เหล่าปราชญ์พเนจร
email-icon

อ่านเรื่องนี้ตอนกินน้ำ ระวังสำลักน้ำนะเจ้าคะ 555

ุ69.4 จบงานกลับบ้านกอดสาวงาม และหลับฝันดี

ชื่อตอน : ุ69.4 จบงานกลับบ้านกอดสาวงาม และหลับฝันดี

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 77

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ส.ค. 2562 00:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ุ69.4 จบงานกลับบ้านกอดสาวงาม และหลับฝันดี
แบบอักษร

นั่นเรียกว่าความโดดเดี่ยวหรือเปล่านะ… 

บางอย่างที่สำคัญ และไม่อาจบอกใคร ความเงียบเหงา ความรับผิดชอบ และคำตอบที่ยังหามิพบ หลายๆสิ่งที่หลอมรวมเป็นหนึ่งชีวิตอันแสนลึกลับ และหนาวเหน็บดั่งหิมะ ท้ายที่สุดเขามิอาจทำหน้าที่สำเร็จ…  

มหาจอมโจรผู้ยิ่งใหญ่แห่งความลับแห่งกำแพงเสียชีวิต ณ ที่แห่งนี้ 

“ใช่ไหม” 

“ไม่..” 

คาสึโอะถอดหน้ากากที่เปรียบเสมือนยันต์คุ้มภัยตัวตนจอมโจรตลอดเวลา ภายใต้หน้ากากคือใบหน้าหล่อเหลาอย่างแท้จริง กระนั้นเนื่องจากโดนกระสุนพุ่งฝังศีรษะ และดวงตาซ้ายทำให้ยากแยกแยะว่าเขาคือใคร ใช่เพื่อนสนิทหัวเงินหรือไม่ไม่มีใครรู้ รู้เพียงอีกฝ่ายตายแล้วจริงๆ หัวใจหยุดเต้น มิใช่สิ 

ไม่เหลือหัวใจให้เต้นอีกแล้วกระมัง 

“ชิ อย่างนี้เราจะสืบทอดอย่างไร” 

หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยกัดฟัน สีหน้ากรุ่นโกรธที่คนร้ายดันเสียชีวิตก่อนที่จะได้สอบปากคำ สำหรับเจ้าหน้าที่แล้วคนร้ายถือว่ามีความสำคัญอย่างมากในการสืบสวนคดี ยิ่งคดีของจอมโจรพี่น้อง “ฦ” ที่ยังสืบไม่หมด ยังเหลือสิ่งที่ต้องค้นหาอีกมาก กระนั้นจบแล้ว ตอนนี้คนตาย เบาะแสที่ยังมีค่าคงต้องส่งไปตรวจชันสูตรศพก่อน หลังจากนั้นพวกคาสึโอะต้องระดมสมองคิดหาทาง หาสะพานเพื่อข้ามไปอีกฝั่ง   

“ของของข้า” 

สิ่งที่จอมโจรหนุ่มขโมยมาคือหนังสือดนตรียุคปฐมนคร โซรับหนังสือมีรอยเลือดเปรอะเปื้อนปก สภาพฉีกขาดส่วนสัน ชายชราเห็นแล้วคิ้วขมวดด้วยหนังสือเล่มนี้ถือเป็นของสำคัญ และสมบัติล้ำค่าของเขา “..” แม้นเจ็บใจ กระนั้นเขาปรับอารมณ์อย่างรวดเร็วเพราะในเมื่อสั่งยิงแล้ว ไม่ว่าจะอะไรขึ้นหลังจากนั้น เขาจะไม่มีวันเสียใจภายหลัง 

แขกในงานหลายท่านอาศัยโอกาสนี้เดินทางกลับบ้าน เจ้าหน้าที่หน่วยรักษาความปลอดภัยนำกำลังเข้าเก็บกวาดพื้นที่ และเก็บศพจอมโจรหนุ่มขึ้นรถขนศพ ฝั่งคนของกลุ่มโซยังยืนคลุมพื้นที่อย่างระมัดระวังเหตุไม่คาดฝัน “ยังเหลือคนน้อง” กังหันเอ่ยกับโซ ชายชรากำลังหันหลังกลับพลั่งหยุดก้าว และเอ่ยตอบ “จะให้ข้าจัดการหรือ”  

ตามข้อมูลที่ได้รับมา จอมโจรพี่น้อง “ฦ” ทำงานเป็นคู่ ไม่มีใครรู้หลังคนพี่ตายแล้ว คนน้องจะเป็นเช่นไร แต่คิดคงหนีไปแล้ว  

“หากไม่เป็นการรบกวน พวกข้าขอสำรวจโดยรอบ” 

กังหันกล่าวด้วยเสียงสุภาพอ่อนหวาน โซฟังแล้วอยากโบกมือไล่เจ้าพวกหนุ่มๆ กระนั้นในเมื่ออีกฝ่ายอยากลองก็น่าสนใจ 

“ค่ายกลข้ายังเปิดทำงาน..” 

“เช่นนั้นหรือ” 

คาสึโอะสบตากังหัน ครั้นทั้งสองเข้าใจตรงกันก็ออกคำสั่งให้คนในหน่วยกระจายกำลังไล่ล่าจอมโจรคนน้อง พร้อมกำชับให้ระวังอย่าเหยียบกับดัก “ให้ถึงเที่ยงคืน” โซมิยิ้ม เขาปรายตามองคน และสะบัดร่างเดินจากไปอย่างหยิ่งยโส  

ดวงจันทร์ลอยล่องกลางนภา พงไพรรอบคฤหาสน์กินคนสั่นไสวด้วยแรงลมพัดเป็นระยะ กลิ่นชาลอยไปพร้อมกระแสลมหนาว จากฟากฟ้าเกาะลอยฟ้ามุ่งสู่ท้องทะเลอันกว้างใหญ่ ข้ามผ่านดินแดนทะเลทรายแห่งรากิออส[มรดกโลก] พุ่งทะยานสู่ขุนเขาในตำนาน[ขานยาไร] และตกร่วงหล่นสู่บ่อน้ำพุอมตะ[วอเตอร์สตาร์]  

ตำนานบทหนึ่งเล่าขาน และตัดจบลงอย่างไร้วาสนาเอื้อมมือแตะต้องความจริงที่ยังคงดำรงเป็นปริศนาชั่วนิรัน 

ขณะรถขนศพสีดำทะมึนแล่นออกจากพื้นที่ของโซ แล่นทะยานบนถนนอันยาวไกลพร้อมกับรถคุ้มกันสองคัน ครั้นทั้งสามคันรถขับลอดผ่านอุโมงค์ใหญ่  

“ซวยฉิบหายไอ้หมอนี้” 

“ระวังติดเชื้อความซวย อยู่ห่างๆมันไว้” 

เจ้าหน้าที่ดูแลศพพูดคุยเสียงสะพรึง ใช่สิ พวกเขาเป็นแค่เจ้าหน้าที่กระจอกๆที่เพิ่งเข้ารับงานในหน่วยรักษาความปลอดภัย ระดับฝีมือยังยิงปืนมิโดนลูกน้องโจรเลย นี่โดนสั่งให้เฝ้าศพ ต้องนั่งรถกับศพที่สภาพเละเทะขนาดคนป่วยโรคร้ายยังมีสภาพดูดีกว่าเลย นึกแล้วสยอง เจ้าหน้าที่หนุ่มขนลุกซู่พลางภาวนาให้ถึงห้องเก็บศพเร็วๆจะได้ส่งความอัปมงคลเสียที 

“บุกถิ่นงูนินา.. รอดก็แปลก” 

ชื่อเสียงเรื่องความโหด เลือดเย็นของโซเป็นที่กล่าวถึงทุกหย่อมหญ้า แม้นแต่เด็กยังกลัวฉี่ราด  

“ดีแล้วที่เลือกเข้ากับหน่วยงานสภา” 

เจ้าหน้าที่หนุ่มอีกคนเปรยเสียงสบายใจ ทำงานกับสภายังมีความเป็นคน ความยุติธรรม แต่ถ้าเข้าร่วมกับพวกมาเฟียด้านมืดของนครเมืองแห่งความลับละก็ วันหนึ่งต้องมีคนตาย และไม่แน่อาจเป็นพวกเขาก็ได้ 

“เลิกพูดเถอะ” 

เป็นเจ้าที่หน้าของสภาก็ใช่จะปลอดภัย บางครั้งพวกเขาต้องหยิบปืนสู้กลุ่มคนร้าย เรื่องความเป็นความตายเนี่ย อย่าพูดตอนนี้เลย  

“ฮาๆ” 

สองหนุ่มขำ ก็ถ้าปล่อยให้บรรยากาศเงียบงันแลขนลุกต่อไป พวกเขาอาจทนไม่ไหว 

“กลัวอะไร คนตายแล้วทำไรได้ ดูนี่” 

ในรถขนศพมีห้องด้านหลังซึ่งใช้สำหรับเก็บศพ ขนาดห้องใหญ่พอให้คนนั่งสองฝั่งซ้ายขวา ส่วนศพวางบนเตียงตรงกลาง เจ้าหน้าที่หนุ่มไม่ใช่คนกลัวผี และเชื่อเรื่องผี เขาหัวเราะขำพลางคว้าแขนจอมโจรหนุ่มมาเล่น ฮาๆ ว่าแต่แขนอยู่ไหนเนี่ย.. 

“..ข้าว่า” 

ขณะก้มหาแขนที่คิดว่าน่าจะขาด เจ้าหน้าที่หนุ่มคนนั้นก้มมองพื้นจึงไม่ทันสังเกตเห็นเพื่อนที่หน้าถอดสี แถมอ้าปากค้างอย่างตกตะลึง “เฮ้ เอ็งเห็นแขนไหม” “..ม ไม่” “อยู่ไหนเนี่ย” เจ้าหน้าที่หนุ่มคนที่กำลังเผชิญกับภาพชวนตะลึงอยากกรีดร้องลั่นรถ เนื่องจากเขาเห็นชัดเต็มตาว่าศพที่ใครว่าตายนั้นกำลังยืนอยู่ในรถ.. ยืน!!! 

แถมปากยังคาบแขนขวาที่ขาดอีกด้วย!!! 

โลหิตแดงไหลนอง หยาดหยดลงพื้นติ๋งสาดประกายดั่งดอกกุหลาบ  

“อ๊ากกกก” 

“เป็นอะไร!!...เฮ!!!!” 

ผัวะ ผัวะ  

อีธานใช้มือซ้ายจับท่อนแขนขวาสะบัดฟาดใส่สองเจ้าหน้าที่หนุ่มจนสลบสิ้นสติทั้งคู่ ทันใดนั้นบัดเกิดเรื่องพิศวง รถขนศพจู่ๆหายลับไปในทางอุโมงค์อย่างลึกลับ แม้นรถคุ้มกันที่แล่นประกอบหน้าหลังยังมึน “แย่แล้ว!!”   

-- 

“ชนะแล้ว เย้!!” 

นิกุ หมูป่าอวบกระโดดพุงเด้ง เพราะดีอกดีใจที่เล่นชนะพวกผู้ใหญ่ โนอากอดอกไม่กล่าวว่าตัดพ้อ กลับเป็นฝ่ายลีโอน่าที่เสียหน้า ดวงตาปลาตายไร้อารมณ์เนื่องจากตอนแรกนางออกตัวแรงไปหน่อยเพราะคิดว่าสามารถเล่นเกมชนะเด็ก แต่เด็กดันชนะซะงั้น ปัดโธ่ นักไวโอลินสาวยิ้มอ่อน และดึงพวงแก้มนุ่มนิ่มอย่างนึกหยอกล้อ นิกุแก้มยืดเป็นแป้งนุ่มนิ่ม ///  

“งานยังอีกนานหรือพี่ลีโอน่า” 

“..น่าจะจบแล้วกระมัง” 

ลีโอน่าคำนวณ ข้างนอกไม่มีเสียงปืนนานแล้ว นางคิดว่าทุกอย่างคงเรียบร้อยไม่ว่าอย่างไรอีธานกับไดอาเรียคงหนี และทำภารกิจสำเร็จ หลังนวดบีบพุงนุกิเล่นให้หายแค้น ลีโอน่า และนิกุก็เดินออกจากห้องพัก ทิ้งโนอาไว้ข้างหลัง ในห้อง 

หลังจากนั้นไม่นาน ลีโอน่าแอบๆขอตัวไปทำภารกิจลับ “รอประเดี๋ยว” นักไวโอลินสาวบอกหมูป่าน้อย พลางเดินไปในสวน และทำท่าทีก้มลงเหมือนหาของตก กระทั่งนางค้นเจอสิ่งที่ต้องการ และนำเก็บไว้ในกระเป๋าไวโอลินคู่ใจ 

“ท่านลีโอน่าทำอันใด” 

“ค้นหาแรงบันดาลใจค่ะ” 

“เอ่อ..” 

         กังหันบังเอิญเดินมาเจอลีโอน่าพอดี เขาสงสัยนางกำลังก้มหาอะไรในพุ่มไม้ คำตอบที่คิดว่าธรรมดากลับไม่ธรรมดาอย่างที่คิด นักไวโอลินสาวลุก และแย้มยิ้มงามให้หนุ่มหล่อ สีหน้านางเผยความจริงใจสิบส่วนราวว่าเรื่องที่ทำมิใช่เรื่องโกหก “ข้างนอกวุ่นวายกัน เกิดเรื่องอะไรหรือ” เนื่องจากลีโอน่าปวดหัวเลยขอพักในห้องรับรองตลอด นางไม่รู้เลยเกิดเรื่องอะไรข้างนอก หมีป่าบุก? หรือมีเทศกาลล่ากระต่าย? 

         “เรื่องของท่านโซ แต่จบแล้ว ท่านไม่ต้องห่วง” 

         ชายหนุ่มบอกปัดอย่างไม่อยากให้หญิงสาวสวยรู้เรื่องที่เกิดขึ้นเพราะกลัวทำนางกลัว และภาพลักษณ์ความสวยงามของเมืองเสียหาย ฮาๆ กังหันหัวเราะ และบอกขอตัว ลีโอน่ายิ้ม และกล่าวลาเช่นกัน ทั้งสองแยกไปคนละทาง   

         คนเริ่มบางตาลง พวกลีโอน่ากลับเข้ามาในห้องโถงเพื่ออยู่ร่วมงานเลี้ยงที่ใกล้จบ 

         และบังเอิญ ลีโอน่าเดินสวนทางโซพอดิบพอดี ชายชรามีความสงสัยขุมหนึ่งค้างคาในใจมานานแล้ว.. เขาแอบเหลือบมองลีโอน่าด้วยสายตาอสรพิษที่หมายหมั่นจะจับกระชากเหยื่อ แววตานั่นคมกริบ และแฝงด้วยพิษแรง นักไวโอลินสาวสัมผัสได้จากข้างหลัง กระนั้นนางเป็นคนเก็บสีหน้าเก่ง ยามนี้นางจึงแสดงว่าตนเองปกติดี ไม่เผยพิรุธใดๆ  

         “ลีโอน่า” 

         โซเอ่ยไล่หลัง หญิงสาวจำเป็นต้องหยุดเดินอย่างไม่ทางเลือก 

         . 

         . 

         . 

         . 

         “ล่ำลือว่าหนูเล่นไวโอลินเก่ง” 

         ฟู่.. 

         สาวงามแอบถอนหายใจเบา นางหันไปคลี่ยิ้มให้ผู้อาวุโส “มิอาจโอ้อวดค่ะ พอเล่นเป็นเท่านั้น”  

         “ฮึ” ชายชรายิ้มเอ็นดู “รบกวนช่วยเล่นสักเพลงเพื่อปิดงานวันเกิดผู้เฒ่าคนนี้ได้หรือไม่” 

         ลีโอน่าเบิกตากว้าง ประกายแสงสีแดงทับทิมส่องสว่างวูบวาบ นางตกใจหน่อยๆ กระนั้นมิใช่เรื่องใหญ่ มิสิ เข้าทางนางเช่นกัน..  

         “ทำไมจะไม่ได้ละค่ะ”  

         อีธานมอบของขวัญให้โซแล้ว ฝ่ายลีโอน่าแม้นมากับอีธาน นับว่าของของเขาก็คือของของนางด้วยก็ได้ ทว่าเพื่อใช้เป็นเหตุผลในการขึ้นเวที ลีโอน่าหมายจะบอกว่าขอมอบสักบทเพลงเป็นของขวัญให้โซซึ่งนับเป็นของขวัญจากนางจริงๆ ทีแรกคิดเช่นนั้น แต่เหมือนอีกฝ่ายเป็นคนขอเอง ลีโอน่ามิคิดมากความ นางเพียงยิ้มรับสถานการณ์ และไหลตามน้ำโดยมิลืมจุดมุ่งหมายเดิม 

         อีธานหนีออกไปแล้ว จะให้เขาวกกลับเข้ามาใหม่ก็ใช่เรื่อง  

         การที่อีธานหายตัวไปเฉยๆเช่นนี้ย่อมสร้างพิรุธ และเบาะแสให้หลายๆคนคิดไปไกล ลีโอน่าจำเป็นต้องสร้างภาพ สร้างหลักฐานสำคัญว่าอีธานอยู่กับนางตลอดเวลา  

         การจะทำเช่นนั้นได้มีวิธีไม่มาก วิธีที่ลีโอน่า และอีธานเลือกใช้เป็นวิธีที่ลีโอน่าถนัดที่สุดซึ่งก็คือ 

         ศาสตร์ลับมาโฮแห่งเสียงดนตรีของนางอย่างไรล่ะ 

         สาวงามในชุดกระโปรงสีแดงเพลิงก้าวเท้าสู่เวทีอีกครั้งเพื่อเปิดม่านการละเล่นเครื่องดนตรีเพื่อเพิ่มเติมความสนุกสนาม และสร้างบทเพลงอำลาที่น่าจดจำให้ทุกๆคนมิลืมเลือนบรรยากาศ และความรู้สึกในวันนี้ ลีโอน่าเปิดกระเป๋า และหยิบไวโอลินคู่หูคู่ใจออกมาลูบไล้อย่างทะนุถนอม ไม่ว่ายามใด ยามลำบากหรือยามสุข ลีโอน่ากับไวโอลินก็อยู่คู่กันมาตลอด “น่าสนุกนะ” 

         ได้เล่นบทเพลงเพื่อใครสัก และเพื่อก้าวผ่านอุปสรรคอันแสนอันตราย 

         ลีโอน่าหลับตา มุมปากยกยิ้มบาง นางลืมตา และเริ่มเล่นดนตรีส่งบทเพลงสุดท้ายแห่งค่ำคืนนี้ให้แขกทุกท่านรู้สึกอิ่มเอม สุขกาย สบายใจ นอนหลับฝันดี ท่วงทำนองแห่งความฝันบรรเลงอย่างอ่อนช้อย สื่ออารมณ์ร้อนรุ่มอันอบอุ่นดั่งแสงตะเกียงไฟ กล่าวขานถึงความลับ และความรักที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว เรื่องราวแห่งการแย่งชิงด้านในกำแพงที่โลกภายนอกมิเคยรับรู้ ความสนุก และความหวาดหวั่นยามลืมตาตื่น และหลับตานอน ทุกจังหวะนั้นสั่นเครือหัวใจเหล่าผู้ฟัง มิมีใครรู้เลยว่านางคือคนต่างเมือง เพราะใครละจะสงสัยบทเพลงของนางซึ่งถ่ายทอด และสื่อออกมาราวว่านางเป็นคนเมืองแห่งความลับจริงๆ  

         แสงโคมระย้าสาดแพรวพราว เงาแสงสะท้อนบนกระเงาส่องระยับ  

         งานเลี้ยงที่ไร้ซึ่งเสียงดนตรีหาใช่งานเลี้ยง และงานเลี้ยงที่มีนักดนตรีมือดีสิถึงจะเรียกว่างานเลี้ยงของจริง 

         แปะๆๆๆ 

         “ด้วยความยินดี” 

         กลิ่นอายแห่งดนตรีลอยตลบทั่วห้อง ละอองแสงเรืองรอง พลังมาโฮที่สร้างภาพจากเทวะนิยายของลีโอน่าสร้างสีสันให้ห้องสว่างไสว และเต็มเปี่ยมด้วยกลิ่นอายแห่งความลับน่าอัศจรรย์ บรรดาแขกพร้อมใจปรบมือชื่นชมความงาม และความไพเราะที่ครั้งหนึ่งในชีวิตมีโอกาสสดับฟัง โซเคลิ้มจนอดยิ้มไม่ได้ ท่วงทำนองของลีโอน่าช่างน่าหลงใหล น่าฟังยิ่ง  

         จู่ๆก็แอบนึกอิจฉาเจ้าหนุ่มอีธานที่มีวาสนาพานพบลีโอน่า  

         โซส่ายหน้า น้อยครั้งนักที่เขาจะเผยสีหน้าอ่อนโยนสมกับคนแก่ใจดีมองลูกหลานวิ่งเล่นในสวน 

         เสร็จสิ้นงานฉลอง งานเลี้ยง งานเต้นรำ ลีโอน่ากล่าวขอบคุณผู้ฟัง และลงจากเวที สมควรแก่เวลาที่พวกนางกลับบ้านแล้วเช่นกัน ลีโอน่าลงมาพอดีกับตอนที่โนอาเดินมาพร้อมกับอีธาน ไดอาเรีย ชายหนุ่มผมเงินกล่าวลากับเจ้าของงานอย่างสุภาพ โซจับจ้องอีธานนิ่งๆพักหนึ่ง กระทั่งดึงสายตากลับ “พวกรักสันโดษ” โซกล่าวลับหลังให้หนึ่งผู้ปกครอง โนอา และหนึ่งลูกหลานเพื่อน อีธาน  

         ทั้งสองคนมักพบเจอกันบ่อยๆเพราะมีนิสัยเหมือนกัน เงียบ ไม่พูด ไม่สนใจชาวบ้าน คิดว่าขณะทุกคนวุ่นวาย พวกเขาสองหนุ่มคงนั่งเล่นหมากในห้อง 

         ลีโอน่ายิ้มแอบมองไดอาเรีย สังเกตเห็นสีหน้าน้องสาวแฟนซีดเผือกเล็กน้อยคล้ายเจอเรื่องสะเทือนใจ กระนั้นคุรหนูน้อยยังรักษาสีหน้าดีเยี่ยม รับรู้ว่าลีโอน่าแอบมอง คุณหนูน้อยหันหน้าขวับ มองสวนกลับพลางทำตาขวางอย่างแมวน้อยโดนเหยียบหาง  

         “ไดอาเรีย..” 

         เห็นเพื่อนสาวมาแล้ว นิกุแทบหลั่งน้ำตา “อย่าๆ” 

         โปรดอย่าร้องตอนนี้ ไดอาเรียเท่านั้นที่รู้ว่าเกิดเรื่องบ้าๆขึ้น เรื่องที่คุณหนูน้อย และหมูป่าน้อยเท่านั้นที่รู้… ตอนนี้ไม่ใช่เวลา อย่าพึ่งทำเสียงาน 

         ไดอาเรียนึกอยากตบ!! แต่เห็นนิกุใกล้ร้องไห้ๆจริงใจคุณหนูน้อยพลั่งอ่อนยวบ รีบหยิบผ้าเช็ดมาซับน้ำตาอีกฝ่ายอย่างอ่อนใจ อ่อนโยนด้วย 

         เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย พวกลีโอน่ายกขบวนกลับบ้าน 

         กลับไปให้รางวัลคนรักที่ไม่รู้ตอนนี้เตรียมเตียง ปูผ้า ต้มน้ำอุ่น รอโอบกอด และพร้อมมอบความรักอันร้องแรงให้นางหรือยัง ฮึๆ 

         -- 

ความคิดเห็น