ผู้บำเพ็ญเพียรภายในถ้ำ
email-icon

ฝากนิยายด้วยน้า

ตอนที่ 28 การพัฒนาของสี่ทรราช(1)

ชื่อตอน : ตอนที่ 28 การพัฒนาของสี่ทรราช(1)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 5k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ส.ค. 2562 07:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 28 การพัฒนาของสี่ทรราช(1)
แบบอักษร

"เจ้าบ้าเอ้ย ทีหลังอย่าทำอะไรบ้าๆแบบนี้อีกนะ มันไม่เข้าท่าเลยให้ตายสิเจ้าบื้อ!"

 

 

 

เด็กชายสวมแว่นครอบตาอยู่ที่หัวใต้ตาทั้งสองข้างมีเปรอะน้ำตาโลหิตจนแห้งกังกำลังยืนบ่นเด็กชายที่กำลังยิ้มเยาะอยู่ตรงข้าม แน่นอนว่าเด็กชายที่ถูกบ่นไม่ได้สนใจเขาจดจ้องมองไปยังดวงตาของเด็กชายที่ถูกทดลองในการเปิดนรก

 

 

 

'ไม่คิดเลยว่ามันจะได้ผล แถมการเปิดนรกของเจ้างี่เง่า เรายังถูกดูดพลังวิญญาณและอายุขัยของเราไปด้วย นี่คงเป็นเงื่อนไขที่ต้องให้คนสำคัญตายเพื่อกระตุ้นและดูดซับพลังวิญญาณเพื่อนำไปสู่การเบิกเนตรกระจกเงาหมื่นบุปผา'

 

 

 

อายุขัยและพลังวิญญาณที่เสียไปมันไม่สำคัญ แต่สำคัญตรงที่ว่าจริงๆแล้วเขาเกือบเอาชีวิตไม่รอดจริงๆ ดีนะที่วิญญาณย้ายกลับสู่ร่างได้ทันไม่งั้นป่านนี้เขาคงไปเยือนโลกสวรรค์ไม่ก็นรกนานแล้ว ให้ตายสิเขาจะไม่ช่วยใครเบิกเนตรอีกต่อไป แม่งโครตเสี่ยง

 

 

 

"โถ่ยังไงนายก็เบิกเนตรได้แล้วนี่เลิกบ่นได้แล้ว มาสนใจเรื่องต่อไป ก่อนอื่นเลยฉันจะมีเรื่องจะบอกนายก่อน การใช้พลังของเนตรกระจกเงาหมื่นบุปผาบ่อยๆ จะทำให้ตาของนายค่อยๆสูญเสียแสงสว่างหรือก็คือตาของนายจะบอดถ้าใช้มันมากเกินไป"

 

 

 

"แบบนี้แล้วนายจะให้ฉันเบิกเนตรทำเผือกอะไรไม่ทราบ เบิกให้กลายเป็นคนพิการหรอ ?"

 

 

 

โอบิโตะที่ได้ยินข้อเสียก็เริ่มโวยวาย ใบหน้าค่อนข้างอับอายยามนึกถึงตอนที่เขากรีดร้องเพราะคิดว่าเจ้าเพื่อนจะตายเพราะถูกเขาสังหาร

 

 

 

"เอาน่าใจเย็นๆก่อน ถ้านายรู้ความสามารถของมันจริงๆนายจะเข้าใจ และฉันก็มีวิธีที่จะทำให้ตาของนายไม่บอดแถมยังใช้ความสามารถของเนตรได้แบบไม่อั้นอีกด้วย"

 

 

 

โอบิโตะเบิกตากว้างโต ปัจจุบันเขามีจักระระดับคาเงะไปแล้วอย่างที่คาซึยะเคยพูดไว้เกรงว่าต่อจากนี้ไปเขาจะทิ้งห่างคาคาชิจนไม่ติดฝุ่น แม้เขาจะไม่รู้พลังเนตรก็เถอะแต่มันต้องสุดยอดมากแน่ๆ

 

 

 

"จากนี้ฉันจะปลูกถ่ายเซลล์เหลวเข้มข้นของรุ่นที่หนึ่งลงในร่างกายนายห้าสิบเปอร์เซ็น หรือประมาณหกร้อยห้าสิบล้านเซลล์ แต่พูดให้คนอย่างนายฟังนายก็คงไม่เข้าใจ หลับไปอีกสักระยะก็แล้วกัน"

 

 

 

เซลล์เหลวเข้มข้นรุ่นที่หนึ่งสำหรับโอบิโตะนั้นถูกสร้างมาได้สองปีแล้วดังนั้นที่เหลือก็แค่ฉีดเซลล์เหลวเข้าไปในร่างของโอบิโตะ ทันทีที่เซลล์เหลวถูกฉีดเข้าไปร่างของโอบิโตะก็กระตุกไปมา พอเขาใช้เนตรจุลทัศน์มองร่างกายของโอบิโตะก็พยักหน้าอย่างภาคภูมิใจ

 

 

 

"ดูเหมือนจะประสบผลสำเร็จอย่างที่คาดการไว้"

 

 

 

หนึ่งคืนผ่านไปโอบิโตะคนใหม่ก็ฟื้นคืนอย่างสมบูรณ์ ร่างกายดูแข็งแกร่งยิ่งขึ้น จักระภายในร่างตามเส้นชีพจรก็เพิ่มมากขึ้นจนโอบิโตะรู้สึกตื่นเต้นอย่างช่วยไม่ได้

 

 

 

"จากนี้ลองใช้พลังเนตรดูถ้ารู้สึกแสงในดวงตายังหายไป ให้รีบบอกฉันทันที"

 

 

 

"เข้าใจแล้ว คามุย!"

 

 

 

มีกระแสคลื่นกระอวกาศและมิติโผล่ออกมาหมุนวนคลายพายุจากดวงตาข้างขวาก่อนร่างของโอบิโตะจะถูกดูดเข้าไปทั้งหมด เห็นแบบนี้คาซึยะค่อนข้างอิจฉาเนตรของโอบิโตะมันโครตโกงและอันตรายมาก บอกเลยถ้าศัตรูไม่รู้หลักพลังของโอบิโตะ มีหวังได้ตายสถานเดียว

 

 

 

ยิ่งปัจจุบันโอบิโตะมีเนตรครบทั้งสองข้าง เจ้านี่จึงมีความสามารถของคามุยทั้งระยะใกล้และไกลอย่างสมบูรณ์ ดูเหมือนเขาต้องทำให้คาคาชิเลื่อนระดับจักระขึ้นมาบ้างแล้วสินะ และสักพักโอบิโตะก็กลับมาด้วยรอยยิ้ม

 

 

 

"ดูเหมือนจะสมบูรณ์แบบไม่สูญเสียแสงเลยสักนิด ตอนนี้ต่อให้เป็นนายฉันก็น่าชนะได้"

 

 

 

"ฝันกลางวันเกินไปแล้วนายน่ะ เอาละรีบไปรับคาคาชิกับไกมาที่นี่ได้แล้ว เอาทั้งสองคนมาที่นี่แบบให้ลับๆที่สุดเข้าใจใช่ไหม ?"

 

 

 

"รู้แล้วน่า แต่ก็ขอบใจนายมากนะ นายเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉันเสมอเลย คาซึยะ!"

 

 

 

ท่าทางจริงจังของโอบิโตะทำให้คาซึยะเบิกตากว้าง ก่อนจะเริ่มทำหน้าขยักแขยงกับท่าทางชวนอาเจียนและรีบไล่โอบิโตะให้ไปไกลๆ แน่นอนหลังจากโอบิโตะจากไปคาซึยะก็มีรอยยิ้มที่มุมปากบางๆ ยามนึกถึงเสียงกรีดร้องของโอบิโตะในตอนนั้น

 

 

 

"เพื่อนสินะฮ่าๆ นายก็เช่นกันโอบิโตะ"

 

 

 

เขาเดินไปตักเตรียมเซลล์ จนกระทั่งสิบนาทีผ่านไปอากาศภายในห้องทดลองของคาซึยะก็เริ่มบิดเบี้ยวก่อนจะมีร่างของโอบิโตะ ตามมาด้วยคาคาชิและไกโผล่ออกมา ทั้งคู่มองสถานที่แห่งนี้อย่างสงสัย เพราะเจ้าโอบิโตะจู่ๆก็ลากพวกเขามาที่นี่โดยไม่ได้บอกอะไรเลย

 

 

 

"อ่าวคาซึยะก็อยู่ที่นี่ด้วย"

 

 

 

"เอาละคาคาชิ ไกช่วยหลับไปสักพักนะ"

 

 

 

ไม่ได้อธิบายอะไรเพราะถ้าอธิบายเจ้าสองคนนี้ต้องปฏิเสธเขาอย่างแน่นอน เขาวานให้โอบิโตะนำร่างของทั้งสองคนไปไว้ที่เตียง ก่อนจะเริ่มการปลูกถ่ายที่คาคาชิก่อน เพื่อให้คาคาชิกลายเป็นคาคาชิเนตรวงแหวนเขาจึงเริ่มปลูกถ่ายเนตรวงแหวนในคลังที่เจ้าหมอนี่ก่อน

 

 

 

โดยการปลูกถ่ายเนตรวงแหวนดัดแปลงสองข้างที่เขาปรับเปลี่ยนโครงสร้างของมันให้เหมาะกับคาคาชิ ถ้าเกิดเหตุการสูญเสียคนสำคัญขึ้นมาคาคาชิสามารถเบิกเนตรกระจกเงาหมื่นบุปผาได้ ต่างจากดันโซในต้นฉบับที่ต่อให้พยายามแทบตายยังไงก็ไม่มีวันทำได้

 

 

 

และเมื่อการปลูกถ่ายเนตรวงแหวนหนึ่งคู่ให้กับคาคาชิเสร็จสิ้นการฉีดถ่ายเซลล์เหลวเข้มข้นรุ่นที่หนึ่งที่ผสมเข้ากับเลือดอุจิวะของเขาลงในร่างกายของคาคาชิก็เริ่มขึ้น

 

 

 

ด้วยสิ่งนี้คาซึยะเชื่อว่าคาคาชิน่าจะเปิดปิดการทำงานของเนตรวงแหวนได้ด้วยตนเอง และจะไม่เกิดผลเสียตามมาเช่นต้นฉบับที่ทำให้เจ้าตัวอ่อนแอเนื่องจากการสูบพลังจากเนตรวงแหวน

 

 

 

จากการคาดเดาถ้าผลทดลองประสบผลสำเร็จจักระที่ถูกบริโภคในยามใช้เนตรในแต่ละครั้งก็คงไม่มากจนเกินความสามารถของเจ้าตัว รอผลจนหนึ่งวันหนึ่งคืนคาคาชิที่ยังหลับไหลก็กลายเป็นคนใหม่

 

 

 

จักระพุ่งพล่านไต่ขึ้นไปสู่ระดับคาเงะแล้วแถมเจ้านี่ยังได้รับความวิเศษของกายเซียนมาด้วยในอนาคตเจ้าตัวน่าจะใช้โหมดเซียนได้ ดูเหมือนการวิจัยของเขาจะสร้างสัตว์ประหลาดเพิ่มมากขึ้นสินะ

 

 

 

"ที่เหลือก็เจ้าไก เจ้านี่นั้นค่อนข้างแตกต่างออกไป"

 

 

 

สำหรับไกเขาเพียงฉีดเซลล์เหลวเข้าไปเท่า้นแต่จำนวนของมันคือเกือบเจ็ดสิบเปอร์เซ็นในเซลล์ทั้งหมดของเจ้าตัว ซึ่งนี่ก็ทำให้เซลล์ในคลังเซลล์ของเขาถูกใช้ไปจนเกือบหมด เหลือเพียงส่วนเดียวเท่านั้นก็คือส่วนของเขาที่เก็บเอาไว้ใช้เอง

 

 

 

และช่วงเวลาก็ผ่านไปอีกหนร่างกายและจักระของไกพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดดเส้นชีพจรจักระทั่วทั้งภายในร่างของเจ้าตัวเริ่มขยายและเพิ่มความหนาแน่ให้คงทนยิ่งขึ้น เกรงว่าเจ้าตัวอาจจะสามารถเปิดประตูที่ห้าหรือหกได้โดยไม่เกิดผลกระทบ แต่ด้านนินจุสสุดูเหมือนก็ไม่ได้รับการพัฒนา

 

 

 

'สายเลือดของไกค่อนข้างประหลาด'

 

 

 

"อืมเกิดอะไรขึ้น"

 

 

 

คาคาชิที่ตื่นขึ้นมารู้สึกสับสนเล็กน้อย แต่พอสัมผัสถึงร่างกายก็ต้องตื่นตกใจ เพราะจักระของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นก็คือการมองเห็นของเขานั้นดีกว่าเดิมมาก

 

 

 

"รู้สึกยังไงบ้างคาคาชิ ?"โอบิโตะในชุดขาวคล้ายชุดกราวเดินมาถามคาคาชิด้วยรอยยิ้ม

 

 

 

"โอบิโตะนี่มันเกิดอะไรขึ้น ?"

 

 

 

"เรื่องมันเป็นแบบนี้..."

 

 

 

โอบิโตะเริ่มเล่าการปลูกถ่ายของคาซึยะให้คาคาชิฟัง แนอนแรกเจ้าตัวโกรธมากแต่พอสัมผัสได้ถึงความเอาใจใส่ของเพื่อนเขาก็สงบสติอารมณ์ลง และลองเปิดใช้เนตรวงแหวน

 

 

 

"นี่คือความสามารถของเนตรวงแหวน น่ากลัวจริงๆ ว่าแต่ไกละหมอนั่นอยู่ที่ไหน ?"

 

 

 

"เจ้าหมอนั่นกำลังต่อสู้กับเจ้าคาซึยะอยู่ในลานฝึกน่ะ ตอนนี้ไกแข็งแกร่งมากถ้าไม่ระวังให้ดีเราสองคนอาจจะถูกแซงได้"

 

 

 

"ขนาดนั้นเลยหรอ ?"คาคาชิรู้สึกแปลกใจ หรือไกจะเป็นอย่างที่พ่อเคยพูดไว้จริงๆ 

 

 

 

"อืม จริงสิเรื่องการปลูกถ่ายในครั้งนี้นายต้องเก็บเป็นความลับ โดยเฉพาะที่นี่"

 

 

 

คาคาชิพยักหน้าอย่างเข้าใจ ไม่ได้คัดค้านอะไรทั้งสองพูดคุยกันเล็กน้อยในขณะที่เดินไปยังลานฝึกซ้อม พอประตูถูกเปิดออกก็พบกำแพงภายในห้องถูกทำลายเป็นแถบๆ ใจกลางมีเด็กชายชุดเขียวหน้าตาบวมนอนหอบหายใจดูเหนื่อยอ่อน ขณะที่เด็กชายอีกคนมีบาดแผลพกช้ำหลายแห่ง

 

 

 

"แฮ่กๆ การฟื้นฟูแบบนี้สุดยอดมากจริงๆสมกับเป็นวัยรุ่น แต่ไม่คิดเลยว่านายจะแข็งแกร่งขนาดนี้คาซึยะ"

 

 

 

"ฮ่าๆ นายก็เช่นกัน นายเป็นคนแรกเลยที่ทำให้ฉันบาดเจ็บได้ถึงขนาดนี้!"

 

 

 

น่ากลัวสายไทจุสสุนี่น่ากลัวกว่าที่เขาคาดคิด ถ้าสุดท้ายเขาไม่ใช้ซูซาโนโอะป้องกันกระบวนท่าของไกแล้วก็มีหวังเขาอาจได้รับบาดเจ็บยิ่งกว่านี้ ดูเหมือนว่าคงต้องเริ่มศึกษาประตูแปดด่านอย่างจริงจังเสียแล้ว

 

 

 

แม้จะไม่ได้คิดจะเปิดประตูแปดด่านแต่ศึกษาไว้ก็ไม่เสียหาย ตอนนี้เขาเริ่มฟื้นฟูร่างกายก่อนเขาเริ่มหลับตาลองดูดซับพลังธรรมชาติแสนบางเบาโดยรอบเข้ามายังจุดตันเถียน 

 

 

 

สักพักเขาก็ต้องแปลกใจเมื่อพบว่าลูกแก้วแสวงสัจธรรมค่อยๆแบ่งตัวออก หมุนวนอยู่ในตันเถียนเขาถึงเก้าลูก พอเลิกดูดซับพลังธรรมชาติลูกแก้วก็ค่อยๆกลับเข้ามาหลอมรวมสู่สภาพเดิม

 

 

 

แต่ร่างกายของเขากลับแข็งแกร่งขึ้นอย่างช้าๆ เมื่อเข้าใจหลักเขาก็เริ่มลองเริ่มดูดซับพลังธรรมชาติอีกครั้ง จนกระทั่งเขารู้สึกว่ามีบางสิ่งภายในร่างกายกำลังตื่นขึ้นมาปั้งเสียงสะท้อนอยู่ภายในทำให้รูขุมขนของเขาเปิดตัวออกและระบายของเหลวสีดำที่เหม็นราวกับหมาเน่าออกมา

 

 

 

"เกิดอะไรขึ้นเหม็นอะไร กลิ่นมันมาจากเจ้าคาซึยะหรอ ? แล้วนั่นมันอะไรทำไมชุดเจ้าหมอนั่นถึงเปลี่ยนเป็นสีขาวลายแปลกๆแบบนั้น"

 

 

 

ฟู่วววง

 

 

 

'นี่คือโหมดเซียนหกวิถีด้านสัมผัสและร่างกาย'

 

 

 

คาซึยะลืมตาและมองสภาพตัวเองที่ถูกปกคุมไปด้วยเมือกสีดำ ก็ได้แต่ส่ายหัวไปมาตอนนี้ระดับพลังของเขาเข้ามาสู่มิติใหม่ แม้จะยังไม่ถึงระดับครึ่งเทพนินจาแต่ก็ใกล้เคียง ระดับพลังของเขาในตอนนี้คือคาเงะขั้น8-9 โดยประมาณ

 

 

 

'นี่ยังไม่ใช่พลังที่แท้จริงของกายเซียนหกวิถีดูเหมือนจะต้องใช้เวลาในการสะสมพลังและกักเก็บเข้าไปในตันเถียน หลักการนี้ค่อนข้างคล้ายการฝึกตามนิยายโลกเซียน ว่าแต่เสื้อคลุมหกวิถีนี่ก็เท่ไม่หยอก'

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น