nabu-palace

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 746

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ส.ค. 2562 15:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3
แบบอักษร

 

ตอนที่ 3 

 

บริเวณศาลาท่าน้ำหน้าวัด คืนนี้ผู้คนคึกคักอย่างกับว่ามีงานวัดยังไงอย่างนั้น ผู้คนมากมายต่างมารวมตัวกันอยู่ ณ ที่แห่งนี้ โดยมีเป้าหมายเดียวกันคือการหาเลขเด็ด 

“ไอ้น้ำ คืนนี้เอ็งเห็นเลขอะไรบอกพวกข้าด้วยนะโว้ย งวดก่อนเลขเอ็งเข้า พวกข้าไม่ได้ตาม คิดแล้วมันน่าเสียดายจริงๆ  รู้อย่างนี้ตามสักสิบยี่สิบก็ยังดีนะ นางสาย นางแช่ม” นางเล็กเต็มไปด้วยท่าทางที่บ่งบอกว่าเสียดายเลขเด็ดงวดก่อน จึงพูดดักทางเอาไว้เพราะกลัวไอ้น้ำจะงุบงิบไม่บอกกล่าวกัน 

“ใช่ คิดแล้วก็เสียดายไม่หาย” นางสายนางแช่มตอบโดยพร้อมเพรียง 

“ถ้าฉันเห็นเลข ฉันบอกแน่จ้ะ” ไอ้น้ำยืนรั้งท้ายป้าๆ เช่นเคย มันส่งยิ้มและตอบข้ามศีรษะสามป้าออกไป  

“ว่าแต่เอ็งไม่เข้ามาลูบบ้างล่ะ เผื่อแม่ตะเคียนอยากจะได้สัมผัสจากหนุ่มๆ บ้าง” นางแช่มแกล้งเย้าไอ้น้ำ 

“ไม่เป็นไรจ้ะ ฉันดูอยู่ตรงนี้ก็ดีแล้ว” ตอนแรกไอ้น้ำทำท่าจะเข้าไปลูบอยู่หรอก แต่พอป้าแช่มพูดประโยคต่อท้าย เขาเลยชักกลัว เกิดแม่ตะเคียนอยากตามเขาไปที่บ้านด้วยจะทำยังไง คิดแล้วไอ้น้ำก็ลูบแขนตัวเองเบาๆ ขนลุกขนชันไปหมดแล้ว 

“เออ ตามใจเอ็ง ข้าถูต่อก่อน” 

“ป้า เห็นหรือยัง เร็วสิจ๊ะ ยุงมันจะหามฉันอยู่แล้ว” ไม่ถึงนาทีไอ้น้ำก็ถามขึ้น 

“ยังไม่เห็นเลยว่ะ หรือคืนนี้พวกเราจะไม่มีดวง” นางแช่มหันมาบอกไอ้น้ำ 

“ไม่มีดวงได้ยังไง ไม่ได้นะไม่ได้ เปลี่ยนที่หาใหม่ไหมป้า” ไอ้น้ำไม่ยอม คืนนี้เขาจะกลับบ้านมือเปล่าไม่ได้ ชายหนุ่มพูดพลางเกาแขนเกาขาที่คันจากการถูกยุงกัดไปด้วย จะตบยุงตายก็ไม่กล้า มันไม่อยากทำบาปก่อนวันหวยออก ต้องสั่งสมบุญให้มากเข้าไว้ 

“เออ ก็ดีเหมือนกัน” นางแช่มขยับหาที่ใหม่แล้วเริ่มลงมืออีกครั้ง 

ผ่านไปได้สักพัก ไอ้น้ำเริ่มคิดอีก ...หรือคืนนี้เขาจะไม่มีดวงแล้วล่ะมั้ง ถึงตอนนี้ บรรดาสามป้ายังไม่ได้เลขสักตัวเลย น้ำชะโงกหน้ามองแป้งขาวพลางทอดถอนใจ สงสัยว่าวันนี้คงต้องกลับบ้านมือเปล่าเสียแล้ว  

ทันใดนั้น ท่ามกลางความเงียบ เสียงป้าแช่มตะโกนด้วยความดีใจที่มโนจนเห็นเป็นตัวเลขขึ้นมาได้ 

“ไอ้น้ำโว้ย มาดูตรงนี้ทีว่าเลขอะไร ข้าเห็นเลขหนึ่งกับสองว่ะ มาๆ เข้ามาใกล้ๆ” สามป้ากวักมือเรียกไอ้น้ำ พร้อมใจกันแหวกพื้นที่ตรงกลางว่างเอาไว้ให้ไอ้น้ำเข้าไปดูตัวเลขได้ชัดๆ 

“เลข! เลขมาแล้วนี่จ๊ะป้า” น้ำรีบดิ่งเข้าไปตามที่ป้าเรียก ชายหนุ่มเพ่งดูตัวเลขตรงจุดที่ป้าบอกพร้อมพูดขึ้น 

“ป้า ฉันเห็นเลขหนึ่งกับห้าอะ” น้ำพูดพลางขมวดคิ้ว สองกลับข้างเปล่าวะ แต่ก็เลขห้าชัดอยู่นา 

“โอ๊ยยย หนึ่งห้ามันเพิ่งออกไปงวดก่อนโน้น จะมาออกอะไรอีก แต่เอาเถอะ เดี๋ยวซื้อติดไว้สิบบาทละกัน” นางสายพูดด้วยความเซ็ง คิดว่าจะได้เลขดีๆ แต่กลับได้เลขที่เพิ่งออกไป โอกาสจะออกอีกครั้งมันยากเต็มทน 

“ตามใจป้าเลย” 

“แล้วนี่เอ็งจะเดินดูอะไรก่อนไหม หรือจะกลับเลย?” นางเล็กถามขึ้นหลังจากกลุ่มตระเวนหาเลขเด็ดเริ่มสลายตัว 

“ฉันว่าจะเดินดูของแถวนี้ก่อน” ไอ้น้ำตอบสามป้ากลับไป ตั้งใจจะหาอะไรกินเล่น แต่จู่ๆ หน้าตาที่กำลังยิ้มแย้มก็หุบลงทันควัน 

“ฉันให้เลขห้านะจ๊ะ พ่อน้ำ...” เสียงเย็นยะเยือกดังขึ้นข้างหูไอ้น้ำ  

“ป้า!...เดี๋ยวก่อน” น้ำตะโกนเรียกสามป้าได้ทันก่อนที่ป้าจะเดินหายไป 

“อะไรวะ” นางแช่มหยุดเดินแล้วหันกลับมาตามเสียง 

“ฉันเปลี่ยนใจขอกลับพร้อมกับป้านะจ๊ะ”  

“ไม่ดูของแล้วรึ” นางเล็กถามบ้าง 

“จ้ะ ดึกแล้ว เดี๋ยวแม่ปิดบ้านหนีฉันเสียก่อน” 

“เออๆ ไปสิ”  

“จ้ะๆ” ไอ้น้ำรีบรับคำแล้วเดินแทรกกลางระหว่างสามป้าทันที เขาโดนป้าสายบ่นนิดหน่อยแต่ก็ยอมให้ไอ้น้ำเดินตรงกลาง 

“ฮ่าๆ พ่อน้ำ พ่อรูปหล่อ กลับแล้วหรือ งวดนี้ฉันให้สามตัวตรง ศูนย์ หนึ่ง ห้า เลยนะจ๊ะ พ่ออย่าลืมซื้อ แล้วงวดหน้ามาหาฉันอีกนะ” 

ไอ้น้ำได้ยินเสียงดังขึ้นไล่หลังก็ขนลุกซู่หนักกว่าเดิม ในใจสวดภาวนานะโมตัสสะอย่างรวดเร็ว ไม่ลืมแผ่เมตตาต่อท้ายไปอีกบท  

ไปสู่ที่ชอบๆ เถิดนะ 

เห็นทีงวดหน้าต่อให้แม่นขนาดไหน เขาคงจะไม่กล้ามาอีกแล้ว 

‘ยกโทษให้ฉันเถอะนะจ๊ะ แม่ตะเคียน ฉันกลัวแล้วจ้า’ 

 

เช้าวันรุ่งขึ้น ไอ้น้ำรีบอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปทำภารกิจสำคัญของวันนี้ วันที่ยิ่งใหญ่ โดยก่อนจะออกจากบ้านเพื่อไปเก็บหวยในตลาด น้ำไม่ลืมตะโกนถามแม่น้อยที่เพิ่งกลับจากสวนว่างวดนี้จะซื้ออะไร 

“หน้าตาเอ็งเป็นอะไร ซีดเซียวอย่างกับโดนผีหลอก ตาก็คล้ำเชียว นอนไม่พอหรือ” แม่น้อยถามเพราะลูกชายมีสีหน้าอิดโรยอย่างกับคนอดนอน 

“ฉะ...ฉันก็แค่นอนดึกไปหน่อยเอง” น้ำติดอ่างขณะตอบ แม่พูดอย่างกับตาเห็นแน่ะ รู้ได้ยังไงว่ามันถูกผีหลอก 

“เออ เข้านอนให้มันแต่หัวค่ำ เอ็งน่ะเอาแต่ตะลอนไปวันๆ  เอ้านี่ เอาไป แล้วซื้อตามเอ็งด้วย ตัวละร้อย” แม่น้อยบอกอย่างใจป้ำเช่นเคย พร้อมยื่นกระดาษใบเล็กให้บุตรชาย 

“ตัวละร้อยเลยเหรอแม่ งวดที่แล้วแม่ซื้อแค่ห้าสิบบาทเอง” ไอ้น้ำพูดด้วยความเป็นห่วง เขาไม่อยากให้แม่ติดหวยจนทุ่มทุนเล่นเกินไปนัก น้ำรับกระดาษใบนั้นมาพับให้เล็กลงไปอีกแล้วใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงบริเวณช่องที่ไว้เก็บเศษเหรียญ 

“อะไรกันเล่า นิดหน่อยน่า ก็ถือว่าข้าเอาจากงวดที่แล้วมาเล่นไง” แม่โบกมือทำนองว่านิดๆ หน่อยๆ ไม่ต้องกังวล 

“มันจะดีเหรอแม่” ไอ้น้ำถามย้ำ 

“ไม่เป็นไร งวดเดียวเท่านั้นแหละ”  

“แม่” จู่ๆ ไอ้น้ำก็กระซิบเสียงเบาจนแม่น้อยต้องยื่นหน้าเข้าไปใกล้ 

“อะไรวะ” แม่น้อยกระซิบตามลูกชาย 

“งวดนี้ฉันได้มาสามตัวตรง แม่จะเอาด้วยไหม”  

“พูดอะไรของเอ็งวะ” แม่น้อยยกมือห้าม “ไม่ต้องบอกเลขข้า เดี๋ยวเลขเคลื่อน ใส่เข้าไปให้ข้าเลย อย่าลืมล่ะ” แม่น้อยรีบบอก 

“ได้เลยจ้ะแม่” ไอ้น้ำยิ้มตอบ ชายหนุ่มทรุดตัวนั่งบนบันไดขั้นล่างสุดของบ้านเพื่อใส่รองเท้าผ้าใบ วันนี้เขานึกครึ้มอยากใส่รองเท้าผ้าใบคู่โปรดบ้าง ไม่ได้ใส่นานแล้ว กลัวมันจะน้อยใจไปเสียก่อน 

“นี่ ไอ้น้ำ เอ็งเล่นหวยหนักหรือเปล่า อย่าให้มันเยอะเกินไปล่ะ ข้าเป็นห่วง”  

“ไม่เยอะ ไม่กี่สิบเอง แม่ไม่ต้องห่วงฉันว่าจะเล่นจนหมดตัวหรอกนะเพราะฉันเอาเงินที่ได้จากการเดินหวยมาเล่นแค่นั้นเอง” 

“อืม แล้วไปส่งหวยก็ระวังๆ ไว้บ้างนะ ข้าไม่อยากไปประกันตัว รู้ไหม” 

“อวยพรฉันแต่เช้าเลย ขอบใจจ้ะ ฉันจะระวัง ไปก่อนนะ” 

“ไปดีมาดี” 

ไอ้น้ำเดินลัดเลาะจากบ้านตรงมาถึงทางเข้าตลาด บ้านไอ้น้ำกับตลาดนั้นอยู่กันคนละฝั่ง อาศัยสะพานข้ามคลองนี้สัญจรอยู่เป็นประจำ ในฝั่งทางบ้านของเขาจะค่อนข้างเงียบ ไม่ครึกครื้น เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่ทำเรือกสวนไร่นากัน แต่ฝั่งตรงข้ามหรือฝั่งตลาดจะมีร้านค้ามากมาย เป็นศูนย์กลางการเงินของหมู่บ้านนี้เลยก็ว่าได้ 

ชายหนุ่มเดินมาถึงสะพานข้ามไปตลาดก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งในชุดเครื่องแบบตำรวจสีกากีกำลังยืนมองสายน้ำด้านล่างอยู่ น้ำประเมินด้วยสายตา ตำรวจคนนี้เขาไม่เคยเห็นหน้า ทั้งอายุก็ดูไม่ค่อยมากเท่าไหร่ อาจจะพอๆ กับเขาหรือไม่ก็มากกว่าเขาไม่กี่ปี 

น้ำรีบเดินผ่าน ตั้งใจไม่หยุดทักทายอะไรตำรวจคนนี้ทั้งสิ้น เพราะเขาไม่มีความจำเป็นต้องหาเรื่องใส่ตัวเอง ของกลางโพยหวยยังอยู่ในกระเป๋า พอดีพอร้ายคืนนี้ได้นอนซังเตสมพรปากแม่แน่ 

“เดี๋ยว ไอ้หนู” แต่จังหวะที่สวนกันกลางสะพาน น้ำก็ถูกอีกฝ่ายเรียกไว้ เขาเลยจำต้องหยุดเท้าพร้อมข่มอาการตื่นกลัวเพราะกลัวจะเป็นพิรุธให้อีกฝ่ายจับได้ 

“หือ? เรียกผมเหรอ...ลุง” น้ำฉุน นี่อายุเขาก็ไม่ใช่เด็กๆ แล้ว มาเรียกไอ้นงไอ้หนู ดูถูกหน้าหล่อๆ นี่ชะมัด แล้วดูตัวคนเรียกเหอะ อายุก็คงไม่ได้มากกว่าเขาสักเท่าไหร่ ลดอายุให้เขาใช่ไหม ได้ ถ้าอย่างนั้นเขาจะเพิ่มอายุให้อีกฝ่ายบ้าง 

“ใช่” ฝ่ายนั้นตอบห้วนสั้น คงสะดุดกับคำว่า ‘ลุง’ ที่ถูกเรียกเหมือนกัน ไอ้น้ำมองคนตรงหน้าแล้วคิดว่าทำไมตำรวจต้องขี้เก๊กด้วยวะ 

“จะไปไหน” 

“จะไปไหนแล้วทำไมต้องตอบลุงด้วยล่ะ ประชาชนที่หมู่บ้านนี้ก็มีสิทธิเสรีภาพไปไหนมาไหนได้ทั้งนั้น” เพราะตั้งใจจะกลบเกลื่อนความผิด ไอ้น้ำเลยตอบโต้คุณตำรวจไปแบบนั้น แต่เขาไม่คิดเลยว่าคำตอบนั้นจะนำภัยสู่ตัว 

“ตอบเฉไฉไม่ตรงประเด็น มีอะไรปิดบังเจ้าหน้าที่ตำรวจใช่หรือเปล่า” ตำรวจหนุ่มพูดลอยๆ  ไอ้น้ำก็เป็นเหมือนชาวบ้านคนอื่น เวลาอยู่ต่อหน้าตำรวจก็มักจะทำตัวไม่ถูก ยิ่งทำเรื่องผิดกฎหมายมือไม้ยิ่งอยู่ไม่สุข  

ทางด้านตำรวจหนุ่ม ด้วยความที่เขาเพิ่งย้ายมาใหม่เลยเดินลัดเลาะจากสถานีตำรวจมาเรื่อยเพื่อดูสภาพแวดล้อมของหมู่บ้านนี้ ระหว่างนั้นก็เฝ้าสังเกตพฤติกรรมหรือชีวิตความเป็นอยู่ของคนในหมู่บ้านนี้ไปด้วย เขาต้องเริ่มศึกษาชาวบ้านตั้งแต่ต้น มิเช่นนั้นอาจเข้าไม่ถึงประชาชนก็เป็นได้ 

“มะ...ไม่...ไม่มี” ไอ้น้ำตอบตะกุกตะกัก เอามือไพล่หลังราวกับมีของซุกซ่อน เป็นกิริยาที่ทำไปโดยอัตโนมัติทั้งที่ในมือของเขาไม่มีของอะไรเลยแม้แต่น้อย คุณตำรวจเห็นก็ยิ่งสงสัยในพฤติกรรม 

“ท่าทางแบบนี้ มีของผิดกฎหมายอยู่กับตัวหรือไง” ตำรวจหนุ่มถามเบิกทาง ทีแรกที่เขาเรียกเด็กหนุ่มคนนี้ก็แค่จะพูดคุยเรื่องทั่วไป สอบถามเรื่องราวในหมู่บ้าน จึงเปิดคำถามไปว่าอีกฝ่ายจะไปไหน แต่นึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะมีพิรุธชัดเจนขนาดนี้ 

“เปล่า ผมไปก่อนนะ พอดีรีบ เดี๋ยวจะสาย ไว้คุยกันวันหลังนะลุง” 

“มีนัดอะไรตั้งแต่เช้า” ตำรวจหนุ่มยังไม่ยอมรามือจากคนตรงหน้าไปง่ายๆ  เขาสัมผัสได้ว่าคนคนนี้มีอะไรปิดบังอยู่ 

“ก็จะไปหาข้าวกินในตลาดไง หิว” ไอ้น้ำรีบตอบส่งๆ ไป เขาอยากไปให้พ้นจากตรงนี้แล้ว 

“ร้อนรนแบบนี้ ยังไงก็ปล่อยไปไม่ได้จริงๆ  ไอ้หนู ถ้าบริสุทธิ์ใจ ขอฉันค้นตัวหน่อยได้ไหม” ตำรวจหนุ่มเดินเข้ามาหาผู้ต้องสงสัย ไอ้น้ำรีบถอยเท้าโดยอัตโนมัติ 

“เดี๋ยวก่อน ลุง...เอ๊ย...คุณตำรวจไม่มีสิทธิ์มาตรวจค้นผมในที่สาธารณะนะ มันผิดกฎหมาย ไม่รู้หรือไง” ไอ้น้ำโต้ตอบกลับไปด้วยความหัวหมอ 

“รู้กฎหมายด้วยหรือเรา” ตำรวจหนุ่มเลิกคิ้วแล้วถามคนตรงหน้า 

“เห็นว่าอยู่บ้านนอกอย่าคิดว่าไม่มีความรู้” ไอ้น้ำได้ทีถือไพ่เหนือกว่าจึงรีบพูดต่อ 

“แล้วรู้ด้วยหรือเปล่าว่าถ้าบุคคลนั้นมีเหตุอันควรสงสัยหรือมีพิรุธย่อมทำได้” ตำรวจหนุ่มอธิบายให้ไอ้น้ำฟังด้วยความใจเย็นและพลิกกลับมาอย่างเป็นต่อ 

“ผะ...ผมมีอะไรให้น่าสงสัยตรงไหน” ไอ้น้ำยังตะแบงไม่หยุด 

“เอางี้ ฉันจะบอกให้คุณประชาชนทราบ พอดีทางตำรวจได้รับรายงานมาว่าที่หมู่บ้านนี้มีเจ้ามือหวยใต้ดินอยู่ และวันหวยออกจะมีเด็กเดินโพยหวยไปส่งเจ้ามือ ซึ่งฉันสงสัยว่านายกำลังเข้าข่ายนั้น” 

“ลุงพูดแบบนี้จะกล่าวหาว่าผมมีส่วนร่วมกับเจ้ามือหวยเหรอ ผมฟ้องหมิ่นประมาทลุงได้นะ” ไอ้น้ำทำใจดีสู้เสือ พูดๆ ไปเถอะ เดี๋ยวนี้ใครก็ชอบขู่ว่าจะฟ้องหมิ่นประมาทกันทั้งนั้น 

“ฉันเชื่อแล้วว่าคุณประชาชนมีความรู้ด้านกฎหมาย แต่ด้วยเกียรติของอาชีพที่ฉันทำอยู่ หากว่าฉันค้นตัวนายแล้วไม่พบหลักฐานอะไร ฉันจะยอมให้นายฟ้องกลับทุกข้อกล่าวหา ข้อตกลงแบบนี้ โอเคไหม...ครับ” นายตำรวจหนุ่มยิ้มให้คนตรงหน้าพร้อมประกาศข้อตกลงระหว่างกันออกมาอย่างชัดเจน เขายอมแลกเพราะมั่นใจและเชื่อในสายตาตนเองเหลือเกินว่าอีกฝ่ายต้องมีอะไรซุกซ่อนอยู่แน่นอน 

“เอ่อ... คือ...” ไอ้น้ำตะกุกตะกัก จะให้เขาตอบยังไงได้ล่ะ ปฏิเสธก็ไม่ได้ ยอมรับก็ไม่ได้ หรือว่าจะถึงคราวซวยของเขาแล้วจริงๆ  

ทำไงดี ไอ้น้ำเอ๊ย ตายแน่ 

“ผู้กองปรานต์ครับ ได้รับแจ้งเหตุว่ามีคนตาย” เสียงจ่าสมคิดและจ่าสมหมายดังขึ้นพร้อมกันด้านหลังผู้กอง 

“คนตาย? ที่ไหนหรือจ่า” ผู้กองหันไปถามจ่าทั้งสองคน 

“บ้านนางสอนที่อยู่ท้ายตลาดครับ” จ่าสมคิดตอบ แต่กระนั้นนายตำรวจยศใหญ่กว่าก็ไม่รู้จักอยู่ดี 

“อืม ถ้าอย่างนั้นก็รีบไปกันเถอะ” ผู้กองบอกจ่า ก่อนจะหันกลับมายังผู้ต้องสงสัยพร้อมหรี่ตาลงเล็กน้อย 

“วันนี้ถือว่าดวงของนายยังดี รอดไปได้” ผู้กองพูดทิ้งท้ายจบก็รีบตามจ่าไปโดยเร็ว ในใจก็คิดว่าเด็กหนุ่มเมื่อสักครู่พูดจาไม่เหมือนชาวบ้านที่นี่ ซ้ำดูมีความรู้อยู่ไม่น้อย หรือจะแค่หัวหมอ เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน 

“เฮ้อ...เกือบซวยแล้วไหมล่ะ ไอ้น้ำ ตำรวจใหม่นี่มันฉลาดชะมัด” ไอ้น้ำที่ยังยืนอยู่บนสะพานข้ามคลองถอนหายใจด้วยความโล่งอก เพราะถ้าโดนค้นตัวละก็ ไม่พ้นวันนี้ยังไงเขาก็ต้องเข้าไปนอนในห้องขังแน่นอน พอดีพอร้ายหวยก็ไม่ได้ส่ง ชวดหมดทุกทาง 

พอพูดถึงหวย ชายหนุ่มก็นึกขึ้นได้ เขารีบวิ่งไปบ้านเจ๊แสงราวกับติดจรวดเพราะใกล้เวลาปิดรับหวยแล้ว  

“เจ๊แสง เจ๊แสง อย่าเพิ่งปิดนะเจ๊ ฉันมาแล้ว” ไอ้น้ำกระหืดกระหอบวิ่งสี่คูณร้อยเมตรมาบ้านเจ๊แสง 

“เอ้อ อีกนาทีเดียวข้าจะปิดแล้ว ไหนๆ เอามาให้ข้าดู ทำไมรอบนี้เป็นลายมือวะ” น้ำรีบส่งกระดาษให้พร้อมกับหวยของตัวเองที่เพิ่งจะเขียนเพิ่มในใบของแม่น้อย เจ๊แสงรับไปอ่าน จดอะไรยิกๆ ลงสมุดเล่มใหญ่เช่นเดิม ทิ้งให้ไอ้น้ำได้ปรับการหายใจ 

“ก็ฉันไม่มีเวลา แค่นี้ก็เกือบจะเก็บมาส่งเจ๊ไม่ทันแล้วเนี่ย” ไอ้น้ำพูดทั้งที่ยังหอบ 

“อะไรของเอ็ง เวลาตั้งเยอะตั้งแยะ ทำไมถึงจะไม่ทัน มัวแต่ไปเถลไถลที่ไหนมาล่ะ” เจ๊แสงบ่นไม่จริงจังนัก ไอ้น้ำก็ไม่ได้คิดจะแก้ตัวอะไร 

“เออ นี่เจ๊” ไอ้น้ำพูดขึ้นอีกครั้งหลังจากหายเหนื่อย 

“อะไรวะ” 

“ตำรวจที่เพิ่งย้ายมาใหม่ เจ๊รู้จักปะ” ไอ้น้ำเริ่มเลียบเคียงถาม 

“รู้จัก ได้ยินมาว่าชื่อผู้กองปรานต์ ทำไมวะ”  

ไอ้น้ำหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเสิร์ชว่าผู้กองนี่ยศอะไร แล้วเขาก็ถึงบางอ้อ  

อ้อ...ร้อยตำรวจเอก 

“ฉันเจอเขาตะกี้จ้ะ” 

“อืม แล้วมาบอกข้าทำไม” เจ๊แสงย้อนถามด้วยความไม่เข้าใจ ก็แค่ตำรวจ จะมาบอกนางทำไม 

“จะไม่ให้ฉันบอกได้ยังไงล่ะเจ๊ ก็ตำรวจใหม่นั่นน่ะ สงสัยว่าฉันจะเดินโพยหวยให้เจ๊ วันนี้ก็เกือบจะค้นตัวฉันแล้ว” 

“หา!? จริงเหรอวะ เป็นไปได้ยังไง ข้าจ่ายเงินไปงวดหนึ่งๆ ตั้งเยอะตั้งแยะ ไฮ้ อะไรกันวะ แบบนี้ก็เท่ากับหลอกเงินข้าไปฟรีๆ น่ะสิ ไม่ได้ ข้าไม่ยอมโว้ย” 

“เจ๊จ่ายให้ใครไปล่ะ ตำรวจเพิ่งย้ายมาใหม่ เขาจะรู้ด้วยไหม” ไอ้น้ำถาม 

“เออว่ะ ไม่ได้การแล้ว เดี๋ยวข้าจะต้องไปถามให้รู้เรื่อง จ่ายไปแล้วยังจะมาจับเอ็งได้ยังไง” 

“เจ๊จำที่ฉันบอกได้ไหมว่าให้เปลี่ยนวิธีการส่งหวยอะ” 

“เออ” เจ๊แสงตอบแล้วนิ่ง 

“เจ๊แสงจ๊ะ” ไอ้น้ำเรียกเพราะเห็นเจ๊แสงเงียบไป 

“เออๆ ข้ารู้แล้ว นี่กำลังใช้ความคิดอยู่ว่าจะเอายังไงดี ถ้าเอ็งหรือคนอื่นโดนจับไปละก็ เรื่องใหญ่เลย วงการหวยในหมู่บ้านเราต้องสั่นสะเทือนแน่” 

“ถ้าเปลี่ยนได้ก็ดีนะเจ๊ เพราะมันทำลายหลักฐานได้ง่าย แค่ลบทิ้งเอง” ไอ้น้ำเสนอความคิดเห็นออกไป จริงๆ แล้วการใช้ระบบส่งข้อความผ่านอินเทอร์เน็ต ถ้าตำรวจต้องการตรวจสอบย้อนหลังก็อาจจะทำได้ไม่ยาก แต่เบื้องต้นมันก็ง่ายมากที่จะลบข้อมูลทิ้ง ไม่ต้องมาเผาทำลายหลักฐาน ไหนจะเตรียมฟืน ก่อไฟ ตำรวจก็แจ้นมาถึงไหนต่อไหนแล้ว 

“อืม เดี๋ยวข้าไปคุยกับตำรวจที่ข้าจ่ายเงินให้ก่อน ถ้าได้เรื่องยังไงข้าจะบอกเองให้รู้ก็แล้วกัน เร็วๆ นี้แหละ วันสองวัน ไม่นานหรอก” 

“จ้ะ” 

“เอ้อ แล้วทำไมผู้กองเขาถึงยอมปล่อยเอ็งมาได้ล่ะ” เจ๊แสงถามด้วยความสงสัย 

“โชคช่วยฉันไว้นะสิ จ่าสมคิดกับจ่าสมหมายมาบอกว่ามีคนแจ้งความว่ามีคนตายพอดี” 

“อ้อ ใช่ ข้าก็เพิ่งรู้เหมือนกัน บ้านนางสอนน่ะ ลูกสะใภ้มันตายเมื่อเช้ามืดวันนี้เอง” 

“จริงเหรอเจ๊” ไอ้น้ำถามด้วยความตกใจเพราะเขาเพิ่งได้ยินชื่อนี้จากแม่เมื่อไม่กี่วันก่อน ไม่นึกว่าอีกฝ่ายจะมีจุดจบที่รวดเร็วเช่นนี้ 

“เออสิวะ ข้าจะปดเอ็งทำไม” 

“เจ๊รู้ไหมว่าทำไมเขาถึงตาย ป่วยตายเหรอ” ไอ้น้ำไม่กล้าคิดเป็นอื่นว่าอีกฝ่ายตายเพราะช้ำในหรือเปล่า 

“นางพัดมันใหลตาย เอ็งรู้จักไหม ไอ้น้ำ” 

“ไอ้ที่นอนหลับแล้วตายไปเสียเฉยๆ น่ะหรือ” 

“นั่นแหละ” 

“น่าสงสารเขาน่ะเจ๊ เห็นแม่ฉันบอกว่าอายุรุ่นราวคราวเดียวกับฉันเอง ไม่น่าตายเร็วเลย” 

“โอ๊ย ข้าว่านางพัดมันตายไปเสียได้คงจะดีกว่าอยู่นะไอ้น้ำ โดนไอ้สินซ้อมเช้าซ้อมเย็นแบบนั้น ใครมันจะไปทนไหว” 

“แล้วคุณพัด...เอ่อ เมียพี่สินน่ะ ทำไมไม่เลิกกับพี่สินให้รู้แล้วรู้รอดล่ะเจ๊ จะทนทำไม” ไอ้น้ำไม่รู้จะเรียกคำนำหน้าพัดว่ายังไง เพราะเขาไม่เคยคุยหรือพบหน้าอีกฝ่าย 

“ใครว่ามันทน มันหนีไปตั้งหลายครั้งแล้ว แต่ก็โดนไอ้สินเอาตัวกลับมาได้ทุกครั้งไป กลับมาได้ก็จับซ้อมจนแทบหยอดน้ำข้าวต้ม” 

“แล้วไม่มีใครแจ้งตำรวจเหรอ” ไอ้น้ำไม่เข้าใจ เพื่อนบ้านปล่อยให้เรื่องพวกนี้เกิดขึ้นได้ยังไง 

“เรื่องของผัวเมียใครเขาจะอยากยุ่ง ถ้าพวกมันดีกัน คนที่แส่เข้าไปก็หมาน่ะสิวะ” 

“แต่มันไม่ถูกนะเจ๊ นี่มันทำร้ายร่างกายชัดๆ” 

“เออ ก็อย่างว่าเรื่องผัวเมีย แล้วไอ้สินก็ดุอย่างกับหมาใครจะกล้าเสี่ยง แล้วนี่เอ็งจะกลับแล้วรึ นึกว่าจะอยู่ลุ้นหวยกับข้าก่อน” เจ๊แสงถามเพราะเห็นไอ้น้ำเดินไปหน้าประตูเตรียมจะกลับ 

“ไม่ละเจ๊ ฉันขอไปเผือกเรื่องบ้านนั้นก่อน” 

“เอ็งจะไปทำไม คนตายไม่มีอะไรน่าดู” 

“ช่างฉันเถอะเจ๊ ไปละนะ” 

“เออ ไปดีมาดี” 

ไอ้น้ำออกจากบ้านเจ๊แสงตรงดิ่งไปยังท้ายตลาด เขาไม่คุ้นกับบ้านป้าสอนและพี่สินเท่าไหร่นักเพราะไม่ค่อยได้ไปมาหาสู่ แต่เมื่อเดินมาถึงก็สังเกตเห็นบ้านที่เกิดเหตุได้ไม่ยาก เพราะชาวบ้านในละแวกนั้นต่างพากันมามุงอยู่บริเวณหน้าบ้านของป้าสอน 

ความคิดเห็น