thiyadah
email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

내 소설을 읽어 주셔서 감사합니다. Thank you for reading my novel.

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 ฆ่า

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 148

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ส.ค. 2562 17:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 ฆ่า
แบบอักษร

 

 

“แปลกจังเลยแฮ๊ะะ! เมื่อกี้เรียกเท่าไหร่ก็ไม่มีใครตอบ แปลกมากๆเลยย! เฮ้ออออ!”

 

ชายหนุ่มพูดประโยคนี้ขึ้นด้วยความสงสัย

 

“เมื่อแต่กี้ที่เค้าบอกว่าจะมาอีก จะมาที่ไหนกันนะ?”

 

“อยากรู้งั้นหรอ”

 

“เอ๊ะะะ! เสียงใครพูดน่ะ”

 

หญิงสาวหันดูรอบๆห้องแต่ไม่เห็นใคร แต่เมื่อหันกลับก็เห็นใครบางคนเกาะอยู่ที่ด้านนอกของหน้าต่างห้อง

 

“เฮ้ยยย! คุณ”

 

หญิงสาวร้องด้วยความตกใจ

 

“มะ มาทำไมอีก ทำไมไม่กลับ”

 

หญิงสาวเดินไปที่หน้าต่างห้อง

 

“ทีแรกก็ว่าจะกลับแต่...”

 

“อะไรคะ! ถึงจะเป็นหุ้นส่วนกัน ชั้นก็ไม่เกรงใจนะคะ”

 

หญิงสาวเลื่อนหน้าต่างออกจากกันทำให้หญิงสาวที่อยู่ด้านนอกหน้าต่างเกือบตกลงไป

 

“จะเปิดทำไมไม่บอกกันก่อนล่ะ เดี๋ยวก็ตกลงไปหรอก”

 

“หรอคะ! แต่ถึงตกลงไปก็ไม่น่าจะเป็นไรนี่คะ เพราะเป็นแวมไพร์นี่”

 

“แต่ถ้าตกลงไปแล้วไม่ตาย คนก็จะรู้สิคะ ว่าชั้นเป็นอะไร”

 

“แล้วนี่คุณไม่คิดจะกลับไปดีๆใช่มั้ยคะ”

 

“กลับไปดีๆก็ไม่สนุกสิคะ”

 

“ไม่สนุกใช่มั้ยคะ! ก็ได้ค่ะ”

 

“โอ๊ยยยย! เจ็บ”

 

หญิงสาวร้องเสียงหลง เมื่อหญิงสาวตรงหน้าเลื่อนหน้าต่างเข้ามาหนีบมือของเธอที่เกาะอยู่ด้านนอก แล้วก็เลื่อนออกอีกครั้ง

 

“มีความรู้สึกด้วยหรอคะ”

 

“มีสิ!!”

 

“หรอคะ! ก็นึกว่าไม่มี! แล้วจะไปได้รึยังคะ ถ้ายังไม่ยอมไปจะโดนอีกนะคะ”

 

หญิงสาวทำท่าเลื่อนหน้าต่างเข้ามา

 

“โอ๊ะะะ โอ๊ยยย! ไปก็ได้ค่ะ ผู้หญิงอะไรใจร้ายฉิบหายเลอะะะ”

 

“เอ๊ะะะ! คุณณ..”

 

หญิงสาวทำท่าจะเลื่อนหน้าต่างเข้ามาอีกครั้ง แต่หญิงสาวตรงหน้าก็รีบปล่อยมือจากหน้าต่างเสียก่อนที่หน้าต่างจะปิด แล้วไปเกาะอยู่ที่อีกชั้นของตึกและหันกลับมาพูดกับหญิงสาวคนนั้นอีกครั้ง หญิงสาวคนนั้นจึงหันหน้าลงไปมอง

 

“บ๊ายยย บายยย! แล้วคืนนี้จะมาใหม่นะคะ”

 

“ไม่ต้องมา..”

 

“ก็บอกแล้วว่าจะมาอีกไง”

 

เมื่อสิ้นประโยคนั้นหญิงสาวก็ใช้เท้ายันเข้ากับผนังและเหาะตัวออกไปอยู่กลางอากาศแล้วยิ้มเยาะโบกมือให้กับหญิงสาวที่อยู่ในห้องก่อนจะพลิกตัวกลับ หญิงสาวที่อยู่ในห้องจึงรีบปิดหน้าต่างทันที

 

“เฮ้อออ! กว่าจะไปได้ คืนนี้จะมาใหม่งั้นหรอ...? หมายความว่า...ถ้าคืนนี้..เอ๊ะะ! หรือว่าจะตามไปถึงที่บ้าน”

 

เจนนี่ฉุกคิดขึ้นได้

 

.

 

ลลิษาที่ลอยตัวอยู่กลางอากาศลอยตัวลงมาวิ่งต่อด้วยความเร็วเหนือเสียงไปจนถึงรถ แล้วเปิดประตูรถแล้วเดินเข้าไปนั่งอยู่ในรถสักพัก

 

“ให้ตายสิ! เป็นผู้หญิงที่น่ากวนประสาทให้โมโหจริงๆเลอะะะ..”

 

หญิงสาวหันขึ้นไปมองที่บนตึกแล้วยิ้มเยาะที่มุมปาก ก่อนที่จะถอยรถแล้วขับออกไปจากบริษัทนี้

 

.

 

.

 

ไม่กี่ชั่วโมงต่อมาเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นใจห้องของใครคนหนึ่ง

 

“สวัสดีค่ะ! ฉันลลิษาพูดสายค่ะ”

 

“บอสคะ! มีผู้ชายคนหนึ่งมาขอเข้าพบบอสค่ะ”

 

“เค้าเป็นใครคะ!”

 

หญิงสาวถามกลับด้วยความสงสัย

 

“เค้าบอกว่าเป็นญาติบอสค่ะ..แต่ดิชั้นก็บอกไปแล้วนะคะว่าบอสไม่มีญาติที่ไหน แต่เค้าก็ยังดื้อดึงจะขอพบบอสให้ได้ค่ะ ตอนนี้ทำร้ายคนของเราไปหลายคนแล้วค่ะ”

 

“ได้ค่ะ! เดี๋ยวชั้นจะลงไปพบเค้าเองค่ะ เค้าอยู่ที่ไหนคะ..”

 

“เค้าท์เตอร์ด้านล่างค่ะ”

 

“จะรีบลงไปเดี๋ยวนี้แหละ..”

 

ลลิษาวางสายแล้วรีบเดินออกไป

 

.

 

“จะไม่ยอมให้พบดีๆใช่มั้ย!”

 

เมื่อลลิษาลงมาถึงด้านล่างก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังลั่นไปทั่วโรงแรม เธอเดินเข้าไปพบชายร่างสูงคนหนึ่งที่กำลังร้องโวยวายอยู่ แต่จู่ๆชายผู้นั้นก็หยุดส่งเสียงดัง เมื่อหญิงสาวจ้องมองไปที่ใบหน้าของชายคนนั้น

 

“เอ้ออ! บอสคะ..ระวังค่ะ”

 

“ไม่เป็นไร..เค้าทำอะไรชั้นไม่ได้หรอก มีอะไรก็ไปทำเถอะ!! เดี๋ยวทางนี้ชั้นจัดการเอง”

 

“ครับ/ค่ะ”

 

ทุกคนต่างร้องรับอย่างพร้อมเพียงกันแล้วแยกย้ายกันไป

 

“คุณเป็นใคร..”

 

“........”

 

“อ้ออ! ลืมไป...”

 

“จำฉันไม่ได้สินะ!!”

 

ชายหนุ่มเมื่อหลุดจากพวังก็ตอบกลับไปทันที

 

“จำไม่ได้ หมายความว่าไง”

 

“หมายความว่าไง! หมายความว่าฉันเป็นอาแกไง”

 

“อาหรอ! แต่ชั้นจำได้ว่าอาของชั้นเสียชีวิตไปพร้อมกับพ่อแล้ว”

 

“ฉันยังไม่ตาย ชั้นรอดมาได้”

 

“ถ้ารอดมาได้ทำไมไม่กลับมาตั้งแต่ทีแรกล่ะ”

“ไปคุยกันที่อื่นได้มั้ย!! ถ้ามนุษย์รู้เรื่องนี้มันคงจะไม่เป็นผลดีกับเราแน่ๆ”

 

“ได้! เชิญขึ้นไปคุยในห้องของฉัน..”

 

แวมไพร์สาวเชิญชวนผู้ที่มาอ้างว่าเป็นอาของตนขึ้นไปคุยบนห้อง ชายที่อ้างว่าเป็นอาเดินตามหญิงสาวไปขึ้นลิป

 

 

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

 

ชายหนุ่มคนหนึ่งเคาะประตูเรียกแล้วเปิดประตูเข้ามา

 

“ท่านประธานครับ! เอกสารครับ”

 

“ค่ะ”

 

“เอ่อออ! คือว่าท่านประธานอยากไปที่ไหนครับ”

 

“หมายความว่าไงคะ!”

 

เจนนี่ขมวดคิ้ว

 

“ก็ที่จะไปเที่ยวต่างประเทศไงครับ”

 

“อ้อออ! เรื่องนี้นี่เอง นึกว่าอะไร”

 

เธอเลิกคิ้วคายความสงสัย

 

“แล้วอยากจะไปที่ไหนครับ”

 

“ที่ไหนก็ได้ค่ะ! จริงๆก็อยากจะกลับไปบ้านพ่ออีกสักครั้งหนึ่งเหมือนกันค่ะ แต่ถ้าจับได้ประเทศไหน ก็ไปประเทศนั้นล่ะค่ะ”

 

หญิงสาวตอบกลับ ถึงในใจอยากจะกลับไปที่เกาหลีบ้านเกิดพ่อตัวเองอีกสักครั้งหนึ่งเหมือนกัน

 

ตู๊ดดดดด ตู๊ดดดดด

 

“ท่านประธานครับ ท่านประธาน! โทรศัพย์ครับ”

 

“ขะ ขะ ค่ะ”

 

เจนนี่หลุดจากห้วงแห่งความคิด แล้วหันมาสนใจโทรศัพท์มือถือแทน

 

“ขอตัวก่อนนะคร๊าบบบ”

 

“ค่ะ ค่ะ!”

 

เมื่อสิ้นประโยคนั้นชายหนุ่มก็เดินออกจากห้อง เจนนี่จึงกดรับโทรศัพท์

 

“ค่ะ! สวัสดีค่ะ!”

 

“เออออ! โอนเงอะ...”

 

“เงินใช่มั้ยคะ ครั้งนี้จะเอาเท่าไหร่ล่ะคะ”

 

เธอพูดตัดบทเหมือนรู้ว่าคนที่โทร.มากำลังคิดจะพูดอะไรอยู่

 

“รู้ดีนี่! ครั้งนี้โอนมาสัก2แสนก็แล้วกัน”

 

“ได้ค่ะ! แต่...ครั้งนี้ขอเอาเข้าไปให้ที่บ้านเองนะคะ”

 

“ไม่ได้! ไม่ได้!!!”

 

“ถ้าไม่ได้ก็ไม่ให้..”

 

“เฮ้ยย! เฮ้ยย! ทำแบบนี้ไม่ได้นะ”

 

“ถ้าอย่างงั้นจะให้เข้าไปมั้ยล่ะค่ะ”

 

“ก็ได้! เดี๋ยวนี้หัดต่อลองนะ”

 

“ค่ะ! จะจัดการให้โดนเร็วค่ะ”

 

.

 

“ถึงไหนแล้วล่ะ”

 

“ถ้ารอดแล้วทำไมไม่กลับมา”

 

“อาาา อาาา...”

 

“คงจะเป็นนักต้มตุ๋นน่ะสินะ สมัยนี้หาประวัติได้ไม่ยากหรอกค่ะ”

 

“ไม่ใช่นะ!”

 

ชายหนุ่มร้องตะโกนดังลั่น

 

“ถ้าอย่างนั้นก็ตอบมาค่ะ”

 

“ตอนนั้นอาโดนแทงหลายจุดจนเกือบตายแล้วตอนนั้นมันก็มืดมาก แต่โชคยังดีที่รอดมาได้ แต่ก็จำทางกลับไม่ได้ จนเมื่อหลายเดือนก่อนเจอข่าวในโทรทัศน์ จึงได้รู้ว่าหลานตัวเองอยู่ที่นี่”

 

ชายผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นนักต้มตุ๋นเล่าเรื่องทุกอย่างให้หญิงสาวฟัง แต่หญิงสาวสาวยังไม่ปักใจเชื่อว่าเรื่องที่ชายผู้นี้กล่าวมาทั้งหมดเป็นความจริง แล้วนั่งประสานมือวางไว้บนโต๊ะทำงาน

 

“พิสูจน์สิ..ถ้าเป็นอาของฉันจริง ต้องรู้ชื่อตัวเองว่าชื่ออะไร เป็นใคร เป็นแวมไพร์ประเทศไหน ถึงจะเป็นแวมไพร์ด้วยกันก็เหอะ แต่ถ้าตอบไม่ได้ก็คงต้องจบชีสิตล่ะนะ!!”

 

ลลิษาส่งยิ้มให้เจือนๆ

 

“ได้! ฉันชื่อมาร์ค แฮร์ริสัน ประเทศฝรั่งเศส”

 

หญิงสาวลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินอ้อมไปหาชายผู้นั้นเหมือนกับรู้คำตอบ

 

“ย่าส์....ใช่! ชื่อมาร์ค แต่ไม่ใช่แฮร์ริสัน ไม่ใช่ฝรั่งเศส ถึงจะแม่เดียวกันแต่คนละพ่อกัน คิดว่าจะหลอกกันได้หรอคะ...ตามสัญญาค่ะ”

 

ชายหนุ่มที่ควรจะขัดขืนแต่กลับนิ่งงันเหมือนโดนต้องมนต์สะกดเอาไว้

 

ลลิษาค่อนๆยกมือไปวางบริเวณหัวของชายหนุ่มที่นั่งนิ่งงันแล้วค่อยๆกำมือดึงผมแล้วออกแรงดึงกลับหลัง

 

“อ้าาาาาาา!”

 

ชายหนุ่มร้องลั่นแต่กลับไม่มีใครได้ยิน ด้วยเหตุที่หญิงสาวเป็นคนทำไม่ให้ได้ยินเสียง มือของหญิงสาวถือหัวของชายหนุ่มไว้ก่อนจะดีดนิ้วเพื่อทำอะไรสักอย่าง แล้วลากร่างไร้หัวและชีวิตออกไปจากห้องเพื่อลงไปข้างล่าง ทุกๆอย่างหยุดนิ่งแก้วน้ำที่กำลังหล่นลงพื้นก็หยุดลอยอยู่กลางอากาศ หญิงสาวลากร่างนั้นวิ่งออกไปที่ๆหนึ่งเป็นป่าทึบ

 

 

ความคิดเห็น