Mr_Poring

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : New Chance : 9

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ส.ค. 2562 15:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
New Chance : 9
แบบอักษร

   เช้าวันรุ่งขึ้น ภายในห้องเรียน ม. 5/2 นักเรียนในห้องต่างก็คุยกันถึงการสอบที่จะมาถึงในช่วงบ่ายวันนี้

   "เฮ้ยอ่านทันกันป่าววะ"

   "ไม่ทันหวะเเล้วมึงอะ"

   "จะไปเหลือเหลือวะ เมื่อคืนก็ตีป้อมด้วยกันทั้งคืนเอาเวลาไหนมาอ่าน"

   "ชิบหายละสอบรอบนี้เก็บตั้ง 20 คะเเนนเลยนะเว้ย"

   "เอาน่าคิดในเเง่ดีเข้าไว้อย่างน้อยยังไงเราก็ไม่ได้คะเเนนน้อยสุดหรอก"

   "เออๆ ก็จริงงั้นมาตีป้อมกันอีกซักตาก่อนจะเรียนมะ"

   "จัดไปสิครับ รอไรหละ"

   "เฮ้อ ก็เป็นซะเเบบนี้เเหละนะถึงได้สอบไม่ได้กันจนห้องเราต้องโดนตำหนิตลอดเลย"เฟิร์นที่ได้ยินคนกลุ่มนั้นพูดคุยกันจึงบ่นออกมาคนเดียว

   อีกด้านหนึ่งทางโซนหลังห้อง 

   "เห็นมะวันนี้มันก็ไม่มา"ยศกล่าวกับเพื่อนของมันอีก3คนที่นั่งอยู่ด้วยกัน

   "มึงใช้วิธีไหนวะถึงได้ผลดีขนาดนี้"ชายเป็นฝ่ายถาม

   "เอาหน่ามึงไม่ต้องรู้หรอกรู้เเค่ว่ามันไม่มาเรียนเเน่ๆก็พอ ดีไม่ดีอาจจะไม่มาอีกเลยก็ได้ 555"ยศตอบก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงดัง

   "เออเเล้วที่จะสอบวันนี้มึงได้อ่านกันมาป่าววะ"ชาติถาม

   "ไม่หวะ เเต่กูมีตัวช่วย"ยศตอบก่อนจะชำเลืองตาไปมองเเก้วซึ่งก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาของสองเเฟดไปได้

   "เห้ย ช่วยกูบ้างดิ กราบละ"ทั้งชาติทั้งชายหันไปขอร้องเเก้วบ้าง ด้วยความที่เเก้วเป็นเด็กเรียนดีจนเเทบจะเป็นอันดับหนึ่งของห้องถ้าไม่มีเฟิร์นอยู่ห้องเดียวกันนั่นเป็นเห็ตุให้ทั้งสองไว้ใจเเก้วได้เป็นอย่างดีหากเธอยอมช่วย

   "ไม่ย่ะ ของเเบบนี้ช่วยฟรีๆไม่ได้หรอก"เธอว่าก่อจะทำหน้าเชิดใส่นิดๆ

     "อะไรวะทีไอยศยังช่วยเลย น้าๆขอร้องหละ ถ้ามึงยอมช่วยเดี๋ยขวหลังเลิกเรียนกูเลี้ยงไอติมร้านหลังโรงเรียนเลย นะๆ"สองแฝดพยายามพูดเกลี้ยกล่อม

   "บวกชาบูด้วยมื้อนึง"เเก้วต่อรอง

   "ได้ทีเรียกร้องใหญ่เลยนะ กะเอาพวกกูต้องกินเเกลบเเทนข้าวเลยใช่มะ"

   "หรือจะไม่เอา"

   "เอาครับ กรุณาให้พวกผมลอกข้อสอบด้วยเถอะ"

   "ก็ตามนั้น ไอติม + ชาบู"เเก้วกล่าวอย่างผู้ชนะ

   "หารคนครึ่งนะเว้ย"ชาติเเฝดพี่หันไปบอกกับเเฝดน้อง

   "เออๆรู้เเล้วๆ"

   หลังจากพูดคุยกันเสร็จอาจารย์ก็เข้ามาในห้องพอดีทำให้ทั้งห้องเงียบลง ไม่นานการเรียนการสอนก็เริ่มขึ้น

   เวลาคาบเช้าผ่านไปอย่างรวดเร็วไม่นานก็ถึงเวลาเที่ยง นักเรียในห้องต่างก็ลงไปรับทานอาหารกันตามอัธยาสัย เฟิร์นเดินลงไปทานข้าวพร้อมกับกลุ่มเพื่อนโดยที่ในมือยังถือหนังสือประวัติศาสตร์อ่านไปตามทางตลอดเวลา

   การสอบวันนี้ยังมีอีกหายจุดที่เธอยังงอ่านได้ไม่ละเอียดพอ นั่นเพราะเนื้อหาใบบถเรียนนี้มีเยอะเป็นพิเศษทำให้เวลาหนึ่งอาทิตย์ไม่เพียงพอต่อการท่องจำเนื้อหาทั้งหมด ซึ่งก็สร้างความกังวลให้กับเธออยู่ไม่น้อย

   กายในชุดนักเรียนตัวเก่าเดินเข้าโรงเรียมาด้วยใบหน้าเบื่อหน่าย หลังจากสอบเสร็จเเล้วเขาตั้งใจจะรีบๆกลับบ้านเสียที 'ไม่ได้ทำงานวันนึงเสียกำไรไปตั้งเยอะถ้ารีบทำข้อสอบอาจจะกลับไปขายทัน'กายคิด

   ด้วยหนังสือทักษะที่ซื้อมาทำให้เขาสามารถทำข้อสอบได้อย่างรวดเร็ว 'เงินจ๋ารอข้าก่อน' 

   กายเดินขึ้นอาคารเรียนไปยังหน้าห้องสอบจึงพบกับเพื่อนรวมห้องที่จับกลุ่มพูดคุยกันอยู่หน้าห้องเพราะไม่ได้รับอณุญาติให้เข้าห้องสอบก่อนเวลา เขากวาตามองหาพื้นที่ว่างให้ตนนั่งเเต่ก็ไม่มีเหลือเเล้วเพราะถูกจับจองไปด้วยกลุ่มต่างๆเป็นที่เรียบร้อย

   เห็นดังนั้นกายได้เเต่ถอนหายใจอย่างหน่ายๆเมื่อไม่มีที่นั่งเขาจึงค่อยๆเดินไปยืนพิงกำเเพงอยู่หน้าห้องสอบเพื่อรอเวลา ในหัวก็นึกถึงวิธีการหาเงินให้ได้เร็วที่สุดในช่วงบ่าย ที่เขาต้องเร่งหาเงินนั่นก็เพราะเขาเห็นทักษะที่น่าสนใจอยู่ 3-4 อย่าง ซึ่งมันมีราคาที่สูงมากจึงทำให้เขาต้องเร่งเก็บเงินโดยเร็วเพื่อนำไปเเลกเป็นเเต้ม

   "เป็นไงบ้างนายได้อ่านมาบ้างรึปล่าว"ระหว่าที่กายกำลังคิดอะไรเพลินๆก็มีเสียงเรียกให้เขาหลุดจากพวัง เสียดังกล่าวเป็นของเฟิร์นนั่นเอง

   "ก็อ่านมาบ้างนิกหน่อย"กายตอบกลับไป ซึ่งเฟิร์นก็ทำท่าทางเหมือนกับเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง

   "งั้นเหรอ ยังไงให้เราช่วยติวให้ซักนิดก่อนไหม เข้าไปจะได้มีคำตอบในหัวบ้าง"เธอเสนอ

   "ไม่เป็นไรหรอก เธอห่วงตัวเองก่อนดีหว่า หน้าเครียดเชียวมีปัญหาอะไรรึปล่าว"กายถามกลับ ด้วยความที่เป็นเพื่อนกันมาตั้งเเต่เด็กๆทำให้เขาสามารถอ่านสีหน้าของเพื่อนสาวได้อย่างงายดาย เเม้เจ้าตัวจะเเสดงออกมาน้อยเเค่ไหนก็ตาม

   "ก็มีบางส่วนที่อ่านไม่ทันบ้าง"เธอตอบอ้อมเเอ้ม

   "ตรงไหนบ้างหละ เผื่อเราอ่านมา"คำพูดของกายทำให้เธอเเสดงสีหน้าเเปลกใจอยู่พักนึง 'อย่างเขาที่ผลการเรียนระดับปานกลางมาตลอดนะเหรอจะมาสอนเธอได้' นี่คือความคิดของคนอื่นๆที่ได้ยินคำพูดของเขา เเต่ด้วยความสนิดสนมที่เฟิร์นมีให้เขาทำให้เธอเกิดความคิดที่ว่าลองดูก็ไม่เสียหายอะไร เธอจึงยอมบอกส่วนที่เธออ่านไปเเล้วคร่าวๆเล็กน้อยเพื่อทดสอบว่าเขาสามารถช่วยได้จริงหรือไม่

   "อืมๆ ตรงช่วงนี้เหรอ เราอ่านมาพอดีเลยเดี๋ยวเราจะสรุปใจความให้ฟัง ตอนเเรกมันเป็นเเบบนี้..."กายเริ่มร่ายยาว สร้างความตื่นตะลึงให้กับเธอเป็นอย่างมาก เพราะเนื่อหาส่วนเเรกที่เธออ่านผ่านๆมามันตรงกับที่เขาเล่ามาทั้งหมด เเถมส่วนที่เหลื่อที่เธอยังไม่ได้อ่านเขายังสามารถสรุปใจความออกมาให้สามารถเขาใจได้อย่างง่ายดาย

   การอธิบายของกายนั้นเรียกความสนใจจากเพื่อนร่วมห้องโดยรอบได้เป็นอย่างดี ด้วยการบอกเล่าที่กระชับได้ใจความเเถมเข้าใจง่ายทำให้คนที่อื่นๆหันมาตั้งใจฟังในสิ่งที่เขาพูด จนตอนนี้เขาถูกห้อมล้อมด้วยเพื่อนร่มห้องของเขาเสียเเล้ว

   เมื่อกายอธิบายจบก็มีชายหนุ่มสวมเเว่นท่าทางเนิร์ดๆถามเขาเกี่ยวกับเรื่องตรงจุดอื่น ซึ่งกายก็ตอบคำถามของเขาได้เป็นอย่างดี เรียกสายตาชื่นชมจากผู้คนรอบข้างได้มากโข

   คงมีเเต่เฟิร์นที่รู้จักกับเขามานานที่สุดเท่านั้นที่รู็สึกเเปลกใจ "ทำไมอยู่ดีๆเขาก็เก่งขึ้นมา กินยาลืมเขย่าขวดรึไงเนี่ย"เธอบ่นกับตัวเองเบาๆ

   "เธอพูดอะไรนะ"กายถามเพราะเห็นเธอทำปากขมุบขมิบราวกับกำลังพูดกับเขาอยู่

   "ไม่มีอะไร อธิบายต่อเถอะ"

   ในขณะที่กายกำลังถูกรุมล้อมอยู่ก็ได้มีกลุ่มคน 4 คนเดิ่นขึ้นอาคารมาด้วยท่าทางมีความสุข คนกลุ่มนั้นก็คือกลุ่มของยศนั่นเอง

   "สบายตัวสุดๆไปเลย"ชายพูดพร้อมกับบิดขี้เกียจไปด้วย

   "นั่นสิมึงยังฟิตเหมือนเดิมเลยนะ"ชาติพูดต่อพร้อมกับหันไปมองที่เเก้วอย่างมีนัยยะ

   "มันก็เเน่อยู่เเล้วระดับเเฟนกูมันต้องเเบบนี้เเหละเว้ย"ยศกล่าวคุยโม้ เรียกรอยยิ้มเขินๆจากหญิงสาวข้างกายได้เล็กน้อย ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าพวกมันหาไปทำอะไรกันมา

   ไม่นานทั้ง 4 ก็เดินมาถึงยังหน้าห้องที่จะใช้สอบ

   "เฮ้ยมันมุงอะไรกันวะเพื่อน"

   "จะไปรู้ไหมหละกูก็เดินมาพร้อมกับพวกมึง"

   "อ้าว ไอนี่หาเรื่องเหรอวะ"

   "เออ เเล้วจะทำไม"เสียงสองเเฝดต่อล้อต่อเถียงกัน

   "พวมึงจะเถียงกันทำไมวะเดินเข้าไปดูก็จบ"ยศพูดห้ามก่อนจะเดินเเหวกวงล้อมเข้าไปยังจุดศูนย์กลาง ระหว่านั้นก็ได้ยินเสียงอันคุ้นหูดังออกมาให้ได้ยินเป็นระยะ

   เมื่อมันเดินเข้าไปถึงวงในสุดจึงรีบมองเขาไปตรงกลางพอดีกับกายที่หันมามองทางมันพอดีทำให้สายตาของทั้งสองประสานกันอย่างพอดิบพอดี

   ยศยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะทำหน้าอย่างกับเห็นผี จะไม่ให้มันตกใจได้อย่างไร ก็มันเป็นคนสั่งให้ลูกน้องของพ่อฝันมันไปด้วยตนเองเเถมยังยืนมองมันถูกฝักกับตาอีกด้วย

   "ปะ เป็นไปไม่ได้"มันอุทานออกมาเสียงดัง

   "อะไรเป็นไปไม่ได้"กายพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

   "ก็ ก็มึง"มันพูดเสียตะกุกตะกักก่อนจะเงียไปอย่างอับจนคำพูด กายเห็นดังนั้นจึงส่งสายตาเหยียดหยามใส่มันพร้อมกับพูดว่า "เอ้า อยู่ดีๆก็ใบ้เเดกซะงั้น หาเวลาว่าไปตรวจสุขภาพจิตซะบ้างนะมึงอะ" คำพูดนี้ของกายทำให้เพื่อนๆโดยรอบอดหัวเราะออกมาไม่ได้

   คำพูดเชิงล้อเลียนทำเอาหน้าของมันเเดงกำขึ้นมาราวกับโดนตบหน้าไปฉาดใหญ่ มันกำหมัดเเน่นอย่างโกรธา พร้อมกับมืออีกข้างที่เตรียมจะความคอเสื่อของเขาเเต่ก็ถูกขัดไว้ก่อนด้วยเสียงของครูประจำสอบที่เรียกให้เข้าห้อง มันจึงทำได้เพียงข่มอารทโกรธเอาไว้ก่อนจะพูดออกไปว่า "หลังเลิกสอบมึงเจอกูเเน่" ซึ่งกายเองก็ไม่ได้สนใจอยู่เเล้ว เขาเดินเข้าไปนั่งประจำที่อย่างรวดเร็ว

    ไม่นานเสียงสัญญาณการเริ่มสอบก็ดังขึ้นส่งผลให้นักเรียนในห้องก้มหน้าห้มตาทำข้อสอบกันอย่างขันเเข็ง มีเพัยงกายเท่านั้นที่นั่งทำข้อสอบไปพร้อมกับหาวไป การปรากฏตัวของกายในครั้งนี้ทำเอาอดีตเพื่อนทั้งสี่ของเขาไม่มีสมาธิจะทำข้อสอบกันเลย พวกมันเอาเเต่จับจ้องมองมาที่กายด้วยความรู้สึกหลากหลาย เเละความรู้สึกเหล่านั้นยังเป็นความรูสึกด้านลบทั้งหมด

   [ผ่านเงื่อนใขได้รับทักษะจิตสัมผัส(ขั้นต้น)] เสียงเเจ้งเตือนที่ดังออกมาไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยทำเอาเขาผงะเล็กน้อยก่อนจะก้มหน้าก้มตาทำข้อสอบต่อไป ไม่นานคำตอบกว่า 20 ข้อก็ถูกเขียนลงบนกระดาษจนเเล้วเสร็จ เขาจึงลุกไปส่งกระดาษคำตอบยังครูคุมสอบหน้าห้อง 

   ครูคุมสอบที่เห็นกายทำข้อสอบได้อย่างรวดเร็วก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ 'รีบเเบบนี้คงทำไม่ได้สินะ คำตอบด้านในคงเขียนส่งๆมา ไหนดูสิ'อาจารย์คุมสอบคิดก่อนจะเปิดข้อสอบของกายอ่านอย่างช้าๆ 

   ไม่นานจากใบหน้าอันเหนื่อยหน่ายก็กลายเป็นตกตะลึง ยิ่งอานยิ่งเเปลกใจ ยิ่งอ่านยิ่งทึ่ง เขาสามารถทำขอสอบชุดนี้ได้อย่างถูกต้องทั้งหมดเเม้กระทั่งข้อที่ตนเป็นผู้วางคำถามดักเอาไว้ หากไม่ได้อ่านจนจำได้ขึ้นใจไม่มีทางตอบคำถามข้อนี้ได้เเน่

   ด้านกายหลังจากที่เขาออกจากห้องสอบเรียบร้อยเเล้วเขาจึงเดินขึ้นไปยังด่านฟ้าของอาคารเรียนเนื่องจากอดทนรอไปเปิดของรางวัลที่บ้านไม่ไหวเเล้ว เขาล้วงมือเข้าไปหยิบหนังสือทักษธคาราเต้ออกมาทันที

   ด้วยความรีบเร่งเขาจึงทาบฝ่ามือลงไปเพื่อเรียนรู้ทักษะนี้โดยที่ไม่ได้เตรียมใจใดๆทั้งสิน ด้วยข้อมูลทักษะอันมากมายมหาศาลบวกกับการปลับเปี่ยนร่างกายให้เข้ากับทักษะระดับสูงสร้างความเจ็บปวดรวดร้าวให้กับเขาเป็นอย่างมาก

   [เนื่องจากสภาพร่างกายยังไม่พร้อต่อการใช้งานทักษะระดับสูงสุดทำให้หนังสือทักษะเท้าเเทรกเเทรงเเละปรับปรุงรับบบร่างกายใหม่เพื่อให้สามารถเเสดงประสิธิภาพของทักษะได้ดีที่สุด]เสียงเเจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นมาในขณะที่กายกำลังทุรนทุรายอยู่บนพื่นด้วยความเจ็บปวด

   [ความเเข็งเเรง 4->6]

   [ความคล่องตัว 5->7]

   เสียงเเจ้งเตือนจากระบบ ดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่องเเต่ด้วยความเจ็บปวดราวกับตายทั้งเป็นเป็นเหตุให้กายไม่สามารถรับรู้ใดๆได้ เขาทำได้เพียงกลันเสียงกรีดร้องเอาไว้ พร้อมกับตั้งสติไม่ให้ถูกความเจ็บปวดที่ได้รับกลืนกินจนสุญสิ้น

     เสียงของกระดูกเเละกล้ามเนื้อที่กำลังบิดตัวอย่างพิศดาลดังลั่นออกมาเป็นระยะๆหากมีไครมาพบเห็นกายในเวลานี้คงไม่พ้นต้องขาอ่อนลงไปด้วยความหวาดกลัวเป็นเเน่

   ความเจ็บปวดครั้งนี้มากมานเหนือคณา มันเป็นความเจ็บปวดที่ยิ่งกว่าตายทั้งเป็น เจ็บปวดจนเกิินกว่าที่จะหมดสติได้ 

   ครึ่งชั่วโมงผ่านไปร่านอันบิดเบี่ยวก็กลับกลายเป็นร่างของมนุษย์ปรกติหลงเหลือไว้เพียงเเต่คราบเหงื่อไครตามร่างกาย

   'ทำไม่ที่อ่านมาในนิยายมันเจ็บได้ไม่นานก็สลบไปเลยวะ หลอกลวงกันนี่หว่า'กายบ่นอิดออดในใจอย่างหงุดหงิด

   "อารมเสียเว้ย กลับบ้านดีกว่า"เขาบ่นระบายอารมณ์ก่อนจะเดินลงจากดาดฟ้าเพื่อตรงกลับบ้าน ระหว่างที่กำลังเดินกลับบ้านด้วยเส้นทางที่ใช้เป็นประจำก็เจอเข้ากับยศยืนดักอยู่

   "กูว่าเเล้วว่ามึงยังไม่กลับบ้านเเน่กูเลยมาดักเเถวนี้ บอกเเล้วใช่ปะว่าหลังเลิกสอบเจอกู"ยศว่าก่อนจะโบกมือเรียกพวกนักเลง ม.6 5คนที่มันจ้างมาให้มาล้อมร่างของเขาเอาไว้

   "พอดีเลยกูกำลังอยากลองทักษะใหม่พอดี"กายว่าก่อนจะลั่นนิ้วเสียงดังกร๊อบ!

++++++++++++++++++ 

   เเต้มคงเหลือ 1945

   Exp 450/500

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น