สุจารีญา

ฝากนิยายสไตล์"สุจารีญา"17เรื่อง17สไตล์ไม่ซ้ำแบบ ไว้ในอ้อมใจนักอ่านทุกท่านด้วยนะคะ จะทะยอยลงเรื่อยๆจนจบนะคะ ขอบคุณสำหรับแรงสนันสนุนค่ะ(^0^)

ตอนที่ 34 แค่ฉันและเธอ (THE END)

ชื่อตอน : ตอนที่ 34 แค่ฉันและเธอ (THE END)

คำค้น : หื่น, หวง, เมียเด็ก, หวง, ฮา, โคแก่, หญ้าอ่อน, พี่ณัฐดนัย, น้องใจรัก

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 109

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.ย. 2562 08:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 34 แค่ฉันและเธอ (THE END)
แบบอักษร

ตอนที่ 34 

แค่ฉันและเธอ 

 

ในวันที่ท้องฟ้ากำลังโปร่งใสและพื้นดินก็ชุ่มฉ่ำด้วยรอยน้ำฝนที่เพิ่งหยุดตก ณัฐดนัยลงมาจากเครื่องบินที่สนามบินอุดรธานีด้วยรอยยิ้มอย่างสุขใจ แพทย์ฝึกหัดสาวคนสวยยืนเด่นอยู่ใกล้ประตูทางออกนั่นเอง  

และเมื่อเขาเห็นเธอคนที่ไม่ได้เจอเมียรักมานานนับ 2 วันก็ถือโอกาสโผเข้ากอดเธออย่างที่เคยทำเช่นทุกครั้ง 

 

"พี่ณัฐขา" 

 

"ฟอด..คิดถึงจังเลยรอพี่นานมั้ยครับ ฟอด..." 

 

ใจรักไม่ได้ตอบคำถามนั้นแต่เธอยื่นแก้มอีกข้างหนึ่งให้เขาหอมต่อแทน แล้วเมื่อสามีหนุ่มหอมแก้มสาวจนหนำใจคราวนี้ล่ะก็ถึงตาเธอบ้างที่หอมตอบเขาฟอดใหญ่ 

 

"ฟอดด.. ไม่นานแต่ความคิดถึงจะคิดค่าเสียเวลาตามนาทีที่ดีเลย์นะคะ" 

 

"ฮ่าๆๆ จอมแสบ เมียพี่นี่กลายเป็นคนขี้งกไปแล้วตั้งแต่เมื่อไหร่ หืม ฟอด..." 

 

จอมแสบย่นจมูกอย่างที่เคยทำเมื่อสามีหนุ่มหยอกล้ออย่างน่ารัก ความน่ารักของเธอทำให้คนเหนื่อยเดินทางขึ้นๆ ลงๆ กรุงเทพฯ-อุดรฯ ถึงกับหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งทุกครั้ง 

ภาพการกอดหอมหยอกล้อเล่นกันของคู่รักหนุ่มสาวชาวไทยมิได้ดูประเจิดประเจ้อแต่กลับสร้างความรู้สึกประทับใจระคนเอ็นดูเสียมากกว่าจะนึกรังเกียจ 

ภาพของหนุ่มหล่อที่โอบไหล่เล็กของหญิงสาวสวยไว้อย่างหลวมๆ เพื่อพาเดินออกไปจากลานรับผู้โดยสารและตรงไปยังลานจอดรถที่ฝ่ายหญิงสาวจอดไว้  

เจ้าหน้าที่และพนักงานที่ประจำอยู่ในสนามบินก็มักจะได้เห็นภาพเหล่านี้จนชินตา เพราะในทุกๆ 3-4 วันจะมีคู่หนุ่มสาวที่ฝ่ายชายหล่อสุดดูดีสุดกับฝ่ายหญิงสาวที่สวยสุดขาวสุดและน่ารักสุดๆ มารอรับและตามส่งกันอย่างนี้อยู่เป็นประจำนั่นเอง  

 

"น่ารักเนาะ เห็นประจำเลย ผู้ชายก็หล่อเข้มดูภูมิฐานดี ผู้หญิงก็สวยหวานหยดอย่างกับนางฟ้านางสวรรค์แน่ะ" 

 

"ใช่ๆ ฉันว่าผู้หญิงน่าจะทำงานเป็นหมอนะเธอ เพราะบางวันฉันเห็นนางแต่งชุดกาวน์สีขาวของโรงพยาบาลในตัวจังหวัดอ่ะ" 

 

"โอ๊ย หัวใจจะละลายเวลาพวกเขากอดกัน หอมแก้มกันซ้ายทีขวาที ไอ้แก่ที่บ้านไม่เห็นเป็นอย่างงี้บ้างอ่ะ" 

 

"ฮ่าๆๆ ตื่นๆ ทำงานๆ เดี๋ยวอีกสามสี่วันก็เห็นอีกนั่นล่ะ กิมมิคสนามบินชัดๆ" 

 

"ฮ่าๆๆ เออจริง เลิกฝันหวานได้ละ เห้ออออ" 

 

นานนับขวบปีทีเดียวที่ภาพเหล่านี้สร้างความคุ้นชินจนนึกเอ็นดู หรืออาจจะเรียกได้ว่ากลายเป็นความคุ้นชินที่เฝ้ารอคอยอย่างเสียไม่ได้ในความรู้สึกของพวกเขา  

ซึ่งเรื่องนี้แน่นอนหนุ่มสาวที่เพิ่งเดินออกไปต้องไม่รู้ตัวเลย แฟนหนุ่มสุดหล่อของคุณหมอสุดสวยไม่รู้เลยว่าพวกเขานั้นได้กลายเป็นความสวยงามของสถานที่แห่งนี้ไปแบบปริยาย 

 

"เมียพี่จัดของเสร็จหรือยัง แล้วมีอะไรที่จะต้องเตรียมเก็บอีกหรือเปล่า" 

 

มือหนายังคงปฎิบัติเฉกเช่นเดิมในระหว่างขับรถไป คือข้างหนึ่งเขาจะจับเพื่อบังคับพวงมาลัยในขณะที่อีกข้างที่เหลือก็คอยลูบผมและจับมือน้อยๆ ขึ้นจูบบ้างหอมบ้างแล้วแต่จังหวะกับใจนึกของเขานั่นแหล่ะ 

นานนับปีแล้วกับความรักแบบมาราธอนระหว่างเขาและเธอ และมันก็นานเกินนานสำหรับณัฐดนัยที่จำต้องรอ รอแล้วรอเล่า รอทุกสถานการณ์และรอในทุกๆ เรื่องด้วยความอดทนอย่างถึงที่สุด 

เริ่มตั้งแต่ที่เขาต้องอดทนรอให้สาวน้อยเรียนจบจากมัธยมปลายเสียก่อนแล้วค่อยเปิดเผยความรู้สึกในใจแม้มันจะทำไม่ได้แต่ก็รอจนเกือบจบล่ะ  

ไหนจะต้องอดทนรอที่จะไม่ผลีผลามห่ามตามใจเพื่อให้เกียรติเธอ รอคอยย่างอดทนให้สาวน้อยเรียนจบเป็นหมอสมใจ แล้วยังจะต้องรอเมียฝึกงานในที่ไกลแสนไกลนานจนกระทั่งเกือบท้ออีก 

รวมๆ แล้วเขาต้องรอใจรักนานเกือบครึ่งค่อนชีวิตเลยทีเดียว ไม่น่าเชื่อจริงๆ ว่าคนเลือดร้อนอย่าง ณัฐดนัย เกียรติรักษ์การดี ผู้เคยบู้แหลกแจกทุกหมัดไม่หวั่นเกรงใคร  

ชายหนุ่มผู้เก่งกล้าสามารถในทุกๆ ทางไม่ว่าจะด้านของการเรียนหรืออาชีพการงานไหนเลยต้องมาแพ้พ่ายต่อการรอคอยที่โถมเข้าพิสูจน์ความหนักแน่นของตนร่ำไปไม่หยุดพัก

แม้ในระหว่างที่รอจะยังพอได้ชื่นชมอยู่บ้างแต่ก็ไม่เคยนาน เพราะทั้งเขาและเธอมักมีเรื่องราวมากมายในแต่ละช่วงวัยให้ต้องพลัดพราก แยกห่างและจากไกลกันเสมอๆ

ไม่ว่าจะไกลนานหรือไกลไม่นาน แบบห่างกันหนึ่งสัปดาห์ สองสัปดาห์ หรือแม้กระทั่งห่างไกลกันคนละฟากฟ้าก็เคยมาแล้วทั้งนั้น

รักมาราธอนของณัฐดนัยคงจะไปไม่ถึงฝั่งฝันหากสาวเจ้าจะไม่รับรักตอบตน หากใจรักไม่แน่วแน่และซื่อสัตย์ตอบตน หัวใจคนรอก็คงแตกสลายอย่างไม่มีชิ้นดีแน่ๆ ล่ะ

นึกแล้วก็อยากจะขอบคุณครอบครัวของเขาและเธอเหลือเกิน ขอบคุณโชคชะตา ขอบคุณทุกๆ คนและขอบคุณเด็กสาวเสียจริงๆ ที่มั่นคงและมั่นรักต่อกันโดยไม่ไหวหวั่นต่อสิ่งเร้ารอบข้าง

 

ฟอดด... 

 

"รักนะครับ รักเมีย พี่รักหนูมากนะ น้องน้อย" 

 

"หืม มามุขไหนคะเนี่ย อือ นานแล้วเหมือนกันที่พี่ณัฐไม่เคยเรียกใจรักว่าน้องน้อยอีก" 

 

"น้องน้อยของพี่ น้องน้อยคนดี กลับไปคราวนี้เราจะไม่พรากจากกันอีกแล้วนะครับ พี่ไม่ยอมแล้วจริงๆ นะ" 

 

ผู้เป็นสามีทั้งทางพฤตินัยและกำลังจะกลับไปจดทะเบียนสมรสเพื่อให้ครบทางนิตินัยกอดเมียสาวแน่นและไม่ยอมปล่อยง่ายๆ  

เขากลายเป็นพวกชอบอ่อนไหวไปเสียแล้วเมื่ออยู่ใกล้เธอ เพราะใจรักคือทุกสิ่งที่สวยงามเหลือเกินในชีวิตนั่นเองซึ่งณัฐดนัยจะไม่ฟังเสียงสั่งของใครอีกต่อไปหากจะพยายามแยกพวกเขาให้ห่างจากกันอีก 

เขายอมมาได้ก็แค่ 6 ปีนี้เท่านั้นเองและต่อจากนี้ไปเขาจะพาเธอท่องเที่ยวไปทุกที่ที่อยากไป ทำทุกอย่างที่อยากทำ ทานทุกอย่างที่เมียสาวอยากทาน  

ณัฐดนัยจะไม่รีรอที่จะบอกรักเมียของเขาเลยสักวัน แม้จะไม่เคยพบเจอกับเหตุการณ์ร้ายแรงอันเป็นประสบการณ์เลวร้ายระหว่างกันมาก่อนเลยก็เถอะ 

ใช่ ก็แล้วทำไมจะต้องรอให้มีบทเรียนเกิดขึ้นเสียก่อนแล้วถึงค่อยรักกัน?  

ไม่เข้าใจเลยว่าเพราะเหตุใดคู่รักหลายคู่ที่เคยพบเจอจะต้องพบพานกับบทพิสูจน์รักรันทดแสนทรมานก่อนจะรู้ใจกันด้วยเล่า... 

แก้วที่อยู่ในมือหากไม่รู้ค่าก็ไม่รู้จะสอนคนเหล่านั้นว่าอย่างไรดี เพราะชีวิตจริงน่ะไม่ใช่เรื่องแต่งในนิยาย ดังนั้นจึงไม่จำเป็นหรอกที่ใครคนใดคนหนึ่งต้องประสบอุบัติเหตุร้ายแรงเสียก่อนแล้วค่อยตัดสินใจบอกรัก 

ไม่ต้องถึงขั้นความจำเสื่อมเสียก่อนหรือต้องถูกลักพาตัวไปเรียกค่าไถ่เสียก่อนแล้วค่อยรู้ค่ากันและกัน 

ไม่จำเป็นเลยที่จะเอาตัวเข้าบังวิถีกระสุนปืนให้ใครเพื่อสุดท้ายจะได้รับความรักตอบกลับ 

รักแล้วรักเลยสิจะเป็นไรไปณัฐดนัยคิด ไม่ต้องโง่คิดหาเหตุผลอย่างไม่เข้าใจ ใจเราเองตัวของเราเองก็แล้วทำไมจะไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเองกันเล่า  

คนฉลาดๆ อย่างณัฐดนัยไม่ได้โง่เหมือนพระเอกในนิยายอย่างนั้นหรอก... 

 

"ค่ะ พี่ณัฐ ใจรักก็ไม่ไหวจะรอแล้วเหมือนกันค่ะ ฟอดด... น้องน้อยก็รักพี่ณัฐดนัย รักมากรักมานานและจะรักไปตลอดชีวิตนี้ของหนูค่ะ" 

 

"หึหึ ขอบคุณครับเมีย ได้ยินแบบนี้ผัวจ๋าก็มีความสุขแล้วครับ"

 

สองผัวเมียผู้ให้นิยาม รักเราไม่เคยเก่าเลย ต่างอยู่ในอ้อมกอดของกันและกันเมื่อต่างนึกย้อนไปถึงเรื่องวันวานแล้วอดจะภาคภูมิใจในชีวิตรักของพวกเขาอยู่ไม่น้อย  

ใจรักนึกปลาบปลื้มใจเหลือเกินที่เธอช่างเป็นผู้หญิงที่โชคดีอีกทั้งยังมีครอบครัวอันเป็นต้นแบบชีวิตที่ดี ทำให้เธอมีวันนี้ที่มีความสุขที่สุด

เพื่อนสนิทของพี่ชายที่พักอาศัยอยู่บ้านข้างๆ กัน มีรั้วกำแพงบ้านติดกัน เติบโตและเห็นกันมาแต่เล็กแต่น้อยและคอยบ่มเพาะความรักความหวังดีต่อกันจนกระทั่งสุกงอมได้กลายมาเป็นคู่ชีวิตของเธอในวันนี้

ไม่มีใครที่จะดีเลิศไปกว่าพี่ณัฐดนัยอีกแล้วใจรักมั่นใจและเชื่อมั่นอย่างนั้นมาโดยตลอด และก็ไม่ผิดหวังเลยจริงๆ เพราะชายหนุ่มเองก็มั่นรักในเธอ เขารอที่จะมอบความรักและความปรารถนาแด่เธอ

พี่ชายข้างบ้านเฝ้าดูการเติบโตของเธอจนกระทั่งเมื่อพร้อม...

 

ณ คอนโดมิเนียม กลางใจเมืองอุดรธานี... 

 

"พี่ณัฐ"

 

"ถึงแม้ว่าดอกไม้ช่อนี้จะไม่ได้สวยงามกว่าดอกไม้ช่อแพงใดๆ แต่มันคือสัญลักษณ์สื่อถึงความรักความภักดีที่พี่มีต่อใจรักเสมอมา พี่ยินดีกับความสำเร็จของเมียพี่ และพี่จะยืนอยู่ข้างเมียพี่เสมอไป รักน้องน้อยนะครับรักมากจริงๆ"

 

หากความรักจะเปรียบได้กับดอกไม้อันแสนสวยงาม ความรักของพี่ณัฐดนัยก็เปรียบได้กับ ดอกทานตะวัน ดอกไม้สีเหลืองสดที่จะเบ่งบานหันรับตามแสงของดวงตะวัน 

อันสื่อความหมายถึงความเชื่อมั่น รักเดียวใจเดียว เป็นความรักที่มั่นคงไม่เสื่อมคลายของพี่ณัฐดนัยที่มีให้เธอ ดังดอกทานตะวันที่เฝ้าภักดีต่อดวงตะวัน ฉันใดก็ฉันนั้น

 

"ขอบคุณนะคะ น้องน้อยคนนี้ก็จะรักและอยู่เคียงข้างพี่ณัฐตลอดไปเช่นกัน โรแมนติกจังเลย ใจรักชอบมาก"

 

ไร้ซึ่งคำตอบกลับใดๆ จากสามีสุดที่รักของเธอนอกเสียจากรอยจูบหวานที่เขามอบให้ และคุณหมอสาวเองก็อ้ารับจุมพิตนั้นด้วยความเต็มใจ แล้วมันก็ลุกลามจนกลายเป็นไฟร้อนที่ไม่ร้ายเลยสำหรับพวกเขาทั้งคู่

 

"หึหึ จูบเมียแบบนี้ทีไรเป็นต้องเพิ่มสเต็ปต่อไปทุกทีสิน่า เท่าไหร่ก็ไม่พอ"

 

"ใจรักถนัดแบบนี้ พี่ณัฐคนดี"

 

"พี่ก็ถนัดแบบนี้ครับคนดี ถนัดถอดให้แบบนี้ ถนัดจูบแบบนี้ ดูดแล้วก็เลียแบบนี้ ไปที่ระเบียงบ้างดีกว่า"

 

รักหวานใครว่าไม่มีอยู่จริง รักแท้ที่มั่นคงจริง หนักแน่นจริง และจริงๆ พวกเขาสองคนก็ไม่ได้หวานเว่อร์อะรไขนาดนั้นนะ

 

"อ๊ะ อ๊ะ พะ พี่ณัฐคะ เบาหน่อย อื้ออ"

 

ตับ ตับ ตับ ตับ 

 

"อีกนิดครับคนดี อ้า ใจรักจ๋า ทิ้งทวนอุดรธานีหน่อยสิครับ โอ้ววว..." 

 

"พี่ณัฐ อ๊ายยยย....งะงั้น อื้อ เอาอีก อื้อ ผัวขาขออีกหน่อยก็ได้ อ่ะ อ่ะ" 

 

อ่า แล้วไฟล้ท์สุดท้ายของเที่ยวบินกลับกรุงเทพฯ วันนี้คือกี่โมงล่ะนี่ สมงสมองนี่มันยังไงกันนะ ร่างสูงใหญ่ที่เปลือยเปล่าไปแล้วทั้งตัวนึกไปก็กดกระแทกไปอย่างไม่ใส่ใจเที่ยวบินกลับนัก 

 

"อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ พี่ณัฐคนดี เลื่อนไฟล้ท์เลย ยกเลิกเที่ยวบิน อ๊ะ ป่ะไปเลย จะใจรักคงบินกลับไม่ไหวแน่ๆ ค่ะ" 

 

ตับ ตับ ตับ ตับ 

 

"แน่นอนคนดี งั้นคืนนี้พี่ขออีกสี่ห้ารอบนะครับ โอ้ววว เอาอีกมั้ย ลึกพอมั้ยเมียจ๋าของพี่" 

 

"กรี๊ดดดด พี่ณัฐ อ๊า เอาอีก อีกค่ะ ลึกได้อีกพี่ณัฐขา" 

 

จัดไปครับเมีย เขาตามใจเมียหมออยู่แล้วไม่เคยขัด.... 

 

 

2 ปีผ่านไป 

 

ณ มัลดีฟส์.... 

 

"น้องเขยคร้าบ เมื่อไหร่มึงจะพาเมียมึงกลับคร้าบ กูนี่ไม่ถนัดนะคร้าบ ถนัดแต่ขายรถคร้าบ ไอ้ห่า ไอ้ชั่วณัฐ แม่ง! พาหมวยเล็กกลับมาเดี๋ยวนี้นะ" 

 

ประโยคโวยวายเสียงดังที่กรอกมาจากปลายสายเรียกเสียงหัวเราะขำจากณัฐดนัยนัก  

เพราะหลังจากที่เมียสาวเรียนจบหมอแล้วเท่านั้นเอง สามีหนุ่มเจ้าของกิจการโรงงานผลิตผมไม้กระป๋องและแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรชื่อดังก็ถึงคราวทำตามใจอยากโดยไม่สนใจใครหน้าไหนทั้งสิ้น 

จะมีก็เพียงแค่ 3 เดือนแรกหลังใจรักเรียนจบเท่านั้นเองที่เขายินยอมให้คุณหมอสาวเจ้าของโรงพยาบาลเอกชนเริ่มเรียนรู้งานในโรงพยาบาล ซึ่งส่วนใหญ่ก็คืองานบริหารโรงพยาบาลแต่เพียงเท่านั้นนั่นแหล่ะ  

โดยงานบริหารที่ว่าเขาเองก็ได้เข้าไปวางระบบงานและจัดเตรียมบุคลากรเพื่อดำเนินงานแทนให้คุณหมอสาวแล้วทั้งหมด  

อาจารย์หมอเอย นายแพทย์เก่งๆ เอย ไหนจะเพื่อนสนิทบางคนของเมียที่เรียนจบหมอมาด้วยกันแล้วยังไม่ได้งานทำเลย พี่ณัฐดนัยเป็นต้องทาบทามและมอบตำแหน่งสำคัญๆ ที่เหมาะสมให้แก่พวกเขาแล้วทั้งสิ้น 

ใจรักไม่ต้องทำอะไรเลยนอกจากเข้าร่วมประชุมเพื่อตัดสินใจในส่วนสำคัญมากๆ บางคราว และก็อย่างที่บอกไปแล้วว่าเทคโนโลยี ณ ปัจจุบันที่แสนจะก้าวไกล ซึ่งไม่ว่าใจรักจะอยู่ที่ไหนในมุมโลกก็ตามเมียของเขาก็สามารถเข้าร่วมประชุมได้ไม่เคยขาดสักครั้ง 

ผู้บริหารใหญ่แถมยังเรียนจบปริญญาโทสาขาบริหารธุรกิจมาเสียด้วยคิดอย่างภาคภูมิใจในสติปัญญาที่เฉลียวฉลาดเสมอของเขา 

 

"ฮ่าๆๆ มึงจะเดือดร้อนอะไรนักหนาไอ้จร กูก็ให้เมียกูเข้าร่วมประชุมด้วยทุกที เงินเดือนผู้บริหารมึงก็ได้ทุกเดือน เงินปันผลกับโบนัสก็แจกให้ทุกปี มึงจะอะไรกับผมคร้าบ" 

 

"ไอ้ห่า กูไม่อะไรกับมึงแต่กูคิดถึงน้องกู คนที่บ้านก็คิดถึงน้องกู ใจคอมึงนี่จะยึดน้องกูเป็นสมบัติส่วนตัวตลอดไปหรืออย่างไรห๊ะ เหอะ ไอ้แก่เก็บกด" 

 

"หน็อย มาว่ากูแก่ได้นะไอ้จร ทำไมไม่ดูตัวเองเลยล่ะเลี้ยงลูกแฝดตั้งนานมึงนั่นล่ะจะแก่หงำเหงือกกว่ากูเป็นร้อยเท่าพันเท่า" 

 

"......" 

 

"ไง พูดแทงใจดำดิ่เงียบไปเลยเหรอมึง โธ่ นึกว่าจะแน่" 

 

"ไอ้... เอ้อ ก็มึงไม่มีลูกมึงเลยไม่เข้าใจไง สี่แสบนี่ล่ะความสุขของชีวิตกูโว๊ย ไอ้น้องเขยน้ำยาบูด" 

 

"ฮ่าๆๆ โทษที ใครสน ด้อนท์แคร์ แค่มีกูกับน้องมึงพวกเราก็สุขสุดๆ แล้วว่ะ" 

 

น้องเขยเอ่ยหยันพี่เขยที่พร่ำแต่จะให้เขาพาใจรักกลับไทยทุกวัน นี่เขากับเมียยังเที่ยวไม่ทั่วโลกเลยจะให้พากันกลับได้ยังไง และที่สำคัญก็ทำไมเขากับเมียจะไม่อยากมีลูกกัน 

นี่ก็ทำทุกท่า ลองทุกทาง ล่อทุกที่ กินทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นม้ากระทืบโลงหรือพวกโสมสี่ห้าพันปีม้านนน(มัน)ก็ไม่ท้องนี่หว่า 

 

"กรี๊ดดดดด พี่ณัฐ กรี๊ดดดด พี่ณัฐขา" 

 

"อะไรวะ เสียงอะไร เหี้ย หมวยเล็กกรี๊ดอะไรไอ้ณัฐ" 

 

เสียงพี่เขยร้องดังพอๆ กับเมียเขาเลยที่ก้กำลังกรี๊ดๆๆ ลั่นบ้าน โชคดีหน่อยที่บ้านพักของพวกเขาเป็นบ้านพักริมทะเลและแยกออกจากหลังอื่นพอสมควร  

ไม่อย่างงั้นก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ว่าเพื่อนบ้านต่างสัญชาติต่างศาสนาอาจจะปรี่เข้ามาที่นี่เพราะเผลอคิดว่าเขาทำร้ายเมียตัวเองก็ได้ 

 

"ดูมึงไม่ตกใจเท่าไหร่ว่ะไอ้ณัฐ" 

 

"เออ ก็เมียกูไง กรี๊ดๆ ประจำเวลาแบบว่า นั่นน่ะ หึหึ" 

 

"เลว ไอ้ลามก มึงเห็นน้องกูเป็นอะไร คิดจะทำอะไรกับน้องกูก็ได้งั้นเหรอวะ สัส" 

 

"อ้าว มึง น้องมึงก็เมียกูไง ผัวเมียจะทำอะไรๆ มึงเกี่ยวอะไรด้วยมิทราบคร้าบ" 

 

"......." 

 

"กรี๊ดดดด พี่ณัฐ กรี๊ดดดดด สองขีดแล้วพี่ณัฐ กรี๊ดดดดด กรี๊ดดดด พี่รัฐขาสองขีด" 

 

"ห๊ะ! สองขีด อะไร ยังไง อะไรสองขีดแล้ววะ" 

 

เสียงโวยวายยังคงดังไม่เลิกจากปลายสายจนคนฟังอยู่นึกรำคาญ นี่มันจะตื่นเต้นอะไรกับอีกแค่เมียกูมีสองขีดวะ น้องเขยของพี่เขยขจรคิดอย่างขำๆ 

 

"ฮ่าๆๆ เออ ก็สองขีดไง แล้วนี่มึงจะตื่นเต้นอะไรนักหนาวะ" 

 

"เห๊ย! เชี่ย! สองขีดแล้ว ใจรักขึ้นสองขีดแล้วโว๊ยยยยย ฮ่าๆๆๆ" 

 

"เออ ก็กูบอกมึงนี่ไงว่าสองขีดแล้ว ไอ้เวร ห๊ะ! อะไรนะสองขีดแล้ว โอ๊ยยยย เมียจ๋า เมียจ๋าของผัวจ๋าท้องแล้ว" 

 

ตุ่บ! 

 

"ฮื้ออออ พี่ณัฐ ฮึก ฮื้อออ ใจรักจะมีลูกแล้ว เรากำลังจะเป็นพ่อเป็นแม่แล้ว ฮื้ออ พี่ณัฐจ๋า" 

 

ว่าที่คุณแม่ท้องอ่อนวิ่งออกมาจากห้องนอนด้วยความดีใจ นานเหลือเกินกับความฝันที่อยากจะลูกน้อยสักคน มาบัดนี้ใจกับกับณัฐดนัยได้ทำตามฝันจนสำเร็จแล้ว 

ว่าที่คุณพ่อโยนโทรศัพท์มือถือเครื่องสวยลงกับพื้นทันทีเมื่อหันไปเห็นว่าเมียสาวกำลังวิ่งเร็วมาหาเขาทางนี้  

 

"อย่าวิ่งเดี๋ยวล้มครับคนดี มามะ มาให้ผัวจ๋าชื่นใจหน่อยเร็ว ฟอดด... ฟอดด... จุ๊บ จุ๊บ จุ๊บ ฮ่าๆๆ" 

 

ปากก็สั่งห้ามเมียว่าอย่าวิ่งเร็วด้วยความเป็นห่วง แต่วงแขนอบอุ่นกลับอ้ากว้างเพื่อรอรับเมีย พร้อมๆ กับสองเท้าที่ก้าวยาวไปเพื่อจะให้ถึงเธอโดยเร็วที่สุด

 

"อื้อออ พี่ณัฐคนดี ใจรักดีใจที่สุดในโลกเลยค่ะ"

 

"ฮ่าๆๆ พี่ก็ดีใจ ใจรักจ๋า โอ๊ยยย ผัวจ๋าตื่นเต้นมาก"

 

"จุ๊บๆๆ อื้อ เมื่อไหร่จะคลอดออกมานะเด็กดี เบบี๋ของพ่อต้องเป็นเด็กดีนะแล้วพ่อจะเสกน้องให้เบบี๋เลี้ยงอีกหลายๆ คน จุ๊บๆๆ" 

 

"ฮื้อ คนแรกยังเป็นวุ้นอยู่เลย พี่ณัฐอ่ะเว่อร์จริงจะเอาอีกกี่คนกันคะ ใจรักไหวเหรอ"

 

"ไหวไม่ไหวน้องน้อยของผัวก็บอกว่าเอาอีก เอาอีก เอาอีก อิ๊ ยะ อ๊ะ อิ๊ แบบเนี้ยทุกคืน คนแรกผ่านไปพี่ก็จะยิงเข้าไปใหม่อีกหลายๆ ทีเอาให้ตั้งทีมบาสเก็ตบอลได้เลยดีมั้ยครับ ฮ่าๆๆ"

 

ทีมบาสเก็ตบอล มีจำนวนผู้เล่นฝั่งละ 5 คนส่วนตัวสำรองสูงสุดก็จะมีทีมละ 7 คนรวมแม็กซิมัมสุด 12 คน โอโห นี่พอๆ กับทีมฟุตบอลเชียวนะ  

ใจรักไหวเหรอ? ว่าที่คุณแม่สาวคิด

 

"เอ่อ พี่ณัฐขา เอาแค่ทำทีมเซปักตะกร้อได้ก็พอมั้ย เพราะเราก็คนไทยไงใจรักว่านะ" 

 

"ฮ่าๆๆ โอเคครับคนดี ตะกร้อก็ตะกร้อละกัน ทีมหนึ่งเล่นแค่ 3 คนมีตัวสำรองอีกไม่เกิน 3 คน โอ้โห ทำลูกแค่ 6 คน แบบนี้พี่ณัฐสบายมากครับ"

 

ใจรักกระชับกอดสามีแน่นเมือ่เขาตกลงว่าจะทำแค่ไม่เกิน 6 คน ส่วนสามีของเธอก็นึกยิ้มกริ่มในใจ แหม 6 คนก็ 6 คนสิจะเป็นไรไป เพราะยังไงยังไงก็มีมากกว่า เขาชนะไอ้พี่เขยขี้อวดได้สบายอยู่แล้ว

 

"จุ๊บ คนดี งั้นเดี๋ยวพี่จะพาเข้าไปผลิตลูกแฝดสามกันนะครับ" 

 

"หื้ออ พี่ณัฐอ่ะอย่าหื่นไปหน่อยเลย เมื่อคืนใจรักก็แทบไม่ได้หลับได้นอนเลยนะคะ"

 

ว่าที่คุณแม่สาวเริ่มกลับมาสะบัดสะบิ้งอีกครั้งเมื่อได้ยินสิ่งที่สามีกระซิบบอก แต่ก็ยอมเข้าห้องไปแต่โดยดีแม้จะรู้ดีว่าไม่มีทางได้ลูกแฝดสามจากการทำรักครั้งนี้แน่

 

"ฮ่าๆๆ บอกพี่ว่าอย่าหื่นไปหน่อยเลย แล้วนี่ใครกำลังจูงมือผัวเข้าห้องครับเนี่ย"

 

"จะทำก็รีบทำ เพราะเดี๋ยวอีกไม่กี่วันคุณหมอจะห้ามทำทุกกรณีแล้วนะคะ หึ"

 

แม้จะได้ทำงานเป็นคุณหมออย่างที่ตั้งใจแต่ใจรักก็เต็มใจเลือกหน้าที่เมียของพี่ณัฐดนัยและกำลังจะกลายเป็นแม่ของลูกของพี่ณัฐดนัย นี่แหล่ะคือฝันอันสูงสุดแล้ว

 

"เห๊ย! ไม่ได้ ไม่เอา พี่ไม่ยอม อย่างน้อยๆ ผัวก็ต้องได้กิน ไม่รู้ล่ะ งดเฉพาะวันคลอดกับหลังคลอดแค่ 3 เดือน ผัวจ๋าให้ได้เท่านี้อ่ะ"

 

"ฮ่าๆๆ โอเคผัวหมอก็จะรู้ดีกว่าเมียที่เรียนจบหมอ ไม่ว่ากัน งั้น.... ผัวจ๋าของหมอก็ออมแรง ทำหมอเบาๆ ก็แล้วกันนะคะ"

 

ไม่ได้แล้ว เมียหมออ่อยผัวหมออีกแล้ว ณัฐดนัยจะไม่ทน

ร่างสูงใหญ่จัดการอุ้มร่างบอบบางที่ดูอวบอิ่มน่าฟัดเหลือเกินแล้วก้าวเร็วเข้าห้องนอนไป โดยทิ้งโทรศัพท์ที่ยังคงค้างสายสนทนาไว้อย่างไม่ใส่ใจสักนิด

 

"อ๊ายยย กรี๊ดดดด อื้อ พี่ณัฐขา อย่าทำน้องแรง อื้อออ น้องสู้แรงพี่จ๋าไม่ไหวนะ เอ็นดูน้องหน่อย"

 

"หึหึ อ่อยจัง จัดไปไม่เช้าไม่เลิกนะจ๊ะ ฮ่าๆๆๆ"

 

ขจรนิ่งฟังความรักฟรุ้งฟริ้งระหว่างน้องเขยกับน้องสาวแท้ๆ อย่างใจเย็น ตอนแรกๆ เขาก็รู้สึกดีใจอยู่หรอกที่รู้ว่าหมวยเล็กตั้งครรภ์ แต่พอผ่านมาถึงบทสนทนาช่วงหลังๆ ทำไมเขาถึงรู้สึกร้อนวูบๆ วาบๆ แบบนี้ล่ะวะ

เมียจ๋า หนูแจน คณิตตาแม่ของสี่แสบต้องช่วยได้แน่ๆ เลย และเมื่อนึกถึงหน้าของเมียรักกับลูกน้อยๆ ทั้งสี่คนเท่านั้นเองพี่เขยขจรก็ตัดสินใจกดตัดสายสนทนาไปเพื่อเดินหายังเส้นชัยที่พร้อมจะรอเขาเสมอ

ครอบครัวของเรากำลังจะมีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคนแล้วสินะ สารถีผู้กำลังจะส่งข่าวดีนี้ถึงทุกคนคลี่รอยยิ้มด้วยความดีใจ...

 

->จบบริบูรณ์<- 

......................... 

ขอบคุณสำหรับการติดตาม 

.......................... 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น