คณานางค์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 4: บังเอิญหรือพรหมลิขิต [4]

ชื่อตอน : บทที่ 4: บังเอิญหรือพรหมลิขิต [4]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.1k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ส.ค. 2562 15:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4: บังเอิญหรือพรหมลิขิต [4]
แบบอักษร

  

“เอเอฟเคแม่ง…” สบถคำหยาบใส่หน้าจอโทรศัพท์ก่อนจะเก็บมันยัดใส่กระเป๋ากางเกงยันกายขึ้นมานั่งรอเจ้าของห้อง ช้าขนาดนี้ ตกลงว่าหล่อนปิดแค่บ้านเขาหรือเดินข้ามรั้วไปปิดประตูให้บ้านหลังข้างๆ ด้วย กายกำยำหยัดกายขึ้นสูงคลานเข่าลงมาบนพื้นสวมรองเท้าเดินกระทืบเท้าปังๆ ตั้งใจจะลงไปตามทว่าในขณะเดียวกันเฟื่องลดาก็เปิดประตูเข้ามาพอดี 

“คุณภพ เข้ามาในนี้ทำไม” 

เฟื่องลดาถามพลางปรับแววตาไม่ให้ดูตื่นตระหนกตกใจมากเกินไป มือเล็กจับขอบประตูไว้ไม่กล้าเดินเข้ามาแต่ก็ไม่รู้จะออกไปไหนเพราะในบ้านหลังนี้สถานที่เดียวที่หล่อนจะมีเวลาเป็นส่วนตัวก็คือห้องนอนห้องนี้ หล่อนมองใบหน้าคมแอบกลืนน้ำลายลงคอกลัวเขาจะหาเรื่องด่าต่อจากเมื่อตอนกลางวัน 

“หายหัวไปไหนมานี่มันสองทุ่มครึ่งแล้ว กลับช้าขนาดนี้ทำไมไม่กลับพรุ่งนี้เลยล่ะจะได้แวะไปนอนบ้านผู้ชายหน้าโง่ของเธอ!” 

“พูดอะไรของคุณ เฟื่องว่าคุณภพกลับห้องไปเถอะนะคะ เฟื่องจะอาบน้ำแล้วจะไปอุ้มลูกมานอน” 

“ป่านนี้ลูกหลับจนตื่นได้สิบตื่นแล้วมั้งจะไปอุ้มมาทำไม ถ้ารักลูกอยากดูแลลูกจริงเธอคงจะกลับมาดูแลแกตั้งแต่เลิกงานแล้ว ไม่ใช่ลอยหน้าลอยตาอ่อยผู้ชายมั่วผู้ชายไม่เลือกหน้าวันคนสองคน น่ารังเกียจ!” ตะคอกใส่ชี้หน้าด่าปาวๆ ด้วยน้ำเสียงกักขฬะ สายตาของเขาดูแคลนในตัวแม่ของลูกอย่างเห็นได้ชัดไม่มีสักเสี้ยวสายตาเลยที่จะเห็นอกเห็นใจ รณภพย่างสามขุมเข้าไปใกล้มากขึ้นตะปบมือจับต้นแขนบางผลักหล่อนให้เข้าไปข้างในเพื่อที่เขาจะได้ปิดประตูลงกลอนไม่ให้ใครเข้ามาช่วยปกป้องผู้หญิงหน้าไม่อายมั่วไม่เลือกอย่างเฟื่องลดา 

“จะทำอะไรก็คิดถึงความรู้สึกคนอื่นบ้าง เฟื่องไม่ใช่สิ่งของที่คุณจะมาจับเหวี่ยงจับโยนแบบนี้” 

“เธอเป็นแค่คนมาขออาศัยฉันจะทำอะไรกับเธอก็ได้ หรือถ้าฉันเผลอพลั้งมือฆ่าเธอตายฉันก็ไม่เดือดร้อน” 

“ชีวิตเฟื่องมันไม่มีค่าบ้างเลยหรือไง เฟื่องสู้ชีวิตอดทนจนตัวเองมาถึงทุกวันนี้ได้มันยากลำบากมากแค่ไหนคุณไม่เคยรู้ก็อย่ามาพูด” แย้งกลับเสียงสั่นเครือน้ำตาไหลบ่าลงอาบแก้มนวล เสียใจที่ถูกกระทำเหมือนเป็นพลเมืองชั้นสอง เขาใจร้ายกับหล่อนมากทั้งด่าทอทั้งฉุดกระชากทำเหมือนเนื้อตัวหล่อนเป็นหินไม่เจ็บไม่ปวดจากแรงมือของเขา 

“ไม่ต้องมาดึงดราม่าใส่เพราะฉันไม่สงสาร! แล้วที่ฉันถ่อสังขารมาถึงที่นี่ก็ไม่ได้จะมาดูละครลิงหรือมาดูนางร้ายเล่นบทบีบน้ำตา! แต่จะมาถามอาการของเธอว่ามันเป็นหนักนักเหรอถึงเที่ยวไปอ่อยผู้ชายคนนั้นทีคนนี้ที กลางวันคนหนึ่งกลางคืนเปลี่ยนไปเป็นอีกคน หรือเคยชินกับการเปลี่ยนผู้ชายนั่งร้านนั่งบาร์! นั่งในตู้รอคนมาหิ้วขึ้นเตียง!” 

“เฟื่องไม่เคยนั่งร้าน นั่งบาร์ หรือทำอะไรอย่างที่คุณพูด คุณกลับไปเถอะนะ ถ้าเฟื่องทำอะไรผิดเฟื่องขอโทษ เฟื่องเหนื่อย ขอร้อง กลับไปเถอะนะคะ” จำใจยอมยกมือไหว้ทั้งที่กำลังร้องไห้ ทะเลาะกับเขาไปก็ไม่ชนะรังแต่จะทำให้เขาโกรธแล้วมาทำรุนแรงกับตนเอง กายอรชรสั่นสะท้านจากแรงสะอื้นร่ำไห้แต่เหมือนว่ารณภพจะไม่สนใจถึงหัวเราะเยาะ 

“ไปทำอะไรมาล่ะถึงเหนื่อย ไหน! เข้ามาใกล้ๆ ให้ฉันดูหน่อยซิ” แววตาเขาเย้ยหยัน ก้าวเท้ายาวเข้ามาประชิดก่อนจะยกมือขึ้นกระชากคอเสื้อเชิ้ตให้เปิดออกกว้างมองหาร่องรอยแดงช้ำจากการซุกไซร้เวลามีเพศสัมพันธ์ ยังดูไม่ทั่วเลยเจ้าหล่อนกลับออกแรงต่อต้านตบตีตามร่างกายเขาชุดใหญ่หมัดสุดท้ายซัดมาชนปลายคางเจ็บจนสะเทือน 

“ขอดูแค่นี้เองจะตายหรือไง อยู่เฉยๆ ไม่งั้นฉันฆ่าเธอตายแน่” รณภพข่มขู่ เขาโกรธมาก รวบข้อมือสองข้างหล่อนไว้แล้วกระชากคอเสื้อให้ตกลงมาอีกจนมองเห็นทรวงอกใต้ชั้นในเกินครึ่ง สายตาเขาเลื่อนลงต่ำทันทีลืมไปว่าจะเปิดเสื้อดูรอยแดงบนต้นคอ เพราะเผลอตัวไปช่วงเวลาหนึ่งเจ้าหล่อนถึงสะบัดจนหลุดแล้วตวัดฝ่ามือขึ้นตบหน้าเขาเต็มแรงรอยแดงขึ้นเป็นปื้น 

“กล้าดียังไงถึงตบหน้าฉัน!” 

“ทีคุณยังกระชากแขนเฟื่องได้ คุณบอกว่าเกลียดเฟื่องแต่มาทำแบบนี้กับเฟื่องทำไม ออกไปเลยนะ ไปให้พ้นหน้าเฟื่อง” ร้องไห้ ยกมือขึ้นกอดร่างกายไว้ มองเห็นอะไรใกล้มือก็จับมาโยนใส่ 

“โว้ย หยุดโยนของใส่ฉันสักที!” รณภพโกรธมาก ยกมือขึ้นปัดป้องหมอน ปัดกรอบรูปพลาสติกทิ้ง “ผู้หญิงเนื้อตัวสาธารณะอย่างเธอ ฉันไม่ลดตัวลงไปเอาให้เสี่ยงติดโรคหรอก แค่จะดูให้แน่ใจว่านอนกับมันมาแล้วหรือยังไอ้ผู้ชายคนที่เธออ่อยมันที่มหา’ลัย ได้ข่าวว่าเป็นอาจารย์ด้วยนี่ ท่าทางไม่รวยมาก แต่ก็น่าจะพอแล้วแหละ สำหรับผู้หญิงลูกติดไม่มีสมบัติอะไรเลยอย่างเธอ! พอสักที ฉันไปก็ได้! แต่อย่าให้เห็นว่านัดเจอมันหรือไอ้ฐานัสอีกไม่อย่างนั้นฉันจะตามราวีตามจองล้างจองผลาญเธอไปจนวันตาย” เอ่ยจบเขาก็กระทืบเท้าตึงๆ ออกไปจากห้องนอนเหวี่ยงประตูปิดลงสนั่นลั่นบ้าน คล้อยหลังประตูสีขาวบานนั้นปิดลงเฟื่องลดาก็ทิ้งกายนั่งลงบนพื้น ยกมือขึ้นกอดปลอบตัวเองไม่ให้ร้องไห้หนักไปมากกว่านี้ เข็มนาฬิกาชี้บอกเวลาตีหนึ่งแล้วเฟื่องลดายังคงนั่งทำงานบนโต๊ะเล็กข้างเตียง เปิดเพียงโคมไฟอ่านหนังสือเท่านั้นเพราะไม่อยากให้แสงรบกวนลูกน้อย ดวงตาคู่บอบช้ำคล้ำปานหมีแพนด้าจ้องมองหน้าจอโน้ตบุ๊คต่อกันหลายชั่วโมงจนปวดร้าวจี๊ดขึ้นไปสู่สมอง 

ข้างๆ มีกองรายงานมากกว่าห้าเล่มวางไว้พร้อมส่งเป็นงานของเด็กมหาวิทยาลัยที่ว่าจ้างให้ทำ ยังเหลืองานค้างเป็นรูปอีกเกือบยี่สิบที่ต้องรีทัชให้เสร็จภายในคืนนี้ แอบกลัวว่าตัวเองจะไม่ได้นอนเพราะเวลาว่างมีน้อยเสาร์อาทิตย์นี้จะต้องไปทำงานแทนคุณแขไข 

 

 

 

 

จะหาเรื่องอะไรเฟื่องอีกไหมละเนี่ยย 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น