จำปีหอม

เตรียมพบกับรูปเล่มค่ะ

ชื่อตอน : 1 รีอัพ

คำค้น : สายป่าน,ดราม่า,โจนาธาน,ศิวนาถ,จำปีหอม,วาย,นิยายตีพิมพ์

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 241

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ส.ค. 2562 13:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
1 รีอัพ
แบบอักษร

 

“น้องป่าน นี่พี่โจครับจะมาอยู่กับเราตั้งแต่วันนี้หนูช่วยพาพี่โจไปห้องนอนได้ไหมลูก ขอพ่อคุยกับคุณเจ้าหน้าที่ก่อนแล้วจะตามไป” บาทหลวงทิโมธี่ แลนซ์ บาทหลวงวัยกลางคนผู้ดูแลโบสถ์แห่งแสงสว่างและบ้านเด็กกำพร้าบอกเด็กชายวัย10ขวบที่ยืนทำตาแป๋วอยู่ สายป่านเป็นเด็กที่ถูกทิ้งไว้หน้าโบสถ์แสงสว่างแห่งนี้ตั้งแต่เป็นทารก เจ้าตัวอยู่มานานกว่าใครบาทหลวงทิโมธี่จึงไว้ใจให้ช่วยเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆในบางครั้ง เด็กชายเป็นเด็กจิตใจดีจึงยินดีช่วยทุกอย่างที่คุณพ่อทิโมธี่ไหว้วานด้วยความเต็มใจ 

“ได้ครับคุณพ่อ พี่โจตามป่านมาเลย” เจ้าเด็กตัวเล็กกว่าวัยตบอกอย่างภูมิใจ ทำให้คนที่เห็นพากันยิ้มด้วยความเอ็นดูแม้แต่โจที่เพิ่งสูญเสียครอบครัวด้วยอุบัติเหตุไปจนหมดยังหลุดยิ้มออกมานิดหนึ่ง 

เจ้าตัวเล็กเห็นโจยิ้มยิ่งดีใจจูงมือพี่ชายคนใหม่เดินไปด้านหลังของโบสถ์ มีสนามหญ้าอยู่ตรงกลาง สองฟากเป็นอาคารสองชั้นสภาพเก่าโทรมเหมือนกันตั้งประจันหน้าเข้าหากัน บริเวณสนามหญ้ามีเด็กหลายวัยวิ่งเล่นกันอยู่ เด็กโตหน่อยก็จับกลุ่มคุยกันใต้ร่มไม้ 

“ฝั่งโน้นเป็นหอหญิง  เลยเข้าเป็นที่พักของพวกคุณแม่ พวกเราอยู่หอชายฝั่งนี้ พี่โจนอนกับผมนะ” สายป่านดึงมือโจขึ้นไปชั้นบน ปากก็อธิบายเรื่องต่างๆเจื้อยแจ้วจนโจลูบศีรษะอย่างเอ็นดู คนที่ญาติยังไม่ต้องการเช่นเขาได้เจอเด็กน้อยมาชวนคุยแบบนี้ก็หายเหงาไปได้บ้าง เขามาอยู่แบบนี้ดีกว่าจริงๆ โจมีแววตาเกรี้ยวกราดเมื่อนึกถึงเรื่องที่เพิ่งผ่านมาไม่นาน 

“พี่จอร์ชเสียไปแบบนี้ แล้วตาโจจะอยู่กับใครล่ะพี่” 

“เธอก็รับไปสิ ยังไม่มีลูกนี่ ของพี่มีสองคนก็จะเลี้ยงไม่ไหวอยู่แล้ว พี่เกรซก็ไม่มีญาติที่ไหนแล้วนี่” 

“ไม่ไหวหรอก สามีหนูเขาไม่ชอบเด็ก” เสียงญาติๆคุยกันอย่างไม่กลัวว่าเขาจะได้ยินดังขึ้นต่อหน้าศพของพ่อแม่ที่ยังไม่ทันได้ฝัง โจนั่งเงียบอยู่นานทนฟังไม่ไหว 

“ไม่ต้องกังวลหรอกครับ ผมจะไปอยู่บ้านสงเคราะห์เอง พวกอาจะได้ไม่ลำบาก” โจอายุ16ปีแล้ว โตพอจะเข้าใจว่าโลกนี้ไม่สวยหรูดังทุ่งลาเวนเดอร์ แม้ว่าตอนที่พ่อแม่ของเขายังมีชีวิตอยู่จะเคนช่วยญาติพ่อน้องเหล่านี้ไว้มากแค่ไหน แต่มนุษย์เราย่อมเห็นแก่ตัวทั้งนั้น เด็กหนุ่มเป็นคนโทรหาประชาสงเคราะห์ด้วยตัวเองและขอไปอยู่บ้านสงเคราะห์ที่เมืองอื่น เขาให้เหตุผลว่าไม่อยากอยู่ที่ที่มีความทรงจำของพ่อกับแม่ ประชาสงเคราะห์ของเมืองเขาจึงได้ส่งโจมาที่เมืองซีซิตี้ประเทศทีแลนด์แห่งนี้ชั่วระยะนั่งรถ 4 ชั่วโมงจากบ้านเดิมของเขา ทรัพย์สมบัติที่เหลืออยู่คือบ้านและเงินประกันชีวิตของพ่อกับแม่เจ้าหน้าที่ประชาสงเคราะห์จัดการให้แน่ใจว่าทุกบาททุกสตางค์จะตกเป็นของโจและเขาจะได้รับมันเมื่ออายุ20ปีบริบูรณ์ 

ชีวิตที่โบสถ์แสงสว่างแห่งความหวังไม่ได้แย่ แม้ไม่อาจเรียกว่าดีเลิศแต่เด็ก ๆทุกคนได้กินอิ่ม มีที่นอนอุ่นเพียงพอในหน้าหนาวและได้เสื้อผ้าใหม่ตามเทศกาล มีเด็กเกเรมารังแกสายป่านบ้างแต่โจก็จัดการอัดกลับไปจนเด็กพวกนั้นร้องไห้วิ่งไปฟ้องคุณพ่อทิโมธี่จนเขาถูกตีก้นลายข้อหาปกป้องน้องเกินกว่าเหตุ ส่วนเจ้าตัวก็นั่งน้ำตาซึมซบเขาอยู่แบบนี้ 

“เจ็บไหมพี่โจ ป่านขอโทษ” สายป่านสูดน้ำมูก 

“นิดเดียวเอง พรุ่งนี้ก็หายแล้ว ป่านไม่ต้องร้อง” โจพูดแค่นี้เจ้าตัวเล็กก็น้ำตาแตกเดือดร้อนโจต้องกระเตงน้องไปอาบน้ำแล้วอุ้มมานอนด้วยกัน 

จนโจขึ้นม.6 สายป่านก็ตามเข้ามาเป็นน้องม.1ที่โรงเรียนเดียวกัน เป็นโรงเรียนคนรวยที่มีโควต้าให้เด็กจากโบสถ์ได้เรียนฟรี สายป่านนั้นเป็นเด็กหน้าตาน่ารักจึงได้รับความสนใจไม่น้อย แต่ติดที่มีพี่ชายขี้หวงคอยตามคุมตลอดจึงไม่มีใครเข้าถึงตัวสักครั้ง มีเพียงโจที่รู้อยู่ลึกๆว่าความรู้สึกของเขาที่มีต่อสายป่านเปลี่ยนไปจากพี่น้องเสียแล้ว เด็กหนุ่มคิดว่าเขาคงจะเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยที่เป็นสาขาของโรงเรียนต่อเลย จะได้ไม่ลำบากพวกคุณพ่อที่โบสถ์ รอให้สายป่านโตกว่านี้ค่อยสารภาพความรู้สึกแล้วใช้ชีวิตเรียบง่ายด้วยกันสองคน ชีวิตแบบนั้นคงจะดีไม่น้อย 

แต่อะไรๆก็ไม่เป็นไปตามที่คิด เมื่อโจใกล้จบม.6ก็มีคู่สามีภรรยาผู้ร่ำรวยสนใจรับอุปการะเขา ทั้งสองคนติดต่อมาทางคุณพ่อทิโมธี่ ด้วยเอกสารที่น่าเชื่อถือและทั้งคู่ยังเป็นคนมีหน้ามีตาในสังคมทำให้คุณพ่อทิโมธี่นำข่าวมาบอกโจด้วยความยินดี 

“โจคิดว่าอย่างไร นี่เป็นโอกาสที่ดีมาเลยนะ” 

“ทำไมเขาอยากอุปถัมภ์เด็กโตล่ะครับคุณพ่อ ปกติเห็นแต่มีคนอยากได้เด็กเล็กๆกัน” โจขวดคิ้ว 

“เห็นว่าลูกชายของพวกเขาเพิ่งเสียไปไม่นานน่ะแล้วอายุไล่เลี่ยกับโจ” คุณพ่อทิโมธี่ให้เหตุผลเด็กหนุ่มจึงพอจะยอมรับได้ แต่จะให้ไปจากสายป่านเขาย่อมไม่ยินยอม คุณพ่อทิโมธี่เห็นโจทำท่าจะปฏิเสธท่านจึงให้เวลาเด็กหนุ่มกลับไปคิดดูก่อน 

“พ่อรู้ว่าลูกอยากอยู่กับน้องแต่นั่นเป็นอนาคตที่ลูกอยากได้จริง ๆ หรือเปล่า ลูกเป็นคนมีความสามรถนะโจ ที่ผ่านมาลูกขาดโอกาสแต่ตอนนี้อนาคตที่ดีกว่าอยู่ตรงหน้าแล้วพ่อไม่อยากให้ลูกเสียมันไป หากลูกตั้งใจเรียนให้ดีมีงานดี ๆ ทำแล้วค่อยมารับน้องไปอยู่ด้วยก็ได้นะ” 

“ผมจะลองไปคิดดูครับคุณพ่อ” โจพาหัวใจหนักอึ้งออกมาจากห้อง เขายอมรับกับตัวเองว่ากระหายความสำเร็จแต่เมื่อมองหน้าน้องที่ยืนรอตาแป๋วก็ยากที่จะจากไปได้จริง ๆ 

“พี่โจ คุณพ่อเรียกมาทำไมเหรอ” สายป่านเกาะแขนเขา นี่คงคิดว่าเขาถูกคุณพ่อเรียกมาทำโทษสินะ 

“มีคนอยากรับพี่ไปเป็นลูกบุญธรรม” เขาลูบผมน้อง สายป่านตัวไม่โตขึ้นจากครั้งแรกที่เจอกันเท่าไหร่นักผิดกับเขาที่สูงพรวดๆ จนตอนนี้เขาสูง180เซนติเมตรแล้ว 

“จริงเหรอ ดีจังเลยนะ” สายป่านกัดปากก้มหน้าไม่สบตาเขา 

“เด็กโง่ ไม่อยากให้พี่ไปก็พูดออกมาสิ” 

“ป่านไม่อยากให้พี่ไป แต่ป่านก็อยากให้พี่มีอนาคตที่ดี พี่เรียนเก่งจะตายถ้าไปเป็นลูกบุญธรรมของคนรวยต้องมีอนาคตที่ดีกว่าที่นี่แน่” สายป่านทำหน้าจะร้องไห้ 

สุดท้ายโจก็ตัดสินใจตกลงยอมรับการช่วยเหลือ ครอบครัวแฮริสันตกลงจะมารับเขาหลังจากจบมัธยมซึ่งเหลือเวลาอีกสองเดือนเท่านั้นก็จะถึงวันสอบแล้ว สองสามีภรรยาแฮริสันดูเป็นคนดี ทั้งคู่บอกว่าได้เตรียมหาที่เรียนไว้ให้เขาแล้วที่ประเทศเอแลนด์ โจตกใจในตอนแรกแต่ก็สงบลงในเวลาอันรวดเร็ว เขาพอจะรู้ว่าที่เอแลนด์นั้นมีมหาวิทยาลัยดี ๆ มากมาย เขาจะเรียนจบให้เร็วที่สุดจะได้มารับสายป่านของเขาไปอยู่ด้วยกัน 

วันสุดท้ายก่อนจากกันโจสั่งน้องแล้วสั่งอีก เตือนว่าต้องทำอะไรบ้างแม้เขาไม่อยู่แล้วจนสายป่านหน้ายู่ เด็กน้อยรีบผลักเขาให้ขึ้นรถไปกับพ่อแม่บุญธรรม ก่อนจะแอบไปร้องไห้เมื่อรถยนต์ลับไปจากสายตา 

จากวันเป็นเดือนจากเดือนเป็นปี โจจากไปได้สี่ปีแล้ว เด็กทั้งคู่ติดต่อหากันสม่ำเสมอไม่เคยขาด สายป่านขออนุญาตคุณพ่อทิโมธี่ออกไปทำงานพิเศษเพื่อเก็บเงินเพราะไม่อยากให้โจพยายามคนเดียว สิ่งที่เด็กหนุ่มไม่ได้บอกคุณพ่อก็คือนอกจากร้าฟาสฟู้ดแล้วเขายังไปทำงานที่อื่นอีกหลายที่ ทั้งเด็กเดินตั๋วในโรงหนัง และร้านเหล้าในวันสุดสัปดาห์เพราะอยากได้เงินมาก ๆ 

โจนั้นเมื่อมาถึงเอแลนด์ สามีภรรยาแฮริสันเปลี่ยนชื่อเขาเป็นโจนาธาน แฮริสัน ทั้งคู่ส่งเสียให้เขาเรียนมหาวิทยาลัยชั้นนำของเอแลนด์ที่ค่าเทอมแพงลิบลิ่ว ใช้ชีวิตดังคุณชายตระกูลใหญ่แต่สิ่งหนึ่งที่โจนาธานพบคือคีนลูกชายของครอบครัวแฮริสันยังมีชีวิตอยู่เด็กชายอายุรุ่นราวคราวเดียวกับสายป่านและเรียนโรงเรียนประจำอยู่ที่เอสแลนด์ โจนาธานเป็นเพียงเหยื่อล่อเท่านั้น ยิ่งครอบครัวแฮริสันแสดงออกว่ารักเขามากเท่าไหร่ ชีวิตของเขายิ่งอันตรายมากขึ้นเท่านั้น โจนาธานถูกลักพาตัวปีละ2ถึง3ครั้งเพราะความร่ำรวยที่ครอบครัวแฮริสันสร้างมาด้วยเลือดและน้ำตาของคนอื่น แต่ละครั้งเขาถูกทรมานปางตายกว่าครอบครัวแฮริสันจะส่งคนมาช่วยเพราะว่าพวกเขาไม่ยอมจ่ายเงินค่าไถ่ โจนาธานพยายามอดทน หวังว่าเมื่อเขาเรียนจบและคีนโตพออะไรๆอาจจะดีขึ้น แต่เมื่อถึงเวลานั้นครอบครัวแฮริสันกลับมีข้อบังคับข้อใหม่มาให้เขา 

“แกต้องแต่งงานกับเจสสิก้า” อเลนพ่อบุญธรรมของเขาสั่งเสียงห้วนในวันหนึ่ง 

“ขอโทษ เรื่องนี้ผมคงทำให้ไม่ได้ผมมีคนรักแล้ว” โจนาธานปฏิเสธเสียงเรียบ ยิ่งอยู่ที่นี่นานวันเข้ารอยยิ้มของเขายิ่งเหือดแห้งลงทุกที 

“คนรักของลูกคงไม่ใช่เด็กกำพร้าที่โบสถ์หรอกนะ” มารีลินแม่บุญธรรมของเขาทำสีหน้ารังเกียจ 

“ใช่ ผมขอบคุณที่ให้โอกาสผม แต่คีนโตพอที่จะช่วยตัวเองได้แล้ว หน้าที่ของผมควรจะจบลงเสียที ค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ผ่านมาผมจะทยอยคืนให้คุณเอง” โจนาธานวางช้อนหมดอารมณ์จะกินต่อ 

“เด็กคนนั้นไม่ได้ซื่อสัตย์กับลูกหรอกนะโจนาธาน” อเลนส่งซองสีน้ำตาลขนาดใหญ่มาให้เขา โจนาธานรีบเปิดออกดูทันที ภาพในนั้นทำให้เขามือสั่น 

แวะมาแก้คำผิดและรีอัพ อัพวันละ1 ตอน ทั้งหมดมี35ตอน อัพครบแล้วจะปิดตอนนะคะ  

สำหรับท่านที่สนใจรูปเล่มจองได้ที่เพจตะวันวายค่ะ แยกมาจากตะวันเปรมปรีดิ์นะคะ หัวเดิมจะพิมพ์นิยายนอร์มอล ส่วนอีบุ๊ครอหน่อยนะคะ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น