Avery Pie
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 14 : คู่มือเลี้ยงลูก

ชื่อตอน : ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 14 : คู่มือเลี้ยงลูก

คำค้น : ฉลามคลั่งรัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.2k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ส.ค. 2562 19:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 14 : คู่มือเลี้ยงลูก
แบบอักษร

ฉลามคลั่งรักภาคพิเศษ 14 : คู่มือเลี้ยงลูก 

#ฉลามคลั่งรัก 

 

“ตลกเถอะ” ผมสวนใส่ ส่ายหน้าไปมาให้กับความคิดผิดแปลกของเขา ลำพังท้องกับฉลามก็มหัศจรรย์พอแล้ว ถ้าให้ผมไปกินวาฬ กินโลมาแบบดีแลนดายผมคงไม่ไหว ผมเลี้ยงสัตว์พวกนั้นมากับมือตั้งแต่ตอนอยู่ศูนย์วิจัย

 

แค่เห็นดีแลนแอบออกไปล่ากิน ใจผมก็ย่ำแย่พอแล้ว อย่าให้ผมต้องไปทำอะไรแบบนั้นเลย

 

“ก็ผมสงสัย มีลูกเป็นฉลามจะกินอาหารมนุษย์ได้ยังไง”

 

“เรายังไม่รู้เลยว่าเด็กที่ออกมาจะเป็นมนุษย์หรือฉลาม”

 

“ดาย” ผมเรียกชื่อคนที่เปิดประตูเข้ามาในห้อง กลิ่นหอมของซุปอะไรสักอย่างลอยตามเขามาติดๆ เล่นเอาโนเอลถึงกับต้องลุกจากเก้าอี้ แทบจะแนบตัวเองติดกับกำแพงเป็นการหลีกให้คุณพ่อมือใหม่ ดายเอาซุปมาวางไว้ตรงโต๊ะข้างหัวเตียงผม ทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ ดึงผ้าห่มมาคลุมเกือบถึงอก

 

เขาอยากให้เจ้าตัวเล็กได้รับอุณหภูมิที่พอเหมาะ ไม่หนาวจากแอร์ที่เปิดทิ้งไว้มากเกินไป

 

“กินซุปหน่อยนะโซล จะได้มีอะไรรองท้องบ้าง”

 

“คุณไม่ได้ใส่อะไรเหมือนเมื่อเช้าลงไปใช่ไหมครับ?”

 

“ไม่ทูนหัว ผมเปลี่ยนใหม่” เขาส่ายหน้า หยิบชามซุปมาถือไว้แล้วใช้ช้อนคนคลายความร้อนไปมา “ผมใส่ตามสูตรคุณแม่แพ้ท้องเท่าที่จะหาได้ อย่างน้อยก็อยากให้คุณได้มีอะไรให้เขากินบ้าง”

 

เจ้าตัวหลุบตามามองท้องผม สื่อเป็นนัยว่าตัวเล็กคงหิว ไม่ใช่แค่เขาที่หิว ผมเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน แค่อาหารปกติที่กินเมื่อเช้ามันดูจะไม่ถูกเทสกับผมเท่าไหร่ ถึงมันจะหอมสำหรับคนอื่นมากแค่ไหน ทว่าฉลามน้อยคงไม่ชอบมัน

 

“ลองสักคำนะโซล”

 

“ครับ” ผมพยักหน้า ผมยอมทุกอย่างเพื่อให้เด็กในท้องไม่หิว อีกอย่างกลิ่นของซุปที่ดายเพิ่งทำเมื่อกี้มันก็หอมดี มีกุ้งแล้วก็ปลาหมึกที่เดาว่าโนเอลน่าจะซื้อติดบ้านด้วย ผมอ้าปากรับเจ้ากุ้งตัวแดงเข้ามาเคี้ยว ลุ้นระทึกนิดหน่อยว่าตัวเองจะแพ้จนต้องคายทิ้งไหม ไม่ใช่แค่ผมเท่านั้นที่ลุ้นกับสิ่งที่กินไป

 

ทั้งดาย ทั้งโนเอล ต่างทำเหมือนจะเคี้ยวให้ผมด้วยซ้ำ

 

“เป็นไง?”

 

“อร่อยดี” ผมตอบกลับ “ดีกว่าเมื่อเช้า”

 

“ค่อยยังชั่ว” ดายถอนหายใจ เห็นสีหน้าโล่งใจประดับบนใบหน้าหล่อเหลา “งั้นกินเยอะๆ นะ ผมให้ดีแลนซื้อพวกอาหารทะเลติดมาด้วย เผื่อเย็นนี้เราจะดินเนอร์กัน”

 

“ก็หวังว่าผมจะไม่แพ้จนกินไม่ได้นะ” ผมพึมพำแล้วรอคำต่อไปจากดายต่อ ร่างสูงถูจมูกตัวเองกับจมูกผมเล็กน้อย เลื่อนมาจูบหน้าผากไม่เกรงใจโนเอลที่กลอกตาใส่อย่างเหนื่อยหน่าย ผมไม่ได้ตั้งใจทำให้เขาเป็นส่วนเกินที่ต้องมาทนดูความรักของพวกเรานะ เขาเลือกที่จะยืนอยู่ตรงนั้น ไม่ยอมขยับไปไหนเอง

 

“ผมมาทำอะไรตรงนี้เนี่ย” เขาส่ายหัวไปมา พ่นลมหายใจระบายความอึดอัด “แล้วนี่พวกคุณจะเอาไงต่อกัน จะจ้างพี่เลี้ยงเด็ก หมอส่วนตัวหรือว่าคนเฝ้าบ้านอย่างผมอีกไหม?”

 

“ไม่เป็นจำเป็นหรอก พวกผมจัดการเองได้”

 

“แล้วหมอเขาได้แนะนำไหมว่าแม่ที่อุ้มท้องลูกฉลามจะต้องดูแลตัวเองยังไง?”

 

“ไม่ได้บอกทั้งหมด เพราะลูกคนกับลูกฉลามไม่เหมือนกัน” ดายตอบโดยไม่สบตา ง่วนอยู่กับการป้อนข้าวผม และเช็ดปากให้ “พวกเราก็จะเรียนรู้กันไปทีละขั้น ผมยังจำตอนที่แม่ของดีแลนอุ้มท้องเขาได้อยู่ ถ้าเอามาปรับใช้ก็น่าจะไหว”

 

“คุณพ่อมือใหม่คงต้องรองรับอารมณ์คุณแม่หนักเลยสิ ผมได้ยินมาว่าคนท้องอารมณ์แปรปรวนจะตาย”

 

“บางทีพ่อฉลามก็อารมณ์แปรนปรวนได้”

 

“ยังไง...”

 

“เวลาเจอคนถามมากน่ะ” โนเอลกลืนน้ำลายลงคอขณะที่หน้าซีดนิดหน่อยเมื่อโดนขู่แบบนั้น ทำเอาผมถึงกับหลุดยิ้มขำ เรื่องกลัวโดนจับยัดเข้าปากดาย เขาน่ะยืนหนึ่งเลย “ขอบคุณที่ซื้ออาหารมาติดบ้านไว้ให้ ถ้าคุณไม่มีธุระอะไรแล้ว ก็ให้โซลได้นอนพักเถอะ”

 

“พูดว่าผมกลับไปเลยน่าจะง่ายกว่า”

 

“หรืออยากให้ผมไปส่งคุณที่บ้านล่ะ แต่ผมต้องว่ายไปส่งนะ เพราะดีแลนเอารถไปแล้ว”

 

“ผมเอารถมา ขอบคุณ” เจ้าตัวรีบชูกุญแจรถคันหรูของตัวเองขึ้นมาทันทีเป็นการดัก หนำซ้ำยังถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ยกมือยอมแพ้แสดงให้เห็นถึงการศิโรราบ “และผมไม่อยากอยู่ขัดช่วงเวลาสวีทของพวกคุณหรอก ผมจะเดินไปที่รถ ขับกลับบ้านแล้วก็วางมือถือไว้ห่างๆ ถ้าพวกคุณโทรมา ผมจะตัดสายแล้วเราจะได้ไม่ต้องเจอกันอีก”

 

“อย่าเล่นใหญ่นักสิโนเอล เราจะตัดขาดกันได้ไง ผมจองคุณเป็นพ่อทูนหัวของลูกผมแล้วนะ ลืมแล้วเหรอ?” ผมทวงสัญญา ตอนนั้นมันยังเป็นเพียงแค่มุกขบขันที่ไม่มีวันเป็นจริงด้วยซ้ำ แต่ดูเหมือนว่ามันจะกลายเป็นเรื่องจริงแล้วล่ะ

 

ฉลามในท้องมีพ่อทูนหัวที่กลัวฉลามซะแล้ว

 

“ผมความจำไม่ค่อยดีน่ะโซล ผมให้โอกาสคุณได้แก้ตัวใหม่”

 

“แต่ผมจำได้ ดายเองก็ด้วยใช่ไหม?” ร่างสูงขานรับสั้นๆ เป็นเชิงตามใจ “คุณหนีไปไหนไม่ได้แล้ว”

 

“เมื่อไหร่ผมจะหมดเวรหมดกรรมกับครอบครัวคุณสักทีเนี่ย” อยากจะสบถเสียงดัง ติดแค่ถ้าทำจะโดนจับกินแบบไม่รอช้า โนเอลเลยได้แต่บ่นกับตัวเอง ก่อนที่เราจะหลุดยิ้มออกมา ร่างโปร่งขยับตัวเข้ามาหา แตะบ่าผมเบาๆ เป็นการให้กำลังใจกัน “เอาเถอะ ยังไงผมก็ขอให้คุณมีความสุข สุขภาพร่างกายแข็งแรงแล้วกัน ถ้าอยากให้ผมทำอะไรก็โทรมานะ ผมอาจจะแกล้งให้รอสายนิดหน่อย”

 

“ถ้าคุณรับช้า ผมก็จะให้ดายไปรับคุณที่บ้าน”

 

“คุณจะเป็นสายแรกที่ผมกดรับแบบไม่ลังเล” ผมหัวเราะจนตาหยี มีความสุขกับเขาที่ถือวิสาสะยีหัวผมทั้งที่ไม่เคยทำ “ผมไปก่อนดีกว่า ดูแลตัวเองด้วยนะแม่ฉลาม”

 

“ขอบคุณที่มาเฝ้าบ้านให้นะ คุณเป็นเพื่อนที่ดี”

 

“เท่าที่ผมจะเป็นได้ครับคุณโซล อิลเดนสัน” เขาประชดทำท่าโค้งแบบพวกพ่อบ้านเขาทำกัน เราคุยกันอีกสองสามประโยค โนเอลก็เดินออกจากห้อง ขับรถกลับบ้านของเขา ผมให้ดายเดินไปดูความเรียบร้อย ระหว่างนั้นก็ตักซุปกินเองจนหมดชาม

 

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเขาใส่พวกสัตว์ทะเลด้วยหรือเปล่า ฉลามเป็นสัตว์น้ำ น่าจะชอบกินสัตว์น้ำมากกว่าสัตว์บกเช่น หมูกับไก่ ถึงอย่างนั้นตอนอยู่ศูนย์วิจัย ดายก็มีวันพิเศษที่จะได้เนื้อวัวตัวใหญ่ไปกินทุกวันอังคาร ซึ่งเราอาจจะต้องลองกันทีหลังว่าผมกินเนื้อแบบนั้นได้ไหม

 

หรือต้องกินแค่อาหารทะเลไปก่อน

 

“กลับมาแล้วครับ ผมซื้อของมาให้คุณด้วยนะ” ผมลดหนังสือในมือลง ย้ายตัวเองจากเตียงนอนมานั่งเล่นอยู่ที่โซฟาด้านล่าง ผมไม่อยากอุดอู้อยู่บนนั้น บวกกับตัวน้อยยังไม่ได้เป็นรูปเป็นร่าง ผมจึงสามารถขยับตัวไปมาได้ แค่ต้องระวังตรงท้องเป็นพิเศษ ดีแลนวางถุงข้าวของลงกับโต๊ะด้านหน้า ส่วนพวกอาหารมื้อเย็นถูกดายช่วยถือไว้ที่ครัวด้านหลัง

 

“ซื้ออะไรมาเยอะแยะเลยดีแลน คุณแค่ไปส่งคุณหมอที่บ้านไม่ใช่เหรอ?”

 

“ใช่ที่รัก แต่ขากลับผมแวะซื้อของไง แล้วเจอนี่” ผมขยับตัวให้เขาได้ทิ้งตัวนั่ง เจ้าตัวถอดแจ็คเก็ตที่สวมอยู่ออก คลายความร้อนเพื่อส่งมอบความตื่นเต้นให้ผม คิ้วสวยเลิกขึ้นด้วยความงุนงงเมื่อเห็นคุณพ่อมือใหม่คนน้องหยิบหนังสือเล่มบางออกมาจากถุงนั่น

 

หน้าปกสีฟ้ามีรูปฉลามว่ายวนกัน มีชื่อเรื่องอยู่บนนั้น

 

“นิทานมหัศจรรย์แห่งท้องทะเล…นิทานก่อนนอนเหรอ?” ผมหันไปถามหลังอ่านชื่อเรื่องจบ ไม่ใช่แค่เล่มเดียว ผมยังเห็นเขาซ่อนไว้ในถุงอีกสองสามเล่ม

 

“ใช่ครับคนเก่ง เจ้าของร้านหนังสือเขาแนะนำมา” ว่าพร้อมหยิบเล่มในมือผมไปเปิดหน้าต่างๆ ให้ผมดูเนื้อหา “มันรวมนิทานเกี่ยวกับทะเลไว้หมดเลยนะ ทั้งปลาหมึก ทั้งฉลาม แล้วก็โลมาด้วย! ลูกจะต้องชอบเรื่องวาฬกับโลมามากแน่ๆ เพราะพวกมันน่ากิน...ผมหมายถึงพวกมันน่ารัก เด็กๆ ชอบสัตว์น่ารักใช่ไหมล่ะ”

 

เป็นคำถามที่ไม่ได้อยากได้คำตอบสักเท่าไหร่ กลับกันดีแลนพูดเพื่อให้ผมรู้ว่าเขาตื่นเต้นกับหนังสือเล่มนั้นมากแค่ไหน หนำซ้ำยังมีอีกเล่มที่หน้าปกเป็นสีส้มออก ติดชื่อเรื่องว่า ‘คู่มือคุณพ่อคุณแม่มือใหม่’

 

“แล้วผมก็ซื้อคู่มือเลี้ยงลูกมาด้วยนะ ไม่รู้ว่าเจ้าตัวเล็กจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง ผมเลยซื้อมาสองเล่มเผื่อว่าเราอ่านผิด จะได้เปลี่ยนเป็นอ่านอีกเล่มนึงทัน”

 

“ดูนายตื่นเต้นกว่าโซลอีกนะ”

 

กึก !

 

แก้วชาถูกวางลงบนโต๊ะดึงกึก พร้อมกับที่ดายต้องเคลียร์ข้าวของบางส่วนออกจะได้มีที่ว่างแก้วชาของเราได้ ดีแลนพองลมในแก้มนิดหน่อย มีกลอกตาบ้างที่โดนขัดความสนุกสนานของเขา อาจจะดูรีบไปบ้างที่ซื้อของพวกนี้มาตุนไว้ แต่สำหรับพ่อแม่มือใหม่อย่างพวกเรา เตรียมไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ คงจะดีกว่า

 

“แล้วพี่ไม่ตื่นเต้นหรือไงกัน เรากำลังจะมีลูกด้วยกันสามคนนะ”

 

“ฉันรู้ แค่คิดว่านายดูรีบร้อนกว่าโซลอีก”

 

“คนท้องไม่ให้เดินบ่อยนะพี่ ผมก็ต้องเตรียมพร้อมไว้สิ จะได้ไม่มีปัญหาทีหลัง” คนน้องทำโอ้อวด ยักคิ้วให้ดายส่ายหน้าให้อย่างระอาใจ เขาวาดแขนมาโอบผมไว้ ให้ผมพิงไหล่ขณะที่เปิดหนังสือเล่มอื่นดูไปมา บอกตามตรงว่าผมไม่มีความรู้ด้านนี้เลยสักนิด จำได้ว่าพ่อเคยเล่าให้ฟัง เสียดายที่วันเวลากลับพามันเลือนหายไปหมด เหลือทิ้งไว้เพียงรูปถ่ายยับย่น

 

อยากถามแม่จังเลยว่าตอนท้องผม อาการเป็นยังไง

 

“คุณว่าเขาจะเป็นยังไงเหรอครับ ตัวเล็กของเรา” ผมถามขึ้นมาด้วยความสงสัย ขัดบทสนทนาของสองพี่น้องที่กำลังเถียงอะไรกันก็ไม่รู้ ผมไม่ได้ฟัง “คิดว่าเขาจะเหมือนพวกคุณไหม หรือจะเหมือนพ่อแม่ของเรา ผมเคยได้ยินเรื่องที่นิสัยข้ามรุ่นด้วยนะ เลยคิดไม่ออกว่าเขาจะเป็นยังไง”

 

“ที่แน่ๆ เขาต้องเหมือนคุณแน่นอนที่รัก เพราะคุณมอบความรักให้เขามากกว่าใคร”

 

“พวกผมเป็นแค่ส่วนประกอบที่ทำให้เขาเติบโตได้” ดายหอมหัวผม ต่างจากดีแลนที่เลิกเสื้อผมขึ้นเล็กน้อยเพื่อดูหน้าท้องเรียบเนียนยังไม่นูนขึ้น ลากนิ้วสัมผัสแล้วกดจูบเบาๆ ให้ผมยิ้มขำ “เขาจะต้องเป็นเด็กที่ดีเหมือนกับคุณ”

 

“แต่คุณเคยว่าผมเป็นเด็กไม่ดีนะ”

 

“ก็ตอนนั้นคุณทำตัวไม่น่ารัก ผมก็ต้องว่าสิ” นึกย้อนไปตอนนั้นผมก็ทำตัวไม่ดีจริงๆ “แล้วคุณล่ะคิดว่าเขาจะเหมือนใคร ระหว่างผมกับดีแลน”

 

“ไม่รู้สิ ผมยังตอบไม่ได้”

 

“แบบนี้ต้องเพิ่มน้ำเชื้อเข้าไปไหม?”

 

“ล้มเลิกความคิดนั้นไปได้เลย”  

 

ผมห้ามปรามก่อนที่เขาจะได้เกินเลยไปมากกว่านี้ ประจวบเหมาะที่ผมเปิดหนังสือเจอหน้าเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ช่วงท้องพอดี เขาบอกว่าเราสามารถมีได้ปกติ แค่ต้องอยู่ในท่วงท่าที่เหมาะสมเพื่อไม่ให้ห่างเหินกับคู่รักมากเกินไป แต่ช่วงสามเดือนหลังงดได้ก็จะดีกว่า จะได้ไม่กระทบเด็กที่อยู่ข้างใน ซึ่งพอคิดว่าจะยอมให้พวกเขามีอะไร...

 

ผมก็กลัวเจ้าปลาทูน้อยจะจากไปก่อนได้ออกมาดูโลกกว้าง

 

“ช่วงนี้งดไปก่อนนะ ให้ผมได้ปรับตัวกับลูกก่อน” ดีแลนพองลมในแก้มกระเง้ากระงอดตามประสา ผมลูบหัวเขา ปล่อยให้อีกฝ่ายจูบหน้าท้องผมซ้ำไปซ้ำมา “เรายังต้องเรียนรู้อีกมาก ผมไม่อยากเอาเขาไปเสี่ยง”

 

“เข้าใจแล้วครับองค์ราชินี ผมขัดใจคุณได้ที่ไหน” เขายอมแพ้ไม่ได้ดื้อด้านอะไร “ไว้คุณพร้อมเมื่อไหร่ก็เริ่มก่อนได้ พวกเราสมทบตามให้อยู่แล้ว”

 

“ทะลึ่งนัก” ผมหลุดขำ พวกเราหัวเราะเคล้ากันด้วยความสนุก ผมยกชาขึ้นจิบวาดฝันถึงอนาคตอันใกล้ตัว ดูเหมือนการลาพักร้อนจากที่ทำงานต้องยื่นเรื่องใหม่ว่าหยุดงานเป็นการชั่วคราว ถึงผมจะไม่ได้เป็นพนักงานประจำที่พิพิธภัณฑ์ ทว่าผมก็ไปทำงานที่นั่นทุกวันจนกลายเป็นส่วนนึง ยิ่งไปกว่านั้นเขาจะได้รับคนใหม่เข้ามาทำงานแทนเลย

 

เพราะไม่รู้ว่าคลอดแล้วผมจะได้กลับไปทำงานอีกไหม

 

มื้อเย็นของพวกเราผ่านไปค่อนข้างดี พอเป็นอาหารทะเลผมจึงพอกินได้ แต่ก็ไม่มากอย่างที่คิดไว้ ถึงจะเป็นเพียงแค่วุ้น เจ้าตัวน้อยแลดูจะไม่ชอบใจสิ่งที่ผมกินไปเท่าไหร่ ถึงอย่างนั้นเพื่อความปลอดภัยให้เขายังคงอยู่ได้ ผมต้องฝืนกินเท่าที่จะกินได้

 

ดีแลนจัดตารางเวลาผมราวกับตัวเองเป็นผู้จัดการส่วนตัว เวลานี้ลงน้ำไม่ให้ตัวแห้ง เวลานี้นอนพักผ่อน ดื่มนม กินอาหารสุขภาพสำหรับคนแพ้ท้อง ดายแนะนำผลไม้บางชนิดที่เห็นแม่ดีแลนกินตอนท้องเขาให้ผม เสียดายที่บางอย่างเราดันไม่ถูกเทสกันเท่าไหร่

 

แต่ก็ใช่ว่าไม่มีเรื่องดีนะ

 

“ดาย! ดีแลน! มาดูนี่!”

 

“หืม?”

 

“มาหาผมเร็วที่รัก!” ผมตะโกนเรียกพวกเขาจากชั้นสอง เนื้อตัวสั่นไหวเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ผิดกับคุณพ่อที่พอได้ยินเสียงตะโกนกลับวิ่งหน้าตาตื่นขึ้นมาหา

 

“อะไรโซล เกิดอะไรขึ้นที่รัก?” ดีแลนกระโจนเข้ามาในห้องน้ำ จับไหล่ผมแน่นโดยมีดายยืนซ้อนทับอยู่ด้านหลัง ใบหน้าของพวกเขาฉายชัดถึงความกังวลใจ ต่างจากผมที่ยิ้มกว้าง หัวเราะสนุกขณะที่มือจับท้องไว้ “ลูกเราเป็นอะไร คุณล้มเหรอ?”

 

“เจ็บตรงไหนไหมโซล?”

 

“ไม่ครับ ผมไม่ได้ล้ม” ผมส่ายน้ำ น้ำตาซึมหางตาแม้จะยิ้มอยู่ “แต่เมื่อกี้ผมสะดุ้งตื่น ผมนึกว่าตัวเองปวดท้องเลยมาเข้าห้องน้ำ”

 

“แล้ว...”

 

“แต่คุณทายสิว่ามันคืออะไร!” ผมจับแขนพวกเขา เขย่าไปมาเป็นเด็กๆ สองหนุ่มมองหน้ากันนิ่งกะพริบตาปริบๆ เป็นเชิงไม่เข้าใจ ผมเลยเลิกเสื้อขึ้นเผยให้เห็นหน้าท้องขาวที่เริ่มนูนจากวันแรก พร้อมลูบไปมาด้วยความดีใจ “เขาดิ้นแล้วล่ะ เขาดิ้นอยู่ในท้องผมแล้ว”

 

“ว่าไงนะ!?”

 

“ฮ่าๆ” ผมหัวเราะจนตาหยี มองพวกเขาที่อ้าปากค้าง เบิกตากว้างกันเป็นแถบ ผมไม่เคยดีใจเท่านี้มาก่อนหลังจากคิดอยู่นานว่าท้องจริงเหรอ ทำไมท้องนูนแล้วแต่ไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้จากข้างใน กระทั่งวันนี้ที่ผ่านมาเกือบสองอาทิตย์ได้

 

ปลาทูน้อยขยับได้แล้ว

 

“จับสิ พวกคุณจับสิ” ผมตื่นเต้นมาก ดึงมือพวกเขามาจับท้องตัวเองเพื่อสัมผัสถึงสิ่งที่ซ่อนตัวอยู่ ผมมั่นใจว่าตัวเองไม่ได้ฝันไปหรือคิดไปเอง และทั้งคู่ก็เป็นพยานให้ผมได้ เพราะทันทีที่พวกเขาจับท้อง เด็กที่อยู่ข้างในก็ดิ้นไปมาให้พวกเขาเบิกตากว้างใส่ “พวกคุณสัมผัสได้ไหม เห็นแล้วใช่ไหมว่าเขาดิ้น!”

 

“นี่มัน...นี่มันมหัศจรรย์จริงๆ” ดายว่าเสียงแผ่ว เขาดูตกใจพลันก็ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข “เขาอยู่ในตัวคุณ”

 

“ใช่ และเขารับรู้ถึงพวกคุณ”

 

“…”

 

“เขารับรู้ถึงพวกเรา”  

 

“นี่มันเรื่องดีชะมัดเลย วู้ว!” ดีแลนโห่ร้องขึ้นมาก่อนจะอุ้มผมด้วยความดีใจ เขาหัวเราะเรียกเสียงขบขันจากผมที่ถูกพาหมุนไปมาอย่างห้ามความสุขไม่อยู่ ผมทุบเขาหนึ่งทีเป็นการบอกให้ระวังมากกว่านี้ จากนั้นก็จูบเขา ผละไปกอดดายแล้วเราก็จูบกัน “ผมต้องไปตามหมอ! พวกเขาต้องมาดูพัฒนาการของลูกเรา”

 

“งั้นเดี๋ยวผมพาคุณไปว่ายน้ำรอเขา ถึงเวลาเล่นน้ำของเจ้าตัวน้อยแล้ว”

 

“โอเคครับ” เราต่างตื่นเต้นกับสิ่งที่เกิดขึ้น ดีแลนจูบท้องผมแล้วรีบหยิบกุญแจรถไปรับคุณหมอ ส่วนดายพาผมไปว่ายน้ำอย่างที่เขาบอก ทุกอย่างเกิดขึ้นไวมากเพียงเพราะเจ้าตัวน้อยดิ้นให้รู้ว่าเขาอยู่ในนั้น ไม่ถึงชั่วโมงคุณหมอโทแวนก็ถูกพาตัวมา เขาดีใจกับเรามากที่เด็กในท้องเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง

 

หนำซ้ำยังแวะมาดูอาการบ่อยครั้ง เกือบทุกวันเลยเห็นจะได้ เดาว่าคงเป็นห่วงผม อีกนัยนึงคืออยากศึกษาเพื่อทำงานวิจัย เขาไม่พูดเรื่องกลับไปที่เกาะ บางทีคงจะอยู่ที่นี่ตลอดไปอย่างที่ฝันไว้

 

ผมก็หวังว่าจะไม่เกิดเรื่องร้ายอะไรอีก จะคิดมากก็ไม่ได้เนื่องจากตอนนี้ผมต้องคิดถึงลูกในท้องให้มากกว่าสิ่งไหน สองสามอาทิตย์แรกผมยังสามารถใช้ชีวิตแบบมนุษย์ทั่วไป ยังออกไปข้างนอกได้ แม้จะมีสองฉลามขนาบข้างไปด้วย พวกเขาต้องรับมือกับอารมณ์ขึ้นลงของผม ผมก็พยายามหาทางกำจัดอารมณ์ที่ไม่ดีของตัวเอง

 

จนเข้าเดือนสองที่ผมรู้สึกไม่โอเคเท่าไหร่

 

เด็กในท้องพัฒนาการว่องไว และมันทำให้...

 

“อุ้ก!” ผมอาเจียนเอามื้อเช้าออกมาทั้งหมด ทั้งกลิ่นน้ำ กลิ่นนมกลายเป็นยาพิษที่ฝืนกินไม่ไหว ย่างเข้าเดือนสองมากลางเดือน อาหารมนุษย์แทบไม่ตกเข้ากระเพาะ ผมเวียนหัวบ่อย เพลียง่ายแม้จะอยู่ในน้ำ อาหารทะเลที่เคยกินได้ผันตัวเป็นของแสลงที่เห็นแล้วอยากจะอ้วกออกมา

 

ไม่มีใครรู้ว่าทำไมผมถึงแพ้ท้องหนักขนาดนี้ ผมกินอะไรไม่ได้มาหลายวันแล้ว คุณหมอโทแวนเองก็ไม่กล้าฉีดยาบำรุงครรภ์หรือเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ได้ กลัวผมแพ้แล้วจะเกิดอันตรายกับเด็กข้างใน

 

เด็กข้างในที่เติบโตเร็วกว่าเด็กทั่วไปเกือบสิบเท่า

 

“ไม่ไหวดีแลน เขาไม่อยากกิน” ผมบอกคุณพ่อที่ยื่นน้ำบ้วนปากให้ผมอยู่ เจ้าตัวลูบหลังสัมผัสกระดูกสันหลังที่ปูดโปนขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ร่างกายผมซูบผอม ท้องยื่นออกมาจากวันที่รู้เรื่องหลายนิ้วอยู่ ไม่ได้ใหญ่โตจนต้องลุ้นว่ามีลูกกี่คน

 

ลำพังคนเดียวผมก็แทบไม่ไหวแล้ว

 

“ที่รัก แต่ถ้าคุณไม่กินจะไม่มีอะไรเลี้ยงลูกนะ”

 

“ผมไม่ไหวแล้วครับ ฮึก ผมกินไม่ไหวแล้ว” ผมร้องไห้การกินอาหารมนุษย์ยิ่งกว่าถูกขืนใจซะอีก “เขาไม่ชอบมันดีแลน เขา...เขากินไม่ได้”

 

“บอกตัวน้อยอดทนหน่อยได้ไหม ถ้าคุณไม่กินอะไร ผมกลัวคุณจะป่วยนะ” ดีแลนพยายามเกลี่ยกล่อมผม กลิ่นซุปข้นลอยคลุ้งอยู่ในห้อง ดายเป็นคนทำให้ผมกินเช่นทุกวัน ทั้งที่ส่วนผสมก็ไม่ได้ต่างกัน ทว่าหลังๆ มันกลับหักหลังพาให้ผมกินไม่ได้

 

ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากกินหรอก ผมหิว อยากกินอะไรแทบตาย

 

ติดแค่ ‘เขา’ ไม่อาจกล้ำกลืนได้ ถามว่าผมรู้ได้ไง...

 

เจ้าตัวเล็กสื่อสารกับผมได้แล้ว 

 

ดีแลนประคองผมให้กลับมาที่เตียงนอน กลัวว่าถ้าปล่อยผมเดินกลับมาคนเดียว จะล้มพับตายไปซะก่อน แค่สองเดือนให้ความรู้สึกเหมือนสองปี ผมเคยอ่านงานวิจัยที่บอกว่าฉลามสามารถท้องได้นานถึงสองปีแล้วแต่สายพันธุ์ ส่วนเมกาโลดอนไม่มีระยะเวลาที่แน่นอนนัก ดายบอกว่าตัวเองอยู่ในท้องแม่แค่แปดเดือนเท่านั้น แถมยังคลอดออกมาเป็นฉลาม เกือบกินดีวานที่นอนอยู่ข้างๆ

 

มากลายร่างได้ตอนอายุสองขวบกว่า ต่างจากดีแลนที่เกิดมาเป็นมนุษย์แล้วเปลี่ยนเป็นฉลามได้ตอนอายุสองขวบเหมือนกัน

 

เท่าที่ผมจับใจความได้ จะรู้ว่าเปลี่ยนร่างได้ไหมต้องรออายุสองปีหรือช่วงคาบเกี่ยวราวๆ นั้น ซึ่งผมไม่รู้เลยว่าเจ้าปลาทูน้อยที่อยู่ในท้องเนี่ย ตอนนี้เป็นฉลามหรือว่าเป็นคน

 

ที่แน่ๆ เพื่อความเซฟสุด เราตัดสินใจแล้วว่าเราจะไม่ไปคลอดที่โรงพยาบาล

 

เราจะคลอดกันที่บ้าน

 

ถ้าเกิดผมไม่ได้เป็นอันตรายอะไรไปมากกว่านี้

 

“ไม่ร้องนะที่รักของผม แม่ฉลามเป็นแบบนี้ เดี๋ยวลูกจะขี้แยนะ” ร่างสูงพยายามปลอบ เช็ดน้ำตาแห่งความงอแงระคนงี่เง่าที่คอนโทรลไม่ได้ของผม มือบางเสยผมตัวเองนิดหน่อย บอกตัวเองไม่ให้เครียดหรือกังวลจะได้ไม่มีผลกับเด็กในท้องที่โตเร็วผิดปกติ “ถ้าคุณไม่อยากกินเดี๋ยวผมเอาไปเปลี่ยนให้ เราทำของโปรดคุณดีไหม สปาเก็ตตี้เป็นไง?”

 

“แค่น้ำก็พอครับ ผมขอน้ำมาให้เขาก่อน”

 

“คุณกินแต่น้ำจนลูกเราจะลอยตัวได้แล้ว”

 

“ก็เขาไม่อยากกินอะไรหนิดีแลน ผมห้ามเขาไม่ได้หรอก” ว่าอย่างเหนื่อยหน่าย ความอ่อนเพลียจู่โจมจนอยากจะร้องไห้วันละหลายๆ ครั้ง ดีแลนเทน้ำให้ผมดื่ม ผมกินน้ำเยอะมากเพราะเจ้าตัวเล็กสูบน้ำไปหมด ลูกฉลามคงชอบการได้เวียนวนอยู่ในหยาดใส “และบอกดายด้วยว่าเลิกหาสูตรแปลกๆ มาทำให้ ผมฝืนกินไม่ได้แล้ว”

 

“โธ่ที่รัก จะทำยังไงดีนะ” คนน้องทำหน้ากังวล “เราหาทุกสูตรที่คุณแม่มือใหม่ควรกินมาให้แล้ว แต่มันไม่ถูกปากคุณกับเขาเลย”

 

“บางทีอาหารของคุณแม่อาจจะใช้ไม่ได้กับเขา” ผมลูบท้องสัมผัสลูกที่ดิ้นอยู่ในนั้น ไม่สามารถบอกได้ว่าที่ดันผนังท้องเป็นเท้าลูกหรือครีบ รู้แค่ว่ามีบางอย่างดิ้นอยู่ในตัว และโตขึ้นทุกวัน “ผมควรทำไงดี ถ้ายังกินอะไรไม่ได้แบบนี้ เขาต้องแย่แน่ๆ”

 

“ใจเย็นๆ นะคนเก่ง เชื่อผมสิเราจะหาทางแก้ได้” เขากอดผมไว้ จูบลงบนกลุ่มผมประโลมให้ผมสู้ต่อไป “อดทนหน่อยนะ ผมจะคุยกับดายว่ามีอาหารไรอีกบ้างที่เราเคยกิน ที่จริงผมอยากให้คุณลองกินอาหารแบบฉลามนะ เพราะดายเล่าว่าตอนแม่ท้องผม เขาก็กินอาหารแบบฉลามเหมือนกัน”

 

“อาหารแบบไหนกัน?”

 

“ก็โลมากับวาฬ พ่อผมล่าเองกับมือ...”  

 

“ล้อผมเล่นใช่ไหมเนี่ย” ผมถามเขาเคล้าเสียงสะอื้น “ผมไม่กินสิ่งที่ตัวเองเลี้ยงมา”

 

“แต่ลูกเราเป็นฉลามนะโซล ถ้าไม่ลอง เราก็ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง”

 

“แต่ผมทำใจไม่ได้ พวกมัน...น่ารักแล้วก็เป็นมิตร” เถียงกลับเพื่อยืนยันว่าผมจะไม่มีทางกินสิ่งที่ตัวเองคลุกคลีแทบตลอดเวลา “แค่คุณหนีไปล่ากิน ผมก็ทำใจแทบไม่ได้แล้ว”

 

“มันเป็นเรื่องปกติของฉลามนะที่รัก มันคืออาหารของพวกเรา”

 

“ฮือ”

 

“อย่าร้องไห้หนักขนาดนี้สิ ผมมือสั่นไปหมดแล้วเนี่ย” เกือบจะร้องไห้แทนผมแล้วกับคุณพ่อมือใหม่ ดีแลนพยายามเช็ดน้ำตาให้แล้วจูบผม ด้วยเหนื่อยล้าทำให้ผมเพลียลงอย่างรวดเร็ว ร้องไห้ได้ไม่นานก็หลับคาอกเขาไปตอนไหนก็ไม่รู้

 

 

ดีแลนรอจนคนตัวเล็กหลับสนิท เป็นจังหวะเดียวกับที่ดายเดินเข้ามาพอดี อาหารที่ปลุกสุกไว้ถึงกับต้องคอยเก้อ เนื่องจากคนกินหลับสนิท

 

“ร้องไห้จนหลับ” น้องชายหันไปบอก “และกินอะไรไม่ได้เลยนอกจากน้ำ”

 

“อาหารมนุษย์เป็นพิษเหมือนกับตอนแม่ท้องนาย” ดายตอบกลับวางชามข้าวต้มที่อุตส่าห์หาทางทำไว้บนโต๊ะไม่ไกลจากเตียง อ้อมมาทิ้งตัวลงนั่งข้างร่างบาง เกลี่ยเส้นผมที่ลงมาปรกหน้าด้วยความรัก พอเห็นใบหน้าซีดเซียวกับร่างกายซูบผอมแบบนี้ เขารู้สึกใจไม่ค่อยดีเท่าไหร่ “ถ้าไม่ทำอะไรสักอย่าง โซลอาจป่วยไปมากกว่านี้”

 

“เขาไม่ยอมกินแบบที่แม่ผมกินแน่ เขาเลี้ยงพวกมันมา” ความกังวลฉายชัดบนใบหน้า “แต่เราก็ลองทุกอย่างแล้วนะ ผมเครียดเป็นบ้าเลยพี่”

 

“ถ้าเราเครียด โซลจะเครียดไปด้วย แล้วลูกจะเป็นอันตราย”

 

“งั้นเราควรทำไง”

 

“…”

 

“ผมว่าเราต้องทิ้งคู่มือเลี้ยงลูกมนุษย์แล้ว” คำพูดนั้นรั้งนัยน์ตาสีดำให้เลื่อนมาสบ คนพี่ครุ่นคิดระคนย้ำเตือนตัวเองว่าจะยอมทำสิ่งที่โซลไม่ชอบดีไหม มันมีทั้งผลได้และผลเสีย ขณะเดียวกันยิ่งช้าเจ้าตัวน้อยอาจรอไม่ไหว ดีแลนพ่นลมหายใจ พยักหน้ากันดายเป็นเชิงว่าเราต้องทำมัน

 

นาทีนั้นดายถอดเสื้อผ้าตัวเองออก เหลือไว้เพียงกางเกงขาสั้น

 

“ฉันจะไปแถวถ้ำลับ นายอยู่เป็นเพื่อนโซลจนกว่าฉันจะกลับมา”

 

“อย่าให้ใครเห็นล่ะพี่”

 

“อืม” ขานรับสั้นๆ แล้วรีบออกไปจากบ้าน ไม่วายกดจูบลงบนหน้าผากของคนรัก เป็นกำลังใจให้สู้ต่อ อีกนัยนึงเป็นการขอโทษที่ต้องทำในสิ่งที่อีกฝ่ายไม่ชอบ ดายวิ่งมาที่ทะเล สูดหายใจเข้ารับเอากลิ่นทะเลเข้าไปในปอด ฟังเสียงผืนน้ำ เกลียวคลื่นกระทบหาด เสียงนกนานาชนิดร้องเวลามันแตกฝูง

 

ดวงตาสีสวยจับจ้องผืนทะเลสีคราม เวลานี้บ่ายคล้อย เหมาะแก่การล่าเหยื่อเป็นไหนๆ คุณพ่อมือใหม่กัดฟันกรอด เดินลงทะเลพร้อมกับที่ร่างกายเริ่มเปลี่ยนไป

 

แขนสองขายื่นยาวแบนราบ ขารวบกลายเป็นหางขนาดใหญ่ ใบหน้าเปลี่ยนผันเต็มไปด้วยขากรรไกร อย่างสุดท้ายคือครีบหลังเว้าแหว่งที่ครั้งหนึ่งโดนทำร้ายจากคนที่หวาดกลัวทั่วหัวใจ อากาศบนบกเปลี่ยนเป็นหยาดใสที่ไหลเข้าไปในร่าง เติมเต็มร่างกายที่ขึ้นชื่อว่าใหญ่ยักษ์กว่าสัตว์ทะเลชนิดอื่น

 

ยามเคลื่อนตัวลงต่ำให้ครีบยาวเคล้ากับสายน้ำ กลิ่นของสัตว์มากหลายชนิดลอยเข้ามาในสารบบ รั้งให้เพิ่มความเร็วในการจู่โจม มองหาสิ่งที่จะช่วยให้คนรักของตัวเองดีขึ้นได้ สัญชาตญาณดิบมีผลกับทุกสิ่งที่เวียนว่าย ดายไล่ตามเสียงแหลมหวีดยาวใต้ท้องทะเลไกล รับรู้ได้ถึงอุณหภูมิ รวมถึงร่องรอยที่จะแกะตัวหาเหยื่อตัวน้อยได้

 

ทุกคราที่แหวกว่าย สัตว์น้อยใหญ่จะพากันหลีกหนี ไม่มีใครอยากอยู่เผชิญหน้ากับสิ่งที่ใหญ่กว่า กระทั่งพวกฉลามที่อยู่ในตระกูลเดียวกัน ยังต้องหลีกทางให้เจ้าทะเลผู้ยิ่งใหญ่ น่าเสียดายที่ต่อให้พวกมันจะว่ายหนีกันเร็วแค่ไหน....

 

เมกาโลดอนก็ว่ายไวกว่าสิบเท่า !

 

“วี๊ดดด!” เสียงหวีดแหลมของโลมาสามตัวที่ถูกตะครุบเข้าไปในปาก ฟันกรามแทงลึกเข้าร่างส่งผลให้เลือดมากมายลอยตลบ หนำซ้ำยังอบอวลไปทั่วร่าง จนคิดว่าต้องอาบน้ำใหม่ก่อนที่โซลจะรู้ได้ ดายไม่ได้ต้องการล่าเพื่อให้ตัวเองอิ่ม เขาต้องการเลือกโลมาชั้นดีไปเลี้ยงลูกเท่านั้น

 

เมื่ออยู่ในฐานะฉลาม เราย่อมเลือกความอยู่รอดมากกว่าศีลธรรม

 

และเมื่อได้ของที่ต้องการ เขาก็ว่ายน้ำกลับ ปล่อยทิ้งเศษซากบางส่วนของโลมาที่ถูกฉีกขาดให้ลอยอยู่อย่างนั้น

 

เป็นสัญญาของอสูรกายที่แวะเวียน

 

‘ถึงเวลามื้อเย็นแล้วโซล หวังว่าคุณจะชอบนะ’  

 

 

ผมตื่นมาอีกทีในช่วงเย็นของวัน สมองเบลอไปหมดด้วยความหิว ถึงอย่างนั้นก็ยังประคองตัวเองไปอาบน้ำ ให้หยาดใสชโลมผิว อยากจะไปแช่น้ำในสระเหมือนกัน แต่กลิ่นคลอรีนไม่ใช่สิ่งที่ตัวเล็กปรารถนา ไม่ทันสังเกตเลยว่าคุณพ่อทั้งสองหายไป ทว่าเสียงทีวีจากชั้นล่างบ่งบอกว่ามีคนอยู่อาศัยพอหันไปมองนาฬิกาที่ติดไว้

 

เวลานี้ซีรีส์เรื่องโปรดของดีแลนกำลังออนแอร์

 

“หิวเหรอครับตัวเล็ก รอแม่อาบน้ำก่อนนะ” ผมลูบท้องสัมผัสสิ่งที่ดิ้นอยู่ข้างในยามหย่อนตัวลงในอ่างน้ำ ความเย็นของผืนน้ำพาให้ผมตาสว่างจากการหลับใหล ผมฟอกสบู่ถูวนที่ท้องราวกับหยอกล้อให้ตัวน้อยขบขัน เขาดูชอบเวลาผมจับท้องตัวเอง ไม่ว่าจะแค่แตะหรือลูบมัน

 

ดูท่าจะขี้อ้อนเหมือนกันนะปลาทูน้อยเนี่ย

 

“ป่านนี้คุณพ่อคงทำอะไรไว้ให้กินบ้างแล้ว หนูอดทนหน่อยนะ ห้ามดื้อด้วยตกลงไหม” บอกกับเขาพลางเอนตัวพิงขอบอ่าง ใช้มันเป็นที่พักพิงใจ “เราจะผ่านมันไปด้วยกัน ถ้าหนูฝืนกินได้ก็กินหน่อยนะครับ แม่อยากให้หนูแข็งแรงนะรู้หรือเปล่า”

 

เขาดิ้น ตอบรับคำพูดไม่ใช่แบบการปฏิเสธ ผมอดอิจฉาคุณพ่อทั้งสองที่ได้จูบเขาเป็นบ้า ถ้าผมงอตัวจูบเขาได้บ้างผมคงทำ เสียดายที่ต้องฝากจูบไปกับพวกเขา หวังเพียงให้ตัวเล็กรู้ว่าผมอยากหอมเขาบ้าง พอมาคิดดูแล้ววันนั้นที่ถามสองหนุ่มว่าลูกจะเหมือนใคร ก็ยังไม่ได้คำตอบที่ชัดเจนเท่าไหร่

 

แต่ไม่รู้ทำไมผมรู้สึกว่าเขาคล้ายกับดาย

 

ถึงจะดิ้น หากแต่อ่อนโยนราวกับกลัวว่าผมจะเป็นอะไร บางครั้งฝืนกินสิ่งที่ไม่ชอบเพื่อให้ผมยังมีชีวิตอยู่ได้ ไม่ได้งอแง ดิ้นตลอดเวลาเหมือนเด็กทั่วไปที่ผมอ่านมาจากกระทู้คุณแม่มือใหม่ เขาเหมือนกับดายที่จะแสดงความรักเพียงเล็กน้อย แต่รู้ว่ารักมากแค่ไหน

 

เด็กคนนี้จะตอบสนองเวลาผมลูบท้องผ่านตัวเขา เขาจะตอบรับทันทีให้รู้ว่าเขายังอยู่ด้วยกัน

 

ตรงนี้ เวลานี้ นาทีนี้

 

เราคือครอบครัว

 

“อาบน้ำเสร็จหรือยังครับคุณแม่”

 

“ดีแลน”

 

“ดายทำมื้อเย็นไว้ให้คุณแล้วนะ” ผมเลื่อนสายตาไปหาคุณพ่อที่ยืนพิงประตูห้องน้ำมองอยู่ ดวงตาฉายความอ่อนโยนระคนซุกซนที่เห็นผมเปลือยเปล่า แม้จะมีฟองสบู่ปกคลุมไม่ให้เห็นช่วงล่างก็ตาม “วันนี้เป็นปลาทะเล ลูกน่าจะพอกินไหว”

 

“บอกผมสิว่าคุณไม่ได้ออกไปทำเรื่องไม่ดีอะไร”

 

“ผมไม่ได้ออกไหน ผมดูซีรีส์อยู่ข้างล่างตลอดเวลา” ผมหรี่ตาลงอย่างจับผิด ดีแลนจึงยกยิ้มหัวเราะเล็กน้อยแล้วเข้ามาช่วยผมอาบน้ำ เจ้าตัวเบามือมาก มีการใช้ฟองมาแต้มจมูกแกล้งผมอีก พอโดนผมย่นคิ้วใส่ก็รีบล้างออก เปลี่ยนมาถูจมูกตัวเองกับผมไปมาด้วยความมันเขี้ยว

 

เราเสียเวลาไปกับการอาบน้ำประมาณยี่สิบนาทีได้ ดีแลนช่วยผมแต่งตัวแล้วพาผมลงไปข้างล่าง เนื่องจากผมไม่อยากเอาแต่อุดอู้อยู่ในห้อง

 

ให้ผมได้ออกไปสัมผัสอากาศข้างนอกบ้างเถอะ

 

“ตัวคุณหอมจัง”

 

“ไม่เท่ากับอาหารที่คุณทำอยู่” ผมบอกดายเดินไปกอดเขาจากด้านหลัง เพื่อให้ได้รับจูบเป็นรางวัลที่เขาคลุกอยู่แต่ในครัว ทำอาหารทั้งวัน ทว่าสิ่งที่แตกต่างออกไปนั้นคือซุปที่เขากำลังทำต่างหาก กลิ่นหอมของมันเรียกน้ำย่อยผมได้ดีมาก หอมชนิดที่ต้องชะโงกหน้าดูว่าเขาใช้เครื่องเทศหรือส่วนผสมอะไร “หอมจัง มันคือซุปอะไร ทำไมหอมขนาดนี้”

 

“ก็ซุปปลาทะเลทั่วไป”

 

“แต่เท่าที่ผมจำได้ ไม่มีเมนูไหนที่หอมเท่านี้เลย” ผมขมวดคิ้วทำหน้าครุ่นคิดพาให้ดีแลนต้องเดินมาจับบ่า พาไปนั่งบนเก้าอี้จะได้ไม่เกะกะพ่อครัวมือฉลัง ผมพูดจริงนะ ผมว่าผมกินทุกปลาเท่าที่โลกนี้จะมีให้ผมกินได้ แต่ไม่มีเมนูไหนที่กลิ่นมันเตะจมูกขนาดนี้มาก่อน

 

เป็นกลิ่นหอมๆ ที่ไม่ได้มาจากเครื่องเทศ ผมไม่รู้จะเปรียบเทียบกับอะไร รู้แค่ว่าเจ้าเด็กในท้องดูท่าจะตื่นเต้นไปกับผมด้วย เป็นสัญญาณว่าเขาหิวแค่ไหน

 

“คุณต้องกินหมดชามเลยเข้าใจไหม”

 

“ถ้าผมกินหมดได้ ผมจะทำ” ผมบอกคนน้อง โดนหอมหัวเบาๆ ก่อนที่เจ้าตัวจะผละไปช่วยพี่ชาย ระหว่างนั้นผมกินน้ำรอไปก่อน แอบมองซีรีส์ที่ฉายอยู่ในทีวี ไม่นานนักก็ถูกสะกิดให้หันมามองชามซุปที่ดายตักมาวางให้

 

นาทีนั้นผมยิ้มกว้าง มันหอมจนผมแทบทนไม่ไหว

 

“ลองกินดูนะ แล้วบอกผมด้วยว่าคุณชอบไหม”

 

“ที่แน่ๆ เจ้าตัวเล็กชอบกลิ่นมันแล้ว” ผมยิ้มกว้างลูบท้องตัวเองที่ลูกดิ้นไม่ยอมหยุด ความหวาดกลัวเรื่องอาหารมนุษย์กลายเป็นสิ่งที่ผมลืมไปชั่วขณะ ผมหิวมาก ลำพังแค่น้ำไม่อาจพยุงผมไหว ดายใช้ช้อนคนซุปไปมาแล้วตักมาป้อนให้

 

วินาทีที่ได้กลืนเนื้อปลาและความหวานของซุปลงท้องไป...

 

ผมก็คว้าช้อนมากินเองเลย 

 

ไปแจกลายเซ็นวันที่ 5 วันสุดท้ายแล้วเด้อ เวลา 15.00-18.00 มาหากันได้ที่บูธสถาพร P22 โซน C1 

ฉลามคลั่งรักซื้อได้ที่บูธ M60 กับ M36 เด้อ ที่เอลก็ยังมีรอบสต็อกอยู่เช่นกันจ้า 

LOADING 100 PER 

คู่มือเลี้ยงลูก มีฉลามเป็นลูกอาจจะเลี้ยงยากหน่อย 

ปริศนาคลี่คลาย แต่ปัญหายังไม่จบเมื่อเด็กในท้องต้องดิ้นรนให้อยู่ต่อ 

คุณพ่อมือใหม่ต้องเปิดตำราเอาใจคุณแม่หนึ่งนาทีห้าสิบสี่อารมณ์ 

และอาการก็ไม่ยอมทุเลาลงมีแต่เพิ่มเลเวลขึ้นเรื่อยๆ เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับฤทธิ์เดชของลูกคนนี้ 

ปลาทูน้อยของมี๊ วันนี้อยากกินอะไรเอ่ย :)  

 

สกรีมลงแท็กหวีดความรุนแรงของเรื่องนี้ 

#ฉลามคลั่งรัก 

ความคิดเห็น