เอส ดับเบิ้ลเอส
facebook-icon

#เยลของยักษ์ เยลเมียผู้ไม่สู้คน แต่ถนัดนักตบผัว!!!

#เยลของยักษ์ ๑๐ [100%]

ชื่อตอน : #เยลของยักษ์ ๑๐ [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 4k

ความคิดเห็น : 19

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ส.ค. 2562 19:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
#เยลของยักษ์ ๑๐ [100%]
แบบอักษร

 

#เยลของยักษ์ ๑๐ 

ผมเดินเข้ามาตั้งสติในห้องอยู่นานเลยครับ นานเกือบครึ่งชั่วโมงก่อนจะเดินออกไปจากห้อง หันไปมองคนที่นั่งอยู่ตรงโซฟา ที่เดิม มุมเดิม เพิ่มเติมนั่งมองไปทางครัวครับ

“มองอะไรของมึงน่ะ” ผมเลิกสนใจเรื่องก่อนหน้านี้ ก้าวขาเข้าไปหาเยลลี่พร้อมกับคำถาม

“ไม่หิวเหรอคะ”

“มึงหิว?”

“ค่ะ”

“หิวก็ลุกไปกินสิ”

“แต่คุณหญิงกับป้าอ่อนทำมาให้พี่ยักษ์นะคะ” เงยหน้าขึ้นมามองผม แววตาผิดหวังเล็กน้อยครับ

“แต่กูแบ่งให้มึงกินด้วย”

“จริงเหรอคะ” น้ำเสียงและสีหน้าเริ่มเปลี่ยนไป ออกจะดีใจด้วยซ้ำครับ

“แต่ก่อนหน้านี้มึงกินเค้กไปแล้วไม่ใช่เหรอ”

“ไม่ใช่ข้าวสักหน่อย” ตอบผมเสียงแผ่วเบา ก้มหน้าไม่กล้าสบตาเลยครับ

“หึ! ถ้าหิวก็ลุกไปกิน”

“กินด้วยกันนะคะ”

“เออ!” ได้ยินคำตอบจากปากของผม ไม่ตอบอะไรอีกนอกจากวิ่งไปที่ครัวทันที สงสัยจะหิวข้าวจริงๆ ครับ

พนันกับผมเลยไหมว่ายัยนี่ลืมเรื่องก่อนหน้านี้หมดแล้ว เรื่องที่ผมจะให้แกล้งเป็นเมียน่ะ สาบานเลยว่าเยลลี่ลืม!

“ตกลงกูต้องจัดการแผนของแม่หรือถีบมึงออกจากห้องก่อน อย่างไหนง่ายกว่ากันวะเนี่ย” บ่นกับตัวเองก่อนจะเดินตามเยลลี่ไปที่ครัว

“พี่ยักษ์เดินเร็วๆ หน่อยสิคะ” นี่ก็เร่งเหลือเกิน สงสัยจะหิวจริง ผมเดินไปนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับเยลลี่ กับข้าวตรงหน้ามีสามอย่างครับและทุกอย่างเป็นของโปรดผมทั้งนั้น

“ทำไมไม่กินล่ะ”

“ตักก่อนสิคะ” เงยหน้ามามองผมแววตามีความหวังเชียวครับ ผมเลยเลือกตักไข่ลูกเขยไปใส่จานของเยลลี่ก่อนเลย “เอ๊ะ!”

“กูเห็นมึงหิว รีบๆ กินซะสิ”

“ขอบคุณค่ะ” ยิ้มให้ผมก่อนจะตักข้าวเข้าปาก สีหน้าดูมีความสุขเชียวครับ

“กินดีๆ ดิ ไม่ต้องรีบ”

“อร่อยมากเลยค่ะ พี่ยักษ์ก็รีบกินสิคะ”

“เออๆ” คำว่ากลัวหรือเกรงใจของยัยนี่ไม่มีเลยจริงๆ ทั้งๆ ที่ผมอายุมากกว่าเกือบหนึ่งรอบ ผมแทบจะเป็นรุ่นพ่อได้แล้วมั้ง แต่ตรงนั้นเราอย่าไปเน้นมันเยอะครับ เดี๋ยวจะรู้ว่าผมแก่

“ถ้าแม่ทำของโปรดให้หนูกินแบบนี้บ้างก็คงดีสินะคะ”

“ดราม่าอะไรของมึง”

“เอ่อ… ปะ เปล่าค่ะ ขอโทษค่ะ”

“ปกติแม่ไม่เคยทำให้กินเหรอ” เงียบอยู่นานครับกว่าจะตัดสินใจถาม ผมก็คนมีมารยาทเหมือนกันแหละ แต่ติดตรงที่อยากรู้มากกว่าเลยถาม

“ปกติหนูเป็นคนทำนะคะ” เงยหน้าขึ้นมาตอบผม รอยยิ้มเหมือนกำลังฝืน ผมไม่ค่อยชอบรอยยิ้มแบบนี้เลยครับ เหมือนอยู่ในป่าช้ายังไงก็ไม่รู้สิเพราะปกติยัยนี่ชอบยิ้มตาปิด ยิ้มเหมือนโลกทั้งใบเป็นทุ่งดอกไม้ที่มีผีเสื้อบินวนอยู่รอบตัวเอง

“อือ…” เงียบครับ ไม่มีใครพูดอะไรออกมาอีก จากตอนแรกที่ตั้งใจกิน ตอนนี้เหมือนนั่งเงียบแล้วคิดอะไรแทนมากกว่า ผมไม่ค่อยชอบบรรยากาศแบบนี้ด้วยสิครับ “แล้วมึงชอบกินอะไร”

“คะ?” เงยหน้าขึ้นมามองผม สีหน้าแปลกใจเชียวครับ ผมถามผิดงั้นเหรอ

“ของโปรดมึงน่ะ”

“อ๋อ… ปลาทูทอดค่ะ”

“ห๊ะ!”

“หนูว่าปลามันอร่อยดีค่ะ ปลาทูทอดกับน้ำพริกกะปิแล้วก็มีผักลวกด้วยค่ะ หนูชอบกิน แต่ไม่ค่อยได้กิน… ก่อนที่พ่อจะป่วยหนัก เวลากลับจากทำงานท่านชอบซื้อมาให้กินบ่อยๆ นะคะ”

“งั้นเหรอ?”

“แต่หนูไม่รู้ว่าเนื้อมันอร่อยไหม” บอกผมสีหน้าหงอยๆ เชียวครับ

“มึงชอบแล้วจะไม่รู้ได้ยังไงล่ะ”

“ปกติหนูได้กินแต่ส่วนหัวนะคะ”

“…” บ้านนี้เขาเลี้ยงลูกกันยังไง ถ้าให้ผมเดา พ่อคงไม่ได้ลำเอียง แต่แม่กับพี่สาวคงไม่ใช่ ช่างเป็นเด็กที่รักการเสียสละซะเหลือเกิน

“ส่วนหัวก็อร่อยนะคะ”

“เออ!” หมดคำจะพูดเลยครับ “รีบๆ กินต่อเถอะ”

“พี่ยักษ์ไม่กินเหรอคะ ทำไมกินน้อยจัง”

“กูกินมาแล้วน่ะ มึงกินให้อิ่มเถอะ”

“ขอบคุณค่ะ”

ผมนั่งมองเยลลี่กินข้าวแทน ส่วนตัวเองอิ่มแล้วครับ อิ่มตั้งแต่เจอปลาทูส่วนหัวแล้วครับ ผมไม่แปลกใจเลยว่าทำไมยัยนี่ถึงผอม ผมออกแรงผลักแค่นิดหน่อยก็ปลิวแล้วครับ

“เยลลี่”

“คะ?”

“ของโปรดมึงน่ะ… เดี๋ยวกูช่วยจำเอง ไว้ว่างๆ จะทำให้กิน”

“จริงเหรอคะ?” เงยหน้าขึ้นมามองผม สีหน้าเบิกบานเชียวครับ ต่างจากก่อนหน้านี้มาก วันเดียวยัยนี่สามารถแสดงได้หลายอารมณ์เหลือเกิน “แค่เดือนเดียวเอง”

“อะไร?”

“หนูได้อยู่ที่นี่แค่เดือนเดียวและหนูก็ต้องทำงานที่คุณหญิงมอบหายมาให้สำเร็จด้วย”

“ถ้าไม่สำเร็จล่ะ”

“หนูไม่รู้ค่ะ”

“แต่กูยังมีทางออกให้มึงนะ” แผนชั่วของผมเริ่มมีความหวังขึ้นมาอีกแล้วครับ

“อะไรเหรอคะ”

“เรื่องที่คุยกันก่อนหน้านี้”

“ปลาทูเหรอคะ?”

“อีเย!”

“ฮือออ หนูพูดอะไรผิดเหรอคะ ก็ก่อนหน้านี้พวกเราคุยกันเรื่องปลาทูนี่คะ” ถึงกับยกฝ่ามือข้างขวาขึ้นมาทาบตรงหน้าผากของตัวเองเลยครับ

“มึงรีบกินข้าวเถอะ กูขอตัวไปอาบน้ำก่อน” ผมยอมแพ้เลยครับ ทำไมยัยนี่ถึงเข้าใจอะไรยากแบบนี้ แล้วชาตินี้ผมจะคุยรู้เรื่องไหมเนี่ย

ผมเดินหายเข้ามาในห้องเพื่อจะอาบน้ำแต่งตัว ใช้เวลาสงบสติอารมณ์อยู่ในห้องน้ำนานพอสมควรเลยครับ พอรู้สึกว่าหัวของตัวเองเริ่มเย็นผมก็ออกจากห้องน้ำเพื่อจะแต่งตัว ผมยังคงไม่แคร์แม้ว่าในห้องจะมีคนนอนร่วมเตียงเป็นผู้หญิงด้วยก็ตาม ชุดนอนผมยังคงเป็นเพียงกางเกงขายาวตัวเดียวครับ แต่งตัวเรียบร้อยก็นั่งเช็ดผม แต่ทว่า…

“เฮ้ย!”

เมี้ยว เมี้ยว 

ตกใจสิครับ จู่ๆ มันก็เดินเข้ามาคลอเคลียกับขาของผม แอบเข้ามาตอนไหนอีกวะเนี่ย

“ไงเรา” ก้มลงไปอุ้มมันขึ้นมา ก็น่ารักดีครับ เป็นลูกแมวตัวเล็กๆ สีส้ม เงยหน้ามองผมตาแป๋วเชียว เหมือนกำลังสงสัย “สวัสดียักษ์เล็ก นี่ยักษ์ใหญ่ไง”

เมี้ยว เมี้ยว 

ผมก็บ้าไปกับยัยเด็กนั่นด้วยเหรอเนี่ย ไม่ๆ ผมจะไม่มีวันลืมตัวตนของตัวเองแน่นอน

ครืด ครืด 

นั่งเล่นกับแมวอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะวางมันลงพร้อมกับเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้น ผมเอื้อมมือไปหยิบก็เห็นเบอร์ไอ้เล็กประกฎอยู่ อย่างน้อยๆ ผมก็มีมันนี่แหละที่คอยเป็นสายรายงานให้อยู่

“ฮัลโหล”

(กว่าจะรับสายผมได้นะพี่)

“มีอะไร”

(มีและก็เรื่องใหญ่ด้วย)

“จะใหญ่สักแค่ไหนกันเชียว” ผมว่าติดตลก เพราะเรื่องใหญ่ของมันก็ไม่พ้นเรื่องของแม่นั่นแหละครับ

(ไม่ตลกนะพี่)

“เออๆ มีอะไรก็ว่ามา”

(พี่จำเรื่องที่พวกเราคุยโทรศัพท์กันก่อนหน้านี้ได้หรือเปล่า)

“ได้ มึงบอกว่าแม่หาเมียให้กูอีกแล้ว”

(นั่นแหละ แม่ส่งเมียไปให้พี่เรียบร้อยแล้ว)

“หืม?”

(ไม่ต้องแปลกใจหรอกพี่ แม่ส่งไปแล้ว)

“เยลลี่?”

(พี่คิดว่าเยลลี่จะอยู่ในสมองของแม่งั้นเหรอ)

“เปล่า เยลลี่น่ะเมียกู!”

(ห๊ะ!) ไอ้เล็กถึงกับตกใจเลยครับ ผมไม่รู้หรอกว่าแม่ส่งใครมา แต่อย่างน้อยๆ ไอ้เล็กคงช่วยกระจายข่าวให้ผมได้บ้างแหละ (นะ นี่พี่…)

“เออ! มึงฟังไม่ผิดหรอก กูจับยัยเด็กนั่นทำเมียแล้ว แม่จะได้เลิกหาเมียให้กูสักที เพราะฉะนั้นไม่ว่าแม่จะส่งใครมาก็ไม่มีทางสำเร็จแน่นอน”

(แต่พี่ไม่ชอบเด็กนี่ครับ)

“ไม่ใช่ว่าไม่ชอบ แต่เพราะเด็กมันน่ารำคาญ แต่เยลลี่ไม่ใช่” ผมสาบานเลย ผมโกหกไอ้เล็กครับ ยัยนี่โคตรของโคตรน่ารำคาญเลยเพราะผมคุยด้วยไม่รู้เรื่องครับ ผมเลยรำคาญ

(พี่พูดเล่นใช่มั้ย)

“กูพูดความจริง! มึงก็รู้ว่ากูเป็นคนยังไง”

(แต่…)

“เรื่องที่มึงได้ยินคือความจริง จบนะ” ผมย้ำอีกครั้งก่อนจะกดวางสายไอ้เล็ก ก้มลงอุ้มลูกแมวขึ้นมาแล้วเดินออกจากห้องไปหาเยลลี่ทันที ผมควรจะคุยกับยัยนี่ให้รู้เรื่องก่อนที่ทุกอย่างมันจะไม่เป็นอย่างที่ผมหวังเอาไว้

ผมเดินออกจากห้องกวาดสายตามองหาแต่กลับไม่เจอที่ครัว มองไปรอบๆ อีกทีเจอยืนอยู่หน้าประตูห้องครับ เปิดประตูเอาไว้ด้วยเหมือนกำลังยืนคุยกับใครอยู่

“เปิดประตูห้องทำไมวะ” ตะโกนถามพร้อมกับสายตาที่จับจ้องไปยังบานประตู เยลลี่หันมามองหน้าผมนิ่งๆ ก่อนจะก้าวถอยหลังเหมือนเบี่ยงตัวหลบเพื่อให้ผมมองไปยังประตูให้ชัดเจนขึ้น และนั่นก็ทำให้ผมเห็นว่าคนตรงหน้าที่เยลลี่คุยด้วยคือใคร

ผมรู้สึกเหมือนห้องนี้กำลังจะพังเลยครับ… ผมรู้สึกแบบนั้นจริงๆ

 

 

--100%--

ยักษ์ ทำไมทำอะไรไม่ปรึกษษเยลลี่แบบนี้ล่ะคะ 555555555

ชาตินี้พี่จะได้เมียไหมเนี่ย พี่ทำใจหน่อยนะ ขนาดผัวเกียร์ยังได้เมียเกือบจบเลย ก๊ากกกกกกก

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น