คณานางค์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 4: บังเอิญหรือพรหมลิขิต [2]

ชื่อตอน : บทที่ 4: บังเอิญหรือพรหมลิขิต [2]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.1k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ส.ค. 2562 19:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4: บังเอิญหรือพรหมลิขิต [2]
แบบอักษร

เฟื่องลดาเดินตามหลังอาจารย์หนุ่มลงบันไดมายังชั้นล่างสุดเพื่อทำเรื่องขอยืมหนังสือ ตอนนี้หกโมงกว่าๆ แล้วผู้เข้ามาใช้บริการยังคงบางตาเช่นเดิม แต่ด้านนอกคึกคัก เพราะมีกิจกรรมมหาวิทยาลัยให้นักศึกษามาตั้งบูธขายของกัน 

“เกือบลืมแนะนำตัวเลย ผมชื่อบอลนะครับ แล้วคุณชื่ออะไรเหรอครับ” 

“เฟื่องลดาค่ะ เรียกเฟื่องเฉยๆ ก็ได้” 

แสนจะเกรงใจก้มศีรษะให้เล็กน้อยเมื่อเขาเปิดประตูให้ตนเองเดินออกก่อน ลมเย็นๆ พัดมาปะทะใบหน้า จากจุดนี้ถือว่าไกลแต่ยังได้ยินเสียงเด็กๆ ร้องขายของ เสียงเพลง เสียงดนตรีต่างๆ นานา บรรยากาศคึกคักชวนให้นึกถึงสมัยเรียนปริญญาตรีเพราะหล่อนเองก็เคยมาช่วยเพื่อนในสาขาขายของเหมือนน้องๆ ในวันนี้ 

“คุณเฟื่องเป็นศิษย์เก่าที่นี่ใช่ไหมครับ” เขาถามพลางเดินเคียงกันลงบันไดมายังลานกว้างหน้าห้องสมุด 

“ใช่ค่ะ เรียนจบมาได้ประมาณสามปีแล้ว แล้วอาจารย์บอลจบจากที่นี่หรือเปล่าคะ” 

“เปล่าครับผมจบจากที่อื่นแต่มาบรรจุที่นี่ แล้วก็ได้ทุนจากมหา’ลัยไปเรียนต่อที่ฝรั่งเศส ก็เพิ่งจะกลับมาวันเดียวกับที่เคยบอกว่าเจอคุณ” 

“ดีจังเลยค่ะ เอ่อ… เราแยกกันตรงนี้เลยก็ได้นะคะเผื่อคุณบอลจะมีธุระ เฟื่องอยากเข้าไปเดินดูบรรยากาศด้านในสักหน่อย” 

“ไปสิครับ ไปด้วยกัน ผมนัดลูกศิษย์ไว้เขาขายนมปั่นยูนิคอร์นที่เป็นสีๆ คุณเฟื่องเคยกินหรือเปล่าครับ” 

“ไม่เคยค่ะ แต่แวะไปลองก็ได้เฟื่องอยากอุดหนุนน้องๆ” 

ส่งยิ้มไปให้อาจารย์บอลด้วยความตื่นเต้นเพราะตั้งแต่มีลูกก็ไม่ค่อยได้มาเดินเที่ยวอะไรแบบนี้เลย ไกลสุดก็คงจะเป็นบิ๊กซีหน้าปากซอยซื้อของใช้จิปาถะส่วนตัว เฟื่องลดาเดินกับอาจารย์บอลลัดเลาะตึกห้องสมุดอ้อมมายังโซนที่น้องเขาจัดโต๊ะวางขายอาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการต่างๆ เฟื่องลดาชอบบรรยากาศจึงถ่ายรูปส่งไลน์ไปอวดอาทิตยา อยากให้เพื่อนรักหวนคิดถึงวันเก่าๆ สมัยเราเรียนปริญญาตรีและเดินป่วนซุ้มของกันและกันเพราะเราสองคนเรียนกันคนละสาขา อาจารย์บอลเป็นที่เคารพของเด็กๆ หลายคนต่างมารุมเร้าอ้อนขอให้ช่วยอุดหนุนขนม เขาควักกระเป๋าจนร้อนฉ่าไปหมดได้ของกินมาเต็มมือเต็มไม้ ร่วมเล่นเกม ถ่ายรูปกับกลุ่มลูกศิษย์ทำให้บรรยากาศในงานยิ่งสนุกและคึกคักมากว่าเดิม 

เฟื่องลดาแอบหลบมุมยืนดูอยู่ห่างๆ หัวเราะ ตลกตอนที่เขาถูกแกล้งให้กินเนื้อย่างโรยวาซาบิ ผิวหน้าขาวเปลี่ยนโทนสีเป็นแดงจนสังเกตเห็นได้ เขาติดอยู่ในช่วงถูกแกล้งนานเกือบสิบนาทีกว่าจะสามารถหลบหลีกจากเด็กๆ ได้ด้วยการควักตังค์หนึ่งพันให้ทิป เด็กๆ กลุ่มนั้นถึงยอมปล่อยและร่วมกันยกมือไหว้อย่างสวยงาม 

“ไม่ไหว ผมเกลียดวาซาบิที่สุดเลย คุณเฟื่องขำใหญ่เลยไม่ยอมเข้ามาช่วยผม” ถึงจะบ่นแต่ปากกลับยิ้มกว้างมองใบหน้าสวยพลางดื่มน้ำปั่นยูนิคอร์น เราเดินเล่นซื้อของกินจนสุดถนนแล้วเขาจึงอาสาพาหล่อนมาส่งที่ป้ายรถเมล์หน้ามหา’ลัย ความจริงอยากเสนอตัวไปส่งมากแต่เราเพิ่งจะรู้จักกันจึงกลัวหล่อนจะไม่สะดวก 

“เฟื่องช่วยได้ซะที่ไหนกัน วันนี้ขอบคุณมากเลยนะคะที่ช่วยเลือกหนังสือ พามาเดินเที่ยวแล้วยังซื้อของกินให้ตั้งเยอะ” 

“ไม่เป็นไรครับ ดีซะอีก ผมรู้สึกเหมือนมีเพื่อนมาเดินด้วยไม่ต้องเดินคนเดียวให้เด็กๆ รุมแกล้ง” 

“รถเมล์มาพอดี เฟื่องขอกลับก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ” 

“สวัสดีครับ เดินทางปลอดภัยนะครับ” เขารับไหว้ ส่งจนกระทั่งหญิงสาวขึ้นรถเมล์ ยืนชิลล์ข้างถนนล้วงมือใส่ในกระเป๋ากางเกงมองท้ายรถเมล์และแอบจดจำเบอร์รถไว้ ชื่อเฟื่องงั้นเหรอ น่ารักจัง บังเอิญเจอกันตั้งสามครั้งหวังว่าจะมีครั้งที่สี่ตามมา มุมปากเขาแอบมีรอยยิ้มบางๆ เพิ่งจะรู้ว่าการได้ตกหลุมรักใครสักคนตั้งแต่แรกเจอมันมีความสุขแบบนี้เอง วันนี้วันพฤหัสบดีดังนั้นกำหนดส่งหนังสือของหล่อนย่อมต้องเป็นวันพฤหัสบดีหน้า เห็นที… เขาคงต้องหาเวลาว่างมานั่งเล่นห้องสมุดบ่อยๆ ซะแล้ว นาทีนี้เรียวปากอาจารย์บอลคลี่รอยยิ้มออกมากว้างมากกว่าเดิม 

  

“คุณเฟื่อง ทำไมเดินแบบนั้นล่ะครับหกล้มมาเหรอ” พนักงานรักษาความปลอดภัยเวรดึกเดินเข้ามาทักทายหลังจากเห็นเฟื่องลดาลงจากวินมอเตอร์ไซด์ 

“ช่วงบ่ายเผลอสะดุดล้มข้อเท้าคงจะพลิกน่ะค่ะ แต่ไม่เป็นไรค่ะเฟื่องเดินไหว อยู่เวรดึกๆ เอาขนมไว้กินรองท้องหน่อยไหมคะ” เฟื่องลดายิ้มรับ ข้อเท้าหล่อนเจ็บจากการทะเลาะกับรณภพช่วงบ่ายพี่จิ๊บช่วยประคบจนอาการดีขึ้น แต่เพราะเดินในงานแฟร์เยอะไปหน่อยก็เลยกลับมาเจ็บอีก ใบหน้านวลชื้นเหงื่อทรงผมก็หลุดลุ่ยจากการโดนลมบนรถเมล์รวมถึงลมเวลานั่งมอเตอร์ไซด์ตีแสกหน้า ก้มลงเลือกถุงขนมมากมายในมือส่งไปให้ลุงแกเกือบหมดเหลือเพียงไข่นกกระทาเอาไว้กินตอนกลางคืน 

“โอ้โห ให้มาเยอะขนาดนี้จะกินคนเดียวหมดเหรอครับ แต่ไม่เป็นไรผมเก็บไว้ฝากหลานที่บ้านก็ได้หลานผมชอบโตเกียว ส่วนเนื้อย่างคืนนี้ผมจัดการเอง” แกพูดพลางเอ่ยคำขอบคุณอีกครั้ง 

แกอายุสี่สิบกว่าๆ แต่ร่างกายสมส่วนไม่อ้วนไม่ผอม ได้รับการเทรนด์จากบริษัทมาเป็นอย่างดีแต่ก็เริ่มอายุมากขึ้นแล้วไม่รู้ว่าบริษัทจะให้ทำงานต่ออีกนานแค่ไหน แกรับถุงขนมมากกว่าห้าอย่างมาถือไว้ด้วยมือเดียวจัดการปิดประตูทางเดินกลับลงที่เดิม ล็อก ใส่กุญแจไว้ป้องกันไม่ให้มีคนนอกลักลอบเข้ามาในคฤหาสน์ยามวิกาล 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น