Avery Pie
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 15 : รางวัลของคุณพ่อ

ชื่อตอน : ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 15 : รางวัลของคุณพ่อ

คำค้น : ฉลามคลั่งรัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.2k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ส.ค. 2562 19:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 15 : รางวัลของคุณพ่อ
แบบอักษร

ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 15 : รางวัลของคุณพ่อ 

#ฉลามคลั่งรัก 

 

“มันหวานชะมัด” ผมพูดขณะที่ใช้ช้อนตักซุปกินไม่เกรงใจสามีทั้งสอง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจกับเนื้อแสนหวานที่เคี้ยวอยู่ ผมพยายามคิดว่าเนื้อที่กินมันคือเนื้ออะไร ขุดคุ้ยความทรงจำหาคำตอบเท่าที่จะทำได้ ทว่าค้นหาเท่าไหร่ ผมก็พบว่าเนื้อปลานี่ไม่ได้คล้ายกับเนื้อสัตว์ที่เคยตกอยู่ในท้องของผม

 

มันทั้งหอม ทั้งหวาน หนำซ้ำยังนุ่มจนแทบละลายในปาก เจ้าตัวเล็กชอบมาก ชอบชนิดที่ว่าทำผมต้องขอชามสองจากดายด้วยความรวดเร็ว

 

“ผมขออีกชาม”

 

“กินเก่งขึ้นมาเชียว” ดายยิ้ม บีบจมูกผมเป็นการเย้าแหย่ก่อนจะเดินไปตักซุปมาให้ ผมมีความสุขมากกับการได้กินซุปวันนี้ เรี่ยวแรงที่เคยเหือดหายกลับเพิ่มกำลังให้ผมรู้สึกถึงการมีชีวิต ไม่ใช่แค่ผมที่มีความสุขดี สองหนุ่มพอเห็นผมกินได้เขาก็ยิ้มกันใหญ่

 

ดายเกลี่ยเส้นผมที่ลงมาปรกหน้าผมไปทัดหูให้ ผมจะได้กินซุปได้สบายขึ้น

 

“พระเจ้า ผมรู้สึกเหมือนเกิดใหม่” ผมบอกกับเขา ยกน้ำขึ้นดื่มแก้ขัดก่อนกินต่อ “เนื้อมันแปลกมาก เลยดาย มันไม่เหมือนปลาที่ผมเคยกิน”

 

“แล้วมันโอเคไหม?”

 

“โอเคสิ ผมชอบมัน” ผมฉีกยิ้มกว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้ “มันอร่อยมากจนผมไม่อยากหยุดกินเลยครับ สาบานได้ว่าผมไม่เคยกินอะไรอร่อยเท่านี้มาก่อนในชีวิต”

 

“ผมดีใจนะที่ได้ยินคุณพูดคำนี้ ตอนแรกผมนึกว่าคุณจะไม่ชอบมัน”

 

“ผมชอบตั้งแต่ได้กลิ่นมัน และตกหลุมรักมันเข้าแล้ว” ดายยกยิ้มหวาน เขาดูดีใจที่ผมชอบมันมากขนาดนี้ ระหว่างกินผมก็ลูบท้องตัวเอง สื่อสารกับเจ้าตัวเล็กที่เตะผนังข้างในบ่งบอกว่าเขาชอบสิ่งที่ได้รับไปมากขนาดไหน ผมไม่เคยเห็นลูกดิ้นขนาดนี้มาก่อน เขาแทบจะทะลุออกมาตักกินเองด้วยซ้ำ

 

ดีแลนหอมหัวผม จูบแก้มขาวเป็นการให้รางวัล รินน้ำเพิ่มให้ ยืนมองผมกินด้วยความเอ็นดูเกินจะคาดคั้น ผมคิดว่าคืนนี้ผมคงนอนหลับสบาย อิ่มหนำสำราญไปกับเนื้อปลาสวรรค์

 

หรือมันเป็นปลาที่คนบนเกาะให้ดายมาตอนเรากลับกัน?

 

มันไม่น่าจะใช่ปลาที่หากินได้บนฝั่งที่เราอยู่เลย

 

“อ่า ผมกินเยอะไปแล้ว” ผมพ่นลมหายใจ ในท้องแน่นไปด้วยน้ำเคล้ากับเนื้อปลา ถ้าพรุ่งนี้ผมมีแรงพอคงต้องออกกำลังกายบ้างแล้ว ถ้าให้กินแบบนี้ทุกวันแล้วนอน ผมได้อ้วนเป็นหมูก่อนได้คลอดลูกแน่ๆ “ท้องผมแน่นไปหมด”

 

“ป่านนี้ลูกตัวลอยแล้วมั้ง แม่ฉลามกินดุขนาดนี้”

 

“ก็ผมกินอะไรไม่ค่อยได้มาหลายวันหนิ วันนี้เลยจัดหนักเลย” ผมพองลมในแก้มในดีแลนที่แซวผม ส่วนดายเก็บชามกับแก้วไปล้างให้ เราจะได้เตรียมตัวเข้านอนกัน “ว่าแต่พวกคุณไม่กินอะไรกันบ้างเหรอ เอาแต่ดูแลผมอยู่นั่น”

 

“พวกเราไม่หิวเท่าคุณหรอกนะโซล กระเพาะเราต่างกัน”

 

“แน่ใจนะว่าคุณไม่ได้แอบไปล่าวาฬตอนผมหลับ”

 

“ผมยืนยันไปแล้วครับที่รักว่าผมไม่ได้ไป” ดีแลนยกมือยอมแพ้ให้ผมรู้ว่าเขาบริสุทธิ์ใจ “ผมเป็นห่วงคุณจะตาย ผมหนีคุณไปหาวาฬไม่ได้หรอก”

 

“อย่าให้ผมจับได้ก็แล้วกัน”

 

“จับไม่ได้แน่นอนครับที่รัก” เขาหัวเราะเอาจมูกตัวเองมาถูจมูกผมนิดหน่อย “ว่าแต่คุณชอบเมนูวันนี้ใช่ไหม ดายจะได้ทำให้บ่อยๆ”

 

“ผมชอบมันมากเลย มันคงดีถ้าได้กินทุกวัน”

 

“อย่างที่พี่คิดไว้เลยดาย เนื้อโลมาถูกใจเขา”

 

“หา?”

 

“พรุ่งนี้คงต้องจัดมื้อใหญ่ให้แล้วสิ” ผมเบิกตากว้างหัวใจเต้นผิดจังหวะกับสิ่งที่ได้ยิน ดีแลนหันไปพูดกับพี่ชายของเขาที่เดินมาลูบหัวผม ไม่แสดงท่าทีทุกข์ร้อนคล้ายผมเลยสักนิด “เอาเป็นเมนูอื่นบ้างดีไหม สเต็กแบบที่เขาชอบกินก็ดี”

 

“ได้สิ เดี๋ยวผมทำให้กิน”

 

“!!!”

 

“ถ้าเบื่อเนื้อโลมาก็บอกผมนะเด็กดี ไว้ผมจะหาเนื้อวาฬมาให้ลองชิมบ้าง แต่คงต้องให้ดีแลนไปจัดการ เขาล่าวาฬเก่งกว่าผมนัก” ผมอ้าปากค้าง สองตาแบบหลุดออกจากเบ้า สมองพยายามประมวลผลว่าสิ่งที่เพิ่งกินไปนั้นคือสิ่งเดียวกับที่เขากำลังพูดอยู่จริงเหรอ หรือเป็นเพียงมุกตลกฝืนเคืองที่ชวนให้ผมเจื่อนเท่านั้น

 

“คะ...คุณล้อผมเล่นใช่ไหม บอกสิว่าคุณไม่ได้เอาเนื้อโลมาให้ผมกินจริงๆ”

 

“โซล”

 

“คุณบอกว่าคุณไม่ได้ออกไปไหนหนิ เนื้อปลาเมื่อกี้ก็แค่ปลาตามตลาดใช่ไหมครับ” ผมถามเขาเสียงสั่นพยายามเอาเหตุผลที่ดีแลนบอกผมมาย้อนถามอีกครั้ง เผื่อว่าเขาจะคิดออกว่าเคยพูดอะไรไว้ แน่นอนมันทำให้เขาพวกเขานิ่งไปสักพัก ดายเป็นฝ่ายย่นคิ้วใส่ทบทวนสิ่งที่พูดก่อนจะยิ้มให้ผม

 

ยังไม่มีคำตอบออกมาในทันที มีเพียงแค่ริมฝีปากร้อนกดจูบลงกระซิบคำพูดที่ทำเอาผมแทบร้องไห้

 

“ดีแลนไม่ได้ออกไปไหนโซล ผมเองที่ออกไป”

 

“ดาย...!”

 

“ขอโทษนะที่ต้องใช้วิธีนี้ แต่...มันก็พิสูจน์แล้วหนิว่าลูกเราเป็นฉลาม คุณกินไปตั้งสองชามเลยนะ” นาทีที่ได้ยินผมอยากจะร้องไห้ ติดเพียงแค่น้ำตามันไม่ไหลราวกับว่าเด็กในท้องห้ามก้อนสะอื้นผมไว้ เหลือไว้เพียงแค่ความตกใจกับสิ่งที่กินเข้าไปด้วยความหิวโหย

 

ในหัวผมปรากฏภาพโลมาที่ตัวเองเคยเลี้ยง มันว่ายวนรอบตัวผม สาปแช่งที่ผมกินมันไปอย่างออกรสถึงผมจะไม่รู้แต่แรกก็ตาม ถึงว่าทำไมรสชาติมันถึงได้แตกต่าง หนำซ้ำเจ้าลูกฉลามยังชอบมาจนต้องเบิ้ลสอง ไม่ได้คิดเลยว่าแม่มันอยากเอาเข้าปากไหม

 

“เป็นแม่ฉลามต้องกินสัตว์ทะเลได้โดยเฉพาะวาฬกับโลม”

 

“ตะ...แต่คุณก็น่าจะบอกผมก่อน ผมจะได้ตั้งรับทัน!”

 

“ถ้าบอก คุณคงไม่กินมัน”

 

“นี่...!”

 

“เอาเป็นว่าคุณและเขาชอบมันแค่นั้นพอ” ผมแทบจะข่วนใบหน้าหล่อๆ ให้พังยับ ดีแลนไม้แม้แต่จะแก้ไขคำพูดพี่ชายเขา กลับกับเขาหัวเราะ สนุกที่ได้เห็นท่าทีตื่นตระหนกเหมือนกระต่ายตื่นตูมของผม มีการก้มลงมาหอมแก้มให้กำลังใจกับเหตุการณ์นี้ มันจริงอย่างที่ดายว่า ผมจะไม่มีวันกินในสิ่งที่ตัวเองเลี้ยงมา ขนาดหูฉลามที่เขาว่าอร่อยนักอร่อยหนาผมยังไม่เคยลอง

 

แล้วนี่เขากลับหลอกให้ผมกินเนื้อโลมา มนุษย์ไม่กินเนื้อมันหรอกนะ ส่วนวาฬนี่มีบางประเทศที่มีการล่ามากินกัน แต่นั่นไม่ใช่ผมแน่

 

ต้องไม่ใช่โซล อิลเดนสันคนนี้ !

 

“ถือว่าทำเพื่อลูกนะโซล”  

 

หลังจากตอนนั้นผมแทบเปิดคัมภีร์ไบเบิลท่องบทสวดชำระบาป คาดว่าต้องไปทำพิธีล้างบาปบ้างแล้วถ้าอยากให้ความเศร้าหมองนี่หลุดออกจากจิตใจ ผมรู้ว่าเราเลี้ยงลูกแบบลูกมนุษย์ไม่ได้ การที่เขาตอบสนองกับสิ่งที่กินเข้าไปเป็นตัวบ่งบอกแล้วว่าเขาเป็นอะไร

 

ถึงอย่างนั้นใช่ว่าผมจะทำใจได้ ทว่าก็ไม่ได้หนักชนิดที่ตรอมใจ

 

ผมแค่ไว้อาลัยให้กับโลมาที่กินเข้าไป และให้สัตย์สาบานกับตัวเองว่าถ้าคลอดลูกเมื่อไหร่...

 

ผมจะผันตัวไปเป็นมังสวิรัติสักสามเดือน 

 

“ต้องทำใจให้ชินสินะ เฮ้อ” ผมถอนหายใจพร้อมกาวันที่บนปฏิทินด้วยปากกาสีแดง นับตามวันที่ถูกขีดฆ่าพบว่าตัวเองท้องมาได้สองเดือนกว่าแล้ว ตอนแรกเราตั้งใจจะกำหนดวันคลอดกัน ติดแค่ว่าเราไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าเจ้าตัวเล็กจะอยากออกมาวันไหน เกิดไปผ่าท้องแล้วลูกยังไม่พร้อมขึ้นมาจะทำไง

 

สิ่งที่ทำได้คือการอุ้มท้องต่อไป และขีดวันนับดูว่าผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว

 

“แค่สองเดือนก็แผลงฤทธิ์ซะแล้ว” ลูบท้องบ่นกับเจ้าปลาทู ส่ายหน้าเอ็นดูระคนระอาใจ “จะมีอะไรมาเซอร์ไพรส์อีกไหมเนี่ย”

 

“พูดอะไรอยู่คนเดียว หืม?” ผมสะดุ้งหันขวับไปหาคนที่เข้ามากอดจากด้านหลัง ดายหอมหัวผม ไล่สายตามองดูปฏิทินที่ผมวางลงบนโต๊ะในห้องนอนของเรา “นับวันที่ท้องอยู่เหรอ”

 

“ประมาณนั้นครับ” ผมตอบกลับลูบแขนเขาที่โอบท้องผมด้วยความระมัดระวัง “ดีแลนล่ะ ยังไม่ขึ้นมาอีกเหรอ?”

 

“เขาบอกว่าอยากดูซีรีส์ก่อน เดี๋ยวจะตามมาทีหลัง”

 

“ติดซีรีส์เก่งชะมัด ผมนึกว่าเขาจะเลิกดูหลังจากเรื่องเก่าจบไป”

 

“ใต้ทะเลไม่มีทีวีคุณต้องเข้าใจ”

 

“ถ้ากลายร่างมาตั้งแต่ตอนนั้น ป่านนี้ก็ได้ดูทีวีแล้ว” ผมพึมพำส่งผลให้อีกฝ่ายหัวเราะในลำคอเล็กน้อยด้วยความเอ็นดู ดายสอดมือเข้ามาในเสื้อผม สัมผัสลูกที่ดิ้นรับมือของเขา หลังๆ มานี้คุณพ่อดูจะคลอเคลียผมเก่งมาก บอกว่าตัวผมหอมบ้าง เนื้อนุ่มบ้าง นัวเนียกว่าตอนที่ไม่ท้องอีกมั้ง “แล้วนี่อยากได้อะไรครับ มาคลอเคลียเก่งจัง”

 

“อยากได้รางวัล”

 

“หืม?”

 

“ให้ผมทำได้ไหม”  

 

ถึงกับครางในลำคอใส่คุณพ่อที่อยู่ดีๆ มาอ้อนขอทำ ปกติดายไม่ขอหรอก เขามักเป็นฝ่ายเริ่มไม่ก็เสริมทัพให้ดีแลนที่เปิดฉาก มีบ้างที่ผมเริ่มก่อน ถือว่าเป็นโชคดีของวัน แต่ก็น้อยครั้งที่ผมจะเป็นฝ่ายเรียกร้องให้พวกเขาทำเช่นเดียวกับดายขออนุญาตแบบนี้

 

ผมหมุนตัวไปหาเขา สบตากับคนที่ก้มลงมาจูบ บดเคล้าเรียวปากเล็กน้อยเป็นการย้ำคำพูด ขณะที่มือก็ลูบไล้เรือนร่างผมไปด้วย ความรุ่มร้อนจากมือหนาแตะต้องไปทั่วผิวกาย ปลุกปั่นอารมณ์ที่ผมพยายามสะกดไว้เพราะเราคุยกันแล้วว่าเราจะไม่เอาตัวเล็กไปเสี่ยงด้วย

 

ถึงในกระทู้จะบอกไว้ว่าเรามีเซกส์กับคุณสามีได้ ทว่าด้วยความที่ลูกของเราไม่เหมือนใคร

 

“ไม่ได้เหรอ?” เขาถามตอนผมถอนจูบออก ไม่มีถ้อยคำให้เอื้อนเอ่ยให้คุณพ่อ มีเพียงแค่รอยยิ้มบางๆ พร้อมกอดคอเขาเอาไว้ “คุณกลัว”

 

“ผมแค่ไม่อยากเอาเขาไปเสี่ยง” ผมว่าเสียงเบา “และคุณเคยทำอะไรเบาๆ กับเขาซะที่ไหน”

 

“ผมสัญญาว่าผมจะไม่ทำแรงเกินไป”

 

“ดาย”

 

“ให้ผมทำนะทูนหัว” เสียงทุ้มต่ำกระซิบอยู่ข้างหู ดายรู้ดีว่าใช้น้ำเสียงแบบไหนทำให้ผมคล้อยตามได้ ผมกัดปาก ถึงผมจะต่อว่าพวกเขาทุกครั้งเวลามีอะไรกันจนทำหมดแรงไป ผมก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกครั้งที่เขาขอทำ ไม่เคยมีครั้งไหนที่ผมไม่ให้ แค่ต้องดักคอไว้ก่อนให้รู้ว่าพวกเขาทำมากเกินไป

 

เพียงแค่ตอนนี้ผมกลัวว่าตัวน้อยจะเป็นอันตราย

 

“ผมจะอ่อนโยนกับคุณ” ลมหายใจถูกพ่นออกเป็นจังหวะเดียวกับที่คุณพ่อไซ้ซอกคอผม ฝากรอยจูบให้ติดตรึง ปลุกเร้าอารมณ์ที่กดอยู่ให้แตกออก ผมเลียปาก ไม่ค่อยมั่นใจนักว่าสิ่งที่เราทำมันดีพอ ดายเหมือนรู้ว่ากังวลเขาเลยไล่จูบไปตรงท้อง

 

กดหนักเล็กน้อยเพื่อบอกกับปลาทูน้อยว่า...

 

“พ่อขอนะ คืนนี้”  

 

ไม่ต้องดิ้นยอมพ่อเขาเลย

 

ผมส่ายหน้าไปมาด้วยความเหนื่อยหน่ายกับสองพ่อลูก ขนาดยังไม่คลอดยังแผลงฤทธิ์ขนาดนี้ ถ้าคลอดออกมาแล้วไม่รู้จะแสบขนาดไหน ดายยกยิ้ม ผมเดาว่าเขาสัมผัสได้ว่าเจ้าตัวน้อยตอบรับว่าอะไร ไม่งั้นคงไม่ถือวิสาสะอุ้มผมพาไปนอนที่เตียงแล้วถอดเสื้อตัวเองกับผมออกไป

 

“ผมให้แค่รอบเดียว ตกลงไหม” ผมยืนคำขาด ต้องดักไว้ก่อนกลัวว่าเขาจะหลงระเริงทำมากเกินไป “ถ้าคุณทำมากกว่าหนึ่งรอบเมื่อไหร่ ผมจะหยุดทันทีและเราจะไม่ทำกันอีกเลยจนกว่าเขาจะคลอด”

 

“ผมตามใจคุณอยู่แล้ว”

 

“ให้มันจริง”

 

“ถ้าผมทำไม่ดี ก็ตีผมได้เลย” เขาดึงมือผมไปจูบ อ่อนโยนเหนือสิ่งอื่นใด เป็นการกระทำที่มีอิทธิพลกับหัวใจก่อนที่เขาจะลากไล้ มาจูบผมอีกรอบเป็นการขอบคุณ “ผมจะเอ็นดูคุณนะ”

 

“แล้วดีแลนล่ะ ไม่เรียกเขามาเหรอ?”

 

“เขาอยากให้เราใช้เวลาอยู่ด้วยกัน”

 

“หืม?”

 

“เขายกลูกคนแรกให้ผมแล้ว”  

 

“อื้อออ” ไม่รอให้ผมตอบกลับ คนใจร้ายก็ประทับจูบลงมาอย่างหนักหน่วง ดายบดเคล้าริมฝีปากผม สอดลิ้นเข้ามาเก็บเกี่ยวความหวาน สูบเอาเรี่ยวแรงต่อกรไปจากร่างผม ขบกัดนิดหน่อยเพิ่มอรรถรส ให้ผมรับรู้ถึงความหื่นกระหายของเขา ดายระมัดระวังไม่คร่อมทับผมแบบเต็มร่าง เขาเท้าแขนสองข้างไว้เหนือหัวผม ยกตัวเองไม่ให้กายเราติดกัน ผมจึงต้องกอดคอเขาไว้ โน้มใบหน้าลงมาใกล้ๆ เราจะได้สัมผัสกันมากขึ้น

 

เจ้าตัวเล็กดิ้นรับรสจูบ มันรู้สึกแปลกเหมือนกันที่ต้องทำขณะที่มีลูกอยู่ในท้อง ดายน่ะไม่รู้สึกแปลกหรอก แต่คนอุ้มท้องเนี่ยสิ...

 

“เขาดิ้นใหญ่เลย” ผมบอกยกมือลูบท้องตัวเองด้วยความรัก “เขาชอบที่เราจูบกัน”

 

“นั่นบอกได้ไหมว่าเขาจะเหมือนผมน่ะ” ผมยิ้มรับรู้ได้ถึงความคาดหวังของคุณพ่อ ดายแนบแก้มลงกับท้อง ฟังเสียงหายใจของปลาทูน้อยที่ตอบรับเขา เสียงหัวเราะดังขึ้นมาชั่วขณะ เป็นเพียงการขบขันเบาๆ เหมือนพ่อลูกสื่อใจกันได้ “เขาน่ารักมากคุณรู้ไหม เขาบอกว่าเขาอยากเป็นเหมือนผมให้ได้”

 

“เขาพูดกับคุณเหรอ?”

 

“เราสื่อสารกันได้”

 

“พระเจ้า”

 

“เขารักคุณมาก เขาอยากขอบคุณที่คุณอดทนเพื่อเขา” ผมเบิกตากว้าง มือลูบท้องไปมาอยากฟังบ้างว่าเขาพูดอะไร ติดแค่ว่าผมไม่ได้ยิน มีเพียงแค่การเตะผนังท้องเท่านั้นที่สัมผัสได้ ดายจูบท้องผมอีกครั้ง เขาดูมีความสุข ถึงขั้นกลับมาหอมหัวผม ไล่จูบไปตามใบหน้าแสดงให้เห็นว่าเขาดีใจมากแค่ไหน “เขาคือเทวดาตัวน้อยของเรา”

 

“ผมอยากได้ยินเขาพูดบ้าง” ผมว่าพลางหลุบตาต่ำ “เขาบอกอะไรกับคุณอีกไหมครับ ได้ยินอะไรอีกหรือเปล่า”

 

“เขาบอกว่าอยากให้เรามีความสุขด้วยกัน”

 

“อะ...”

 

“มามีความสุขกันนะโซล”  

 

ความอ่อนโยนสะท้อนอยู่ในดวงตาสีนิล ดายดึงมือผมมาจูบอีกทีแสดงความรักใคร่ ผมชอบเสมอเวลาเขาทำอะไรเล็กน้อยให้ ไม่ว่าจะจูบ หอม กระทั่งใช้ปลายนิ้วไล้แก้ม ผมก็รู้สึกว่าเขาทำมันออกมาจากใจ เป็นอะไรที่แพ้พ่ายนับครั้งไม่ถ้วน

 

“อื้อ อ๊ะ” เสียงหวานหลุดครางเมื่อริมฝีปากร้อนจัดทาบบนแผ่นอก ดูดดุนยอดอกผมให้แดงเรื่อด้วยความอยาก มือข้างหนึ่งถอดกางเกงผม รูดรั้งส่วนหน้าเร่งเร้าอารมณ์ พร้อมกับขบกัดส่วนอ่อนไหวของผม โลมเลียไปมาแข่งกับมืออีกข้างที่บดขยี้มัน

 

ดายเริ่มทุกอย่างช้าๆ เหมือนกับพ่อครัวที่ค่อยๆ ละเลียดชิมอาหาร ไซ้ซอกคออย่างแผ่วเบาหากแต่รับรู้ได้ถึงแรงปรารถนาที่ส่งผ่านมาให้ เจ้าตัวแต่งแต้มรอยแดงไว้ทุกส่วนเท่าที่ริมฝีปากนี้จะเลื่อนผ่านไปได้ หยุดลงตรงแก่นกาย รูดรั้งให้มันชูชันพลางแยกขาผมออกเพื่อที่เขาจะได้ครอบครองมันได้

 

ผมบิดกายเร่า เสียงหวานหลุดกระเส่าเคล้าไปกับลมหายใจที่หอบถี่ ดายบีบปากแน่นขึ้น รูดรั้งส่วนหน้าที่เต็มไปด้วยแรงอารมณ์ขณะที่ก้านนิ้วยาวสอดเข้าไปเบิกทางที่ด้านหลัง ความช่ำชองจากการทำด้วยกัน ทำให้เขารู้ทันทีว่าจุดกระสันผมอยู่ตรงไหน

 

หยาดน้ำตาไหลผ่านหางตา หยดลงบนที่นอนเมื่อความเสียวซ่านปะทุอยู่ในกาย

 

“ชอบไหมทูนหัว”

 

“อื้อ ผมรู้สึกดี” ตอบเสียงสั่น ร่างกายรุ่มร้อนยามที่รับรู้ถึงการเคลื่อนไหว ดายขยับนิ้วบิดควานอยู่ข้างใน เพิ่มจากหนึ่งเป็นสองต่อด้วยสาม แต่นั่นเทียบไม่ได้เลยกับของจริงที่เขาใส่เข้ามา ร่างสูงครอบครองกายร้อนของผมอีกครั้ง ขบกัดแผ่วเบาให้ผมสะดุ้งด้วยความเสียดเสียว

 

ผมจิกเล็บลงกับผ้าปูที่นอน เชิดหน้าครางแผ่วเร้าอารมณ์ อยากจะมองดูการกระทำของคนขี้แกล้ง ทว่าม่านน้ำตากลับกั้นกลางไม่ให้เห็น ดายโลมเลียส่วนนั้น กระแทกกระนั้นเรียวนิ้วให้ผมพร้อมสำหรับการสอดใส่ ผมรู้เลยว่าเจ้าตัวเล็กกำลังตื่นเต้นที่จะได้ทักทาย

 

เป็นความรู้สึกแปลกใหม่ที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าผมก็ตื่นเต้นเช่นกัน

 

“ให้ผมทำด้วยสิ” ผมบอกเขาขยุ้มเรือนผมสีเข้มที่ง่วนอยู่กับช่วงล่าง “ผมอยากทำให้คุณรู้สึกดีเหมือนกัน”

 

“แต่ผมอยากทำให้คุณมีความสุขนะ”

 

“ผมไม่อยากรู้สึกดีอยู่คนเดียว” ผมกดเสียงหนักด้วยความจริงจัง ยอมฝืนกายมานั่ง ดันเขาให้ลงไปนอนขณะที่ตัวเองหันหลัง ตามไปคร่อมทับเขาไว้ เสยเส้นผมตัวเองนิดหน่อยไม่ให้มันลงมาปรกหน้าขัดจังหวะใดๆ พลางยกสะโพกให้เขาทำต่อ ส่วนตัวเองก็ดึงกางเกงเขาออก กดจูบไปตามกายใหญ่

 

ขนาดของดายทำใจผมเต้นแรงไม่เป็นส่ำ ไม่ว่าจะทำด้วยกันกี่ครั้งผมก็ไม่เคยชินกับมันสักที

 

“เด็กดี”

 

“อ๊ะ อ๊า”

 

“แบบนั้นแหละ” ผมรูดรั้งแก่นกายหนา ขบกัดแผ่วเบาเพิ่มความเสียวซ่านให้กับเขา เช่นเดียวกับดายที่สอดนิ้วเข้ามาในช่องทางด้านหลัง รั้งสะโพกไปหาแล้วแทรกลิ้นเข้ามาตรงนั้น ผมสะดุ้งส่วนหน้าถูกับแผ่นอกแกร่ง คนใจร้ายเลยใช้มือปรนเปรอให้พลางรัวลิ้นให้ผมน้ำตาไหล

 

การเอาคืนส่งผ่านกายร้อนที่คับแน่นอยู่ในปาก ส่วนปลายแตะลึกถึงผนังของลำคอ จนผมต้องใช้มือช่วยไม่ให้ตัวเองสำลึก ดายสวนกายขึ้นมาเบาๆ กลั่นแกล้งผมที่โดนเขาเย้าแหย่ลิ้นไม่ยอมหยุด เขาใช้ทั้งนิ้ว ทั้งลิ้นในการขยายช่องทางนั้นให้นุ่ม ผมไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังส่ายสะโพกเชิญชวนเขา ผมรู้แค่ว่าผมอยากได้อะไรที่ใหญ่กว่านั้น

 

ดายไม่ยอมเสร็จในปากผม เขาอดกลั้นจนเส้นเลือดปูดโปนบนกายดุ เขาขยับตัวให้ผมเดินหน้าไปที่ปลายเตียง ส่วนตัวเองก็ยืดกายขึ้นเพื่อสอดกายลึกจากด้านหลัง

 

“อ๊า!” ผมขยุ้มผ้าปูที่นอน ฝังหน้าลงกับมันระบายความอัดอั้นจากความร้อนจากการสอดใส่ ดายดันแก่นกายเข้ามาจนสุด ปล่อยผมให้คุ้นชินกับขนาดที่ทำด้วยกันมานับไม่ถ้วน ผมเสร็จแม้เขาจะยังไม่ขยับ รู้สึกว่าตัวเองความรู้สึกไวกว่าทุกครั้ง อาจเพราะผมมีเจ้าตัวเล็กอยู่ในท้องก็เป็นได้

 

ความใหญ่ของเขาเหมือนขึ้นมาถึงท้องเลยด้วยซ้ำ กลัวเหลือเกินว่าปลาทูน้อยจะตกใจกับการทักทายของคุณพ่อเขา

 

“เขาโอเค”

 

“อื้อ อื้อ” เหมือนล่วงรู้ความคิด ดายปลอบประโลมผมด้วยคำพูดนั้น ก่อนที่สะโพกแกร่งจะเริ่มสาวกายให้ผมได้รับความรัก ได้ยินเสียงครางต่ำจากคนข้างหลัง ดายโถมตัวมากอดผมไว้ กดจูบไปตามแผ่นหลังแล้วตามมาหอมแก้มขาวที่ขึ้นเลือดฝาดด้วยความเขินอาย “อ๊า ดาย อ๊า”

 

“คุณรู้สึกไวมากเลยรู้ตัวไหม”

 

“อื้ออ”

 

“น่ารักที่สุดเลยโซล” เป็นประโยคเดิมๆ ที่ฟังบ่อยจนชินหู ทั้งที่เป็นแบบนั้นมันกลับปลุกอารมณ์ผมยามเขาโจนกายลึกมาหา ผมกัดปากแน่น ถูกบังคับให้กลับไปบดจูบขณะที่เขายังสาวกายไม่หยุด แรกเริ่มเขายังเนิบนาบอยู่ ทว่าเหมือนห้ามตัวเองไม่ไหวถึงรุนแรงขึ้นมาหน่อย ผมยึดเสาปลายเตียงเป็นที่พัก คราวกระเส่าเมื่อส่วนปลายกระทบจุด

 

นาทีนั้นเรื่องลูกกลายเป็นเพียงเรื่องเล่าเลือนรางในสมอง ผมเห็นเพียงภาพของตัวเองที่ถูกตระกรองกอดจากคนรัก ดายรูดส่วนหน้าให้ ยึดเอวผมไว้เขาจะได้หยัดกายสะดวก

 

“บะ...เบาหน่อยดาย อ๊ะ คุณทำเขากลัว”

 

“ผมเบาเท่าที่จะทำได้แล้วทูนหัว”

 

“อ๊า!” ผมครางลั่นอย่างห้ามตัวเองไม่อยู่ ดายกัดเข้าที่ไหล่ ยึดไว้ตอนสวนสะโพกหนักขึ้น ผมร้องไห้ความเสียดเสียวเคล้ากับความสุขที่ไม่รู้จะหาอะไรมาเปรียบในค่ำคืนนี้ เหงื่อกาฬมากมายผุดซึมไปทั่วทุกที หยดลงบนเตียงดั่งน้ำตาเทียนที่เพิ่มราคะ

 

ดายสอบกายหนักมาก ถี่กระชั้นไม่ให้ผมได้พัก เขาคงอัดอั้นมาพักใหญ่แล้วถึงได้ปล่อยของขนาดนี้ ผมเองก็ตอดรัดเขาอย่างดี ปรนเปรอเขาทุกทางที่จะทำได้ เราจูบอีกครั้ง คราวนี้ดายดันผมให้นอนหงายแล้วโถมกายมาจูบผม ลิ้นของเราพันเกี่ยวแลกเปลี่ยนความหวานทุกหยาดหยด ผมจิกเล็บกับบ่าเขา ปล่อยให้อีกฝ่ายกัดเข้าที่ต้นคอ พร้อมเลียปลอบใจให้

 

ความดุดันกระแทกกระทั้นจนในที่สุดก็ปลดปล่อยน้ำเชื้อเข้ามาในกาย ผมเองก็เสร็จใส่หน้าท้องแกร่งไปเหมือนกัน จึงต้องกอดเขาไว้แน่นหาที่พักพิง พลางหอบหายใจ

 

ผมนึกว่าเขาจะหยุด เพราะเราตกลงกันไว้รอบเดียวเท่านั้น ทว่าเขากลับขยับเอวอีกครั้ง ย้ำกายดุดันไร้ความอ่อนโยนที่บอกไว้ ผมบิดกายเร่า สะอื้นไปกับแรงอารมณ์ที่พาให้ไม่เป็นตัวของตัวเองเท่าไหร่

 

“หนะ...ไหนคุณบอกว่ารอบเดียวไง”

 

“ผมห้ามตัวเองไม่ไหว”

 

“ดาย...!”

 

“ถือว่าเป็นกำลังใจจากคุณพ่อนะทูนหัว”  

 

นี่ผมโดนหลอกอีกแล้ว !

 

โซลหลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อน ครั้งเดียวของดายไม่มีอยู่จริงอย่างที่เคยบอกไว้ ถึงอย่างนั้นเขาก็พยายามอย่างมากที่จะไม่รุนแรงกับคุณแม่มากเกินไป ระมัดระวังไม่ให้ตัวน้อยเป็นอันตราย ต่อให้เขาอยากจะกัดกินร่างบางของเขามากมายแค่ไหนก็ตาม

 

ร่างสูงกดจูบลงบนกลุ่มผม ห่มผ้าห่มให้โซลหลังเช็ดตัวเสร็จ เวลานี้ดึกมากแล้ว แต่เขาจะยังทิ้งตัวนอนอยู่ข้างคนตัวเล็กไม่ได้ สองขาพาตัวเองก้าวลงบันได ทำทุกอย่างให้แผ่วเบา โซลจะได้ไม่ตื่นมางอแงหาว่าเขาหายไปไหนถึงทิ้งให้อีกคนนอนอยู่อย่างนั้น

 

นัยน์ตาสีดำเหลือบไปมองคนที่นั่งดูทีวีอยู่ข้างล่าง ดีแลนกำลังใจจดใจจ่อกับซีรีส์แอ็คชั่นเรื่องใหม่ ส่งผลให้คนพี่เดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา จ้องมองการเคลื่อนไหวในจอสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่

 

ไม่ใช่ว่าเขาดูทีวีแบบพวกมนุษย์ไม่ได้

 

เขาแค่ไม่อิน 

 

“เสร็จแล้วเหรอพี่ โซลเป็นไงบ้าง”

 

“ร้องไห้จนหลับไป” ดีแลนหัวเราะ ส่ายหน้าไปมาเป็นเชิงว่าอีกฝ่ายต้องโดนดุหนักแน่ “เขาให้ฉันมาตามนายขึ้นไปนอน”

 

“เดี๋ยวผมดูตอนนี้เสร็จ จะตามขึ้นไป” ผงกหัวไปที่ซีรีส์ ตอนนี้กำลังถึงฉากเด็ด ดายเห็นภาพซ้อนตอนดีแลนยังเล็ก เจ้าตัวมักตื่นเต้นกับทุกฉากจากหนัง ต่างจากเขาที่ต้องนั่งอยู่เป็นเพื่อนจนดึก จะกลับไปนอนก็ทำไม่ได้เพราะเป็นห่วง กลัวน้องจะนั่งเหงามากเกินไป “พี่จะขึ้นไปนอนก่อนก็ได้นะ ผมไม่ว่าอะไร”

 

“ฉันแค่อยากดูว่าหนังของพวกมนุษย์มันสนุกตรงไหน”

 

“พี่ไม่ชอบมันไม่ใช่หรือไง?”

 

“ลองดูก็ไม่เสียหายหนิ” น้องชายเลิกคิ้วใส่ ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นพี่ชายสนใจเรื่องนี้ จำได้ว่าตอนเด็กๆ ดายมักจะทำหน้านิ่ง เป็นการกดดันให้เขารีบไปนอนสักที เช่นเดียวกับตอนนี้ที่ทำหน้าไร้อารมณ์ จ้องมองทีวีที่สาดแสงสีไปมาให้ปวดตาไปหมด นาทีนั้นดีแลนรู้ถึงนัยแฝง ดายไม่ได้สนใจหรอกว่าเขากำลังดูเรื่องไหน

 

เขาแค่อยากขอบคุณที่มอบช่วงเวลาให้เขาอยู่กับโซลเพียงลำพังได้ ยอมรับว่าแอบเสียดายนิดหน่อยที่ไม่ได้ไปร่วมแจม แต่ดีแลนคิดว่าให้ทั้งคู่ได้กอดกันน่ะดีแล้ว

 

ดายสมควรได้รับรางวัล ยิ่งไปกว่านั้นในฐานะน้องน่ะ...

 

ลูกคนแรกมันก็สมควรเหมือนพี่ชายมากที่สุดไม่ใช่เหรอ

 

และเหมือนดายจะรู้ว่าน้องชายคิดอะไร ถึงได้เอื้อมมือมายีหัวคนที่นั่งพิงโซฟาอยู่ด้านล่าง พาย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่พวกเราอยู่ด้วยกัน ส่งผลให้ดีแลนยิ้มออกมา เขาดีใจที่ได้เห็นว่าพี่ชายของเขามีความสุขมากแค่ไหน

 

“ผมว่าเราขึ้นไปนอนกันดีไหม”

 

“แต่หนังของนายยังไม่จบ”

 

“ไว้ผมค่อยมาดูย้อนหลังเอาก็ได้”

 

“…”

 

“ผมอยากขึ้นไปนอนกอดตัวน้อยของพวกเราแล้ว”  

 

เป็นคำพูดที่ทำดายระบายยิ้ม มองน้องชายปิดทีวีแล้วขึ้นไปบนห้องด้วยกัน ดีแลนทิ้งตัวลงนอนด้านข้างคนที่นอนหันหลังให้เขา ด้วยน้ำหนักที่ทำเตียงสั่น ส่งผลให้โซลลืมตามามองว่าใครกันที่รบกวนเวลานอนของเขาก่อนจะเจอกับคุณพ่อคนน้อง ที่หอมหัวเป็นการบอกฝันดีในการหลับฝัน

 

“ผมนึกว่าคุณจะไม่ขึ้นมานานแล้ว” โซลพูดด้วยความงัวเงียแล้วเปลี่ยนท่าหันมากอดคนตัวสูงไว้ “คิดถึงคุณจังเลย”

 

“ผมอยู่นี้แล้วที่รัก มานอนกอดกันนะ”

 

“ครับ” ขานรับสั้นๆ แล้วปล่อยตัวเองเข้าสู่ความฝันต่อ โซลกอดดีแลนไว้แน่นชดเชยช่วงที่ไม่ได้อยู่กอดกัน ไม่ลืมหอมแก้มก่อนหลับจะได้รู้ว่ารักมากแค่ไหน ดายทิ้งตัวลงนอนอีกฝั่ง ลูบหัวคนตัวเล็กและพยักหน้าให้น้องชายปิดไฟ

 

แขนแกร่งพาดเอวบางไว้ ลูบท้องขาวบอกฝันดีตัวเล็กในใจ

 

รวมถึงคุณแม่ที่ต้องอดทนรับศึกหนักยิ่งกว่าอะไร

 

“สู้ไปด้วยกันนะ เราทั้งสี่คน”  

 

 

การเติมน้ำเชื้อกลายเป็นเรื่องดีสำหรับลูกฉลาม

 

คุณหมอโทแวนมามาอัลตราซาวน์ให้เราทั้งสามคนได้เห็น มันเป็นเรื่องที่วิเศษมากเมื่อเราเห็นเด็กอยู่ในท้องในช่วงเวลาสามเดือนให้หลัง ตอนแรกที่เขามาตรวจ เรายังไม่ค่อยเห็นภาพเท่าไหร่ กระทั่งท้องได้ห้าเดือนเนี่ยแหละผมถึงได้เห็นรูปร่างของลูกคนแรกของเรา

 

“มีครีบด้วยนะ ตรงนี้ครีบหลัง แล้วก็ครีบข้างสองอัน”

 

“เขาน่ารักจังเลย” ผมยิ้มกว้างมองดูลักษณะต่างๆ ที่คุณหมอชี้ให้ดู มือก็ลูบท้อง สัมผัสลูกของเราที่ดิ้นรับการแตะต้อง เจ้าตัวน้อยวิวัฒนาการเร็วมาก ยิ่งเติมน้ำเชื้อของดายเข้าไปวันนั้น เขาก็ยิ่งโตไวขึ้นกลายเป็นฉลามที่สมบูรณ์

 

มันอาจดูแปลกสำหรับคนอื่นที่มีลูกฉลามอยู่ในตัว แต่สำหรับเราสามคน...

 

“เขาดูแข็งแรงมากเลย”

 

“มีฟันหรือยังเนี่ย คลอดเมื่อไหร่ต้องพาไปฝึกล่าวาฬแล้ว” สองคุณพ่อเข้าไปจ้องจออัลตราซาวนต์จนผมแทบไม่ได้เห็น เขาชี้ตรงนั้นตรงนี้ ปรึกษากันเองว่ามันน่าจะเป็นอวัยวะอะไรบ้าง แต่ท่าตีคือการจะพาลูกไปล่าวาฬต่างหาก

 

ผมคงต้องตั้งกฎใหม่กับคุณพ่อหน่อยแล้วว่าเขาสามารถทำอะไรได้บ้าง

 

เรื่องล่าวาฬหรือสัตว์น้ำ จะเป็นเรื่องแรกที่ผมไม่ให้เขาทำ

 

“แล้วผมต้องกินยาบำรุงหรือเพิ่มวิตามินอะไรไหมครับ?” ผมหันไปถามคุณหมอ ให้คุณพ่อเขาตื่นเต้นไปกับการได้เห็นลูกฉลาม

 

“ตอนนี้เขาแข็งแรงมากแล้วนะ อาจจะไม่ต้องบำรุงอะไรมาก และยาของมนุษย์ก็ไม่เข้ากับเขาด้วย” คุณหมอตอบ จดบันทึกลงในแฟ้มงานที่ผมเห็นเขาถือมาด้วยทุกครั้ง “แค่กินอาหารตามที่เธอกินได้ และพักผ่อนให้เพียงพอ จะได้ไม่มีภาวะแทรกซ้อนอะไร”

 

“โอเคครับ” ผมพยักหน้า ผมทำใจเรื่องกินวาฬกับโลมาได้แล้วแหละ ยังไงเรื่องลูกก็เป็นสิ่งสำคัญเกินกว่าจะเอาความรู้สึกของตัวเองมาเกี่ยวข้องได้ ที่น่าแปลกคือท้องของผมไม่ใหญ่เหมือนคุณแม่ทั่วไป คุณหมอบอกว่าอาจจะเหมือนกับท้องสาวก็ได้

 

ท้องไม่ใหญ่แค่ป่องออกมานิดนึงเหมือนคนอ้วนเท่านั้น

 

“ดูพวกเขาตื่นเต้นกันจังนะ” คุณหมอชี้ไปที่สองหนุ่ม จนถึงตอนนี้พวกเขาก็ยังสนใจลูกไม่หยุด “ตื่นเต้นกว่าเธอที่เป็นคนอุ้มท้องซะอีก”

 

“พวกเขาไม่เคยเจออะไรแบบนี้ ปล่อยให้ได้สนุกเถอะครับ” เจ้าตัวยิ้ม หัวเราะกับคำพูดผม “แล้วพอจะกะคร่าวๆ ได้ไหมครับว่าอีกกี่เดือนถึงจะคลอดได้”

 

“ปกติฉลามท้องค่อนข้างนานนะ บางสายพันธุ์เกือบปีเลยด้วยซ้ำ”

 

“…”

 

“แต่ถ้าว่ากันตามร่างกายมนุษย์ที่ทนได้มากสุดคือเก้าเดือน ฉันว่าเธออาจจะไม่ต้องรอนานขนาดนั้น” เขาว่าพลางเก็บอุปกรณ์ที่ตรวจผมลงกระเป๋า “และเด็กก็แข็งแรงมาก เขาดูพร้อมที่จะออกมาเจอโลกกว้าง ทั้งนี้ทั้งนั้นยังไม่สามารถระบุวันที่แน่นอนได้ แต่ดายบอกว่าเขากับดีแลนคลอดตอนแปดเดือน นี่คุณก็ห้าเดือนแล้ว อีกสามเดือนก็อาจมีลุ้นได้”

 

“ผมหวังว่าจะได้เห็นหน้าเขาไวๆ”

 

“อีกไม่นานหรอกโซล ฉันเชื่อว่าเขาก็อยากเจอเธอเหมือนกัน” ความอ่อนโยนส่งผ่านมาจากดวงตาคู่นั้น ซ้อนทับกับภาพของคุณพ่อที่จากไปแล้ว

 

หลังๆ มานี้ผมคิดถึงพ่อกับแม่มากขึ้น อาจจะมาจากการที่ต้องอุ้มท้องหนักขึ้น จึงรู้สึกคิดถึงพวกท่านขึ้นมา

 

“ถ้าคุณพ่อกับคุณแม่ยังอยู่ พวกท่านคงมีความสุขมาก”

 

“ฉันเคยได้ยินอีธานพูดว่าจะสร้างบ้านไว้เลี้ยงหลาน แล้วก็จะแต่งนิทานเล่าให้หลานฟัง” คุณหมอโทแวนตอบรับคำพูดผม เขาถอนหายใจรำลึกความหลัง “เสียดายที่เขาไม่ได้อยู่ถึงตอนนี้นะ ถ้าได้อยู่คงมีความสุขมากที่ฝันกำลังเป็นจริง”

 

“ผมคิดว่าท่านอาจมองเราอยู่บนนั้น ทั้งพ่อและแม่ คงกำลังเฝ้าดูเราอยู่” พูดพร้อมมองออกไปนอกหน้าต่าง เฝ้าดูฟ้าสีครามที่มีตะวันฉาย “ผมเชื่อว่าพวกท่านจะต้องดีใจ ถึงท่านจะเสียไปแล้ว แต่พวกท่านก็ยังอยู่ในตัวผม ทั้งสองคน”

 

“นั่นเป็นเรื่องที่ดีนะ” ผมยิ้มพยักหน้าให้เป็นการโต้ตอบ การบอกว่าพวกท่านอยู่ในตัวผมคือเรื่องจริง เพราะถ้าไม่ใช่ดีเอ็นเอของพวกท่าน ผมคงไม่ได้เกิดมาจนถึงทุกวันนี้ ตัวน้อยในท้องนี่ก็เหมือนกัน เขามีตัวตนของเราสามคนเอาไว้

 

ทั้งผม ทั้งดาย ทั้งดีแลนต่างหลอมรวมกลายเป็นเจ้าตัวเล็กที่ดิ้นอยู่ข้างใน เมื่อเขาเกิดมา เขาอาจจะหน้าเหมือนใครในเราสามคนก็ได้ แต่สิ่งที่เขาปฏิเสธไม่ได้เลยคือเขาได้รับความรักจากเราทุกคน โดยเฉพาะคุณพ่อทั้งสองคน

 

พวกเขาซื้อของรับขวัญลูกมาเต็มบ้านเลย

 

ก๊อกๆ !

 

“ขออนุญาตคุณแม่นะครับ”

 

“โนเอล” ผมเรียกชื่อคนที่เคาะประตูห้องนอนผม ส่งผลให้เราทั้งสี่คนเลื่อนสายตาไปหา โนเอลโบกมือย่อยๆ ขออนุญาตในการเข้ามา ในมือของเขามีถุงข้าวของมากมายที่พาให้ผมต้องเลิกคิ้วใส่ “ซื้ออะไรมาเยอะแยะเลย”

 

“ก็ของสำหรับเด็กทั่วไปน่ะสิ คุณท้องตั้งห้าเดือนแล้วไม่ใช่เหรอ” ร่างโปร่งย่นคิ้วใส่ มีการเบี่ยงตัวหลบสองสามีผม ราวกับกลัวจะถูกฆ่าตาย “ผมไม่รู้ว่าลูกคุณจะชอบไหมนะ แต่ผมก็หาซื้อเท่าที่จะทำได้”

 

“ไม่น่าต้องลำบากเลย แค่คุณมาเยี่ยมก็มากพอแล้ว”

 

“ก็คุณยกผมให้เป็นพ่อทูนหัวของลูกคุณหนิ จะให้ผมมามือเปล่ามันใช้ได้ที่ไหน”

 

“แต่ซื้อของเด็กผู้หญิงมาก็ช่วยอะไรไม่ได้”

 

“ดาย”

 

“ซีวานเป็นผู้ชาย โนเอล”  

 

วันนี้มาอัพเร็วเพราะตอนเย็นไม่ว่าง ต้องไปรับหนังสือกลับจากงานหนังสือจ้า 

LOADING 100 PER 

รางวัลของคุณพ่อ ขอความหวานหน่อยมาเติมเต็มกำลังใจ  

เลี้ยงอย่างลูกฉลาม จงอย่าหวั่นแม้ตนเป็นมนุษย์ 

ต้องยอมลดความเป็นมนุษย์เพราะสิ่งที่อยู่ในท้องเป็นลูกครึ่ง 

ความเป็นฉลามบังคับให้ต้องฝืน อยากมีชีวิตต่อต้องตามใจลูกเท่านั้น 

อย่าได้ขัดใจไม่งั้นจะป่วยหนัก และต้องเปิดใจให้กว้าง 

ลูกฉลามก็ต้องเลี้ยงแบบฉลาม อย่าเลี้ยงแบบลูกมนุษย์ เขาไม่อิน :)  

 

สกรีมลงแท็กหวีดความรุนแรงของเรื่องนี้ 

#ฉลามคลั่งรัก 

ความคิดเห็น