จำปีหอม

เตรียมพบกับรูปเล่มค่ะ

ชื่อตอน : 2 รีอัพ

คำค้น : สายป่าน,ดราม่า,โจนาธาน,ศิวนาถ,จำปีหอม,วาย,นิยายรอตีพิมพ์

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 76

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ส.ค. 2562 21:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
2 รีอัพ
แบบอักษร

 

โจนาธานมองภาพในมืออย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง ภาพที่อัดมาในขนาดเอสี่เห็นหน้าสายป่านอย่างชัดเจน น้องกำลังหัวเราะกับผู้ชายคนอื่นมากหน้าหลายตาในสถานที่ต่างๆกัน ทั้งโรงหนังและบาร์เหล้า มือสั่นเทาหยิบมือถือมากดโทรออกหาเบอร์ที่คุ้นเคยทันที มือถือเครื่องนี้เขาเก็บเงินซื้อให้น้องตั้งแต่ปีแรกที่จากกัน เพราะสายป่านไม่มีมือถือหรือโน้ตบุ๊คส่วนตัว ต้องไปใช้ที่โรงเรียนซึ่งไม่สะดวกในการติดต่อกันเลย สัญญาณรอสายดังยาวจนสัญญาณตอบรับเข้าระบบฝากข้อความแต่โจนาธานยังไม่ย่อท้อเขากดโทรออกอีกครั้งและอีกครั้ง กว่าสายป่านจะรับก็หลังจากสายตัดเป็นครั้งที่8 

“พี่โจ มีอะไรหรือเปล่า ทำไมโทรหาป่านเวลานี้ล่ะ” เสียงใสดังขึ้น เวลาที่ทีแลนด์ต่างกับเอแลนด์ถึง10ชั่วโมง พวกเขาจึงไม่ได้โทรหากันทุกวัน ส่วนใหญ่จะเป็นเพียงข้อความเสียมากกว่า โดยเฉพาะยามค่ำที่ทีแลนด์ สายป่านเคยบอกว่าต้องช่วยงานพวกคุณแม่ชีดูแลเด็กเล็กกินอาหารเย็นและเก็บล้าง โจนาธานเคยเชื่อเสมอมาจนกระทั่งวันนี้ 

“ป่านอยู่ที่ไหน” ชายหนุ่มถามเสียงแข็ง 

“ป่านไปทำรายงานบ้านเพื่อนมา ตอนนี้กำลังกลับครับ” น้องพูดหอบๆ 

“เปิดกล้องเดี๋ยวนี้” สายป่านอิดออดอยู่ครู่หนึ่งก่อนกล้องจะเปิดขึ้นเผยให้เห็นว่าน้องกำลังอยู่ริมถนน 

“หันกล้องไปรอบๆให้พี่เห็นว่าอยู่ที่ไหน” โจนาธานสั่งซ้ำ หัวใจของเขาบีบรัดจนเจ็บปวด ทำไมน้องต้องโกหกด้วย หากบอกมาว่าไม่รักเขาก็จะยอมเข้าใจแท้ๆ เสียงเรียกชื่อสายป่านดังมาแว่วๆ น้องมีท่าทางลนลานขึ้นมา 

“พี่โจ ป่านต้องไปแล้ว พรุ่งนี้ป่านโทรหานะ” สายป่านตัดสายไปทิ้งให้โจถือมือถือค้างอยู่โดยไม่รู้เลยว่าอีกด้านเกิดอะไรขึ้น 

“ป่าน โต๊ะสิบเรียกป่านไปหาน่ะ ระวังตัวด้วยนะ เมากันทั้งโต๊ะเลย” หญิงสาวกระซิบ เธอทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟที่ร้านเหล้าแห่งนี้ที่สายป่านมาทำงานพิเศษในคืนวันศุกร์และเสาร์ เจ้าตัวอายุไม่ถึงเกณฑ์แต่เจ้าของร้านเห็นว่าเป็นเด็กดีน่าสงสารจึงรับไว้ให้ช่วยงานด้านหลัง แต่วันนี้แขกมากจริง ๆเพราะเป็นวันเสาร์สิ้นเดือนทำให้สายป่านต้องออกมาช่วยหน้าร้านเป็นบางครั้งด้วยการยกอาหารจากครัวมาวางไว้ที่สเตชั่นให้พวกเธอยกไปเสิร์ฟอีกที จึงมีลูกค้าเห็นสายป่าน บางคนก็เรียกใช้ แต่บางคนก็หยาบช้ากว่านั้นเพราะใบหน้าน่ารักของเด็กตรงหน้า 

สายป่านรีบยัดมือถือใส่กระเป๋ากางเกงพลางปลอบใจตัวเองและหญิงสาว “ป่านจะระวัง ถ้าเห็นท่าไม่ดีป่านจะรีบเรียกพี่แจ๊คเลย” เด็กหนุ่มหมายถึงผู้จัดการร้านที่เอ็นดูเขาไม่น้อย 

“อืม รีบไปเถอะ” หญิงสาวพยักหน้าให้ แม้จะเป็นห่วงแต่งานของเธอก็ยุ่งมากเช่นกัน ได้แต่ภาวนาให้มันไม่มีอะไรเกิดขึ้น 

“ขอโทษที่ทำให้รอครับ ลูกค้าจะสั่งอะไรดีครับ” สายป่านยกกระดาษโน้ตขึ้นรอจด 

“พี่ไม่อยากจะสั่งอะไรหรอก แค่อยากให้น้องป่านมานั่งดื่มเป็นเพื่อนพี่เท่านั้นเอง” เสียงอ้อแอ้จากปากคนเมาดังขึ้นตามด้วยเสียงหัวเราะอย่างถูกใจของคนในโต๊ะ มือหยาบเอื้อมมาคว้าแขนสายป่านแต่ด้วยความเมาทำให้เด็กน้อยหลบได้ทัน 

“ป่านนั่งด้วยไม่ได้หรอกครับ ยังทำงานอยู่เลยเดี๋ยวผู้จัดการว่าเอา” สายป่านอ้าง 

“เฮ้ย...จะว่าได้ไง พี่กับผู้จัดการที่นี่รู้จักกัน น้องป่านมานั่งนี่ ถ้าแจ๊คมันว่าเดี๋ยวพี่จัดการกับมันเอง” คนเมายังไม่ยอมเลิกรา ท่าทางคงเป็นลูกค้าที่มาบ่อยไม่น้อยจึงสามารถเรียกแจ๊คอย่างสนิทสนมเช่นนี้ได้ 

“ขอโทษจริง ๆ ครับ ถ้าพี่ไม่สั่งอะไรแล้วผมขอไปดูแลโต๊ะนั้นก่อนนะครับ แขกเรียกแล้ว” สายป่านชี้ไปยังโต๊ะถัดไปที่มีคนกวักมือเรียกและตอนนี้เขาอยู่ใกล้ที่สุดในขณะที่พนักงานคนอื่น ๆ เดินกันขาขวิด เด็กหนุ่มไม่รอคำตอบเลี่ยงไปอย่างรวดเร็ว 

“รับอะไรดีครับ” แม้ไม่ค่อยได้ออกมาช่วยด้านหน้าแต่สายป่านก็เห็นพี่ๆทำงานจึงพอจะทำได้คล่อง 

“โต๊ะโน้นเขาทำอะไรเราหรือเปล่า” ชายหนุ่มคนที่กวักมือเรียกสายป่านถาม 

“ขอบคุณครับ ลูกค้าเมาน่ะครับ อย่าใส่ใจเลย” สายป่านบอกปัด ฝืนยิ้มให้ลูกค้า หวังว่าคงไม่เป็นอย่างโต๊ะที่แล้วนะ 

“ดีแล้ว เอากับแกล้มมาให้พี่สามอย่างแล้วกัน อะไรก็ได้” ชายหนุ่มสั่งง่ายๆ สายป่านรับคำแล้วขอตัวโดยมีสายตาคู่คมจากคนที่ไม่เปิดปากเลยมองตาม ขณะที่แขกขี้เมาโต๊ะแรกเกิดอาการเขม่นกับแขกโต๊ะหลัง เป็นช่วงเวลาที่ในร้านไม่ยุ่งเท่าช่วงแรกแล้ว สายป่านจึงถูกแจ๊คผู้จัดการร้านไล่ให้เข้าไปทำงานหลังร้านเช่นเดิม 

“รีบเข้าหลังร้านไปเก็บขวดเลยน้องป่าน เดี๋ยวใครเห็นว่าพี่จ้างเด็กอายุไม่ถึงเกณฑ์มาทำงานพวกพี่ได้ตกงานกันหมด อาหารนี่เดี๋ยวให้คนอื่นไปเสิร์ฟ” สายป่านจึงปลอดภัยจากคนเมา เพราะโต๊ะคนเมาถูกลากออกไปซ้อมด้านนอกเสียแล้ว 

“สาแก่ใจมึงหรือยังวะศิ ต้องให้ลูกน้องกูออกแรงจนได้นะ” ทิวากรยืนมองพวกคนเมานอนคลุกฝุ่นอยู่บนพื้นส่วนหลังของลานจอดรถ 

“หรือมึงจะให้กูลงมือเอง” ศิ หรือศิวนาถเลิกคิ้ว 

“กระผมไม่กล้าใช้องค์ชายหรอกพ่ะย่ะค่ะ” ทิวากรประชด เขาทำธุรกิจในเมืองนี้มายาวนาน ไม่มีอะไรที่เขาทำไม่ได้ ศิวนาถที่เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมแวะมาเยี่ยมจึงมากันมาดื่มกินที่ร้าน ไม่คิดว่าคนเลือดเย็นอย่างเพื่อนเขาจะยอมออกปากให้เขาช่วยลูกกระต่ายน้อยในร้านเสียได้ 

“รู้ก็ดี” ศิวนาถยักไหล่ เขาเพียงแค่สงสารเด็กตาโตที่วิ่งทำงานไม่ได้หยุด ดูก็รู้ว่าไม่ใช่เด็กใจแตก คงจะยากจนจึงต้องมาทำงานที่นี่ ศิวนาถนับถือคนที่ไม่ย่อท้อต่อชะตาชีวิตเสมอ หากมันตราไม่เกิดการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงระบบการปกครอง ป่านนี้เขาคงเป็นเจ้าชายรัชทายาทแห่งมันตรา แต่คนอย่างศิวนาถไม่สนใจ เขาสามารถใช้ธุรกิจสร้างเงินและอาณาจักรให้ตัวเองได้ 

“แล้วเมื่อไหร่มึงจะแวะมาหากูอีกวะ ยังคุยกันไม่หายมันเลย” 

“ไม่รู้เหมือนกัน อาจจะเป็นเดือนเลยก็ได้ กูคิดจะขยายตลาดที่มันตราอาจจะยุ่งสักหน่อย” 

“นั่งเครื่องยังไม่ถึง4ชั่วโมงเลย ถ้ามึงไม่ว่างกูจะไปก่อกวนให้ถึงที่” ทิวากรแกล้งขู่ ทั้งคู่คุยกันอีกเล็กน้อยก่อนจะแยกกัน 

หลังจากสอบปลายภาคเสร็จแล้ว สายป่านก็จะได้เป็นนักเรียนชั้นมัธยมปลายปีสุดท้ายเสียที ช่วงปิดเทอมสามเดือนเพื่อนๆพากันไปเรียนกวดวิชา บ้างไปท่องเที่ยวกับครอบครัว ส่วนสายป่านนั้นตั้งใจจะทำงานพิเศษเต็มเวลา จะได้เก็บเงินให้ได้มาก ๆ แม้ว่าคนที่หวังจะสร้างอนาคตด้วยจะติดต่อไม่ได้มาพักใหญ่แล้ว เด็กหนุ่มได้แต่ปลอบใจตัวเองว่าโจเพิ่งเริ่มทำงานคงจะยุ่งมาก เขายังคงส่งข้อความไปให้อีกฝ่ายทุกวันโดยไม่บอกว่าแอบทำงานพิเศษ เพราะเขาอยากให้โจภูมิใจ ข้อความขึ้นว่ามีคนอ่านแล้วแม้ไม่มีการตอบรับก็ยังดีกว่าไม่อ่าน สายป่านปลอบตัวเองก่อนจะเชิดหน้าขึ้นยิ้มรับลูกค้าคนแรก วันนี้เขาเป็นเด็กเดินตั๋วหนังที่โรงภาพยนตร์ในเมือง นอกจากได้เงินแล้วเขายังได้ดูภาพยนตร์ฟรีๆอีกด้วย ได้ทำงานในห้องปรับอากาศเย็นฉ่ำในหน้าร้อนแบบนี้นับว่าดีไม่น้อย 

หลังจากเลิกงานกะแรกแล้ว พฤหัสถึงอาทิตย์ตอนเย็นสายป่านก็จะไปทำงานที่ร้านเหล้าที่เดิมเพราะค่าแรงดีแถมพวกพี่ๆยังแบ่งทิปให้เขาด้วย จนเงินเก็บที่มีตอนนี้น่าจะพอค่ามัดจำกับค่าเช่าห้องยามต้องจากไปเรียนที่อื่น เพราะเขาอยากเป็นจิตแพทย์แต่ก็รู้ตัวดีว่าเรียนไม่เก่ง สายป่านเป็นเด็กหัวกลางๆอาศัยว่าขยันจึงเกรดออกมาดีพอสมควรแต่ไม่รู้ว่าจะดีพอที่จะต่อมหาวิทยาลัยหรือเปล่า เด็กหนุ่มตบหน้าตัวเองเบาๆเป็นการให้กำลังใจและเตือนสติตนเอง 

“เราต้องพยายามสิ หากเป็นหมอก็ยืนข้างพี่โจได้ พี่จะไม่อายใครเพราะป่าน” สายตามุ่งมั่นกลับมาอีกครั้ง เด็กหนุ่มได้ออกไปช่วยงานในเคาน์เตอร์บาร์ แม้จะเป็นการหยิบโซดาหรือน้ำอย่างอื่นส่งให้พนักงานเสิร์ฟและเก็บขวดเขาก็ยังสนุกกับมัน ยามที่ลูกค้าไม่ยุ่งยังได้ฟังเรื่องเล่าหลากหลายจากแขกหน้าเคาน์เตอร์อีกด้วย แม้ว่ามีแขกไม่ดีบ้างแต่พวกพี่บาร์เทนเดอร์ก็จะช่วยเขาโดยการให้ขนขวดไปทิ้งบ้าง ทำให้พอเอาตัวรอดมาได้ 

เคาน์เตอร์บาร์จะอยู่ค่อนมาทางฝั่งนั่งชิลมากกว่าฝั่งเวทีที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าเต้นกระจาย นอกจากโซฟาเข้าชุดที่วางกระจายกันตามที่ได้รับการออกแบบมาอย่างดีแล้ว ยังมีโทรทัศน์อีกหลายจุดอีกด้วย ในยามมีคอนเสิร์ตก็สามารถถ่ายทอดทั้งภาพและเสียงมาถึงด้านนี้แต่คืนนี้แต่ละช่องก็เปิดภาพยนตร์บ้างช่องข่าวบ้างสลับกันไป สายป่านมองตามสายตาของลูกค้าที่คุยกับตนอยู่ไปยังโทรทัศน์ด้านข้าง 

“น้องป่านเร่งเสียงให้พี่หน่อย พี่อยากได้ยินชัดๆ” สายป่านรีบหยิบรีโมตปรับเสียงให้ลูกค้าทำให้เขาพลอยได้ยินเสียงจากเนื้อข่าวอย่างชัดเจน 

“งานแต่งงานยิ่งใหญ่แห่งปีนี้คงไม่พ้นงานของคุณเจสสิก้าทายาทคนเดียวของซันนี่กรุ๊ปที่มีโรงแรมทั่วเอแลนด์และคุณโจนาธาน ทายาทคนโตของแฮริสันกรุ๊ปค่ะ ดูความอลังการของชุดเจ้าสาวสิคะ อีกทั้งยังขบวนเพื่อนเจ้าสาวอีกได้ยินว่าสั่งตัดจากดีไซน์เนอร์ชื่อดัง เฉพาะค่าชุดก็หลักล้านแล้วนะคะ น่าอิจฉาเจ้าสาวจริง ๆ” 

สายป่านไม่ได้ยินว่านักข่าวสาวพูดอะไรต่อ หูของเขาอื้อไปหมด ชาไปทั้งตัวเจ็บปวดเกินที่จะบรรยายออกมาได้ จนลูกค้าหันมาเห็นเข้าก็ตกใจ 

“น้องป่านร้องไห้ทำไม” เพียงแค่คำถามสั้นๆเหมือนมีใครสักคนมาปลดสวิตช์ความอดทนของสายป่าน เด็กน้อยที่มักมีแต่รอยยิ้มแหกปากร้องไห้โฮดังลั่นจนพี่ๆตกใจ มีสองคนเข้ามาช่วยพยุงสายป่านไปด้านหลัง หากผู้จัดการรู้เข้าคงไม่ดีกับตัวสายป่านเท่าไหร่นัก แต่ช้าเกินไป ร่างสูงของแจ๊คก้าวยาวๆมาถึงเสียแล้ว 

“มีลูกค้าไปฟ้องพี่ว่าป่านร้องไห้ ใครแกล้งอะไรน้อง” แจ๊คถามกวาดตามองไปรอบ ๆแต่ไม่มีใครมีพิรุธสักคนเดียว 

“ไม่มีใครแกล้งน้องหรอกแจ๊ค ผมนั่งอยู่ตลอด อยู่ดี ๆ น้องก็ร้องไห้ขึ้นมา” แขกคนที่ขอให้เร่งเสียงโทรทัศน์บอก เขาไม่เฉลียวใจเลยว่าเป็นเพราะข่าวนั้น เพราะเด็กอย่างสายป่านใครจะนึกถึงว่ามีความเกี่ยวข้องกับตระกูลแฮริสัน 

“เอา ใครก็ได้พาน้องเข้าไปพักไป ให้กลับบ้านไปเลยก็ได้ ร้องขนาดนี้ท่าทางจะทำงานต่อไม่ไหวแล้ว” แจ๊คบ่น ดวงตาทอแววสงสารวูบหนึ่งเมื่อเห็นว่าสายป่านร้องไห้จนแทบจะขาดใจ รวมถึงสายตาคมของศิวนาถที่มองมาด้วย 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น