ผู้บำเพ็ญเพียรภายในถ้ำ
email-icon

ฝากนิยายด้วยน้า

ตอนที่ 33 ข้อตกลง

ชื่อตอน : ตอนที่ 33 ข้อตกลง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.3k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ส.ค. 2562 09:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 33 ข้อตกลง
แบบอักษร

เจอคำพูดกวนบาทา แต่ชายผมยามหรือมิซึคาเงะรุ่นที่สามก็ไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมา ใบหน้าของเขายังคงสงบนิ่งมันดูค่อนข้างน่ากลัวเล็กน้อยจนคาซึยะเลิกทำเป็นเล่น

 

 

 

"อยากจะพูดอะไรก็พูดมา"

 

 

 

"ไม่มีอะไรมากฉันแค่อยากให้เธอส่งคืนดาบทั้งสี่เล่มมาให้ทางนี้ เพราะมันสำคัญสำหรับหมู่บ้านมาก จะให้คนนอกเป็นผู้ถือครองคงไม่ดีเท่าไหร่ แน่นอนทางนี้จะมีค่าตอบแทนงามๆให้แก่เธอ เอาเป็นสามหางเป็นไง ?"

 

 

 

คาซึยะถึงกับแสยะยิ้มสามหาง ? จะให้สามหางมาที่หมู่บ้านก่อนจะปลดผนึกให้มันทำลายหมู่บ้าน ใครรับข้อเสนอก็โง่เต็มทนแถมอีกอย่างสามหางนั้นไม่สำคัญต่อโคโนฮะเลย ต่อให้นำหนึ่งถึงแปดหางมัดรวมกันยังเอาเก้าหางไม่อยู่เลยด้วยซ้ำ

 

 

 

"เรื่องสามหางไม่ค่อยมีประโยชน์กับทางนี้เสียเท่าไหร่ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าพวกนายจะแอบวางยาในผนึกหรือเปล่าทางเราก็ไม่ทราบ"

 

 

 

ชายผมยาวขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่คิดเลยว่าเด็กชายตรงหน้าจะเฉียบแหลมและระมัดระวังตัวแจ จริงๆเขาก็คิดจะทำอย่างที่คาซึยะกล่าวมาแต่ใครจะคิดว่าเด็กตรงหน้านั้นไม่มีความสนใจในตัวสัตว์หางเลย

 

 

 

"แล้วเธออยากได้อะไร?"

 

 

 

"ถ้าอยากแลกเปลี่ยน อย่างแรกคุณต้องหาดาบเล่มใหม่มาให้ฉัน เอาเป็นดาบชื่อดัง ดาบตัดหญ้า คุซานางิทั้งสองรูปแบบเลยก็แล้วกัน ด้วยพลังของมิซึคาเงะคงไม่เกินพลังหรอกใช่ไหม?"

 

 

 

"นี่! ท่านรุ่นสาม เรื่องนี้..."

 

 

 

มันเงสึหันไปกล่าวด้วยท่าทีไม่ชอบใจ แค่ปล่อยให้เข้าไปสังหารเจ้าเด็กนี่แหละแย่งดาบทั้งสี่มาก็สิ้นเรื่อง แถมดาบคุซานากิทั้งสองรูปแบบในปัจจุบันก็เป็นดาบประจำตัวของท่านรุ่นสามอีกด้วย

 

 

 

"ไม่มีปัญหา ฉันจะมอบคุซานากิสองรูปแบบให้แก่เธอเพื่อแลกเปลี่ยนกับดาบอีกสองเล่ม แล้วข้อเสนอที่สองละ ?"

 

 

 

"ไม่ยากก็แค่ลงนามจะไม่โจมตีโคโนฮะ ระยะเวลาก็สักปีหนึ่งก็พอหลังจากนั้นสัญญาก็จะสิ้นสุดดีไหม ?"

 

 

 

มิซึคาเงะรุ่นสามพอได้ยินข้อเสนอก็ทำท่ากุมคางครุ่นคิดในขณะที่คาคาชิและไกเตรียมตัวอยูุ่ สักพักเจ้าตัวก็พยักหน้าทำให้คาคาชิและไกถอนหายใจ 

 

 

 

แม้ว่าพวกเขาจะไม่กลัวทั้งสามคน แต่การปะทะก็อาจจะเกิดการสูญเสีย เพราะทางนั้นมีระดับคาเงะชั้นสูงถึงสองและชั้นต่ำอีกคน แม้หนึ่งในน้้นจะเคยถูกคาซึยะตบจนวิ่งหนีกลับหมู่บ้านแทบไม่ทันไปแล้วก็เถอะ

 

 

 

"ตกลงฉันจะรับข้อเสนอของเธอรับไป"

 

 

 

ดาบสองเล่มถูกโยนมาหาคาซึยะราวกับมันไม่มีค่า แต่เขารู้ดีว่าชายตรงหน้าคงจะกัดฟันให้เขามา ยังไงดาบทั้งเจ็ดก็สำคัญมากกว่าสิ่งอื่นใดเพราะมันเป็นเอกลักษณ์และสมบัติของหมู่บ้าน

 

 

 

"ฉันจะวางดาบทั้งสี่เอาไว้ที่นี่ ส่วนสัญญาท่านควรไปพูดคุยกับรุ่นสามของทางเรา ถ้าสัญญาสิ้นสุดทางเราจะไม่เอาเรื่องที่คนจากหมู่บ้านลอบโจมตีพวกเรา แต่ถ้าฝั่งท่านผิดสัญญาแล้วละก็"

 

 

 

คลื่นนนนนน~

 

 

 

"ฉันจะลบหมู่บ้านแห่งหมอกให้หายไปชั่วนิจนิรันดร์ด้วยมือของฉันเอง!"

 

 

 

กล่าวถึงตรงนี้ก็มีแรงกดดันที่แสนน่าเกรงขามแผ่ออกมาจากร่างเล็กของคาซึยะ จิตสังหารที่เต็มไปด้วยความต้องการทำลายล้างแผ่ขยายเข้าปกคลุมทั้งสามคน จนพวกเขาเริ่มมีเหงื่อไหลรินอย่างช่วยไม่ได้

 

 

 

'เพราะเช่นนี้สินะเขาถึงถูกเรียกว่าผีน้อยแห่งโคโนฮะ เฮ้อทำไมหมู่บ้านของเราไม่มีเด็กเช่นนี้บ้าง'

 

 

 

มิซึคาเงะรุ่นที่สามเริ่มรู้สึกอิจฉาหมู่บ้านโคโนฮะไม่น้อย ที่มีนินจาเยาว์วัยมากพรสวรรค์มากเกินไป โดยเฉพาะเด็กรุ่นใหม่ตรงหน้าของเขา คนหนึ่งก็เหมือนสัตว์ร้ายหลากสีที่เก็บงำความบ้าระห่ำ อีกคนก็ราวกับปีศาจอัจฉริยะที่รอวันเติบโต ส่วนคนสุดท้ายนั้นน่ากลัวที่สุด

 

 

 

'ดีที่ดูเหมือนผีน้อยตนนี้จะยังไม่ถูกกระตุ้นให้ตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์โดยพวกเรา เป็นเด็กที่คาดเดาอะไรไม่ได้ เขามีทั้งพลังและสติปัญญา ความสุขุมรอบคอบ ด้วยพลังของหมู่บ้านคิริในตอนนี้ยังไม่เพียงพอ'

 

 

 

"ถึงหมู่บ้านของพวกเราจะแตกต่าง แต่ฉันหวังว่าสักวันหมู่บ้านของพวกเราจะกลายเป็นหมู่บ้านมิตรสหายกันอย่างแท้จริง แล้วเจอกันใหม่มิซึคาเงะรุ่นที่สาม'

 

 

 

หลังจากตรวจสอบดาบทั้งสองเล่มเสร็จคาซึยะก็พาพวกคาคาชิและไกจากไป โดยทิ้งดาบเข็มร้อยเล่ม ดาบแห่งการระเบิด ดาบหนังฉลาม และรวมถึงริงโกะผู้ถือครองดาบสายฟ้าคมเขี้ยวที่ถูกไกอัดจนจมูกหัก

 

 

 

"ฉันละอยากลองสู้กับเขาดูสักครั้งจริงๆ"มันเงสึกล่าวพร้อมมองไปยังทิศที่เด็กทั้งสามจากไปด้วยท่าทีต้องการต่อสู้

 

 

 

"ฮ่าๆ ถ้าเป็นวิชาดาบแล้วละก็เจ้าไร้เทียมทานแน่นอนมันเงสึ แต่ถ้าวัดกันด้วยทุกอย่างที่มีแม้แต่ข้าก็ไม่มั่นใจว่าจะชนะเขาได้เลย"

 

 

 

"นะ นี่"

 

 

 

"เอาเถอะพวกเรารีบไปทำข้อตกลงกับฮิรุเซ็นก่อนน่าจะดีกว่า ถ้าปล่อยไว้ทุกอย่างอาจจะพินาศ"

 

 

 

อีกสองคนพยักหน้าและทั้งสามก็พากันจากไปทิ้งร่างที่หมดสติของริงโกะไว้ โดยที่ไม่รู้เลยว่ามีเงามืดสองที่กำลังจดจ้องพวกเขาอยู่ตลอด เงานั้นสวมเกราะรบสีม่วงสวมหน้ากากสังสาระ ข้างกายมีร่างขาวดำยืนเคียงข้างเขาตลอด

 

 

 

"มิซึคาเงะรุ่นที่สามอ่อนโยนและยอมคนมากเกินไป คงถึงเวลาที่คิริงาคุเระจะเปลี่ยนคาเงะคนใหม่"เสียงใต้หน้ากากพูดด้วยน้ำเสียงแหบพล่าดูน่ากลัวมันคล้ายเสียงของผู้ชายเลยก็ว่าได้

 

 

 

"ท่านมาดาระเล็งชายคนหนึ่งที่ท่านอาซามิควบคุมได้ง่ายและเหมาะต่อแผนการของพวกเรา เขาเป็นว่าที่สถิตร่างสามหาง"

 

 

 

"ดี ไปกันเถอะอย่าให้พวกมันได้ลงนามสัญญาพันธมิตรกับโคโนฮะ ถ้าสงครามครั้งที่สามเริ่มล่าช้าเกินไปมันจะไม่ดีต่อแผนการในระยะยาว"

 

 

 

เซ็ตสึพยักหน้าและร่างทั้งสองค่อยๆมุดลงไปในดินและติดตามทั้งสามไปอย่างรวดเร็วจนกระทั่งทั้งสองมาโผล่ดักหน้าพวกเขาไว้ สายตาเย็นชาจดจ้องร่างทั้งสามแบบไร้ความปราณี

 

 

 

"เจ้าเป็นใคร ?"

 

 

 

"อ่า~คนตายไม่จำเป็นต้องรู้"

 

 

 

ร่างของผู้สวมหน้ากากยื่นมือไปด้านหน้าก่อนจะมีคลื่นพลังแปลกๆดึงดูดมันเงสึเข้าไปหาที่มืออย่างไร้ทางต้าน จนผลสุดท้ายการโจมตี่ไม่ได้ให้ทั้งสามได้ตั้งตัวมันเงสึก็มาอยู่ในมือของผู้สวมหน้ากาก

 

 

 

มือขวาบีบคอส่วนมือซ้ายหยิบเคียวสีดำฟันเข้าไปที่คอของมันเงสึจนหัวขาดกระเด็ด โลหิตสีแดงฉานจากร่างที่ไร้หัวสาดกระจายอาบร่างของผู้สวมหน้ากาก ทั้งที่เห็นภาพสยองแต่นัยน์ตาใต้หน้ากากก็ไม่มีความสั่นไหวเลยแม้แต่น้อย

 

 

 

"ดูเหมือนจะหลีกเลี่ยงไม่ได้สินะ จูโซไปซะเดี๋ยวข้าจะยื้อชายสวมหน้ากากผู้นี้ไว้เอง"

 

 

 

มิซึคาเงะรุ่นสามกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม ซึ่งจูโซนั้นอยากปฏิเสธแต่ก็ทำไมได้ เขารีบหยิบดาบที่เหลือและวิ่งจากไปอย่างรวดเร็ว และพอเขาจากไปได้ระยะหนึ่งใจที่ไม่อยากจะจากไปทำให้เขาหันกลับไปมองที่ด้านหลังโดยหวังว่าท่านรุ่นสามจะกำจัดชายสวมหน้ากากผู้นั้นได้

 

 

 

แต่ทว่าความเป็นจริงนั้นช่างโหดร้าย ภาพที่เขากำลังเห็นก็คือศีรษะของมิซึคาเงะรุ่นสามที่กำลังถูกถืออยู่ในมือของชายสวมหน้ากาก ร่างไร้หัวของมิซึคาเงะล้มลงพื้นสั่นกระตุกก่อนจะแน่นิ่งไปในเวลาต่อมา

 

 

 

"นะ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน !!"

 

 

 

จูโซหวาดกลัวจนเป้ากางเกงเปียก ตอนนี้แม้จะอยากก้าวเดินยังทำไมไม่ได้เลยด้วยซ้ำ พอเผลอกระพริบตาภาพที่เขาเห็นอีกครั้งก็คือร่างของชายสวมหน้ากากก็โผล่ออกมาอยู่ในระยะประชิดเสียแล้ว

 

 

 

"น่าสังเวชเสียจริง เพียงแค่นี้ก็ก้าวขาไม่ออกแล้ว นินจาคิริงารุเระก็ยังอ่อนไหวเหมือนเดิม"

 

 

 

"นะ นายเป็นใคร นะ เนตรนั่นคนจากตระกูลอุจิวะ!!"

 

 

 

จูโซที่เห็นเนตรวงแหวนใต้หน้ากากก็ตัวสั่นอีกรอบ แต่เขาลืมนึกไปว่าสิ่งที่ห้ามทำยามพบคนอุจิวะนั่นก็คือจ้องดวงตาของพวกเขา ดวงตาของจูโซเริ่มหม่นแสงและถูกควบคุมอย่างสมบูรณ์

 

 

 

"จบแล้วสินะ เจ้าอ่อนนี่เหมาะกับกลุ่มของงานาโตะจริงๆหรือเซ็ตสึ"

 

 

 

"อย่างน้อยเขาก็ยังเป็นคนที่ควบคุมได้ง่าย อีกอย่างด้วยเวลาอีกหลายปีน่าจะเพียงพอให้เขามีพลังคาเงะระดับกลางๆ"

 

 

 

เซ็ตสึกล่าวแนะนำ ซึ่งผู้สวมหน้ากากก็ได้แต่สายหัวทำไมบรรพบุรุษถึงเลือกแต่คนไร้ความสามารถเช่นนี้ ใต้หน้าอาซามิได้แต่ถอนหายใจและกล่าวขึ้น

 

 

 

"เอาเถอะฉันจะควบคุมความทรงจำบางส่วนของมันไว้ก็แล้วกัน เซ็ตสึนำศพของมันเงสึและมิซึคาเงะรุ่นสาม มาซ่อมแซมและเก็บรักษาให้ดีเผื่อพวกเราจะนำมาใช้ในอนาคต และเราจะให้เซ็ตสึขาวแปลงร่างเป็นของพวกเขาตกลงกับดันโซเพื่อลงมือสังหารซารุโทบิ ฮิรุเซ็นและทำลายโคโนฮะ!"

 

 

 

"เข้าใจแล้วท่านอาซามิ"

 

 

 

เซ็ตสึนำศพทั้งสองมาซ่อมแซมด้วยพลังฟื้นฟูของเซ็ตสึขาวอีกด้านก่อนจะเรียกชิโรเซ็ตสึจำนวนสองตัวออก ร่างของชิโรเซ็ตสึค่อยแปรสภาพกลายเป็นโฮสึกิ มันเงสึและมิซึคาเงะรุ่นที่สามอย่างรวดเร็ว

 

 

 

"เพื่อแผนการช่วยให้โลกนินจาสงบสุข ในระยะยาว สงครามโลกนินจาครั้งที่สามเป็นสิ่งจำเป็นแม้ที่รักจะไม่ต้องการ แต่ขอโทษที่ฉันและโลกนี้ยังต้องการมัน!"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น