ผู้บำเพ็ญเพียรภายในถ้ำ
email-icon

ฝากนิยายด้วยน้า

ตอนที่ 31 สาวสวมหน้ากาก(2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 31 สาวสวมหน้ากาก(2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.4k

ความคิดเห็น : 21

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ส.ค. 2562 10:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 31 สาวสวมหน้ากาก(2)
แบบอักษร

"ได้เวลานำข้อมูลส่งให้ร่างหลักแล้ว"

 

 

 

ปุ้งงงง!!

 

 

 

ร่างของคาซึยะที่ยืนอยู่บนดาวเคราะห์น้อยกลายเป็นควันขาว ซึ่งมันทำให้ผู้ที่แอบมองอยู่ตลอดที่ใต้ดินเช่นเซ็ทสึสองสีเหงือไหลกราวอย่างช่วยไม่ได้ เจ้าหนูที่ทำลายวิชาเดียวกับเนตรสังสาระเป็นเพียงร่างแยก ?

 

 

 

"บัดซบเจ้าผีน้อยนั่น สี่ปีมานี้แข็งแกร่งแค่ไหนกันแน่ ไม่ได้การถ้ายังปล่อยให้อาซามิยังมีพลังอยู่ในระดับนี้แผนการของข้าต้องถูกทำลายแน่!"

 

 

 

เซ็ตสึไม่ทราบว่าคาซึยะแยกเงาร่างไว้กี่ร่าง แต่การแยกเงาในแต่ละครั้งจะเสียจักระครึ่งหนึ่ง แต่เกรงว่าเจ้าหนูนั่นอาจจะแยกมากกว่าหนึ่งร่างเพื่อความปลอดภัยของหมู่บ้าน ถ้าเป็นแบบนั้นเจ้าหนูนั่นควรอยู่ในระดับใด ?

 

 

 

"เจ้าเด็กผี ตัวตนของเจ้านี่เหนือการคาดเดาของมาโดยตลอด เจ้าไม่ควรจะเป็นคนจากตระกูลย่อยเช่นอุจิวะหรือเซ็นจู แต่เจ้าควรเป็นคนจากตระกูลโอซึซึกิเหมือนเจ้าฮาโกโรโมะเสียมากกว่า"

 

 

 

เซ็ตสึได้แต่ส่ายหัวและดำลงดินเพื่อแจ้งให้อาซามิหลีกหนีออกจากโคโนฮะให้เร็วที่สุด เพราะป่านนี้เจ้าเด็กเวรนั่นคงจะรู้เรื่องทุกอย่างแล้ว ถ้าร่างหลักมันออกมาด้วยตัวเองแล้วละก็

 

 

 

'ตัวหมากของข้าได้ตายกันหมดแน่!'

 

 

 

ในขณะที่เซ็ตสึกำลังร้อนรน เด็กชายที่กำลังนั่งจิบน้ำผลกับสามสหายคอยเฝ้าดูแลรักษาความปลอดภัยให้กลุ่มเพื่อนที่กำลังสอบข้อเขียนก็ต้องขมวดคิ้วก่อนจะแสยะยิ้มอย่างช่วยไม่ได้

 

 

 

'อุจิวะ อาซามิ ผู้มีพลังเทพของเนตรกระจกเงาหมื่นบุปผานิรันดร์ที่น่าจะทรงพลังมากที่สุดในบรรดาพลังเทพทั้งหมด แต่ยัยบื้อแบบนั้นจะไหวแน่หรอ?'

 

 

 

เขาค่อนข้างเป็นหัวอาซามิเล็กน้อย ดูๆแล้วเธอค่อนข้างเอาแต่ใจแถมยังทำอะไรตามใจเอาแน่เอานอนไม่ได้จะมีคนบ้าที่ไหนจะวิ่งมาหาศัตรูด้วยตัวเองแบบยัยนั่นอีก ดูท่าแผนของปู่ทวดและคุโรเซ็ตสึจะรวนกันน่าดู

 

 

 

"มีปัญหาอะไรหรือเปล่าคาซึยะ ?"

 

 

 

"อ่อเปล่าไม่มีอะไร พวกนายเฝ้าที่นี่กันไปก่อนนะเดี๋ยวฉันมา"

 

 

 

ไม่รอให้โอบิโตะและคาคาชิกับไกคัดค้านร่างของคาซึยะก็ค่อยๆสลายกลายเป็นเพลิงธุลีเขามาโผล่อีกครั้งก็ด้านดาวเคราะห์น้อยที่ลอยอยู่บนฟ้าแถมเจ้านี่ยังเคยผนึกร่างแยกเงาของเขาได้ชั่วเวลาหนึ่ง

 

 

 

"ทำอะไรไม่รอบคอบเลยจริงๆ ใช้พลังใหญ่ๆแบบนี้เดี๋ยวคนอื่นก็จับได้กันพอดี"

 

 

 

เขาชักสงสารปู่ทวดและคุโรเซ็ตสึแล้วสิ ดูท่าทั้งคู่จะได้ตัวปัญหามากกว่าผู้ช่วยนะคาซึยะเกาหัวก่อนจะเริ่มปรบมือและทำท่าทางแปลกๆ มีเสียงวิ้งก่อนจะตามมาด้วยลูกทรงกลมสีขาวใสที่ส่องสว่างอยู่ใจกลางฝ่ามือทั้งสองของเขา

 

 

 

"Jinton: Genkai Hakuri no Jutsu(คาถาธุลี : แยกพิภพบรรพกาล)"

 

 

 

ลูกทรงกลมสีขาวลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าและขยายขนาดครอบคลุมดาวเคราะห์ยักษ์ทั้งหมดไม่เหลือที่ว่างเลยแม้แต่นิดเดียว ก่อนที่เขาจะปรบมือวับดาวเคราะห์ดวงน้อยๆหายวับราวกับมันไม่เคยมีอยู่

 

 

 

"ตั้งแต่หลอมผสานลูกแก้วแสวงสัจธรรมได้ การหลอมจักระสองถึงสามธาตุเลยกลายเป็นเรื่องเด็กๆไปเลยแฮะ"

 

 

 

ซึจิคาเงะรุ่นที่สามหรือโอโนกิพยายามฝึกฝนแทบตายกว่าจะใช้คาถานี้ได้ แต่คาซึยะแค่อยากลองลบดาวเคราะห์แบบไม่ให้เหลือร่องรอยจึงนึกถึงคาถานี้และลองผสานธาตุจักระทั้งสาม ดิน ไฟ ลม แบบเล่นๆดูไม่คิดว่ามันจะสำเร็จได้ง่ายๆแบบนี้

 

 

 

ถ้าโอโนกิมาได้ยินสิ่งที่คาซึยะคิดละก็มีหวังเขาได้กระอักเลือดจนหลังหักตายแน่ๆ หาคาถา ? นึกออก ? ลองแบบเล่นๆ ? แค่คนอื่นได้ยินก็น่าจะพากันกระอักเลือดได้ ดังนั้นโอโนกิต้องตายอย่างแน่นอน ขีดจำกัดทางสายเลือดระดับสุดยอดถูกมองเป็นเรื่องเล่นๆ

 

 

 

"อืมเราเหลือร่างแยกเงาอีกสิบห้าตน น่าจะพอแล้วละมั้ง"

 

 

 

ถ้าคราวนี้คนที่ได้ยินคำพูดของคาซึยะคือเซ็ตสึมันคงบ้าตายไปแล้วสิบห้าร่างแยกรวมกับอีกร่างแยกที่ปะทะกับอาซามิก็คือสิบหกแต่ถึงอย่างนั้นร่างแยกก็ยังมีพลังระดับคาเงะ

 

 

 

สุดท้ายมันเป็นโชคดีของเจ้าเซ็ตสึที่ไม่ได้ยินคำพูดของเขา หลังจากคาซึยะพึมพำเสร็จก็กลับไปหาเพื่อนเกลอทั้งสามที่กำลังดูดน้ำส้มผ่านหลอดในแก้วไม้อย่างสบายอุรานี่เป็นภารกิจระดับเอสที่พวกเขารู้สึกสบายแบบสุดๆ

 

 

 

'ถ้าปู่รุ่นสามมาเห็นฉากนี้คงหน้ามืดหัวฟาดพื้นตายก่อนพอดี'

 

 

 

คาซึยะที่เห็นเด็กสามคนสวมใส่ชุดสบายๆ สวมแว่นกันแดดนอนอาบอยู่บนหลังคาห้องสอบจูนินก็ได้แต่เกาหัว แต่นี่ก็ดีให้ร่างแยกทำงานไปก็ดีแล้วสะดวกสบายตัวและใจดี

 

 

 

"คาซึยะเมื่อกี้ร่างแยกของฉันส่งข่าวมาบอกว่าพบดันโซที่ชั้นใต้ดินกำลังลอบพูดคุยเกี่ยวกับการลอบสังหารท่านโฮคาเงะรุ่นที่สาม กับคาเสะคาเงะรุ่นที่สามและมิซึคาเงะรุ่นที่สาม ในการสอบที่สาม ส่วนแผ่นที่จะลอบสังหารเหล่าเกะนินนั้นจะเริ่มในการสอบที่สองซึ่งก็คือวันพรุ่งนี้"

 

 

 

โอบิโตะนั่งไขว่ห้างดันแว่นขึ้นไปไว้บนหัวและกล่าวด้วยน้ำเสียงปกติราวกับเรื่องที่พูดไม่ได้สำคัญอะไรมาก เจ้านี่ท่าทางจะมั่นใจในตัวเองมาก แต่เอาเถอะเนตรของเจ้าหมอนี่มันป่วนสุดๆอยู่แล้วถ้าเกิดอันตรายขึ้นเจ้านี่ก็น่าจะพากลุ่มเพื่อนย้ายเข้าสู่มิติส่วนตัวของคามุยเมื่อไหร่ก็ได้

 

 

 

"ไม่คิดเลยว่าสิ่งที่นายและโนโนะพูดจะเป็นเรื่องจริงแบบนี้ แสดงว่าตอนที่ภารกิจของพ่อที่มีข่าวรั่วไหลไปทางศัตรูก็เป็นเพราะเจ้านั่นจริงๆสินะ"

 

 

 

คาคาชิกำหมัดกัดฟันแน่ดูท่าเจ้าตัวจะโกรธมาก ก็ไม่แปลกลุงซาคุโมะเกือบคิดสั้นฆ่าตัวตายไหนจะถูกคนในหมู่บ้านประนามแบบไม่ไว้หน้าทั้งที่พ่อของเขาก็ทำผลงานให้แก่หมู่บ้านมากมาย ตอนแรกเขาโกรธชาวบ้านแต่ตอนนี้เขาทราบสาเหตุหลักๆแล้ว

 

 

 

ทุกอย่างเป็นแผนของดันโซที่หวังจะกำจัดพ่อของเขา ปล่อยข่าวในภารกิจให้รั่วไหลพอภารกิจล้มเหลวก็ให้กลุ่มรากปล่อยข่าวทำลายชื่อเสียงของพ่อ ชาวบ้านที่ไม่ทราบเรื่องอะไรก็เริ่มประนาม

 

 

 

"ถูกต้องลุงซาคุโมะเป็นหนึ่งในเสาหลักของปู่รุ่นที่สามและหมู่บ้าน ถ้าปู่เสียลุงซาคุโมะไปอำนาจของปู่ก็จะลดลง ทีนี้การทำงานของดันโซก็จะง่ายขึ้น"

 

 

 

มันน่าสงสารที่แผนของมันถูกทำลายโดยคาซึยะ ไม่ว่าจะแผนเล็กแผนน้อยก็ถูกทำลายลงเกือบทั้งหมด ด้วยเขาที่มีโนโนะเป็นเลขาเธอซึ่งเป็นอดีตหัวหน้าหน่วยของกลุ่มรากจึงทำให้มีข้อมูลเกี่ยวกับรากมากพอสมควร

 

 

 

แม้ดันโซจะอยากสังหารโนโนะใจแทบขาดแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะโนโนะขึ้นตรงและทำงานให้แก่เขาเป็นหลักไหนจะมีสามตระกูลใหญ่ของโคโนฮะ เช่นฮิวงะ อุจิวะและเซ็นจู ถ้าเขาสังหารโนโนะแล้วละก็ต่อให้มีชนชั้นสูงเข้ามาช่วยก็คงไม่รอดอยู่ดี

 

 

 

"เอาน่าคาคาชิรอเวลาหน่อย สักวันเมื่อโอบิโตะกลายเป็นโฮคาเงะพวกเราสามารถกำจัดตัวตนของพวกมันได้ รากที่นำความมืดอันน่ารังเกียจจะได้หายไปเสียที ด้วยการรวมตัวของรุ่นเรา ยุคทองที่รุ่งเรืองที่สุดของหมู่บ้านจะถือกำเนิด!"

 

 

 

ทั้งสามคนเริ่มคิดตามคำพูดของคาซึยะแล้วก็คิดว่ามันจริงอย่างที่เขาว่าเพราะนินจารุ่นของพวกเขานั้นพร้อมสวมเข้าเกือบทุกตำแหน่งหัวหน้ากรมตำรวจและสถาบันวิจัยของโคโนฮะที่นำโดยคาซึยะ ผู้นำเอ็นบุขึ้นตรงต่อโฮคาเงะคงไม่พ้นคาคาชิ ผู้นำหน่วยนินจาต่อสู้ไก

 

 

 

ผู้นำกลุ่มนินจาแพทย์รินและชิซึเนะ หน่วยค้นหาข้อมูลฮายาเตะ หน่วยล้วงข้อมูลไรโดะและอาโอบะ หน่วยคาถาลวงตาคุเรไน หน่วยคุ้มกันและปกป้องหมู่บ้านอาสึมะและเก็นมะ

 

 

 

และสุดท้ายผู้อำนวยการศึกษาในโรงเรียนของหมู่บ้านเอบิสึ แล้วไหนจะเพื่อนสาวหลายสิบชีวิตในห้องที่พยายามศึกษาเพื่อเป็นนินจาเพราะเจ้าคาซึยะ และสุดท้ายโอบิโตะชายผู้หล่อเหลาและมากความสามารถเป็นโฮคาเงะรุ่นที่ห้า

 

 

 

"แค่คิดก็ฟินแล้ว"

 

 

 

นี่คือความคิดของเจ้าโอบิโตะแน่นอนว่าคาคาชิก็คิดในทำนองเดียวกับเจ้าโอบิโตะเลย จะมีเพียงคนเดียวเท่านั้น ที่ยืนหาวสายตาจ้องมองไปยังกลุ่มเพื่อนในหองสอบจูนินด้วยรอยยิ้ม ไม่มีใครรู้ว่าชายที่มีพลังและความคิดเกินวัยกำลังคิดอะไรอยู่

 

 

 

"หืม คาซึยะทางทิศใต้ของป่ามรณะฉันพบหญิงสาวแสนสวยคนหนึ่งเธอบอกว่าให้นายไปหาเธอน่ะ"

 

 

 

"ใคร ?"

 

 

 

"ไม่รู้สิเธอไม่ได้บอกอะไรเลย จะไปไหม?"

 

 

 

คาซึยะพยักหน้าโอบิโตะก็เริ่มใช้คามุยส่งคาซึยะเข้ามิติ สักครู่เขาก็โผล่มาอีกครั้งข้างโอบิโตะในชุดเอ็นบุซึ่งน่าจะเป็นร่างแยกเงา เจ้าร่างแยกชี้ไปยังทิศทางหนึ่งที่มีหญิงสาวผมดำในชุดเดรสดำกระโปรงสั้น แขนยาวรัดรูปทรงยั่วยวนกำลังยืนมองคาซึยะด้วยรอยยิ้ม

 

 

 

กลิ่นอายความมืดที่คุ้นเคยทำให้เขาขมวดคิ้วเขาไม่คิดว่ายัยนี่ยังจะกลับมาสร้างปัญหาอีก เกาหัวและถอนหายใจเขากระโดดลงจากต้นไม้และเดินไปหาหญิงสาวด้วยท่าทีเหนื่อยหน่าย

 

 

 

"สวัสดีคาซึยะจัง ไม่คิดเลยว่าจะหลุดออกมาได้เร็วแบบนี้ นั่นคงเป็นร่างแยกสินะ"

 

 

 

"เธอมาทำอะไรที่นี่อีก ?"คาซึยะไม่ตอบคำถาม แต่เลือกที่จะตั้งคำถามแทน

 

 

 

"แหม๋อะไรกันเป็นเด็กเป็นเล็กอย่าจริงจังนักสิ เธอต้องผ่อนคลายบ้างนะรู้ไหม นั่งลงสิ"

 

 

 

"อืม เอาขนมหน่อยไหม ?"

 

 

 

คาซึยะนั่งลงอย่างง่ายๆและส่งขนมแท่งให้แก่หญิงสาวหรืออาซามิที่ถอดหน้ากากด้วยท่าทีผ่อนคลาย ทำให้อาซามิยิ้มที่มุมปากบางและหยิบขนมมากินแบบไม่กลัวว่าเด็กชายจะวางยาเธอ ทันทีที่ขนมเข้าปากใบหน้าก็เริ่มแดงแจ๋และเริ่มไออย่างช่วยไม่ได้

 

 

 

"แค่กๆ นี่มันคืออะไรทำไมเผ็ดแบบนี้"

 

 

 

"ขนมแท่งรสทาบัสโก้แดงฉานสูดพิเศษจากนรกของฉันน่ะ อร่อยสินะเอาอีกชิ้นสิ"

 

 

 

ในขณะที่กินขนมแท่งสีแดงฉานคาซึยะก็ยังหยิบขนมแท่งอีกชิ้นไปให้อาซามิอย่างไม่หวงแหนแต่เธอกลับรู้สึกสยอง อาหารที่แม้แต่สุนัขยังไม่หันมองเด็กชายตรงหน้ากินมันได้อย่างหน้าตาเฉยแบบนี้ได้ยังไง

 

 

 

"อะ อืม"

 

 

 

จะปฏิเสธก็กลัวเสียมารยาท เธอจึงได้แต่ฝืนกินมันทั้งน้ำตา โดยที่ไม่รู้เลยว่าเด็กชายกำลังหน้าเบี้ยวหน้าบูดเพราะพยายามกั้นเสียงหัวเราะใจแทบขาด ให้ตายสิยัยนี่ซื่อบื้อเกินไป สิ่งที่เขากินก็แค่ขนมแท่งรสธรรมดาไว้ใช้หลอกตา แต่สิ่งที่เธอกินไปน่ะคือรสนรกที่เขาทำไว้เพื่อแกล้งเพื่อน

 

 

 

"เอาละเธอมีอะไร ทำไมถึงยังกลับมาอีก"

 

 

 

"ฮึกๆ ฉันก็แค่จะมาบอกว่าจากนี้เจ้าต้องมาเป็นผู้ชายของฉัน อุจิวะ อาซามิผู้นี้ เมื่อทุกอย่างจบลงนายต้องมาเป็นสามีของฉัน!"

 

 

 

แม้จะยังมีหยดน้ำตา ปากบวมแดงแต่หญิงจากผลลัพท์ของขนมแท่งรสทาบัสโก้แดงฉาน หญิงสาวก็ยังกล่าวออกมาด้วยความมั่นใจว่าชายตรงหน้าต้องยอมสยบแด่เธอ น่าเสียดายที่คาซึยะกล่าวปฎิเสธ

 

 

 

"ขอปฏิเสธฉันมีคู่หมั้นอยู่แล้วมันเป็นไปไม่ได้"

 

 

 

"ไม่รู้ละยังไงนายก็ต้องเป็นของฉัน ก่อนอื่นก็ต้องเริ่มจากค่ามัดจำสินะ..."

 

 

 

จุ้บบ!

 

 

 

"ฮ่าๆ จากนี้นายเป็นของฉันแล้วนะ"

 

 

 

หลังจากจุ้บแก้มเสร็จอาซามิก็จากไปทิ้งให้คาซึยะยืนเกาแก้มอย่างงุนงง เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น ? เขาถูกหอมแก้มโดยไม่ทันตั้งตัวเนี่ยนะ สุดยอดคนเช่นเขาเนี่ยนะบัดซบ ได้แต่บ่นภายในใจร่างแยกของเจ้าโอบิโตะก็เดินมาตบเข้าที่ไหล่ก่อนจะชูนิ้วโป้งให้เป็นสัญญาณว่ายอดเยี่ยม

 

 

 

'ถ้าไม่ติดว่านายต้องทำงานเฝ้าระวังฉันจะตบให้ดิ้นเลยเจ้าโอบิโตะร่างแยก'

 

 

 

หลังจากนั้นคาซึยะก็ถูกส่งตัวกลับไปหาเพื่อน ส่วนอาซามิหลังจากที่แยกตัวออกมาด้วยรอยยิ้มที่จริงใจ ก็ค่อยแปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว รอยยิ้มค่อยๆหุบใบหน้าเริ่มแสดงความเย็นชาที่แสนน่ากลัว เธอหยิบหน้ากากมาสวมใส่ปิดบังใบหน้า

 

 

 

"ถึงฉันจะถูกใจเธออยู่บ้าง แต่การทำลายโคโนฮะก็ยังเป็นสิ่งที่ฉันต้องทำอยู่ดี"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น