Jalando

เขียนเรื่องนี้มาเพราะชอบครับ 😆 อีกประการอยากลองดูด้วยครับว่า ถ้าเขียนจริงแล้วจะมีใครอ่านมั้ย ถ้าไงถูกใจรบกวนไลท์ 👍 หรือเมนท์ติชมกันได้ ขอบคุณครับผม 🙏 อ้อๆๆ อีกอย่างใครที่มีผงเข้าตา บางตอนในนิยายเรื่องนี้ ⚠ อาจทำให้ฝุ่นผงในดวงตาของท่านหลุดออกมาก็เป็นได้ 🐵

บทที่ 85 ประสบความสำเร็จ

ชื่อตอน : บทที่ 85 ประสบความสำเร็จ

คำค้น : เด็กหนุ่มมาดเซอร์ หญิงสาวสวย สารวัตรหนุ่ม นาทีฉุกเฉิน

หมวดหมู่ : นิยาย ลึกลับ,สืบสวน สอบสวน

คนเข้าชมทั้งหมด : 160

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ส.ค. 2562 16:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 85 ประสบความสำเร็จ
แบบอักษร

คุยก่อนอ่าน 

กลับมาอัพอีกครั้ง คงเป็นตอนสุดท้ายสำหรับเดือนนี้ น่าเสียดายมาก ผมคิดว่าตนเองจะสามารถปิดฉากนิยาย โอม แรงอาฆาต ภายในเดือนนี้ แต่สุดท้ายก็พลาดเป้าหมายไป แต่ก็ไม่เป็นไร นิยายเรื่องนี้เหลืออีกไม่กี่ตอนเท่านั้น เดือนหน้าต้องจบได้แน่ๆ และเมื่อจบลง นี่ก็จะเป็นนิยายเรื่องแรกในชีวิตที่ผมเขียนจบ ขอบคุณท่านผู้อ่านทุกท่านล่วงหน้าเลยครับ 

 

บทที่ 85 ประสบความสำเร็จ 

 

เสียงของโอมเปรียบเสมือนสัญญาณที่ทำให้จิตหรารู้สึกตัว และเมื่อเธอได้สติ สิ่งแรกที่เธอเห็นก็คือ…..ภาพปีศาจสาวร่างโชกเลือดที่กำลังอ้าปากกว้างจนเผยให้เห็นเขี้ยวแหลมคมราวฟันฉลาม ดวงตาโปนๆของมันจับจ้องมายังหญิงสาวพร้อมประกายอาฆาต วินาทีต่อมามันก็คำรามดัง และพุ่งทะยานเข้าหาเธอ  

 

“ แกเตรียมตัวได้แล้ว นังจิตหรา ข้าขยับตัวได้แล้ว ” 

        

 

โอมเตรียมที่จะท่องคาถาสะกดวิญญาณอีกครั้ง แม้เขาจะไม่มั่นใจเลยว่าการสวดครั้งนี้จะหยุดปีศาจสาวตนนี้ได้หรือไม่ แต่เขาจำต้องทำ เพราะเขาอยู่ในระยะที่ไม่สามารถปกป้องหญิงสาวได้  

         

 

การกระโจนเข้าใส่ของอมนุษย์ ก่อให้หญิงสาวเกิดการตื่นตัวอย่างฉับพลัน สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของเธอพุ่งสูงจนเกือบทะลุปรอท และเมื่อใจและกายของเธอทะยานจนถึงระดับ เธอก็เปิดกล่องอาถรรพ์พร้อมหันหน้ากล่องให้ไปในทิศทางที่ปีศาจสาวอยู่ได้ทันท่วงที  

         

 

ทันทีที่กล่องอาถรรพ์เปิดออก แสงสว่างเจิดจ้าก็พวยพุ่งออกมาจากกล่อง พร้อมเสียงโหยหวนที่ชวนหลอนจำนวนนับสิบ  

 

“ โอ้วๆ……มาอยู่ด้วยกันเถอะ มาอยู่ด้วยกัน ” 

          

 

ทางด้านปีศาจสาวที่เจอทั้งแสงและเสียงที่โหยหวน มันก็ถึงหยุดชะงักไปในทันที พร้อมความรู้สึกถึงแรงดึงดูดมหาศาลที่มาจากปากกล่องอาถรรพ์ใบนั้น  

 

“ กรี๊ด……นี่มันคืออะไร เอามันออกไปเดี๋ยวนี้นะ มันกำลังดูดชั้น ” 

          

 

แวบแรกที่ได้ยินเสียงร้องของปีศาจสาว จิตหราก็เกือบจะปิดกล่องอาถรรพ์ตามคำขอไปซะแล้ว แต่สัญชาตญาณระวังภัยของเธอก็สั่งห้ามไม่ให้ปิด เพราะเธอรู้ดีว่านี่คือโอกาสสุดท้ายที่จะหยุดยั้งอดีตน้องสาวผู้อาฆาตของตนเอง  

 

“ โอ้ว…..มาเถอะ อยู่ด้วยกันนะ โอ้ว ” 

           

 

เสียงประหลาดจากกล่องยังคงดังระงมอย่างต่อเนื่อง แสงสว่างที่เปล่งออกมาจากปากกล่องก็ดูเหมือนจะเจิดจรัสยิ่งๆขึ้นไป จนกลุ่มแสงนั่นสามารถครอบคลุมเงาดำทะมึนของปีศาจร้ายไว้ได้ทั้งตัว และถ้ามองดูให้ดี ก็จะมีความรู้สึกเหมือนกับว่าแสงนั่นกำลังดึงเงาร่างของปีศาจสาวให้เข้าใกล้กล่องมากขึ้นเรื่อยๆ  

 

“ ปล่อยช้านๆ……ปิดกล่องบ้านั่นเดี๋ยวนี้นะ ” ปีศาจสาวโหยหวน กายโชกเลือดบิดไปมาด้วยท่าทางที่ดูทุกข์ทรมาน  

         

 

ปีศาจสาวพยายามฝืนกายสู้กับแรงดึงดูดอันมหาศาลของกล่องอาถรรพ์ และในขณะที่สองสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวกำลังชักเย่อกันอยู่นั้นเอง โอมก็ได้ตะโกนเตือนหญิงสาวถึงกฎเหล็กที่สำคัญ  

 

“ ไม่ต้องกลัวครับ พี่จิตหรา ตั้งสติให้ดีๆ อีกเพียงนิดเดียว เราก็จะทำสำเร็จแล้ว จับกล่องให้มั่น อย่าทำกล่องหล่น และรีบปิดมันในทันทีที่กุลสตรีถูกดูดลงไป ” 

          

 

ทุกถ้อยกระบวนความของเด็กหนุ่มแทบไม่เข้าไปในสมองของหญิงสาวเลย เพราะเธอมัวแต่ตื่นตกใจอย่างหนักหน่วง ซึ่งก็ควรเป็นอย่างนั้น แสง สี เสียงที่เกิดขึ้นเบื้องหน้า มันน่าสะพรึงกลัวเกินกว่าคนธรรมดาจะรับได้จริงๆ ทว่าการตะโกนของเด็กหนุ่มก็ไม่ได้ไร้ผลไปซะทีเดียว อย่างน้อยเธอก็ยังได้ยินคำว่า จับกล่อง และปิดทันทีเมื่อดูดสำเร็จ  

          

 

เมื่อเป็นเช่นนั้น จิตหราจึงจับกล่องแน่น เธอตั้งใจว่าจะไม่ปล่อยให้กล่องนี้หลุดมือไปเป็นอันขาด เพราะถ้ามันหลุดมือไป ก็หมายถึงชีวิตของเธอที่ต้องหลุดลอยตาม  

 

“ กรี๊ดๆ……ปล่อยกูเดี๋ยวนี้ ปล่อยกู ” จิตหราดิ้นเร่าๆ พร้อมกรีดร้องเสียงดังลั่น ร่างโชกเลือดก็เริ่มถูกดูดเข้าหากล่องอาถรรพ์มากขึ้นเรื่อยๆ จนเหลือระยะเพียงแค่สามก้าว 

         

 

ทันใดนั้นเองประตูทางขึ้นชั้นดาดฟ้าก็เปิดกว้าง พร้อมร่างของชายฉกรรจ์สูงใหญ่คนหนึ่งที่วิ่งเข้ามา  

 

“ ปัง ” 

          

 

เสียงกระชากบานประตูดังลั่น จนโอมและจิตหราหันไปมองตามเสียง ทั้งสองจึงรู้ว่าชายฉกรรจ์ร่างสูงใหญ่ที่ปรากฏตัวออกมานั้นก็คือ……  

 

“ พี่สิงห์มาได้ไง ”  

         

 

โอมร้องทักเสียงหลง แต่จิตหรายังทำหน้างง เพราะเธอไม่เคยเจอสารวัตรสิงห์มาก่อน ในช่วงจังหวะที่ฝ่ายมนุษย์กำลังสตั้นอยู่นั้น ปีศาจสาวร่างโชกเลือดก็ได้โอกาสที่จะโต้กลับ มันตัดสินใจที่กระโดดลอยตัวขึ้นไปกลางอากาศ พร้อมพุ่งทะยานลงมาหาจิตหรา ปากก็ขู่คำรามเสียงดัง  

 

“ ในเมื่อข้าจะไม่รอดแล้ว ข้าก็ลากแกลงนรกไปด้วยอีกคน ตายซะ นังจิตหรา ” 

 

“ เฮ้ย! แย่แล้ว พี่จิตหราระวัง ” โอมร้องเสียงหลง แม้มันจะดูไร้ประโยชน์เพียงใดก็ตาม แต่เขาก็พยายามรีบรุดเข้าไปช่วย เดชะบุญที่จิตหราไม่ได้เป็นหญิงสาวขวัญอ่อนที่เชื่องช้า แม้ในสถานการณ์ที่บีบหัวใจ เธอยังสามารถควบคุมอารมณ์ได้จนคิดแก้ลำปีศาจร้าย ด้วยการยกกล่องอาถรรพ์ขึ้นสูง โดยให้หน้ากล่องหันเข้าหาปีศาจสาว เมื่อเหตุการณ์เป็นในรูปแบบนี้ มันก็เท่ากับว่าอมนุษย์ตนนั้นได้พุ่งเข้าหากล่องอาถรรพ์นั้นซะเอง 

 

“ กรี๊ด…….ไม่นะ ไม่…..” 

          

 

แสงจากกล่องอาถรรพ์เปล่งประกายเจิดจ้า คราวนี้ดูเหมือนรัศมีของแสงจะครอบคลุมกว้างไกลมากกว่าเดิม มันกว้างซะจนแทบจะคลุมไปทั่วทั้งชั้นดาดฟ้าที่มืดมิด และในทันทีที่เงาร่างของปีศาจสาวพุ่งหายไปในกล่องอาถรรพ์ แสงนั้นก็พลันดับวูบลงไปในทันที  

 

“ รีบปิดกล่องเลยครับ พี่จิตหรา ” โอมร้องสั่งเสียงกร้าว ซึ่งจิตหราก็รีบปิดกล่องตามคำบัญชา 

 

“ แฮ่กๆ……” 

          

 

สามมนุษย์อยู่ตรงนั้นต่างพากันเหนื่อยหอบพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ถ้าเสียงหอบนั้นมาจากสารวัตรสิงห์ มันก็ไม่แปลกเท่าไหร่ เพราะก่อนที่จะมาถึงที่นี่ เขาได้วิ่งห้อมาสุดกำลัง แต่กับโอมและจิตหราที่ได้แต่ยืนเฉยๆล่ะ ทำไมพวกเขายังหอบเหนื่อยได้ สันนิษฐานว่าการที่พวกเขาเหนื่อยแบบนี้ มันน่าจะเป็นเพราะพวกเขาเพิ่งผ่านเหตุการณ์ที่บีบรัดหัวใจอย่างยิ่งยวด จนเป็นเหตุให้พวกเขาเกิดอาการเหน็ดเหนื่อยทางกายตามมา  

           

 

ทั้งสามมองหน้ากันนิ่งๆ โดยไม่มีใครพูดอะไรกับใคร เมื่อเวลาผ่านไปครู่หนึ่ง ทั้งโอมและจิตหราก็ร้องเฮขึ้นมาดังๆ  

 

“ เฮ…..สำเร็จแล้ว พวกเราทำได้แล้ว ” 

         

 

สองหนุ่มสาวต่างวัยตรงเข้ากอดกันด้วยความดีใจ สีหน้าของทั้งสองดูปลาบปลื้มยินดีที่แผนการที่วางสำเร็จไปได้ด้วยดี ถึงตอนนี้ไม่น่ามีภัยอันตรายใดๆมาย่างกรายพวกเขาได้แล้ว ถึงกระนั้นก็เหมือนพวกเขาจะดีใจมากเกินไปจนลืมเลือนบุคคลที่สามอย่าง…..สารวัตรสิงห์ ไปถนัดตา  

 

“ ฮะ…แฮ่ม พวกนายไม่ได้อยู่กันแค่สองคนนะ ” 

         

 

ทันทีที่สองหนุ่มสาวได้ยินเสียงร้องเตือนจากสารวัตรสิงห์ พวกเขาก็ผละออกจากกันในทันที เด็กหนุ่มหัวเราะแก้เขิน ส่วนหญิงสาวได้แต่ยืนนิ่งๆพร้อมก้มหน้า  

 

“ แฮะๆ…..หวัดดีครับ พี่สิงห์ ” โอมกล่าวทักทายพร้อมรอยยิ้มแหยๆ แต่ไม่ทันที่โอมจะได้ทำอะไรต่อ สารวัตรสิงห์ก็ตรงเข้ามาเขกกระบาลเด็กหนุ่มซะหนึ่งที 

 

“ โป๊ก ” 

 

“ โอ๊ย ” เด็กหนุ่มมาดเซอร์ร้องลั่น ส่วนจิตหราก็สะดุ้งกายเฮือกใหญ่ ด้วยอยู่ดีๆเด็กหนุ่มที่คอยช่วยเธอมาตลอด ได้ถูกหนุ่มฉกรรจ์ร่างสูงใหญ่เขกกระบาลแบบเต็มมือ มันทำเอาเธอนึกตกใจ 

 

“ เอ๊ะ! คนนี้คือใครกัน อยู่ๆก็มาทำร้ายร่างกาย หรือจะเป็น ร.ป.ภ.คนใหม่ของบริษัท ไม่สิ หน่วยก้านน่าจะเป็นพวกนักเลงซะมากกว่า ” 

         

 

ทว่า ถึงจะเป็นใคร หญิงสาวก็ไม่นึกกลัว เพราะในนาทีนี้ใครทำร้ายโอมก็เท่ากับเป็นศัตรูกับเธอ  

 

“ นี่คุณ ทำแบบนี้หมายความว่าไง อย่างนี้มันเข้าข่ายทำร้ายร่างกายนะ ต่อให้คุณเป็นพวกนักเลงโตยังไง ก็ควรหัดเคารพกฎหมายมั่งสิ ” 

          

 

สารวัตรสิงห์ทำหน้าเหยเก ประมาณจะบอกว่าโดนกล่าวหาว่าเป็นนักเลงอีกแล้วหรือนี่ ส่วนเด็กหนุ่มมาดเซอร์ได้แต่ยืนกัดริมฝีปากตัวเองเพื่อกลั้นหัวเราะ และไม่ทันที่สารวัตรหนุ่มจะได้โต้ตอบอะไร หญิงสาวก็ใส่ต่อแบบไม่ยั้ง  

 

“ คุณรู้มั้ยว่าชั้นเป็นทนายที่รู้จักกับนักการเมืองและตำรวจชั้นผู้ใหญ่หลายท่าน แค่นักเลงปลายแถวอย่างคุณ ชั้นไม่กลัวหรอก เพียงแค่ชั้นกดโทรออกไปกริ๊งเดียว รับรองเลยว่าคุณต้องถูกขังลืมอย่างแน่นอน ” 

            

 

สารวัตรสิงห์เกาหัวแกรกๆด้วยความเซ็งในอารมณ์ที่เถียงไม่ทัน ส่วนโอมได้แต่ยืนขำคิกๆอยู่เบาๆ และในจังหวะที่หญิงสาวกำลังอ้าปากเพื่อใส่ต่ออีกยกใหญ่ เด็กหนุ่มมาดเซอร์ก็ตรงเข้าห้ามทัพพร้อมรอยยิ้ม  

 

“ เอาล่ะ ใจเย็นครับ พอได้แล้ว เหมือนมันจะมีการเข้าใจผิดกัน เออ…..ผมขอแนะนำให้พี่จิตหรารู้จัก ชายมาดเข้มคนนี้ก็คือ…..สารวัตรสิงห์ นายตำรวจหนุ่มไฟแรงครับผม ” 

          

 

สิ้นคำของเด็กหนุ่มมาดเซอร์ จิตหราถึงกลับหน้าซีดเป็นไก่ต้มเลยทีเดียว เพราะเมื่อกี้เธอออกตัวได้แรงมาก ว่ากันตามจริง จะโทษเธออยู่ฝ่ายเดียวก็ไม่ถูก ด้วยรูปร่าง หน้าตาและการแต่งกายของสารวัตรสิงห์นั้นดูไม่ผิดไปจากนักเลงหัวไม้คนหนึ่ง มันเลยเป็นเหตุที่ทำให้เธอเข้าใจผิดอย่างรุนแรง  

 

“ อะ….เอ่อ….ขอโทษค่ะ ก็ชั้นเห็นคุณทำร้ายโอม ชั้นก็นึกว่าคุณเป็น…..” 

 

“ เหอๆ ไม่เป็นไรครับ ผมโดนแบบนี้เป็นประจำ เห็นทีต้องเผาชุดนี้ทิ้งซะแล้ว คนอื่นจะได้ไม่เข้าใจผิดอีก ” สารวัตรหนุ่มตอบกลับ พร้อมหัวเราะแห้งๆ และเมื่อเห็นบรรยากาศโดยรวมเริ่มเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น เด็กหนุ่มก็กล่าวแนะนำตัวต่อ 

 

“ และผมขอแนะนำให้พี่สิงห์รู้จักกับ….” 

 

“ รู้จักแล้ว คุณผู้หญิงคนนี้คือ…..คุณจิตหรา ลูกค้าธุรกิจประหลาดนาย ใช่มั้ย โอม ” สารวัตรหนุ่มพูดแทรกขึ้นมาในทันที 

 

“ อ้อ…ใช่ครับ ” โอมพยักหน้าหงึกๆอย่างว่าง่าย ด้วยเขาเริ่มสัมผัสได้ว่าอารมณ์ของสารวัตรหนุ่มน่าจะไม่สู้ดีนัก 

 

“ สวัสดีค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ คุณสารวัตรสิงห์ ” หญิงสาวฝืนทักทายกลับด้วยสีหน้าที่ดูกระอักกระอ่วนใจ 

         

 

สารวัตรหนุ่มพยักหน้ารับคำเสร็จ เขาก็กลับมาตีหน้าเข้ม พร้อมกล่าวกับเด็กหนุ่มมาดเซอร์ในทันที  

 

“ เอาล่ะ ไม่ต้องพูดกันให้มากความ ชั้นรู้ดีว่าทำไมนายถึงหลอกให้ชั้นเข้าใจผิดในเรื่องวันเวลาที่จะปิดฉากเรื่องนี้ แต่ชั้นเองก็มีเรื่องอะไรจะมาบอกนาย ” 

          

 

ทั้งโอมและจิตหราดูงงไปตามๆกัน เรื่องที่สามารถทำให้สารวัตรหนุ่มมาหาอย่างเร่งด่วนแบบนี้ มันคงเป็นเรื่องที่ใหญ่มากๆเลยทีเดียว  ดังนั้นทั้งสองจึงรอฟังด้วยความตั้งใจ  

        

 

สารวัตรสิงห์นิ่งอยู่อึดใจ คล้ายจะไตร่ตรองว่าจะเริ่มต้นเล่าจากตรงจุดไหนดี และเมื่อเขาตัดสินใจได้ เขาจึงกล่าวขึ้นมาด้วยเสียงที่แผ่วเบา  

 

“ เอาล่ะ ชั้นจะเริ่มต้นเล่าตั้งแต่ตอนที่ชั้นแยกจากนายเลยแล้วกัน เพื่อนายจะได้เข้าใจถึงภาพรวมทั้งหมด ” 

 

 

สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalandoนักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ 

https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter 

ความคิดเห็น