อติญา / เก-ลิน / เราพิมพ์ / ผู้ซึ่งเข้ามาแทน / มะลิก้านแดง

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

วังวนอคิราห์ ตอนที่ 3 1/2

ชื่อตอน : วังวนอคิราห์ ตอนที่ 3 1/2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 140

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ส.ค. 2562 12:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
วังวนอคิราห์ ตอนที่ 3 1/2
แบบอักษร

“ขอโทษนะไฟแต่พี่ต้องแต่งงานกับคนที่ทางบ้านเลือกให้จริงๆ” อคิราห์ฟังถ้อยคำที่ออกมาจากปากคนรักด้วยความรู้สึกที่สับสนภายในหัวก็พยายามคิดว่ามันอาจจะเป็นเรื่องจ้อจี้แต่สีหน้าและแววตาของนายแพทย์กันติทัตไม่ได้แสดงออกมาว่ามันเป็นเรื่องที่ล้อเล่นเลยสักนิด

“เมื่อไหร่ครับ?” นักศึกษาแพทย์อคิราห์กลั้นน้ำตาแล้วเอ่ยปากถามในเมื่อเรื่องราวมันออกมาเป็นอย่างนี้แล้วก็คงไม่มีทางที่จะไปรั้งอะไรอีกคนหนึ่งได้ ความรักครั้งแรกและคงจะเป็นครั้งเดียวคงต้องจบลงเพราะเด็กหนุ่มไม่หน้าด้านหน้าทนพอที่จะไม่แย่งสามีของคนอื่นมาเป็นของตัวเองทั้งๆ ตัวอคิราห์มาก่อนแท้ๆ

“พี่ต่อรองเตี่ยไปขอเป็นสิ้นปีแต่ว่าเตี่ยพี่ต่อรองขอเลื่อนมาเป็นปลายเดือนหน้า” ท่าทางของนายแพทย์กันติทัตอาจารย์หมอทางด้านศัลยกรรมระบบประสาทดูเคร่งเครียดจนน่าสงสารแต่ที่น่าสงสารมากไปกว่าคืออคิราห์ที่ตัวชาไปทั้งแถบ เด็กหนุ่มต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการที่จะฝืนยืนอยู่ได้โดยที่ไม่เข่าอ่อนล้มพับลงไป

“พี่หมอก็ไปทำหน้าที่ของตัวเองเถอะครับไฟไม่เป็นไร” แม้จะบอกว่าตัวเองไม่เป็นไรแต่ใจของเขามันกลับสั่นระริกจังหวะการเต้นบีบรัดจนเจ็บไปหมดทั่วทั้งช่องอก มันเจ็บ มัน ปวด มันเหมือนจะตายแต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อเรื่องนี้มันไม่ได้มีทางเลือกให้คนอย่างเขาเลยสักนิด

“ไฟ... พี่อยากจะเห็นแก่ตัวบอกให้ไฟรอมันจะเป็นการขอมากไปหรือเปล่า?” คนที่น้ำตาไหลน่าจะเป็นเด็กหนุ่มมากกว่าแต่ในเวลานี้ผู้ชายตัวโตที่ดำรงตำแหน่งอาจารย์หมอกลับมีหยาดน้ำใสอาบไปทั่วใบหน้าที่หล่อเหลาดวงตาเรียวที่หางตาเฉียงขึ้นเล็กน้อยตามเชื้อชาตินั้นแดงก่ำบอกให้รู้ว่าเขาทรมานไม่น้อยไปกว่ากันเลย

“ไฟรับปากพี่หมอไม่ได้หรอกพี่อย่ารั้งไฟไว้กับความไม่แน่นอนในอนาคตเลยครับ ขอบคุณที่พี่หมอดูแลไฟดีมาตลอดขอบคุณนะครับ” อคิราห์พยายามตัดจบบทสนทนาเพื่อที่จะได้พาตัวเองหนีไปจากตรงนี้เสียทีเพราะในใจมันกรีดร้องว่าจะทนไม่ไหวอีกแล้ว

“รู้ใช่ไหมว่าพี่รักไฟไม่ได้รักเธอคนนั้น”

“แต่สุดท้ายพี่ก็ไม่ได้เลือกความรักของตัวเอง... เพราะฉะนั้นไฟก็ไม่ได้มีค่าอะไรเลย” เด็กหนุ่มพูดแค่นั้นแล้วเดินหันหลังจากมาพยายามประคองสติที่เหลืออยู่เพื่อขับรถกับไปบ้าน บ้านที่มีความรักที่แท้จริงรออยู่ในขณะที่ความรักที่เขาคิดว่ามันจะเป็นของจริงหลุดลอยออกจากอ้อมอกของเขาไปเรียบร้อยแล้ว

หลังจากเผชิญกับเหตุการณ์สะเทือนจิตใจในวันนั้นอคิราห์ก็ชัตดาวน์ตัวเองหลับสนิทไปเลยสองวันเต็มๆ ร้อนถึงพ่อเลี้ยงสิงหาผู้เป็นบิดาต้องอุ้มลูกชายคนเล็กมาส่งโรงพยาบาลด้วยความเป็นห่วงเนื่องจากรับรู้เหตุการณ์ที่เกิดกับลูกจากปากของอดีตคนรักที่มาสารภาพความจริงถึงไร่กรคุณานนท์โดยชายหนุ่มเลือกที่จะอธิบายทุกอย่างให้สิงหาและภรรยารับทราบโดยละเอียดโดยไม่ได้ขอร้องให้ช่วยพูดกับลูกชายให้กลับมาคืนดีแต่นายแพทย์ให้สัญญาว่าจะชดใช้ให้อย่างเหมาะสม

ตั้งแต่แรกเขาไม่ได้เห็นดีเห็นงามระหว่างความรักครั้งนี้เลยแม้แต่น้อยไม่ใช่เพราะรังเกียจที่ทั้งคู่เป็นผู้ชายแต่เพราะสถานะทางสังคมและหน้าที่การงานของอีกคนมากกว่านายแพทย์กันติทัต หงเป็นถึงอาจารย์หมอแม้จะไม่ได้สอนอคิราห์โดยตรงแต่ก็อยู่ในสถาบันเดียวกันกับลูกชายของเขาที่เป็นนักศึกษาแพทย์ซึ่งดูก็รู้ว่ามันค่อนข้างผิดจรรยาบรรณถ้าใครรู้เข้าคงมีแต่เรื่องติฉินนินทาให้ต้องระคายในใจ

แต่ในเมื่อคนมันรักกันเอาช้างมาฉุดก็คงไม่อยู่จนเมื่อถึงวันที่ลูกชายต้องสูญเสียหน้าที่ของพ่อและคนในครอบครัวก็คงทำได้แค่ปลอบโยนเพื่อรอให้เจ้าตัวเขาฟื้นฟูสภาพจิตใจของตัวเองและนับจากนั้นชื่อของนายแพทย์กันติทัต หงก็กลายเป็นชื่อต้องห้ามของไร่กรคุณานนท์ไปโดยปริยายไม่ใช่ว่าพูดถึงไม่ได้แต่เลี่ยงไปให้อคิราห์สบายใจขึ้นเท่านั้น

“คิดอะไรอยู่ครับไม่ยอมเข้ามานอน” อคิราห์ถูกเรียกให้หลุดออกจากภวังค์ด้วยอ้อมกอดอบอุ่นของผู้ชายที่สูงกว่าร้อยเก้าสิบเซนติเมตรซึ่งแม้เขาจะเป็นผู้ชายที่ค่อนข้างสูงแต่เนื่องจากตัวค่อนข้างผอมเลยทำให้ดูตัวเล็กไปโดยปริยายตอนนี้เขายืนรับลมอยู่ที่ชานหลังบ้านมองดูสวนผักในแสงรำไรจากไฟในตัวบ้านที่สาดไปถึง

“คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยพี่หมอง่วงแล้วหรือครับ” คำว่าเรื่อยเปื่อยของอคิราห์แน่นอนว่ามันไม่จริงแต่เขาขี้เกียจบอกว่าคิดถึงเรื่องตอนนั้นที่กันติทัตมาบอกว่าจะต้องแต่งงานมันเล่นเอาเขาเสียหลักเสียศูนย์สูญเสียไปทุกอย่างกว่าจะกลับมาตั้งหลักได้ก็ใช้เวลาไปมากพอสมควรเลย

“ยังไม่ง่วงแต่ที่ว่าคิดอะไรเรื่องเปื่อยนี่มันเปื่อยขนาดไหนกันครับถึงได้ทำหน้ายุ่งขนาดนี้” ข้อดีของพี่หมอคือเขาเป็นคนที่เอาใจใส่ในคนรอบข้างเรื่องเล็กเรื่องน้อยแค่ไหนไม่อาจจะปกปิดสายตาของมังกรหนุ่มไปได้เลยสักที

“ไฟคิดถึงตอนที่พี่หมอมาบอกเรื่องแต่งงาน คิดว่าตอนนั้นไฟรอดตายมาได้ยังไง” อคิราห์ไม่ได้พูดเกินจริงเพราะช่วงเวลานั้นมันทุกข์ทรมานเหมือนจะขาดใจตายถ้าจะเรียกได้ว่าตายทั้งเป็นก็คงจะไม่ผิดนัก

“คงเพราะมีครอบครัวที่ดีไฟมีคุณพ่อคุณแม่ที่ประเสริฐมากท่านพร้อมที่จะช่วยเหลือทุกอย่างโดยไม่ถาม ไม่พูดฟื้นฝอยหาตะเข็บแล้วก็มีพี่ๆ อีกสามคนที่เป็นเหมือนองครักษ์คอยปกป้องเจ้าชายตัวน้อยคนนี้ ขอโทษครับที่เคยทำร้ายไฟแต่พี่สัญญานะว่าจะชดใช้ไห้ทั้งชีวิต” อ้อมกอดที่อบอุ่นกับเสียงทุ้มที่ฟังกี่ครั้งก็ละมุนหูมันทำให้อคิหาห์มั่นใจแล้วว่านายแพทย์กันติทัตจะไม่ทำให้ตัวเองต้องกลับไปตกนรกแบบนั้นอีกแล้ว

“ไฟไม่ได้อยากให้พี่ชดใช้แค่อยู่ด้วยกันแบบนี้ก็ดีแล้วครับ” ถึงชายหนุ่มจะไม่ได้เป็นคนใจดีแต่ก็ไม่ได้เป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นอะไรหลายปีที่ผ่านมาคนข้างๆ ทำให้เห็นว่าดูแลอคิราห์ได้เท่านี้เขาก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว

“มักน้อยตลอดเลยเราว่าแต่ทำไมถึงคิดเรื่องเก่าๆ ขึ้นมาล่ะ” ทั้งคู่ไม่ได้พูดถึงเรื่องที่ผ่านมาเท่าไรนักเพราะถือว่าเราพูดคุยกันเข้าใจทั้งหมดแล้วไอ้เรื่องจะขุดเรื่องเก่าขึ้นมาทะเลาะกันนั้นมันไม่เคยมีประวัติถ้าจะพูดเพราะระลึกถึงนั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

“ไม่รู้เหมือนกันครับจู่ๆ มันก็นึกถึงขึ้นมา อือ... พี่หมออย่าซน” ชายหนุ่มร้องเบาๆ เมื่อคนรักขบเข้าที่หลังคอกันติทัตชอบเหลือเกินที่จะคลอเคลียกันอยู่แบบนี้และอคิราห์ก็รู้ว่าต่อไปตัวเองจะต้องพบเจอกับอะไร

“เข้าบ้านกันอากาศเย็นแล้วน้ำค้างลงหัวเดี๋ยวจะป่วย” หนุ่มผมยาวได้แต่ยิ้มเพราะอีกคนพูดราวกับเขานั้นเจ็บป่วยง่ายเป็นพวกกระหม่อมบางทั้งๆ ที่ความจริงอคิราห์ก็นับว่าเป็นชายหนุ่มที่มีร่างกายแข็งแรมสมบูรณ์ดีแต่อย่าไปนับอาการป่วยกระเสาะกระแสะยามเด็กที่จะทำให้เขาเป็นผู้ชายขี้โรคแบบไม่มีเหตุผลไปก็แล้วกัน

“อุ้มไฟหน่อยครับ” ชายหนุ่มหันหน้ามาหาคนรักก่อนจะใช้สองแขนคล้องลำคอของอีกคนไว้โดยที่กันติทัตก็รู้หน้าที่ช้อนสะโพกหนั่นเนื้อขึ้นช่วยให้อคิราห์ตวัดขาคลองเกี่ยวบันเอวของเขาไว้แล้วกระเตงพากันเดินตรงไปยังห้องนอนโดยที่ริมฝีปากไม่ได้ผละห่างจากกันเลยสักนาที

อคิราห์ใช้เรียวแขนกอดรัดและลูบไล้ไปตามกล้ามเนื้อของคุณหมอให้ร่างกายท่อนบนนั้นเสียดสีกันอย่างจงใจส่วนท่อนล่างก็ใช้เรียวขาตวัดรัดรอบเอวสอบจงใจใช้ส่วนนั้นถูไถกันเพื่อปลุกปั่นและยั่วยวนจนเสียงลมหายใจที่เป่ารดอยู่ข้างหูเริ่มกระชั้นขึ้นถึงได้ผละออกมายกยิ้มอย่างอารมณ์ดี

“คนขี้ยั่ว” กันติทัตกัดฟันกรอดเมื่อกำลังพยายามสกัดกลั้นอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่านเพราะไม่ได้ทำกิจกรรมเนื้อแนบเนื้อมาก็นานหลายเดือนแล้วเนื่องจากต่างคนต่างยุ่งกับงานแล้วไหนพี่ชายของอคิราห์จะมาประสบอุบัติเหตุอีกเรื่องจู๋จี๋เลยถูกมองข้ามไปโดยปริยาย

“แล้วยั่วขึ้นไหมล่ะครับ อ๊ะ” อคิราห์ร้องลั่นเมื่อโดนคนตัวโตโยนลงบนเตียงโดยที่คุณหมากันติทัตก็รับตามลงมาทับเอาไว้ด้วยแต่ชายหนุ่มก็สามารถเอาคืนได้ทันท่วงทีด้วยการพลิกตัวกลับขึ้นมาอยู่ด้านบนโดยนั่งทับช่วงเอวของคนรักเอาไว้

“ขึ้นมาก... ขึ้นให้พี่หน่อยสิครับ” คำพูดสองแง่สองง่ามนั้นทำให้คุณหมอเด็กหน้าแดงลามไปยันหูมันก็จริงอยู่ที่ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้แนบชิดแต่เขาก็ยังคงขัดเขินได้ทุกทีสิน่า

อคิราห์ไม่ได้ตอบอะไรออกมาแต่ที่เขาทำคือขยับตัวไปดึงกางแกงนอนของคุณหมอให้ร่นไปทางหน้าขาพอปราการที่ขวางกั้นหลุดพ้นมังกรตัวโตก็ดีดผึงออกมาแทบจะทิ่มตากันเลยทีเดียวแบบนี้แสดงว่าเกาะกันติทัตเตรียมการไว้พร้อมแล้วที่จะเผด็จศึกอคิราห์

มือขาวของคุณหมอเด็กคว้าหมับที่มังกรตาเดียวที่งอแงเหมือนจะร้องไห้ก่อนจะค่อยๆ ปลอบประโลมด้วยความใจเย็นโดยลูบจากหัวไล่ไปจนสุดโคนแล้วตามด้วยเรียวลิ้นนุ่มๆ แตะแต้มลงไปอย่างแผ่วเบาส่วนมือก็ขยับท่อนลำให้เด้งตีลิ้นตัวเองที่แลบรอดังแปะแปะ

ความคิดเห็น