nabu-palace

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 6

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 673

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ส.ค. 2562 15:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6
แบบอักษร

 

ตอนที่ 6 

 

ไอ้น้ำนอนแทะเมล็ดแตงโมด้วยอิริยาบถเดิมที่เน้นความสบายเป็นหลัก เจ้าตัวกำลังกัดแทะอย่างเมามัน พอเห็นแม่น้อยเดินขึ้นบันไดบ้านมาเท่านั้น ท่าทางเรียบร้อยลุกขึ้นนั่งหลังเหยียดตรงก็เข้ามาแทนที่กิริยาเมื่อครู่นี้ 

“แม่ หิวน้ำไหม นั่งก่อนๆ เดี๋ยวฉันไปเอาน้ำมาให้” ลูกชายคนโตของแม่น้อยถามเอาอกเอาใจ พอเห็นในมือแม่น้อยมีของพะรุงพะรังไอ้น้ำก็รีบลุกไปรับถุงในมือแม่อย่างรวดเร็ว นางน้อยหรี่ตามองลูกชายด้วยความไม่ไว้วางใจ วันนี้มันมาแปลก แต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไรมากนัก 

“ขอบใจ ข้ากำลังคอแห้งอยู่พอดี” แม่น้อยพูดเสร็จ ไอ้น้ำก็รีบไปรินน้ำใส่แก้วมาส่งให้ถึงมือแม่ 

“ในตลาดเขาคุยอะไรกันบ้างอะแม่ ได้ข่าวเรื่องที่มีคนตายไหม” ไอ้น้ำเปิดประเด็นความอยากรู้ต่อทันที เช้านี้เขาไม่ได้ข้อมูลอะไรจากนายตำรวจนั่นเลย 

“พูดกันทั้งวัด เอ็งไม่ได้ยินหรือ วันนี้นางสอนกับไอ้สินก็ไม่ได้มาวัด”  

“เหรอจ๊ะ ถึงว่าฉันไม่เห็นทั้งสองคนเลย คิดว่าเขาน่าจะกำลังยุ่งกับงานศพ” 

“งานศพอะไรล่ะ เอ็งเห็นข้าไปสวดศพเมื่อคืนไหม เจ้าน้ำ” 

“ฉันไม่รู้เลยจ้ะ เมื่อวานฉันเร่งทำงานอยู่ในห้อง” เมื่อคืนเขามัวแต่ขลุกอยู่ในห้อง รีบปั่นโปรเจ็กต์เฟสสามให้เสร็จจะได้รับเงินไวๆ กว่าจะออกจากห้องมาหาข้าวกินก็ดึกแล้ว เขาเลยไม่รู้เรื่องราวภายนอก 

“งานอะไรวะ แต่เอาเถอะ ช่างมัน อย่าลืมกินข้าวกินปลาด้วยล่ะ เมื่อวานให้ยายฝนไปเรียก เอ็งก็ไม่ออกมา” 

“ฉันออกมากินตอนดึกๆ จ้ะ แม่ไม่ต้องห่วง แล้วเรื่องนั้นเป็นยังไงต่อจ๊ะแม่” ไอ้น้ำรีบดึงประเด็นกลับมา 

“เรื่องอะไรวะ” แม่น้อยของไอ้น้ำลืมเสียแล้ว 

“เรื่องคนตายอะแม่” 

“อ๋อ...นางพัด เออ เขาก็ส่งนางพัดเข้ากรุงเทพฯ ไปแล้ว เห็นว่าไปตรวจอะไรสักอย่าง อะไรว้า ติดอยู่ที่ปาก...สูตรๆ อะไรเนี่ยแหละ นึกไม่ออก” 

“ชันสูตรศพน่ะเหรอ” 

“เออ อย่างนั้นแหละมั้ง” 

“แล้วจะรู้ผลเมื่อไหร่” ไอ้น้ำใจร้อนอยากรู้ผล 

“บ๊ะ! ข้าจะไปรู้ได้ยังไง” แม่น้อยโวยวายบุตรชายเพราะศพเพิ่งส่งเข้ากรุงเทพฯ เมื่อวานช่วงเย็น 

“อ้าว ฉันก็นึกว่าแม่จะรู้ เห็นแม่รู้ทุกเรื่อง” ไอ้น้ำย้อนมารดา หมู่บ้านนี้มีเรื่องไหนบ้างที่แม่เขาไม่รู้ 

“ข้าไม่ใช่เทวดานางฟ้าที่จะรู้เห็นทุกอย่าง ข้าก็รู้เท่าๆ กับคนที่เล่าให้ฟังนั่นแหละ เอ็งอย่าถามข้าให้มากความ” 

“ก็ได้จ้ะ” ไอ้น้ำเลยต้องรับคำเสียงอ่อยเพราะกลัวแม่น้อยจะดุเอาอีก 

“เออ ก่อนจะกลับจากตลาด ข้าเจอนางแสง มันฝากมาบอกเอ็งว่าอีกวันสองวันให้เอ็งเข้าไปหามันหน่อย เห็นมันพูดว่าจะให้สอนเน็ตเหนิดอะไรให้สักอย่าง” 

“อินเทอร์เน็ตจ้ะแม่” น้ำแก้ให้แม่ฟัง 

“เออ เรียกยาก ข้าพูดไม่ถนัดปาก” 

“จ้ะ ไว้ฉันจะแวะเข้าไปหาเจ๊แสง ขอบใจแม่มากจ้ะ แล้ววันนี้แม่ไม่เข้าสวนเหรอ” 

“ไม่ละ วันนี้วันพระ ข้าจะพัก” ไอ้น้ำฟังคำตอบแล้วงง  

“ทำไมต้องพักวันพระอะแม่” 

“ข้าพอใจจะพักวันนี้ เอ็งจะทำไม” บางทีไอ้น้ำก็พอรู้ว่านิสัยกวนๆ นี้เขาได้มาจากใคร ต้นฉบับอยู่ข้างๆ เขาเนี่ยแหละ 

“นี่ยายฝนก็จะขึ้นม.หกแล้ว แม่จะให้มันเข้าไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ เหมือนคราวฉันหรือเปล่าจ๊ะ” ไอ้น้ำเริ่มเลียบๆ เคียงๆ ถาม 

เขาหาโอกาสคุยเรื่องนี้กับแม่น้อยมาหลายวันแล้ว เพราะน้ำฝนเข้ามาคุยกับเขาเมื่อวันก่อน เจ้าตัวอยากเรียนต่อมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ตอนนี้ก็มุมานะอ่านหนังสือเพราะอยากสอบให้ติด หรือถ้ามีประกาศรับตรง น้ำฝนก็อยากสมัคร น้องสาวคนเดียวของเขาเลยมาขอให้เขาช่วยพูดเพราะกลัวแม่จะไม่ให้ไปเรียนต่อไกลบ้าน 

“จะม.หกแล้วหรือ ไวจริงเชียว” 

“จ้ะ” น้ำรับคำสั้นๆ เพราะไม่อยากเร่งรัดเรื่องนี้กับแม่ รู้ดีว่าแม่ห่วงน้องสาวมากเพียงใด พอดีพอร้ายน้ำฝนจะอดไปเรียนต่อในเมืองกรุงได้ 

“ข้าน่ะตั้งใจว่าจะให้น้ำฝนมันเข้าไปเรียนในกรุงเทพฯ แล้วไปพักอยู่กับเอ็งที่นู่น จะหาห้องหับใหม่ให้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมอะไรก็ตามแต่เอ็งกับน้อง” 

“จ้ะ” 

“แต่เอ็งกลับมาบ้านคราวนี้เหมือนเอ็งไม่อยากกลับไปที่กรุงเทพฯ แล้ว ข้าเลยไม่แน่ใจว่าจะให้ยายฝนมันไปเรียนต่อที่นั่นอย่างเดิมดีไหม หรือจะเรียนวิทยาลัยแถวบ้านก็พอ” แม่น้อยเปรยออกมา ท่าทางหนักใจไม่เบา น้ำเองก็สะดุ้งเหมือนกัน นี่แม่ก็ดูออกด้วยหรือว่าเขาเป็นยังไง 

“ฝนมันเข้ามาคุยกับฉันเมื่อวันก่อน มันอยากเรียนคณะเกี่ยวกับพวกยาหรือไม่ก็พยาบาลจ้ะ มันยังไม่ได้ตัดสินใจ เดี๋ยวคงมาคิดอีกที แต่วิทยาลัยแถวบ้านเราไม่มีสองคณะนี้หรอกนะแม่” 

“งั้นหรือ เรียนพยาบาลนี่ข้าพอเข้าใจ แต่เรียนพวกยาจะทำมาหากินอะไร” 

“ก็คนขายยาไงจ๊ะ จริงๆ แล้วก็คือเภสัชกรจ้ะ” 

“มันจะดีหรือวะ ข้าเห็นแถวนี้ ใครๆ ก็ขายยาได้ ทั้งแปะทั้งเฮียยังขายยาจีนเพิ่มด้วยซ้ำ” 

“แม่จ๊ะ ฟังฉันก่อน จริงๆ แล้ว ไม่ใช่ใครก็ขายยาได้นะแม่ มันผิดกฎหมาย คนจะขายยาได้ต้องมีใบอนุญาตก่อนนะจ๊ะแม่” น้ำพยายามอธิบายให้ง่ายที่สุดเพื่อให้แม่น้อยเข้าใจ 

“จบแล้วมันจะมีงานทำไหม” แม่น้อยถามด้วยความเป็นห่วงอนาคตลูกสาว 

“ได้หลายอย่างเลยจ้ะ ทำงานในโรง’บาล ก็ได้ ยายฝนไม่ตกงานหรอกจ้ะแม่” 

“อย่างนั้นข้าก็เบาใจ มันอยากเรียนอะไรข้าก็ตามใจ ดูเอ็งสิ เรียนอะไรก็ไม่รู้ ข้าเห็นแต่เหล็กสี่เหลี่ยมแบนๆ” 

“เขาเรียกโน้ตบุ๊กจ้ะ” 

“พูดไปข้าก็ไม่รู้จักหรอก ข้าแค่เป็นห่วงตอนมันไปเรียน มันไกลหูไกลตาเหลือเกิน” 

“ถ้าแม่ห่วงยายฝน เดี๋ยวถึงตอนนั้นฉันกลับไปอยู่กรุงเทพฯ ก็ได้จ้ะ” ไอ้น้ำพูดเพราะไม่อยากดับฝันน้องสาวโดยมีตัวเองเป็นสาเหตุ 

“ถึงตอนนั้นค่อยว่ากันใหม่ ข้าก็ไม่ได้อยากบังคับให้เอ็งต้องกลับไปกรุงเทพฯ ถ้าเอ็งลำบากใจ” 

“จ้ะ” 

“แล้วมาคุยกับข้าอีกทีแล้วกันว่าจะเอายังไง ระหว่างนี้ถ้ายายฝน มันจะเรียนจะสอบอะไรก็ให้มันไป ข้าจะหาทางเรื่องเงินเอง บอกมันไม่ต้องกังวล” 

“จ้ะ เดี๋ยวฉันบอกมันให้ ถ้ามันรู้ว่าแม่อนุญาตมันคงดีใจ” 

“เออ ข้าก็มีแค่เอ็งกับน้ำฝน ก็ต้องตามใจสิวะ” 

 

สองวันให้หลังไอ้น้ำเข้าไปในตลาดหาของกินตั้งแต่หัวตลาดจนท้ายตลาด ได้ของกินเป็นขนมมาเต็มไม้เต็มมือแถมเต็มปาก เด็กไม่ยอมโตเดินกินมาตลอดทาง พอถึงบ้านเจ๊แสงก็ยกน้ำดำใส่น้ำแข็งในถุงหิ้วขึ้นดูดเต็มแรง  

แหม...ชื่นใจไอ้น้ำนัก 

“เจ๊แสง ฉันมาแล้ว” ไอ้น้ำตะโกนบอกให้เจ้าของบ้านรู้ตัว 

“เออ เข้ามาเลย” เจ๊แสงตะโกนตอบออกมาเช่นกันจากหลังบ้าน 

“เห็นแม่บอกว่าเจ๊ให้ฉันมาหาใช่ไหม” 

“ใช่ เรื่องหวย” 

“ทำไมเหรอเจ๊” 

“ข้าไปถามมาแล้ว เงินที่ข้าให้ตำรวจไป ตอนนี้ไอ้ตำรวจคนนั้นมันถูกย้ายไปอีกอำเภอแล้ว ย้ายไปก็ไม่บอกข้า แล้วหลอกให้ข้าโอนเงินงวดที่แล้วให้อีก มันน่าเจ็บใจนัก” 

“ย้ายกะทันหันเลยเหรอเจ๊” 

“เออสิวะ เด้งแบบไม่ทันตั้งตัว” 

“ใครเป็นคนทำอะ” 

“ก็จะใคร้...ผู้กองหน้าอ่อนคนใหม่ไงล่ะ แหม ข้าคิดแล้วโมโห คนที่นี่อยู่กันอย่างสงบมาตั้งนาน พอตำรวจนั่นมาชีวิตข้าก็เริ่มไม่สงบแล้ว” เจ๊แสงพูดพาลอย่างคนเสียผลประโยชน์ 

“เจ๊ อย่าหาว่าฉันเข้าข้างอีกฝ่ายเลยนะ เพราะยังไงฉันก็อยู่ฝั่งเจ๊อยู่แล้ว หวยใต้ดินมันผิดกฎหมาย ตำรวจคนใหม่เขาคงไม่ชอบเลยจะจัดการให้มันหมดๆ ไป มันก็ไม่แปลกนะเจ๊” 

“ไอ้น้ำ ถ้าเอ็งไม่ออกตัวว่าอยู่ฝั่งข้าเสียก่อน ข้าคงเข้าใจว่าเอ็งรู้เห็นกับทางตำรวจ หรือจริงๆ แล้วใช่วะ” 

“ปะ...เปล่านะเจ๊ จะใช่ได้ยังไงล่ะ ฉันเพิ่งเกือบจะโดนจับอยู่เมื่อหลายวันก่อนเอง เจ๊จำไม่ได้เหรอ” ไอ้น้ำรีบปฏิเสธ ถ้าเจ๊แสงคิดว่าเขาเป็นหนอนบ่อนไส้ขึ้นมาจะพานให้เกลียดหน้ากันไปอีก 

“ข้าก็ถามเผื่อดูเฉยๆ เอ็งไม่น่าแกล้งข้าหรอก” 

“จ้ะ ฉันไม่เคยคิดแกล้งเจ๊เลย” 

“ที่ข้าให้เอ็งมาวันนี้ก็เรื่องที่เอ็งเคยบอกว่าอยากให้ข้าเปลี่ยนวิธีการส่งหวย” 

“จ้ะๆ  เจ๊แสงจะเปลี่ยนแล้วใช่ไหม” ไอ้น้ำพูดด้วยความหวัง ถ้าเปลี่ยนเป็นแบบใหม่ได้มันจะสะดวกไอ้น้ำคนนี้ไม่น้อย 

“เอ็งช่วยสอนข้าหน่อยสิวะ แล้วก็ไปบอกป้าๆ ในตลาดลูกค้าเอ็งด้วย ข้าก็จะทยอยบอกทางฝั่งข้าเหมือนกัน” 

“ได้เลยจ้ะ เจ๊เอาโทรศัพท์มาเลย เดี๋ยวฉันสอนให้” 

เสร็จสิ้นภารกิจเปลี่ยนชีวิตในวันนี้ เพื่อสิ่งที่ดีกว่าในวันหน้า ไอ้น้ำก็เดินผิวปากเข้าไปในตลาดอีกรอบแล้วเริ่มเข้าไปแทรกซึมบรรดาลูกค้าหวยของเขา อธิบายเหล่าไม้แก่ดัดยากทั้งหลายให้เข้าใจถึงเหตุผลที่ต้องปรับเปลี่ยน ซึ่งป้าๆ ก็ยอมทำตาม เพราะกลัวไปนอนในคุกด้วยกันทั้งนั้น 

ปฏิบัติการรูปแบบใหม่เริ่มขึ้นแล้ว ไอ้น้ำสบายใจเป็นที่สุด เขาบอกบรรดาป้าที่เป็นลูกค้าในตลาดว่าจะขอเก็บหวยก่อนวันหวยออกจริงหนึ่งวัน เช่นถ้าหวยออกวันที่หนึ่ง ป้าต้องส่งหวยก่อนบ่ายโมงวันที่สามสิบหรือสามสิบเอ็ดแล้วแต่เดือน หรือถ้าหวยออกวันที่สิบหก จะต้องส่งหวยภายในวันที่สิบห้าก่อนบ่ายโมงเช่นกัน  

เห็นทุกคนปรองดองเข้าใจได้อย่างนี้ไอ้น้ำก็เริงร่า สดใส ซาบซ่า 

 

ก่อนวันหวยออกไอ้น้ำจัดแจงส่งข้อความไปให้เจ๊แสงเรียบร้อย เจ๊แสงก็น่ารักตอบกลับมาด้วยสติ๊กเกอร์ผู้หญิงทำสัญลักษณ์ว่าโอเค ตามด้วยคำอวยพรที่ไอ้น้ำเห็นแล้วต้องส่ายหน้าเบาๆ  

“ขอให้วันนี้มีแต่ความสุข” 

ข้อความที่ใส่มาในดอกไม้สักชนิด ไอ้น้ำไม่เข้าใจว่าทำไมป้าๆ แม่ๆ ชอบส่งกันนัก 

งวดนี้เป็นงวดที่เขาไม่ต้องไปขูดเลขตามหาอะไรให้ยุ่งยาก แหม มันช่างสบายเสียเหลือเกิน เพราะงวดนี้ทั้งหมู่บ้านเทคะแนนซื้ออายุของนางพัด คนตายรายล่าสุด  

เจ๊แสงและเจ๊ภา เจ้ามือหวยรายใหญ่อีกเจ้าหนึ่งรู้ทันอยู่ก่อนแล้วประกาศกร้าวมาอย่างชัดเจน  

ซื้อได้ แต่ข้าจ่ายครึ่งหนึ่งโว้ย 

“เรียบร้อยดีไหมเจ๊” ไอ้น้ำเอ่ยทักเจ้าของบ้านเมื่อเดินมาถึงบ้านเจ๊แสง ตั้งใจว่างวดนี้จะลุ้นหวยอยู่กับผู้ว่าจ้างคนปัจจุบัน 

“ดี ดีมาก แบบนี้ข้าก็สะดวกดีเหมือนกันนะเนี่ย” เจ๊แสงกำลังก้มหน้าจดหวยลงสมุดเล่มโตเหมือนเดิม 

“เจ๊ยังจดลงสมุดอยู่เหรอ เอาลงคอมไหม” ไอ้น้ำชี้ไปที่คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะที่วางอยู่ข้างๆ เจ๊แสง 

“ข้าใช้ไม่เป็นหรอก นี่ลูกชายข้ามันเอาไว้เล่นเกมเวลามันกลับมาบ้าน” 

“เหรอ ถ้าเจ๊อยากใช้เมื่อไหร่ก็บอกฉันนะ เดี๋ยวฉันสอนให้” 

“เออ ขอบใจเอ็งมาก แต่ข้ามีสมุดเล่มนี้เล่มเดียวแหละ ง่ายดีเวลาหนีตำรวจ” 

“ยังไงเหรอเจ๊” 

“ทุกอย่างอยู่ในเล่มนี้ ไม่ต้องทำลายหลักฐานอะไรให้ยุ่งยาก” 

“ก็ดีเหมือนกันแฮะ เจ๊ก็ฉลาดเหมือนกันนะเนี่ย” ไอ้น้ำเห็นด้วยอย่างเจ๊แสงว่า ไม่วายชมเจ๊แสงเพื่อเป็นกำลังใจ 

“เห็นอย่างนี้ข้าก็ฉลาดเหมือนกันเว้ย” 

“แล้วเจ๊จะรู้ได้ยังไงว่าตำรวจมา” 

“เอ็งนี่ไม่รู้อะไรเลย ข้าก็ต้องเตรียมของข้าบ้างสิวะ” 

“เตรียมอะไรเหรอ” ไอ้น้ำถาม 

“เจ๊แสงๆ” เสียงร้อนรนของผู้ชายคนหนึ่งดังใกล้เข้ามาถึงบ้านเจ๊แสง ไอ้น้ำหันไปตามเสียงก็เจอไอ้ดำ คนในตลาด 

“นั่นไง ไอ้ดำนั่นแหละที่ข้าเตรียมไว้กันตำรวจ มีอะไรวะไอ้ดำ ทำไมไม่ดูต้นทางให้ข้า” เจ๊แสงบอกไอ้น้ำเสร็จก็ตะโกนขานรับไอ้ดำ 

“ตะ...ตำรวจจ้ะ” ไอ้ดำพูดตะกุกตะกัก 

“อะไร ตำรวจทำไม มีอะไรก็รีบพูด จะได้รีบกลับไป เดี๋ยวข้าไม่จ่ายเงินเสียหรอก” เจ๊แสงเริ่มรำคาญที่ไอ้ดำพูดจาไม่รู้เรื่องสักที 

“ตะ...ตำรวจมา!!!” ไอ้ดำตะโกนออกมาได้ในที่สุด 

“อะไรวะ! แล้วมัวแต่ยืดยาดไม่รีบพูด เดี๋ยวก็ได้นอนคุกกันหมด” เจ๊แสงลุกพรวดจากเก้าอี้ หยิบสมุดเล่มนั้นใส่มือไอ้น้ำทันที 

“อะไรเนี่ยเจ๊ เอาของกลางมาให้ฉันทำไม ไม่เอาอะ เอาคืนไป” ไอ้น้ำพยายามยัดเยียดคืนให้เจ้าของที่แท้จริง แต่เจ๊แสงก็ไม่รับ ผลักกลับมา 

“เอ็งเอาสมุดนี่ไป เอ้า นี่ด้วย” เจ๊แสงหยิบรองเท้าของไอ้น้ำมายัดใส่มือเจ้าของ ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วจนไอ้น้ำตั้งตัวไม่ติด 

“อะไรเนี่ย” ไอ้น้ำงงงวยไปหมดแล้ว  

“เอ็งรีบออกทางหน้าต่างหลังบ้านแล้ววิ่งผ่านไปทางป่า เสร็จแล้วระหว่างทางจะผ่านกระท่อมไม้หลังหนึ่ง ก็โยนไอ้สมุดนี่เข้าไปในกระท่อม แล้วก็ตรงกลับบ้านไปเลย” 

“อะไรนะเจ๊” เจ๊แสงพูดรัวเร็วจนไอ้น้ำเริ่มจะฟังไม่ทัน 

“ยังมาถามซ้ำ อยากนอนคุกหรือไงวะ” 

“ไม่...ไม่จ้ะ” 

“รีบไปสิ ไป ไอ้น้ำ พ่อเอ็งมานู่นแล้ว” ไอ้น้ำเห็นชุดสีกากีกำลังมุ่งตรงมาบ้านเจ๊แสง เท่านั้นสองขาก็จ้ำอ้าวไปที่หน้าต่างหลังบ้านแล้วปีนออกไปทันที 

รีบวิ่งสิครับ รออะไรเล่า รอให้พ่อมาจับหรือไง 

ไอ้น้ำวิ่งสี่คูณร้อยเมตร ขาแทบลอยจากพื้นดิน มุ่งหน้าเข้าป่าตามที่เจ๊แสงว่า โชคดีของไอ้น้ำเหลือเกินที่รู้จักพื้นที่ในหมู่บ้านนี้เป็นอย่างดี ไม่มีตรงไหนที่ไม่รู้จัก ไม่อย่างนั้นเขาต้องหลงแล้วตายอยู่ในป่าแน่ๆ  วิ่งมาได้ครึ่งทางไอ้น้ำก็เห็นกระท่อมหลังหนึ่งตามที่เจ๊แสงบอก มันโยนสมุดเข้าไปในกระท่อมแล้วก็วิ่งตัวปลิวจนถึงบ้าน 

“กระหืดกระหอบหนีอะไรมา เจ้าน้ำ ดูสิ เหงื่อเต็มตัว” แม่น้อยถามเมื่อเห็นลูกชายวิ่งขึ้นบ้าน ใบหน้ามีแต่เหงื่อ อีกทั้งเสื้อด้านหลังก็ยังเปียกชุ่ม 

“ก็หนีตำรวจมาน่ะสิแม่” 

“อะไร หนีทำไม” 

“ตำรวจบุกไปบ้านเจ๊แสง” 

“อะไรกัน!” แม่น้อยอุทานด้วยความตกใจ “แล้วเอ็งกับเจ๊แสงโดนจับหรือเปล่า” 

“แม่ถามอะไรแปลกๆ  ถ้าฉันโดนจับ ฉันจะมาคุยกับแม่ตรงนี้ได้เหรอ” 

“เออ จริงว่ะ แล้วเจ๊แสงล่ะ” 

“ไม่รู้เลยแม่ เดี๋ยวหลังหวยออกค่อยโทรไปถาม” 

“อะไรกันวะ ร้อยวันพันปีไม่เคยมีตำรวจมาจับหวยในหมู่บ้าน” 

“ก็ตำรวจเปลี่ยนคนแล้ว ทุกอย่างมันก็ต้องเปลี่ยนบ้างนะแม่” 

“จริงของเอ็ง แบบนี้ข้าต้องซื้อแต่หวยบนดินเหรอวะ” แม่น้อยทำท่าหนักใจกว่าที่ไอ้น้ำเกือบถูกตำรวจจับเสียอีก 

“ทุกอย่างมีทางออก แม่ไม่ต้องกังวล เชื่อมือฉันได้เลย” 

 

ทางด้านเจ๊แสง คล้อยหลังไอ้น้ำวิ่งออกไปทางหน้าต่างหลังบ้าน ตำรวจก็มาถึงพอดี 

“สวัสดีจ้ะ คุณตำรวจ มาหาฉันถึงบ้าน มีอะไรหรือจ๊ะ” เจ๊แสงต้อนรับขับสู้ผู้มาเยือนอย่างดี ไม่มีทีท่าพิรุธใดๆ แม้แต่น้อย ทั้งที่มือนั้นเย็นเฉียบ 

“เราได้รับแจ้งมาว่าบ้านนี้มีการรับซื้อหวยใต้ดิน” จ่าสมคิดบอก 

“อุ๊ย อย่างนั้นหรือจ๊ะ ฉันไม่เห็นรู้เรื่องอะไรเลย” 

“ผมมีหมายค้นมาด้วย นี่ครับคุณป้า” ผู้กองยื่นหมายค้นที่เขาเดินเรื่องขอทำเอกสารเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน 

“ไม่ต้องเอามาให้ดูหรอกจ้ะ ฉันไม่เข้าใจหรอก ถ้าอยากค้นก็ค้นเลยจ้ะ ประชาชนที่ดีต้องให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจใช่ไหมจ๊ะ เห็นลูกชายฉันพูดให้ฟังบ่อยๆ” 

“ครับ ถ้าอย่างนั้นผมขออนุญาต” 

“จ้ะๆ เข้ามาเลย เอาน้ำด้วยไหม” เจ๊แสงมอบไมตรีจิต เชื้อเชิญนายตำรวจให้ดื่มน้ำแก้กระหาย 

“ไม่ละครับ ขอบคุณครับ” ผู้กองหนุ่มตอบปฏิเสธอย่างสุภาพแล้วเริ่มตรวจค้น 

ค้นจนหมดบ้าน จนหวยออกไปแล้ว เจ๊แสงก็ยังนั่งโบกพัดสบายใจ 

ไม่เจอใช่ไหมล่ะ!  

 

 

ความคิดเห็น