คณานางค์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 4: บังเอิญหรือพรหมลิขิต [1]

ชื่อตอน : บทที่ 4: บังเอิญหรือพรหมลิขิต [1]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.1k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ส.ค. 2562 00:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4: บังเอิญหรือพรหมลิขิต [1]
แบบอักษร

 

 

ห้องสมุดมหาวิทยาลัยในยามเย็นบรรยากาศค่อนข้างเงียบสงบ ไม่มีประชาชนหรือนักศึกษาพลุกพล่านเท่าไหร่อาจเพราะยังไม่ใช่ช่วงสอบ เฟื่องลดาเป็นศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยนี้จึงทำบัตรสมาชิกยืมหนังสือได้ เฟื่องลดาเป็นคนความจำดี อ่านหนังสือเร็ว ทำช็อตโน้ตได้เนื้อหาครบถ้วนทุกเล่ม หล่อนอ่านหนังสือที่รณภพซื้อให้รวมถึงที่สั่งจากอินเทอร์เน็ตหมดแล้ว เห็นว่ามันสิ้นเปลืองเงินเปล่าๆ จึงเปลี่ยนมายืมจากห้องสมุด อุ้มหนังสือกองใหญ่มาวางบนโต๊ะ เปิดอ่านสารบัญและเนื้อหาคร่าวๆ ทุกเล่ม เพื่อจะเทียบเคียงกันว่าเล่มไหนคุ้มค่ากว่ากัน ใบหน้าสวยก้มลงมองใกล้หนังสือมากจนชายที่นั่งฝั่งตรงข้ามลุ้นตาม ไอ้ครั้นจะเลือกทุกเล่มก็คงจะไม่มีเวลาอ่านไหนจะต้องทำงาน เลิกงานก็เลี้ยงลูก ลูกหลับถึงมีเวลาอ่านหนังสือ เสาร์อาทิตย์ก็รับจ้างงานนอกบริษัท ทำฟรีแลนซ์หลายอย่างเพื่อจะมีเงินเก็บสะสมเยอะๆ 

ถือเป็นความโชคดีของเฟื่องลดาเรื่องเงินทองเพราะหลังจากย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านใหญ่คุณๆ ทั้งสองก็ออกค่าใช้จ่ายแทนทั้งหมด หล่อนแทบจะไม่ต้องควักกระเป๋าเงินตัวเองเลย ยกเว้นแค่เวลาเห็นของเล่นน่ารักราคาไม่แพง แล้วอยากซื้อมาให้ลูกเล่น เฟื่องลดารู้ว่าไว้ใจคุณแขไขกับท่านเจ้าสัวได้พวกท่านสองคนไม่มีวันยอมให้หลานลำบากแน่ แต่ก็ยังอยากหาเงินให้ได้เยอะๆ ทั้งเพื่อตัวเองและเพื่ออนาคตของลูก เพราะไม่รู้เลยว่าลูกจะมีความสุขหรือเปล่าหากวันใดวันหนึ่งพ่อของแกเกิดมีภรรยามีลูกใหม่ ชีวิตหรูหรามีเงินทองใช้ไม่ขาดมือแต่ขาดความสุขที่แท้จริงยังไงก็คงมีบ้างที่อยากหาสถานที่อื่นคอยพักพิงหัวใจ เฟื่องลดาจึงฝันไว้ว่าอยากซื้อบ้านสักหลังเป็นชื่อของตัวเอง 

ความตั้งใจแรกคือขออยู่กับลูกช่วยเลี้ยงลูกจนแกโตพอจะช่วยเหลือตัวเองได้ อาจจะสักสามขวบสี่ขวบ หล่อนไม่รู้อนาคตว่าตัวเองจะติดลูกจนตัดใจทิ้งแกไม่ได้หรือเปล่า มันอาจจะเป็นช่วงเวลาที่เสียใจและลำบากใจมากๆ แต่ก็ต้องทำให้ได้เพราะระลึกว่านั่นไม่ใช่บ้านของตัวเอง การจะไปเป็นกาฝากฝังตัวอยู่กับคนอื่นนานๆ เจ้าบ้านที่ไหนจะอยากให้อยู่ด้วย ไม่มีหรอก ถึงพวกท่านจะใจดีก็ต้องมีเบื่อหน่ายบ้าง สิ่งเดียวที่จะช่วยยกระดับชีวิตผู้หญิงจนๆ อย่างหล่อนก็คือการศึกษา จะเรียนเก่งหรือไม่ก็ต้องสู้ให้ถึงที่สุดอย่างน้อยก็ต้องมีวุฒิปริญญาโท อัปเงินเดือน อัปตำแหน่งให้สูงขึ้น อย่างน้อยเวลาลูกเอาไปเล่าให้เพื่อนฟังจะได้ไม่ต้องอายว่ามีแม่ไม่เอาไหนยกมาพูดอวดเพื่อนไม่ได้   

“เล่มนี้ดีนะครับเนื้อหาเป็นภาษาอังกฤษด้วย เหมาะกับเด็กบริหารภาคอินเตอร์” 

เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นราวกับกระซิบ เฟื่องลดาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองและในวินาทีนั้นชายแปลกหน้าก็ส่งรอยยิ้มหวานละมุนละไมมาให้ตนเอง สมองหล่อนเบลอไปชั่วขณะเพราะเผลอคิดถึงเรื่องต่างๆ จนจับต้นชนปลายไม่ถูก ยังมองหน้าเขาเหมือนไม่มั่นใจว่าเมื่อสักครู่เขาพูดกับตนเองจริงๆ เหรอ เขาคุยโทรศัพท์หรือกำลังพูดคนเดียวหล่อนจะได้ไม่ตอบ หน้าตาหล่อนคงจะแสดงออกว่างง เขาจึงยิ้มกว้างมากกว่าเดิมแล้วเริ่มต้นแนะนำตัว 

“ขอโทษที่เสียมารยาทนะครับ เผอิญว่าผมเห็นคุณเลือกหนังสือไม่ถูกก็เลยลองแนะนำ ขออนุญาตนะครับ…” 

ชายคนนั้นวางหนังสือในมือลงก่อนจะเอื้อมมาหยิบหนังสือหล่อนไปเปิดสารบัญช่วยเลือก เปิดๆ ปิดๆ และจดช็อตโน้ตเล็กๆ สำหรับบทที่ควรอ่าน รวมถึงจดลิสเว็บไซต์ภาษาอังกฤษสำหรับหาความรู้เพิ่มเติมใส่กระดาษมาให้ เฟื่องลดารับมาไล่สายตาอ่านทีละบรรทัดด้วยความแปลกใจ ไม่รู้จักกันซะหน่อยแล้วทำไมเขาถึงรู้ความคิดว่าหล่อนกำลังสนใจหนังสือประเภทไหน 

“ขอบคุณนะคะ ไว้กลับไปฉันจะลองเข้าเว็บไซต์ตามที่คุณแนะนำ” 

“ด้วยความยินดีครับ ถ้าคุณอ่านทั้งหมดที่ผมแนะนำจะเข้าเรียนต่ออะไรก็ไม่มีปัญหา” 

“ทำไม… คุณถึงคิดว่าฉันจะหาหนังสืออ่านเพื่อเรียนต่อล่ะคะ” 

“ตลกแล้วคุณ จำผมไม่ได้เหรอครับ ผู้ชายใส่ฮู้ดที่นั่งข้างคุณไฟล์ทกลับจากฝรั่งเศสกลางปีที่แล้วไง แล้วเราก็บังเอิญเจอกันอีกครั้งเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนตอนที่คุณมายื่นใบสมัครเรียนต่อระดับปริญญาโท วันนั้นคุณใส่เสื้อสีครีมกางเกงขายาวสีดำผมยังไม่ลืมเลย” 

“บังเอิญจังเลยนะคะ แต่เสียดายจังที่ฉันจำอะไรไม่ค่อยได้ แล้ววันนั้นคุณก็ไปสมัครเรียนต่อเหมือนกันเหรอคะ” 

“เปล่าครับ ผมเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาที่คุณไปสมัคร” ตอบคำถาม ‘ว่าที่ลูกศิษย์’ แบบไม่มีกั๊ก ทำคนถามเกือบตกเก้าอี้เพราะไม่คิดไม่ฝันว่าบนโลกจะมีเรื่องอะไรที่บังเอิญได้มากขนาดนี้ 

เฟื่องลดาคอยส่งยิ้มเจื่อนๆ ไปให้อาจารย์หนุ่มที่ถ้าไม่บอกว่าเป็นอาจารย์ก็คงจะคิดว่าเขาเป็นคุณชายหมอหลุดออกมาจากนิยายเซ็ตสุภาพบุรุษอะไรสักอย่างที่ฉายทางช่องสาม เขาเป็นคนหน้าตาดีผิวพรรณดีคล้ายมีเชื้อสายทางจีน ดวงตาคู่นั้นกลมสวยไร้รอยย่นและรอยคล้ำ ทว่ากลับมีแว่นสายตากรอบเล็กคอยปิดบังความสวย 

“อ๋อ เป็นอย่างนั้นเองเหรอคะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ ได้หนังสือครบแล้วฉันขอไปยืมกับบรรณารักษ์ก่อนแล้วจะกลับบ้านเลย” 

“บ้านอยู่เลย?” รู้ว่าไม่ควรเล่นมุกนี้แต่อาจารย์หนุ่มกลับเล่นแถมยังหัวเราะตบท้ายใส่มุกตัวเองอีก อารมณ์ประมาณว่าเล่นมุกแป๊กในกลุ่มเพื่อนแล้วตัวเองต้องแกล้งหัวเราะกลบเกลื่อนเพื่อจะได้ไม่เสียหน้า 

“ผมล้อเล่นครับ ผมเองก็จะไปยืมเล่มนี้พอดีช่วยถือนะครับ ถือว่าเป็นการสร้างมิตรภาพที่ดีต่อกันหวังว่าคุณจะไม่รังเกียจ” 

“ได้ค่ะ” แม้จะเกรงใจแต่เฟื่องลดาคิดว่าถึงปฏิเสธไปเขาก็อยากช่วยเหลืออยู่ดีจึงยอมแบ่งให้เขาช่วยถือเล่มบางๆ แค่เล่มเดียวเท่านั้น รวบหนังสือไม่ใช้กลับไปวางบนชั้นก่อนจะกลับมาหยิบเล่มที่เหลือรวมถึงกระเป๋าผ้าสะพายข้างสีขาวซีดที่เกือบจะขาดเพราะข้างในบรรจุเอกสารสำนักงานรวมถึงคอมพิวเตอร์ขนาดพกพาเอาไว้ 

 

 

 

 

 

หากนักอ่านสนใจอ่านฉบับเต็ม ขอฝากอีบุ๊คด้วยนะคะ ราคา 199 บาท 

เนื้อหาทั้งหมดมี 21 บท + บทส่งท้าย + ตอนพิเศษ 4 ตอน จำนวนหน้ายาวมากค่ะ ^//^ 

 

หรือถ้าใครอยากสั่งเล่มไว้เก็บหรือปล่อยมือสองต่อ ติดต่อที่เพจไรท์ได้เลยน้าา  

ราคาจะสูงกว่าอีบุ๊คหลายสิบ 320 บาทรวมส่งพัสดุค่ะ  

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น