10969

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : EP.2 Who am I

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ส.ค. 2562 19:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP.2 Who am I
แบบอักษร

EP.2 

Who am I 

ตึก ตึก

“ท่านแม่!”

เด็กน้อยเอ่ยเรียกผู้เป็นมารดา สองมือโอบอุ้มร่างอาชาน้อยที่หมดสติ เจวาจำเป็นต้องอยู่ในร่างครึ่งอาชา เพราะถ้าขืนแบกมาในร่างมนุษย์คงล้มทับกันแน่ เพราะอาชาน้อยตัวนี้อายุน้อยก็จริง แต่รูปร่างอาชานั้นก็ใหญ่และหนักอึ้งมากโข

“เกิดอะไรขึ้นเจวา”

บานประตูถูกเปิดออก โทรเรียจ้องมองบุตรชายตัวเองกำลังโอบอุ้มร่างของอาชาตัวหนึ่งกลับมา พลันใบหน้างดงามถึงกับเคร่งเครียดขึ้นทันใด มองปราดเดียวก็รู้ว่าอาชาในอ้อมแขนลูกชายตนนั้น ไม่ใช่อาชาสามัญทั่วไป

“เด็กคนนี้ถูกลอบฆ่า ท่านแม่ช่วยเขาด้วย!”

เจวารีบพาอาชาน้อยเข้าไปในบ้าน โทรเรียมองไปยังเบื้องหลังว่ามีใครตามมาหรือไม่ เมื่อไม่พบใคร ก็ปิดประตูลงกลอนตามหลัง ตรงไปหาร่างอาชาน้อยที่บาดเจ็บด้วยความตกใจหลังจากได้ยิน เธอมองดูเลือดไหลอาบอาชาตัวน้อย ทั้งยังกลิ่นเลือดผิดปกติ โทรเรียก็เข้าใจได้ในทันที

“ลูกธนูมีพิษ และเขาเสียเลือดมาก เจวาลูกไปเอาต้นเดล่ามา เด็กคนนี้ได้รับพิษไพรด์!” เธอรีบสั่ง โทรเรียเพียงแค่สัมผัส ดมกลิ่นก็รู้ได้ทันทีว่าเด็กคนนี้ได้รับพิษชนิดไหน และต้องใช้ตัวไหนขับพิษ

โทรเรียมองบาดแผลบริเวณคออาชาน้อย พิษนี้ร้ายแรงมาก พิษของมันจะแผ่ไปทั่วร่างภายในครึ่งชั่วยาม จากนั้นก็ทำให้เลือดไหลไม่หยุด ถ้าขืนมาช้ากว่านี้ ไม่กี่นาที อาชาตัวนี้คงได้ตายจริงๆ แน่

“ขอรับ!”

เจวารีบวิ่งไปยังห้องหนึ่ง ลักษณะคล้ายสวนหย่อม ด้านบนคลุมด้วยพืชพันธุ์รากไม้บดบังแสงแดดเอาไว้ แต่ก็มีแสงให้เล็ดลอดออกมาให้บรรดาพืชสมุนไพรที่พวกเขาปลูกได้รับแสงพวกนั้นด้วยเช่นกัน

ดวงตาคู่สวยกวาดมองหาพืชเดล่า มันมีลักษณะใบกลมทั้งต้น สีใบของมันสีเหลืองอมม่วง สรรพคุณของมันคือทำให้เลือดหยุดไหล และสลายพิษอื่นๆ ได้ เมื่อเจอกระถางปลูกพืชดอร่า เจวาไม่รอช้า เด็ดใบของมันมาสามสี่ใบ รีบวิ่งไปหามารดาตัวเองอย่างรวดเร็ว

“นี่ขอรับ!” เจวายื่นใบดอร่าให้ผู้เป็นมารดา เธอรับมาแล้วขยำด้วยฝ่ามือแล้วร่ายมนตร์ใส่เข้าไปในนั้น แล้ววางทาบบนบาดแผลของอาชาน้อย โทรเรียกระตุ้นพืชดอร่าให้มันเร่งออกฤทธิ์เร็วกว่าปกติ เลือดในกายอาชาน้อยพลันหยุดไหลทันที จากนั้นใบของดอร่าก็พลันดูดกลืนเลือดที่สะสมพิษในร่างออกมา จนใบของมันกลายเป็นสีดำ

โทรเรียเอื้อมมือไปจับชีพจรของอาชาน้อย ก่อนหน้านั้นมันเต้นแผ่วเบา ตอนนี้กลับมาเต้นเป็นปกติอีกครั้ง เธออยากจะให้อาชาน้อยตัวนี้อยู่ในร่างมนุษย์เพราะจะได้สังเกตสีหน้าได้ แต่คงยากนักเพราะสิ่งที่กำหนดร่างนี้ได้ ก็มีแต่เจ้าตัวเท่านั้น

“เด็กคนนี้จะเป็นไรไหมขอรับ” เจวาเอ่ยถามอย่างกังวล เด็กคนนี้ไม่ใช่เด็กทั่วไป ดูจากการลอบสังหารคราวนี้แล้ว เด็กคนนี้ต้องมีเบื้องหลังไม่ธรรมดาแน่

“ปลอดภัยแล้ว แต่ศีรษะเขาเหมือนจะถูกกระแทกรุนแรง เราต้องดูอาการหลังจากเขาฟื้นอีกที” เธอเอ่ยบอกลูกชาย สองมือก็ซับเลือดบริเวณส่วนหัวให้ แล้วใช้พืชอีกชนิดรักษาบาดแผล ก่อนใช้ผ้าพันเอาไว้

“เด็กคนนี้เป็นใครเจวา”

กึก

เด็กน้อยพลัน ชะงัก เมื่อถูกเอ่ยถามจากมารดา ดวงตาคู่สวยเหลือบมองไปยังร่างอาชาน้อยที่สลบไม่ได้สติอยู่บนเตียง คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันคล้ายลังเลว่าจะบอกสิ่งที่พบเจอให้ผู้เป็นมารดาฟังดีหรือไม่

“เขาเป็นคนของเผ่าอาชรัฟขอรับ” เจวาจำใจบอกในที่สุด

“เรื่องนั้นแม่รู้”

เพียงแค่รูปร่างลักษณะต่างจากเผ่าอื่น เป็นใครก็มองออกว่าเด็กคนนี้ต้องเป็นคนของเผ่าอาชรัฟอย่างแน่นอน เจวาไม่ได้ตกใจที่มารดาจะรู้เรื่องนี้ แต่สิ่งที่เขากังวลคือเรื่องฐานะของเด็กคนนี้มากกว่า

“เด็กคนนี้ เอ่อ.. เขา”

“เจวา” โทรเรียเมื่อเห็นอาการอ้ำอึ้งของบุตรชายตัวเองก็เริ่มมีลางสังหรณ์ไม่ดี ยิ่งบาดแผลฉกรรจ์และพิษที่อาชาน้อยตัวนี้ประสบมาอีก

“ข้าคิดว่าเขาเป็นรัชทายาทของเผ่าอาชรัฟขอรับ”

!!

“เจ้าว่าอย่างไรนะ!” โทรเรียผุดลุกยืน เผลอขึ้นเสียงใส่บุตรชายหลังจากได้ยินว่าอาชาตัวนี้เป็นถึงรัชทายาทของเผ่าอาชรัฟ

“เด็กคนนี้กำลังถูกลอบสังหาร ข้าไปเจอเข้า เลยช่วยเขาไว้” เจวาหดคอเอ่ยตอบเสียงเบา ราวกับกำลังสารภาพความผิดที่ได้ก่อมา

“เจ้ารู้ไหม คนของเผ่าไหนที่ลอบสังหารเด็กคนนี้!” สองมือรีบเอื้อมไปจับไหล่บุตรชายแล้วเขย่าเอ่ยถามอย่างร้อนรน โทรเรียพยายามไม่คิดถึงสิ่งที่กังวลและกลัว

“เผ่าอาชรัฟและเอเฮิร์นขอรับ”

แต่คำตอบก็ไม่ได้เป็นดั่งที่หวังนัก

“แล้วพวกเขาเห็นหน้าเจ้าหรือไม่”

“ไม่เห็นขอรับ แต่ข้าใช้มนต์ให้รากไม้จู่โจมพวกเขา” ดวงตาคู่งามมองตรงไปยังมารดาที่ทำหน้าเครียดขึง น้ำเสียงผิดปกติจนเขาหวั่น

“เจ้าเด็กโง่!”

โทรเลียต่อว่าบุตรชายตัวเอง แล้วรีบวิ่งไปเปิดผ้าคลุมหน้าต่าง ใบหน้าก็พลันตึงเครียด รีบปิดหน้าต่างทุกบานและคลุมด้วยผ้าเอาไว้ เจวาไม่รู้ว่าท่านแม่กำลังกังวลเรื่องอะไร จึงรีบเอ่ยถามน้ำเสียงตระหนก

“เกิดอะไรขึ้นขอรับท่านแม่!”

“เจ้ากำลังหาเรื่องให้พวกเราตาย!”

“มะ หมายความว่าไง”

“คนที่ใช้มนต์สั่งพวกต้นไม้ได้ก็มีแต่คนเผ่าภูตไม้ เจ้ารู้ถึงความร้ายแรงของมันแล้วหรือยัง”

“ขะ ข้า” เจวาได้ยินดังนั้นสีหน้าพลันซีดเผือด ไม่คิดว่าการช่วยชีวิตใครอีกคนจะนำพาอันตรายมาสู่ครอบครัวแบบนี้

“เราอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว” ร่างระหงพลันเดินวนไปมา สุดท้ายก็มาหยุดตรงหน้าอาชาน้อยที่บาดเจ็บ โทรเรียกจ้องมองอยู่นานก่อนเอ่ยขึ้นมา

“หรือไม่เราก็ต้องส่งเด็กคนนี้ไปให้พวกเขา”

“ไม่ได้นะท่านแม่ พวกเขาจะฆ่าเด็กคนนี้!” เด็กน้อยคัดค้าน รีบเอามือไปขวางห้ามมารดาตัวเองเอาไว้ ถ้าขืนปล่อยให้เด็กคนนี้กลับไป คงต้องตายอย่างแน่นอน

“การลอบฆ่าผู้เป็นถึงทายาทของเผ่าอาชรัฟ เจ้ายังไม่รู้หรือมันหมายความว่ายังไง”

“…”

“เด็กคนนี้ในอนาคตจะเป็นอันตรายต่อพวกเขา”

โทรเรียเข้าใจความรู้สึกของบุตรชายตัวเอง เจวาเป็นเด็กดีและชอบช่วยเหลือคนอื่น เห็นใครเดือดร้อนเป็นไม่ได้ ต้องหยิบยื่นให้ความช่วยเหลือตลอด คงยากและทำใจไม่ได้ที่จะส่งเด็กคนนี้กลับไป แต่การลอบสังหารครั้งนี้ ตอกย้ำให้รู้ว่าอาชาน้อยตัวนี้จะเป็นภัยต่ออีกฝ่ายมากเพียงใด

“ข้าไม่อยากให้เขาต้องตาย เขายังเด็กนะขอรับท่านแม่” เจวาถึงจะเด็กแต่ก็ใช่ว่าจะไม่รู้สิ่งที่มารดาเอ่ยเตือน แต่เขาคงใจร้ายไม่พอที่จะส่งเด็กคนนี้ไปเผชิญความตายอีกครั้ง

“…”

“ท่านแม่ ข้าขอร้อง” เมื่อเห็นมารดาเงียบ เด็กน้อยยิ่งใจเสีย รีบอ้อนวอน

“รอดูสถานการณ์ก่อน ค่อยว่ากันอีกทีแล้วกัน”

โทรเรียถอนหายใจหนัก และให้คำตอบในที่สุด บางทีสิ่งที่ตนกังวลและกลัวอาจจะคิดมากไปเองก็ได้ พวกนั้นคงคิดว่าอาชาน้อยตัวนี้ตายไปแล้ว อีกทั้งคงไม่สงสัยเรื่องมนต์ของเจวาที่ร่ายจู่โจมนั่นอีก ถ้าเป็นแบบนั้นก็ยิ่งดี

“ท่านแม่ ข้อขอโทษ”

เด็กน้อยกล่าวขอโทษที่นำพาเรื่องอันตรายเช่นนี้กลับมา ตอนแรกเจวาคิดเพียงแต่ว่าต้องช่วยเด็กคนนี้ให้รอดพ้นความตาย จากพวกอาชาเหี้ยมโหดพวกนั้น ที่ฆ่าได้แม้กระทั่งเด็กน้อยเช่นนี้

“แม่ไม่กล่าวโทษเจ้า รีบอาบน้ำเข้านอนเถอะ แม่จะดูแลเด็กคนนี้ต่อเอง” โทรเรียดึงบุตรชายมาสวมกอด ลูบเส้นผมสีไข่มุกปลอบ เจวาพยักหน้ารีบเข้าห้องตัวเองทันที ก่อนไปก็เหลือบมองอาชาน้อยที่หมดสติอยู่บนเปลไม้อย่างกังวล

พ้นจากบุตรชายตัวเอง ใบหน้างดงามของอีกคนก็พลันนิ่งเรียบ หันไปมองอาชาน้อยที่นอนอยู่ จากนั้นก็เดินไปยังหลังสวนแล้วกลับมาพร้อมพืชบางอย่างในมือ ก่อนจะป้อนเข้าไปในปากอาชาโชคร้ายตัวนั้น

“ข้าทำเช่นนี้ก็เพราะปกป้องลูกชายข้าและตัวเจ้าเอง”

เช้าวันรุ่งขึ้น

เจวาตื่นเช้ากว่าปกติ จะพูดอีกนัยหนึ่งคือ เมื่อคืนเขานอนไม่หลับเสียด้วยซ้ำ กังวลเรื่องอาชาน้อยไปหมด จนต้องรีบตื่นออกมาดูอาการของอีกฝ่าย เจวาคิดว่าตนเองตื่นเช้าแล้ว แต่ก็ยังไม่เท่าผู้เป็นมารดาที่ตื่นก่อนแสงอาทิตย์จะโพล่ขึ้นเส้นขอบฟ้าเสียอีก

“ท่านแม่ เด็กคนนี้เป็นอย่างไรบ้าง”

“ยังไม่ได้สติเลยจ๊ะ” โทรเรียเอ่ยตอบ สองมือพลันวุ่นกับการเข้าครัวทำอาหารสำหรับเช้าวันนี้ ตาสีเขียวมรกตงดงามหันไปมองร่างอาชาน้อยที่ลมหายใจยังคงปกติ

เจวาครางรับหันไปช่วยมารดาทำอาหารมื้อเช้าแทน พอเสร็จเรียบร้อยก็นั่งรับประทานกันอย่างเงียบๆ มีอาหารอ่อนๆ ถ้วยหนึ่งแบ่งให้อาชาน้อยที่บาดเจ็บ

“ข้าจะลองปลุกเขาดู” เด็กน้อยอาสา หลังจากกินมื้อเช้าเสร็จอย่างรวดเร็ว เจวารีบไปประคองส่วนหัวของอาชาน้อยแล้วเอ่ยเรียกเพื่อกินอาหารและทำแผล

“เด็กน้อย ตื่น”

“…”

“เด็กน้อย” เจวาไม่รู้จะเรียกอาชาตัวนี้ว่าเช่นไร สรรพนามการเรียกอาจดูแปลกๆ ไปนิด สำหรับอาชาที่ลำตัวใหญ่เกือบเท่าตัวเอง สายพันธุ์อาชรัฟได้เปรียบเรื่องสรีระรูปร่างจริงๆ ถึงแม้จะอายุยังน้อย แต่กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ กลับแข็งแรงและใหญ่กว่าเผ่าอื่นๆ

กึก

กายอาชาน้อยขยับกาย เจวาเบิกตากว้างอย่างตกใจและยินดี ไม่นานเปลือกตาสีดำประกอบด้วยขนตางอนงามค่อยๆ ลืมตาขึ้น

พรึบ!

ร่างอาชาน้อยพลันตื่นตระหนก กายในร่างอาชาทั้งตัวเขถิบถอยหนี เท้าทั้งสี่ถีบสะเปะสะปะอย่างตื่นตระหนกและหวาดกลัว เจวากระโดดหนีจากเท้าพวกนั้น ได้แต่เอ่ยปลอบน้ำเสียงอ่อนโยน

“ใจเย็น ข้าไม่ทำร้ายเจ้า”

“…”

ดูเหมือนดวงตาของเด็กน้อยคนนี้จะดำสนิท เห็นแล้วชวนรู้สึกสะท้าน หวาดหวั่นไม่น้อย ตอนนี้ดวงตาสีรัติกาลคู่นั้นกำลังมองมาที่เขาอย่างหวาดระแวง

“พะ พวกเจ้าเป็นใคร!” น้ำเสียงแหบแห้งเอ่ยถาม ดวงตาสีรัตติกาลแข็งกร้าว มองบุคคลทั้งสองราวกับศัตรู เสี้ยวในนั้นก็แสดงถึงความกลัว

เจวาเมื่อได้ยินอาชาน้อยพูดครั้งแรกก็รู้สึกเบาใจเล็กน้อย อีกทั้งร่างกายดูเหมือนจะไม่เป็นไรอะไรมาก เขาไม่แปลกใจกับอาการที่ดีขึ้นผิดปกติของเด็กคนนี้ คงเพราะสายเลือดแข็งแกร่งของเผ่าพันธุ์ต้นกำเนิดของอีกฝ่าย

“ข้าชื่อจิน นี่ท่านแม่ข้า” เจวาแนะนำตัวพร้อมรอยยิ้ม ชื่อที่ใช้บอกนั้นเป็นชื่อปลอม เพราะการที่เขาช่วยเหลือเด็กคนนี้ การบอกชื่อจริงอาจนำมาซึ่งอันตรายได้

“ข้าพบเจ้าในป่า เห็นเจ้าบาดเจ็บสาหัส ข้าเลยพาเจ้ามารักษา”

เรื่องที่อาชาน้อยตัวนี้ประสบพบเจอมา เจวาเลือกที่จะไม่พูดถึง เพราะอาจจะไปตอกย้ำบาดแผลภายในใจของอีกฝ่ายเข้า

“ขะ ข้า อึก” อาชาน้อยพูดเสียงขาดหาย หลังจากได้ยิน หลับตาลงเหมือนเจ็บปวดกับบาดแผลที่ได้รับ จนเจวาเริ่มกังวล

“เจ้าเจ็บตรงไหนหรือไม่” เจวารีบเอ่ยถาม สองมือหวังจะเข้าไปปลอบ แต่ร่างอาชาน้อยกลับเปลี่ยนกายมาอยู่ในมนุษย์แทน มือข้างหนึ่งกุมศีรษะตัวเองไว้ แล้วร้องออกมามาเสียงดัง จนเจวารีบเข้าไปจับไหล่ถามด้วยความเป็นห่วง

“เจ้าเป็นอะไร!”

แต่ดวงตาคมสีรัตติกาลชวนหวาดหวั่นคู่นั้นสั่นระริกมองมาที่เขาเหมือนสับสน พร้อมกับเอ่ยพึงพึมกับตัวเอง

“ขะ ข้าเป็นใคร”

!!

ไม่คิดว่าสิ่งที่เจวากังวล จะน่าเป็นห่วงขนาดนี้

ดวงตาสีฟ้างดงามหันไปมองมารดาที่ยืนอยู่ข้างๆ ราวกับต้องการคำตอบ ไม่คิดว่าอาการบาดเจ็บของเด็กคนนี้จะร้ายแรงถึงทำให้เสียความทรงจำไป

“ศีรษะเจ้าถูกกระแทกอย่างแรง อาจทำให้ความทรงจำบางส่วนเจ้าหายไป ไม่ต้องกังวล มันต้องกลับมาเป็นปกติเช่นเดิม” โทรเรียที่เงียบอยู่นานเอ่ยตอบความสงสัยทั้งสอง

“อย่างนี้เอง” เจวาพึมพำ มองไปยังศีรษะของเด็กน้อยที่มีผ้าพันหลวมๆ หลังจากเปลี่ยนรูปร่างมาอยู่ในร่างมนุษย์ นอกจากจะได้รับธนูมีพิษแล้ว เด็กคนนี้ก็เหมือนโดนอะไรกระแทกเข้าที่ศีรษะ เป็นไปได้ว่าอาจทำให้ความทรงจำเลอะเลือนหายไปชั่วคราว

“เจ้าไม่ต้องกลัว พวกข้าไม่ทำร้ายเจ้า”

เจวายิ้มบอก มองรูปร่างเด็กน้อยผอมแห้งแต่รูปทรงปราดเปรียว ใบหน้าคมมนงดงาม ผิวสีน้ำตาลอ่อน เส้นผมหยักศกสีดำปกปิดดวงตาสีรัตติกาลมืดมิดคู่นั้นเอาไว้ เจวามองปราดเดียวก็รู้ว่า เด็กคนนี้ต้องเป็นอาชาที่สง่างามน่าเกรงขามมากแน่ๆ

“ละ แล้วข้าชื่ออะไร”

แววตาเด็กน้อยคู่นั้นพาซื่อเหมือนไร้ที่พึ่งยามเอ่ยถาม มันแสดงถึงความหวาดกลัว สับสน และอารมณ์มากมายที่ยากจะหาคำตอบได้ในครั้งเดียว เจวาหันมองไปยังมารดาเล็กน้อย นึกถึงก่อนหน้านั้นที่ได้ยินอาชาโหดเหี้ยมพวกนั้นเอ่ยชื่อเด็กคนนี้

‘อาซัส’

เจวากลับมามองใบหน้าอาชาน้อยแสนโชคร้ายคนนี้ พลันสะท้อนความสงสารและเห็นใจกับชีวิตที่ถูกตามฆ่าตั้งแต่เด็ก มือเรียวเล็กจึงเอื้อมไปลูบเส้นผมหยักศกดำนุ่มลื่นนั้นไปมา พลางเอ่ยยิ้มส่งให้

“อาร์ซ”

“…”

“นี่คือชื่อของเจ้า”

ตอนนี้จะย้อนอดีตอยู่นะค่าา 

ความเป็นมาของทั้งสองงง  

ชอบก็เม้นให้กำลังใจได้นะคะ 

แล้วเจอกันค่า😍❤️ 

ความคิดเห็น