คณานางค์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 4: บังเอิญหรือพรหมลิขิต [5]

ชื่อตอน : บทที่ 4: บังเอิญหรือพรหมลิขิต [5]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 6k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ส.ค. 2562 14:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4: บังเอิญหรือพรหมลิขิต [5]
แบบอักษร

 

 ‘แอะ’ เสียงเล็กของลูกชายร้องเบาแค่ไหนแม่คนนี้ก็ได้ยินชัดเจน เฟื่องลดารีบวางเม้าส์วางงานลุกจากเก้าอี้เร็วจนหน้ามืดแต่ก็ยังฝืนเดินไปถึงแปลนอนของลูกอุ้มร่างแกขึ้นมาปลอบประโลม 

“ร้องไห้ทำไมครับคนเก่ง นอนต่อนะอีกไม่กี่ชั่วโมงก็เช้าแล้ว” กระซิบบอกลูกเบาๆ ดวงตาคู่เล็กก็เปิดขึ้นมามองจ้องหน้าแม่แต่แกตาปรือมากปากยังหาวนอน น่ารักเสียจนอดใจไม่ไหวต้องเม้มปากลงหอมแก้มลูก หล่อนเป็นแม่ที่ไม่ได้เรื่องอย่างที่รณภพชอบด่าว่าจริงๆ นั่นแหละ มีอย่างที่ไหนไม่รีบกลับมาเลี้ยงลูกแถมยังเคยใจร้ายทิ้งลูกไปตั้งหลายเดือน แต่เขาจะรู้ไหมว่าทำไมหล่อนถึงทำอย่างนั้น 

“อ้าปากกว้างจังเลย ถ้าง่วงก็นอนต่อนะคะ นอนซะนะกัปตัน คนเก่งของคุณแม่ เป็นเด็กดีต้องนอนเยอะๆ จะได้โตเร็วๆ มาดูแลคุณปู่คุณย่าแล้วก็คุณพ่อ คุณแม่รักหนูมากนะลูก รักมากที่สุด” 

“จ๋า… มองหน้าคุณแม่ทำไมเหรอครับ ไม่ได้เจอกันทั้งวันคิดถึงคุณแม่หรือเปล่า” น้ำตาหลายหยดหล่นลงบนแก้มลูก เฟื่องลดาใช้กระดาษทิชชู่เช็ดออกให้อย่างทะนุถนอมมากที่สุด ไม่อยากให้ผิวพรรณของลูกเปื้อนสิ่งแปลกปลอมที่เสี่ยงทำให้แกระคายเคืองหรือไม่สบายตัว เด็กชายตัวน้อยยังคงมองมารดาตาแป๋ว ทว่าไม่ช้าแกก็เคลิ้มหลับภายในอ้อมแขนอบอุ่นและปลอดภัย เฟื่องลดาไม่เคยจินตนาการได้เลย ว่าถ้าหากย้ายออกจากบ้านหลังนี้แล้วเขาไม่ยอมให้มาเจอลูกอีกแล้วจะมีชีวิตอยู่ได้ยังไง ถูกของเขา หล่อนไม่มีคุณค่า ไม่มีทรัพย์สมบัติ ไม่มีอะไรคู่ควรกับการเป็นแม่ เขามีทุกอย่างพร้อมให้ลูกหมดแล้วไม่จำเป็นต้องมีหล่อนก็ได้ แต่… เขาเคยสนใจหรือเปล่าว่าหล่อนขาดลูกไม่ได้ 

ชีวิตรณภพเพียบพร้อมสมบูรณ์แบบทุกอย่างสะท้อนให้เห็นว่าอนาคตของลูกก็จะมีทุกอย่างเหมือนกันกับเขา ลูกจะภูมิฐาน มีงาน มีเงิน มีโอกาสเรียนจบสูงๆ จากต่างประเทศแล้วยังมีรถคันละยี่สิบสามสิบล้านขับ แล้วหล่อนล่ะ… วันนั้นจะมีอะไรให้ลูกกล้าเรียกว่า ‘แม่’ ต่อหน้าเพื่อนหรือคนในวงสังคมบ้าง 

“แม่รักลูกนะ รักมาก โตขึ้นมาหนูไม่ต้องรักแม่ก็ได้แต่อย่าทิ้งแม่เลย ขอให้แม่ได้เป็นแม่ของลูกตลอดไป” เฟื่องลดาไม่สามารถห้ามตัวเองไม่ให้ร้องไห้ได้อุ้มร่างเล็กกลับไปนอนที่เดิม ฟุบใบหน้าซบลงหัวเข่ากอดตัวเองร้องห่มร้องไห้คิดไม่ตกกับอนาคตตัวเองว่าจะดำเนินต่อไปในรูปแบบไหน แม้พ่อแม่เขาจะใจดีด้วยแต่การถูกเกลียดจากเขาแค่คนเดียวก็บั่นทอนความรู้สึกของหล่อนไปมาก 

เฟื่องลดาเรียกความเข้มแข็งกลับมาคืนสู่จิตใจเดินกลางความมืดกลับไปนั่งเฝ้าหน้าจอโน้ตบุ๊คที่หน้ากลายเป็นสีดำไปแล้ว หล่อนหยิบผ้าผืนเล็กมาเช็ดหน้าล้างคราบน้ำตาออก วางปลายนิ้วกดลงบนแป้นพิมพ์ให้เครื่องกลับมาทำงานอีกครั้ง 

ภาพบัณฑิตคนสวยในชุดครุยแสดงเต็มหน้าจอเฟื่องลดาจัดการรีทัชต่อให้รูปออกมาสวยเป็นธรรมชาติมากที่สุด ใกล้จะตีสองแล้วแต่งานยังไม่เสร็จโทรศัพท์ก็มีเสียงแจ้งเตือนสั่นเข้ามาหลายรอบ จึงมีโอกาสได้เปิดดู เฟื่องลดาตกใจที่ข้อความทั้งหมดถูกส่งมาจากรณภพจึงลองใส่รหัสกดเข้าไปดู ทำให้เห็นว่าภาพทั้งหมดถูกถ่ายจากกล้องของเขาและส่งมาโดยสติยังครบสมบูรณ์ทุกอย่าง มีตั้งแต่ภาพเซลฟี่กับผู้หญิงหน้าตาดีในสถานบันเทิงจนกระทั่งเลยเถิดไปล้มตัวลงนอนบนหมอนใบเดียวกัน 

น้ำตาหยาดใสเอ่อคลอขึ้นมาเต็มเบ้าตาอีกหนไม่ใจกล้ามากพอจะกดดูวิดีโอว่าเขาถ่ายอะไรส่งมาให้ ใจร้าย… ทำไมถึงใจร้ายนัก มือของหล่อนสั่นระริก เสียใจจนไม่สามารถอดทนทำงานต่อให้เสร็จได้จึงปิดเครื่องแล้วนั่งร้องไห้กุมหัวใจไว้ไม่ให้เขาเหยียบย่ำได้อีก 

  

รณภพกลับบ้านเช้าตรู่ ขับซุปเปอร์คาร์หลายสิบล้านเข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์ ลุงคนสวนพ่วงตำแหน่งคนขับรถรีบวางมือจากการดายหญ้ามารับลูกกุญแจรถที่เจ้านายโยนโด่งมาให้ไปเก็บ เขาค่อนข้างอารมณ์ดีสะใจที่เมื่อคืนสามารถกวนประสาทเฟื่องลดาได้ ถือเป็นการเอาคืนที่หล่อนกล้าใช้มือหยาบกร้านแสนสกปรกตบเข้ามากลางใบหน้า หล่อนกล้าตบ ทั้งที่ไม่เคยมีใครกล้าแม้แต่จะคิด นับวันเฟื่องลดายิ่งกำเริบเหลิงในอำนาจ สงสัยจะเคยตัวคิดว่าตัวเองมีพ่อแม่เขาคอยสนับสนุนก็เลยอยากลองดี “อรุณสวัสดิ์ครับคนหล่อคนสวยของผม เช้านี้อากาศดีมาก ขับรถมาถนนโล่งไม่ถึงสิบยี่สิบนาทีก็ถึงบ้านแล้ว” 

“จ้า กลับเช้าเลยนะ” ท่านแค่มองแรงแต่ไม่ได้ถามเพิ่ม ปลงแล้วกับนิสัยเจ้าชู้พ่อปลาไหลของลูกชาย 

“ไม่อยากเดินเข้าบ้านดึกๆ ดื่นๆ กลัวจะรบกวนเวลานอนคุณแม่ครับ” ตอบประจบพลางทำตาหวานเข้าไปหอมแก้มมารดา เขาเห็นบิดาใส่สูทผูกเนกไทพร้อมทำงานก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจจึงหันไปคุยกับท่าน 

“งานไม่มีปัญหาอะไร ผมว่าคุณพ่อนอนพักต่ออีกสักวันเถอะนะครับ เดี๋ยวผมให้เลขารวบรวมเอกสารมาให้คุณพ่ออ่านที่บ้านก็ได้” 

พักนี้สุขภาพของบิดาไม่ค่อยสู้ดี ท่านวูบบ่อย อ่อนเพลียง่าย เกิดจากการเครียดสะสมเป็นเวลานาน ไปพักผ่อนบ้านญาติที่ยุโรปก็ดีขึ้นแต่กลับไทยก็เครียดอีก 

สมัยเด็กคุณพ่อเติบโตมาในตระกูลระบบกงสี คุณปู่มีลูกหลานหลายคนคอยแก่งแย่งชิงดีกันเพื่อหวังในมรดกของคุณปู่ คุณพ่อของเขาท่านเป็นแค่ลูกที่เกิดจากภรรยานอกทะเบียนสมรสจึงไม่ค่อยได้รับอะไรเทียบเท่าลูกในสมรส คุณปู่ให้มาแค่ที่ดินแปลงเล็กๆ ย่านบางลำพูหนึ่งแปลงกับเงินสดห้าแสน เงินจำนวนนั้นเทียบกับสมัยสี่สิบปีก่อนถือว่าเยอะมาก ท่านจึงดิ้นรนสร้างเนื้อสร้างตัว นำเงินไปต่อยอดลงทุนสร้างห้องเช่า สร้างตลาด ทำหลายอย่างจนกระทั่งจับพลัดจับพลูได้เรียนหนังสือต่อในสายวิศวกรรมและอยากทำบริษัทรับเหมาก่อสร้าง แต่เงินยังมีไม่มากพอจะสร้างทุกอย่าง 

ปีนั้นเกิดวิกฤตมากมายจนท่านเกือบถอดใจกลับไปทำห้องเช่า ทำแผงตลาดเหมือนเดิม แต่โชคก็เข้าข้างเพราะมีนักธุรกิจคนหนึ่งเล็งเห็นความสามารถจึงชวนท่านเข้าไปร่วมลงทุนด้วย ให้ใช้ห้องเช่าที่ท่านมีกับตลาดเป็นหลักประกันโดยไม่ต้องใช้เงินลงทุนสักบาท ลงแค่แรงพอ บิดาของเขาเห็นโอกาสในข้อเสนอนั้นจึงตอบตกลง ท่านกัดฟันสู้หาลูกค้าทำเองทุกอย่างจนกระทั่งบริษัทเริ่มมีกำไรจากหลักแสนเป็นหลักล้าน ตำแหน่งสูงขึ้นเรื่อยๆ เงินปันผลก็ได้เยอะตามมาด้วย 

ในช่วงที่ท่านพิสูจน์ความสามารถตัวเองก็ได้พบรักกับลูกสาวนักธุรกิจคนนั้น ซึ่งก็คือ… มารดาของเขา ท่านทั้งสองมีใจให้กันตั้งแต่แรกพบ แต่งงานกัน และได้รับการแต่งตั้งให้ขึ้นมาเป็นผู้บริหารของบริษัทหลังคุณตาของเขาเสียชีวิต 

“ไม่ล่ะ อยู่บ้านหลายวันแล้วพ่อเบื่อ ขอไปนั่งเล่นที่บริษัทสักครึ่งวันค่อยกลับมานอนพักตอนบ่ายก็ได้” ท่านปฏิเสธ แทบไม่หยุดคิดเลยด้วยซ้ำ ตามประสาของคนที่เคยชินกับการทำงานมาทั้งชีวิต 

 

 

 

 

ใจร้ายจังเลยอีตาภพเนี่ย! ไว้มาตามด่าคุณภพต่อพรุ่งนี้น้าา 

ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่านค่ะ ^^ 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น