประวัติของคุณใช่ไหม..นั่นคือ..แฟนคุณกับครอบครัวของเขาตั้งบริษัทผลิตละครให้คุณ..และใช้คอนเนคชั่นที่ดี..ทำให้ได้ออกอากาศในช่องดังขวัญใจคนต่างจังหวัด..คุณเก่งเรื่องละครอยู่แล้ว..จึงสามารถทำให้บริษัทเจริญเติบโตก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว..แต่ก็โชคร้ายที่คุณพิรุณสามีคุณเสียชีวิตไปเพราะโรคมะเร็ง..ครอบครัวของคุณพิรุณก็ยกบริษัทผลิตละครให้คุณดูแลคนเดียว..”  

 

มิ้งพยักหน้า.. 

 

“..ค่ะ..” 

 

“..ทีนี้..หลังจากสามีคุณตาย..คุณก็นึกถึงคุณโทนและลูกจนต้องตามหาพวกเขาใช่ไหม..” 

 

“..ค่ะ..”มิ้งถอนหายใจ.. “..ถ้าไม่ทำแบบนี้..ดิฉันคงไม่มีความสุขไปทั้งชีวิต..” 

 

“..ผลเป็นอย่างไรคะ..” 

 

“..ดิฉันจ้างนักสืบตามหา..และทราบว่า..เขาไปทำร้านอาหารพื้นบ้านและประสบความสำเร็จพอสมควร..นิภัสกับนิภาก็โตเป็นสาวแล้วค่ะ..สวยมาก..สวยกว่าดิฉันอีก..” 

 

“..ในเวลานั้น..คุณก็พ้นจากภาระทางคุณพิรุณแล้วนี่..ทุกอย่างที่คุณสร้าง..อย่างบริษัทผลิตละคร..มันก็ถือเป็นความสามารถของคุณ..ถ้าคุณจะกลับไปหาคุณโทน..ก็สามารถเป็นไปได้..หรือคุณโทนเค้าแต่งงานใหม่ล่ะคะ..” 

 

“..ไม่ค่ะ..โทนไม่ได้แต่งงานใหม่..เขาไม่รักใครเลยนอกจากดิฉัน..” 

 

“..ไม่ควรจะมีปัญหาอะไรแล้วนะคะ..” 

 

“..เรื่องเดียวเท่านั้นแหละค่ะที่มีปัญหา..นั่นคือ.แม้ว่าเค้าจะรักดิฉันมากแค่ไหน..แต่เขาก็แค้นดิฉันเช่นกัน..แค้นมาก..เจ็บปวดจนดิฉันกลายเป็นยักษ์เป็นมาร..และวันที่ดิฉันไปพบกับเขา..กลับกลายเป็นสิ่งที่ทำร้ายเขามากกว่าจะทำให้เขาดีใจ..นิภัสนิภาไม่ทราบหรอกค่ะว่าดิฉันเป็นแม่..โทนบอกว่าดิฉันเป็นเพื่อนเก่าสมัยอยู่วงลูกทุ่งด้วยกัน..ส่วนแม่นั้นได้ตายไปตั้งนานแล้ว..” 

 

มิ้งก้มหน้า..พูดอีกว่า.. 

 

“..หลังจากที่เราเจอกัน..และฉันพยายามจะช่วยให้เขากับลูกมีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม..ซึ่งเขาก็บอกว่าไม่จำเป็น..เขาสู้มาจนขนาดนี้..และจะสู้ต่อไปโดยไม่ต้องมีดิฉัน..ใช่ค่ะ..มันเจ็บปวด..แต่ดิฉันก็เข้าใจเขานะคะ..ซึ่งยังไงดิฉันก็ไม่ยอมแพ้แน่นอน..คิดเสมอว่าต้องง้อเขาให้ได้..” 

 

แล้วมิ้งก็ร้องไห้โฮ.. 

 

“..แต่หลังจากนั้นไม่นาน..เค้าก็ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต..เขาขอพบดิฉันก่อนที่จะสิ้นลม..แม้จะไม่อโหสิ..แต่ก็ขอร้องดิฉันเรื่องหนึ่งนั่นก็คือลูก..” 

 

“..เขาฝากฝังลูกให้คุณดูแล..มันก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วนะคะ...”แม่หมอพูด.. 

 

“..ก็ไม่เชิงหรอกค่ะ..เพราะเขาเองก็ยังไม่หายโกรธดิฉัน..แต่ก็ห่วงลูก..ก่อนที่เขาจะสิ้นลม..ก็บอกให้ลูกทั้งสองมาอยู่กับดิฉัน..บอกว่าอามิ้งเพื่อนเก่าพ่อจะดูแลลูก..ใช้คำนี้เลยค่ะ..เค้าไม่บอกลูกจนวาระสุดท้ายว่าดิฉันคือแม่..” 

 

ทุกคนอดถอนใจไม่ได้.. 

 

“..แล้วคุณทำอย่างไรต่อคะ..”แม่หมอถาม.. 

 

“..หลังจากโทนเสียชีวิต..ดิฉันก็เอาลูกที่เค้าไม่รู้ว่าดิฉันเป็นแม่มาอยู่ด้วย..เด็กสองคนนี้ไม่อยากจะอยู่กับดิฉัน..แต่เลือกที่จะอยู่กับโมเดลลิ่งของครูจิ๋ว..ดิฉันก็ฝากให้ครูจิ๋วช่วยดูแลเด็กสองคนนี้ค่ะ..เล่าเรื่องให้ครูจิ๋วฟังทั้งหมดว่า..เด็กสองคนนี้เป็นใคร..” 

 

“..ทำไมลูกถึงไม่อยากจะอยู่กับคุณ..”แม่หมอถามอีก.. 

 

“..เดิมทีจะเลี้ยงให้ดูเป็นลูกจริง ๆ ..”มิ้งนิ่งงัน.. “..ใช่ค่ะ..อยากจะทำอย่างนั้น..อยากจะบอกให้แกเรียกว่าแม่..อยากจะอยู่ใกล้แกเพราะดิฉันคือแม่จริง ๆ ..แต่จะปิดบังฐานะให้แกคิดว่าดิฉันจะรับลูกตัวเองเป็นบุตรบุญธรรม..อยากจะทำอย่างนั้นเพื่อจะได้ให้แกเป็นลูกได้อย่างสมบูรณ์..แต่ก็ทำไม่ได้ค่ะ..เพราะแกไม่อยากอยู่กับผู้ใหญ่อย่างดิฉัน..” 

 

แม่หมอเลิกคิ้ว..มิ้งพูดอีกว่า.. 

 

“..สองคนนั่นใจแตกแล้วค่ะ..เพราะอยู่แต่กับพ่อ..ขาดการดูแลใกล้ชิด..เด็กสองคนนั่นติดเที่ยว..รักสนุก..และอึดอัดที่จะอยู่ใกล้ผู้ใหญ่..ดิฉันคิดว่า..หากเป็นอย่างนี้..คงไม่ได้ความแน่นอนดิฉันก็คงดูแลได้ไม่เต็มที่เพราะภาระหน้าที่..ก็เอาความเป็นดารานักแสดงมาล่อหลอก..แล้วส่งให้ครูจิ๋วช่วยดูแล..น่าจะดีกว่า..” 

 

“..นิภัสกับนิภาก็ยอมไปอยู่กับครูจิ๋ว..” 

 

“..ค่ะ..พวกเธอเหมือนอยากจะเป็นดารานักแสดงอยู่แล้ว..และโมเดลลิ่งครูจิ๋ว..ก็ปั้นดารานางแบบนายแบบมาหลายคน..ครูจิ๋วสนิทกับดิฉันมานาน..และดิฉันทำโรงเรียนการแสดงกับโมเดลลิ่งให้ครูดูแล..มีบ้านสำหรับให้เด็กปั้นอยู่กัน..สอนทั้งการแสดง..ดูแลภาพลักษณ์..เด็กมันก็คงสนุกล่ะค่ะ..ถ้าเจอคนวัยเดียวกัน..นิภัสกับนิภาจึงมาอยู่กับครูจิ๋วค่ะ..” 

 

“..นิสัยของเด็กสองคนนี่ต่างกันไหมคะ..” 

 

“..นิภัสเป็นคนว่ายังไงว่าตามกัน..นิภาจะแข็งกว่า...ไม่ยอมใคร..และถ้าทะเลาะกัน..จะลงไม้ลงมือ..” 

 

“..หือ..กับพี่สาวฝาแฝดตัวเองนี่น่ะหรือ..” 

 

“..ค่ะ..ความแรงของนิภาทำให้ไม่ค่อยจะมีใครชอบ..แต่หากวัดกันที่ความสามารถ...นิภาเก่งกว่านิภัสมาก..แต่นี่ก็เป็นความผิดของดิฉันเหมือนกัน..ที่รักลูกไม่เท่ากัน..ไม่ว่าใครก็จะต้องรักเด็กอย่างนิภัสมากกว่าอยู่แล้ว.นิภามีคนเดียวที่เข้าใจตัวเธอมากที่สุดก็คือครูจิ๋ว..” 

 

แม่หมอนิ่ง.เพราะเรื่องราวน่าจะมาถึงจุดที่ชวนให้ลำบากใจอีกแล้ว.. 

 

“..ดิฉันทำละครคุณหนูบ้านไร่..ก็ได้ทีเพราะช่องอยากจะปั้นนางเอกใหม่..”มิ้งร้องไห้.. “..ทั้งที่ครูจิ๋วบอกว่า..หากจะเลือกคนเล่นเป็นนางเอก..ควรจะเป็นนิภามากกว่า..แต่ดิฉันก็เลือกนิภัส..ทั้งที่ครูจิ๋วบอกว่า..นิภัสไม่น่าจะเล่นได้..เรื่องนี้..ทำให้นิภาโกรธมาก..ซึ่ง..ก็ไม่คิดว่าจะต้องเป็นแบบนี้..” 

 

ทุกคนนิ่งอึ้งกับสิ่งที่มิ้งเล่า.. 

 

จนแม่หมอถามว่า.. 

 

“..นิภาเจ้าคิดเจ้าแค้นขนาดนั้นเลยหรือ..” 

 

“..ค่ะ..นิภาอารมณ์รุนแรง..และบทจะโมโหก็ไม่เคยฟังใคร..เรื่องนี้ครูจิ๋วทราบดี..แต่ครูจิ๋วรักนิภานะคะ..แกชอบฝีมือของนิภา..แกบอกว่า..การระบายอารมณ์ออกมาตรง ๆ แรง ๆ แบบนี้..มันทำให้การแสดงของนิภาเข้าถึงบทบาทมากกว่า..และด้วยความที่แกรักนิภานี่แหละค่ะ..อาจจะเป็นสาเหตุที่แกหายไปก็ได้..” 

 

ทุกคนนิ่งคิด.. 

 

สารวัตรนทีธรพยักหน้า.. 

 

“..แปลว่า..ที่ครูจิ๋วหายไป..เป็นเพราะอยากจะช่วยนิภาใช่ไหม..” 

 

แม่หมอหงส์ยังไม่มีท่าทีอะไร.. 

 

ใบตองที่ฟังอยู่เช่นกัน..ก็อดพูดไม่ได้.. 

 

“..ถ้าอย่างนั้น..ครูจิ๋วก็ไม่ควรจะมีความผิด..แต่นิภาต้องรับโทษตามกฎหมาย..” 

 

แม่หมอหงส์ตอนนี้ก็ลุกขึ้น... 

 

“..สรุปแบบนั้นก็อาจจะผิดไปนะใบตอง..” 

 

“..เหมือนแม่หมอหงส์อยากจะให้สรุปออกมาเป็นแบบนี้ไม่ใช่หรือคะ..”ใบตองยิ้มอย่างเร้นลับ.. “..สมใจคุณแล้วนี่คะ..รักษาความยุติธรรม..จนไม่เห็นอกเห็นใจคนเป็นแม่..ที่จะต้องทนเห็นลูกคนหนึ่งตาย..และอีกคนติดคุก..” 

 

คนที่รู้สึกอึดอัด..เวลานี้คือจีจี้.. 

 

จีจี้ลุกจากนั่งข้าง ๆ แคท..รีบไปตบบ่าใบตอง.. 

 

“..ใบตอง.นั่นแม่หงส์นะ..ต่อให้แม่หงส์จะทำแบบนี้..เธอก็ไม่ควรจะว่าอะไรแม่หงส์..แนวคิดคนมันอาจจะต่างกันก็ได้นะใบตอง..ใช่..ฉันอาจจะอยากช่วยคุณมิ้ง..แต่..ในเมื่อมันเป็นแบบนี้..เราก็ต้องยอมรับนะว่าช่วยอะไรไม่ได้..” 

 

แม่หมอหงส์หัวเราะ.. 

 

“..ถ้าฉันเป็นคนบ้าความยุติธรรมจนเกินไป..ก็อาจจะไม่อยู่ตรงนี้แล้วก็ได้ใบตอง..แต่ที่ฉันบ้า..คือข้อเท็จจริงต่างหาก..” 

 

ใบตองยิ้มเล็กน้อย..แม่หมอพูดอีกว่า.. 

 

“..ความยุติธรรมจะมีหรือไม่..ต้องมาหลังจากความจริง..แต่ก่อนอี่น..ต้องมีความเป็นจริงก่อน..” 

 

แม่หมอเองก็ยิ้มเหมือนกัน..เพราะรู้ว่าใบตองทำไมถึงทำแบบนี้.. 

 

ใบตองมีนิสัยเหมือนขี้เล่นและชอบเหน็บแนมเอาขำเอาตลก..ทั้งที่รู้อะไรบางเรื่องอยู่แล้ว.. 

 

ท่าทีของใบตองเหมือนประชดสนุก ๆ มากกว่า..เพื่อจะเปิดช่องทางให้แม่หมอหงส์เด่นมากขึ้น.. 

 

จังหวะชงของใบตองสอดรับสถานการณ์ได้พอดี.. 

 

และแม่หมอก็หันมาทางมิ้ง.. 

 

“..เอาเป็นว่า..ที่คุณเข้าใจ..คือ..นิภาฆ่านิภัสเพราะอารมณ์โกรธที่ไม่ได้เล่นเป็นนางเอกคุณหนูบ้านไร่..มันไม่ใช่ความจริงนะคะ..ดังนั้น..คุณต้องทราบความจริงเสียก่อน..” 

 

มิ้งเหมือนจะชะงัก.. 

 

“..แล้วอะไรคือความจริงล่ะคะ..” 

 

“..ความจริงอยู่กับปากของคน ๆ นึงค่ะ..นั่นคือ..ครูจิ๋ว..” 

 

สารวัตรนทีธรครางอือม์.. 

 

“..ครูจิ๋วจะให้การเป็นประโยชน์กับตัวเองจนเสียรูปคดีไปหรือเปล่า..” 

 

“..ก็ต้องดูต่อไปนะคะ..แต่คิดว่า..สารวัตรหากเจอครูจิ๋ว..ทุกอย่างจะคลี่คลายแน่นอนค่ะ..” 

 

“..แล้วเราจะหาครูจิ๋วเจอได้อย่างไร..”ผู้กำกับชายถามขึ้นมา.. 

 

“..บอกแล้วนะคะสารวัตร..ว่าเราจะหาครูจิ๋วเจอที่ไหน..”แม่หมอยิ้มเล็กน้อย.. 

 

สารวัตรนทีธรหัวเราะแหะ ๆ ..นึกถึงที่แม่หมอพูดตอนที่ตรวจรถอีโคคาร์ของนิภัส.. 

 

“..ผมไม่เห็นความเป็นไปได้เลยครับว่าครูจิ๋วจะนอนโรงพยาบาลให้พวกเราจับได้..” 

 

“..มีความเป็นไปได้มากเสียด้วยค่ะ..เพียงแต่หาให้เจอว่าโรงพยาบาลไหนเท่านั้น..” 

 

สารวัตรครางเฮ้อ..เหมือนไม่เชื่อถือ.. 

 

“..คงไม่ง่ายนักนะครับ..เพราะครูจิ๋วหากเจอปัญหาอะไรสักอย่างจนต้องเข้าโรงพยาบาล..ก็คงต้องปิดบังสถานภาพตัวเอง..จนต้องสืบเสาะกันมากสักหน่อย..” 

 

แต่แล้วโทรศัพท์ของสารวัตรนทีธรก็ดังขึ้น.. 

 

สารวัตรรับสาย..ก่อนจะอุทานออกมา.. 

 

แล้วเขาก็หันมาพูดกับแม่หมอ.. 

 

“..เราพบครูจิ๋วแล้วครับ..อยู่รพ.คุ้มเกล้าประชารักษ์..” 

 

สารวัตรทำหน้าปั้นยาก.. 

 

“..แต่เราไม่สามารถจับครูจิ๋วมาได้ครับ..เราต้องไปหาครูจิ๋วที่นั่น..” 

 

“..แล้วนิภา..”มิ้งอดถามไม่ได้.. 

 

“..คุณนิภาก็อยู่กับครูจิ๋วที่นั่นครับ..” 

 

ทุกคนอ้าปากค้าง... 

 

...... 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น