Rensaki
email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

EP : 21 อยู่ดีๆ ก็มีลูก

ชื่อตอน : EP : 21 อยู่ดีๆ ก็มีลูก

คำค้น : Rensaki

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 800

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ส.ค. 2562 21:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP : 21 อยู่ดีๆ ก็มีลูก
แบบอักษร

 

 

EP : 21 อยู่ดีๆ ก็มีลูก 

 

 

 

 

 

 

“เช้าแล้วหรือ” หรงซู่จินปรือตาขึ้นมาพร้อมกับมองไปรอบๆ ตัว ก่อนจะสังเกตเห็นว่าหวางชูที่กำลังนั่งหลับตาโดยที่มีเธอนอนหนุนตักของเขาอยู่ หรงซู่จินมองผ้าห่มที่คลุมอยู่บนร่างกายของตัวเองก็รู้ได้ทันทีมันของหวางชู 

 

หรงซู่จินที่มองไปยังเหล่าลูกน้องของผู้อาวุโสที่แปดที่ตอนนี้หายไปไหนครึ่งหนึ่ง เหลือแค่พวกนี้บาดเจ็บหนักเมื่อคืนที่ไม่ได้ไปไหน 

 

“ใครใช้ให้ลุกขึ้นมาเดินห้ะ!” หรงซู่จินที่เห็นว่าคนนั้นที่เธอจำได้ว่าอาการสาหัสมากว่าคนอื่นๆ ก็ลุกขึ้นมาแล้วตะโกนถามทันที จนคนที่ได้ยินพากันสะดุ้ง คุณหนูของพวกเขาเป็นอะไรไป เหตุใดจึงต้องตะโกนใส่พวกเขาเช่นนี้ 

 

“เอ่อ ข้าแค่อยาก ออกไปฝึกวรยุทธนะขอรับ” ชายคนนั้นก้มหน้าแล้วกล่าวเพราะเพื่อนๆ ของเขามันออกไปฝึกวรยุทธกันหมดแล้ว 

 

“ข้าสั่งอย่างนั้นหรือ ว่าให้ไปฝึกได้” หรงซู่จินถามแม้น้ำเสียงจะหวานแค่ไหน แต่ก็สร้างความหวาดหวั่นให้กับพวกเขาอยู่ดี ยิ่งตอนนี้คุณหนูเป็นเจ้าชีวิตของพวกแล้ว จะสั่งพวกเขาอะไรก็ได้ทั้งนั้น 

 

“ข้าขอโทษขอรับ ข้าเพียงแค่ไม่อยากใช้เวลาโดยเปล่าประโยชน์เท่านั้นขอรับ” ชายคนนั้นบอกเหตุเพราะเขาไม่อยากนอนอยู่นิ่งๆ เลยว่าจะออกไปฝึกวรยุทธให้เก่งขึ้นเร็วๆ 

 

“หายดีแล้วค่อยไปฝึกท่านไปฝึกตอนนี้ก็รั้งแต่จะทำให้ร่างกายของท่านพังเสียเปล่าๆ” หรงซู่จินเอ่ยเสียงเรียบ ก่อนจะหันไปหวางชูนิดหน่อย พลางคิดว่าเขานอนแบบนี้ไม่ปวดเมื่อยเลยหรืออย่างไร 

 

“ทำไมท่านไม่ลงมานอนดีๆ” เธอถามอย่างอดมาได้ เมื่อเห็นหวางชูที่ต้องมานั่งหลังขดหลังแข็งเพื่อให้เธอนอนหนุนตักตัวเอง รู้สึกขัดใจชะมัด 

 

“ถ้าข้าลงไปนอนกับเจ้า ข้าเพียงไม่อยากให้คนพวกนั้นมองเจ้าไปทางไม่ดี” หวางชูเอ่ยเบาๆ ให้ได้ยินกันแค่สองคนพร้อมกับลืมตามองหรงซู่จินที่ตื่นขึ้นมาก็โวยวายทันที 

 

“งั้นท่านก็ไปนอนอีกเตียงสิ” หรงซู่จินกระซิบบอกเขากลับ แต่พอได้ยินคำตอบของหวางชู เธอก็ไม่อยากจะพูดกับเขาอีก พูดไปก็เข้าตัวของเธอทุกที 

 

“ข้าอยากจะนอนกับเจ้า” 

 

“แล้วนี่พวกท่านทานอะไรหรือยัง” หรงซู่จินหันมาถามพวกที่เหลืออีกครั้ง พอเห็นคนพวกนั้นไม่ตอบและพากันก้มหน้าเธอก็พอจะรู้ได้แล้ว สงสัยพวกผู้อาวุโสคงจะไม่ให้ใครส่งอาหารมาให้แน่ๆ หึหึ คิดว่าเธอหาทางออกไม่ได้หรือไง โง่เง่าสิ้นดี 

 

“ไปตามคนพวกนั้นมาด่วนเลย” หรงซู่จินสั่ง พร้อมกับหันมามองหวางชูที่มองเธออยู่ตลอดเวลา และเหมือนเขาจะรู้ด้วยว่าเธอจะบอกว่าอะไร เจ้าตัวเลยเอ่ยขึ้นมาก่อน 

 

“เดี๋ยวข้าไปจะล่าสัตว์มาให้แล้วกัน” เอ่ยจบหวางชูก็หายตัวไปจากตรงนั้นทันที หรงซู่จินลุกจากเตียงพลางเก็บผ้าห่มเข้าไปในมิติของเธอ ก่อนจะเดินไปเก็บหม้อหลอมเข้ามาในแหวนมิติ 

 

“คุณหนูมีอะไรจะสั่งพวกเราหรือขอรับ” เมื่อทุกคนเข้ามารวมตัวกันในเรือนพักเสร็จ ชายที่มีระดับลมปราณสูงที่สุดก็พูดขึ้นทันทีอย่างสงสัย เพราะสหายของเขาได้ไปบอกพวกเขาว่าคุณหนูให้มาตาม พวกเขาก็เลยพากันรีบกลับมาทันที 

 

“เลื่อนเตียงไปอยู่มุมนั้นให้หมด อีกส่วนไปชื่อเครื่องเทศตามนี้มาเร็วที่สุด เมื่อวานค่าสมุนไพรเท่าไร” หรงซู่จินที่กำลังจดราบชื่อเครื่องเทศอยู่ก็พูดขึ้นก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปมองยังชายหนุ่มสามคนนั้นที่จำได้ว่าใช้ไปซื้อสมุนไรเมื่อ แล้วเธอก็ลืมให้เงินไปด้วย 

 

“เอ่อ ไม่มากเท่าไรหรอกขอรับ” หรงเฉียงพูดขึ้น จะให้เขาพูดได้อย่างไรกัน เมื่อคืนพวกเขาพากันรวมเงินกันเพื่อที่จะไปซื้อสมุนไพรให้คุณหนู เพราะรีบออกมาจนลืมไปว่าคุณหนูไม่ได้ให้เงินพวกเขามาด้วย 

 

“อย่าให้ข้าโมโห” หรงซู่จินพูดขึ้น ตอนนี้มันรู้สึกหิว แถมยังพาลจะโมโหที่หรงเฉียงไม่ยอมบอกอีกด้วย จะอะไรนักหนาก็ไม่รู้ 

 

“หมดไปสามเหรียญทองขอรับ” หรงซู่จินได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้ารับ ก่อนจะเอาเงินที่ได้มาจากการเอาของไปประมูลดึงออกจากแหวนมิติมาสิบเหรียญทองแล้วโยนไปให้หรงเฉียงรับทันที 

 

“เอาของเจ้าคืนไป ส่วนที่เหลือเอาไปซื้อเครื่องเทศ มันพอหรือไม่” หรงซู่จินถามเพระไม่แน่ใจนักว่ามันต้องใช้จ่ายไปเท่าใด หรงเฉียงที่ยื่นมือไปรับก็ได้แต่ตกใจที่มันสิบเหรียญทองเชียวนะ พวกเขาไม่เคยได้แตะเลยด้วยซ้ำ แค่หนึ่งเหรียญทองก็ยากแล้ว 

 

“พอขอรับ” 

 

“เอาผลไม้มาด้วยก็ดี เยอะๆ” หรงซู่จินที่คิดได้ดังนั้น ก็ดึงเหรียญสองอีกสองเหรียญโยนไปให้หรงเฉียง ก่อนจะมองดูว่าหรงเฉียงมีแหวนมิติหรือไม่ พอเห็นว่าไม่มีก็เลยดึงเหรียญทองออกมาอีกหนึ่งเหรียญแล้วโยนให้อีกแล้วพูดขึ้น 

 

“ซื้อแหวนมิติเอาไว้ใส่ของมาด้วย” เวลานี้นั้นหรงเฉียงได้แต่มองเหรียญมองที่อยู่บนมืออย่างตื่นตะลึง คุณหนูของพวกเขาจะให้เขาไปเหมาของมาหมดทั้งตลอดเลยหรืออย่างไรกัน 

 

“เจ้าไม่รีบไปละ คุณหนูรีบใช้ของพวกนี้นะ” ชายหนุ่มที่มีระดับลมปราณสูงที่สุดพูดขึ้นเพื่อเตือนสติหรงเฉียงทียังยืนอึ้งอยู่กับที่ 

 

“เอ่อ ขอรับข้าจะรีบไปรีบมาขอ ไปกันเถอะ” หรงเฉียงที่ได้ยินแบบนั้นก็หันไปชวนเพื่อนของตัวเองไปซื้อของด้วยทันที เพราะกลัวว่าจะไม่ทันใจคุณหนูของพวกเขา 

 

 

“ดูเหมือนจะมีคนตามสามคนนั้นไปนะ พวกท่านหกคนตามไปสามคนนั้นห่างๆ อย่าให้พวกมันที่ตามไปรู้ตัวเป็นอันขาด” หรงซู่จินที่รู้สึกว่ามีคนตามพวกหรงเฉียงไปก็หันมาสั่งอีกหกคนที่มีระดับลมปราณสูงที่สุดไปช่วยสามคนนั้น แม้คนทั้งหกจะสงสัยว่าคุณหนูของพวกเขารู้ได้อย่างไร แต่ก็ไม่ถามอะไรเตรียมอาวุธแล้วก็ตามออกไปทันที 

 

“ที่เหลือไปหาของพวกนี้มา อ๋อ ใครพอจะเป็นช่างไม้บ้าง” หรงซู่จินจดรายชื่อของใช้ต่างๆ ที่เธอต้องการแล้วยื่นไป ให้อีกคน 

 

“ข้ากับอีกหกคนพอทำได้ขอรับ” 

 

“งั้นก็ดี ไปหาไม้มา ทำตามแบบที่วาดให้นี่นะ” หรงซู่จินวาดแบบนี้โต๊ะตัวยาวแล้วก็เก้าอี้ตัวยาวที่สามารถนั่งได้หลายคน ทั้งหกคนดูแบบก่อนจะพากันพยักหน้ารับ แล้วก็ออกไปหาไม้ที่อยู่ข้างๆ กับเรือนของพวกเขาแล้วก็อุปกรณ์ต่างๆ เพื่อที่จะทำตามที่คุณหนูแม้จะยังไม่รู้ว่าคุณหนูคิดจะทำอะไรก็ตาม 

 

หรงซู่จินมองดูทุกคนที่ต่างพากันช่วยกันทำงานอย่างไม่ปริปากบ่น ซึ่งมันทำให้เธอสบายหูมากๆ เธอดึงเอาถังไม้ออกมาวางเอาไว้ อยู่กลางเรือนในถังไม้นั้นมีเนื้อที่เหลืออยู่นิดหน่อย 

 

“ของได้แล้วขอรับคุณหนู” ชายหนุ่มที่ได้รับหน้าที่ไปของใช้ในการไปทำอาหารในครั้งนี้เอ่ยบอก 

 

หรงซู่จินเงยหน้าขึ้นก่อนจะชี้นิ้วให้มาวางอยู่ข้างๆ กับตัวเอง จากนั้นไม่นานหวางชูก็มาพร้อมกับหมูป่าตัวใหญ่สามตัวและก็มีหมาป่าวายุตัวน้อยอีกหนึ่งตัวที่เหมือนหมาป่าธรรมดา พอหวางชูวางมันลงกับพื้นมันก็วิ่งมาหน้าเธอทันที หรงซู่จินมองหัวเล็กๆ กำลังถูไถกับขาของเธออย่างอ้อนๆ หรงซู่จินเอื้อมมือไปลูบหัวของมันเล็กน้อย ก่อนจะถามอีกคน 

 

“ได้มายังไง” 

 

“มันกำลังจะถูกหมูไล่ควิดอยู่ก็เลยช่วยมาก” เธอพยักหน้ารับก่อนจะเดินไปยังนอกเรือนที่คนทั้งหกคนกำลังทำโต๊ะอยู่ ก่อนจะมองไปที่หวางชูที่รู้อยู่แล้วว่าเธอจะให้ทำอะไร หวางชูทำเพียงสะบัดมือเบาๆ โต๊ะและเก้าอี้ที่กำลังทำอยู่ก็เสร็จทันที แถมทำหลังคากันแดดให้อีก 

 

“เอาของที่อยู่ข้างในออกมาว่างที่โต๊ะด้วย” หรงซู่จินตะโกนบอกพร้อมกับดึงกระบี่ออกมาจากแหวนเพื่อจะจัดการเจ้าหมูปาสามตัวนี้อย่างรวดเร็ว จนทำให้คนทั้งหมดที่เอาของมาวางที่โต๊ะและก็พวกที่ทำโต๊ะก็พากันมองอย่างตื่นตะลึงในการใช้กระบี่ของคุณหนูของพวกเขา เพราะมันช่างรวดเร็วจนพวกเขามองตามไม่ทันเลยจริง ๆ แถมยังไม่มีเลือดสักหยอด 

 

คุณหนูของพวกเขาจะเก่งเกินไปแล้ว ขนาดเขาฝึกเพลงดาบตั้งแต่เด็กยังไม่ได้ถึงเพียงนี้เลยนะ พวกเขามองการกระทำของคุณหนูที่มันช่างรวดเร็วจนพวกเขาไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองเลยจริงๆ ขนาดผู้อาวุโสที่แปดยังเร็วไม่เท่านี้เลย 

 

“จุดไฟต้มน้ำที” หรงซู่จินสั่ง หลังจากที่เธอใส่เนื้อลงในถังหมดแล้ว หวางชูที่เห็นว่าทุกทำอะไรถูกก็เลยสะบัดมือเพียงครั้งเดียวก็ทำทุกอย่างก็เสร็จแล้ว แถมน้ำยังเดือดเร็วอีกด้วย 

 

หรงซู่จินเอากระดูกใส่ลงในหม้อ พร้อมกับใส่เครื่องเทศแล้วก็ใส่เกลือไปด้วย ก่อนจะเอาเนื้อที่เหลือนิดหน่อยก่อนหน้านั้นใส่ลงในหม้อ เสียงเดือดของน้ำและกลิ่นหอมของเครื่องเทศทำเอาผู้คนที่รอบๆ ที่ได้กลิ่นต่างพากันหายเหนื่อยทันที 

 

แถมยังรู้สึกหิวอาหารมากขึ้นอีกด้วย แต่ก็ไม่กล้าพูดอะไร ได้แต่มองคุณหนูของพวกเขากำลังทำอาการอยู่เงียบๆ พลางพากับแอบกลืนน้ำลายไปด้วย 

 

“นี่คืออะไร” หวางชูอย่างสงสัยเพราะเขายังไม่เคยทานอาหารแบบนี้มาก่อน เพราะหรงซู่จินยังไม่เคยทำให้เขาทานเลย หวางชูมองอาหารที่ส่งกลิ่นหอมไปทั่วทั้งเรือนพักนี้ 

 

“เนื้อตุ๋น” หรงซู่จินอกก่อนจะชิมน้ำและเนื้อว่าได้ที่หรือยัง พอได้ที่แล้วเธอก็ใช้ทัพพีตักน้ำแล้วก็เนื้อมาให้หวางชูชิม เพราะเห็นว่าหวางชูนั้นมองอยู่นานเหมือนอยากจะชิมด้วย หวางชูไม่เอ่ยอะไรรีบชิมทันทีเมื่อเห็นหรงซู่จินยื่นมาให้ 

 

พอน้ำซุปจะเนื้อเข้ามาปากหวางชูที่หน้านิ่งๆ แต่ดวงตาเปล่งประกายเมื่อกลืนอาหารลงท้องเสร็จแล้ว หวางชูก็หันเอ่ยชมหรงซู่จินทันที 

 

“อร่อย” 

 

“แน่นอนอยู่แล้ว” หรงซู่จินยิ้มรับ พร้อมกับตักให้หวางชูแล้วตักแยกเอาไปใส่ก่องไม้ที่แม้จะถูกความร้อนก็ไม่เป็นอะไร เพื่อจะใส่เอาไปให้ท่านพ่อของเธอ ก่อนจะตักใส่ถ้วยให้กับทุกคน 

 

“ท่านทำไม้ให้เป็นแบบนี้นะ ห้าสิบไม้พอ” หรงซู่จินบอกหวางชูที่ให้ทำไม้แบบที่เอาไว้เสียบลูกชิ้น แต่ใหญ่กว่านิดหน่อย ส่วนหวางชูนั้นก็พยักหน้ารับพร้อมกับสะบัดมือเพียงเล็กน้อยก็มีไม้ห้าสิบไม้ตามที่หรงซู่จินต้องการอยู่ตรงหน้า 

 

“ข้ามาแล้วขอรับ กลิ่นอะไรทำไมมันหอมแบบนี้กันนะ” หรงเฉียงที่เสียงมาถึงก่อนตัวก็พูดขึ้น พอทั้งเก้าคนที่เหลือมากันครบแล้ว หรงซู่จินก็ทำการหมักเนื้อทันที 

 

หวางชูมองที่อยากจะทานอาหารตรงหน้าที่ก็อยากทาน แต่ก็ต้องรอหรงซู่จินก่อน ในอ้อมแขนของหวางชูก็มีหมาป่าวายุที่ตัวนี้พยายามจะพุ่งไปอาหารตรงหน้า แต่ไม่รู้ว่าหวางชูทำยังไงเจ้าหมาป่าวายุตัวนั้นถึงได้ยอมอยู่นิ่งๆ 

 

“มาหยิบไม้แล้วเอาแจกเพื่อนคนละหนึ่งไม้ ดูแล้วทำตาม” หรงซู่จินสั่งแล้วก็ทำให้ดูเป็นตัวอย่างก่อนจะใส่เนื้อไปห้าชิ้นได้ก็ใส่ลูกมะเขือเทศเล็กๆ ปิดท้ายเป็นเสร็จสิ้น 

 

“ถ้าชอบเผ็ดๆ ก็ใส่เม็ดพริกกั้นกลางแบบนั้น” หรงซู่จินทำอีกไม้ให้ดูก่อนจะเอาตะแกรงออกมาจากแหวนมิติของตัวเองมาวางไว้ตรงกลางโต๊ะที่มีความยาวเท่ากับขนาดของโต๊ะนี้พอดี 

 

จากนั้นเธอก็จุดไฟผ่านเหล็กรอไม่นานเหล็กก็ร้อนเธอก็วางเนื้อลงบนตะแกรงทุกคนมองดูและก็ทำตามเพราะตอนนี้หิวมากแล้ว กลิ่นหมอของเนื้อตุ๋นของคุณหนูของพวกเขาก็หอมเสียเหลือเกิน 

 

“ข้าได้ตักเนื้อตุ๋นไว้ให้แล้วมีงบให้คนละหนึ่งถ้วยเท่านั้น” พอได้ยินแบบนั้นทุกคนก็มีสีหน้ากันดีใจขึ้นมาทันทีที่จะได้ทานเนื้อตุ๋นนี่มันส่งกลิ่นหอม ต่างพากันส่งไปให้เพื่อนของตัวเอง เพราะจะได้ไม่ต้องลุกให้วุ่นวาย 

 

“เจ้าย่างไปให้ใคร” หวางชูที่เห็นว่าหรงซู่จินนั้นกำลังย่างเนื้อแล้วเอาใส่ก่องไม้ที่เขาเคยทำให้เอาไว้ใส่อาหารกับหรงซู่จิน 

 

“ท่านพ่อนะ ท่านไม่รีบทานเสียละ ถ้ามันหายร้อนแล้วจะไม่อร่อยนะเจ้าค่ะ” หรงซู่จิหันไปตอบคนด้านของข้าง ก่อนจะบอกเมื่อหวางชูยังไม่ยอมทานเนื้อตุ๋นเสียที 

 

“เจ้านี่ทานได้ใช่หรือไม่” หวางชูถามพลางมองหมาป่าวายุที่กำลังจ้องอาหารตาไม่กระพริบเลย หรงซู่จินยิ้มนิดๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปลูบหัวเล็กๆ นั้นเบาๆ 

 

“ได้สิ แต่รอให้หายร้อนก่อนก็ดี” หรงซู่จินบอกแค่นั้นก่อนจะนั่งทานเนื้อตุ๋นของตัวเองเงียบๆ แล้วก็ย่างเนื้อที่โลกที่เธอจากมาว่าบาร์บีคิว 

 

“เนื้อนี่อร่อยมาก” หวางชูบอกเมื่อเนื้อย่างที่หรงซู่จินเพิ่งย่างเอามาให้เขาเมื่อกี้มันทั้งเผ็ดทั้งอร่อยมากๆ แล้วเนื้อมันก็นุ่มมากด้วย 

 

“ท่านชอบก็ดีแล้ว” หรงซู่จินตอบกลับยิ้มๆ มีอะไรบ้างที่เธอทำแล้วหวางชูไม่บอกว่าอร่อย เธอมองทุกคนที่กำลังสนุกอยู่กับการทานอาการ เหมือนจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าเมื่อคืนเพิ่งผ่านเหตุการณ์เฉียดตายมา 

 

“มันคือเมนูอะไร” 

 

“บาร์บีคิว” หรงซู่จินตอบพลางคิดคงไม่มีเคยใครได้ยินมาหรอก 

 

“บาร์บีคิว มีแต่ชื่อแปลกๆ ทั้งนั้น” หวางชูถ้วนอีกครั้ง ก่อนจะกล่าวขึ้นเพราะชื่ออาหารแต่ละอย่างของหรงซู่จินมันแปลกๆ ทั้งนั้น แต่ก็อร่อยทุกอย่าง 

 

“จะได้ไม่มีใครตั้งตามไงเจ้าค่ะ” 

 

“อืม ไปขอแม่ของเจ้าสิ” หวางชูรับคำ ก่อนจะก้มลงไปมองหมาป่าวายุที่เอาหัวเล็กถูไถไปมากับมือของหวางชูอย่างอ้อนๆ เมื่อเนื้อที่ให้หมดไปแล้ว แต่หรงซู่จินที่ได้ยินแบบนั้นก็มุมปากกระตุกไปทีหนึ่ง แม่อย่างนั้นหรือ เธอยังไม่มีสามีด้วยซ้ำจะมีลูกได้ยังไรกัน 

 

“แฮ่” หรงซู่จิมองหมาป่าวายุที่ตอนนี้กำลังอ้อนเธอเพื่อของบาร์บีคิวอีก ขนาดเมื่อกี้เธอย่างไปให้แล้วนะสามไม้นี้ยังไม่อิ่มอีกเหรอ 

 

“ก็ได้ๆ เดี๋ยวจะย่างให้รอก่อน” หรงซู่จินพูดขึ้นอย่างยอมแพ้ พร้อมกับเตรียมอย่างเนื้อให้ทั้งหวางชูแล้วหมาป่าวายุอีกครั้ง 

 

“แล้วเจ้าไม่เอาอาหารไปให้พ่อของเจ้าหรือไง” หวางชูพูดขึ้นเพราะนึกขึ้นมาได้ว่าหรงซู่จินนั้นจะเอาอาหารพวกนี้ไปให้หรงจินเฉิน 

 

“นั้นสิ พอดีข้าลืม เดี๋ยวเอาไปให้…” หรงซู่จินที่เพิ่งนึกได้ว่าลืมอะไรก็เอ่ยขึ้น แต่ก็ยังเอ่ยไม่ทันจบดีหวางชูก็คว้าเอาก่องไม้สองก่องที่อาหารอยู่ด้านในเอาไว้ในมือตัวเองเรียบร้อยแล้ว 

 

“ข้าเอาไว้ไปเอง” หวางชูพูดขึ้นถ้าให้หรงซู่จินไม่แน่อาจจะไม่ได้กลับมาที่นี่ง่ายๆ หวางชูก้มลงไปกระซิบบอกหมาป่าวายุเบาๆ มันก็ผงกหัวรับพร้อมกับไปนั่งข้างหรงซู่ราวกับองค์รักษ์หัวเชิญขึ้นสูงอย่างเย่อหยิ่ง 

 

“ดูแลแม่ของเจ้าให้ดี เดี๋ยวพ่อมา” 

 

“เขากระซิบอะไรของเขากัน” หรงซู่จินที่ฟังภาษาสัตว์ก็เลยไม่รู้เรื่องว่าหวางชูสั่งอะไรกับลูกหมาป่าวายุตัวนี้กัน แล้วดูท่าทางเย่อหยิ่งนั้นมันทำให้เธอคิดถึงตอนนี้พบกับหวางชูครั้งแรกจริงๆ 

 

 

 

มาแล้วจร้าอยู่ดีๆ หรงซู่จินของเราก็มีลูกแล้วซะงั้น พี่หวางชูช่างคิดจริงๆ ที่เอาหมาป่าวายุมาแบบนี้ 

พี่หวางชูปากหวาน มีทางให้รุกได้ก็รุกทันที 

ความคิดเห็น