เอส ดับเบิ้ลเอส
facebook-icon

#เยลของยักษ์ เยลเมียผู้ไม่สู้คน แต่ถนัดนักตบผัว!!!

#เยลของยักษ์ ๙ [100%]

ชื่อตอน : #เยลของยักษ์ ๙ [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.9k

ความคิดเห็น : 26

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ส.ค. 2562 18:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
#เยลของยักษ์ ๙ [100%]
แบบอักษร

#เยลของยักษ์ ๙ 

ประโยคคำถามก่อนหน้านั้นผมไม่ได้ตอบครับ ปล่อยให้เยลลี่ยืนงงเป็นไก่ตาแตกไปแทน ก่อนจะพาตัวเองกลับเข้าห้องเพื่ออาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดใหม่สำหรับออกไปร้านสัก มื้อเช้าแค่กาแฟแก้วเดียวผมก็สามารถอยู่ได้จนถึงเที่ยงแล้วครับ แต่ใครอีกคนคงไม่ใช่

“กูจะไปร้านสักนะ”

“ไปด้วยได้ไหมคะ” อุ้มลูกแมวเดินตามผมออกมาที่ประตูห้อง

“ไม่ต้องไป! กูไปทำงานไม่ได้ไปเที่ยว”

“เผื่อพี่ยักษ์อยากให้ช่วยอะไรยังไงล่ะคะ”

“ช่วยตัวเองให้รอดก่อนเถอะ กูไม่ใช่เด็กแล้ว ไม่ต้องมาดูแล” ห้มหน้าลงไปมองจนเจอสายตาหงอยๆ เหมือนลูกแมวที่อุ้มอยู่เลยครับ

“ขอไปด้วยไม่ได้เหรอคะ”

“มึงจะไปทำไม”

“นะคะ หนูไม่อยากอยู่ในห้อง”

“มึงไม่ได้อยู่คนเดียวสักหน่อย ลูกแมวก็อยู่ด้วย”

“แต่เวลาพี่ยักษ์กินอิ่มก็จะนอน แล้วเวลาพี่ยักษ์นอนหนูจะเล่นกับใครล่ะคะ”

“เดี๋ยวนะ! เมื่อกี้มึงเรียกแมวว่าอะไร”

“พี่ยักษ์ค่ะ” ตอบพลางฉีกยิ้มกว้างให้กับผม

“ยักษ์?”

“ค่ะ คนนี้พี่ยักษ์ใหญ่” ชี้มาทางผม “ส่วนตัวนี้พี่ยักษ์เล็กค่ะ” ก้มมองหน้าลูกแมว

“อีเย!”

“ฮือออ! จะดุหนูอีกแล้ว”

“ปัญญาอ่อน!”

“…” เงยหน้าขึ้นมองสบตากับผม เงียบกริบเลยครับ ปกติจะมีเสียงแปลกๆ ออกมาด้วย แต่นี่เอาแต่จ้องแทน

“มองอะไร เดี๋ยวกูจิ้มตาแตกเลย”

“ทำไมทุกคนชอบว่าหนูปัญญาอ่อนด้วย”

“ก็มึงปัญญาอ่อนจริงนี่”

“…” ไม่เถียงกลับครับ หมุนตัวเดินกลับไปที่โซฟาแทน อาการแบบนี้คืออะไร ผมไม่เข้าใจครับ

“คิดว่ากูจะง้อเหรอ? ไม่ใช่เรื่อง”

ปัง! 

พูดจบปิดประตูห้องใส่เลยครับ ก่อนจะเดินลงไปข้างล่าง ออกไปทำงานดีกว่าครับ อยู่ห้องนานๆ ผมกลัวว่าจะเป็นประสาทตายซะก่อน

บรื้น 

ผมขับบิ๊กไบค์ไปร้านนะครับ สะดวกดี ตลอดทางก็คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยจนรถจอดติดไฟแดง ผมลืมไปเลยว่ายัยนั่นยังไม่ได้กินอะไรรองท้องเลย แต่จะว่าไปถึงขั้นมาดูแลผม ก็ต้องมีปัญญาหาอะไรกินสิครับ ถึงห้องผมจะไม่มีของสด แต่มาม่าไม่เคยขาดนะครับ ผมชอบกินเลยซื้อเก็บเอาไว้เยอะแยะ หวังว่ายัยเด็กนั่นจะหาเจอนะครับ

ผมขับรถมาถึงร้าน เดินตรงเข้าไปข้างใน ลูกค้ามารออยู่เยอะแล้วครับ นี่ขนาดผมมาเช้าแล้วนะ ยังมีคนมาเช้ากว่าผมอีก

“กว่าจะเสด็จนะมึง” ไอ้นายมาเช้ากว่าผมครับ มันต้องมาเปิดร้านและดูคิวให้ลูกค้า ลูกจ้างมีครับ สองคน… อย่าถามชื่อเลย ผมจำไม่ได้ครับ

“คิวแรกได้เลยนะ”

“เออ!”

ผมเดินเข้ามาเตรียมอุปกรณ์รอ งานคือเงิน เงินคืองานครับ ลูกค้าคนแรกของผมเป็นผู้ชาย ลูกค้าประจำอีกตามเคย มาสักเพิ่มครับ ไม่ต้องพูดอะไรกันมากเพราะรู้จักหน้าที่กันดี ใช้เวลาแค่ไม่นานเพราะรูปที่สักไม่ยากและเล็กนิดเดียว คนแรกผ่านไปผมก็นั่งพัก เอาจริงๆ ผมกำลังคิดมากอยู่ต่างหากล่ะครับ

“เป็นอะไรวะ” ไอ้นายเดินเข้ามาพร้อมกับขนมในมือ

“คน”

“ไอ้สัส! งั้นก็ไม่ต้องแดก”

“กูยังเหลืออีกกี่คิว”

“วันนี้ของมึงสองคิว เพราะช่วงบ่ายลูกค้าจะสักทั้งหลังน่ะ”

“ผู้ชาย?”

“หึ! ผู้หญิง”

“งั้นลื่นไปก่อนละกัน กูนึกขึ้นได้ว่ามีธุระ” ผมว่าก่อนจะลุกขึ้นหยิบหมวกกันน็อคและกุญแจเดินออกจากห้อง

“เฮ้ย! เลื่อนไม่ได้ กูเอามัดจำมาเกินครึ่งอีกนะโว้ย” ไอ้นายเดินออกมาตะโกนบอก แต่ผมไม่ได้สนใจรีบใส่หมวกกันน็อควิ่งไปที่รถก่อนจะขับออกจากร้านทันที

ถ้าสักคิวบ่าย มีหวังไอ้คนที่ห้องได้ปวดท้องตายกันพอดี ผมไม่ได้ห่วงเด็กนั่นนะครับ แค่ไม่อยากให้ใครมาตายในห้องของผมก็เท่านั้นเอง ผมคิดแบบนี้จริงๆ ครับ

ผมใช้เวลาแค่ไม่นานก็ขับรถกลับมาถึงคอนโด รีบวิ่งขึ้นข้างบนโดยไม่สนใจเสียงเรียกของพนักงานหน้าเคาน์เตอร์ด้วยซ้ำ เปิดประตูเข้ามาในห้องกลิ่นอาหารแตะจมูกเลยครับ

เมี้ยว เมี้ยว 

คิกๆ 

ทั้งแมวและคน น้ำเสียงดูอารมณ์ดีมากๆ เลยครับ

“เยลลี่!” กูรีบแทบตาย แม่งนั่งกินสบายใจเฉิบเชียวครับ

“อ้าว! พี่ยักษ์” หันมามองหน้าผม ขนมยังคาปากอยู่เลยครับ

“กลิ่นอะไรวะ”

“กับข้าวค่ะ”

“หืม?” ปิดประตูห้อง เดินเข้าไปหา สิ่งที่เห็นคือเยลลี่กำลังนั่งกินขนมเค้กอยู่ “ไปซื้อมาจากไหน”

“ไม่ได้ซื้อค่ะ มีคนซื้อมาฝาก”

“ใคร?”

“อุ๊บ!” ท่าทางของยัยนี่เหมือนเพิ่งคิดได้ว่าเผลอหลุดปากพูดอะไรออกมาเลยครับ

“กูถามว่าใคร?”

“อะ เอ่อ… คือ”

“ถ้าไม่ตอบ กูถีบออกจากห้องทั้งคนทั้งแมวนะ” ยืนเท้าสะเอวจ้องหน้าเยลลี่เขม็ง เท้าผมพร้อมถีบมากเลยครับ ถึงจะเป็นเด็กกับแมวผมก็ไม่สนใจ

“ทำไมต้องโหดด้วยล่ะคะ”

“ตอบ!”

“คะ คุณหญิงค่ะ คุณหญิงกับป้าอ่อนมาหาค่ะ ท่านเอาขนมแล้วก็กับข้าวของโปรดพี่ยักษ์มาให้ด้วยนะคะ” ร่ายยาวเลยครับ แค่แม่กับป้าอ่อนมา ทำไมยัยนี่ต้องกลัวด้วย

“มึงจะกลัวอะไรนักหนา”

“หนูจะบาปไหมคะ คุณหญิงถามว่าพี่ยักษ์รู้หรือเปล่าว่าหนูมาอยู่ด้วยเพราะอะไร หนูตอบว่าไม่รู้ค่ะ” ทำหน้าเหมือนอยากร้องไห้เชียวครับ

“ถ้ากลัวบาป ทำไมมึงไม่ตอบว่ารู้ไปล่ะ” เดินอ้อมไปนั่งที่โซฟาข้างๆ ไอ้เจ้ายักษ์เล็กกระโดดมาคลอเคลียบนตักผมใหญ่เลยครับ ยอมเรียกแบบนี้ก็แล้วกัน ไหนๆ ยัยนี่ก็ตั้งไปแล้ว

“ถ้าหนูบอกความจริงคุณหญิงไป ท่านก็ต้องยกเลิกสัญญาสิคะ แต่ถ้าหนูโกหก อย่างน้อยๆ ก็ยังได้อยู่ที่นี่ตั้งหนึ่งเดือนแนะ” อธิบายให้ผมฟังพร้อมกับรอยยิ้ม โลกของยัยนี่สดใสจริงๆ งั้นเหรอ ทำไมบางครั้งผมกลับมองมันแตกต่างออกไป เหมือนพยายามฝืนยิ้มอยู่ตลอดเวลา

“มึงคิดว่าตัวเองจะเก่งขนาดนั้นเลยเหรอ”

“ไม่ลองไม่รู้นี่คะ”

“กูมีข้อเสนอดีๆ ให้มึงด้วยนะ มึงสนใจหรือเปล่า”

“เอ๊ะ!” สีหน้าแปลกใจปนอยากรู้เชียวครับ ในเมื่อแม่อยากเห็นผมเป็นเด็กดีนัก ผมก็จะเป็นให้ท่านดู ไหนๆ ก็ส่งพี่เลี้ยงสุดแสนจะซื่อและปัญญาอ่อนโคตรๆ มาให้ผมแล้ว งั้นพ่วงตำแหน่งเมียจำเป็นให้ผมอีกสักอย่างก็แล้วกันครับ

คำว่าปัญญาอ่อนของผม ความหมายไม่ได้ร้ายแรงหรอกครับ แค่ท่าทางของยัยนี่มันขัดหูขัดตาผมก็เท่านั้นเอง

“สนใจหรือเปล่า”

“อะไรเหรอคะ”

“ตอบมาก่อนว่าสนหรือไม่สน”

“ถ้าหนูสนใจ พี่ยักษ์จะยอมกลับไปอยู่ที่บ้านคุณหญิงหรือเปล่าคะ” เอาจริงๆ ไม่ง่ายเลยครับ ยัยนี่ต่อรองเก่งเป็นบ้าเลยทีเดียว ผมแทบอยากคืนคำในหลายๆ ประโยคที่เคยเปรียบเทียบเยลลี่ไปเลยครับ

“อืม”

“สัญญานะคะ” ยื่นปลายนิ้วก้อยมาตรงหน้าผม

“กูไม่ใช่เด็กแล้ว”

“สัญญาก่อนสิคะ เกี่ยวก้อยกันนะคะ” เขย่าฝ่ามือของตัวเองไปด้วย เหมือนพยายามเรียกร้องให้ผมเกี่ยวก้อยให้ได้เลยครับ

“เออๆ” และสุดท้ายผมก็ต้องยอมทำอะไรปัญญาอ่อนกับยัยเด็กนี่อีกจนได้ แล้วแบบนี้จะไม่ให้ผมว่ายัยนี่ปัญญาอ่อนได้ยังไงล่ะครับ

เฮ้อ!

“ถอนหายใจทำไมคะ”

“เรื่องของกู!”

“ขอโทษค่ะ”

“พอๆ เลิกดราม่า งั้นมาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่านะ”

“ค่ะ” สีหน้าตั้งใจฟังมากๆ เลยครับ

“ช่วยแกล้งเป็นเมียให้กูหน่อย” ผมพูดเน้นๆ ทุกคำครับ กลัวยัยนี่ไม่เข้าใจ

“กะ แกล้งเหรอคะ” เหมือนจะพยายามเข้าใจอยู่นะครับ เปลือกตาทั้งสองข้างกะพริบเข้าหากันถี่ๆ เหมือนกำลังประมวลผลอยู่

“เออ!”

“แต่พวกเราไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ จะแกล้งได้ยังไง” นี่ก็ฉลาดคิดอีกแล้วครับ บางทียัยนี่ก็ไม่ได้ซื่ออย่างที่แสดงออกมาซะทีเดียว

“อ๋อ นี่ถ้ากูเอากับมึง แล้วมึงตกเป็นเมียกูจริงๆ ถึงจะแกล้งได้ใช่ปะ” อันนี้ถามเพราะโมโหแล้วครับ เพราะยัยเด็กนี่หลอกไม่ง่ายเลยทีเดียว

“ค่ะ”

“เชี่ย! ตรรกะไหนของมึงวะเนี่ย” ตกใจสิครับ บทจะซื่อก็ซื่อจนผมตามไม่ทัน

“ตรรกะที่ถูกต้องค่ะ”

“…” ผมถึงกับเงียบเลยครับ ได้แต่นิ่งแล้วจ้องหน้ายัยนี่แทน ผมไปไม่ถูกครับ บทต่อจากนี้ผมอยากเดินหายออกไปจากห้องนี้เหลือเกิน

ผมใหญ่ครับ ผมไม่กินเด็ก! มันต้องไม่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น

“พี่ยักษ์คะ”

“กูขอตั้งสติแป๊บ เดี๋ยวกูออกมาคุยด้วยใหม่ เชิญมึงนั่งคิดทบทวนไปก่อนละกัน” ผมว่าก่อนจะรีบลุกเดินหนีกลับเข้าห้องเลยครับ ถึงกับต้องหนีเข้ามาตั้งสติเพราะยัยเด็กเยลลี่

โอ้ย! กูจะบ้าตาย

 

 

--100%--

ยินดีด้วยพี่ยักษ์ คุณกำลังจะได้กินเด็ก 5555555555

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น