ผู้บำเพ็ญเพียรภายในถ้ำ
email-icon

ฝากนิยายด้วยน้า

ตอนที่ 29 การพัฒนาของสี่ทรราช(2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 29 การพัฒนาของสี่ทรราช(2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.1k

ความคิดเห็น : 21

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ส.ค. 2562 08:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 29 การพัฒนาของสี่ทรราช(2)
แบบอักษร

"นี่มันอะไรกันฟ้ะ ขนาดพวกฉันแข็งแกร่งขึ้นขนาดนี้และรวมตัวอัดนายยังไม่ชนะอีกหรอ แล้วไอ้เจ้าลูกแก้วนั่นอะไร ขี้โกงชะมัด"

 

 

 

เห็นโอบิโตะบ่นคาซึยะก็ยกยิ้มบางๆ แต่ในใจกับตื่นเต้นจนเลือดเดือดพล่าน ด้านหน้าของเขาคืออสูรร้ายสีเขียวไก คาคาชิเนตรวงแหวนที่มีประสิทธิภาพมากกว่าต้นฉบับ และโอบิโตที่กำลังใช้ซูซาโนโอะ

 

 

 

ทั้งสามพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว คาคาชิหลังจากได้เนตรวงแหวนวิชามีดและดาบแห่งตระกูลฮาตาเกะก็ยิ่งทวีคูณความแหลมคมขึ้นอีกหลายเท่าตัวเจ้าตัวเริ่มพัฒนาและกลบจุดด้อย แถมพลังจากได้เนตรวงแหวนเจ้าตัวสามารถก็อปปี้คาถานินจาได้ ถ้าใช้คาถาปกติโดยไม่ระวัง จะโดนสวนกลับทันที

 

 

 

ไกหลังจากได้เซลล์เหลวก็กลายเป็นอสูรร้ายได้อย่างเต็มตัว ปัจจุบันต่อให้เจอคิซาเมะในต้นฉบับก็น่าจะสู้กันได้อย่างสูสี และอีกอย่างระยะเวลาในการเปิดประตูที่ 5 ของไกนั้นก็ไร้ขีดจำกัด เพราะมันไม่สร้างผลกระทบให้เจ้าตัวเลย

 

 

 

และสุดท้ายเจ้าโอบิโตะตามต้นฉบับมีเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาข้างเดียวก็น่าปวดหัวอยู่แล้วพอมันมีสองข้างยิ่งน่ารำคาญเข้าไปใหญ่ ถ้าไม่ระวังตัวให้ดีนี่ตายไม่โดยรู้ตัวเลยละ

 

 

 

แต่สุดท้ายต่อให้ทั้งสามรวมตัวกันก็ยังแพ้คาซึยะอยู่ดี เพราะสภาพปัจจุบันที่เขากำลังใช้อยู่ก็คือโหมดกายเซียนหกวิถี แม้มันจะยังเป็นสภาพไม่สมบูรณ์เนื่องจากไร้พลังจากสัตว์หางทั้งเก้า

 

 

 

แต่ความสามารถที่เหมือนเซียนหกวิถีก็ยังทำให้เขายับยั้งพลังของเพื่อนทั้งสามได้ และหลังจากเปิดกายเซียนอย่างสมบูรณ์จักระภายในร่างก็เข้าสู่คาเงะระดับแปดใกล้ถึงระดับเก้าซึ่งน่าจะใช้เวลาอีกครึ่งปี

 

 

 

ดังนั้นพวกโอบิโตะที่ยังอยู่ในระดับคาเงะเริ่มแรกและยังพลังน้อยกว่าซานนินทั้งสามของโคโนฮะจะเอาอะไรมาสู้กับเขา ยังคงอีกนานที่พวกเขาจะก้าวเข้าสู่ระดับต่อไป ต้องรู้ว่าภายหลังระดับจักระจะเพิ่มขึ้นยากมาก

 

 

 

ฺยกเว้นคาซึยะที่หลังจากปลุกกายเซียนให้ตื่นขึ้นตอนนี้ไม่ว่าจะพลังชีวิตหรือจักระก็เพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ และมันจะแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ตามการดูดซับพลังธรรมชาติ ถ้าเป็นปกติคงต้องใช้เวลานานในการสะสมจักระให้อยู่ในระดับนี้

 

 

 

'ตอนนี้เงื้อนไขเพียงพอแล้ว ถ้าฉันคิดจะเบิกเนตรเมื่อไหร่มันก็จะตื่นขึ้นทันที'

 

 

 

แต่เขาไม่คิดจะเบิกสิ่งนั้นในตอนนี้ เนตรสังสาระอาจจะทรงพลังมากก็จริงแต่นั่นก็เป็นเพียงพลังเริ่มแรกของเนตรสังสาระ แถมปัจจุบันพลังของเขายังไม่ก้าวเข้าสู่ระดับเทพนินจาเช่นปู่ทวดและตาทวด เบิกเนตรสังสารไปแม้จะแข็งแกร่งขึ้นแต่ก็ยังมีระดับจักระที่ด้อยกว่า ดังนั้นเขาจึงต้องสะสมจักระก่อน

 

 

 

ไหนจะตันเถียนที่ยังมีพลังธรรมชาติสะสมเพียงแค่ร้อยในพัน การเดินทางกลายเป็นผู้สุดยอดยังพึ่งเริ่มขึ้นดังนั้นเขาจึงไม่รีบร้อน เพื่อสร้างรากฐานพลังใหม่อย่างน้อยก็คงใช้เวลาอีกยี่สิบปีกว่าเขาจะก้าวเข้าสู่ระดับใหม่ที่เทียบเท่ากับนารูโตะในโหมดกายเซียนหกวิถีซึ่งนี่เป็นแผนต่อไปของเขา

 

 

 

"อีกสองวันจะเป็นการสอบจูนิน วันนี้พวกนายควรแยกย้ายไปผ่อนคลายร่างกายบ้าง เพราะพรุ่งนี้พวกเราสี่คนจะเริ่มการเคลียพื้นที่ซึ่งอาจจะใช้เวลาอีกหลายวัน"

 

 

 

"นั่นก็ดีป่านนี้รินคงคิดถึงฉันแย่แล้ว"ใบหน้ายามพูดถึงรินของโอบิโตะค่อนข้างคล้ายพวกตาลุงหื่นๆ ถ้าเธอเห็นคงกลัวน่าดู

 

 

 

"หลงตัวเองเกินไป ดีไม่ดีรินอาจจะลืมนายและไปหาแฟนใหม่แล้วก็เป็นไปได้"คาคาชิกล่าวด้วยสีหน้าเย้าหยอกเจ้าโอบิโตะเริ่มทำหน้ากังวลและเปิดใช้คามุยไปหารินอย่างร้อนรน

 

 

 

"ฮ่าๆ เจ้างี่เง่าโดนหลอกง่ายชะมัด"คาซึยะถึงกับกุมท้องขำ คาคาชิก็แอบแสยะยิ้มที่มุมปาก ส่วนไกได้แต่ส่ายหัว

 

 

 

"เอาละฉันว่าจะไปคุยกับพ่อเรื่องวิชาดาบเล็กน้อย ไว้เจอกันพรุ่งนี้คาซึยะ ไก"คาคาชิจากไปด้วยความเร็วสูง ตอนนี้จึงเหลือเพียงไกและคาซึยะ

 

 

 

"นี่คาซึยะฉันอยากให้นายช่วยอะไรฉันหน่อย คือฉันอยากดะ ได้..."

 

 

 

"เซลล์เหลวสินะ เอาไปให้ลุงไดใช่หรือเปล่า ?"

 

 

 

"โอ้ได้ไหม ?"

 

 

 

ตอนแรกเขาคิดจะเก็บไว้ใช้กับตัวเองเพื่อเปิดเนตรสังสารแต่พอเขาเปิดกายเซียนหกวิถีแล้วเขายังจำเป็นต้องใช้มันอีกหรือไม่ แน่นอนว่าไม่อีกต่อไป ดังนั้นเขาจึงบอกให้ไกนำเลือดบางส่วนของลุงไดมาให้ได้ เพื่อให้เขาได้ปรับปรุงให้เซลล์เหลวสามารถปลูกถ่ายลงสู่ร่างกายของลุงไดได้

 

 

 

"ดีหลังจบการสอบจูนินฉันจะเอามันมาให้นาย"

 

 

 

"ดี ไว้เจอกันเพื่อน"

 

 

 

เมื่อไกจากไปตอนนี้เขาก็มาคิดเรื่องเซลล์เหลวเข้มข้นรุ่นที่หนึ่ง เพราะปัจจุบันเขาเหลือเพียงแค่ชุดเดียวเท่านั้น อีกอย่างร่างชิโรเซ็ตสึเขาก็ให้อาจารย์โอโรจิมารุนำมันไปสะกัดเซลล์เหลวเพื่อยามาโตะในอนาคตแล้วดังนั้นนี่จึงเป็นชุดสุดท้ายที่เขามีอยู่

 

 

 

'ลุงไดน่าจะใช้เพียงสองหลอด เราน่าจะเหลืออีกสามหลอด'

 

 

 

ถึงเขาไม่คิดจะใช้ แต่นั่นไม่ใช่กับครอบครัวของเขา พ่อของเขามีเนตรกระจกเงาหมื่นบุปผาแบบปกติถ้าได้เซลล์เหลวไปแสงที่สูญเสียไปก็น่าจะฟื้นฟูและเขายังสามารถใช้พลังปกป้องตัวเองได้

 

 

 

'ส่วนแม่คงไม่ต้องละมั้งขานั้นก็เป็นราชินีปีศาจอยู่แล้ว ที่เหลือก็คงไม่พ้นคาสุมิ'

 

 

 

จริงๆเขาไม่อยากให้น้องสาวตัวน้อยเบิกเนตรวงแหวนเลย มันดีจริงๆหรอที่เธอจะต้องใช้พลังต้องสาปในอนาคต ? เรื่องนี้ต้องดูๆกันเรื่อยๆ เขาส่ายเและเลิกคิดเรื่องนี้ไปสักพักปัจจุบันเขาต้องดูแลความปลอดภัยในการสอบจูนิน

 

 

 

"รอบนี้พวกคิริงาคุเระจะส่งใครมากันนะ เอ็นบุ ? เจ็ดดาบที่เหลือ ? ไหนจะซึนะงาคุเระอีก"

 

 

 

ความน่าจะเป็นไปได้ของซึนะที่จะส่งผู้เข้าสอบจูนินคงจะส่งว่าที่เจ้าแห่งการเชิดหุ่นของแสงอุษา ซาโซริแห่งทรายแดง มากิลูกศิษย์ของปาคุระ ผู้ที่จะมาป่วนคงไม่พ้นว่าที่คาเสะคาเงะรุ่นที่ 4 ราสะพ่อของกาอาระ ย่าจิโยะและปาคุระ

 

 

 

แต่ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ผู้โจมตีจะแข็งแกร่งหรือไม่ มันอยู่ที่พวกมันจะโจมตีที่จุดไหนมากกว่า การสอบคงไม่พ้นที่ลานฝึกที่สี่สิบสี่หรือป่ามรณะ เขาคงต้องเริ่มสำรวจแผนที่และภายในป่าก่อน

 

 

 

"ถ้าพวกมันคิดจะป่วนงานสอบและลอบสังหารคนของโคโนฮะคงไม่พ้นต้องแอบวางกับดักผู้ควบคุมการสอบ"

 

 

 

 

แต่เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหา เพราะเรายังมีสุดยอดนักกลยุทธเช่นลุงชิคาคุ และยังมีนินจาที่รวดเร็วอย่างพี่ชายมินาโตะ น่าจะพอแก้ไขเหตุการณ์ได้ทันท่วงที แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่าจะมีคนจากโคโนฮะที่ต้องการสร้างสถานะการณ์เพื่อเริ่มสงครามโลกนินจาครั้งที่สาม

 

 

 

"และกลุ่มที่ว่าก็คงไม่พ่นดันโซ เพื่อสร้างชื่อเสียงและลดอำนาจว่าที่โฮคาเงะ สงครามเป็นสิ่งจำเป็น"

 

 

 

เจ้าดันโซสุดท้ายมันก็แค่ตัวหมากที่ใช้แล้วทิ้งของปู่ทวดมาดาระ ถ้าสงครามโลกนินจาครั้งที่สามเปิดม่านออกแล้วละก็ นี่ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นของทุกสิ่งอย่าง แน่นอนว่าเขาก็ไม่ได้คิดจะขัดอะไร เลือดในกายมันร่ำร้องว่าต้องการต่อสู้

 

 

 

ด้วยพลังในปัจจุบันเขาสามารถสู้กับไรคาเงะรุ่นที่สามที่รวดเร็วเป็นอันดับสามของโลกนินจาและโอโนกิ ซึจิคาเงะชายแก่ผู้มากประสบกาณ์โดยไม่ใช้โหมดเซียนและซูซาโนโอะสามรูปแบบหลังได้หรือไม่ ?

 

 

 

"มันค่อนข้างท้าทาย"

 

 

 

ปู่ทวดของเขาทำได้แต่เขาจะทำได้หรือไม่ อันนี้ต้องมาลองดูกันอีกที เขาเดินทางกลับไปยังที่บ้านเพื่อพูดคุยกับพ่อและแม่เรื่องภารกิจคุ้มกันหมู่บ้านและนักเรียนในการสอบจูนิน

 

 

 

"เรื่องหมู่บ้านปล่อยให้พ่อและแม่ปกป้องเอง ที่หมู่บ้านยังมีนินจาอีกหลายคนที่มีความสามารถสูง ดังนั้นเจ้าจงปกป้องเพื่อนของเจ้าเป็นหลักน่าจะดีกว่า"

 

 

 

"เข้าใจแล้วท่านพ่อ"

 

 

 

"แม้เจ้าจะแข็งแกร่งแต่ก็อย่าได้ประมาทศัตรูโดยเด็ดขาด ถ้ายัยแก่จิโยะมาจริง เจ้าต้องระวังนางเป็นพิเศษ"

 

 

 

คาซึยะพยักหน้าเข้าใจในคำพูดของมารดา ความประมาทจะนำพาไปสู่ความตายเขาจำเรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์สอนใจไว้เสมอ และโลกนี้ตามต้นฉบับถ้าไม่นับรวมสัตว์ประหลาดระดับคาเงะในตำนานบางคน พวกมันสามารถสังหารข้ามระดับได้

 

 

 

เกะนินสังหารจูนินและโจนินยังมีให้เห็นมากมายในโลกนี้บางทีระดับโจนินยังสังหารระดับคาเงะมาแล้วก็มีให้ได้ชมในต้นฉบับอย่างซาโซริที่เป็นเพียงชายหนุ่มวัยรุ่นระดับโจนินก็สามารถสังหารคาเสะคาเงะรุ่นที่ 3 ได้แล้วดังนั้นต้องระวัง ในโลกนี้ยังมีระเบิด ยาพิษ อาวุธพิเศษที่ทรงพลังของแต่ละหมู่บ้านหรือแม้กระทั่งอาวุธของเซียนหกวิถี

 

 

 

"เอาละลูกคงต้องเริ่มงานแล้ว ขอตัวก่อน"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น