เจ้าชิบะ

ฝากสนับสนุนนิยายด้วยนะคะ

รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 31

ชื่อตอน : รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 31

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 32.2k

ความคิดเห็น : 32

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ส.ค. 2562 23:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 31
แบบอักษร

31  

  

  

  

  

“อย่างที่ผมเล่าไป ไอ้สองมันกำลังสงสัยไอ้นพอยู่ ตอนที่มันอยู่ที่สนามไอ้ฮิวโก้ เหมือนมันเห็นไอ้นพเข้าๆออกๆที่สนามบ่อยจนไม่คิดว่ามันจะทำงานแค่กับเฮียคนเดียว” เสียงดิวนั่งรายงานพีคอยู่ที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะทำงาน ก่อนจะยื่นรูปภาพสองสามรูปส่งให้นายของตัวเองดู พีคหยิบมาดูอย่างพิจารณาอยู่สักพัก ก่อนจะปารูปกลับลงโต๊ะเหมือนเดิม แม้จะไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรออกมา แต่บรรยากาศกลับเย็นเฉียบจนคนในห้องอย่างดิวและโต้งรู้สึกได้  

“หึ ไม่ผิดจากที่กูคิด  พวกโง่ ทำอะไรมันก็ดูโง่ไปหมด เสือกขอเปลี่ยนงานก่อนทำเรื่องชั่วๆไม่กี่วัน มันคงคิดว่ากูจะไม่สงสัยมันสินะ” พีคพูดเสียงเข้มพร้อมจ้องหน้าดิวพลางยกยิ้มเยาะเย้ยยามนึกถึงหน้าลูกน้องอีกคน  

“แล้วนี่เฮียจะจัดการมันเลยป่ะ ไหนๆหลักฐานก็มีแล้ว บัญชีปลอมที่มันทำขึ้นมาก็หาเจอแล้วด้วย” โต้งถามขึ้นหลังจากเงียบฟังดิวคุยงานกับพีคอยู่สักพัก  

“เดี๋ยว กูยังมีอีกเรื่อง เฮีย อันนี้ไอ้สองมันเล่าให้ผมฟัง ผมไม่รู้ว่ามันเกี่ยวกับพวกเรามั้ย แต่มันเหมือนได้ยินลูกน้องไอ้ฮิวโก้มันพูดเหมือนจะทำเรื่องอะไรสักอย่าง แถมไอ้ฮิวโก้มันออกไปดูงานเองเลยด้วย เหมือนว่ามันจะใช้เป้าหมายนี้เรียกเงินจากใครสักคน ..มันกำลังวางแผนทำเรื่องชั่วๆอยู่แน่ๆเลยเฮีย” ดิวอธิบายเรื่องที่ยังกังวลและไม่แน่ใจว่ามันใช่เรื่องทางฝั่งพวกเขามั้ย พีคเองก็ฟังอยู่นิ่งๆ แต่ก็เรียกต่อมโทสะได้พอตัวเมื่อรู้ว่าคู่อริกำลังคิดทำเรื่องชั่วอยู่  

“แม่งจะเอาเงินไปทำอะไรเยอะแยะวะ เสียพนันมากไปจนไม่มีหัวคิดหาเงินด้วยวิธีอื่นแล้วหรือไง” พีคพูดบ่นอย่างหัวเสีย พลางนั่งเท้าคางพร้อมตวัดตามองลูกน้องคนเดิมเพื่อถามสิ่งที่ตัวเองอยากรู้ต่อ “รู้มั้ยว่าเป้าหมายมันอยู่ที่ไหน ได้หลักฐานตรงนั้นมาด้วยกูจะได้ให้เพื่อนกูรวบเข้าตารางทีเดียวเลย”  

“เห็นว่าเป้าหมายเรียนอยู่มหาลัยเดียวกับคุณแก้มครับ แต่คงไม่ใช่คุณแก้มแน่นอน เพราะฝั่งนั้นคงจะรู้ว่าคุณแก้มยังไปเรียนไม่ได้” ดิวพูดให้พีคสบายใจเรื่องของแก้มขึ้น เพราะขึ้นชื่อว่าที่ที่น้องสาวเขาเรียนคนเป็นพี่คงไม่สบายใจแน่ๆ แต่ดูเหมือนสีหน้าพีคจะเครียดมากกว่าเดิมเหมือนคนกำลังใช้หัวคิด ดิวแอบหันไปมองโต้งเป็นเชิงถามว่าเขาพูดอะไรผิดไป แต่กลับได้คำตอบเพียงแค่การไหวไหล่ของโต้งเท่านั้น เพราะเจ้าตัวก็ไม่ทราบเหมือนกัน ทำให้ทั้งคู่ทำได้แค่มองพีคอย่างสงสัยเท่านั้น  

“ไอ้ดิว” จู่ๆพีคก็เรียกดิวขึ้นปุปปัป จนเจ้าของชื่อถึงกับต้องทำหน้าจริงจังตาม  

“ครับเฮีย”   

“เดี๋ยวมึงช่วยตามดูใครคนนึงให้กูหน่อย อย่าให้เจ้าตัวรู้ว่ามึงตามดูเค้าอยู่ เข้าใจมั้ย” พีคสั่งดิวเสียงเข้ม แถมสายตาจริงจังมากจนดิวถึงกับไม่เข้าใจว่าคนที่ให้ตามดูมันสำคัญขนาดนั้นเลยหรอ  

“เข้าใจครับ ..แล้วใครล่ะเฮีย?”    

******************************************  

  

ณ มหาวิทยาลัย (วันศุกร์)  

  

“พระ-เพลิง” เสียงใสๆตะโกนเรียกนักกีฬาที่วอร์มร่างกายแข่งในอีกไม่กี่ชั่วโมง เพลิงที่พึ่งวิ่งเข้าข้างสนามเมื่อกี้แอบหางตามองแก้มนิดนึง ก่อนทำเป็นไม่สนแล้วเดินกินน้ำที่เพื่อนส่งให้หน้าตาเฉย แก้มยิ้มแห้งให้ก่อนจะรีบเดินตามเพลิงที่เดินหนีไป  

“เดี๋ยวก่อนเพลิง เพลิงช่วยคุยกับแก้มแปปนึงได้มั้ย” แก้มเร่งฝีเท้าพยายามเดินคุยกับเพลิงที่เดินหนี  

“ตามจริงแกควรอยู่บ้านนะ ออกมาเดินถึงที่มอเดี๋ยวมันก็ว่าแกหรอก” เพลิงว่าในขณะที่ตามองไปทางอื่น แก้มยิ้มตอบแห้งๆเพราะเข้าใจว่าเพลิงกำลังหมายถึงใครอยู่  

“ก็ถ้าไม่อยากให้แก้มเดินจนล้มไป เพลิงก็หยุดคุยกับแก้มก่อนสิ แปปนึงก็ยังดี” แก้มยังคงพยายามพูดให้เพลิงหันมาคุยด้วย เพลิงหยุดชะงักแอบมองบนไปแปปนึง ก่อนจะถอนหายใจเอียงหน้าหันมายอมคุยกับแก้มด้วยใบหน้าเซ็งๆ  

“เฮ้อ..มีไร” เพลิงถอนหายใจก่อนถามเสียงห้วน  

“ยังโกรธแก้มอยู่อีกหรอ” แก้มถามเสียงอ่อย เมื่อเห็นว่าเพลิงดูไม่อยากคุยด้วย  

“ไม่โกรธ แต่แค่เรากำลังตัดใจจากแกอยู่ การไม่เจอหน้าแกตอนนี้ถือเป็นอะไรที่ดีมากสำหรับเรา” เพลิงว่าออกมาอย่างเซ็งๆ โดยที่ไม่ได้รู้เลยว่าตอนนี้หน้าตัวเองเหมือนคนกำลังงอนมากกว่า  

“ตัดใจงั้นหรอ? งั้นแก้มขอถามเพลิงอีกครั้งนะ ตอนนี้เพลิงยังรักแก้มเหมือนที่เจอกันครั้งแรกหรือเปล่า? เพราะถ้าเพลิงยังตอบว่าเหมือนเดิม แก้มจะไม่ขอให้เราเป็นเพื่อนกันอีกเลย แต่ถ้าไม่ เพลิงกลับไปหาพี่พีคได้มั้ย?” เพลิงชะงักมองหน้าแก้มที่กำลังว่าเสียงจริงจัง เดาไม่ผิดว่าแก้มจะต้องกลับมาพูดเรื่องนี้แน่ๆ แต่ที่เกินคาดมากกว่าคงจะเป็นเรื่องของใครอีกคน   

“เราว่าแกกำลังเข้าใจอะไรผิด ทำไมเราต้องกลับไปหาไอ้พีคด้วย” เพลิงมีสีหน้าเครียดขึ้นทันทีเมื่อพูดถึงใครอีกคน แถมสายตายังเบื้อนมองไปทางอื่นราวกับไม่กล้าสบตาแก้มที่ยืนอยู่ข้างๆ  

“แล้วทำไมวันนั้นเพลิงต้องร้องไห้ด้วยล่ะ ถ้าเพลิงไม่ได้คิดอะไรกับพี่พีค” เหมือนถูกกระชากมาตบหน้าเต็มแรง สิ่งที่แก้มพูดทำให้เพลิงนิ่งอึ้งเข้าไปอีก เขาไม่ได้ร้องไห้ต่อหน้าพีคและแก้มตรงๆ ทำไมแก้มถึงรู้ได้ว่าวันนั้นเขาร้องไห้   

“เราไม่ได้..”  

“พี่กราฟเล่าให้แก้มฟังหมดแล้วเพลิง เพลิงเลิกปากแข็งแล้วบอกแก้มมาเถอะว่าตอนนี้เพลิงชอบพี่พีค ไม่ใช่แก้มแล้ว” อยากจะเอาหัวไปเขกกับสแตนให้รู้แล้วรู้รอด หลังจากที่ได้ยินแก้มพูดว่าได้ยินเรื่องนี้มาจากใคร เพลิงแทบอยากจะโทรไปด่าไอ้พี่ชายตัวดีซะเหลือเกิน ...วันนั้นไม่น่าพลาดปล่อยโฮต่อหน้ากราฟเลยจริงๆ  

“ถ้าบอกแล้วยังไงต่อ คิดว่าตัวเองจะหาวิธีทำให้เรากับมันกลับมาหากันได้หรือไง แก้ม ถ้าแก้มรู้ว่าเรากับมันเจอกันได้เพราะอะไร แก้มยังจะโลกสวยอยู่มั้ย” ไม่รู้ว่าทำไมถึงพูดแบบนั้นออกไป แต่อาจเป็นเพราะแฟนเก่าพยายามทำตัวเป็นคนดีหาทางจับคู่เขากับพี่ชายตัวเองให้ได้ ทำให้เพลิงไม่ชอบใจสักเท่าไรเลยเผลอพูดจาแรงๆ จนแก้มถึงกับยืนสตั้นไปสักพักนึง ..ใช่ เธอไม่รู้อะไรระหว่างพี่ชายกับเพลิงเลย แต่เพราะเห็นพี่กับเพลิงมีใจให้กัน เธอก็แค่อยากทำตัวเป็นน้องที่ดีที่อยากให้สองคนนี้กลับมาอยู่ด้วยกันเท่านั้น  

“เราขอตัวนะ ส่วนแกรีบกลับบ้านเถอะ เดี๋ยวไอ้พีคมันจะเป็นห่วง” เพลิงบอกลาแก้มเสียงแผ่ว ก่อนเดินสวนออกไปรวมกลุ่มกับนักกีฬาคนอื่น แก้มยืนมองแผ่นหลังของเพลิงด้วยแววตาหม่นๆ ก่อนหันหลังกลับเดินขึ้นไปยังสแตนที่พวกเพื่อนของเธอนั่งรอเชียร์แข่งวิ่งด้านบน พีคไม่มีทางรู้หรอกว่าเธอมาที่นี่ เพราะเมื่อคืนพีคไม่ได้กลับบ้าน พอดีกับจังหวะที่หนิงมาเยี่ยมและชวนแก้มมาดูเพลิงแข่งกีฬา ทำให้ตัวของแก้มเองมาโผล่อยู่ที่นี่โดยที่ไม่มีใครในบ้านรู้สักคน   

“คุยกับเพลิงไม่สำเร็จล่ะสิ หน้าจ๋อยเชียวแก” หนิงเรียกทักแก้มอย่างเป็นห่วง เพราะแก้มขึ้นมาด้วยใบหน้าจ๋อยราวกับเด็กไม่ได้ของที่ต้องการ ก่อนที่แก้มจะลงมานั่งโดยมีหนิงคอยนั่งปลอบอยู่ข้างๆ  

“ก็รู้อยู่แล้วว่าเพลิงจะพูดกับชั้นว่ายังไง แต่แกต้องได้ยินตอนเพลิงพูดว่าถ้าชั้นรู้ว่าเพลิงกับพี่พีคเจอกันได้ยังไง ชั้นจะยังโลกสวยอยู่มั้ย หนิง ตอนนั้นชั้นโครตสะอึกเลยอ่ะ ชั้นไม่รู้ว่าสองคนนั้นเจอกันได้เพราะอะไร แต่ตอนนั้นเสียงเพลิงมันดูเศร้า จนชั้นแอบรู้สึกผิดยังไงก็ไม่รู้” แก้มพูดบอกเสียงแผ่ว หนิงเองก็ไม่รู้ว่าจะพูดตอบอะไร เพราะเธอเองก็ไม่รู้ว่าเพลิงกับพีคเจอกันได้เพราะอะไร   

“ชั้นว่าเรื่องของคนสองคน มันควรจะเป็นเรื่องที่ทั้งคู่ต้องกลับมาปรับความเข้าใจเองมากกว่า เพลิงคงรำคาญที่เจอหน้าแกแล้วแกเอาแต่พูดเรื่องความสัมพันธ์อย่างนู่นอย่างนี้ ชั้นว่าเรื่องอย่างนี้ปล่อยให้มันจัดการเองดีกว่านะแก้ม แล้วถ้าแกอยากเป็นเพื่อนกับมันต่อ ชั้นว่าแกควรให้เวลามันสักหน่อยก็ดี ชั้นเห็นมันทำหน้าหงอยๆอยู่ที่ห้อง เป็นใครก็ต้องบอกแหละว่ามันยังจัดการกับความรู้สึกของตัวเองยังไม่ได้” หนิงว่าตามที่เห็น เพราะตั้งแต่เพลิงกลับมาอยู่คอนโด ยามที่เธอแวะไปนั่งเล่นห้องนั้น เธอมักจะไม่ค่อยเห็นเพลิงยิ้มหรือแสดงสีหน้าอะไรออกมามาก นอกเสียจากตีหน้าเศร้าเหมือนกำลังรออะไรบางอย่าง แต่พอแกล้งถามแกล้งแหยตามปกติ เพลิงก็มักจะบอกปัดอยู่เรื่อย ขนาดท็อปเองยังไม่รู้อะไรไปมากกว่าที่เธอรู้เลย (ไอ้ท็อปมันรู้ แค่ไม่พูด <> 

อยากจะเข้าไปคุยด้วย แต่ก็ต้องตีเนียนทำตัวเป็นคนนอกที่เข้ามาเชียร์นักวิ่งคัดตัว ดิวนั่งใส่หมวกกินขนมปังพลางมองนักกีฬาที่ยืนวอร์มเตรียมแข่งอยู่ข้างล่างสลับกับคนที่นั่งอยู่บนสแตน ดิวแอบตามดูใครบางคนให้พีคมาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว แต่ดูเหมือนภารกิจครั้งนี้ดันมีแขกไม่ได้รับเชิญเข้ามา ใครจะไปคิดล่ะว่าคนที่นั่งเยื่องๆอยู่ข้างบนถัดจากเขาจะเป็นแก้มกับเพื่อน ยิ่งได้ยินบทสนทนาเมื่อกี้ดิวก็เข้าใจได้ทันทีว่าแก้มมาหาเพลิงอย่างแน่นอน แต่การที่เธอไม่รู้ว่าพีคกับเพลิงเจอกันได้ยังไงถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะถ้าเกิดว่าแก้มรู้ว่าตัวเองเป็นต้นเหตุที่ทำให้เพลิงโดนพีคข่มขืน เขาไม่อยากจะนึกเลยว่าคุณหนูแสนบอบบางจะเป็นยังไง  

“ฮัลโหล..ครับเฮีย ตอนนี้มันเตรียมแข่งอยู่...ไม่มีคนน่าสงสัยครับ แต่ว่า...นั่นแหละเฮียที่ผมจะบอก คุณแก้มหนีออกมาดูไอ้เพลิงแข่งกีฬาอยู่ที่มหาวิทยาลัย...ยังไม่รู้ครับ...ได้เฮีย เฮียจัดการธุระของตัวเองเถอะ ทางนี้เดี๋ยวผมดูให้...ครับ” ปลายสายกดตัดสายไปเรียบร้อย ดิวนั่งมองหน้าจอก่อนลอบถอนหายใจเบาๆ ไม่คิดเลยว่างานจับตาดูคนแค่หนึ่ง ตอนนี้กลับมีเพิ่มขึ้นมาดื้อๆ ถ้าแก้มไม่ออกมาป่านนี้งานเขาคงง่ายขึ้นกว่าเดิมแท้ๆ ดีนะที่พีคไม่ได้โกรธอะไรตอนกลับไปบ้าน ถ้าไม่ติดธุระตามล่าคนตั้งแต่เมื่อวานพีคคงตามแก้มมาที่นี่แน่ๆ  

“เมียก็ห่วง น้องก็ห่วง..เฮ้อ กูจะบ้า หืม?”   

  

  

“มาไม่สายแหะวันนี้” เสียงพูดแซวพร้อมร่างสูงของแทนเดินเข้ามาหยุดอยู่ใกล้ๆเพลิงที่นั่งพักอยู่สแตนด้านล่าง ซึ่งเป็นส่วนของนักกีฬาสำหรับไว้นั่งพักโดยเฉพาะ   

“พี่นั่นแหละมาสาย เค้าจะเริ่มแข่งเซ็ตแรกกันแล้ว” เพลิงว่าพลางเงยหน้ามองคนยิ้มอารมณ์ดีส่งมาให้  

“อย่างน้อยกูก็มาทันมึงคัดตัวน้าา เออ เมื่อกี้กูเห็นแก้มด้วย พวกมึงกลับมาคุยกันเหมือนเดิมแล้วหรอ” แทนถามเพลิงอย่างสงสัยพลางชี้ไปยังสแตนที่แก้มนั่งอยู่ด้านบน เพลิงมองตามที่ชี้ก่อนจะหันกลับมามองแทนเหมือนเดิม  

“ยังอ่ะพี่” เพลิงตอบปฏิเสธ  

“เอ้า ก็แก้มมาเชียร์มึงถึงนี่ กูก็นึกว่าคุยกันเหมือนเดิมแล้วซะอีก” แทนย่นคิ้วพูดอย่างสงสัย  

“ตอนแรกผมนึกว่าแก้มจะมาเคลียร์เรื่องตัวเองกับผม ถ้าตรงนั้นผมใช้เวลาคิดแล้วแหละว่าจะลองคุยดีๆดูตามที่พวกเพื่อนผมบอก แต่พอคุยจริงๆมันกลับไม่ใช่เรื่องของแก้ม..แต่เป็นไอ้พีค” คนฟังอย่างแทนถึงกับสะอึกเมื่อได้ยินว่าแก้มมาคุยกับเพลิงเรื่องอะไร ใครจะไปคิดว่าขนาดแก้มยังรู้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ ยิ่งเห็นสีหน้าหงอยๆของเพลิง แทนก็พอเข้าใจอยู่บ้างว่าทำไมเพลิงถึงไม่ยอมคุยกับแก้มดีๆ  

“แล้วไม่ดีหรือไง” แทนถาม  

“ไม่ดี บอกให้ผมกลับไปหามันเนี่ยนะ ผมไม่ใช่คนหน้าด้านซะหน่อยที่พอโดนไล่แล้วจะใช้เวลาไม่กี่วันบากหน้าไปหามันน่ะ” เพลิงพูดบ่นรัว แถมยังทำหน้างอนเป็นเด็กๆจนคนนั่งฟังอยู่ข้างๆยกยิ้มขำ เขาพอจะเข้าใจแล้วแหละว่าเพลิงเป็นพวกทิฐิสูง รักเขา แต่ไม่ยอมกลับไปเพียงเพราะ..  

“อย่าบอกนะ ว่ามึงกำลังรอให้ไอ้พีคมาหามึงเอง”  

  

กึก  

  

เดาถูกได้โครตแม่น ถ้าซื้อหวยแทนบอกเลยว่าถูกเต็มๆ เพราะหลังจากแกล้งพูดเล่นๆไป ใครจะไปคิดล่ะว่าเพลิงจะนิ่งเหมือนคนช็อคไปในทันที แทนเองก็อึ้งไม่ต่างจากเพลิงเท่าไร เป็นการเดาถูกที่ใจเจ็บจี๊ดซะอยากจะตีปากตัวเองจริงๆ  

“ผม..ไม่ได้รอ” เพลิงยังคงปฏิเสธด้วยเสียงอ้อมแอ้ม  

“ยังจะปากแข็งอีกนะมึงเนี่ย ถ้าไม่ได้รอ งั้นมึงให้กูจีบตั้งแต่แรกก็จบ กูเทคฯมึงดีกว่าไอ้พีคอีก” แทนว่า  

“ว้อย พี่จะวนเข้าเรื่องนี้อีกทำไมเนี่ย ผมปฏิเสธพี่ไปแล้วนะ” เพลิงถึงกับโวยเมื่อแทนวกกลับมาเรื่องที่คิดว่าคุยกันจบแล้ว  

“เออ กูรู้ มึงไม่ต้องย้ำ แต่มึงอ่ะเลิกปากแข็งได้แล้ว รักมันก็บอกว่ารักสิวะ ทำตัวอิดออดอยู่นั่นแหละ รู้ตัวมั้ยเนี่ยว่าพูดเรื่องไอ้พีคทีไร มึงแม่งเริ่มนิสัยเหมือนผู้หญิงเข้าไปทุกที ปากแข็ง ทำหงอย อิดออด ดราม่าเก่ง ถ้ากูเป็นมันแล้วรู้ว่ามึงเล่นตัวอยู่แบบนี้ กูไม่เอาให้เสียเวลาหรอก” เหมือนโดนด่าแล้วลากไปตบกลางสี่แยก เพลิงอ้าปากเหว๋อมองแทนอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าแทนจะสังเกตนิสัยเขาในช่วงนี้ โดยที่เพลิงยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเป็นอย่างนั้นจริงๆ  

“พี่เก็บกดอะไรหรือเปล่าเนี๊ย” เพลิงถึงกับโวยเสียงสูง  

“ก็มันมาจากมึงนี่แหละ ทำกูอกหักแล้วต้องมานั่งดูมึงปากแข็งบอกว่าไม่ๆๆ ถ้ามึงยังปฏิเสธแล้วทำตัวโสดอยู่อย่างนี้ กูบอกเลยว่ากูจะไม่เลิกตามจีบมึง กูจะตื้อจนกว่ามึงจะยอมเลยคอยดู” เรียกว่าระบายความอัดอั้นพร้อมชี้หน้าขู่ตอนจบใส่เพลิง  

“จีบให้ตายผมก็ไม่เอาพี่ว้อย ผมไม่ได้รักพี่ซะหน่อย” เพลิงเถียงโวยวายสุดใจ เขาไม่ได้ชอบผู้ชายตั้งแต่แรก ไม่ได้พีค เขาก็ไม่ใช่พวกจะหันไปนิยมไม้ป่าเดียวกันซะหน่อย  

“งั้นมึงก็หาทางทำอะไรสักอย่างกับตัวมึง รักไอ้พีคก็กลับไปหา จากที่กูโดนมันกระทืบล่าสุด กูมั่นใจได้เลยว่าคนอย่างไอ้พีคไม่ปล่อยมึงง่ายๆหรอก เผลอๆสั่งให้คนตามมาดูมึงด้วยมั้ง” แทนคงพูดเดาไปอย่างนั้น แต่คงไม่ได้รู้เลยว่าเสียงพูดของแทนจะดังไปป๊ะเข้าหูคนที่ตามดูเพลิงอยู่จริงๆ จนโดนพาดพิงถึงกับสะดุ้ง  

“พี่ไม่เข้าใจผมอ่ะ วันนั้นพี่ต้องเห็นตอนมันโกรธที่ผมโกหกมัน มันพูดเหมือนว่าระหว่างผมกับมัน...”  

“มึงรักมัน ใช่มั้ย?” แทนพูดแทรกก่อนที่เพลิงจะได้อธิบายเรื่องของตัวเองจบ แถมยังทำให้เพลิงนิ่งเงียบตีหน้ามุ้ยไปด้วยหลังถูกขัดจังหวะ  

“ไม่รู้..” เพลิงตอบแทนด้วยเสียงอ้อมแอ้ม  

“มึงตอบแค่ว่า ‘รัก’ หรือ ‘ไม่รัก’ แค่นี้มันจะตายหรือไง เลิกปากแข็งแล้วตอบกูมา เร็วๆด้วย เดี๋ยวกูจะแอบไปร้องไห้ในโรงยิม” นอกจากจะกดดันด้วยสายตาและคำพูด แทนยังแกล้งพูดประชดเพลิงที่ทำให้ตัวเองอกหักอีก  

“พี่ทำให้ผมคิดมากอยู่นะเนี่ย” เพลิงเถียง  

“ตอบ!” แทนสวนกลับทันที แถมยังเน้นคำจนเพลิงแอบสะดุ้งโหยง เพลิงย่นคิ้วเบะปากมองแทนเหมือนคนจะร้องไห้ ก่อนที่จะถอนหายใจทิ้งแรงๆ เมื่อสุดท้ายก็ต้องยอมรับสิงที่ตัวเองพยายามหนีมาตลอด  

“เออ! ผมรักมัน ผมคิดถึงมัน ผมอยากให้มันกลับมาตามผม ..ผมอยากเจอหน้ามัน พี่ได้ยินมั้ยว่าผมรักมัน! เหอะ บอกแล้วยังไงต่อล่ะ สุดท้ายผมก็ต้องนั่งจุมปุ๊กอยู่ตรงนี้อยู่ดี มีพี่บ้าอกหักมาไซโคด้วย” เพลิงตะโกนตอกกลับแทนเหมือนคนหมดความอดทน ก่อนทำหน้างอนบุ้ยปากใส่แทนที่นั่งข้างๆ แทนที่ได้ยินคำสารภาพตรงๆ แม้ว่าจะเจ็บแปล๊บที่อกซ้าย แต่อย่างน้อยคำพูดที่ดูตลกของเพลิงก็เป็นเครื่องยืนยันแล้วว่า..หัวใจตอนนี้เพลิงไม่ได้ว่างแล้ว  

“เฮ้อ กูได้ยินอย่างนี้ค่อยสบายใจหน่อย อย่างน้อยกูจะได้ตัดใจจากมึงได้จริงๆ ..แต่ตะโกนออกมาแบบนี้ไม่ดีเลยนะพระเพลิง” ไม่รู้ว่าแทนหมายถึงอะไร แต่เมื่อหันไปมองรอบๆสายตานับสิบกลับจับจ้องเพลิงรวมเป็นตาเดียว ไม่เว้นแม้กระทั่งแก้มกับหนิงที่ก้มลงมามองเขา เพลิงหน้าเจือนตาโตทันทีเมื่อรู้ว่าตัวเองเผลอพูดอะไรออกมา   

“อ้าว ยอมรับออกมาดื้อๆซะงั้น นี่พวกกูกะหาเรื่องแกล้งแหย่มึงเล่นซะหน่อยนะไอ้เพลิง” เพลิงหันไปมองตามเสียงคุ้นเคยที่ดังอยู่ไม่ไกล ก่อนจะเห็นว่าสองเพื่อนซี้อย่างเอกและฟิวส์เดินมาหา แถมยังยิ้มกวนประสาทส่งมาให้ ทำให้ไม่ต้องเดาเลยว่าสองคนนี้ก็ได้ยินที่เพลิงพูดไปเต็มๆ  

“กูพูดดังขนาดนั้นเลยหรอวะ?” เพลิงรีบดึงเอกเข้ามาใกล้ตัวพร้อมกระซิบถามอย่างเป็นกังวล เอกที่ได้ยินถึงกับยิ้มขำ  

“มึงก็นึกดูแล้วกัน แก้มที่นั่งอยู่บนนู่นยังก้มลงมามองมึง พวกกูที่พึ่งเดินเข้าข้างในมายังได้ยิน นี่ถ้าคนอื่นรู้ว่าคนอย่างไอ้เพลิงกำลังตะโกนบอกรักผู้ชาย ไม่ใช่ผู้หญิง อยากจะรู้จริงๆว่าคนอื่นจะทำหน้ายังไงกัน” เอกแกล้งแซวอย่างขำๆ แต่กลับกลายเป็นว่าเพลิงเม้มปากเงียบกริบหน้าขึ้นสีระเรื่อราวกับคนกำลังเขอะเขิน สายตาเลิ่กลักไม่ค่อยอยู่กับที่ ทั้งเอกทั้งฟิวส์รวมทั้งแทนที่นั่งมองอยู่ข้างๆถึงกับเลิกคิ้วงง ไม่คิดว่าเพลิงจะแอบหลุดอาการอย่างนี้ให้คนอื่นเห็นได้ เพราะในสายตาคนอื่นเพลิงถือเป็นคนเก็บอาการเก่งคนนึงเลย  

“เฮ้ย นี่มึงกำลังอายที่ตัวเองหลุดสารภาพความในใจอยู่ใช่มั้ย” ฟิวส์ถามขึ้นหลังจากเพลิงนิ่งเงียบไป ก่อนที่เจ้าตัวจะค่อยๆหันหน้ามาหาฟิวส์ที่ยืนอยู่ใกล้ๆ  

“เชี้ย..กูพลาดแล้วว่ะ”   

  

  

ไม่ได้พลาดแต่เรียกว่าเผยความในใจอย่างแจ่มแจ้ง ดิวนั่งมองและแอบฟังเพลิงคุยกับแทนตั้งแต่เมื่อกี้นี้แล้ว ตอนแรกเขาคิดว่าแทนคงมาวอแวเพลิงเหมือนอย่างเคย ทำให้ตอนแรกกะรายงานพีคเรื่องนี้ด้วย แต่ทว่า นั่งแอบฟังไปแอบฟังมา บทสนทนาของทั้งคู่ดูทะเม่งๆ จนกระทั่งเพลิงเผลอตะโกนสารภาพความในใจซะยับ จนเขาที่มาดูคนแทนพีคให้อย่างเขาถึงกับนิ่งอึ้งไปในทันที ใครจะไปคิดล่ะว่าแค่มาเฝ้าเพลิงให้พีคธรรมดา กลับมาได้ยินเพลิงสารภาพความในใจถึงเจ้านายตัวเองซะงั้น แถมพอเหลือบมองขึ้นไปด้านบน แก้มก็มีท่าทีไม่ต่างจากเขาสักเท่าไร อาจจะช็อคหนักกว่าเขาหน่อยนึง เพราะตัวเองลงไปคุยกับเพลิงเรื่องนี้แล้วดันถูกปฏิเสธ แต่พอแทนไปคุยกลับได้คำสารภาพที่เรียกได้ว่าคนมาดูแข่งวิ่งแทบรู้กันทั่วถึงเลยว่าไอ้เพลิง..กำลังมีรักใหม่อยู่แน่ๆ แต่คงไม่มีใครรู้นอกจากคนใกล้ตัวเพลิงว่าไอ้คนที่พูดถึงนั้น..จะเป็นผู้ชาย  

“ไอ้ที่มันแหกปากเมื่อกี้นี้ หมายถึงพี่พีคถูกป่ะ?” เสียงหนิงหันไปถามแก้มข้างๆ  

“ชั้นว่าใช่ ชั้นได้ยินเพลิงพูดแบบนั้นก็ดีใจนะที่ตัวเองยอมรับตรงๆ แต่ชั้นอยากให้พี่พีคมาได้ยินเองมากกว่า ชั้นว่าซีนนี้คงจะตลกน่าดู” แก้มพูดพลางยิ้มบางๆส่งให้เพลิงที่นั่งเถียงอยู่กับพวกเพื่อนข้างล่าง มันอาจจะเป็นอย่างที่หนิงพูดก็ได้ สำหรับเธอ เพลิงต้องให้เวลาอีกสักพักถึงจะกลับมาคุยกับเธอได้ปกติ แต่การได้ยินเพลิงยอมรับเรื่องพีคตรงๆ แก้มก็ดีใจแล้ว ที่เหลือก็แค่รอเวลา แต่อีกไม่นานหรอก..เธอคิดว่างั้นนะ  

คนแอบฟังถึงกับยกยิ้มขำตอนที่ได้ยินแก้มพูดถึงพีค ในตลกของแก้มดิวไม่รู้ว่ามันตลกยังไง แต่สำหรับเขา ภาพตลกๆคงจะเป็นพีคยืนจังก้าแหกปากตะโกนเรียกเพลิงให้กลับมาหาตัวเองด้วยเสียงฮาร์ดคอแน่ๆ ส่วนเพลิงก็ตีหน้าบึ้งบอกรักแล้วหนีเขินไปอะไรเทือกนั้น ..เฮ้อ ตามดูคนให้เจ้านายมันเป็นงานที่ง่าย แต่เมื่อไรวันโง่ๆมานั่งเฝ้าเพลิงราวกับผู้ปกครองแอบมาดูลูกแข่งกีฬาสีวันแรกมันจะจบซะที   

แต่มันก็ไม่ได้ถึงกับน่าเบื่อซะทีเดียวหรอก เพราะมีบุคคลต้องสงสัยที่เขาสังเกตถึงความผิดปกติตั้งแต่แรกในตอนช่วงที่แก้มพึ่งกลับขึ้นมาจากคุยกับเพลิงเสร็จ บุคคลคนเดียวที่เขาสังเกตว่าเป็นคนนอกเหมือนกัน แม้จะพึ่งเข้ามานั่งหลังจากเขาได้ไม่นาน แต่ดิวแอบสังเกตว่าผู้ชายที่นั่งอยู่เยื่องๆใกล้ๆเขา กำลังจ้องมองกลุ่มนักกีฬาที่รวมตัวกันอยู่ และดูเหมือนสนใจเฉพาะพวกนักกีฬาที่เริ่มลงแข่งคัดตัวในสนามแล้วเท่านั้นด้วย จนเขาชักไม่แน่ใจแล้วว่าการที่เอาแต่มองนักวิ่งที่แข่งเป็นเซ็ตๆไปนั้น กำลังรอจังหวะที่เป้าหมายลงไปแข่งอยู่หรือเปล่า   

  

// คุยโทรศัพท์หรอ? //   

  

ดิวขมวดคิ้วเหล่มองอีกฝ่ายอย่างไม่ละสายตา ยิ่งเป้าหมายยกหูคุยโทรศัพท์พลางมองกลุ่มนักกีฬาในสนาม ยิ่งทำให้ดิวไม่ไว้ใจพยายามฟังเสียงคุยจากอีกฝ่ายให้ได้มากที่สุด  

“ผมเจอเป้าหมายแล้ว...ไม่ พี่ต้องเข้าใจผมหน่อย หน้ามันผมก็เห็นแค่ในรูปที่พี่ส่งมาให้เมื่อวันก่อน ผมต้องใช้เวลาหากว่าจะเจอมันได้...ผมรู้ แต่จะทำไงได้ล่ะ ตอนนี้น้องพี่ก็อยู่กับมันเนี่ย...น้องพี่ไม่โดนลูกหลงหรอก เพราะคนจัดการไม่ใช่ผม...ใช่ ไอ้หมอนั่นมันรอจัดการอยู่ข้างล่างแล้ว วางใจเรื่องคุณแทนได้เลย..”  

คราวนี้ดิวขมวดคิ้วแน่นขึ้นหนักกว่าเดิม ยิ่งได้ยินชื่อแทนดิวก็ยิ่งมั่นใจว่าคนที่กำลังลอบทำร้ายใครบางคนเป็นคนของฝั่งฮิวโก้แน่นอน เพราะเขาจำได้ตอนไปสนามแข่งว่าแทนเป็นน้องชายของฮิวโก้ แต่ว่าใครอีกคนที่มันพูดถึงกันล่ะ งานนี้มันไม่ได้ทำคนเดียวแน่ๆจากที่ได้ยิน  

“หึ ไม่มีใครรู้หรอกพี่ ถ้าจะรู้มันคงรู้ตั้งแต่พี่ตามดูมันตั้งแต่ที่โรงพยาบาลแล้ว ขนาดพี่โผล่หน้ามาที่มอยังไม่มีใครรู้จักพี่เลย แล้วผมเป็นใคร ก็แค่คนนอกที่เข้ามาดูนักศึกษาแข่งกีฬาเท่านั้นแหละ...ไม่มีใครฟังหรอก ผมเห็นคนเอาแต่ส่งเสียงกรี๊ดเชียร์นักกีฬา...อ่อ แค่นี้ก่อนนะพี่ มันลงสนามแล้ว”   

ดิวรีบหันควับกลับไปมองสนามอย่างที่ได้ยิน ภาพที่ปรากฏทำให้ดิวเข้าใจได้ทันทีว่าเป้าหมายที่มันว่าเป็นใคร และเข้าใจแล้วว่าทำไมพีคถึงให้จับตาดูใครบางคนเอาไว้ ..เพลิง รอบนี้เพลิงลงแข่งเป็นเซ็ตที่ห้าของรอบคัดตัว และดูเหมือนอีกฝ่ายจะเล็งเพลิงไว้อย่างชัดเจน พีคคงเอะใจตั้งแต่แรกแล้วว่าเพลิงกำลังโดนเล็งจากพวกฮิวโก้อยู่ แต่ไม่คิดว่าพวกมันจะเล่นกลางงานที่มีคนดูเยอะๆแบบนี้  

“เฮ้ย เตรียมพร้อมเลย อย่าลืมว่าห้ามถึงตาย เสร็จแล้วเอาตัวมัน..อั่ก!” คนเตรียมการออกคำสั่งถึงกับหยุดสตั้น เมื่อดิวลุกลงไปแย่งโทรศัพท์พร้อมใช้ศอกตีเข้าหน้า จนอีกฝ่ายเซล้มจากเก้าอี้ลงไป ดูเหมือนอีกฝ่ายจะตั้งตัวได้เร็วกว่าที่คิด มันรีบเงยหน้ามองดิวอย่างเอาเรื่อง แต่กลับถูกดิวกระโดดพุ่งลงไปล็อคคอพร้อมที่จะบิดหัวทิ้งทุกวินาที ทำให้อีกนิ่งเกร็งไปยามถูกจับได้ เมื่อจับตัวได้ดิวรีบจับอีกฝ่ายลงนั่งเหมือนปกติ เว้นเสียแต่รังสีที่เตรียมหักคออีกฝ่ายทุกเมื่อยามที่ตุกติก  

“มะ..มึงเป็นใคร?” อีกฝ่ายถามเสียงตะกุกตะกัก  

“เพื่อนมึงอยู่ไหน?” ดิวกัดฟันถามเสียงเข้ม อีกฝ่ายชะงักบวกกับเลิ่กลั่กไปสักครั้งนึง จนดิวต้องพูดย้ำอีกฝ่ายอีกครั้ง “กูถามว่าเพื่อนมึงอยู่ไหน!?”  

“เพื่อนอะไร กูไม่รู้เรื่อง” อีกฝ่ายปฏิเสธเสียงแข็ง  

“อย่านึกว่ากูไม่ได้ยินที่มึงคุยนะ ไอ้ฮิวโก้ส่งพวกมึงมาใช่มั้ย มึงคิดจะทำอะไรไอ้เพลิง!” ดิวกัดฟันถามเสียงแข็งกว่าเดิม แต่สิ่งที่ได้มากลับเป็นเสียงหัวเราะซะงั้น  

“หึ..หึหึหึ”  

“หัวเราะเหี้ยไรมึง”  

“กูไม่รู้หรอกนะว่ามึงเป็นใคร แต่มึงควรห้ามกูตั้งแต่ได้ยินกูคุยตั้งแต่แรกแล้ว เพราะตอนนี้เพื่อนกูอีกคนพร้อมยิงไอ้เพลิงเรียบร้อยอยู่ข้างล่างแล้วนั่นไง” อีกฝ่ายเค้นเสียงยียวนพร้อมมองไปยังข้างล่างที่กรรมการยืนเตรียมเป่านกหวีด ดิวมองตามสายตาที่อีกฝ่ายมองลงไป พยายามหาคนที่ผิดสังเกตจากตรงนั้น กรรมการใกล้เป่าเต็มที แต่ดิวยังมองหาอีกคนยังไม่เจอ ใจเริ่มร้อนรุ่มนึกเป็นห่วงเพลิงขึ้นมาทันที และเพราะการสนใจหาคนร้ายอีกคนมากเกินไป ทำให้มือที่ล็อคคออีกฝ่ายเอาไว้คลาย คนถูกล็อคใช้จังหวะทีเผลอรีบสลัดตัวเองออกจากการเกาะกุม ก่อนใช้หัวเขกเข้าหน้าดิวจนดิวเซล้มลงไปจากเก้าอี้สแตน อีกฝ่ายรีบตั้งตัวเดินหนีพร้อมมองหาเพื่อนตัวเองที่กำลังยืนแฝงตัวอยู่กับนักกีฬา  

 ดิวเองก็รีบลุกตั้งตัววิ่งตามอีกฝ่ายไปสลับกับมองข้างล่าง ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นวัตถุสีเงินจากตัวนักกีฬาคนนึงในท่ามกลางความชุลมุนของกลุ่มนักกีฬาคนอื่นกำลังยืนจ่อวัตถุสีเงินไปยังบุคคลในสนาม ดิวเห็นสัญญาณมือเตรียมยกขึ้นของกรรมการสลับมองมือที่กำลังเหนี่ยวไกเล็งไปที่เพลิงกลางสนาม ไม่ต้องรอให้กรรมการเป่านกหวีด ดิวรีบตะโกนแข่งกับเสียงเชียร์ไปหาคนกลางสนาม พอดีกับที่คนที่ดิวกับไล่ตามตะโกนให้สัญญาณเพื่อนเหมือนกัน  

“ไอ้เพลิงก้มลงพื้น!!!” ดิว  

“ห๊ะ!?” เพลิงหน้าเหว๋อรีบหันไปมองด้านบนสแตนอย่างงงๆ  

“ยิง!!”   

  

ปี๊ดดดด!!  

  

ปัง!  

  

*********************************  

  

ปัง!  

  

“อ้ากกก!!”   

“กูถามว่าพวกมึงคิดทำอะไรกันอยู่ ไอ้นพ!!”  

“เฮีย ฮืออ! ผมขอโทษ!” เสียงร้องโหยหวนของนพดังกึกก้องไปทั่วโกดังเก็บของส่วนตัวของพีค หรือก็คือที่ๆเคยพาเพลิงมาตกนรกอยู่ช่วงนึง และเพราะมันส่วนตัวและสถานที่ส่วนบุคคล การลากคนมายิงเล่นจึงไม่ใช่เรื่องที่ร้ายแรงอะไร ยิ่งเงินใต้โต๊ะที่เขาเสียไปตั้งเยอะ ยิ่งรับประกันหัวของเขาได้เลยว่าในที่แห่งนี้ไม่มีใครสามารถทำอะไรเขาได้  

“พยายามทำตัวสำนึกผิดอยู่หรอไง ตอนทำกับตอนหนีก่อนหน้านี้ทำไมไม่คิดห๊ะ!!”   

  

ผัวะ!  

  

“อั่ก!!” นพเซล้มนอนลงไปกับพื้นหลังถูกสันปืนฝาดเข้าที่หน้า พร้อมรอยแผลที่แก้มที่ตอนนี้กำลังอาบไปด้วยหยาดน้ำสีแดงสด นพมองพีคด้วยสายตาวิงวอนทั้งน้ำตา แต่สายตาที่พีคมองเขากลับเย็นชาซะจนน่ากลัว  

“กูจะถามมึงอีกรอบ มึงกับไอ้ฮิวโก้กำลังคิดทำเรื่องชั่วอะไรอยู่!!” พีคตวาดเสียงวาวโรจน์พร้อมลงนั่งชันเข่าจ่อกระบอกปืนเข้ากลางกระบาลนพ พีคไม่แคร์สายตาหวาดกลัวร้องขอชีวิตนั้นด้วยซ้ำ ตอนนี้พีคแค่อยากรู้ว่าฮิวโก้กำลังคิดทำเรื่องอะไรและทำไมนพถึงยอมโกงเงินจากที่ทำงานเขาไปให้ศัตรู  

“ฮึก! ผะ..ผมไม่รู้”  

“มึงอย่าคิดว่ากูไม่กล้ายิงแสกหน้ามึงนะไอ้นพ ตอบกูมาเดี๋ยวนี้!”   

“ฮือออ! เฮีย! ผมยอมแล้ว อย่ายิงผมเลย!” นพร้องสะอื้นหนักกว่าเดิม เมื่อพีคเตรียมเหนี่ยวไกพร้อมกดกระบอกปืนเข้าแนบกลางหน้าผากแรงขึ้น วินาทีที่จ้องตาพีคนพก็รู้ได้เลยว่าพีคพร้อมยิงอยู่ทุกเมื่อ เห็นได้จากขาขวาที่พึ่งถูกพีคยิงจากที่เขาพยายามหนีพีคออกไปจากที่นี่  

“งั้นมึงก็ตอบคำถามกูมา พวกมึงตั้งใจทำอะไรกันอยู่” พีคขบกรามถามเสียงแข็ง โดยที่มือนั้นยังกดปืนไม่ไปไหน  

“ฮึ่ก ..ฮิวโก้มันพยายามเอาเงินเฮียมากู้สนามคืนให้น้องมัน..ฮึ่ก..มันเลยให้ผมแอบสลับบัญชีตอนที่เฮียเผลอช่วงที่ร้านปิด..”  

“มึงบอกเหตุผลกูซิ ทำไมมึงถึงไปร่วมมือกับไอ้เหี้ยนั่น เงินเดือนที่กูให้มันน้อยไปหรือไง” พีคถามนพอย่างไม่สบอารมณ์   

“ฮึ่ก..ผมขอโทษเฮีย ฮืออ เพราะมันบอกถ้า..ผมทำสำเร็จมันจะแบ่งเงินให้ผม 40 % ฮึ่ก เงินที่เฮียให้มันไม่ได้น้อย แต่เพราะผมต้องการเงินมากกว่านี้เพื่อเอาไปขอแฟนที่คบแต่งงานด้วย ผมถึงยอมทำอะไรโง่ๆลงไปแบบนี้” พีคนั่งฟังนพด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ใช่ มันเป็นความคิดโง่ๆที่โลภอยากแต่งงานกับคนที่คบด้วยมากเกินไป ทำให้ไม่ได้คิดเลยว่าสุดท้ายตัวเองจะเจออะไร พีคไม่ได้สงสาร ไม่ได้เห็นใจ กลับมองคนตรงหน้าว่าเป็นเพียงแค่ไอ้โง่จนน่าสมเพชเท่านั้น  

“นอกจากเงินที่เอาไป ไอ้ฮิวโก้มีแผนคิดจะทำอะไรอีก” พีคถามต่อหน้านิ่ง สายตาเย็นชายังคงส่งขู่นพเหมือนเดิม  

“ผะ..ผมไม่รู้..”  

  

ปัง!  

  

“อ้ากกก!!” นพรีบหลับตาปี๋แหกปากร้องลั่นออกมา เมื่อพีคยิงปืนขู่เฉียดหน้าออกไปด้านข้าง  

“เสือกตอบไม่รู้อีกที มึงอย่าคิดว่าจะแหกปากพูดได้อีกเลย ตอบกูมาซะ นอกจากเอาเงินไปพวกมึงทำอะไรอีก!” พีคกลับมาตวาดเสียงเข้ม นพที่สติเริ่มกระเจิงพยายามตั้งสติคุยกับพีคด้วยความกลัว เขาโกหกคนคนนี้ไม่ได้จริงๆ พีคบทน่ากลัว มันช่างน่ากลัวเกินไปจนฮิวโก้ที่เขาเคยคิดกลัวดูเด็กๆไปเลย  

“อะ..ไอ้..ไอ้ฮิวโก้มัน..มันอยากได้โฉนดที่ดินสนามของมันคืน ฮึ่ก มะ..มันเลยวางแผนกับลูกน้อง..ปะ..ไปจับ..ฮึ่ก..” นพพูดเสียงตะกุกตะกักด้วยความกลัวจนพีคเริ่มรำคาญ พีคขยี้ผมแรงอย่างหัวเสียเมื่อเริ่มฟังไม่รู้เรื่อง ก่อนจะย้ายปากกระบอกปืนเข้ากลางหน้าผากเหมือนเดิม  

“จับอะไร! พูดให้มันชัดๆ!”  

“มันตั้งใจทำเรื่องนี้ตั้งแต่มันชวนเฮียไปที่สนามแข่งแล้ว ฮึ่ก ตอนแรกมันกะใช้คุณลีเดียเป็นเหยื่อล่อ เพราะคิดว่าเฮียเป็นแฟนกับคุณลีเดีย..”  

“แล้วยังไงต่อ” พีคเร่งถามเมื่อเห็นนพเว้นช่วง  

“แต่พอเฮียประกาศหวงไอ้เพลิงกับแทน ไอ้ฮิวโก้มันก็เปลี่ยนเป้าหมายทันที อึ่ก! มันตั้งใจจับไอ้เพลิงเพื่อขอแลกกับโฉนดที่ดินที่มันเสียให้เฮียไปคืน ผมไม่รู้ว่ามันจะเริ่มตอนไหน เพราะมันออกตามดูไอ้เพลิงหลังจากที่ไอ้เพลิงไปเยี่ยมน้องมันที่โรงพยาบาล..อึ่ก! เฮีย ปล่อยผมไปเหอะ ฮึ่ก! ผมรู้แค่นี้จริงๆ” นพร้องขอชีวิตลั่น เมื่อถูกพีคกระชากคอเสื้อจ้องเขม็งเขาด้วยแววตาวาวโรจน์คล้ายคนสติใกล้หลุด นพสัมผัสได้ถึงความสั่นของมือที่กำคอเสื้อเขา เขาไม่รู้ว่าเขากำลังคิดไปเองหรือเปล่า แต่เหมือนพีคกำลังกลัว..กลัวว่าเพลิงจะเป็นอะไรไป ก่อนที่ตัวเองจะล้มลงกระแทกพื้นแรง เมื่อถูกพีคพลักให้ล้มลงไปอย่างมีโทสะ ก่อนที่พีคจะลุกขึ้นยืนเหลือบมองเขาต่ำเหมือนมดแมลงตัวนึงเท่านั้น  

“ถ้าไอ้เพลิงเป็นอะไร มึงไม่รอดแน่ ไอ้นพ” พีคพูดขู่เสียงเย็นเฉียบ จนแอบทำให้นพรอบกลืนน้ำลายฟืดลงคอ  

“เฮีย..!” นพเตรียมพูดบอกอะไรพีคด้วยความอยากเอาตัวรอด แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรโทรศัพท์พีคกลับมีสายโทรเข้ามาเสียก่อน โต้งที่อยู่ใกล้ๆพีคส่งโทรศัพท์ที่พีคฝากไว้ เมื่อเห็นเบอร์ที่แสดงอยู่หน้าจอ พีคถึงกับขมวดคิ้วแน่นทันที  

"ว่าไงแก้ม” พีคปรับน้ำเสียงอ่อนคุยกับแก้มทันที ไม่ได้สนใจว่านพกำลังเอียงหูฟังอยู่หรือเปล่า  

( พี่พีค! ฮึ่ก! พี่พีคมาช่วย..(ปัง!)..กรี๊ด! พี่ดิว!) เสียงปลายสายค่อนข้างวุ่นวายพอสมควร ไม่รู้ว่าอีกฝั่งเกิดอะไรขึ้น แต่เสียงปืนกับเสียงกรี๊ดของแก้มชัดมาก พีคกำโทรศัพท์ในมือพร้อมคิ้วที่ขมวดติดกันแน่นก่อนจะรีบถามกลับแก้มอย่างรวดเร็วด้วยความเป็นห่วง  

“เกิดอะไรขึ้นแก้ม!? ตอนนี้เราอยู่ที่ไหน!?”  

( อยู่มหาลัยค่ะ เมื่อกี้มีคนยิงไล่กันที่สนามแข่งวิ่ง ตอนนี้แก้มหลบอยู่กับพี่ดิวปลอดภัยดี แต่พี่พีค! พี่ต้องรีบมานะ ไม่รู้ว่าใครยิงใครบ้าง แต่ดูเหมือน.. (ปัง!) กรี๊ด! ..พี่ดิว พี่จะไปไหน อย่าพึ่งทิ้งแก้ม!...ไม่ คนวิ่งหนีกันให้วุ่นขนาดนี้แก้มหาหนิงไม่เจอหรอก..) ดูเหมือนแก้มจะหลุดจากการคุยกับพีคไปแล้ว ยิ่งได้ยินว่าดิวกำลังจะทิ้งแก้ม พีคยิ่งเป็นห่วงแก้มจนใจแทบขาด  

“แก้ม! แก้มได้ยินพี่มั้ย! ไอ้ดิวไปไหน!?”  

(ดะ..ได้ยินค่ะ พี่พีคไม่ต้องห่วงแก้มนะ แก้มกำลังหนีตามคนออกมา ตอนนี้อาจารย์กำลังอพยพนักศึกษาอยู่ แต่พี่พีค ดูเหมือนว่าเพลิงจะเป็นเป้า! ตอนนี้คนร้ายกำลังไล่ตามเพลิงไปอยู่ พี่ดิวเองก็กำลังตามไป แก้มไม่มั่นใจว่าเพลิงโดนยิงหรือเปล่า แต่ที่สนามเหมือนมีคนโดนลูกหลงจากปืน รอยเลือดอาบเต็มสนามเลย พี่พีค แก้มขอร้อง รีบมาช่วยเพลิงทีเถอะค่ะ พี่ดิวคนเดียวเอาไม่อยู่แน่! ) แก้มรีบพูดเร็วระรัวอาจเป็นเพราะตัวเองกำลังเบียดกับคนอื่นอยู่ ทำให้ต้องรีบรายงานพีคออกมาอย่างรวดเร็ว พีคยืนแข็งทื่อตัวชาวาบเมื่อได้ยินชื่อเป้าหมายที่กำลังถูกล่า ใจแทบหยุดเต้นหายใจไม่ทั่วท้อง ไม่ทันได้ตั้งตัวเลยว่าเรื่องจะเกิดขึ้นเร็วขนาดนี้ ลูกน้องที่ยืนมองพากันเสียวสันหลังวาบ เมื่อพีคตวัดสายตาจ้องมองนพที่นอนล้มอยู่กับพื้น สายตารอบนี้แรงขึ้นจนน่ากลัว มือบีบกำโทรศัพท์แน่นแรงจนเห็นอาการสั่นที่มือ เสียงลมหายใจแรงจนแทบไม่เป็นจังหวะ ไม่ต้องคิดเลยว่าไอ้คนที่กำลังทำให้พีคโกรธอยู่ตอนนี้ หลังจากนี้คงไม่ตายดีแน่ๆ  

“จัดการมันซะ ส่วนไอ้โต้งไอ้นาย มึงไปมหาลัยกับกู ไปไล่ตามเด็ดหัวไอ้พวกเวรนั่นกัน” คำสั่งเย็นเฉียบจนน่าขนลุก นพถึงกับเบิกตากว้างเมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังเจอกับอะไร น้ำหูน้ำตาที่เริ่มหยุดกลับไหลอาบลงมาอีกรอบ นพพยายามตะโกนอ้อนวอนจากพีค แต่สิ่งที่ได้มาคือสายตาสมเพชที่เหลียวมองได้แค่เสี้ยวเดียวเท่านั้น  

“เฮีย! ปล่อยผมไปเถอะ! ผมขอร้อง! เฮีย! เฮียพีค!!"  

 

ผัวะ!! 

***************************************** 

เมียข้า ใครก็ห้ามแตะ  

(แม้ตอนแรกพี่แกจะเคยกระทืบเมียไปแล้วช่วงนึง =..=) 

ปล.ตอนหน้าอีผัวเมียจะเจอกันแล้วจ่ะ 

#เจ้าชิบะ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น