Evil..Gray

เขาและเธอนั้นต่างกันแค่ไหนเราจะไปช่วยลุ้นความซื่อกับความมึนนั้นไปพร้อมๆกันเลยยยย ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนทุกคนนะคะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 11

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย Yuri

คนเข้าชมทั้งหมด : 26

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ก.ย. 2562 19:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 11
แบบอักษร

 

ตอน.. 11 

 

 

 

[Past มินตรา ] 

 

ฉัน..มิ้นหรือ 

           ..มินตรา กิจญติ.. 

           เป็นเพื่อนอีกคนในกลุ่มของตินที่รู้ทันยัยตินเกือบทุกอย่าง ฉันเป็นกุลสตรีไทยศรีบางช้างซึ่งไม่ได้เป็นหรือเลือดผสมชาติอื่นแบบเพื่อนๆในกลุ่มหรอก ส่วนวันๆฉันก็จะเถียงๆอยู่แต่กับเมจ พูดเลยว่าฉันเหมือนจะเป็นคนที่รู้อะไรช้าสุดในกลุ่มแล้วล่ะมั้งนะ บางทีก็ชอบโดนแกล้งประจำ แต่ฉันก็รักพวกมันนะ ส่วนความโสดมันยังอยู่กับฉันไม่ไปไหน ดูท่าแล้วมันจะชอบฉันมากเลยแหละ ติดหนึบมาก สละไม่ได้ซะที 55 

           'หรืออาจจะเพราะ..ฉันต้องการแค่เพื่อนสามคนนี้ก็ไม่รู้นะ ทำให้ไม่อยากไปหาที่อื่นมาเพิ่มความปวดหัว'  

           ก็อาจเป็นไปได้นะ.. 

 

           วันหยุดนี้พวกเพื่อนๆนัดกันว่าจะไปเดินเล่นห้าง แต่ฉันบอกเอาไว้ว่าต้องมารับและขอทางบ้านให้ฉัน ซึ่งเมจบอกจะเป็นคนจัดการเรื่องนี้เอง  

 

..พูดถึงเมจ 

 

           ช่วงนี้ ก่อนหน้านี้และคงต่อจากนี้ เมจมันเปลี่ยนไปนะ จะบอกว่าเปลี่ยนไปคนละคนเลยก็คงไม่ใช่ ฉันก็ไม่ใช่ไม่รู้ว่าเมจมันดีขึ้นคงเพราะสมองมันเริ่มโตล่ะมั้ง แต่ยิ่งแปลกคือมันไม่ยอมมาเถียงฉันบ่อยๆไม่ยอมมาหาเรื่องต่อปากต่อคำกับฉันแล้ว  

           'หรือเมจจะเริ่มเบื่อ'  

           ถ้าเมจเบื่อแล้วฉันจะเถียงกับใครล่ะทีนี้ มันก็เหงาปากนิดหนึ่งอ่ะนะจากที่แต่ก่อนมันชอบแกล้งฉันประจำ แต่ทุกวันนี้เปลี่ยนมาทำเหมือนเทคแคร์กันแบบละมุนๆซะงั้น  

           'ขนลุก'..(ปวดขี้) 

 

           ฉันก็ไม่ใช่เด็กเล็กที่ไม่รู้จักอะไรเลย ก็คงพอๆกับยัยตินนั้นแหละ รายนั้นก็ไม่เบานะจะบอกให้ มันจริงใจก็จริง รักใครก็รักคนนั้นเลยก็จริง แต่ถ้าเป็นเรื่องของความรู้สึก บอกได้เลยว่ามันขี้หึง ขี้หวง หึงหวงโหดซะด้วย แบบเหมือน..เมียหลวงไล่ตบเมียน้อยในละครหลังข่าวเลยยยย มันไม่เคยมีแฟนนะแต่ที่ฉันพูด ฉันเปรียบเทียบกับเพื่อนสนิทนี่แหละ มันหวงเพื่อนมากๆกลัวว่าจะมีคนไม่ดีมาทำร้ายจิตใจเพื่อนในกลุ่ม บอกแล้วว่าแต่ละคนเขาจริงใจ 

 

           เข้าเรื่องต่อ..ฉันน่ะก็โตแล้ว โตพอที่จะรู้จักกับความซับซ้อนของกลไกหัวใจ แต่ฉันไม่เคยรู้สึกกับใครหรือจะเรียกว่าฉันปิดกั้นก็ได้ ฉันแค่มีเพื่อนสามคนนี้ก็อยู่ได้แล้ว โดยเฉพาะ..เมจ เมจมันทำให้หัวเราะ หาเรื่องนู้นเรื่องนี้มาพูดพร่ำของมันได้ทั้งวัน ทำให้ฉันไม่เบื่อ ยิ่งพักหลังตามใจฉันขึ้นดูนู้นทำนี่ให้ตลอด ฉันก็เหมือนจะยิ่งเอาแต่ใจกับมันเพราะมันปฏิบัติแบบนั้นให้ฉัน แต่จะเซ็งก็ตอนแค่กำลังสนุกๆอยู่แล้วดันมีผู้หญิงคนอื่นเดินเข้ามาขัดเสียงหัวเราะเนี่ยแหละ 

 

ในห้าง.. 

 

           เมื่อเดินช้อปได้ถุงนึง จู่ๆเมจมันก็เดินมาใกล้ๆและบอกจะถือของให้ ถุงช้อปในมือฉันก็ลอยออกไปจากมือฉันไปอยู่ที่มือเมจทันที พอปฏิเสธมันก็เดินนำหน้าไปซะงั้น  

           'อยากถือนักใช่มั้ย!..อะเค'  

           ฉันก็ให้ถือนะ ดีซะอีก หุหุ 

 

           เมื่อเราทุกคนกำลังเดินๆอยู่นั้น เมจก็บอกว่าปวดท้องกะทันหัน แต่กลายเป็นว่าลากฉันออกไปด้วย ฉันจะไม่ยอมก็ไม่ได้ของๆฉันเมจมันถืออยู่หนิ เมื่อเดินพ้นสายตาเพื่อนอีกสองคนปุ๊บเมจก็ลากมือฉันให้ไปอีกทาง ส่วนฉันก็งงเลยเอ่ยถาม เพราะถ้าไปเข้าไม่ทันเดี๋ยวได้เป็นข่าวหน้าหนึ่งแน่ๆ  

 

           'พาดหัวข่าว!! เด็กสาววัยกำลังโต หน้าตาดี รร...? ขี้แตกกลางห้างสรรพสินค้าใจกลางเมือง ทำให้ผู้คนไม่กล้าไปใช้บริการหลายวัน55' 

 

           ถ้าเป็นแบบนั้นจริง เมจมันก็คงต้องมุดแผ่นดินหนี แต่คำถามของฉันดันไม่ได้คำตอบอะไรและได้คำถามใหม่มาแทนเรื่องเสื้อ ฉันนิ่งเงียบและเริ่มรู้สึกว่ามือเราจับกันอยู่ ฉันจึงมองไปที่มือของเราสองคนแล้วทำหน้าให้เมจมันรู้ตัวเหมือนกัน แต่..เมจรู้อยู่แล้ว?  

           'ไม่สนใจกันอีกนะ เชอะ!'  

           ยืนพูดยืนมองหน้ากัน แต่แวบเดียวเท่านั้นฉันนึกหมั่นไส้ขึ้นมากับคำพูดบ้าบอที่เดี๋ยวนี้ชอบมาพูดกับฉันและมือมันไวด้วย เลยจิ้มหัวมันไปแรงๆอีกสักทีสองที 

 

           ส่วนเรื่องเพื่อนอีกสองคนที่รออยู่ ฉันก็แค่ถามนิดเดียวเองแต่เมจมันพูดยาวเป็นหางว่าว ฉันเถียงไม่ทันอ่ะรอบนี้  

           'ปล่อยๆไปก่อนแล้วกัน'  

           เมื่อเดินเล่นซื้อนู้นกินนี่ไปเรื่อยพักนึง ก็มีผู้หญิงหน้าตาน่ารักเข้ามาทักเมจและพอผู้หญิงเข้ามาเท่านั้นแหละ เมจมันรีบปล่อยมือฉันทันทีเลย  

           'ยังไงนิสัยเดิมๆก็ยังอยู่ เห้ออออ ฉันคิดว่าแกจะเปลี่ยนหมดแล้วซะอีกนะ'  

           ฉันยืนมองสองคนคุยกันโดยที่ฉันก็เว้นระยะห่างให้กับความเป็นส่วนตัวของเมจ ..พูดอะไรกันก็ไม่รู้ ไม่ได้ยิน แต่เห็น! ผู้หญิงคนนั้นหอมแก้มเมจและเดินจากไปพร้อมรอยยิ้ม แต่ผิดกับเมจที่ดูจะทำหน้าแหยๆมาให้ฉัน 

 

           "มิ้น มันไม่ใช่แบบที่มิ้นคิดนะ"  

           เมจรีบเดินมาหาฉันและพูดอธิบายให้ฉันด้วยท่าทีอย่างร้อนรน  

 

           "อะไร?..แล้วเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ"  

           ฉันตอบกลับไปด้วยความที่ยังงง มาอธิบายให้ฟังทำไมก็ไม่รู้เพราะฉันเริ่มชินแล้ว แค่ข้างในมันเบื่อๆเฉยๆ 

 

           "เกี่ยวสิ ทำไมจะไม่เกี่ยว"  

           เมจพูดเสียงเย็นลงถนัดตาแล้วใช้สายตาเศร้าๆมามองกัน 

           'หรือน้องคนเมื่อกี้บอกเลิกมันก่อนนะ??' 

 

           "เกี่ยวยังไง?"  

           ฉันถามไปอีกครั้งเพราะที่เห็นๆอยู่ก็ไม่มีอะไรเกี่ยวกับฉันเลย ยกเว้นของของฉันที่เมจถือให้กับใจที่เริ่มหวิวๆกับการกระทำนี้ 

 

           "เห้ออออ เปล่าหรอก..ไปเหอะ"  

           เมจเลือกจะไม่ตอบฉันต่อพร้อมกับทำหน้าทำตาหูตกเหมือนหมาโดนดุ 

 

           'ทำไมล่ะ?..ทำไมไม่พูดไม่ตอบ ชอบก็บอกชอบมาสิจะเก็บไว้ทำไม' 

           ฉันคิดแล้วก็อมยิ้มกับวิธีจีบและการเนียนจับมือฉันของเมจ ที่ตอนนี้ก็มาจับใหม่แล้วเดินไปต่อยังไม่ปล่อย  

           'ถ้าเป็นคนอื่นฉันชกหน้าไปและ..แต่นี่..เป็น..เพื่อนหรอกนะ' 

 

           ที่ทำเหมือนไม่คิด ทำเหมือนไม่สนใจ ทำเหมือนไม่รู้ แต่จริงๆใครจะรู้ล่ะว่าเป็นยังไง จริงมั้ยคะ ถ้าเจ้าตัวไม่พูดเอง 

 

[ Past มาร์ธา ] 

 

           เมื่ออุ้มน้องไปวางเสร็จ ฉันเงยหน้าไปมองและเห็นว่าน้องสลบไปแล้ว ฉันจึงห่มผ้าห่มให้พร้อมกับปิดไฟปิดผ้าม่าน เปิดไฟโคม เมื่อเปิดไฟเสร็จฉันก็เดินไปนั่งที่เก้าอี้มุมห้อง..แต่ใครจะเห็นแบบที่ฉันเห็นล่ะ  

           'หึ..เด็กเน้อเด็ก พี่ผ่านมานานแล้วน้องเอ๋ย'  

           การที่คนตัวเล็กทำเหมือนอยากรู้ว่าฉันยังอยู่ในห้องรึเปล่า โดยการบิดขี้เกียจและหรี่ตามองไปมา ซึ่งมัน..เนียนมากกกกก 

 

           ฉันเห็นแบบนั้นจึงจะสั่งสอนเด็กดื้อสักหน่อย  

           'แกล้งกันได้ไง อดทนมาหลายวันมากอ่ะสำหรับเธอ'  

           ฉันจะลงแดงอยู่แล้ว ยิ่งตอนกลางคืนยิ่งแล้วใหญ่ได้แต่ช่วยตัวเองกับมือ 

 

           ฉันเดินเข้าไปนอนลงที่เตียง ซุกตัวเองเข้าใต้ผ้าห่มและตะแคงตัวเพื่อดึงตัวหอมๆมากอดไว้ ฉันทำการเริ่มคลอเคลียโดยใช้จมูกและปาก วนอยู่แถวๆแก้มกับต้นคอ ส่วนล่างก็ขยับให้แนบชิดมากขึ้นพร้อมกระชับกอด  

 

           ฉันรีบกระซิบบอกน้องว่าฉันรู้  

           'ก็ไม่อยากจะทำกับคนที่(แกล้ง)สลบอยู่หนิ' 

           แต่น้องดันเงียบและไม่โต้ตอบอะไร ฉันเลยพูดเตือนเป็นครั้งสุดท้ายซึ่งก็ยังได้ความเงียบกลับมา มือขวาที่พร้อมมากๆเลื่อนลงไปบีบสะโพก และนั้นแหละ!..ตัวเล็กรีบลืมตาทันทีแล้วหันมาโวยวายใส่  

           'น่ารักจังมุมนี้ น่ารักจนจะแตกโดยไม่ต้องสอดใส่..'  

           ใช่!ฉันจะแตกอยู่แล้ว ทำไมมันยิ่งรุนแรงมากขึ้นล่ะ ฉันตัดสินใจพลิกตัวน้องนอนหงายและก้มลงไปจูบปากดูดปากทันที โทษฐานที่แกล้งให้ทรมาน ดูเหมือนตัวเล็กจะตกใจกับการกระทำของฉัน แต่ฉันก็ไม่ยอมขยับออกห่างเพราะยิ่งเสียดสีมันยิ่งเสียว เป้าที่ตุงเต็มที่พร้อมจะเจอกับความนุ่มนิ่มอบอุ่นข้างในของติน ซึ่งน้องดูไม่ค่อยใส่ใจเรื่องที่มีมังกรฉันทิ่มสะโพกเธออยู่ด้วยนะ 

           'หรือว่ารู้..แล้วจะรู้ได้ไง? บ้า!น้องไม่รู้หรอก' 

 

           "ด..เดี๋ยวก่อนค่ะ" 

           ตินพยายามดันไหล่ฉันออกและพูด ฉันขมวดคิ้วจ้องตาขณะที่ใบหน้าเราสองคนห่างกันไม่ถึงคืบ 

 

           "มีอะไรอีกคะ!?..ตินรู้มั้ย ว่าพี่รักตินตั้งแต่เจอติน พี่ก็รู้สึกมีอะไรเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นมากๆเลย ดีขึ้นกับทุกคนด้วย ตินก็รักพี่และพี่ก็รักติน ในเมื่อเรารู้สึกเหมือนกันขนาดนี้ ตินคงไม่ว่าอะไรใช่มั้ยคะกับเรื่องแค่นี้?"  

           ฉันส่งใบหน้าที่อ้อนสุดฤทธิ์ตามความรู้สึกที่ฉันพูดไปเมื่อกี้ เผื่อน้องจะเห็นใจ 

 

           "แต่..ตินยังไม่พร้อม" 

           ตินคะ ตินพร้อมๆไปเหอะ พี่จะลงแดงลงเขียวลงเหลืองเป็นไฟจราจรแล้วนะ 

 

           "พี่จะไม่ไหวอยู่แล้วนะ ตอนนั้นแค่คิดถึงหน้าตินพี่ก็เหมือนจะเสร็จแต่มันก็ไม่เสร็จอ่ะ ถ้าไม่ลองกับตินก่อน นะๆ"  

           ฉันพูดอธิบายให้ตัวเองดูน่าสงสารและเอาหัวไปถูบริเวณหัวไหล่โดยยกตัวอย่างเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นมาให้ฟังดูน่าเชื่อถือ 

 

           "ทำไม!!..แสดงว่า ถ้าลองกับตินแล้วจะไปทำกับคนอื่นต่อใช่ป่ะ"  

           ตินพูดแล้วมองหน้าด้วยสายตาที่เหมือนหึงกันและหน้าเริ่มแดงๆ ซึ่งทำให้ฉันรู้ว่าที่พูดยกตัวอย่างไปมันไม่ทำให้น้องสงสารแต่จะทำให้ไม่ยอมกันเลยมากกว่า 

           'เขินหรือโกรธวะ?' 

 

           "ม..ไม่ใช่นะ ไม่ใช่! ที่รักฟังเค้าก่อน"  

           ฉันปฏิเสธพร้อมกอดแน่นกว่าเดิม กันเอาไว้ก่อนเผื่อน้องจะลุกหนี 

 

           "ปล่อย!ไม่ต้องมาจับ"  

           อะไรอ่ะ ให้ตายยังไงก็ไม่ปล่อยเพราะฉันมันไม่ตายอยู่แล้ว 

 

           "จะเป็นอะไร ก็เคยนอนกอดกันแล้วหนิ"  

           ฉันตอบกลับไปหวังจะให้น้องเลิกดิ้น 

 

           "ไอบ้า!นั้นแค่กอดเฉยๆที่ไหนล่ะ"  

           งงฉันงง ก็คืนนั้นที่ฉันไปหาแค่นอนกอดหนิ น้องหน้าแดงอีกแล้วและดูเหมือนครั้งนี้จะแดงกว่าครั้งไหน หันหน้าหนีอีก เห้อ.. 

 

ขอย้อนอีกนิสสส... 

           คืนนั้นที่ฉันไปบุกบ้านตัวเล็ก เมื่อฉันเดินเข้าไปในห้องที่คุณแม่ตินบอกไว้ ฉันก็นั่งเล่นเกมส์ในมือถือจนตอนนั้นเป็นเวลา 01:00 น. ฉันแอบย่องเบาเปิด/ปิดประตูและทำการเดินให้เบาที่สุดเท่าที่จะเบาได้ เอาตัวเองสอดเข้าไปในผ้าห่มแล้วถือวิสาสะกอดติน โดยที่ตินนอนหงายแล้วฉันกอดรัดตินไว้ ส่วนหัวก็นอนทับที่ไหล่ของติน มันก็แค่นั้นนะ อ๋อออ..ฉันแอบหอมสองแก้มด้วย 

 

           "ก็พี่นอนกอดตินไว้เฉยๆนะคะหรือพี่ทำอย่างอื่น?"  

           พยายามคิดทบทวนแล้วนะหรือมีมากกว่าที่ฉันนึกออก 

 

           "ไม่ต้องมาพูด!!..ปล่อย ถ้าไม่ปล่อยจะถีบแล้วนะ อยากกลับบ้าน.."  

           ประโยคคำสั่งทั้งที่แก้มแดงแบบนี้จะกลัวดีมั้ยเนี่ย เป็นประโยคคำสั่งที่น่ารักที่สุดเลย 

 

           "ไม่ให้กลับ..พี่โทรบอกคุณพ่อคุณแม่ตินไว้แล้ว"  

           ฉันฉลาดมั้ยล่ะ555 

 

           "ไม่เชื่อ..พวกกะล่อน!ตินเลิกชอบเลิกรักทันมั้ยปะเนี่ย"  

           อะไรอ่ะ ต้องขนาดนั้นเลยหรอ 

 

           "ไม่ทันค่ะยังไงก็ต้องเป็นของพี่อยู่วันยังค่ำ และตอนนี้ถ้าตินไม่พร้อม พี่ขอร้อง..ช่วยพี่ทีนะคะ ไม่อยากช่วยตัวเองแล้ว แบบนั้นมันแตกยากมากๆ เมื่อยมือ"  

           ฉันพูดออกไปตามความจริงก่อนจะเอื้อมมือไปจับมือน้อง ให้มาสัมผัสกับความใหญ่ที่แข็งจนจะระเบิดของฉัน ตินกำลังจะชักมือออกเหตุเพราะตกใจ แต่ฉันจับมือไว้ได้และให้มาจับอยู่ที่เดิม   "อาาาาาา อืมมมมม" 

 

           "ท..ทำไม? พี่คะทำไมถึงเป็นแบบนี้!!!" 

           ตัวเล็กถามแบบตกใจสุดขีดและจากนั้นก็.. 

 

กรี๊ดดดดดดดด...!! 

 

           'โอเค..น้องเพิ่งจะรู้เรื่องนี้' 

           ฉันเอามือมาปิดหูแทบไม่ทันเพราะเสียงที่ดังเป็นหมื่นๆเดซิเบลก็ยังวิ้งๆในหูของฉัน แม่งเอ้ย! หมดอารมณ์ รู้สึกถึงความหดเหี่ยวไร้เรี่ยวแรงเฉาตายไปอย่างหมดอาลัยตายอยาก  

           'นี่คือ..อนาคตฉันใช่มั้ย เธอชั่งมีอำนาจในการจัดการทุกอย่างจริงๆ'  

           หมดแล้ว..ชีวิตที่เคยสุขสมได้ง่ายๆ  

 

           "โอเคๆ พี่ไม่ทำอะไรแล้วค่ะ แค่นอนกอดเฉยๆเนอะ"  

           ไม่มีอารมณ์จะขึ้นและ นอนกอดไปด้วยกันจนเช้าก็ได้วะ เศร้าใจชิบ  

           "ฝันดีนะคะ"  

           ฉันบอกฝันดีและจุ๊บที่ขมับไปทีนึง แต่กว่าจะจุ๊บกว่าจะกอดได้ก็เล่นเหนื่อยอยู่แหละ ดูน้องจะตกใจมากๆเลย 

 

 

 

 

... 

 

 

 

 

#เบื่อเค้ารึยัง มันคือเรื่องแรกของเค้า ถ้าไม่ดีหรือไม่เข้าใจตรงไหนก็อย่าว่าแรงมากนะ มันจะตะเตือนใต 

 

มิ้นคือยังไง? สรุปก็ชอบเมจหรือไม่ชอบนะ 

 

มาร์ธาก็ให้ดูน่าสงสารไปก่อน ยังไงก็ยังไม่ได้น้องหรอก ให้เฉาตายไปเลยยยย55 ดีป่ะทุกคน (พลังอำนาจจะอยู่กับคนที่ใหญ่สุดในบ้าน) ใช่มั้ย?555 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น