จำปีหอม

เตรียมพบกับรูปเล่มค่ะ

ชื่อตอน : 5 รีอัพ

คำค้น : สายป่าน,ดราม่า,โจนาธาน,ศิวนาถ,จำปีหอม,วาย,นิยายรอตีพิมพ์,ดราม่า,ความรักสีเทา

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 58

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ส.ค. 2562 12:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
5 รีอัพ
แบบอักษร

​2019/02/20 

ขณะที่สายป่านกำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างมีความสุข ชีวิตสมรสของโจนาธานที่ปราศจากความรักกำลังง่อนแง่นเต็มที หลังจากแต่งงานได้หนึ่งปีเจสสิก้าก็ได้ให้กำเนิดลูกชายกับโจนาธานคนหนึ่ง แต่หลังจากคลอดลูกแล้วเธอกลับไปฟิตหุ่น ไม่ยอมแม้ให้ลูกชายดูดนมจากอกตัวเองเพราะกลัวหน้าอกจะเสียทรง เรื่องการเลี้ยงดูพระจันทร์ก็ตกเป็นของพี่เลี้ยงไป พ่อแม่ของเจสสิก้านั้นเมื่อได้โจนาธานที่เป็นคนหนุ่มเอาการเอางานมาช่วยก็ปล่อยงานให้ชายหนุ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งมีคนมาชักชวนให้ไปเล่นพนัน ทั้งคู่เข้าบ่อนเป็นว่าเล่นใช้จ่ายเงินอย่างเพลิดเพลินโดยไม่เฉลียวใจว่าโจนาธานมีแผนร้าย 

ขณะที่ครอบครัวแฮริสันวางแผนฮุบกิจการของบ้านเจสสิก้า โจนาธานก็วางแผนตลบหลังทุกคนอยู่เงียบๆ ยิ่งนานวันเขายิ่งรู้เช่นเห็นชาติครอบครัวอุปถัมภ์ ส่วนคีนน้องชายบุญธรรมนั้นเขาไม่สนใจ เพราะคีนอยู่โรงเรียนประจำที่เอสแลนด์และแทบไม่ได้กลับบ้าน เขาเคยเจอเพียงครั้งเดียวส่วนใหญ่นายและนางแฮริสันเป็นฝ่ายบินไปเยี่ยม จนเรียนจบคีนก็ขอทำงานต่อที่นั่น เขาไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าเด็กนั่นเรียนอะไร 

โจนาธานค่อยๆสร้างพรรคพวกของตัวเองทีละน้อย แม้แรกๆเขาจะถูดขัดแข้งขัดขาจากผู้ถือหุ้นคนอื่นแต่ด้วยการบริหารของเขาที่สร้างกำไรให้กับซันนี่กรุ๊ปเป็นอย่างมาก ทำให้เป็นที่ยอมรับของผู้ถือหุ้นมากขึ้นเรื่อย ๆ จนผ่านไปสองปีโจนาธานก็รวบรวมพรรคพวกได้เกินครึ่ง ส่วนคนที่ไปชักชวนให้พ่อแม่ของเจสสิก้าเล่นการพนันนั้นเป็นคนของอเลน แฮริสัน เขาต้องการฮุบซันนี่กรุ๊ปตั้งแต่แรก เมื่อนายและนางซันนี่เสียการพนันมากขึ้นๆก็ยิ่งยากจะถอนตัว โจนาธานก็ป้อนเงินให้พวกเขาเล่นไปเรื่อยๆจนเคยตัว ขณะที่อเลน แฮริสันก็ให้คนไปล็อบบี้ผู้ถือหุ้นคนอื่นๆขายหุ้นมาแล้วให้โจนาธานช้อนซื้อ เจสสิก้านั้นก็เอาแต่แต่งตัวและซื้อของฟุ่มเฟือยไปวันๆ ตอนแรกเธอพึงใจในใบหน้าที่หล่อเหลาของโจนาธาน แต่เมื่อสามีหนุ่มเอาแต่ทำงานเธอก็เริ่มเบื่อ เรื่องลูกยิ่งไม่อยากได้ เธอจึงออกเที่ยวเตร่กับผู้ชายมากหน้าหลายตาซึ่งโจนาธานให้นักสืบเก็บข้อมูลไว้ทั้งหมด 

อเลน แฮริสันสร้างเรื่องให้โยฮันพ่อของเจสสิก้าละเมิดทางเพศเด็กที่อายุยังไม่ถึง18 หุ้นของซันนี่กรุ๊ปดิ่งเหวจนหลายคนขายทิ้ง แน่นอนว่าแฮริสันกรุ๊ปช้อนซื้อไว้ทั้งหมดในชื่อของโจนาธาน ตอนแรกนายและนางซันนี่ขอบคุณเขาอย่างมากและเตรียมซื้อหุ้นคืนแต่อเลนเลือดเย็นกว่านั้น เขาดันจนโจนาธานขึ้นเป็นประธานของซันนี่กรุ๊ปจนได้และเปลี่ยนชื่อเป็นนิวซันนี่กรุ๊ป ส่วนหนึ่งเพราะจำนวนหุ้น อีกส่วนเพราะชื่อเสียงฉาวโฉ่และคดีของละเมิดทางเพศของโยฮันแดงขึ้นมาทำให้ผู้ถือหุ้นที่เหลือเทเสียงมาให้โจนาธาน กว่าที่โยฮันจะรู้สึกตัวเขาก็ถูกเพื่อนโกงบริษัทที่สร้างมากับมือไปอย่างหน้าด้านที่สุด 

“เพราะคุณคนเดียว ฉันไม่น่าให้ลูกไปแต่งงานกับโจนาธานเลยจริงๆ” จูเลีย ซันนี่ชี้หน้าว่าสามี 

“เหอะ ตอนแรกคุณก็เห็นด้วยกับผมไม่ใช่หรือ จะเอาโจนาธานเป็นหุ่นเชิดให้มันรับผิดแทนเรา เป็นไงล่ะ” โยฮันปรายตามองจูเลีย 

“คุณก็เอาแต่เข้าบ่อน งานการไม่ทำเลยถูกมันโกงไงล่ะ ไอ้โง่” จูเลียจุดบุหรี่ขึ้นสูบอัดควันหนักๆเป็นการระบายอารมณ์ 

“ก็เข้าไปเล่นด้วยกันไหม แค่นี้ก็แทบไม่เหลืออะไรแล้ว เสื้อผ้าเครื่องสำองค์ก็เพลาๆลงหน่อย” โยฮันปราม 

“หนูคิดว่าไม่เห็นจะเป็นอะไรเลยนี่คะ ในเมื่อเรายังเหลือหุ้นอีกตั้งเกือบสี่สิบเปอร์เซ็นต์ เราก็ต้องได้เงินปันผลสิ ใช่ไหมคะพ่อ ยังไงทะเบียนสมรสของหนูกับโจนาธานก็ยังอยู่ หรือหนูจะฟ้องหย่าเรียกเงินให้เขาหมดตัวเลยก็ได้” เจสสิก้านั่งมองพ่อแม่เถียงกันอย่างไม่สนใจพูดขึ้นมา 

“อย่าเพิ่ง เก็บไว้เป็นไม้ตายของเรา ให้พ่อส่งคนไปเจรจาก่อน เอาตาหนูเป็นเครื่องต่อรองก็ได้ หากมันไม่คืนตำแหน่งประธานบอร์ดให้พ่อ แกจะฟ้องหย่าแล้วเอาตาหนูไป” ยามเข้าตาจนโยฮันสามารถเอาหลานมาเป็นเครื่องมือหาผลประโยชน์เข้าตัวเองได้อย่างไม่อาย 

“ถ้าเอาพระจันทร์มาหนูไม่เลี้ยงนะพ่อ เด็กอะไรงอแงชะมัด” เจสสิก้าเบะปากจนจูเลียทนไม่ไหวเอ็ดบุตรสาวเข้าให้ 

“นั่นมันลูกแกนะเจสสิก้า ก็วันๆแกเอาแต่ออกไปเที่ยวเตร่ลูกมันก็ร้องหาสิ” 

“โอ๊ย พูดมากน่ารำคาญ พ่อกับแม่รีบให้หนูแต่งงานทำไมล่ะ หนูยังใช้ชีวิตวัยรุ่นไม่คุ้มเลย ใครจะอยากอยู่บ้านเลี้ยงลูกจนหน้าโทรมกัน ไปเที่ยวดีกว่า” เจสสิก้าสะบัดหน้าเดินออกไป 

“คุณดูลูกคุณนะ” จูเลียโกรธจนตัวสั่น 

“ก็ลูกเธอเหมือนกันนั่นแหละ หยุดโวยวายเสียที มาช่วยกันคิดหาทางเอาตำแหน่งกับหุ้นคืนมาก่อน” โยฮันตวาด จูเลียแม้จะขัดใจแต่ก็ยอมสงบปากช่วยสามีคิดแต่โดยดี 

แต่เรื่องที่ครอบครัวซันนี่คิดจะใช้ขู่โจนาธานกลับไม่เป็นผล อีกทั้งเอกสารที่โยฮันหลบเลี่ยงภาษียังไปถึงมือสรรพากรได้อย่างไรไม่มีใครทราบ เพื่อหลีกเลี่ยงการติดคุกทำงานให้โยฮันจำต้องจ่ายภาษีก้อนใหญ่พร้อมค่าปรับ เขาไม่มีทางเลือกจึงจำใจต้องเทขายหุ้น แต่ยามนี้ชื่อเสียงบริษัทตกต่ำทำให้ขายได้ราคาไม่มากเท่ามูลค่าที่แท้จริงของมันจนโยฮันแทบจะกระอักเลือดด้วยความแค้น จนหลังจากจ่ายภาษีโยฮันแทบจะเหลือแต่ตัว 

เจสสิก้าที่หมดรักโจนาธานแล้วคิดจะฟ้องหย่ารีดเงินจากโจนาธานเป็นครั้งสุดท้ายแตเมื่อเธอเดินทางไปพบโจนาธานที่บริษัทกลับถูกชายหนุ่มหัวเราะเยาะใส่ 

“เธอคิดจะฟ้องหย่าฉันด้วยข้อหาอะไรหรือเจสสิก้า ทั้งที่ฉันออกจะมีความสงสารให้เธอบ้างเล็กน้อยแท้ๆ” 

“คนอย่างฉันไม่ต้องให้คุณมาสงสาร ฉันต้องการทรัพย์สินครึ่งหนึ่ง ทุกอย่างคุณได้มันมาหลังแต่งงานนับเป็นสินสมรส” เจสสิก้าเชิดหน้า หากการหย่าสำเร็จเธอก็จะได้เงินก้อนใหญ่ 

“ใช่ ถ้าเธอฟ้องหย่าฉันสำเร็จนะ ดูนี่ก่อนเผื่อเธอจะเปลี่ยนใจ” ทนายของโจนาธานรู้จังหวะส่งซองสีน้ำตาลให้เจสสิก้า แม้เธอจะดูงงแต่ก็เปิดซองออกดู เมื่อเห็นรูปเต็มตาเธอก็ลุกขึ้นยืนปาทั้งหมดใส่หน้าโจนาธาน 

“นายมันเลวที่สุด ไอ้ลูกไม่มีพ่อไม่มีแม่” เธอด่าอย่างเกรี้ยวกราดทำเอาความอดทนของโจนาธานหมดลง เขาลุกขึ้นยืนด้วยความสูงที่มากกว่าเจสสิก้าเกือบ20เซนติเมตร มือใหญ่บีบคางเธอแน่นทำเอาหญิงสาวกลัวจนตัวสั่น 

“แล้วคนที่พ่อแม่สั่งสอนอย่างเธอน่ะจำหน้าคู่ขาได้หมดหรือเปล่า รูปทั้งหมดนี่ฉันจะให้คนส่งไปให้ที่บ้านเธอก็แล้วกัน มีทั้งวันและเวลาที่เธอเข้าโรงแรมกับพวกผู้ชายเหล่านั้นโดยละเอียด เก็บไว้เป็นคอลเลคชั่นส่วนตัวก็ไม่เลวนะว่าไหม” โจนาธานสะบัดมือจนเจสสิก้าหน้าหงาย ดีที่ทนายของเธอรับตัวเธอได้ทันก่อนจะล้มลงไป 

“ถึงอย่างไรเธอก็เป็นแม่ของพระจันทร์ ฉันคงไม่ใจร้ายกับเธอเกินไป ถ้าเธอตกลงเซนต์เอกสารให้ฉันสักสองสามใบฉันก็จะให้เงินเธอก้อนหนึ่ง หากใช้ดี ๆ เธอจะสามารถอยู่ได้อย่างสบายชั่วชีวิต ตกลงหรือเปล่า” 

ในที่สุดเจสสิก้าจำต้องยอมรับข้อเสนอของโจนาธานยอมเซนต์ใบหย่าและยกพระจันทร์ให้โจนาธานแลกกับเงินสองร้อยล้านเหรียญและเงินปันผลจากหุ้นของซันนี่กรุ๊ปอีก10เปอร์เซ็นต์ แต่หากเข้ามาวุ่นวายกับพระจันทร์เมื่อไหร่ก็จะถูกโจนาธานตัดเงินช่วยเหลือทันที 

เจสสิก้าจำต้องยอมรับหลังจากทนายแนะนำเธอว่าหากขึ้นศาลเจสสิก้าไม่มีทางชนะ หญิงสาวกำเช็คเชิดหน้าเดินออกจากบริษัทอย่างทระนง 

โจนาธานนั่งนวดศีรษะอย่างเหนื่อยอ่อน ครอบครัวซันนี่ดูไม่มีสมองเสียจนเขาสงสัยว่าทำธุรกิจใหญ่โตมาได้อย่างไรตั้งนานโดยไม่เจ๊งไปเสียก่อน 

“เหนื่อยแย่เลยนะ คืนนี้ไปดื่มคลายเครียดกันหน่อยไหม” สมิทเลขาควบตำแหน่งเพื่อนสนิทชวน เขาเห็นการเปลี่ยนแปลงของโจนาธานตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัย ค่อนข้างจะเห็นใจเพื่อนอยู่พอสมควร 

“ไม่ล่ะ ฉันเป็นห่วงพระจันทร์” โจนาธานปฏิเสธ แม้ไม่รักเจสสิก้าแต่เขาก็รักลูกของเขามาก 

“ตามใจ ไว้เจอกันพรุ่งนี้แล้วกัน” สมิทลุกออกไปทำงานต่อให้โจนาธานเก็บของขับรถกลับบ้าน ตามด้วยรถของบอดี้การ์ดอีกสองคัน จึงทันเห็นเจสสิก้าและพ่อแม่ของเธอกำลังอุ้มพระจันทร์เตรียมขึ้นรถ ไฟโทสะโหมขึ้นทันที เขาขับรถไปขวางทางออกไว้ก่อนที่จะลงไปกระชากแขนเจสสิก้า 

“ฉันบอกเธอว่าอย่างไร” โจนาธานหน้าตาถมึงทึง เจสสิก้าที่ไม่เคยเห็นอดีตสามีโกรธมากขนาดนี้มาก่อนก็เกิดความกลัวขึ้นมา ขณะที่พระจันทร์ตกใจร้องไห้จ้า 

“ฉันแค่คิดถึงลูกอยากจะอยู่กับลูกเป็นคืนสุดท้าย” เจสสิก้าแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ในใจคิดว่าไม่น่าเชื่อพ่อของเธอที่ยุให้มาขโมยพระจันทร์ไปด้วยเลย 

“ให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายนะเจสสิก้าที่ฉันจะได้เจอหน้า ไม่อย่างนั้นเธอจะไม่ได้อะไรเลย” โจนาธานดึงลูกมากอดเองตาตวัดมองโยฮันที่หน้าเสียลนลานไปสตาร์ตรถขับออกไปด้วยความรวดเร็ว 

“ไปเป็นไรแล้วนะครับพระจันทร์” โจนาธานอดสงสารลูกไม่ได้ เด็กน้อยเกือบสี่ขวบแล้ว ใบหน้าน่ารักนักหนาเพราะได้ส่วนดีของพ่อกับแม่ แต่พระจันทร์เป็นเด็กไม่พูด โจนาธานพาไปรักษามาหลายที่พระจันทร์ก็ยังไม่พูดทั้งที่ทดสอบการได้ยินแล้วปกติดี หมอหลายคนปลอบว่าหากได้เข้าโรงเรียนมีเพื่อนเล่นพระจันทร์อาจจะยอมพูดก็ได้ โจนาธานคิดว่าให้ลูกครบสี่ขวบก่อนค่อยพาไปเข้าโรงเรียนก็พอดีมาเกิดเรื่องเสียก่อน 

“สมิท เราคงต้องไปเปิดสาขาที่มันตราก่อนกำหนดแล้วล่ะ ฉันอยากพาพระจันทร์ไปพักผ่อนสักพัก” โจนาธานกล่อมลูกนอน เด็กน้อยจับเสื้อเขาไว้แน่นไม่ยอมปล่อยแม้จะหลับไปแล้ว 

“เออ เข้าใจว่ะ ไปพักผ่อนกันที่นั่นก็ดี เขาว่าแผ่นดินมันตราเต็มไปด้วยเพชรนิลจินดา ขุดตรงไหนก็เจอสร้างโรงแรมคราวนี้ฉันอาจจะรวยก็ได้นะ” สมิทหัวเราะอารมณ์ดีแต่ถูกเพื่อนตัดสายไปโดยไม่สนใจ 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น