nabu-palace

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 970

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ส.ค. 2562 15:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2
แบบอักษร

 

ตอนที่ 2 

 

“เจ๊แสง” ไอ้น้ำส่งเสียงเรียกเพื่อเป็นการบอกให้อีกฝ่ายรู้ตัวก่อน 

“มาแล้วหรือ เกือบไม่ทันนะเอ็ง” เจ๊แสงทัก เพราะตอนนี้เกือบสิบเอ็ดโมงแล้ว เจ้ามือใกล้จะปิดรับหวย 

“รีบสุดๆ แล้วเนี่ย เอ้า...นี่เจ๊ ของงวดนี้” ไอ้น้ำยื่นกระดาษที่ปริ๊นต์ออกมาสดๆ ร้อนๆ ให้เจ๊แสง 

“งวดนี้หลายบาทเลยนี่หว่า ได้เปอร์เซ็นต์เยอะแน่เอ็ง” 

“อันนี้ของฉันนะ เจ๊หักเงินที่ต้องให้ฉันไปเลย” เจ๊แสงรับกระดาษอีกใบมาพร้อมทำตาโต 

“งวดนี้เล่นหนักมือนะเอ็ง” 

“งวดนี้งวดเดียวแหละเจ๊” คำพูดเหมือนแม่น้อยเป๊ะ แม่ลูกตัวอย่าง เชื้อไม่ทิ้งแถว 

“ไม่อยากพูดหรอก แต่ก็ขอให้ถูกหวยนะ ไอ้น้ำ” แน่ละ การที่มีลูกค้าถูกหวยย่อมแปลว่าเจ๊แสงจะต้องควักเงินจ่ายไปนั่นเอง 

“ขอบใจนะเจ๊” 

“อืม” 

ระหว่างที่เจ๊แสงกำลังก้มหน้าก้มตากดเครื่องคิดเลขคำนวณเงินอย่างมันมือ ไอ้น้ำก็เรียกอีกฝ่าย “นี่ เจ๊แสง”  

“อะไรวะ” เจ๊แสงตอบโดยไม่เงยหน้า มือก็กำลังจดอะไรยิกๆ ลงในสมุดเล่มใหญ่ 

“เจ๊ไม่คิดเปลี่ยนวิธีรับโพยหวยบ้างเหรอ สมัยนี้อะ เขาส่งผ่านเน็ตกันหมดแล้ว” ไอ้น้ำเสนอความเห็น 

“ข้าเคยคิด แต่คนแถวนี้ใช้กันเป็นที่ไหนล่ะ มีแต่คนแก่ทั้งนั้น ใครเขาจะยอมเปลี่ยน เห็นไหม กระดาษล้นบ้านไปหมด ปิดงวดทีข้าต้องเผาทำลายทิ้งทันที เดี๋ยวพ่อมาเห็นเข้า ข้าได้นอนคุกกันพอดี” เจ๊แสงพูดพลางถอนหายใจ ใช่ว่าหล่อนไม่กลัวตำรวจ คนทำผิดย่อมไม่ถูกกับคนปราบปรามอยู่แล้ว 

“ค่อยๆ ลองเปลี่ยนดูไหม แล้วเจ๊เองก็ลองใช้คอม...คอมพิวเตอร์อะ เพื่อมาเก็บเลขหวยที่เขาส่งมา ใช้งานไม่ยากหรอก เดี๋ยวฉันสอนให้ก็ได้” 

“ยุ่งยากเปล่าๆ ข้าไม่เอาหรอก” เจ๊แสงบอกอย่างขี้เกียจ 

“เจ๊ไม่กลัวตำรวจเหรอ” 

“ไอ้น้ำ ไอ้ปากเสีย ตบปากเลยนะเอ็ง” เจ๊แสงยกมือเหมือนจะตบหัวไอ้น้ำ มันเลยรีบหดคอโดยอัตโนมัติ 

“เจ๊อะ ฉันเสนอด้วยความหวังดี” 

“ขอบใจเอ็งมาก แต่ไม่ต้องเป็นห่วง ข้าจ่ายไว้หลายตังค์อยู่ ไม่มีตำรวจหน้าไหนมาจับข้าหรอก ถ้าจะจับก็ไปจับอีภานู่น” เจ๊แสงหมายถึงเจ้ามือหวยรายใหญ่อีกคนของหมู่บ้าน หล่อนชื่อเจ๊ภา อายุอานามพอกันกับตัวเอง 

เคยได้ยินคนในตลาดเล่าว่า ที่สองคนนี้ไม่ถูกกันไม่ใช่เพราะทำธุรกิจเดียวกันหรอก แต่เพราะเจ๊ทั้งสองเคยแย่งผู้ชายคนเดียวกันต่างหาก ถามว่าผู้ชายเลือกใครไหม ก็เปล่า ไม่เลือกเลย ทั้งที่อกหักกันทั้งคู่แต่ก็ยังเกลียดกันอยู่ดี 

ไอ้น้ำฟังแล้วไม่เข้าใจสักนิด ทำไมผู้หญิงถึงเข้าใจยากขนาดนี้ 

“แล้วนี่จะกลับเลยหรืออยู่รอลุ้นหวยกับข้าที่นี่ก่อน” เจ๊แสงพูดทำลายภวังค์ของไอ้น้ำ 

“กลับเลยดีกว่าเจ๊ มีงานค้างอยู่ที่บ้าน เดี๋ยวแม่กลับมาบ่นอีก ฉันไม่อยากฟังจนหูชา” 

“กลับบ้านดีๆ ล่ะ ถ้าถูกหวยเดี๋ยวข้าให้คนเอาเงินไปให้” 

“ขอบใจจ้ะเจ๊” ไอ้น้ำตอบพลางลุกเตรียมจะกลับบ้าน 

เจ๊แสงถอนหายใจเบาๆ แล้วพูดขึ้นโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย “เอ็งก็นะ กลับไปหางานทำที่กรุงเทพฯ ไม่ดีกว่าหรือ มาเป็นเด็กเดินโพยหวยให้ข้า มันก็ไม่ได้ดี ไม่มีอนาคตขึ้นมาหรอก เสียดายความรู้ที่แม่เอ็งอุตส่าห์ส่งไปร่ำไปเรียน ที่พูดเนี่ยเพราะข้าเป็นห่วง เห็นเอ็งมาตั้งแต่เด็กหรอกนะ”  

“ขอบใจเจ๊มากนะที่เป็นห่วงฉัน แต่ช่างฉันเถอะ เดี๋ยวฉันเบื่อก็กลับเองแหละ เจ๊ไม่ต้องห่วงฉันหรอก” ไอ้น้ำรีบบอกปัด เมื่อคืนเขาก็เพิ่งถูกน้องสาวบ่นมาเอง เช้านี้ยังไม่อยากฟังซ้ำอีก 

 

เมื่อกลับมาถึงบ้าน ไอ้น้ำก็เข้าห้องนอน ปิดประตูเงียบ เขาเปิดโน้ตบุ๊กอีกครั้งและเริ่มลงมือทำงานที่พี่จากที่ทำงานเก่าให้ความเมตตาส่งงานนอกมาให้ ทำให้เขามีเงินใช้ประทังชีวิตในระหว่างตกงานอยู่อย่างนี้ เรื่องนี้เขาไม่เคยบอกใครเพราะคิดว่าไม่มีใครเข้าใจในงานที่เขาทำอยู่ 

“พี่บาส ผมส่งงานเฟสที่สองให้ทางเมลแล้วนะครับ” ไอ้น้ำโทรหาพี่บาส คนหางานให้เขาโดยไม่มีสำเนียงเหน่ออย่างปกติที่พูดกับคนแถวบ้าน  

“ขอบใจมากว่ะ ถ้าติดปัญหาอะไรจะเมลกลับไปบอกก็แล้วกัน ถ้าเรียบร้อยเดี๋ยวพี่จะโอนเงินเข้าบัญชีให้เหมือนเดิมนะ” 

“ขอบคุณครับ” 

“เป็นยังไงบ้างน้ำ เบื่อบ้านหรือยัง อยากกลับมาทำงานที่นี่ไหม” พี่บาสถาม 

“ยังไม่เบื่อเลยพี่ ตอนนี้ผมหาอะไรสนุกๆ ทำได้แล้ว อีกอย่างผมยังไม่พร้อมกลับไปเลย” น้ำตอบเสียงเบา ใจเขายังไม่อยากกลับกรุงเทพฯ 

“อย่าคิดมากล่ะ เดี๋ยวทุกอย่างก็ดีขึ้นเอง เชื่อพี่” 

“ขอบคุณครับ” 

“ถ้ามากรุงเทพฯ ก็โทรหาพี่ด้วย อย่าลืมล่ะ” 

“แน่นอนครับ” น้ำพูดคุยกับปลายสายอีกสองสามประโยคก่อนจะวางสายไป 

เขาหันไปมองนาฬิกาอีกครั้ง 

ฉิบหาย สี่โมงแล้ว หวยออกเลขอะไรวะ! 

ไอ้น้ำรีบลนลานเปิดเว็บตรวจหวยทันที เมื่อเห็นตัวเลขที่ออก ดวงตาของเขาก็พร่างพราวระยิบระยับราวกับดวงดาว 

 

งวดประจำวันที่ 01 เดือน xx พ.ศ. 25xx 

รางวัลเลขท้ายสองตัว ได้แก่ 39 

 

เชี่ยยยย!!! กูถูกหวยเว้ยยยยย 

ชายหนุ่มกรีดร้องราวกับถูกรางวัลที่หนึ่ง ทั้งที่เขาถูกแค่เลขท้ายสองตัวเท่านั้น แต่มันคือการถูกหวยครั้งแรกในชีวิต และมันมาจากน้ำพักน้ำแรงของเขาที่ตามป้าๆ ไปขูดเลขมา 

ดวงคนจะดี มันช่วยไม่ได้นะครับ  

ดวงใครดวงมันเนอะ ป้า  

ไอ้น้ำกล่าวไว้อย่างนั้น เขานึกถึงคำพูดของป้าๆ เมื่อวานแล้วขำจนหัวเราะเสียงดังลั่น ป่านนี้บรรดาสามป้านั่น และคนในตลาดที่เชื่อป้าคงพากันร้องไห้น้ำตาแตกไปแล้วแน่ๆ  

รีบไปบอกแม่ดีกว่า 

“แม่!...แม่!!!” ไอ้น้ำตะโกนเรียกแม่ตั้งแต่วิ่งลงจากบันไดบ้านจนถึงสวน 

“อะไรกัน เจ้าน้ำ เสียงดังมาแต่ไกล หูข้าจะแตกอยู่แล้ว” 

“แม่... แม่จ๊ะ” เพราะวิ่งมาไม่หยุด ไอ้น้ำเลยต้องกลืนน้ำลาย ปรับการหายใจจากความเหนื่อยหอบ 

“อะไรวะ เรียกอยู่นั่น แล้วนี่วิ่งมาตลอดทางเลยสิท่า เจ้าฝน ไปตักน้ำให้พี่เขาหน่อย” 

“แม่ อย่าเอาใจพี่น้ำมากได้ไหมเนี่ย ตัวเองอยากวิ่งมาตลอดทางทำไมกันล่ะ” น้ำฝนบ่นกระปอดกระแปดแต่ก็ลุกไปตักน้ำจากกระติกให้พี่ชายแต่โดยดี 

“อย่าบ่นนัก แค่เจ้าน้ำคนเดียวก็ทำให้ข้าปวดกบาลมากพอแล้ว” 

“แม่...แม่” น้ำเรียกแม่ซ้ำอีก เมื่อการหายใจกลับมาเป็นปกติ 

“อะไรวะ เรียกข้าอยู่นั่น ทำไม มีอะไร” 

“ฉันถูกหวยจ้ะแม่” น้ำบอกแม่ด้วยความตื่นเต้น 

“เออ ถูกหวยก็ดีแล้ว มาบอกข้าทำไม” แม่น้อยไม่เห็นว่าการที่ลูกชายถูกหวยนั้นจะต้องรีบกระวีกระวาดวิ่งมาหานางแต่อย่างใด 

“แม่ก็เหมือนกันไงจ๊ะ เลขนั้น...น่ะ” ไอ้น้ำทิ้งท้ายไว้เสียงเบา ดวงตามีเลศนัย ความลับระหว่างสองแม่ลูก 

“โอ๊ย เจ้าน้ำ อภิชาตบุตรของแม่ เอ็งไม่ทำให้ข้าผิดหวัง โอ๊ย ข้าหายใจไม่ทัน” แม่น้อยถึงกับหายใจกระหืดกระหอบด้วยความดีใจที่นางใจป้ำลงทุนซื้อหวยไปตั้งห้าสิบบาท! 

ปล่อยให้น้ำฝนยืนงงเกาหัวแกรกๆ กับปฏิกิริยาของมารดา ว่ากะอีแค่พี่ชายถูกหวยทำไมต้องทำท่าดีใจจนจะเป็นลมแบบนั้นด้วย 

 

หลายวันต่อมา ไอ้น้ำนอนพิงหมอนอิงอยู่ตรงชานเรือนบนบ้าน ยกขากระดิกสบายอารมณ์ พร้อมกับแทะเมล็ดแตงโมอย่างเมามัน ท่านอนแบบนี้ถ้าน้ำฝนมาเห็นคงโวยวายว่านอนกระดิกตีนสบายเลยนะ แต่เดชะบุญ น้ำฝนไปโรงเรียนจึงไม่ได้มาเห็น คนที่เห็นกลับเป็นแม่ของเขาไปเสียได้ 

“โอ้โฮ ลูกข้า กระดิกตีนเพลินเลยนะเอ็ง” ก็คิดว่าเจ้าฝนไม่อยู่แล้วเขาจะรอด แต่ไอ้น้ำก็คิดผิด องค์แม่นั้นหนักกว่าน้องสาวอยู่มากนัก 

“โห แม่อะ” ไอ้น้ำพูดได้เท่านี้ก็เงียบกริบทันที ไม่กล้าพูดอะไรอีก เพราะเห็นสีหน้าของแม่แล้วเขาก็รู้สึกขยาดเสียวสันหลังไม่น้อย กลัวจะไม่ได้กินข้าวเย็น ชายหนุ่มเลยเอาขาลง และขยับลุกขึ้นนั่งให้หลังตรงอีกนิดทั้งที่กำลังนอนสบาย 

“เมื่อไหร่จะกลับไปทำงานทำการที่กรุงเทพฯ เสียที อยู่นี่ก็ไม่ได้ทำอะไรให้เป็นประโยชน์เล้ย มีแต่เปลืองข้าวเปลืองน้ำ อ้อ เปลืองไฟอีกต่างหาก” แม่น้อยบ่นเสียงดังขณะลงนั่งข้างไอ้น้ำ เจ้าตัวรู้อยู่รีบบีบนวดขาแม่อย่างเอาใจ 

“อย่าบ่นฉันสิแม่” น้ำพูดเสียงอ่อยๆ หวังจะให้แม่เห็นใจและเลิกพูด 

“ข้าไม่รู้หรอกนะว่าเอ็งมีปัญหาอะไรที่กรุงเทพฯ ถึงได้กลับบ้านกะทันหันแบบนี้ แต่ก็เอาเถอะ โตๆ กันแล้ว ข้าเองก็ไม่อยากยุ่งเรื่องของเอ็งนักหรอก แต่มันเปลืองไฟเปลืองข้าวเว้ย”  

“ขอบใจจ้ะ แต่ฉันกินไม่จุหรอกแม่ ยายฝนนู่นกินเยอะกว่าฉันอีก” ไอ้น้ำถือคติว่าใครไม่อยู่ก็ซวยไป 

“เอ้อ...ข้าได้ยินมาว่าบ้านที่อยู่ตรงท้ายตลาด ลูกนางสอนซ้อมเมียอีกแล้ว ข้าละสงสารเมียมันเสียจริง” 

“บ้านไหนเหรอจ๊ะ” ไอ้น้ำถาม เพราะเขาไม่รู้เลยว่ามีเหตุการณ์แบบนี้ด้วย 

“ก็บ้านนางสอนที่ลูกชายชื่อสินไง จำได้ไหม มันแต่งเมียเข้าบ้านเมื่อปีก่อน อันที่จริงไอ้สินก็อายุอานามยังไม่มากนักหรอกแค่สามสิบปลายๆ แต่เมียที่แต่งเข้ามาน่ะสิ ยังสาวอยู่เลย รุ่นๆ เอ็งล่ะมั้ง พอแต่งเมียเด็ก ก็หึงหน้ามืดตามัวไปหมด หนักเข้าก็เริ่มซ้อมเมีย เมียมันชื่อพัด ถ้าไม่ตาเขียวก็แขนขาเขียวเป็นจ้ำตลอด ไม่รู้ทนอยู่ได้ยังไง” 

“ฉันไม่รู้เลยจ้ะว่าพี่สินเขาแต่งงานใหม่” น้ำรู้จักสินเพราะคนในละแวกนี้ก็คุ้นหน้าคุ้นตากันทั้งนั้น 

“เออ ข้าก็ลืมไปว่าเอ็งคงไม่ทันรู้เรื่องกับเขาหรอก เพราะเพิ่งกลับมาอยู่บ้าน” 

“จ้ะ แล้วนี่พี่สินเขาก็ซ้อมเมียอีกแล้วเหรอแม่” 

“อืม เห็นว่าแฟนเก่านางพัดมาหา คงมาขอคืนดีหรือเปล่าข้าก็ไม่ค่อยรู้หรอกนะ ไอ้สินมันก็หึงตามปกติของมันนั่นแหละ นางพัดก็เจ็บตัวเหมือนเคย” 

“ขนาดแม่ไม่ค่อยรู้นะจ๊ะ ยังได้ข้อมูลมาแน่นขนาดนี้ ฉันนึกว่าแม่ย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านนั้นเสียอีก” 

“บ๊ะ! ไอ้น้ำ ไอ้ลูกตัวดี” แม่น้อยค้อนลูกชายวงใหญ่ 

“แม่เพิ่งบอกว่าฉันเป็นอภิชาตบุตรเมื่อวันก่อนเองนะจ๊ะ” ไอ้น้ำล้อเลียนคำพูดของแม่ในวันที่ถูกหวย 

“ว่าข้าเข้าไปเถอะ ระวังนรกจะกินหัวเอ็ง” 

“ขอโทษจ้ะ” น้ำยกมือไหว้แม่ แต่ก็ไม่ได้สำนึกอะไรนัก แค่ทำพอเป็นพิธีให้แม่เลิกบ่น 

“เอ็งก็เหมือนกัน ถ้ามีเมียก็อย่าไปทุบตีเขาเข้าล่ะ ลูกใครใครเขาก็รัก พ่อแม่เขามาเห็นมาเจอเข้าจะรู้สึกยังไง แม่ก็ไม่ชอบเหมือนกันถ้าจะมีคนมาทุบตีเอ็งหรือยายฝน” 

“ฉันรู้จ้ะ และไม่มีวันทำแบบนั้นหรอก” น้ำตอบแม่ พร้อมกับที่ใบหน้าของชายหนุ่มเศร้าหมองลง 

“อย่าลืมกินข้าวกินปลาด้วย ข้าไปสวนก่อนละ” 

“จ้ะแม่” คล้อยหลังแม่ น้ำก็รู้สึกอ่อนแรง ร่างกายค่อยๆ เอนตัวลงจนพิงหมอนอิงได้นั่นแหละ เจ้าตัวจึงเริ่มแทะเมล็ดแตงโมต่อพร้อมกับนิ้วเท้าที่กระดิกไม่หยุด 

 

เพลาดีเวียนบรรจบ ประสบพบอีกครา  

สิบห้าหมุนเวียนมา จะรอช้าอยู่ทำไม 

พูดมาขนาดนี้แล้ว วิ่งสิครับ หวยเด็ดอยู่ทางไหน รอพี่ด้วย... 

ไอ้น้ำวิ่งมาเต็มฝีเท้า พอเข้าตลาดก็เริ่มชะลอความเร็วลง แสร้งทำเหมือนแค่มาเดินจับจ่ายใช้สอยเลือกซื้อของ แต่หูที่คั่นสมองนั้นกางออกราวกับจะแผ่เรดาร์เพื่อหาเลขเด็ด ชายหนุ่มเดินเมียงๆ มองๆ เข้าไปใกล้แผงขายผักของนางแช่ม ใกล้หวยออกแบบนี้ มันต้องมีเลขเด็ดมาบ้างสิวะ 

“นี่นางเล็ก นางสาย ข้าได้ยินมาว่ามีคนกู้ซากเรือเก่าได้ตรงท่าน้ำหน้าวัดว่ะ อาจจะมีเลขเด็ดก็ได้นะเว้ย” นางแช่มเริ่มฝอย 

“ก็ซากเรือธรรมดาๆ หรือเปล่าวะนางแช่ม ไม่เห็นต้องทำดีอกดีใจอะไรขนาดนั้น” นางเล็กทำท่าไม่ค่อยสนใจพลางบ่นนางแช่ม 

“เอ็งไม่รู้อะไร ซากเรือธรรมดาที่ไหนกัน ไม้ตะเคียนเชียวนะเอ็ง จะใช่แม่ตะเคียนหรือเปล่า แล้วข้ายังได้ยินมาอีกว่ามีคนถูกผู้หญิงใส่ชุดไทยหน้าตาสะสวยเข้าฝัน บอกให้ช่วยเอานางขึ้นจากน้ำที นางหนาว ถ้าช่วยนางได้ นางจะตอบแทนเป็นลาภก้อนโต” 

“จริงหรือวะ นางแช่ม” นางสายชักตื่นเต้น 

“ฮึ่ย ข้าเคยหลอกเอ็งรึ” นางแช่มพูดอย่างไม่สบอารมณ์ 

“ข้าก็แค่ถามดู ไม่ได้จะหาว่าเองมุสาอะไรหรอก แล้วไงต่อ” นางสายรีบพูดประจบเอาใจเพราะกลัวนางแช่มจะไม่เล่าต่อ 

“วันนี้ข้าเลยกะว่าจะไปดูเลขเสียหน่อย ทั้งเอ็งทั้งนางเล็กต้องไปกับข้าด้วยล่ะ” 

“แน่นอน” นางเล็กและนางสายรับปากพร้อมกัน 

“จะไปไหนกันเหรอจ๊ะ ป้าทั้งสามคน” ถึงเวลาแล้วที่ไอ้น้ำจะแสดงตัว 

“ท่าน้ำหน้าวัด” นางแช่มพยายามตอบให้สั้นที่สุด เพราะไม่อยากบอกไอ้น้ำ หวยงวดก่อนมันก็ทำนางพลาดไปแล้วรอบหนึ่ง คิดแล้วยังโมโหไม่หาย ลงทุนไปตั้งหลายร้อย  

“ไปทำอะไรกันจ๊ะ” ไอ้น้ำถามต่อทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ 

“ก็ไปหาเลขน่ะสิ เผื่อเป็นแม่ตะเคียนจริงก็อาจถูกหวยชุดใหญ่ เอ็งไปไหมล่ะไอ้น้ำ” นางสายผู้ไม่เคยคิดอะไรกล่าวชักชวนชายหนุ่ม 

“นางสาย ไปชวนมันทำไม เดี๋ยวพวกเราก็ไม่ถูกหวยอีกหรอก” นางแช่มหันไปโวยวายใส่นางสาย 

“แหม...ป้าอย่าโกรธฉันเลยน่า ก็ป้าบอกเองว่าดวงใครดวงมัน ป้าให้ฉันไปด้วยเถอะนะจ๊ะ ถ้าฉันเห็นเลข ฉันจะบอกป้าแน่นอนจ้ะ” ไอ้น้ำพยายามเอาหน้าตาขาวๆ ซื่อๆ นั้นออดอ้อนป้าแช่ม 

“เออ ก็ได้ๆ  คืนนี้ อย่าลืมล่ะ” 

“ได้เลยป้า ฉันไม่ลืมแน่นอน” ไอ้น้ำรับปากก่อนเดินผิวปากออกจากตลาดพลางคิดในใจ  

...คืนนี้สนุกแน่เว้ย  

ภารกิจตามหาหวยเด็ดเริ่มขึ้นแล้ว 

 

“แม่จ๊ะ นี่จ้ะ” ไอ้น้ำยื่นอะไรบางอย่างให้แม่น้อย 

“อะไรของเอ็ง” 

“แม่ดูไม่ออกหรือ เงินไงแม่” 

“แล้วมาบอกข้าทำไม” แม่น้อยไม่เข้าใจยังก้มหน้าตักข้าวเข้าปากอยู่ 

“อะไรของพี่น้ำ” น้ำฝนบ่นออกมาเหมือนกัน 

“ก็เงินไง นี่ฉันให้ เอาไว้เป็นค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ากิน ค่าอะไรก็แล้วแต่แม่เลยจ้ะ” น้ำจับมือแม่ขึ้นมาก่อนวางเงินจำนวนหนึ่งลงไป 

“เงินอะไรวะ ข้าไม่เอาหรอก เอ็งตกงานอยู่ไม่ใช่หรือไง” แม่น้อยทำท่าจะไม่รับน้ำใจจากบุตรชาย 

“รับไปเถอะ ฉันอยู่บ้านก็ไม่ได้อยู่เฉยๆ เปล่าๆ ปลี้ๆ ฉันมีงานพิเศษทำจ้ะ” ไอ้น้ำตอบ 

“งานพิเศษ วิ่งหาเลขและซื้อหวยน่ะเหรอ พี่น้ำ” น้ำฝนพูดเหน็บแนมพี่ชาย เพราะเธอไม่เห็นพี่ชายทำอะไรนอกจากหาเลขเด็ดไปวันๆ 

“จริงอย่างยายฝนมันว่า เอ็งเอาแต่ไปเสาะหาเลขเด็ด จะเอาเวลาที่ไหนไปทำงาน” 

“โห แม่ เห็นฉันไม่ได้ความขนาดนั้นเลยเหรอ ฉันมีงานพิเศษทำอยู่จ้ะ จากที่ทำงานเก่าน่ะ” 

“หรือวะ” แม่น้อยถามซ้ำเพราะยังไม่ปักใจเชื่อ 

“จ้ะ ฉันเพิ่งได้เงินมาสดๆ ร้อนๆ ก็เลยเอามาให้แม่นี่ไง” 

“ไม่เป็นไรหรอก มีเอ็งมาเพิ่มอีกคนข้าก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร ไม่เห็นหรือว่าข้าเลี้ยงพวกเอ็งจนโตมาได้ขนาดนี้แล้ว” 

“แต่ฉันอยากให้นี่จ๊ะ ก่อนหน้านี้ฉันก็ให้แม่เสมอ ยิ่งฉันกลับมาบ้าน เงินทองก็แทบไม่ได้ใช้ พอฉันได้เงินมาก็อยากเอามาให้ ฉันจะบอกให้นะแม่ อยู่ที่นี่เงินเหลือมากกว่าตอนที่ฉันอยู่กรุงเทพฯ ด้วยซ้ำ แถมยังได้อยู่กับแม่กับยายฝนอีก แม่ว่าไม่ดีหรือ” 

“เอ็งกลับมาอยู่บ้าน ข้าก็ดีใจ แค่ไม่อยากให้เอ็งลอยไปลอยมา อายุก็เพิ่มขึ้นทุกวันๆ ไม่มีอนาคตเป็นหลักแหล่งแบบนี้ถ้าไปขอเมียบ้านไหน ใครเขาจะยกลูกสาวให้” แม่น้อยเตือนด้วยความเป็นห่วงและหวังดีต่อบุตรชาย 

“ฉันไม่แต่งงานหรอก อยู่กับแม่ฉันก็มีความสุขดี” 

“จะอ้วก ฉันจะคอยดู วันไหนเจอผู้หญิงบ้านไหนแล้วมาบอกให้แม่ไปขอให้ ฉันจะเอาคำพูดนี้มากรอกหูพี่” น้ำฝนพูดพลางตักข้าวเข้าปากต่อ 

“รับไว้นะแม่ ให้ฉันสบายใจ” ไอ้น้ำหรี่ตามองน้องสาวแต่ก็ไม่ได้สนใจจะตอบกลับ คะยั้นคะยอให้แม่รับเงิน 

“เออ ก็ได้ ถ้าไม่มีเงินแล้วมาขอ ข้าไม่ให้คืนนะเว้ย” ในที่สุดแม่น้อยก็ใจอ่อนยอมรับเงินนั้น  

“...” ไอ้น้ำไม่ตอบแค่เพียงยิ้มกว้าง เพราะเขารู้ดีว่าแม่ให้เขาได้ทุกอย่างนั่นแหละ  

คืนนั้นพอเก็บสำรับอาหารเย็นเสร็จ ไอ้น้ำก็รีบกุลีกุจอช่วยแม่น้อยล้างจาน ท่าทางกระตือรือร้นเกินปกติจนน้ำฝนยิ้มแปลกใจในความขยันของพี่ชาย ร้อยวันพันปีมีแต่ใช้น้ำฝนไปล้างจานแทนตัวเอง  

วันนี้วันอะไรกัน ไหนจะเอาเงินให้แม่ ช่วยแม่ทำงาน ไปกินอะไรผิดสำแลงมาหรือเปล่า 

 

 

ความคิดเห็น