ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ ๗-๒ :: หานซิ่นหลิน

ชื่อตอน : บทที่ ๗-๒ :: หานซิ่นหลิน

คำค้น : นิยายจีน นิยายจีนโบราณ จีนโบราณ เทพเซียน เทพ เซียน สวรรค์ ปีศาจ จอมมาร

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ส.ค. 2562 13:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ ๗-๒ :: หานซิ่นหลิน
แบบอักษร

 

ขบวนเกี้ยวเจ้าสาวยิ่งใหญ่อลังการสมเกียรติพระชายาแห่งองค์รัชทายาทเคลื่อนออกจากจวนแม่ทัพหานมุ่งหน้าสู่พระราชวังหลวงแคว้นต้าจิ้ง เจ้าสาวที่นั่งอยู่ด้านในนั้นแม้จะมีอายุเพียงสิบสองปี ทว่าวันนี้นางถูกจับแต่งกายด้วยชุดเจ้าสาวลาดลายหงส์งามวิจิตร ใบหน้าถูกตกแต่งด้วยความประณีต อีกทั้งกิริยาสุขุมเยือกเย็นส่งให้เจ้าสาววัยเยาว์งดงามสง่าเกินวัยอย่างแท้จริง 

ด้วยคำมั่นแห่งองค์รัชทายาทว่ารอให้เจ้าสาวอายุครบสิบห้าปีจึงค่อยทำพิธีส่งตัวเข้าหอ ดังนั้นในวันนี้พิธีการจึงมีเพียงการกราบไหว้ฟ้าดินจรดนามอภิเษกหานซิ่นหลินเข้าสู่ราชวงศ์เพียงเท่านั้น 

หานซิ่นหลินนั่งประสานมือไว้บนตักนิ่งสุขุม หาได้รู้สึกตื่นเต้นดังเช่นเจ้าสาวยามขึ้นเกี้ยวแต่งงานแต่อย่างใด สาวน้อยเพียงรู้สึกว่าวันนี้เป็นการทำหน้าที่ทดแทนคุณบิดามารดา  

แม้นางเพียรพยายามบอกตนเองว่างานอภิเษกในวันนี้ทำเพื่อบิดามารดา อีกทั้งราชโองการแห่งองค์จักรพรรดิมิอาจขัดได้ ทว่าขบวนเกี้ยวเจ้าสาวใกล้เข้าเขตพระราชวังหลวงมากเท่าใด ในใจนางกลับบังเกิดความรู้สึกสับสนใจขึ้นมา เรียวคิ้วสวยขมวดน้อยๆ ก่อนที่จะสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับสีหน้าให้กลับเป็นปกติ  

ไม่ว่าอย่างไรพิธีอภิเษกก็ต้องดำเนินต่อไป หากงานพิธีในวันนี้จะหยุดลงได้คงต้องพึ่งพาปาฏิหาริย์แล้ว 

ในที่สุดขบวนเกี้ยวเจ้าสาวก็เคลื่อนเข้าสู่ตำหนักหลังหนึ่งภายใต้อาณาเขตวังประทับองค์รัชทายาท บ่าวรับใช้คนสนิทสองคนของคุณหนูหานเข้ามาประคองร่างอรชรเดินเข้าสู่ด้านในตำหนัก เพื่อรอเวลาฤกษ์มงคลเข้าสู่พิธีอภิเษกอันยิ่งใหญ่ที่ลานหน้าตำหนักใหญ่ ซึ่งบิดามารดาและน้องชายของนางถูกเชิญตัวแยกออกไปรอยังสถานที่ทำพิธีแล้ว 

“คุณหนูใหญ่ของบ่าว วันนี้บ่าวดีใจเหลือเกินเจ้าค่ะ”  

บ่าวสูงวัยผู้หนึ่งกล่าวเสียงสะอื้นจบก็ล้วงหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาซับน้ำตาแห่งความตื้นตัน นางเลี้ยงดูคุณหนูใหญ่มาตั้งแต่แรกกำเนิด วันนี้ได้ประคองคุณหนูใหญ่เข้าพิธีอภิเษกเป็นชายาองค์รัชทายาท ไม่มีสิ่งใดที่น่ายินดีเท่านี้อีกแล้ว 

“เข้าไปนั่งรอในตำหนักก่อนนะเจ้าคะ มิต้องเป็นกังวลสิ่งใด องค์รัชทายาททรงประทับอยู่ห้องข้างกันนี้เอง ประเดี๋ยวถึงเวลาบ่าวจะเข้ามาเชิญคุณหนูออกไปเข้าพิธี” บ่าวอีกนางกล่าวตาม 

ใบหน้างดงามภายใต้ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวพยักหน้าเล็กน้อยโดยไม่เอ่ยวาจาใด สองบ่าวรับใช้สูงวัยจึงเข้าใจว่าคุณหนูใหญ่ของพวกนางกำลังตื่นเต้นดีใจดังเช่นเจ้าสาวทั่วไป แต่หารู้ไม่ว่าตอนนี้คุณหนูใหญ่นั้นน้ำตากำลังเอ่อคลออย่างห้ามไม่อยู่ บังเกิดความรู้สึกสับสนใจขึ้นมาอย่างหนักหน่วง 

บ่าวทั้งสองถอยหลังออกมายืนชะเง้อรอเวลาอยู่ด้านหน้าประตูนอกตำหนัก เพื่อรอเวลาคนของราชสำนักมาเชิญ 

คล้อยหลังประตูห้องปิดสนิทลง ภายในห้องที่มีเพียงเจ้าสาวนั่งอยู่บนเตียงหลังใหญ่ พลันปรากฏร่างบุรุษสูงใหญ่ภายใต้ชุดคลุมสีดำทะมึนเก่ามอซอปิดบังใบหน้า เผยให้เห็นเพียงเส้นผมสีแดงเข้มยาวโผล่พ้นชายเสื้อคลุมออกมา กับนัยน์ตาสีแดงโลหิตน่ากลัว ล้อมรอบกายบุรุษปริศนาผู้นี้ปรากฏไอสังหารเข้มข้นรุนแรงเสียจนหานซิ่นหลินรู้สึกได้ มือเรียวเล็กรีบยกเปิดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวสีแดงขึ้นดู 

“ทะ ท่านเป็นใคร!”  

สาวน้อยหานซิ่นหลินตกใจดวงตาเบิกค้าง บุรุษตรงหน้าน่าหวั่นกลัวจับขั่วหัวใจ ดูจากลักษณะภายนอกก็รู้ได้ว่าเขาหาใช่มนุษย์ธรรมดาจริงแท้แน่นอน นางกำลังอ้าปากหมายกรีดร้องเรียกทหารยามที่อยู่ด้านนอก แต่แล้วกลับถูกบุรุษน่ากลัวผู้นั้นตวัดกรงเล็บมือยาวแหลมคมโบกเพียงหนึ่งครั้งนางก็สลบไสลทันที  

บุรุษปริศนาว่องไวเกินมนุษย์ใช้มือใหญ่รองรับลำคอระหงของหานซิ่นหลินเอาไว้ได้ทันด้วยความทะนุถนอม ร่างของสาวน้อยจึงร่วงลงสู่อ้อมแขนแข็งแกร่ง 

“ซิ่นหนี่ว์ เป็นเจ้าจริงๆ”  

บุรุษผู้นั้นใช้มืออันเป็นกรงเล็บแหลมคมเข้าลูบไล้สัมผัสใบหน้างามพิลาส และปานรูปเปลวเพลิงบนหน้าผากอันตรึงตราใจด้วยความสั่นเทา พยายามไม่ให้ปลายเล็บแหลมคมของตนทำร้ายผิวขาวดุจหยกอันบอบบางของนางได้ 

“ไม่ว่าเจ้าจะเป็นซิ่นหนี่ว์แห่งพิภพสวรรค์หรือหานซิ่นหลินในแดนมนุษย์ ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าแต่งงานกับบุรุษอื่นใด!”  

เสียงทุ้มทรงอำนาจกล่าวอย่างดุดัน ขัดกับท่าทีอันอ่อนโยนยิ่งเมื่อยามปฏิบัติต่อนางในอ้อมแขน สายตาสีแดงโลหิตยามจ้องมองใบหน้าสาวน้อยเปี่ยมไปด้วยความรักและโหยหา แต่เมื่อเลื่อนสายตาลงมายังปลายนิ้วก้อยของนาง ดวงตาแห่งราชันมารระดับปราณขั้นเทวะ ทำให้มองเห็นด้ายแดงลิขิตคู่บุพเพอันสว่างเรืองแสงของผู้เฒ่าจันทราผูกโยงอยู่ที่ปลายนิ้วก้อยนั้น  

ดวงตาราชันมารมู่หรงพลันถมึงทึงน่ากลัว หัวใจราวกับถูกมือปริศนาล้วงแหวกช่องอกเข้ามาบีดรัดแน่น โทสะบังเกิดแล้วมิอาจผ่อนลงได้โดยง่าย เขาค่อยๆ บรรจงวางร่างบอบบางให้นอนลงที่เตียง แล้วเดินตามด้ายแดงที่ข้างหนึ่งที่โยงยังปลายนิ้วก้อยของนางไปเรื่อยๆ หมายค้นหาว่าปลายด้ายแดงอีกข้างผูกโยงกับบุรุษใด กระทั่งหายตัวเดินทะลุกำแพงไปอีกห้องหนึ่งที่อยู่ติดกัน 

เมื่อข้ามมายังอีกห้องสำเร็จ ในห้องนั้นมีองค์รัชทายาทเทียนโย่วในชุดแต่งงานสีแดงลวดลายมังกรทองเหยียบเมฆ นั่งรอเวลาเข้าพิธีอยู่เช่นกัน มีองครักษ์คนสนิทสองนายยืนอารักขาอยู่ไม่ไกล จอมมารมู่หรงวาดมือเสกให้คนทั้งสามสลบไปทันที เขาไม่ต้องการเปิดเผยตัวในพิภพมนุษย์โดยเหตุอันไม่จำเป็น  

โดยคราแรกที่ปรากฏกายยังสถานที่แห่งนี้ จอมมารมู่หรงได้กางกั้นปราการมารอำพรางครอบคลุมเอาไว้จนสิ้น ป้องกันไม่ให้เหล่าทวยเทพบนสวรรค์ หรือแม้กระทั่งท่านเจ้าที่อารักษ์เจ้าของพื้นที่นี้ได้ล่วงรู้ถึงการปรากฏตัวของเขา แม้แต่ฌานทิพย์แห่งองค์เทวะ ฌานทิพย์ปีศาจ หรือแม้กระทั่งคันฉ่องส่องกาลขององค์ประมุขสวรรค์ก็ไม่อาจตรวจพบได้ หาไม่แล้วภารกิจสำคัญในวันนี้อาจถูกขัดขวาง เขาเชื่อมั่นว่าเหล่าเทพเซียนบนสวรรค์ต้องคอยจับตาปกป้องซิ่นหนี่ว์อยู่ไม่ห่าง เช่นนั้นวันนี้เขาต้องลงมืออย่างรอบคอบหมดจด 

ทันทีที่สองตาราชันมารเห็นชัดแล้วว่าปลายด้ายแดงอีกด้านผูกโยงอยู่ที่ปลายนิ้วก้อยขององค์รัชทายาทรูปโฉมงามสง่าแห่งแคว้นต้าจิ้ง จอมมารมู่หรงเบิกเนตรที่สามกลางหน้าผากขึ้นพินิจพิเคราะห์ 

“อสุนีเทพ”  

ภายใต้ร่างองค์รัชทายาทเทียนโย่วแห่งแคว้นต้าจิ้ง ปรากฏเงาร่างของอสุนีเทพเยี่ยหลางซ้อนทับชัดเจน ทำให้คำบอกเล่าที่องครักษ์คนสนิทเล่าให้ฟังผุดพรายขึ้นมาว่า ซิ่นหนี่ว์และอสุนีเทพเป็นคู่รักแดนสวรรค์ที่ลงเผชิญเคราะห์กรรมยังโลกมนุษย์ ก่อนจะกลับขึ้นไปเข้าพิธีแต่งงานยังตำหนักสวรรค์ คิดขึ้นมาเพียงเท่านี้ก็ให้ไอสังหารรอบกายทวีความรุนแรงแผ่กระจายออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ 

“หึ! ด้ายแดงคู่บุพเพแห่งเฒ่าจันทราอย่างนั้นรึ ช่างตระเตรียมแผนการกันมาดียิ่ง อสุนีเทพ! เจ้าไม่มีวันได้ครอบครองนาง!” 

ตรีเนตรเทวะมารกลางหน้าผากจากแรกเพียงจ้องมองอสุนีเทพอย่างเปี่ยมโทสะอยู่นั้น พลันปรากฏเปลวเพลิงลุกวาวโรจน์ ก่อนที่ลูกไฟตรีเนตรเพลิงร้อนแรงดุจไฟกัลป์ในปรโลกจะพุ่งออกไปเผาผลาญปลายด้ายแดงที่ผูกติดอยู่ที่ปลายนิ้วก้อยขององค์รัชทายาทแคว้นต้าจิ้ง ด้ายแดงคู่บุพเพสะบั้นขาดสมปรารถนา  

จอมมารหนุ่มนำปลายด้ายแดงที่ขาดเมื่อครู่ขึ้นผูกยังปลายนิ้วก้อยตนเอง ครั้งแรกนั้นไม่ว่าเขาใช้ความพยายามมากเท่าใดก็มิอาจผูกด้ายแดงสำเร็จ อาจเป็นเพราะผู้ที่จะผูกด้ายแดงบุพเพได้นั้นต้องเป็นผู้เฒ่าจันทราแต่เพียงผู้เดียว ทว่าเมื่อเขาลองผูกปมด้ายแดงที่ปลายนิ้วก้อยตนเองอีกครั้งโดยใช้เปลวไฟจากตรีเนตรเพลิงเผาผลาญหลอมรวมปลายด้ายแดงผนึกติดแน่นเข้ากับนิ้วก้อยของเขาเสียเลย ปรากฏว่าผูกโยงสำเร็จ 

หากมิใช่วิชาตรีเนตรเพลิงจากผู้บรรลุการบำเพ็ญเพียรเทวะมารก็ยากยิ่งนักที่จะทำเช่นนี้ได้ จอมมารมู่หรงยกยิ้มเหี้ยมเกรียม  

“ไม่ว่าชาติใดภพใด ข้าคือคู่บุพเพของเจ้าแต่เพียงผู้เดียว!”  

จอมมารมู่หรงไม่รู้หรอกว่าการผูกโยงด้ายแดงเองเช่นนี้ จะมีอิทธิฤทธิ์ดังเช่นผู้เฒ่าจันทราเป็นผู้ผูกหรือไม่ แต่เขายอมไม่ได้เด็ดขาดหากนางต้องเป็นคู่บุพเพกับบุรุษอื่น โชคดีเหลือเกินที่เขามาที่นี่ได้ทันกาลก่อนที่นางจะเข้าพิธีแต่งงานให้กับอสุนีเทพ 

ราชันมารเร้นกายกลับไปยังห้องรับรองของเจ้าสาวอีกครั้ง ก่อนช้อนอุ้มร่างเล็กอรชรของว่าที่พระชายาแห่งต้าจิ้งหายตัววับออกไปจากห้องนั้นราวหมอกควัน 

“ซิ่นซิ่น ข้าไม่ยอมให้เจ้าแต่งงานกับผู้ใดเด็ดขาด!” 

.....................................................................

ท่านพี่! ท่านพี่จะพังงานแต่งผู้อื่นเช่นนี้ไม่ได้นะเจ้าคะ! งืออออ สงสารหลัวอสุนีเท๊พพพ T^T 

ความคิดเห็น