เอส ดับเบิ้ลเอส
facebook-icon

#เยลของยักษ์ เยลเมียผู้ไม่สู้คน แต่ถนัดนักตบผัว!!!

#เยลของยักษ์ ๑๑ [100%]

ชื่อตอน : #เยลของยักษ์ ๑๑ [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.3k

ความคิดเห็น : 31

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ส.ค. 2562 21:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
#เยลของยักษ์ ๑๑ [100%]
แบบอักษร

#เยลของยักษ์ ๑๑ 

 

 

 

“จะไม่เชิญเข้าไปหน่อยเหรอ” น้ำเสียงนิ่งๆ ของผู้หญิงตรงหน้าเอ่ยออกมา แต่ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรมากมายนอกจากยักไหล่ให้ วางแมวลงแล้วเดินไปหน้าประตู กระชากเอวของเยลลี่มากอดเอาไว้จนแน่น ยัยนี่ก็ดูตกใจเชียวครับ แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา 

“ขอโทษที กูไม่ได้เชิญ!” 

“หึ! ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ” 

“แน่นอน มาทางไหน เชิญกลับไปทางนั้น” 

“คงไม่ได้ เพราะคุณป้าบอกให้ฉันมาหานายที่นี่” 

ผู้หญิงตรงหน้าของผมเธอชื่อว่าโรสรินทร์เป็นเพื่อน… ไม่สิ เพราะพวกเราเคยใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันถึงห้าปี มันก็คล้ายๆ กับคู่รักทั่วไปนั่นแหละครับ และที่สำคัญเธอเป็นลูกสาวของเพื่อนสนิทแม่ผมและนี่อาจจะเป็นไม้ตายสุดท้ายของแม่แล้วจริงๆ ถึงได้ส่งยัยนี่มากวนประสาทผมอีกครั้ง จะว่าไปพวกเราโตมาด้วยกัน เรียนด้วยกันและตัดสินใจคบกันตอนเข้ามหาวิทยาลัย แต่พอเรียนจบ ต่างฝ่ายต่างแยกย้าย เป็นผมเองนี่แหละที่ทำให้ความรักทั้งหมดพัง… จนยัยนี่แค้นใจถึงขั้นเกลียดขี้หน้าผมเลยก็ว่าได้ครับ แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงยอมกลับมาแบบนี้ 

“คงไม่ได้พิศวาสกูขึ้นมาอีกหรอกนะ” 

“หึ! ฉันไม่ชอบกินของเก่า แต่เพราะไม่มีทางเลือกต่างหากล่ะ แล้วนี่?” ยังหยิ่งเหมือนเดิมเลยครับ แต่สำหรับผมโสรินทร์มองออกง่ายมาก ผมยังหลงตัวเองได้ว่าสายตาของเธอที่มองผมไม่เคยเปลี่ยนไปเลยจริงๆ แต่สายตาผมที่มองเธอมันเปลี่ยนไปตั้งนานแล้วครับ 

“เมียกู! เยลลี่” 

“คะ?” ถึงกับตกใจเลยครับ ผมกลัวยัยนี่จะทำแผนผมพังซะเหลือเกินจนต้องกระชับกอดเพื่อยืนยันว่าผมจริงจังอยู่นะ 

“คิดว่าจะโกหกฉันได้งั้นเหรอ ตั้งแต่ไหนแต่ไร นายไม่เคยคบคนที่อายุน้อยกว่าและที่สำคัญ คุณป้าบอกฉันเรื่องของเด็กคนนี้หมดแล้ว” โรสพูดพลางเบือนสายตามามองทางเยลลี่ แต่ยัยนี่คงกลัวมั้งครับถึงได้เอาแต่ก้มหน้าต่ำ 

“มึงคิดว่าจะมีอะไรเหมือนเดิมตลอดไปงั้นเหรอ คงไม่มั้งและแน่นอนว่าความชอบของกูก็ด้วย… ไม่ว่าแม่จะบอกอะไรมึงมา มึงควรจำซะใหม่ว่าเยลลี่คือเมียของกู” 

“พี่ยักษ์…” 

“ยักษ์?” โรสรินทร์เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแปลกใจ 

“เชิญกลับไปได้แล้ว กูกับเมียจะพักผ่อน โชคดี!” 

ปัง! 

ผมไม่รอให้แขกพูดต่อหรอกครับ รีบปิดประตูใส่หน้าทันทีก่อนจะลากเยลลี่เข้ามาคุยกันต่อในห้องนอนแทน 

“เสล่อไปเปิดประตูทำไมวะ” 

“หนูกลัวว่าเขาจะมีธุระสำคัญนะคะ” ก้มหน้าต่ำไม่กล้าสบตาผม 

“คราวหลังไม่ต้องยุ่ง ถ้าเกิดคนตรงหน้าเป็นโจรขึ้นมามึงจะทำยังไง” 

“แต่เขาสวยออกอย่างนั้น คงไม่ใช่โจรหรอกค่ะ” 

“อีเย!” 

“ก็…” 

“ไม่ต้องพูดมากแล้ว ไปอาบน้ำซะ” 

“ค่ะ” 

ถึงกับถอนหายใจเลยครับ รู้สึกเหมือนชีวิตกำลังเจอเข้ากับเรื่องวุ่นวายมากๆ มันเป็นเรื่องที่ผมแทบจะหาทางออกยากเพราะคนที่ร่วมเดินในแผนการของผมไม่ค่อยเข้าใจอะไรสักอย่าง แถมยังอ่อนต่อโลกอีกต่างหาก 

“กูจะรอดไหมวะเนี่ย” ถึงกับต้องกุมขมับตัวเองเลยครับ เรียนผูกก็ต้องเรียนแก้ ในเมื่อเลือกเดินไปทางนี้แล้ว ผมก็ต้องเดินให้มันสุดทาง 

 

Line 

Rose : นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้น… อย่าหวังว่าฉันจะเชื่อคำพูดของนาย เพราะนายมันจอมตอแหลที่สุดในโลก 

 

ยัยนี่ก็กัดไม่ปล่อยเลยจริงๆ ครับ สงสัยจะไม่พอใจเรื่องเก่าๆ ที่ผ่านมา แล้วจะให้ผมทำยังไงล่ะครับ ในเมื่อตอนนั้นผมยังต้องการชีวิตที่เป็นอิสระ 

เฮ้อ! 

“พี่ยักษ์คะ หนูลืมเอาชุดเข้ามาค่ะ” นั่งถอนหายใจจนได้ยินเสียงใสๆ ตะโกนขึ้น ผมเลยหันไปมองแต่ก็ต้องตกใจครับ 

“เชี่ย! มึงจะนุ่งผ้าขนหนูออกมาทำไมวะเนี่ย” 

“ก็หนูลืมชุดที่จะใส่นอน” 

“กูอยากจะบ้าตาย เชิญมึงอาบน้ำแต่งตัวไปตามสบายเลย เสร็จแล้วออกไปตามกูข้างนอกด้วยละกัน” 

“ค่ะ” ถึงกับปวดหัวเลยครับ ไม่มีอารมณ์หื่นหรอกเพราะมีหลายเรื่องให้คิด หื่นไม่ออกจริงๆ ครับ นอกจากเดินออกจากห้องแบบเงียบๆ ตรงไปที่ครัวหยิบเบียร์กระป๋องออกมานั่งดื่มแล้วดูบอลไปแทน 

ช่วงนี้เหมือนคนว่างงานเลยครับ งานก็ทำไม่เต็มที่ ร้านก็ไม่ค่อยได้ไป แต่ผมมีคนที่ไว้ใจได้ช่วยดูแลอยู่แล้วเลยไม่ห่วงอะไรมาก เพราะเรื่องที่น่าห่วงสุดๆ ในตอนนี้คือคนในห้องของผมมากกว่าครับ 

นั่งดื่มเบียร์หมดกระป๋องแรกไป มันไม่พอเลยเดินไปหยิบมาอีกกระป๋อง นั่งดื่มได้เกือบครึ่งเยลลี่ก็เปิดประตูห้องเดินออกมา ผมปลายตามองเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปสนใจฟุตบอลตรงหน้าต่อ 

“ไม่ไปนอนเหรอคะ” 

“มึงง่วงก็ไปนอนก่อนสิ” 

“แต่หนูเป็นแค่แขกนะคะ” 

“มึงไม่ใช่แขก มึงแค่คนอยู่อาศัย” หันไปบอกยัยนี่น้ำเสียงนิ่งๆ ตีหน้าเศร้าใส่ผมอีกแล้วครับ 

“ค่ะ” 

“เรื่องที่คุยกันก่อนหน้านี้…” 

“คะ?” เงยหน้าขึ้นมามองสบตากับผมแทน จะลืมอีกไหมวะเนี่ย ผมไม่อยากรื้อฟื้นเลยจริงๆ ครับ ยัยนี่ก็ขยันลืมเหลือเกิน 

“เรื่องที่กูบอกผู้หญิงคนนั้นว่ามึงเป็นเมียน่ะ” 

“อ๋อ…” 

“มึงต้องแสดงเป็นเมียกูจริงๆ นะ” 

“คะ?” ยังมีหน้ามาถามย้ำอีกครับ 

“ไม่ว่าใครจะถามยังไง มึงต้องบอกไปว่าเป็นเมียกู! เข้าใจหรือเปล่า” 

“ตะ แต่… คุณหญิงบอกให้หนูมาเป็นคนดูแลนะคะ” 

“แม่ให้มึงเป็นคนดูแล ส่วนกูน่ะให้มึงเป็นเมีย เข้าใจมั้ย” 

“…” เงียบครับ ทำหน้างงอยู่เลย นี่แสดงว่าไม่เข้าใจสินะ แค่แกล้งเป็นเมียผมมันจะยากอะไรขนาดนั้นวะเนี่ย “แต่พวกเราไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ” 

“โว๊ะ! มึงไม่เข้าใจคำว่าแกล้งเหรอวะ” 

“ไม่เข้าใจค่ะ” 

“กูต้องทำยังไงมึงถึงจะเข้าใจวะเนี่ย” 

“หนูว่า…” 

“หุบปากไปเลย!” 

อุ๊บ! 

ไม่หุบอย่างเดียวครับ ยกมือขึ้นปิดปากของตัวเองด้วย เหนื่อยโว้ย! วันนี้จะคุยกันรู้เรื่องไหมเนี่ย 

“พี่ยักษคะ” 

“อะไร” 

“ผู้หญิงก่อนหน้านี้คือใครเหรอคะ” ผมควรจะบอกยัยนี่ว่ายังไงดี ถ้าพูดออกไปตรงๆ จะเข้าใจหรือเปล่า หรือต้องให้อธิบายต่ออีก 

“เมียเก่า” บอกแบบนี้ก็แล้วกันครับ 

“เมียเก่า… คือคนที่เลิกกันไปหรือเปล่าคะ” 

“อืม” ที่ขานตอบแค่นี้เพราะไม่อยากพูดอะไรต่อครับ ไม่ได้นึกดราม่าอะไรด้วยซ้ำ แค่กำลังอินกับฟุตบอลตรงหน้าอยู่มากกว่า แถมในมือยังถือกระป๋องเบียร์อยู่อีกต่างหาก 

หมับ! 

“เฮ้ย!” แต่จู่ๆ ยัยเด็กนี่กลับขยับขึ้นมานั่งคร่อมบนขาของผมซะงั้น แถมฝ่ามือทั้งสองข้างยังประคองใบหน้าของผมเอาไว้อีกต่างหาก “ทำอะไรของมึงเนี่ย” 

“ไม่เศร้านะคะ” 

“เศร้าบ้าอะไรของมึง” 

“ที่เลิกกับเมียเก่ายังไงล่ะคะ” ทำหน้าใสซื่อใส่ผมอีกแล้วครับ อยากตบให้หัวทิ่มจริงๆ เลย 

“กูไม่ได้เศร้า กูกำลังดูบอลอยู่ ลงไป!” 

“ไม่ต้องเสียใจนะคะ พี่ยักษ์ยังมีหนูเป็นเมียอีกคนนี่คะ” 

“อีเย! มึงเข้าใจที่กูพูดบ้างไหมเนี่ย มึงรู้ไหมว่าตอนนี้กูแทบจะเป็นประสาทตายห่าเพราะมึงอยู่แล้ว ทำไมถึงได้เข้าใจอะไรยากแบบนี้ เพราะแบบนี้ไงมึงถึงตามใครเขาไม่ทันน่ะ โง่แล้วโง่อีก” อันนี้ผมจริงจังและโมโหมากด้วยครับ บางทียัยนี่ก็ซื่อจนดูโง่อะ โง่มากๆ ด้วย 

“แฮะๆ ทุกคนก็ชอบว่าหนูโง่และหลอกง่ายแบบนี้เสมอแหละค่ะ หนูไม่โกรธหรอก หนูชินแล้ว” ยังมีหน้ามายิ้มขำๆ อีกครับ จนคนพูดอย่างผมรู้สึกผิดแทน 

“เฮ้อ! กูเหนื่อยที่จะคุยกับมึงแล้ววะ เข้าห้องไปนอนไป” 

“ขอโทษค่ะ” เยลลี่ขยับตัวลุกออกไป ไม่แม้แต่จะมองหน้าผมด้วยซ้ำ เอาแต่ก้มหน้าต่ำก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้อง ผมไม่รู้หรอกว่ายัยนี่จะรู้สึกยังไง แต่ผมโคตรเหนื่อยเลยครับ ทำไมต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วยวะเนี่ย 

ตอนนี้สมาธิดูบอลของผมไม่มีเหลือแล้วครับ นอกจากเดินไปปิดไฟแล้วกลับเข้าห้องแทน แต่กลับไม่เห็นเยลลี่อยู่ที่เตียง สายตากวาดมองไปรอบๆ จนเห็นว่าประตูระเบียงห้องนอนผมเปิดอยู่เลยเดินออกไปดู 

“อะ อึก… พ่อจ๋า หนูคิดถึงพ่อจังเลย ฮือๆ” 

ยัยนี่กำลังทำให้ผมรู้สึกผิด แต่คนอย่างไอ้ใหญ่มีเหรอจะแคร์ ไม่ครับ ถ้าอยากร้องไห้ก็เชิญร้องให้พอ โลกใบนี้ไม่มีที่ยืนสำหรับคนอ่อนแอหรอก ยัยนี่ยังต้องเจออีกหลายบททดสอบ จะอยู่ให้พ่อปกป้องตลอดไปคงไม่ได้ ถ้าไม่รู้จักเข้มแข็งด้วยตัวเองก็จะถูกคนอื่นข่มอยู่เสมอ… 

ผมเลือกจะไม่สนใจก่อนจะกลับไปทิ้งตัวลงนอนที่เตียง พยายามข่มตาตัวเองให้นอนหลับ แต่กลับไม่หลับครับ จนเวลาผ่านไป ไร้วี่แววของใครอีกคนจนผมต้องลุกออกไปดูประกฎว่านั่งหลับอยู่ตรงระเบียงซะแล้วครับ 

“เฮ้อ! นี่กูหมดหนทางแล้วจริงๆ เหรอวะ” บ่นกับตัวเองก่อนจะเดินเข้าไปอุ้มยัยนี่ขึ้นมา น้ำตายังไหลอาบสองข้างแก้มอยู่เลยครับ เดินกลับเข้าห้องวางลงบนเตียงเบาๆ รั้งผ้าห่มมาคลุมตัวให้ เดินกลับไปปิดประตูระเบียง ปิดไฟแล้วกลับไปนอนข้างๆ แทน 

ผมเบือนหน้าไปมองใครอีกคนที่นอนอยู่ข้างๆ ผ่านความมืดอีกครั้ง… ผมอาจจะมีส่วนผิดด้วยก็ได้ครับ 

“กูขอโทษ ฝันดี…” 

เอาจริงๆ ไม่ได้อยากพูดหรอกครับ แต่ในใจลึกๆ ยัยนี่เจอเรื่องร้ายมามากพอแล้ว ผมอย่าเป็นอีกคนที่ทำร้ายเธอน่าจะดีกว่า… 

 

 

 

 

 

--100%-- 

บางคนอาจจะไม่ชอบนางเอกแบบนี้ด้วยซ้ำ แต่สำหรับเค้าชอบค่ะ นางเอกไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบเสมอไป แต่ไม่ใช่แค่นางเอกหรอกค่ะ 

คนเราย่อมไม่มีใครสมบูรณ์แบบกันทุกคน ไม่มีใครเก่งและถนัดอะไรไปซะทุกด้านหรอกค่ะ 5555 งงไหมเนี่ย? 

แต่ถ้าใครไม่ชอบพล็อตแบบนี้ ไม่ชอบนางเอกแบบนี้ ไม่ชอบพระเอกห่ามๆ แบบนี้ ตัดใจไม่อ่านตอนนี้ยังทัน เพราะอนาคตคุณอาจจะถอนตัวจากอีพี่ยักษ์ไม่ขึ้นก็ได้นะคะ จุ๊บๆ 

นิยายที่เค้าเขียนไม่เคยมีพล็อตค่ะ คิดอะไรออกก็เขียนแบบนั้น มันอยู่ที่อารมณ์ช่วงเขียนด้วยค่ะ เพราะบางตอนก็ออกจะไร้สาระไปด้วยซ้ำ 

ขอบคุณทุกคนที่คอยติดตามอ่านและคอมเมนต์ให้กำลังใจกันเสมอนะคะ... 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น