ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 110 ท่ายาก

ชื่อตอน : บทที่ 110 ท่ายาก

คำค้น : ซอฟท์วาย,ไป๋หลง,หลงไป๋,ไป๋อวี่,จูอี้หลง,เผิงหลง

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 357

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ส.ค. 2562 09:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 110 ท่ายาก
แบบอักษร

  พอไป๋อวี่สะดุ้งตื่นก็รีบลุกพรวดขึ้นนั่ง รู้สึกเหมือนว่าแค่งีบไป พอจะยกมือขึ้นเสยผมก็ต้องร้องอุทานโอ้ย เพราะข้อมือถูกกระตุกอย่างแรง ไป๋อวี่ก้มลงมอง จึงเห็นว่าข้อมือซ้ายยังโดนเข็มขัดรัดไว้ รูบนปลายเข็มขัดหนังอ่อนราคาแพงแขวนไว้กับขอเกี่ยวข้างหัวเตียงที่มีสายไฟจากโป๊ะไฟแบบตั้งพื้นคล้องไว้เพื่อให้เอื้อมมือกดสวิทช์ปิดเปิดที่อยู่บนสายไฟได้โดยไม่ต้องลงจากเตียง 

  ไป๋อวี่กัดริมฝีปากล่าง หน้าร้อนผ่าวจนถึงหูทั้งสองข้าง ไม่ต้องส่องกระจกเขาก็รู้ว่า ทั้งหน้าและหูของเขาคงจะแดงเป็นผลท้อสุกงอมแน่ๆ 

  เมื่อคืนนี้หลงเกอคงจะโกรธจริง ความโกรธพุ่งผ่านสายตาคมกริบที่จ้องสะกดไป๋อวี่ไว้ไม่ให้ขยับต้วยามเขาโลมเลียไปทั่วแผ่นอกของไป๋อวี่ ทำให้ไป๋อวี่รู้สึกเหมือนถูกลิ้นเฉือดเฉือนจนเนื้อขาดเป็นริ้วๆ น้ำลายเหนียวที่ฉาบทั่วแผ่นอกเมื่อเริ่มแห้งก็ดึงรั้งผิวจนเหมือนกับเลือดที่แห้งเกรอะกรัง  

  ตอนนั้นในหัวของไป๋อวี่มองเห็นภาพของตัวเองนอนดิ้นด้วยความรัญจวนใจอยู่ท่ามกลางกองเลือด มันเป็นภาพที่ทำให้เขาแทบจะหลั่งน้ำรักเสียในนาทีนั้น แต่หลงเกอก็รั้งเขาออกจากอารมณ์แห่งดำฤษณาด้วยการหยุดมือ หยุดทุกอย่าง ความรู้สึกที่ว่าโลกหยุดหมุนอย่างกระทันทำให้ไป๋อวี่เหมือนถูกเหวี่ยงตกโลกไปกองแอ้กกับพื้น  

  "เกอออ อย่าแกล้งผม... ผมยอมแล้ว.." โดนรั้งออกจากประตูสวรรค์สองสามครั้งติดๆกัน ไป๋อวี่ก็เริ่มร้องไห้แล้ว เขาอยากจะใช้มือกอดรัดเล้าโลมคนตรงหน้า แต่จนใจที่ข้อมือทั้งสองข้างถูกเข็มขัดรัดไพล่ไว้ด้านหลัง อยากจะใช้ท่อนขาทั้งสองข้างกระหวัดรัดร่างผอมบางที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแข็งตึงนั้นไว้ แต่หลงเกอก็ใช้แรงข้อที่มีมากกว่ากดหัวเข่าเขาแหวกออก จนไป๋อวี่มีสภาพเหมือนไก่ถูกถอนขนนอนหงายแผ่อ้าซ่าให้จูอี้หลงลิ้มรสจนแทบจะทุกซอกมุม 

  "ให้ผมเถอะ... ให้ผม..." ไป๋อวี่กระดกลำตัวแอ่นร่อนขึ้นคล้ายเชื้อชวนคนเบื้องหน้า จูอี้หลงยันลำตัวลุกขึ้นนั่งคุกเข่าบนส้นเท้า เอียงคอมองกระบอกปืนที่ขึ้นลำไว้แข็งเกร็งแนบไปบนหน้าท้องของคนตรงหน้า 

  "นายไม่เคยเป็นเด็กดี...." เขาบอกไป๋อวี่  

  "เป็น เป็น เป็น ผมเป็นเด็กดี" ไป๋อวี่พยักหน้ายืนยัน ยกขาข้างหนึ่งขึ้นพาดบ่าจูอี้หลงแล้วออกแรงใช้ส้นเท้ากดรั้งจูอี้หลงเข้าหาตัว แต่จูอี้หลงกลับเอนตัวไปทางด้านหลังถอยหนีออกมา  

  "เกอก็ทรมานเหมือนกัน ผมรู้นะ" ไป๋อวี่อ้อน เอียงตัวนอนตะแคงคู้เข่าขึ้นมาจนชิดอก กระเสือกกระสนเกร็งหน้าท้องกับต้นขาขยับไปมาเพื่อช่วยตัวเองเพราะแรงปราถนาที่ท่วมทับจนหมดความอาย 

  จูอี้หลงขยับโน้มตัวมาด้านหน้า เข้ากระตุกยิ้มมุมปากเหมือนกลายร่างเป็นเสิ่นเวยไปชั่วขณะ นันย์ตาจับจ้องใบหน้าของคนที่กำลังกระเสือกกระสนบดขยี้ดาวหางดวงสีแดงโร่ด้วยกล้ามเนื้อหน้าท้องกับต้นขาของตัวเอง แล้วเขาก็กลืนน้ำลายหอบหายใจเสียงดังอย่างไม่ปิดบังอารมณ์ 

  "นายดูดีมาก ...ดูดีมากจริงๆ ยิ่งดิ้นนายก็ยิ่งดูดี..." น้ำเสียงที่ฟังดูหื่นกระหายทำให้จูอี้หลงดูคล้ายเป็นคนอื่น เขาโน้มตัวเข้าหาไป๋อวี่ เอื้อมมือไปแกะเข็มขัดหนังที่พันรัดข้อมือไป๋อวี่ไว้ ดึงไป๋อวี่ขึ้นนั่งทั้งๆที่ตัวยังงอเป็นกุ้ง ย้ายมือที่ถูกไพล่หลังไว้มาด้านหน้าแล้วรัดข้อมือข้างซ้ายดึงมาทางด้านขวา ลากเข็มขัดโอบด้านหลังลำคอไปรัดข้อมือขวาดึงรั้งมาทางด้านซ้าย ทำให้ไป๋อวี่อยู่ในท่างอพับข้อศอกบิดโอบลำคอตัวเอง ท่อนแขนซ้ายที่อยู่ด้านบนบิดเอาฝามือออก หลังมือกดทับลงบนริมฝีปาก 

  จูอี้หลงใช้มือข้างหนึ่งผลักไป๋อวี่นอนหงาย ขณะใช้ท่อนแขนอีกข้างกดหัวเข่าทั้งสองข้างของไป๋อวี่ไว้ให้งอเข้าหาอกเหมือนเดิม ยิ่งผลักเข่าให้ชิดอก ส่วนของบั้นท้ายก็ยิ่งกระดกขึ้นมาจนเห็นร่องก้นขาว ไป๋อวี่ขมิบแล้วคลายก้นตามจังหวะการกระแทกของต้นขาที่เสียดสีเจ้าดาวหางหัวแดงซ้ำแล้วซ้ำเล่าตามแรงกดของจูอี้หลง จนเขาต้องร้องครางหายใจหายคอแทบไม่ทัน 

  จูอีหลงขย่มตัวลงบนขาที่ขดงอของไป๋อวี่ทุกครั้งที่เขากดตัวหลงไป ไป๋อวี่ก็ร้องฟังไม่ได้ศํพท์ทั้งการเสียดสีที่น้องชายทั้งการปวดเกร็งของกล้ามเนื้อขา ความเจ็บปวดผสานกันความรัญจวนใจจนเขาต้องกัดข้อมือที่บิดรั้งของตัวเองไว้แน่น ใบหน้าอาบไปด้วยน้ำตาและน้ำลาย 

  "เกอแก้แค้นผมใช่มั้ย เกอแก้แค้นผม..." ไป๋อวี่ร้องสลับกับครางฮือฮือ 

  "ชอบให้เกอแก้แค้นมั้ย..." จูอี้หลงถาม เสียงเขาสั่นเครือเต็มไปด้วยอารมณ์ปรารถนา นัยน์ตาไม่ยอมละจากใบหน้าของไป๋อวี่ สายตาวาวเยิ้มบอกถึงความรักเจียนคลั่งที่เขามีให้แก่คนที่กำลังร้องไห้น้ำตาอาบหน้า 

  "อือ อือ" ไป๋อวี่พยักหน้าติดๆกัน งับเขี้ยวย้ำลงบนด้านนอกของข้อมือที่ถูกเข็มขัดรั้งจนบิดขึ้นมา .... จุ๊จุ๊จุ๊ ...จูอี้หลงปราม รั้งข้อมือที่ถูกมัดไว้นั้นออกมา 

  "เดี๋ยวจะเป็นแผล" แล้วก็ยัดนิ้วมือของเขาเข้าไปในปากของไป๋อวี่แทน 

  ไป๋อวี่ทั้งกัดทั้งดูดเลียนิ้วมือเหมือนเขาอดอาหารมานาน จูอี้หลงควานนิ้วไปจนทั่วปากไป๋อวี่แล้วค่อยๆดึงนิ้วออกมา ไป๋อวี่งับดูดนิ้วไว้แน่นเหมือนกำลังดูดดื่มนมจากเต้ามารดา... 

  "อย่ากัดแรงสิ เดี๋ยวเป็นแผล จะให้เกอใส่ถุงมือถือไมโครโฟนหรือไง" เขาต่อว่า เสียงกระเส่าไปด้วยอารมณ์ที่เริ่มจะควบคุมไว้ไม่อยู่  

  จูอี้หลงใช้นิ้วมือที่เปียกลื่นด้วยน้ำลายแตะตอดลงบนประตูหลังบ้านของไป๋อวี่ เมื่อรู้สึกได้ถึงความพร้อมของไป๋อวี่ เขาก็ค่อยๆสอดนิ้วมือเข้าประตูไป หนึ่งนิ้ว สองนิ้ว... ปลายนิ้วทั้งสองรั้งหดงอกดลงบนผนังเนื้อที่ไว้ต่อความรู้สึก ไป๋อวี่สูดปากสะบัดหัวไปมา 

  "ขะ เข้ามา เข้ามาลึกๆ ...เกอ อย่าแกล้งผม ... ผมจะตายอยู่แล้ว" 

  "ไม่ตายหรอก นายทำเกอเจ็บกว่านี้ เกอยังไม่เป็นไรเลย" จูอี้หลงโน้มคอลงไปกระซิบที่ข้างหู ลิ้นตระหวัดแยงเข้าในรูหู ไป๋อวี่ร้องฮ้ายาวแหลมพร้อมกระดกก้นตอดรับนิ้วมือที่ควานละเลงแรงและเร็วขึ้น 

  "ผมต้องการ ผมม...ต้องการ ... ใส่มา ใส่มาเร็ว..." ไป๋อวี่เร่ง  

  จูอี้หลงขยับนั่งคุกเข่า กางหัวเข่าออกโอบล้อมบั้นท้ายขาวของไป๋อวี่ไว้ ก่อนจะค่อยๆถอนนิ้วมือออกมากำท่อนลำมังกรที่ผงาดร่อนลมเล่นอยู่พักใหญ่แล้ว นิ้วมือลื่นน้ำเมือกไล้ไปตามลำตัวมังกรก่อนจะนำร่องให้มังกรดิ่งหัวโผนพุ่งลงสู้ห้วงจักรวาล  

  จูอี้หลงคนใจร้ายโถมกระแทกพรวดเดียวอย่างไม่ปรานีจนไป๋อวี่ร้องหวีด.... ผมยังเป็นพรมจรรย์นะ.... ไป๋อวี่ประท้วง ... ถนอมผมหน่อยได้ไหม... โอ้ย... อย่าหยุด อย่าหยุดนะ.... 

.....

 

   เมื่อนึกถึงเสียงร้องของตัวเองเมื่อคืนนี้ ไป๋อวี่ก็แทบอยากจะนอนให้จมหายลงไปบนเตียง เขานึกอยากจะมีพลังพิเศษเคลื่อนย้ายตัวเองไปอยู่ภพอื่น หัวหูแดงร้อนฉ่า ทิ้งตัวลงนอน ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมจนมิดหัว ....แล้วต่อไปหลงเกอจะยอมให้กดอีกมั้ยเนี่ย.. ไป๋อวี่นึก ลืมตาโพลงอยู่ใต้ผืนผ้า  

  "เฮ้ย! ไม่ได้สิวะ!" ไป๋อวี่หลุดปากอุทาน ลุกพรวดขึ้นนั่งแล้วหันไปปลดเข็มขัดออกจากตะขอ เขาคลายเข็มขัดที่รัดข้อมือออก ยังจำภาพหลงเกอที่ลองผิดลองถูกกับการมัดข้อมือของเขา ตอนนั้นแม้ใจเขายังสั่นระทึกแต่ก็แทบจะหลุดปากแนะว่าน่าจะรัดยังไง มายั้งไว้เพราะสายตาที่จับจ้องใบหน้าเขาไว้อย่างไม่ยอมคลาดไปไหนทำให้เขาลืมอาการลองผิดลองถูกของจูอี้หลงไปหมด ตอนนี้มานึกขึ้นได้เขาก็หัวเราะออกมาเบาๆ  

  "คงไม่เคยกดใครจริงๆนอกจากที่แสดงในหนังในละครล่ะสิ" ไป๋อวี่ขำ อารมณ์ดีขึ้นมากระทันหัน.... ฮึ แบบนี้จะยอมให้กดบ้างเป็นครั้งเป็นคราว ถือเป็นความรู้.... ไป๋อวี่หัวเราะหึหึในลำคอพร้อบตลบผ้าห่มเปิดออก พลิกหมุนร่างเปลือยเปล่าลงจากเตียง  

  เขาสังเกตเห็นพลาสเตอร์ยาแบบกันน้ำขนาดประมาณ 3×4 นิ้วแปะติดอยู่ที่ข้อมือ เมื่อคืนกัดตัวเองเสียแรง จำไม่ได้ว่าได้เลือดหรือเปล่า แต่จูอี้หลงแปะพลาสเตอร์ไว้ให้แบบนี้ ก็คงจะเป็นแผลมีเลือดนั่นแหละ ตรงนี้คงจะเลยขอบแขนเสื้อลงมาด้วย ....ตายห่า โดนพี่ซันเล่นงานแน่.. ไป๋อวี่นึกเคืองตัวเอง ลากผ้าห่มผืนบางตามมาแล้วตระหวัดมันขึ้นคลุมบ่าเป็นเสื้อคลุม 

  พอเขาสาวเท้าพ้นมุมตั้งฉากของสตูดิโอก็มองเห็นหลงเกอนั่งอยู่ที่พื้นของลานโล่งเล็กๆของส่วนนั่งเล่น 

  "ทำไรอ่ะ..."ไป๋อวี่ทัก สาวเท้าเข้าหา 

  "วาดรูป?" ... ไม่ยักรู้ว่าเกอเป็นศิลปินด้วย... 

  "นายมาพอดี... เอ้า นี่" จูอี้หลงทักแล้วก้มหน้าลงควานหาโทรศัพทที่วางตรงพื้นข้างตัว 

  "ถ่ายรูปให้เกอหน่อย คุณจูอยากได้ไปส่งให้สตูฯ" เขายื่นโทรศัพท์ให้ไป๋อวี่ที่สาวเท้าเข้ามารับไป  

  จูอี้หลงวาดรูปต่อ ไป๋อวี่ถอยออกมาหามุมดีๆแล้วกดถ่ายไปสองสามรูปก่อนจะเดินเข้าไปนั่งยองๆด้านหลัง โอบกอดจูอี้หลงไว้ กางเข่าอ้าออกเอาลูกชายน้อยถูไถเข้ากับแผ่นหลังของจูอี้หลง 

  "อีกซักสิบห้ายี่สิบนาทีคุณถังก็จะมาแล้ว..." จูอี้หลงเปรย 

  "ห๊า?" ไป๋อวี่เด้งตัวลุกขึ้นยืน ...กี่โมงแล้ว ..เขาถาม ก้มตัวลงวางโทรศัพทไว้ข้างตัวจูอี้หลง ไม่รอฟังคำตอบ ขยี้ตาแล้วก้าวเดินไปทางห้องน้ำ  

  "รูปนี้ผมจองนะ" เขาหันมาชี้นิ้วไปที่ภาพ จูอี้หลงไม่สนใจ สมาธิทั้งหมดอยู่ที่ปลายภู่กันที่กำลังค่อยๆลากเซ็นชื่อตรงมุมรูป 

... 

... 

  "เฮ้ย ข้อมือเป็นอะไร" ถังซันอุทาน ถามทันทีที่ไป๋อวี่เอื้อมมือมาจับพนักเก้าอี้แล้วรั้งตัวเองขึ้นรถ เขานั่งลง ไม่ตอบคำ 

  "ขอดูหน่อย เป็นแผลมีเลือดมั้ย คงมีสิ ไม่งั้นจะแปะพลาสเตอร์ทำไม ...นี่นายอาบน้ำหรือเปล่า..." ถังซันว่าเป็นชุด 

  "ไม่ได้อาบ" ไป๋อวี่ตอบยิ้มๆ .... ห๊า..? ถังซันตาเหลือก 

  ก็แค่อยากจะเก็บหลงเกอไว้กับตัวให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้ ไป๋อวี่นึกตอบคำอยู่ในใจ 

  "แค่ล้างหน้าแปรงฟัน" เขาบอก 

  "แวะมาทั้งที ไม่ได้ทำอะไรกันเลยเรอะ" ทั้งน้ำเสียงทั้งสายตาบอกว่า เชื่อนายก็บ้าแล้ว  

  ไป๋อวี่ฉีกยิ้มกว้าง นัยน์ตาเป็นประกายแต่ไม่ยอมเอ่ยปากบอกอะไร ... มันเป็นคืนแห่งประวัติศาสตร์ นี่ถ้าไม่ต้องอาบน้ำไปตลอดชีวิต เขาก็ยอม 

  "เอามาดู" ถังซันคว้าข้อมือไป๋อวี่หมับ แกะเปิดพลาสเตอร์อย่างเร็ว ไม่ให้โอกาสไป๋อวี่ทักท้วง 

  "เฮ้ย รอยฟันกัด" ถังซันร้องลั่น 

  "แกจะบ้าเรอะ กัดอะไรตรงนี้ อยากประกาศให้โลกรู้เรอะว่าไปทำอะไรมา" ถังซันถลึงตา แทบอยากจะตบกระบาลไป๋อวี่สักเปรี้ยง แต่รอยยิ้มและนัยน์ตาที่เป็นประกายนั้นทำเอาใจเขาอ่อนยวบ 

  "คนรอบคอบอย่างจูเหล่าซือไม่น่าจะทำอะไรอย่างนี้นะ" 

  "ผมกัดเอง" ไป๋อวี่ยอมรับ หูร้อนฉ่าไปหมด 

  "นายกัดเอง?" ถังซันพลิกข้อมือไป๋อวี่ไปมา 

  "กัดเองก็ต้องเป็นทางหัวแม่มือสิ จะมากัดทางนิ้วก้อยได้ยังไง" ถังซันกังขา  

  "เล่นท่ายากอะไรกันถึงกัดตรงนี้ได้ หา?"ถังซันหลุดปากถามจังหวะเดียวกันกับที่ประตูด้านท้ายรถวีไอพีเปิดขึ้น เสี่ยวหลานกำลังช่วยสไตลิสต์ขนของจากรถของเธอมาไว้ที่รถวีไอพี พวกเขานัดเจอกันในลานจอดรถใต้ถุนตึกที่จูอี้หลงอยู่ 

  "ท่ายากเหรอ" เสี่ยวหลานตะโกนถาม ....ตายห่า ....ไป๋อวี่กับถังซันอุทานขึ้นเกือบจะพร้อมๆกัน เสี่ยวหลานรับของจากมือคนขับรถ 

  "ละครเรื่องใหม่มีท่ายากด้วย" เธอบอกคนขับรถที่พยักหน้ารับรู้อย่างขอไปที 

  "สำหรับไป๋เหล่าซือ ไม่มีอะไรยากหรอก" จางฟงเดินมาสบทบ เขาวางกระเป๋าเครื่องสำอางใบเขื่องไว้ตรงมุมด้านหนึ่งของท้ายรถก่อนหมุนตัวไปรับเสื้อผ้าสี่ห้าตัวพร้อมไม้แขวนมาจากผู้ช่วยสไตลิสต์ แล้วแขวนมันไว้กับตะขอที่ยึดบนกระจกของประตูท้ายที่ยกเปิดอ้าอยู่ 

  ไป๋อวี่กับถังซันสบตากันก่อนต่างฝ่ายต่างเบนสายตาหลบวูบ ไป๋อวี่ชักข้อมือกลับ ตามด้วยขว้างค้อนใส่ถังซันควับใหญ่ 

  มิน่า ถึงไม่ยอมอาบน้ำ คงจะท่ายากแบบเป็นประวัติศาสตร์บันทึกลงกินเนสบุ๊คเลยล่ะสิ... ถังซันนึกค่อน ตวัดค้อนกลับทันควัน 

  เสี่ยวหลานดึงประตูข้างเลื่อนเปิด ยิ้มเผล่ ก้าวขึ้นรถ 

  "ท่าไหนท่าไหน ?.... ลองฝึกทำกันดูก่อนก็ได้นะอวี่เกอ.." เธอมุดไปจ่อมก้นลงนั่งด้านหลังไป๋อวี่ 

 

   เอิ่ม..... คงโดนท่ายากนี่หลอกหลอนไปอีกนาน..... 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว