Marionette_doll
facebook-icon Twitter-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Ep.10 : หมอกสอนเอง

ชื่อตอน : Ep.10 : หมอกสอนเอง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.7k

ความคิดเห็น : 25

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ส.ค. 2562 10:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Ep.10 : หมอกสอนเอง
แบบอักษร

เมล Say ::

“คุณเมลขา ชุดนี้เป็นไงคะ ที่จริงคุณเมลควรจะชวนคุณหมอกมานะคะ” ฉันชวนพี่อายมาหาซื้อชุดสีทอง แต่มันหายากมากเลย ที่จะหาแบบราคาดี และดูดี

“ใส่ชุดเกรดนี้ แม่เค้าจะดูถูกไหมคะ ว่าเกรดต่ำ”

“ถ้าคนหาเรื่อง ยังไงก็หาเรื่องค่ะ ไม่ว่าคุณเมลจะใส่ชุดแบบไหน” ก็จริง อย่างที่พี่อายว่า ต่อให้ฉันจะใส่ชุดแพงแค่ไหน ถ้าคนหาจะหาเรื่องยังไงก็หาเรื่อง

ฉันกับพี่อายเลือกหาชุดราตรีสีทองอยู่หลายร้าน จนมาจบที่ชุดเดรสยาวเข้ารูป สีทองเงาวับ ตัดขอบด้วยเลื่อมสีเงิน เพราะลองแล้วใส่แล้วมันขับผิวให้ดูสว่าง แถมยังเน้นส่วนเว้า ส่วนโค้งได้เป็นอย่างดี

“สวยค่ะ รับลองงานนี้เกิด ไม่สวยจริงใส่สีนี้ไม่ได้นะคะ”

“นั่นสิคะ ฮะๆ”

 

2 อาทิตย์ ถัดมา....

จะไปจริงหรอเมล ฉันถามแบบนี้กับตัวเองอยู่หลายครั้ง ฉันยืนมองชุดที่แขวงอยู่หน้าตู้ แล้วได้แต่ถามตัวเองซ้ำไปซ้ำมา แต่คุณหมอกเค้าไม่ได้ทำอะไรผิดอะ ออกจะน่ารักด้วยซ้ำ มาหาทุกวันหลังเลิกงาน พากินข้าว พาเที่ยว แล้วเราจะผิดคำพูดกับเค้าลงจริงหรอ เอาวะ....ไปก็ไป

ฉันอาบน้ำแต่งตัวหลังจากตัดสินใจอยู่นาน กว่าจะแต่งตัวเสร็จ ก็กระชั้นชิดเวลางานเหลือเกิน ไม่ได้ใส่ชุดแบบนี้ออกงานมานานละ เริ่มคิดถึงบ้านแล้วสิ

[ Mhok Calling..... ] ตุ๊ดดดดดดด ตุ๊ดดดดดดดดด

สายสนทนา

[ ถึงไหนแล้วคร๊าบบบ ]

“กำลังจะออกนะ 20 นาทีก็คงถึง ขอโทษนะคะที่ช้า”

[ ต้องทำโทษรู้ไหม ]

“ยังไง”

“Kiss or Kiss??”

“Not all ค่ะ ไม่เอา Kiss ของคุณแล้ว รอนะคะ กำลังไป แค่นี้อะ”

จบการสนทนา

 

ฉันขับรถเข้ามาในตัวคฤหาสน์หลังใหญ่ จัดงานที่บ้านตัวเอง แสดงว่ามั่นใจในสิ่งที่ตัวเองมีมากเลยสินะ เอาเถอะ เค้าอาจจะมีมากมายกว่าใครในแถวนี้ ฉันขับรถเข้ามาจอดในที่ที่ทางเจ้าของงานจัดสรรเอาไว้เป็นลานจอดรถสำหรับแขก

พอมาที่งานก็ยื่นการ์ดเชิญให้เจ้าหน้าที่ที่อยู่หน้างานปกติ แต่การ์ดกลับไม่ยอมให้ฉันเข้า ว่าแล้วมันต้องเป็นแบบนี้

“มาแล้วครับแม่เลี้ยง” การ์ดที่กันฉันไว้พูดผ่านวอล์สีแดง ถึงปลายสายที่ฉันรู้ว่าเค้าเป็นใคร

ฉันเลยจะกดโทรศัพท์หาคุณหมอก เพื่อบอกจะกลับแล้วบ้าง แม่ของเค้าก็ดันเดินออกมาพอดี

 

หมอก Say ::

Rrrrrrrr Rrrrrrrrrr Rrrrrrrrrrrrr [ Caramel Calling....... ]

สายสนทนา

[ ที่นี่ไม่ต้อนรับหรอกนะ พวกทำงานกลางคืนอะ นี่มันงานผู้ดี แต่งตัวสวยสะ ข้างในเหม็นเน่า ]

เดี๋ยวๆ เสียงแม่นิ ผมรีบวิ่งออกไปหน้างานทันที โดยมีไอ้คีกับคุณพอใจที่เห็นไม่ดีวิ่งตามออกมาติดๆ

[ ฉันจะกลับเดี๋ยวนี้ ที่ฉันมาไม่ใช่เพราะอยากมาค่ะ แต่รับปากคุณหมอกเอาไว้แล้ว งั้นฉันขอตัวลาค่ะ ]

[ สำออยทำเป็นร้องไห้ ]

“แม่!!!” ประโยคตะโกนเรียกดังๆของผม ทำเอาแม่ต้องสะดุ้งเฮือก ก่อนจะเชิ่ดหน้าขึ้น อย่างคนไร้คำพูด

จบการสนทนา

“ฉันจะกลับค่ะคุณหมอก ที่นี่เค้าไม่ได้ต้อนรับฉัน” ผมคว้าแขนเธอเอาไว้ เพราะที่ผมยังยืนอยู่ในงานไร้สาระนี่ ก็เพราะรอเธอ จะให้ผมปล่อยให้เธอกลับได้ยังไง

“ปล่อยมันกลับไปหมอก”

“แม่ทำแบบนี้อีกแล้ว เธอจะอยู่ในงาน ในฐานะคนรักของผม”

“ไม่ได้!!!!”

“ทำไมไม่ได้!!!!! ก็แม่บอกเองไง ว่ามันเป็นงานของผม แล้วนี่ไงผมเลือกเธอ” ผมหันไปมองหน้าคุณเมล ที่ตอนนี้ยังพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ แล้วทำเป็นเหมือนตัวเองไม่ได้รู้สึกอะไร

“ผู้หญิงมากมายในงาน ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ดี มีหน้าที่การงานดี การศึกษาดี ฐานะดี ทำไมแกถึงยังเลือกผู้หญิงแบบนี้ ตาต่ำ” แม่ผมยังใส่อารมณ์อย่างต่อเนื่อง สงสัยผมกับแม่จะคุยกันไม่รู้เรื่องแล้วสิ

“แม่เข้าใจไหม ผมรักเธอ!!!!”

เราตะโกนสาดใส่กัน จนพี่เมฆต้องรีบวิ่งมาห้าม แล้วขอให้เราออกไปก่อน แต่ถึงเราจะถอย แต่แม่ยังไม่ปล่อยเราอยู่ดี ไอ้คีเลยรีบวิ่งไปเอารถ ก่อนจะขับวนมารับเรา คุณเมลทำท่าจะไม่ไปกับเรา เธอสะบัดมือผมออก ผมเลยต้องกลับไปฉุดเธอมาขึ้นรถของไอ้คี ที่ต้แงใช้คำว่าฉุด แน่นอนเพราะเธอไม่ได้เต็มใจมากับผมนั่นเอง

 

“มึงจะไปไหน ไนต์คลับไหม”

“ไปที่นั่น คือที่แรกที่แม่กูจะหาเจอเลย ตอนนี้พ่อกูอยู่ที่ปางไม้ ไปที่ปางแล้วกัน” อย่างน้อยถ้าเกิดมีเรื่องเกิดขึ้นอีก แม่ผมจะเกรงใจพ่อผมบ้าง

“พ่อมึงไปทำไรที่ปางวะ วันนี้ก็ไม่เห็นมางานมึง”

“หนีแม่กูไง พ่อกูไม่ชอบงานอะไรแบบนี้ ก็เลยหนีไปนอนที่ปาง ขับไปเถอะ ที่เดียวที่แม่กูจะไม่ตามมมา”

ผมบอกทางไอ้คีให้ขับไปเรื่อยๆ ซึ่งมันเป็นทางเข้าไปในป่า ถ้าไม่ชำนาญจริงๆหลงแน่ๆ ยิ่งมืดแบบนี้ด้วยแล้ว

“เมียขา สงสัยคืนนี้เราคงต้องนอนกลางป่าแล้วค่ะ”

“ก็ตื่นเต้นดีค่ะ ขับรถดีๆ มองทางด้วย มองฉันไม่ได้นะ”

ผมได้แต่หันมองคนที่เอาแต่มองออกไปนอกหน้าต่าง จะขอโทษเธอพันครั้ง มันก็คงจะช่วยให้เธอรู้สึกดีขึ้นไม่ได้ เธอต้องมาเจอแม่ผมหักหน้ากลางงานคนมากมาย ไหนจะด่าสาดเสียเทเสียอีก ถ้าผมออกมาไม่ทัน เธอคงต้องโดนมากกว่านี้แน่ๆ

“คุณเมลสวยจังเลยนะคะ แต่งมาวันนี้ฆ่าทุกคนในงานเรียบเลย” พอใจพยายามทำลายความเงียบของพวกเราลง แต่ด้วยมันจะทำได้จริงๆ

“ขอบคุณค่ะ คุณหมอก ฉันว่าบ้านคุณไม่ชอบฉัน เราควรจะหยุดความสัมพันธ์ของเรา อย่าให้มันไปไกลกว่านี้เลย แบบนี้ฉันรู้สึกแย่ ที่เป็นต้นเหตุของเรื่องที่กำลังจะตามมา หากเรายังคบกันต่อ”

ถึงกับบอกเลิกเลยหรอ ผมเงียบ เพราะผมรู้ว่าเธอกำลังโมโห ไม่ดีแน่ๆที่จะถกเถียงกันตอนนี้ ผมได้แต่เมินประโยคบอกเลิกของเธอ แล้วมาบอกทางไอ้คีต่อ เมื่อเราเลี้ยวรถเข้ามาในปาง พ่อผมที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ที่ชานบ้าน ก็ออกมาทักทายการมาของเรา

“ไง เจ้าคี อื้มมมม พาสาวมาด้วย ตัวจริงหรอ นางแบบนิ สวยนะ”

“คร๊าบบบบ”

“สวัสดีค่ะ” คุณเมลกับพอใจทักมือไว้ทักทายพอผม

“สวัสดีๆ แล้วสาวสวยคนนี้ล่ะ สวยจริงสวยจังเลยแฮะ เด็กแกหรอไอ้หมอก ตัวจริงด้วยรึเปล่า”

“เค้าเพิ่งบอกเลิกผมเมื่อกี้ เอาเถอะๆ เข้าบ้านก่อนเถอะพ่อ อย่าเพิ่งถามเลย บอกเลยว่าวันนี้ผมเซ็งมาก แม่ล้ำเส้นอีกแล้ว ไหนตกลงกันไว้ว่าจะไม่บังคับให้ผมทำอะไรที่ไม่อยากทำไง” ผมลากแขนคนที่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดเข้ามาในบ้านไม้หลังใหญ่

 

“อื้มๆ สงสัยหนีมาแบบนี้ แม่เค้าทำพิษใช่ไหม งั้นคืนนี้ค้างที่นี่ พรุ่งนี้ค่อยกลับ ออกไปตอนนี้คงจะลำบาก พ่อจะจัดการให้คนเตรียมชุดให้เปลี่ยน เตรียมห้องให้ ที่นี่เหลือแค่ 2 ห้อง จะแบ่งกันยังไง ก็จัดการกันเอาเองนะ” พ่อพูดจบก็ไปขอให้เด็กในบ้านจัดห้องให้แขนกที่มาในยามวิกาลอย่างเรา

ผมหันไปมองคุณเมลที่ไม่คุยอะไรกับผมเลย แบบนี้ยาวแน่ๆ เพิ่งจะจบเรื่องร้ายๆมา ดันมาเจอเรื่องแม่ตัวเองอีก สงสัยแบบนี้ต้องเคลียร์กันยาว คิดว่าคุณบอกเลิกแล้วเราต้องเลิกงั้นหรอ ฝันไปเถอะ

 

ถึงตอนที่จะเลือกห้อง ผมส่งสายตาให้ไอ้คีช่วยหน่อย ขอให้ผมได้มีเวลาเคลียร์กับเธอหน่อย มันมีแค่ 2 ห้องแค่นั้น ถ้าจะให้ผมนอนกับมัน ไม่ได้เคลียร์กับเมลแน่ๆ เธอตัดลอนความสัมพันธ์ขนาดนี้แล้ว จะให้เธอเลือกนอนกับผมเป็นไปไม่ได้เลย ต้องให้เธอไม่มีทางเลือก

“กูนอนกับเมียกูนะ มึงก็ตัดสินใจกันเอา”

ดีมาก!!! ผมหันไปขยิบตาให้เพื่อน แต่เมลดันเดินออกจากบ้านไปเลย อ่าวเดี๋ยวๆๆ ผมรีบตามเธอออกไปทันที พอโกรธแล้วอารมณ์คุณหนูขี้เหวี่ยงของเธอมาเต็มมากเลยแฮะ ผมคว้าข้อมือเธอเอาไว้ เพื่อให้เธอหยุด

“ปล่อยนะ!!!!! ฉันจะหาขอความช่วยเหลือ หาคนพากลับ”

“คุณจะบ้าหรอ นี่มันกี่โมงกี่ยามละ ใครเค้าจะมาขับรถพาคุณกลับตอนนี้ แค่นอนกับผมมันยากตรงไหน”

“ยากตรงที่ ใครๆก็มองฉันไม่ดีไง” เธอขึ้นเสียงเล็กๆของเธอแบบอารมณ์มาเต็ม แต่เสียงงุ้งงิ้งอะ ผมควรจะต้องอยู่ในอารมณ์ไหนเนี่ย

“แล้วนี่คุณจะเดินหนีผมไปไหน ใส่รองเท้าส้นสูง เดี๋ยวก็ล้มหัวแตกหรอก เข้าบ้าน”

“ไม่!!!! แม่คุณตั้งใจจะไม่ให้ฉันเข้างาน แต่ถึงกับฉีกหน้าฉันต่อหน้าคนอื่น แบบนี้แรงไป แล้วฉันจะไม่ทน ครั้งแรกฉันก็พยายามทน เพื่อคุณ แต่นี่มันไม่ใช่แล้ว” ผมมองผู้หญิงที่ตอนนี้กำลังปาดน้ำตา ที่ไหลออกมาเองอย่างห้ามไม่ได้

“แล้วทำไมคุณไม่บอก ว่าแม่ผมไปหาเรื่องมาก่อนหน้านี้แล้ว”

“จะให้ฉันบอกยังไง บอกให้คุณกับแม่ทะเลาะกันนะหรอ คุณเห็นฉันเป็นคนยังไง แล้วถ้าคุณไม่เลือกฉัน และคุณเลือกแม่คุณ ก็จะเป็นฉันที่เสียใจใช่ไหมล่ะ” เธอสาดอารมณ์ใส่ผมมาเต็มๆ

“คุณนั่นแหละที่ไม่เข้าใจ ผมไม่ได้อยากดูแลแค่ตัวคุณ ผมอยากดูแลหัวใจของคุณด้วย ไม่งั้นผมจะมาหาคุณทำไมทุกวัน แต่ถ้าคุณมีอะไรไม่บอก เราจะจัดการเรื่องนี้กันยังไง”

“ไม่มีเราแล้วค่ะ เราฉันจะเลิกกับคุณ”

“ตลกปะเนี่ย คุณจะจบความสัมพันธ์เรา เพียงเพราะแม่ผมคนเดียวงั้นหรอ”

“แม่คุณไม่ชอบฉัน ถ้าพ่อคุณรู้ว่าฉันทำงานอะไร เค้าก็จะไม่ชอบฉันเหมือนกัน ฉันมันแค่ผู้หญิงบาร์ไงคุณ”

“แต่คุณไม่เหมือนผู้หญิงบาร์พวกนั้นไง” ผมเริ่มขึ้นเสียงใส่เธอบ้างด้วยความโมโห แต่ดูตอนนี้เธอก็คงโมโหไม่แพ้กัน

“แต่ฉันใช่ไง แถมฉันยังเป็นตัวแม่ด้วย ความจริงมันเปลี่ยนไม่ได้ ฉันจะไม่ทนให้ใครมาดูถูกฉันอีกแน่ๆ เราควรจบกันตรงนี้ ตอนที่ฉันตอบตกลง เพราะฉันคิด ว่าฉันกับคุณมีโลกที่เหมือนกัน แต่ตอนนี้มันไม่ใช่”

“จะโลกไหนมันก็ผมทั้งนั้น มันจะต่างกันตรงไหน” ผมทนความดื้อของเธอไม่ไหว ดึงเธอเข้ามาจูบ เพียงเพื่อจะหยุดเสียงที่พูดไม่หยุด เพื่อให้เธอได้เงียบสักที ยิ่งพูดก็ยิ่งทำให้ผมโมโห

“คุณหมอก อย่่าทำแบบนี้ คุณหมอกหยุดดดด หยุดดดดด” เธอพยายามดิ้นหนี เธอพยายามจะผลักผมออก แต่ผมก็ยังไม่ยอมปล่อยเธอ แถวรวบเธอเข้ามาแนบให้แน่นขึ้น ผมเปลี่ยนจากจูบมาเป็นไซ้ที่คอของเธอแทน บอกเลยไม่เคยมีผู้หญิงบาร์ที่ไหน ปฏิเสธผมหรอกนะ เธอยังคงต่อสู้แต่เธอจะมาสู้แรงผู้ชายได้ยังไง แต่พอผมเห็นน้ำตาของผมถึงได้รู้ตัว ว่าตอนนี้ผมทำอะไรลงไป ผมเปลี่ยนจากปีศาจร้ายแล้วดึงเธอเข้ามากอดแทน

“ขอโทษ ผมแค่.....ไม่อยากเสียคุณไป บอกเลิกผม ผมเสียใจนะ”

เพียงเท่านั้นแหละเธอก็ปล่อยโฮออกมาลูกใหญ่ นี่เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นเธอฟูฟายขนาดนี้ ตอนที่โดนจับไปครั้งที่แล้วก็ไม่ร้องไห้หนักขนาดนี้

“เสียใจคนเดียวรึไง ปัก!!!” เธอทุบอกผมอย่างแรง จนเกิดเสียงดังปัก!!! แล้วตามมาอีกหลายที ตัวก็เล็กนิดเดียวทำไมมือหนักนักนะ เฮ้อออ....หมดกัน อุตส่าห์แต่งหน้ามาสวยๆ ตอนนี้มีแต่รอยน้ำตาซะละ

 

เมล Say ::

หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนชุดเสร็จ เราก็ถกเถียงเรื่องเตียงนอน เพราะมันเล็กอะ 5 ฟุตเองมั้ง จะนอนด้วยกันคงจะต้องชิดกันมากๆ

“นอนพื้น ถ้าคุณไม่นอนฉันนอนเอง”

“นอนด้วยกันไม่ได้หรอ”

“ไม่ได้ ก่อนหน้านี้คุณจะปล้ำฉัน ฉันจะไม่นอนกับคุณ”

ในที่สุดคุณหมอกก็ต้องจำใจนอนกับพื้นแต่โดยดี ดีมาก ฉันยังไม่หายอารมณ์ไม่ดีหรอกนะ หลังจากเคลียร์ที่นอนกันลงตัว ฉันก็ทิ้งตัวนอนลงบนเตียงทันที เราจะเอายังไงต่อดี ถ้าจะสู้ต่อนี่ศึกหนักเลยนะ แต่งานกันมา ต้องเจอแม่สามีแบบนี้ตลอด ไหวหรอ??? เดี๋ยวก่อนนะยัยเมล แกเจอเค้า 3-4 เดือน แกคิดเรื่องแต่งงานแล้วหรอเนี่ย ไวไป

‘แม่เข้าใจไหม ผมรักเธอ’ ประโยคที่เค้าพูดมันยังดังก้องอยู่ในหู แม้เค้าจะพูดออกมาด้วยความโกรธก็เถอะ คิกคิกๆ ฉันเอาผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปงแล้วหัวเราะออกมาเบาๆกลัวเค้าจะได้ยิน รักจริงๆหรอ เจอกัน 4 เดือนเองน้าาา คิกๆ คิกๆ ปกติเค้าคบกันนานแค่ไหน ถึงจะคิดเรื่องแต่งงานกันน้า อื้มมมม นอนดีกว่า นอนดีกว่า เริ่มคิดเพ้อเจ้อไปใหญ่แล้ว ฉันหลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้ความคิดมันหายไปพร้อมกลับหลับไหล แต่ยังไม่ทันจะหลับดี ก็รู้สึกถึงความเนียนของคนที่สอดตัวเข้ามาใต้ผ้าห่ม

“คุณหมอก ทำไมไม่นอนที่ตัวเอง”

“ผมหนาว”

ผ้าห่มมีผืนเดียวนิ ฉันขยับออกห่างมาจากเค้า ให้เรามีระยะห่างมากขึ้น แล้วเค้าจะขยับตามฉันมาทำไมอะ ฉันเลนตัดสินใจนอนหันหลังให้เค้าซะเลย แต่เค้ายังเข้ามากอดแนบฉันจากด้านหลัง

“คุณกำลังทำอะไร”

“ผมจะเอามือไว้ตรงนี้ไม่ขยับไปไหน”

ประเด็นมันไม่ใช่ ประเด็นมันคือคุณมานอนกอดฉันทำไม ลมหายใจของเค้ามันกำลังรดหูของฉันอยู่ แล้วที่เค้าบอกจะไม่ขยับมือมันไม่จริง เค้ากำลังลูบหน้าท้องของฉันจากทางด้านหลัง ฉันเลยต้องดึงมือเค้าออก

“มือคุณก็ให้มันอยู่เฉยๆหน่อยสิ” ใช่เพราะตอนนี้มันกำลังสอดเข้ามาใต้เสื้อแล้วสัมผัสหน้าท้องของฉัน

“ก็แบบนี้มันอุ่นอะ”

เพราะการกระทำของเค้าเฉันเลยต้องพลิกตัวดิ้นไป ดิ้นมา มาลูบเอวทำไม ไหนบอกจะไม่ขยับมือไปไหน หลอกลวงกันทั้งเพ

“เดี๋ยวๆ คุณปลดกระดุมเสื้อทำไม”

“ผมร้อนอะ สงสัยต้องถอดกางเกงด้วย”

“อย่านะ!!! ใส่กลับไปเดี๋ยวนี้” ฉันเอาผมนวมมาห่อตัวเค้าเอาไว้ จะหนาว จะร้อน เอาให้แน่ แต่ที่แน่ๆฉันไม่นอนผ้าห่มเดียวกับคุณแล้ว ฉันนอนจ้องหน้าเค้าตาไม่กระพริบ ไม่รู้เค้าจะมาไม้ไหนอีก แถมจ้องเค้าตาเขม็ง ไม่ให้คลาดสายตา

“อะๆ ผมกลับไปใส่กางเกงก็ได้ แล้วไปนอนที่เดิมก็ได้”

“คนโกหก” ฉันดึงเข้าที่กำลังจะลุกขึ้นจากเตียงเข้ามาจูบ ริมฝีปากที่ถูกป้อนความหวาน มันทำให้ยากเกินจะห้ามใจจริงๆ ลิ้นชื้อถูกสอดเข้ามาตักตวงความหวานในปากของฉันอย่างต่อเนื่อง ผ้านวมผืนใหญ่ถูกคนตรงหน้าเอามาคลุมร่างกายฉันเอาไว้ อ้อมกอดที่ถูกกระชับแน่นมันทำเอาฉันหายใจลำบาก

ไม่มีผู้หญิงคนไหนโง่ ที่จะไม่รู้ว่ามันกำลังจะเกิดอะไรต่อ แค่จูบเองทำไมหนังตามันถึงหนักแบบนี้นะ ตอนนี้รู้สึกเหมือนร่างกายแทบจะไร้เรี่ยวแรงเลย มือใหญ่สอดเข้าใต้เสื้อแล้วลูบไปทั่วแผ่นหลัง จนฉันต้องแอ่นหลังรับฝ่ามือนั่น

“หมอกรักเมลนะ” เสียงกระซิบเบาๆที่ข้างใบหูมันทำเอาฉันตกอยู่ในมนต์สะกดของคนๆนี้ ประโยคที่พูดออกมาแบบไร้เสียง แต่ทำไมมันถึงได้ดังก้องไปทั้งหัวใจแบบนี้

“จะทำจริงหรอ ฉันทำไม่เป็นนะ”

“หมอกสอนเอง”

โปรดติดตามตอนต่อไป

ความคิดเห็น