วาดวิว
email-icon facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 10 งานเข้าแล้ว

ชื่อตอน : ตอนที่ 10 งานเข้าแล้ว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 25

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ส.ค. 2562 22:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 10 งานเข้าแล้ว
แบบอักษร

ตอนที่ 10

งานเข้าแล้ว

บนรถลีมูซีนหรูหญิงสาวนั่งอาปากค้างแล้วคิดถึงภาพเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมาอย่างเหม่อลอย เธอสะบัดหัวไปมาเพื่อปัดความคิดอันสกปรกนี้ออกไป แต่ก็กลับมายิ้มกับภาพนั้นอีกครั้ง

“ฮื่อ… ไม่เอาสิมินยองงง”

เธอใช้มือสองข้างประกบหน้าแล้วส่ายหัวไปมาอีกครั้งเพื่อห้ามความคิดตัวเอง

      “โอ้ย… ให้ตายเถอะ ลบไม่ได้เลย”

เธอถอดใจจากการห้ามความคิดของตัวเอง แล้วยิ้มให้สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นอยากเต็มปาก ไม่นานก็โดนขัดจังหวะจากเสียงเรียกของ ผจก.พัค

             “คุณหนูครับ”

ชายสูงวัยใส่สูทดำยืนรออยู่ข้างประตูรถเปล่งเสียงเรียกเธอเป็นรอบที่ 3 และอมยิ้มเยาะอยู่เบาๆ

             “คะ?”

“ถึงแล้วครับ คุณหนู...จะลงไหมครับ หรือจะกลับไปพักผ่อนอยู่ที่บ้าน คุณพ่อกับคุณแม่ของคุณมาถึงเกาหลีเมื่อตอนเย็นแล้วนะครับ”

เขาถามด้วยสีหน้าที่อมยิ้มอยู่ไม่จาง จนหญิงสาวนั้นรู้ตัวว่าเธอได้ทำอะไรบ้าๆ ลงไป เขินก็เขินแต่ก็ต้องตอบคำถามสุดท้ายนั้นเสียก่อน

             “เอาไว้วันหลังนะคะ วันนี้คงจะดึกเกินไป”

เธอตอบพลางตั้งท่าก้าวลงรถไปอย่างเงียบๆ เธอบอกลาเขาก่อนจะหันหลังเดินกลับไปยังตึกสูงข้างหน้า

             “วันนี้… เขาตามคุณหนูไปทุกที่ ผมคิดว่าคุณหนูควรรู้ครับ”

เขาพูดก่อนจะฉีกยิ้มกว้าง

 

ปั้ง!!

 

มินยองหันกลับไปมองที่ต้นเสียง รถที่เธอนั่งมากำลังออกตัวจากไปอย่างช้าๆ

             “อะไรกัน… ยังฟังไม่รู้ความดีเลย”

เธอหันหน้ากลับมาพร้อมกับสีหน้างงงวยก่อนจะฉุกคิดกับคำพูดก่อนไปของ ผจก.พัค

             “ตามไปทุกที่? เขา?”

เธอเบิกตากว้างโพลงก่อนจะอุทานเสียงดัง

             “พี่จินฮวานเนี่ยนะ!!?”

กว่าจะรู้ตัวว่าส่งเสียงดังเกินไปก็เมื่อเห็นหนุ่มสาวที่เดินผ่านหน้าเธอไปแล้วหันมามองแล้วซุบซิบนินทา มินยองมองตามหลังพวกเขาก่อนจะเดินต่อ

             “ให้ตายเถอะ… นึกว่าบังเอิญเสียอีก ที่แท้ก็แอบตามไป… เหอะ!! เจ้าคนผีทะเล ชิ!!”

ระหว่างทางกลับคอนโดสายตาก็ได้เหลือบขึ้นไปเห็นไฟข้างห้องเธอเปิดพอดี จึงทำให้เธอคิดถึงคำพูดของเขาเมื่อเช้า

             “เมื่อเช้าเขาบอกว่า… ย้ายมาอยู่ที่นี่งั้นเหรอ? มาอยู่กับคุณฮันบินสินะ”

 

ครืด… ครืด…

 

             “ฮัลโหลจูน!! ว่าไง สบายดีไหม?”

มินยองรับสายเพื่อนสาวแล้วถามไถ่สารทุกข์สุขดิบแต่ก็ไม่ได้คำตอบแต่อย่างใดกลับได้คำถามมาแทน

             ‘พี่ฮันบินย้ายออกไปแล้วเหรอมิน? เมื่อไหร่อ่ะ? แกเจอเขาบ้างไหม?’

จูนยิงคำถามกลับมารัวๆ เช่นกัน

             “เดี๋ยวนะ… ฉันไม่รู้… เขาย้ายออกไปแล้วเหรอ?”

มินยองตั้งคำถามกลับไปอีกครั้ง

             ‘ข่าวพี่ฮันบินอัพเดตว่าเห็นเขาลากกระเป๋าขึ้นรถอ่ะ เหมือนย้ายที่อยู่เลย ฉันก็ไม่แน่ใจก็เลยโทรมาถามแกเนี่ยแหละ สรุปแล้ว… แกไม่รู้เลยเหรอ?’

จูนตอบคำถามเพื่อนสาวก่อนจะถามกลับมาอีกรอบ

             “ฉันไม่รู้จริงๆ แต่จะลองสังเกตุการณ์ให้ละกันนะ ว่าแต่… โทรมาหาฉันเพื่อถามเรื่องผู้ชายเนี่ยนะ?”

             ‘ฮ่าๆ ขอโทษที กลัวลืมคำถามอ่ะ ก็เลยถามก่อนเลย เธอเป็นไงบ้าง สบายดีไหม’

 

แล้วทั้งคู่ก็คุยกันยาวจนมินยองขึ้นมาถึงหน้าห้องตัวเอง

             “นี่… ฉันต้องวางสายแล้วนะ เพิ่งถึงห้องอ่ะ”

             ‘จ้ะ เสียดายที่ฉันกลับมาก่อน แกคงไม่ต้องเที่ยวคนเดียวแบบนี้ ขอโทษนะ’

             “ไม่เป็นไรหรอก วางละนะ ฝันดีจ้ะ”

 

หญิงสาววางสายจากเพื่อนก่อนจะหันไปมองประตูห้องฮันบินที่ตอนนี้มีจินฮวานอยู่ในนั้นด้วย ความรู้สึกเธอตอนนี้ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังมองหาใครกันแน่ ระหว่างชายที่เพิ่งจุมพิตกันไป หรือชายที่ไม่แน่ใจว่าหายไปหรือยังอยู่ในห้องนั้นกันแน่

             “เฮ้อ…”

เธอถอนหายใจก่อนจะเปิดประตูเข้าห้องไปอย่างเงียบๆ ถึงจะเงียบอย่างไรแต่ก็ทำให้ชายหนุ่มห้องข้างๆ นั้นโผล่หน้าออกมามองเพื่อสำรวจให้แน่ใจว่าเธอเข้าห้องไปแล้วจริงๆ

             “ที่กลับมาช้าเพราะคุยกับเพื่อนสินะ… เถลไถลจริงๆเด็กคนนี้”

เขายิ้มอ่อนก่อนจะปิดประตูเข้าไปอย่างเดิม

 

 

คาทก!! คาทก!!

 

มินยองที่กำลังเก็บรองเท้าเข้าตู้ต้องหยุดทุกการกระทำแล้วบ่นกับเสียงกาเกาที่ดังกึกก้องภายในห้องเงียบเชียบที่ไร้คนอยู่มาทั้งวัน

             “ใครส่งข้อความมาเอาตอนนี้เนี่ย ไม่รู้หรือไงว่ามันดึกมากขนาดไหนแล้วเนี่ย…”

ปากก็บ่นไปมือก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู

 

‘คุณ ว่างไหม ถ้าว่าง โทรกลับหาผมทีนะ ผมจะรอ’

 

             “คุณฮันบินเหรอ? ดึกขนาดนี้ ถ้าฉันไม่ว่างก็คงนอนไปแล้วล่ะค่ะ”

ถึงเธอจะบ่น แต่ก็กดโทรออกเบอร์เขาไปแล้วอย่างเร็วไว

 

             “คุณฮันบิน…”

เธอทักทายเขาเสียงใสก่อนจะตั้งหน้าตั้งตารอฟังที่เขาจะพูด

             ‘ออกมาเจอผมได้ไหมครับ ตอนนี้ ที่สวนสาธารณะข้างหน้าคอนโด’

มินยองยักคิ้วขึ้นสูงอย่างสงสัย แต่ก็ตอบไปในทันที

             “ว่างค่ะ”

             ‘ครับ… งั้นมาเจอกันตรง ม้านั่งใกล้ๆ กับเครื่องเล่นเด็กนะครับ’

             “ได้ค่ะ”

 

หญิงสาววางสายก่อนจะใส่รองเท้าแล้วออกจากห้องอีกครั้ง ‘เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว อีกสักชั่วโมงคงไม่เป็นไร’ มินยองคิดในใจก่อนจะมุ่งหน้าไปยังลิฟท์ ในขณะที่มีสายตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองเธออยู่หลังช่องประตูที่ถูกแง้มออกมาเพียงเล็กน้อย

             “ออกไปไหนอีก ดึกดื่นป่านนี้แล้ว”

จินฮวานผู้ซึ่งกำลังจะออกไปหาซื้อรามยอนกลับมาต้มกินก็ได้บังเอิญเห็นเธอออกมาจากห้องในเวลาไล่เรี่ยกัน

ชายหนุ่มผู้ขี้สงสยและเป็นห่วงในตวหญิงสาวก็ได้เดินตามมาจนถึงสวนสาธารณะเสียแล้ว

             “มาสวนสาธารณะตอนนี้เนี่ยนะ?”

เขาบ่นพลางชะเง้อสอดส่องการกระทำของหญิงสาวที่กำลังกระสับกระส่ายและหันซ้ายหันขวามองหาอะไรบางสิ่งบางอย่างอยู่ ในขณะที่อีกด้านหนึ่งหญิงสาวได้พบกับฮันบินแล้วกล่าวทักทายกันก่อนจะเริ่มบทสนทนากันอย่างเป็นทางการ

             “เอ่อ... ไหนๆก็น่าจะคุยกันยาว ดื่มชากันไหมครับ?”

หญิงสาวกระพริบตาปริบๆ เมื่อได้ยินคำถามที่ช่างคล้ายกันกับจินฮวาน เธอกลืนน้ำลายเฮือกหนึ่งก่อนจะยิ้มอ่อนๆ ให้เขา

             “งั้น... รอสักครู่นะครับ ผมไปกดตู้ให้”

 

             “เฮ้อ... จะปฏิเสธก็ยังไงอยู่...”

มินยองเกาท้ายทอยพลางบ่นกับตัวเองไปพลางๆ ไม่นานชายหนุ่มก็เดินกลับมาพร้อมกับมือสองข้างที่ถือแก้วกระดาษที่ควันโชยโพยพุ่งและมีกลิ่นหอมของชายั่วยวนใจให้ชวนจิบ มินยองยิ้มกว้างก่อนจะลุกขึ้นยืนเพื่อเป็นการให้เกียรติชายหนุ่ม ก่อนจะนั่งลงพร้อมกันบนม้านั่งตัวเดียวกัน ทั้งคู่ไม่คุยอะไรกัน ต่างก็พากันจิบชาแก้เขินกันอยู่นาน จนหญิงสาวรู้สึกถึงบรรยากาศที่แปลกไปจึงเริ่มชวนคุยก่อน

             “อ่อ... ที่เรียกฉันออกมา มีอะไรเหรอคะ?”

เธอหันไปถามเขาแล้วกวาดสายตาตรวจใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาอย่างไม่รู้ตัว จนมาถึงริมฝีปากที่กำลังเม้มกันอยู่อย่างช้าๆ และเกิดเป็นภาพหลอนที่ตัวเธอเองก็ห้ามไม่ได้

             ‘วันนั้น... เขาจูบฉัน?’

มินยองดึงสติตัวเองกลับมาได้แล้วหันหน้าหนีไปอีกด้านจนผิดสังเกต

             “เป็นอะไรไปครับ? ไม่สบายตรงไหนเหรอ?”

เขาวางแก้วแล้วลุกมานั่งยองๆ อยู่ข้างหน้าหญิงสาวอย่างเป็นห่วง มินยองเบิกตากว้างตกใจเมื่อเห็นภาพเขาอยู่ตรงหน้า ทั้งที่อยากหลบสายตาแทบตาย

             “เอ่อ... ฉันไม่ได้เป็นอะไรค่ะ”

เธอแสยะยิ้มให้เขาก่อนจะหันหน้าหนีสายตาคู่นั้นอย่างเหนียมอาย

             “โอเค ... โอเคครับ... ไม่เป็นอะไรจริงๆนะ?”

เขาลุกขึ้นยืนแล้วถามเธออีกรอบก่อนจะกลับไปนั่งที่อย่างช้าๆ และคอยมองสังเกตอาการเธออยู่ไม่ขาด

             “ค่ะ... ว่าแต่... คุณมีอะไรเหรอคะ? ... ถึงเรียกฉันออกมากลางดึกขนาดนี้?”

เธอกล่าวคำถามอีกรอบแล้วเหลือบตามองเขาเป็นพักๆ

             “ครับ... ผมจะบอกว่า ผมย้ายออกจากที่นี่แล้วนะครับ”

เขาก้มหน้ากล่าวพลางหมุนแก้วชาไปมาอย่างคนที่กำลังคิดอะไรอยู่

             “ทำไมล่ะคะ? ไม่เป็นส่วนตัวเพราะนักข่าวรู้ที่อยู่เหรอคะ?”

เธอเริ่มสนใจบทสนทนานี้ขึ้นมาทันที เมื่อคำตอบที่เพื่อนเธอต้องการอยู่ตรงนี้กับเธอแล้ว

             “เปล่า... ผมย้ายออกไปอยู่กับแม่นะครับ ผมคิดว่า... ผมน่าจะอยู่คนเดียวไม่ได้ ถึงจะมีเจ้าจินฮวานมาอยู่ด้วย ก็คงไม่สบายเท่ากับการกลับไปอยู่ที่บ้านแล้วล่ะครับ”

เขาพูดไปยิ้มไป ภาพนี้มนชวนให้เธอยิ้มตามเขาโดยไม่รู้ตัว

             “ดีแล้วล่ะค่ะ... อย่างน้อยคุณก็รู้ว่า ที่ไหน... ทำให้คุณสบายใจ”

มินยองยิ้มให้กับความโล่งอกโล่งใจ เมื่อได้รู้ข่าวคราวกับปากเจ้าตัวเอง และเธอมีคำตอบให้เพื่อนแล้ว ทั้งคู่กลับมานั่งเงียบ ต่างคนต่างคิดเรื่องที่ไม่เหมือนกัน แล้วก็ได้พูดออกมาพร้อมกัน

             “คุณกลับไปพักผ่อนเถอะค่ะ”

             “คุณขึ้นห้องเถอะครับ”        

ทั้งคู่หันมามองหน้ากัน ก่อนจะหัวเราะให้กับความบังเอิญนี้

             “งั้นฉันไปนะคะ”

             “ผมกลับก่อนนะครับ”

เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกครั้ง เมื่อความบังเอิญได้เกิดเป็นครั้งที่สอง

 

             “คุณไปเถอะครับ”

ชายหนุ่มรีบชิงพูดก่อนจะเกิดความบังเอิญขึ้นเป็นครั้งที่สาม

             “โอเคค่ะ... ฉันไปนะคะ กลับบ้านปลอดภัยนะคะ”

มินยองโค้งให้ชายหนุ่มก่อนจะเดินอมยิ้มกลับไปยังตึกสูงข้างหน้า ฮันบินเห็นดังนั้นแล้วก็พร้อมที่จะเดินจากไปเช่นกัน แต่ดันฉุกคิดได้ว่า เขาควรพูดอะไรอีกสักนิดจึงหันกลับมาเรียกหล่อนอีกครั้ง

             “คุณมินยองครับ!!”

หญิงสาวที่ยังเดินไปไม่ไกลได้ยินดังนั้นก็หันกลับมามองยังต้นเสียงแล้วยืนรอฟังที่ชายหนุ่มจะพูด เขายิ้มกว้างก่อนจะเกาคออย่างคนเขินอาย

             “วันนั้น... ผม... ตั้งใจนะ”

ทั้งคู่รู้ดีว่าวันนั้นที่เขาว่า มันหมายถึงวันไหน มินยองหน้าเหวอไปพักใหญ่ก่อนจะหันกลับแล้วมุ่งหน้าเดินไปข้างหน้าอย่างใจเต้นรัว เธอยกมือขึ้นมากุมที่อกข้างซ้ายเพื่อข่มความตื่นเต้นนี้ให้คลายลง ชายหนุ่มที่เห็นภาพตรงหน้าก็ได้แต่อมยิ้มแล้วเดินจากไป

             

             “นายชอบเธอ ฉันรู้... แต่เธอ ก็ชอบเขา งั้นสินะ?”

จินฮวานเดินออกมาจากมุมมืดแล้วมองแผ่นหลังเล็กๆ ของมินยองที่กำลังเดินจากไปอย่างเงียบๆ

             “เหอะ!!... วันนั้น... วันนั้น”

 

 

ณ ห้อง 1102

 

             “ฉันจะทำให้วันนั้นของพวกนายหายไป!! คอยดูสิ!!”

จินฮวานกลับมายังห้องแล้วมองไปโซนครัวอย่างขมขื่นใจ เขาเดินวนไปวนมาเพื่อคิดหาวิธีที่จะกำจัดวันนั้นของพวกเขาทั้งสองให้หายไปอย่างไร้ร่องรอย เขาเดินไปยงโซฟาแล้วนั่งจมอยู่กับความคิดนั้นทั้งคืน จนเวลาล่วงเลยไป 5 ชม.

 

ณ เวลา ตี 5.30 นาที

 

             “ในที่สุด!! ทางออกที่ดีที่สุดตอนนี้... ก็น่าจะดีที่สุดแล้วล่ะ”

เขากล่าวด้วยรอยยิ้มมุมปากและสายตาที่ล่องลอยจากผลข้างเคียงที่เขานั่งคิดอยู่ทั้งคืนโดยไม่หลับไม่นอน

 

ผ่านไปอีก 5 ชม. สำหรับการจัดการต้นเหตุที่ทำให้เขานอนไม่หลับก็เสร็จสิ้นลงในที่สุด

             “ขอบคุณครับ... ขอบคุณทุกคนที่ทำงานกันอย่างหนักครับ”

เขายืนเชยชมผลงานที่ช่าง 4 คนช่วยกันทำผนังปิดห้องครัวตามที่เขาสั่งจนเสร็จเรียบร้อย

             “เหลือก็แค่... หาอะไรมาตกแต่งผนังให้สวยงาม เท่านี้ก็น่าจะเพียงพอสำหรับการกำจัดวันนั้นของพวกนาย”

เขายิ้มมุมปากก่อนจะเดินกุมต้นคอด้วยความเมื่อยล้าเข้าไปยังห้องนอน

 

ณ ห้อง 1101

 

             “ห้าว...”

หญิงสาวบิดขี้เกียจพลางหันไปมองนาฬิกาที่อยู่ข้างเตียง

             “10 โมงเช้า!! สายขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย? ให้ตายเถอะ นอนเข้าไปได้ยังไงกันเรา?”

เธอลุกจากเตียงแล้วทำกิจวัตรประจำวันจนเรียบร้อย ไม่นานหญิงสาวในชุดคนใช้ก็เดินเข้ามาโดยไม่มีปี่มีขลุ่ยนับ 10 คน พร้อมกับชุดหลากหลายแบบและเครื่องขัดศรีฉวีวรรณต่างๆนาๆ มิหนำซ้ำ ยังมีอีกคนที่ดูท่าทางจะแฟชั่นจ๋า และอีกคนที่ถือกล่องเครื่องมือสำหรับแต่งหน้าและทำผมตามมา

             “อะไรกันเนี่ย? พวกคุณเป็นใครเนี่ย? เข้ามาได้ยังไง!!?”

มินยองส่งเสียงอย่างตกอกตกใจกับภาพที่เห็น ไม่นานเรื่องทุกอย่างก็กระจ่าง เมื่อ ผจก.พัคเดินเข้ามา

             “คำสั่งของคุณผู้หญิงครับ... อรุณสวัสดิ์ครับคุณหนู บ่ายวันนี้คุณหนูต้องเข้าบริษัทเป็นวันแรก เพื่อไม่ให้เป็นการขายหน้าของบริษัท และครอบครัว คุณหนูต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองสักนิดครับ”

             “คุณ... คุณทำแบบนี้ได้ยังไงกันคุณพัค ทำไมไม่บอกอะไรให้ฉันรู้เลยล่ะ? ฉันเตรียมตัวเองก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมีคนพวกนี้เลย”

มินยองตอบกลับพลางขมวดคิ้วอย่างเป็นกังวลกับสิ่งที่เห็น หญิงสาวผู้ที่โตมากับการช่วยเหลือตัวเองเป็นหลักกลับจะต้องให้ใครหน้าไหนก็ไม่รู้มาย่ำยีผิวกายและเส้นผม แค่คิดเธอก็ระแวดระวังขึ้นมามากอย่างบอกไม่ถูก

             “ผมทำตามคำสั่งครับ... มัวทำอะไรกันอยู่”

ผจก.พัค ส่งเสียงเป็นสัญญาณ และเหล่าสาวใช้และช่างแต่งหน้าทำผมก็กล่าวคำทกทายหล่อนเป็นเสียงเดียวกัน

             “อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณหนู”

แค่คำนี้คำเดียวก็ทำเอาเธอขนลุกขนพองในทันที มินยองแสยะยิ้มและมองหน้าคร่าตาทุกคนก่อนจะตัดสินใจยอมรับชะตากรรมนี้อย่างขัดไม่ได้

.

.

.

โปรดติดตามตอนต่อไป

 

 

 

                                                   

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น