จำปีหอม

เตรียมพบกับรูปเล่มค่ะ

ชื่อตอน : 4 รีอัพ

คำค้น : สายป่าน,ดราม่า,โจนาธาน,ศิวนาถ,จำปีหอม,วาย,นิยายรอตีพิมพ์

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 60

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ส.ค. 2562 14:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
4 รีอัพ
แบบอักษร

​2019/02/19 

สายป่านกลับมาใช้ชีวิตนักศึกษาอีกครั้ง เขาไม่ได้กลับไปที่โบสถ์อีก วันหยุดของสายป่านหมดไปกับการทำงานพิเศษ ออกค่าย ฝึกงาน หลังจากเรียนจบเขาได้รับการแนะนำให้ไปเป็นนักจิตวิยาเด็กที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองอาร์ซิตี้เป็นเมืองเล็ก ๆที่เพียงแม่น้ำกั้นระหว่างสองประเทศ สายป่านรีบตอบรับด้วยความยินดี เขามีเวลาอีกสัปดาห์เดียวก่อนที่จะต้องย้ายออกจากหอพักในมหาวิทยาลัย เด็กหนุ่มจึงรีบแพคกระเป๋าและหาที่พักทันที แม้จะเหลือเวลาอีกเดือนกว่าก่อนที่จะต้องรายงานตัวก็ตามเพราะเขาไม่อยากย้ายห้องหลายรอบ 

สายป่านหาที่พักได้ในที่สุด เป็นห้องแบ่งเช่าจากหญิงหม้ายสูงวัย เป็นห้องใต้หลังคามีห้องน้ำในตัว สายป่านตัดสินใจเช่าเป็นเวลาสองเดือน หากดีก็อยู่ต่อ หรือค่อยคิดขยับขยายหาที่อยู่ใหม่ทีหลัง เขาไม่มีสิ่งของมากนัก ตำราเรียนส่วนใหญ่ยกให้รุ่นน้องไป เก็บไว้เท่าที่คิดว่าจำเป็นกับงาน เสื้อผ้ายิ่งนับว่าน้อย ข้าวของเล็ก ๆ น้อย ๆหากอยู่ในสภาพดีก็แจกที่เหลือก็ทิ้งไปจนหมด ทำให้เมื่อถึงวันเดินทางสายป่านมีเพียงกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ใบที่คุณพ่อทิโมธี่ซื้อให้ที่เขาดูแลมันอย่างดีกับหนังสือสองลังเท่านั้น โดยหนังสือเขาส่งล่วงหน้าไปทางไปไปรษณีย์ก่อนแล้ว 

“โชคดีนะสายป่าน” อาจารย์แม่บ้านผู้ดูแลหอพักนักศึกษาอวยพร เธอเห็นสายป่านมาตั้งแต่เข้าปีหนึ่งและทราบเรื่องราวของเด็กหนุ่มพอสมควร เมื่อเห็นเด็กหนุ่มเติบโตได้อย่างงดงามเธอก็ยินดีกับลูกศิษย์ด้วย 

สายป่านยกมือไหว้ลาอาจารย์อีกครั้งและโบกมือให้เพื่อนและรุ่นน้องที่ยังไม่กลับบ้านช่วงปิดเทอม ก่อนลากกระเป๋าไปขึ้นรถแท็กซี่ที่เรียกไว้ให้ไปส่งที่สถานีรถไฟ อาร์ซิตี้ตั้งอยู่ในหุบเขามีแม่น้ำไรน์กั้นกลางระหว่างสองประเทศ สายป่านเลือกขบวนรถอินเตอร์ซิตี้ที่วิ่งยาวไปทั่วทวีปเที่ยวดึกเพื่อที่จะไปถึงอาร์ซิตี้ในตอนเช้า รถไฟนั้นตรงเวลามาก เมื่อลากกระเป๋ามารอที่ชานชลาเพียงไม่นานขบวนรถก็มาถึง ที่ชานชลามาเบอร์ตู้โดยสารกำกับไว้แล้ว ทำให้สายป่านมายืนรอได้สะดวก มีผู้โดยสารไม่ถึงสิบคนที่ขึ้นรถไฟจากสถานีนี้ สายป่านนำกระเป๋าเดินทางไปล็อคไว้ที่ท้ายตู้แล้วเดินหาที่นั่ง ที่จริงต้องเรียกว่าที่นอนเพราะตอนนี้ก็ดึกแล้วทำให้เบาะที่นั่งถูกปรับเป็นเตียงไปหมดแล้ว เขาเจอเตียงของตัวเองไม่ยากเพราะผู้โดยสารคนอื่นล้วนปิดม่านนอนไปแล้ว เหลือเพียงไม่กี่ที่ที่ยังว่างอยู่ รอส่งตั๋วให้นายตรวจเช็คสายป่านก็ถอดรองเท้าปิดม่านพร้อมพักผ่อนแล้ว 

เสียงล้อรถไฟกระทบรางดังมาเบาๆ ในตู้โดยสารเปิดฮีทเตอร์อุ่นสบาย ปลายฤดูหนาวของปีนี้อากาศยังเย็นอยู่มาก ตัวรถแทบจะไม่โคลงเคลงเลยแต่สายป่านกลับนอนไม่หลับ เด็กหนุ่มนั่งพิงหัวนอนห่มผ้าคลุมขาเหม่อมองดวงไฟข้างทางที่รถไฟวิ่งผ่านอย่างเลื่อนลอย 

“คิดอะไรกันมากมายนะป่าน พรุ่งนี้ต้องดีกว่าวันนี้สิ” สายป่านพึมพำให้กำลังใจตัวเอง สายงานด้านที่เรียนมาสอนให้เขาคิดบวก เด็กหนุ่มเลื่อนตัวลงนอนหลับตาลงไม่นานลมหายใจก็เปลี่ยนเป็นสม่ำเสมอ 

สายป่านสะดุ้งตื่น 

เมื่อพนักงานประจำรถปลุกทุกคนเมื่อใกล้เวลาหกโมงเช้า เด็กหนุ่มพับผ้าห่มไว้ลวกๆ ใส่รองเท้าแล้วกอดกระเป๋าถือมายืนมึนรอพนักงานเก็บเตียง อีกประมาณ45นาทีจะถึงสถานีที่เขาต้องลง แต่จะไปล้างหน้าก็เห็นมาคนต่อคิวอยู่หน้าห้องน้ำหลายคน สายป่านจึงเลือกที่จะมองข้ามแล้วสั่งกาแฟร้อนจากรถเข็นบนรถไฟมาจิบให้ตาสว่างแทน 

พนักงานเก็บเตียงด้วยความเป็นมืออาชีพ ไม่ถึง5นาทีก็สามารถปรับเตียงให้กลายเป็นที่นั่งได้แล้ว และเตียงบนนั้นไม่มีผู้โดยสาร สายป่านจึงได้นั่งกุมถ้วยกาแฟชมวิวมืดๆจากข้างทางคนเดียว ทั้งที่มองอะไรแทบไม่เห็นแต่เมื่อใกล้จะถึงเมืองอาร์ซิตี้สายป่านก็อดไม่ได้ที่จะเอาหน้าแนบกระจกชมวิวด้วยความตื่นเต้น ทั้งที่ฤดูหนาวแบบนี้กว่าพระอาทิตย์จะฉายแสงพ้นขอบฟ้าก็เป็นเวลาแปดโมงเช้า สายป่านจึงเห็นเพียงแสงไฟวับแวมมาจากบ้านของผู้คนที่ตั้งเรียงรายไปตามเนินเขา เมืองอาร์ซิตี้มีบ่อน้ำแร่ที่มีชื่อเสียงหลายแห่งล้วนเป็นน้ำแร่คุณภาพดีต่อกระดูกและโรคไขข้อ เป็นที่นิยมต่อผู้สูงจนมีคำล้อเรียกเมืองอาร์ซิตี้ว่าบ้านพักคนชรา ซึ่งชาวเมืองล้วนยิ้มรับโดยไม่โต้เถียงเพราะคนชราเหล่านี้มิใช่หรือที่เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเมืองนี้ ทั้งสถานพักฟื้น สถานบำบัด บ้านตากอากาศ ร้านอาหาร ร้านซักรีด จิปาถะต่าง ๆ ล้วนเปิดขึ้นเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว แม้จะครึกครื้นคนละแบบกับเมืองท่องเที่ยวชายทะเลแต่ก็เป็นที่นิยมเช่นกัน อีกทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติที่นิยมแบคแพคก็มีไม่น้อยที่นิยมมาพักก่อนจะข้ามไปแคว้นมันตราที่อยู่อีกฝั่งของแม่น้ำ สายป่านหมายใจว่าก่อนจะเริ่มงานเขาจะข้ามไปเที่ยวสักหลายวัน 

เสียงหวูดดังเป็นสัญญาณเตือนให้สายป่านออกจากภวังค์ ขาเล็กก้าวไปหยิบกระเป๋าเดินทางใบโตมายืนพร้อมที่ทางออก เพราะเป็นขบวนอินเตอร์ซิตี้รถจะจอกเพียงแค่5นาทีเท่านั้น เมื่อรถเข้าเทียบชานชลาสายป่านกดปุ่มให้ประตูเปิดลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ลงไปแล้วเดินออกไปหน้าสถานี ท้องฟ้าด้านนอกยังมืดมิดทำให้เขาเลือกร้านอาหาร24ชม.หน้าสถานีเป็นที่ตั้งหลัก หลังจากสั่งอาหารเช้าแล้วเขาหยิบของใช้ส่วนตัวเดินเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าแปรงฟัน อากาศเย็นสบายจึงพอทนได้ที่จะไม่ต้องอาบน้ำ 

เมื่อกลับมาถึงโต๊ะกลิ่นหอมของอาหารก็ทำให้น้ำย่อยของเด็กหนุ่มทำงาน ทำให้อาหารถูกกวาดลงท้องจนหมด เมื่อนั่งจิบกาแฟท้องฟ้าก็สว่างพอดี สายป่านชำระค่าอาหารแล้วเดินลากกระเป๋าเดินทางไปตามถนนมุ่งหน้าไปยังบ้านเช่า ดูจากแผนที่ในโทรศัพท์มือถือเป็นระยะทางเพียงสองกิโลเมตรกับอีกเล็กน้อย สายป่านจึงไม่คิดจะเรียกแท็กซี่เพราะคิดจะเดินชมเมืองไปด้วย 

ตัวเมืองอาร์ซิตี้เต็มไปด้วยอาคารสร้างจากหินทรงโบราณดูเทอะทะแต่แข็งแกร่ง ถนนหนทางสะอาดสะอ้านมีทางลาดสำหรับผู้สูงวัยทำให้สายป่านลากกระเป๋าเดินทางเดินได้สบาย เด็กหนุ่มเดินบ้านร้านรวงที่ประดับหน้าร้านอย่างสวยงามแม้เป็นฤดูหนาวที่หาดอกไม้ได้ยาก เดินขึ้นเนินมาพอเหนื่อยจนถึงจุดชมวิวที่มีนักท่องเที่ยวจากเอเชียยืนถ่ายรูปกันเป็นจำนวยนมากสายป่านจึงไปชะโงกดูกับเขาบ้าง เมื่อได้เห็นทิวทัศน์เบื้องหน้าก็อดที่จะอุทานออกมาไม่ได้ 

“สวยจัง” ตากลมโตโค้งหยีลงมาอย่างเผลอตัวเมื่อได้เห็นแม่น้ำไรน์ไหลอ้อยอิ่งคั่นสองประเทศ ทางฝั่งแคว้นมันตรามีต้นไม้มากกว่าอย่างเห็นได้ชัด ถ้าสายป่านจำไม่ผิดเมืองตรงข้ามชื่อเมืองนาย เทือกเขาทอดตัวเป็นแนวยาวเขียงชอุ่มคือหุบสมบัติของมันตรา ล้วนอุดมไปด้วนแร่มีค่ามากมาย มีถนนทอดยาวเลียบแม่น้ำเหมือนอาร์ซิตี้ นอกจากบ้านที่ดูมีสีสันมากกว่าแล้วที่เหลือก็แทบไม่ต่างกัน มีสะพานหินโค้งเก่าแก่เป็นตัวเชื่อมระหว่างสองประเทศ สายป่านถ่ายรูปเป็นที่ระลึกหัวเราะคิกคักอยู่คนเดียวจนอดไม่ได้ที่นักท่องเที่ยวบางคนจะถ่ายใบหน้าที่ดูมีความสุขนั้นไป เมื่อพอใจแล้วสายป่านก็เดินต่อพร้อมบ่นกับตัวเอง “ทำตัวเป็นนักท่องเที่ยวไปได้นะเรา อยู่ไปนาน ๆจะเห็นว่าสวยแบบนี้หรือเปล่าก็ไม่รู้” 

เดินจนเหงื่อซึมแผ่นหลังสายป่านก็หาบ้านเช่าเจอจนได้ เขามองบ้านตรงหน้าอย่างประทับใจ ตัวบ้านทำด้วยหินสีเทาเหมือนบ้านเรือนส่วนใหญ่ที่นี่สูง4ชั้น หลังคาปูด้วยหญ้าที่ตอนนี้กลายเป็นสีเหลืองกรอบแต่เขารู้ว่ามันจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวอีกครั้งเมื่อหน้าร้อนมาถึง ขอบหน้าต่างทาด้วยสีน้ำเงินหน้าต่างกระจกถูกเช็ดจนใส ตรงขอบหน้าต่างด้านในมีกระถางดอกไม้สีม่วงวางอยู่ก่อนที่จะเป็นผ้าม่านที่ทำจากเศษผ้าเย็บต่อกัน บ้านหลังนี้ตั้งอยู่แทบจะเป็นจุดสูงสุดของเนินเขาทำให้เห็นวิวจากแคว้นมันตราได้โดยไม่มีอะไรบดบัง 

ติ้ง..ต่อง.. สายป่านกดกริ่งเสียงคนเดินมาพร้อมส่งเสียงที่ได้ยินไม่ถนัดมาด้วย เด็กหนุ่มยืนฉีกยิ้มรอซึ่งคนที่มาเปิดประตูก็ไม่ต่างจากที่เขาจินตนาการไว้เลยแม้แต่น้อย มาดามเรโนด์เป็นผู้หญิงร่างท้วมแก้มเหี่ยวย่นมีสีชมพูกุหลาบ รอยิ้มที่ดูใจดีของเธอทำให้สายป่านหายเกร็งไปมาก 

“เธอคงเป็นสายป่าน ฉันดีใจจริง ๆ ที่ได้คนเช่าบ้านน่ารักแบบนี้ เข้ามาสิ” เธอเปิดประตูกว้างให้สายป่านลากกระเป๋าเดินทางเข้าไปได้โดยสะดวก 

มาดามเรโนด์เป็นสุภาพสตรีชราที่น่ารักและใจดีมาก อีกทั้งบ้านของเธอก็สวยงามสะอาดสะอ้านจนไม่น่าเชื่อว่าจะให้เช่าห้องพักในราคาที่ถูกเช่นนี้ 

“ไม่แปลกหรอกจ้ะที่รัก เพราะบ้านหลังนี้ตั้งอยู่บนเนินเขาและไม่มีที่จอดรถ แค่รถยนต์คันเล็กของฉันคันเดียวก็เต็มแล้ว ดังนั้นผู้เช่าจะมีได้แค่สกู๊ตเตอร์เท่านั้น หากเธอคิดจะอยู่ที่นี่เป็นเวลานาน ๆ ฉันก็แนะนำให้เธอซื้อสักคันนะพ่อหนุ่ม เพราะที่นี่ไม่มีรถประจำทางผ่าน ถ้าเธอต้องไปทำงานทุกวันไม่น่าจะสะดวกเท่าไหร่” หญิงชราได้คุยกับสายป่านมาบ้างแล้วตอนที่เขาโทรมาสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับห้องพัก เธอจึงทราบว่าสายป่านจะย้ายมาทำงานที่นี่ 

“ผมจะลองคิดดูครับ” สายป่านยอมรับคำแนะนำของเธอ มาดามเรโนด์อธิบายกฎของบ้านเช่าให้ฟังอีกครั้งก่อนจะส่งกุญแจให้เด็กหนุ่มขึ้นไปชั้นบนเอง 

“ฉันเดินขึ้นไปข้างบนไม่ค่อยไหวแล้วล่ะพ่อหนุ่ม ฉันถึงปรับปรุงแล้วปล่อยให้คนเช่านี่แหละ พอคนเก่าย้ายออกฉันก็จ้างคนแถวนี้มาทำความสะอาดให้แล้วขึ้นไปดูมาแค่ครั้งเดียวแต่ฉันคิดว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว ขาดอะไรก็ลงมาแล้วกัน” 

“ครับ ผมขอตัวไปพักผ่อนก่อนนะครับ” สายป่านค่อยๆลากกระเป๋าเดินทางใบโตอ้อมไปยังทางขึ้นด้านข้างขึ้นไปยังห้องพักอย่างระมัดระวัง บันไดบ้านชันและแคบเขาจึงไม่ตำหนิมาดามเรโนด์เลยแม้แต่น้อยที่ไม่ขึ้นมาส่ง บ้านเช่าหลังนี้มีสี่ชั้น ชั้นล่างเป็นที่พักของหญิงชราเจ้าของบ้าน ชั้นสองและสามมีห้องพักชั้นละสองห้อง ส่วนห้องใต้หลังคาของเขาเป็นชั้นที่4 เนื่องจากเพดานเตี้ยกว่าชั้นอื่นเจ้าของบ้านจึงทำเป็นห้องเดียวแม้จะวิวดีมากแต่ผู้เช่าเป็นคนทำงานที่ไม่สนใจจะดื่มด่ำกับธรรมชาติมากนักเพราะความไม่อยากขึ้นบันไดชันมีมากกว่าห้องจึงยังว่างอยู่หลังจากผู้เช่าเก่าย้ายออกไปได้เดือนเศษแล้ว 

สายป่านไขกุญแจเข้าห้องมา ตัวล๊อคแบบโบราณทั้งหนาและหนักทำให้เขาอุ่นใจเรื่องความปลอดภัยขึ้นมาอีกหน่อย แม้มาดามเรโนด์จะบอกว่าผู้เช่าล้วนแต่เป็นคนเงียบๆ มีทั้งคนต่างถิ่นและนักศึกษาก็ตาม เขาลากกระเป๋าเดินทางมาวางไว้กลางห้องมองไปรอบ ๆ ด้วยความสุข หน้าต่างทั้งสี่บานให้แสงสว่างในห้องอย่างเพียงพอดูอบอุ่น เตียงขนาดกลางตั้งหันไปทางหน้าต่างบานหนึ่งที่สายป่านอาจจะนอนดูดาวได้จากบนเตียงถ้าเป็นหน้าร้อน มีโซฟายาวหนึ่งตัวหุ้มด้วยเศษผ้า เขาเดาว่าเป็นงานฝีมือของเจ้าของบ้าน มองไปเป็นเตาผิงเทียมที่ด้านในเป็นฮีทเตอร์ โต๊ะกินข้าวขนาดเล็กพร้อมเก้าอี้สองตัวทาสีเข้าชุดกับกระดาษปิดผนัง มุมครัวเล็กๆมีเตาสองหัวและเครื่องครัวเล็กน้อย สายป่านกระโดดขึ้นเตียงกลิ้งไปมาอย่างมีความสุข 

“คิดถูกจริงๆที่มาเริ่มต้นที่นี่ ซื้อสกู๊ตเตอร์ซักคันแล้วอยู่ยาวไปเลยดีกว่า ไม่เคยอยู่ห้องน่ารักเท่านี้มาก่อนเลย” สายป่านถอนหายใจยาวปากสีชมพูยิ้มอย่างน่ามอง 

“อุ๊ย! ยังไม่ได้ดูวิวด้านนอกเลย” สายป่านวิ่งไปเปิดหน้าต่าง ลมหนาวพัดพรูเข้ามาจนสั่นสะท้าน “อี๋ หนาวไปอ่ะ ต้องชมวิวจากด้านในไปก่อนจนกว่าจะหน้าร้อนสินะ” เด็กหนุ่มรีบปิดหน้าต่าง เขาลืมไปได้อย่างไรว่าบ้านหลังนี้ตั้งอยู่บนยอดเนิน ลมต้องแรงเป็นธรรมดา เขาเปลี่ยนมารื้อเสื้อผ้าจากกระเป๋าเดินทางจัดใส่ตู้ หนังสือที่เขาส่งไปรษณีย์ยังมาไม่ถึงด้วยเพราะส่งแบบถูกที่สุดทำให้ใช้เวลานาน แต่สายป่านก็ไม่สนก็เขาไม่ต้องรีบใช้สักหน่อย 

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วกว่าสายป่านจะรู้สึกตัวก็เป็นเวลาบ่ายแล้ว กระเพาะน้อย ๆ ครวญครางให้หาอาหารมาเติมเต็มมัน สายป่านจึงหยิบเสื้อโค้ทและกระเป๋าสตางค์ลงไปด้านล่าง แวะถามหาร้านอาหารกับร้านขายของชำจากมาดามเรโนด์แล้วจึงเดินลงเนินไป ที่จริงแล้วข้างบ้านเป็นร้านน้ำชาที่มีชื่อเสียงในหมู่นักท่องเที่ยวแต่สายป่านคิดว่าเขาต้องการมากกว่าขนมกับน้ำชา จึงมีแต่ต้องลงเนินไปเท่านั้น 

สายป่านพุ่งเข้าร้านอาหารร้านแรกที่เจอ อาหารนับว่าไม่แพงและอร่อยทำให้สายป่านขึ้นลิสต์ไว้ในใจว่าจะกลับมาฝากท้องอีก จากนั้นเด็กหนุ่มก็ลองเดินหาร้านสกู๊ตเตอร์และพบว่ามีร้านขายและรับซ่อมอยู่แทบจะทุกมุม เพราะเป็นพาหนะยอดนิยมของที่นี่ สายป่านจึงตัดสินใจซื้อสกู๊ตเตอร์คันเล็กสีฟ้าใสมีกล่องเก็บของล๊อคได้ด้านหลังให้ด้วย เด็กหนุ่มมีเงินเก็บจากการทำงานพิเศษอยู่พอสมควร เพราะที่ผ่านมาเขาใช้จ่ายอย่างประหยัด เมื่อคิดถึงความสะดวกแล้วก็ได้แต่ยอมตัดใจซื้อ ทางร้านยังใจดีแถมตัวล๊อคเพิ่มมาให้ด้วย 

เมื่อได้รถแล้วสายป่านก็แวะไปเติมน้ำมันจนเต็มแล้วขี่รถชมเมืองดู ก่อนจะแวะไปซื้อของชำมาเติมตู้เย็น พรุ่งนี้เขาคิดจะไปสำรวจอีกด้านของเนินจะได้ไม่ต้องย้อนกลับมาทางนี้ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น