จำปีหอม

เตรียมพบกับรูปเล่มค่ะ

ชื่อตอน : 3 รีอัพ

คำค้น : สายป่าน,ดราม่า,โจนาธาน,ศิวนาถ,จำปีหอม,วาย,นิยายรอตีพิมพ์

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 60

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ส.ค. 2562 16:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
3 รีอัพ
แบบอักษร

2019/02/17 

 

สายป่านขังตัวเองอยู่ในห้องมาสามวันแล้ว เขาไม่อยากพูดกับใครเลย แรงใจที่ผลักดันให้ใช้ชีวิตนั้นไม่เหลืออีกแล้ว เด็กหนุ่มนอนนิ่งอยู่บนเตียงน้ำตาไหลปราศจากเสียงสะอื้น แววตาหมดอาลัยตายอยาก แม้แต่เสียงไขกุญแจห้องดังกุกกักก็คร้านจะใส่ใจ คนที่มาไขห้องคือคุณพ่อทิโมธี่นั่นเอง ท่านเห็นข่าวโจนาธานแต่งงานผ่านทางโทรทัศน์เช่นกัน เมื่อมีเด็ก ๆไปบอกว่าสายป่านไม่ออกจากห้องมาสามวันแล้วท่านจึงรีบมาดูด้วยความเป็นห่วง 

“สายป่าน” คุณพ่อทิโมธี่เรียกแต่เด็กหนุ่มไม่สนใจแม้แต่น้อย แววตาเลื่อนลอยมีแต่ความว่างเปล่าจนท่านใจหาย ขาที่เริ่มขัดด้วยความชราทรุดนั่งลงข้างเตียง มืออันเหี่ยวย่นลูบศีรษะเด็กหนุ่มด้วยความเมตตา 

“ร้องออกมาเถิดลูก แล้วกลับมาเป็นสายป่านที่เข้มแข็งคนเดิม รักต้องมากับเมตตานะลูก อยากจะให้คนที่เรารักมีความสุขแต่ไม่ใช่ตัวเราเป็นทุกข์เช่นนี้” 

“ป่านเจ็บเหลือเกินครับคุณพ่อ ป่านไม่รู้จะหายใจต่อไปทำไมแล้ว ฮือ..” เด็กหนุ่มพลิกตัวมาเกาะขาคุณพ่อทิโมธี่ น้ำตาหยดเล็กร่วงเป็นสาย 

“ป่านยังเด็ก ไว้เมื่อโตขึ้นป่านก็จะเจอคนมากกว่านี้ เก็บความทรงจำดี ๆไว้แล้วปล่อยเรื่องเศร้าใจออกไปดีกว่านะลูก” 

“ขอแค่วันนี้ครับคุณพ่อ ให้ป่านร้องเป็นวันสุดท้ายแล้วป่านจะไม่ร้องอีก” สายป่านร้องไห้จนหลับไป คุณพ่อทิโมธี่ฝากให้เด็ก ๆช่วยดูแลสายป่านก่อนจากไป 

สายป่านกลับมาทำงานเหมือนคนไร้วิญญาณอยู่หลายวัน แต่คนรอบข้างล้วนช่วยกันเป็นกำลังใจให้เด็กน้อยจนความร่าเริงกลับมาทีละนิดรวมทั้งสายตาคู่คมของศิวนาถอีกด้วย แต่เขาก็เพียงแต่มองเด็กน้อยจากมุมมืดเท่านั้น ทุกอย่างล้วนให้ทิวากรออกหน้า เขาให้เพื่อนทิปเด็กน้อยหนัก ๆไปหลายวันหลังจากถามไถ่แล้วว่าเจ้าตัวมาทำงานเพื่อเก็บเงินไปเรียนต่อมหาวิทยาลัย โดยไม่แตะต้องประเด็นอ่อนไหวว่าทำไมเด็กน้อยจึงร้องไห้ปานใจจะขาดเมื่อหลายวันก่อน หลังจากนั้นหนึ่งสัปดาห์ศิวนาถก็จากไปทำธุรกิจต่อ สายป่านก็ก้มหน้าทำงานเก็บเงินต่อไป 

วันเวลาเดินหน้าไปเรื่อยๆ สายป่านจบการศึกษาชั้นมัธยมปลายแล้ว เด็กหนุ่มเอาประกาศนียบัตรไปอวดคุณพ่อทิโมธี่ 

“คุณพ่อครับ ป่านเรียนจบแล้วนะครับ” สายป่านคุกเข่ายื่นใบประกาศนียบัตรให้ท่านด้วยความภาคภูมิใจ 

“เก่งมากลูก แป๊บเดียวก็18ปีแล้ว ขอให้พระเจ้าอำนวยพรลูกให้มีแต่ความสุขนะลูกนะ” คุณพ่อทิโมธี่ลูบหัวเด็กหนุ่ม ท่านยังจำได้ถึงวันที่อุ้มร่างกระจ้อยร่อยที่ถูกทิ้งไว้หน้าโบสถ์ได้ดี ยามนี้เด็กคนน้อยกำลังเติบโตอย่างงดงาม เข้มแข็งพอที่ยืนหยัดอยู่ด้วยตัวเองแค่นี้ท่านก็คงไม่ต้องเป็นห่วงอนาคตของสายป่านอีกแล้ว 

“ป่านอยากเรียนหนังสือแต่ป่านก็อยากอยู่กับคุณพ่อ” สายป่านนั่งซบหน้าบนตักผู้ชราที่ให้การเลี้ยงดูเขามาตั้งแต่เกิด หากไม่มีท่านไม่รู้ว่าชีวิตเขาจะเป็นอย่างไรบ้าง ได้กินอิ่มนอนอุ่นแบบนี้หรือเปล่าก็ไม่รู้ 

“อย่าพูดเหมือนไม่คิดถึงอนาคตตัวเองเช่นนั้นเลยลูก หากคิดถึงพ่อก็โทรมา พ่อให้พวกเด็ก ๆช่วยสอนพ่อจนพ่อโทรผ่านแอพเป็นแล้วนะ” 

“ครับคุณพ่อ” สายป่านนั่งนิ่งซึมซับความรู้สึกอบอุ่นให้เต็มหัวใจ อีกสองอาทิตย์เด็กหนุ่มจะต้องเดินทางไปรายงานตัวที่มหาวิทยาลัยทางเหนือที่ซีซิตี้แล้ว เด็กหนุ่มไม่สามารถสอบติดคณะแพทย์ศาสตร์ได้ เขาติดอับดับรองลงมาคือจิตวิทยา นอกจากรายงานตัวจะมีการสอนปรับพื้นฐานอีกสองสัปดาห์หลังจากนั้น ด้วยระยะทางที่ห่างไกลชั่วระยะเวลานั่งรถโดยสารถึง10ชั่วโมง คุณพ่อทิโมธี่จึงให้เขาอยู่ที่นั่นเลย ปิดเทอมค่อยกลับมา 

สายป่านออกไปทำงานที่ผับวันสุดท้าย เขาไม่คิดว่าพวกพี่ๆจะเลี้ยงส่งให้เขาด้วยทำเอาเจ้าตัวดีใจจนน้ำตาซึม 

“ขอบคุณมากครับ พวกพี่ๆดีกับป่านมาตลอด ขอโทษที่มาช่วยงานไม่ได้แล้วนะครับ” สายป่านก้มหัวให้ทุกคนรอบวง 

“ขอโทษทำไมกัน อนาคตของเรานะ เรียนให้จบแล้วช่วยกลับมาบำบัดไอ้โรคจิตนี่บ้างก็พอ” พี่สาวคนหนึ่งชี้ไปที่เพื่อนผู้ชายคนหนึ่งทำเอาทุกคนหัวเราะ 

“ขอบคุณครับ ป่านจะไม่ลืมพวกพี่ๆเลย” เด็กหนุ่มปาดน้ำตา ทุกคนลาจากกันด้วยรอยยิ้ม วันนี้คงเป็นอีกหนึ่งความทรงจำดี ๆที่เขาจะจดจำตลอดไป เสียดายที่ไม่เจอลูกค้าบางคนโดยเฉพาะคุณทิวากรที่มักจะให้ทิปเขาหนักๆเสมอ ทั้งกลุ่มไม่ได้มาที่ร้านกว่าสามเดือนแล้วทำให้สายป่านเสียดายเล็กน้อยที่ไม่มีโอกาสได้บอกลา 

“พี่โจ ป่านอยากให้พี่ยินดีกับป่านจังเลย” เด็กหนุ่มพึมพำก่อนที่จะหลับใหลด้วยความเหนื่อย 

หนึ่งอาทิตย์สุดท้าย สายป่านลาออกจากที่ทำงานทุกที่เพื่อมาใช้เวลากับคุณพ่อทิโมธี่ ทำให้เด็กหนุ่มสังเกตว่าคุณพ่อชราลงไปมาก ท่านเดินช้าลงและต้องหยุดพักเป็นระยะและไอบ่อยขึ้น 

“คุณพ่อครับ พรุ่งนี้ลองไปเช็คร่างกายดีไหมครับ คุณพ่อไอมากขนาดนี้ป่านใจคอไม่ดีเลย” 

“พ่อไม่เป็นไรหรอกลูก ช่วงนี้อากาศขมุกขมัวคนแก่ก็แบบนี้ล่ะ พ่อจะจิบน้ำอุ่นมาก ๆ ป่านไม่ต้องเป็นห่วง” คุณพ่อทิโมธี่ปลอบ สายป่านได้แต่ถอนใจเปลี่ยนไปขอร้องพวกคุณแม่ชีให้ช่วยดูแลคุณพ่อ และฝากฝังพวกเด็กรุ่นน้องที่พอจะไหว้วานได้ให้คอยดูแลท่านยามที่เขาไม่อยู่ 

ในที่สุดวันแห่งการจากลาก็มาถึง สายป่านหอบกระเป๋าเดินทางใบโตที่คุณพ่อทิโมธี่ซื้อให้ไปสถานีรถโดยสารประจำทาง โดยมีลูกชายของแม่ครัวอาสาขับรถไปส่ง เด็กหนุ่มกอดคุณพ่อทิโมธี่ไม่ปล่อยจนถูกแซวว่าจะตกรถ สายป่านจึงยอมตัดใจจากไปได้ 

ชีวิตในมหาวิทยาลัยก็ไม่ได้แย่ ครึ่งเดือนแรกเขาพักที่โบสถ์ในซีซิตี้ชั่วคราวระหว่างที่หอพักในมหาวิทยาลัยยังไม่เปิดให้นักศึกษาเข้าพัก คุณพ่อทิโมธี่เป็นคนฝากฝังให้ โบสถ์นี้เป็นโบสถ์ที่อยู่ในเครือคริสตจักรเดียวกับที่สายป่านเคยอยู่มาก่อน เด็กหนุ่มจึงอยู่ได้ไม่ลำบาก กลับมาจากมหาวิทยาลัยก็มาช่วยงานในโบสถ์ไม่ดูดาย ทำให้ทุกคนเอ็นดูเขาได้ไม่ยาก 

สายป่านโทรหาคุณพ่อทิโมธี่สัปดาห์ละหนึ่งครั้งไม่เคยขาด ทุกคืนวันเสาร์เป็นเวลาที่มีความสุขของพวกเขาทั้งสองคนที่ได้แลกเปลี่ยนข่าวสารความเป็นไป แม้กระทั่งคุณพ่อทิโมธี่เข้าโรงพยาบาล ท่านก็ยังฝืนร่างกายรอคุยโทรศัพท์กับสายป่าน แม้ว่าเด็ก ๆ ที่มาเฝ้าจะขอร้องให้ท่านพักแต่ท่านก็ไม่ยอม และห้ามให้ทุกคนบอกสายป่านว่าท่านป่วย 

“สายป่านกำลังสอบ หากรู้ว่าพ่อป่วยอาจจะเสียกำลังใจสอบไม่ผ่านได้ ทุกคนคงไม่อยากให้เป็นอย่างนั้นใช่ไหม” คุณพ่อพูดเสียงโรย กวาดสายตามองทุกคนเป็นเชิงขอร้อง ทำให้พวกเขาต้องรับคำด้วยความจำใจ 

เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์มือถือดังขึ้น คุณพ่อทิโมธี่พยักหน้าให้คนเฝ้ากดรับแทนท่านและเปิดลำโพงวางไว้ข้างหมอน เพราะมือของท่านไร้เรี่ยวแรงที่จะถือมันเสียแล้ว เสียงสดใสของสายป่านเล่าเรื่องนั้นเรื่องนี้ที่ได้พบเจอมาตลอดทั้งสัปดาห์ คุณพ่อทิโมธี่ขานรับเป็นระยะชวนให้คนที่เห็นน้ำตาซึม จนเด็กที่มาเฝ้าเห็นว่าท่านเหนื่อยมากจึงขัดขึ้น 

“คุณพ่อครับ” 

“ป่าน พ่อจัดการธุระทางนี้ก่อนนะลูกตั้งใจสอบนะ พ่ออยากให้ลูกมีอนาคตที่ดี ขอให้มีความสุขนะลูก” 

“ครับคุณพ่อ ป่านจะตั้งใจเรียนเอาคะแนนดี ๆไปอวดคุณพ่อ” 

“ไม่จำเป็นหรอกลูก หากลูกคิดว่าได้ความรู้จากมัน ใช้ชีวิตวัยรุ่นให้มีความสุขเถอะเพราะมันจะอยู่กับลูกแค่ชั่วระยะเวลาไม่นานก่อนที่ลูกจะโตเป็นผู้ใหญ่” คุณพ่อทิโมธี่หลับตาลง โดยปลายสายอีกด้านไม่รู้เลยว่านี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้คุยกับท่าน 

คุณพ่อทิโมธี่เสียชีวิตลงอย่างสงบในคืนนั้น ก่อนจะหมดลมหายใจท่านสั่งห้ามบอกสายป่านจนกว่าเด็กหนุ่มจะสอบเสร็จ กระทั่งลมหายใจสุดท้ายท่านก็ยังไม่วายเป็นห่วงเด็กน้อยที่ท่านเลี้ยงมากับมือ 

สายป่านโทรหาคุณพ่อทิโมธี่ 

หลังสอบเสร็จ มือก็เก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าไปด้วย เด็กหนุ่มตั้งใจว่าจะกลับด้วยรถโดยสารค่ำนี้ 

“ทำไมคุณพ่อไม่รับสายล่ะ เดี๋ยวโทรใหม่ก็แล้วกัน” สายป่านพูดกับตัวเอง ขณะที่กำลังหิ้วกระเป๋าเดินออกจากหอพักมือถือส่งเสียงเรียก หน้าจอโชว์ว่าคุณพ่อทิโมธี่โทรกลับมา 

“คุณพ่อ..อ้าวคุณแม่มารีหรอกหรือครับ ผมสอบเสร็จแล้ว กำลังจะกลับ ครับ กลับคืนนี้ครับพรุ่งนี้ก็คงถึง แล้วเจอกันครับคุณแม่” สายป่านเก็บมือถือใส่กระเป๋า ไม่ได้คิดอะไรมากเมื่อได้ยินคุณแม่มารีบอกว่าคุณพ่อทิโมธี่ไม่สะดวกคุยตอนนี้ 

“พรุ่งนี้ก็ได้เจอกันแล้วนะครับ” สายป่านขดตัวหลับบนรถโดยสารระหว่างเมือง เด็กหนุ่มอ่านหนังสือจนดึกมาหลายวัน เมื่อได้รับแอร์เย็นๆจึงหลับไปอย่าง่ายดาย 

สายป่านหิ้วกระเป๋าเดินทางใบเล็กเดินมาถึงโบสถ์ตอนเกือบแปดโมง ใบหน้าประดับไปด้วยรอยยิ้มแม้จะรู้สึกว่าทุกคนมองเขาแปลกๆไป ซิสเตอร์คนหนึ่งเห็นเขาก็หลุดอุทานออกมา 

“แย่แล้ว สายป่านไปรอคุณแม่มารีในห้องทำงานก่อนไป ยังไม่ต้องมาช่วยทางนี้หรอก”  ซิสเตอร์นานารีบกวักมือเรียกสายป่าน เธอเห็นหน้าตาสดใสของเด็กหนุ่มแล้วหักใจทำลายไม่ลง ขอยกให้เป็นหน้าที่ของคุณแม่มารีแม่ชีอาวุโสก็แล้วกัน ซิสเตอร์นานาลูบหลังสายป่านอีกครั้งก่อนขอตัวไปดูแลเด็ก ๆ ต่อ 

สายป่านนั่งรอคุณแม่มารีด้วยความสงสัย ในใจคิดในแง่ดีว่าท่านอาจจะต้องการให้เขาช่วยงานก็ได้ เด็กหนุ่มไม่เสียเวลาสงสัยนาน คุณแม่มารีเดินเข้ามาด้วยความกระฉับกระเฉงตามนิสัยของเธอแต่ใบหน้าหมองเศร้าผิดไปจากที่เคย 

“สวัสดีครับคุณแม่”สายป่านยกมือไหว้ 

“สายป่าน ทำใจดี ๆไว้นะลูก” คุณแม่มารีจูงเขามานั่งที่โซฟาตัวเก่าริมผนัง เธอจ้องมาในตาของเขาอย่างเห็นใจ “คุณพ่อทิโมธี่ท่านจากเราไปเข้าเฝ้าพระผู้เป็นเจ้าแล้วนะลูก” 

สายป่านอ้าปากค้าง “ไม่จริง เมื่อวันเสาร์คุณพ่อยังคุยกับผมอยู่เลย” เด็กหนุ่มพูดเสียงแผ่วกลั้นสะอื้นซึ่งตีขึ้นมาเป็นระยะ ร่างกายสั่นไปหมดจนคุณแม่มารีต้องดึงมากอดไว้ เธอเวทนาเด็กหนุ่มนัก 

“คุณพ่อท่านเสียคืนนั้นหลังจากที่ได้คุยกับป่านนั่นแหละลูก ท่านรอจะคุยกับป่านเป็นครั้งสุดท้าย” 

สายป่านจำไม่ได้ว่าเดินออกจากห้องคุณแม่มารีได้อย่างไร สายตาที่พร่ามัวไปด้วยหยาดน้ำตาเพียงมุ่งไปหาโลงศพของคุณพ่อทิโมธี่เท่านั้น ท่านสั่งไว้ว่าให้ฝังศพท่านในวันอาทิตย์เพราะสายป่านน่าจะกลับมาในวันนั้น เด็กหนุ่มเอื้อมมืออันสั่นเทาไปที่ช่องกระจกบนฝาโลง ใบหน้าเหี่ยวย่นที่ดูใจดีดูคล้ายกับว่าท่านเพียงนอนหลับไปเท่านั้น 

พิธีศพคืนสุดท้ายสายป่านนั่งเอนหลังพิงแท่นตั้งศพอยู่ด้านหลัง เสียงบราเทอร์เกนจิเทศน์ให้กับแขกที่มาร่วมงานฟังเป็นเพียงลมผ่านหู สายป่านไม่สนใจอะไรเพียงปรารถนาให้ตัวเองได้อยู่กับคุณพ่อทิโมธี่นานอีกนิด ในใจโทษตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า หากเขาไม่ไปเรียนต่อ เขาก็สามารถช่วยงานคุณพ่อท่านได้ ท่านจะได้ไม่ต้องเหนื่อยแบบนี้ เขามันเห็นแก่ตัว สายป่านปิดปากตัวเองไม่ให้เสียงสะอื้นออกมารบกวนคนอื่น น้ำตาที่ใกล้จะแห้งไหลออกมาอีกครั้ง 

หลังจากพิธีฝังศพคุณพ่อทิโมธี่เสร็จสิ้นลง หลายคนกลับมาที่โบสถ์เพื่อรับน้ำชาและพูดคุยกัน รวมถึงฟังพินัยกรรมของคุณพ่อทิโมธี่ด้วย สายป่านก็ร้องไห้อีกครั้ง 

คุณพ่อทิโมธี่ยกเงินจำนวนหนึ่งให้สายป่านมากพอเป็นค่าเทอมจนเขาเรียนจบมหาวิทยาลัย แม้ไม่ใช่เงินก้อนใหญ่อะไรนักแต่เมื่อคิดถึงชีวิตนักบวชที่ไม่มีรายได้แล้วนับว่ามหาศาล ส่วนเงินจำนวนที่เหลือท่านยกให้ใช้ในกิจการของโบสถ์และบ้านเด็กกำพร้าทั้งหมด ไม่มีใครคัดค้านพินัยกรรมฉบับนี้ เพราะทุกคนทราบดีว่าคุณพ่อทิโมธี่รักสายป่านมาก 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น