อติญา / เก-ลิน / เราพิมพ์ / ผู้ซึ่งเข้ามาแทน / มะลิก้านแดง

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

วังวนอคิราห์ ตอนที่ 2 1/2

ชื่อตอน : วังวนอคิราห์ ตอนที่ 2 1/2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 117

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ส.ค. 2562 12:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
วังวนอคิราห์ ตอนที่ 2 1/2
แบบอักษร

“อรุณสวัสดิ์ครับคุณพ่อ” น้องกรหรือเด็กชายเทียนหลงเดินยิ้มหวานมาทักทายคุณพ่อที่โต๊ะอาหารเช้านี้เด็กชายวัยหกขวบนิดๆ ไม่ได้ไปโรงเรียนเพราะเป็นวันหยุดแต่ก็ยังตื่นเช้าตามปกติเพื่อมากินอาหารเช้ากับคุณพ่อและส่งท่านไปทำงานอย่างที่ทำเป็นปกติแทบจะทุกวัน

“อรุณสวัสดิ์ครับ เมื่อคืนพ่อกลับบ้านดึกเลยไม่ได้ส่งเราเข้านอนเลยว่าแต่วันนี้เทียนหลงอยากไปเยี่ยมอาดินกับพ่อหรือเปล่าลูก?” เพราะเมื่อวานนายแพทย์กันติทัตติดผ่าตัดถึงได้กลับมาบ้านช้าไม่ทันส่งลูกชายเข้านอนซึ่งโดยปกติแล้วเขาพยายามจะหาเวลานั่งคุยกับลูกทำกิจกรรมกับลูกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้แม้มันจะเป็นกิจกรรมเล็กน้อยเช่นกินข้าวเช้าหรือส่งลูกเข้านอนในตอนกลางคืนเขาก็พร้อมที่จะทำ

“ผมอยากไปครับไม่ได้เจออาไฟมาตั้งนานแล้ว” ชวนไปเยี่ยมอีกคนแต่เด็กน้องกลับพูดถึงคุณอาอีกคนเสียนี่อย่าว่าแต่ลูกเลยที่คิดถึงอคิราห์เขาที่อยู่โรงพยาบาลเดียวกันแท้ๆ ยังหาเวลาเจอตัวกันยากทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมาก็สวนกันแบบแคล้วคลาดเหมือนมีผีบังตา คุณหมอเด็กเขาก็มีคนไข้มาแอดมิดจนแน่นส่วนหมอประสาทอย่างเขาก็ยุ่งอยู่กับงานผ่าตัดและดูและเรื่องกายภาพบำบัดให้คนไข้พิเศษซึ่งแม้ไม่ได้เป็นงานที่ถนัดและไม่ได้เป็นหน้าที่แต่เป็นเพราะแผ่นภพเป็นครอบครัวของคนรักกันติทัตจึงเต็มใจ

“ถ้าอย่างนั้นกินข้าวเสร็จแล้วเราออกไปกันเลยนะ”

“ครับคุณพ่อ” เด็กน้อยตอบพลางพยักหน้ารับรู้ก่อนจะลงมือกินอาหารเช้าของตนเองที่คุณย่ามักจะเตรียมไว้ให้ทุกๆ เช้า

“เทียนหลงลงมาแล้วเหรอลูกย่ากำลังจะเดินขึ้นไปดูพอดีคุณพ่อบอกแล้วใช่ไหมคะว่าจะไปข้างนอกกัน?” คุณอาภาพรเดินมาหอมแก้มหลานชายก่อนจะนั่งลงเพื่อจัดการอาหารเช้าของตัวเองบ้างเนื่องจากเมื่อครู่มัวแต่ไปจัดการเรื่องซุปที่จะให้ลูกชายถือไปฝากบ้านกรคุณานนท์

“แล้วคุณย่าไม่ไปกับผมเหรอครับ?” เมื่อเห็นคุณย่ายังอยู่ในชุดลำลองสำหรับอยู่บ้านเด็กน้อยก็อดถามด้วยความสงสัยไม่ได้

“ย่ามีงานบ้านต้องทำหลายอย่างเทียนหลงไปกับคุณพ่อนะคะแล้วย่าจะรออยู่ที่บ้านนะ” เมื่อคุณย่าพูดแบบนี้เด็กน้อยก็เข้าใจได้ดีและไม่งอแงที่ไม่มีท่านไปด้วยเพราะถึงตัวเองจะมีอายุไม่ถึงเจ็ดขวบแต่ก็ถูกอบรมและสอนมาอย่างดีจากผู้เป็นบิดาและคุณย่าเลยทำให้เข้าใจอะไรได้ง่ายกว่าเด็กๆ ในวัยเดียวกัน

เทียนหลงเป็นเด็กที่มีพัฒนาการพูดได้ตั้งแต่อายุไม่ถึงแปดเดือนส่วนพัฒนาการต่างๆ ก็เป็นไปอย่างก้าวกระโดดซึ่งตอนแรกมันทำให้กันติทัตออกจะกลุ้มใจเพราะกลัวลูกจะผิดปกแต่แต่เมื่อพาลูกไปพบอาจารย์หมอซึ่งเป็นอาจารย์ของ อคิราห์มาท่านก็บอกว่าไม่มีอะไรต้องหน้าเป็นห่วงเด็กน่าจะได้ยีนส์เด่นมาจากผู้ให้กำเนิดที่ต้องระวังคือการเลี้ยงดูเพราะกรกันต์ออกจะเรียนรู้อะไรได้ไวกว่าเด็กทั่วไปเลยค่อนข้างที่จะต้องรัดมัดระวัง

จะว่าไปแล้วมีอีกคนที่ต้องขอบคุณที่ช่วยเขาเลี้ยงลูกมาตั้งแต่แกยังเล็กๆ เลยก็คือคุณหมออคิราห์ที่แม้ตอนแรกอาจจะดูตั้งแง่กับกรกันต์อยู่บ้างแต่เมื่อได้ใช้เวลาอยู่กันมากๆ เข้าก็กลายเหมือนเป็นเพื่อนซี้ต่างวัยที่เข้าขากันดีแทบทุกอย่างมีความเห็นตรงกันแทบจะทุกเรื่อง

หลังมื้อเช้าอาจารย์หมอขวัญใจแม่ยกนางพยาบาลทั้งสาวและสาวเหลือน้อยก็พาลูกชายเดินทางมาถึงห้องพักผู้ป่วยที่แผ่นภพพักฟื้นอยู่โดยก่อนพาลูกชายเดินทางมาหาเขาก็ถามทางอคิราห์แล้วว่าพี่ชายสะดวกให้เข้าเยี่ยมแล้วหรือยังเมื่อได้คำตอบว่ามาได้เขาเลยพาลูกชายมาวันนี้นี่แหละ

“สวัสดีครับคุณย่าผิง” เด็กชายตัวน้อยยกมือประนมขึ้นทำความเคารพผู้ใหญ่ทันทีโดยไม่ต้องต้องบอกต้องสอนทั้งนี้ความดีความชอบต้องยกให้คุณอาภาพรที่อบรมกรกันต์มาอย่างดี

“สวัสดีครับคุณแม่ แม่ผมตุ๋นซุปบำรุงมาฝากครับ” กันติทัตส่งหม้ออวยใส่ซุปอุ่นๆ ที่มารดาตั้งใจตุ๋นข้ามวันข้ามคืนมาให้ซึ่งคุณพิมพ์อุมาก็ยิ้มรับเพราะน้ำซุปของมารดาคุณหมอนี่แหละที่ช่วยทำให้ลูกชายของเธอเจริญอาหารขึ้นมากพอสมควร

“สวัสดีค่ะฝากขอบคุณคุณแม่ด้วยนะคะ น้องกรไม่เจอกันไม่เท่าไหร่ดูสูงขึ้นผิดหูผิดตาเลยนะลูก คุณหมอน้องกรนั่งก่อนค่ะพี่ดินเขาเพิ่งหลับไปอีกรอบส่วนน้องไฟก็เพิ่งออกไปดูคนไข้แม่เลยออกมาหาอะไรทำ” คุณพิมพ์อุมากำลังปอกผลไม้เตรียมไว้ให้ทั้งลูกชายและบรรดาคนที่เข้ามาเยี่ยมเพราะเธอไม่สามารถทำตัวให้อยู่เฉยๆ โดยไม่ฟุ้งซ่านได้

“วันนี้อาการเป็นยังไงบ้างครับยังหงุดหงิดฉุนเฉียวอยู่บ้างหรือเปล่า อาการปวดมีปวดเพิ่มจุดใหม่ๆ ไหมครับ?” ถึงจะมาเยี่ยมแต่ด้วยความเป็นหมอกันติทัตก็อดไม่ได้ที่จะถามถึงอาการคนป่วยจะได้เอาไปปรึกษากับคุณหมอท่านอื่นที่ร่วมรับผิดชอบดูแลรักษาผ่านภพด้วยกันอีกทีหนึ่ง

“ถ้าเรื่องปวดก็คงจะมีแต่ปวดที่แผลที่ผ่าตัดนั่นแหละค่ะส่วนเรื่องหงุดหงิดไม่ค่อยมีให้เห็นจะมีก็แต่ใจร้อนอยากจะทำกายภาพบำบัดไวๆ” คุณพิมพ์อุมาถึงกับถอนหายใจในความใจร้อนของลูกชายคนโต

“เข้าใจเขาหน่อยครับคุณแม่คนเคยร่างกายแข็งแรงทำอะไรคล่องแคล่วแต่ต้องมานอนแบ็บติดอยู่กับเตียงก็ย่อมหงุดหงิดเป็นธรรมดาต้องรอให้แผลผ่าตัดดีขึ้นสักหน่อยก่อนถึงจะเริ่มทำกายภาพได้เดี๋ยวผมจะฝากให้หมอกับนักกายภาพเขามาประเมินร่างกายให้อีกทีไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ” ที่พูดนั้นไม่ได้แค่จะปลอบใจให้ญาติคนไข้คลายกังวลแต่ทั้งหมดนั้นเป็นไปตามขั้นตอนการรักษา

“เบื่อไหมลูกน้องกรมานั่งฟังผู้ใหญ่คุยกันแบบนี้” เมื่อผู้ใหญ่ปรึกษาหารือกันจบลงก็หันมาใส่ใจเด็กน้อยที่นั่งเงียบๆ ฟังอยู่

“ไม่เบื่อครับแต่ผมอยากเจออาไฟเร็วๆ” เด็กน้อยไม่ได้เบื่ออะไรกับการที่ตั้งนั่งอยู่เฉยๆ ฟังผู้ใหญ่คุยกันเพราะพื้นฐานของกรกันต์นั้นไม่ใช่เด็กที่อยู่ไม่นิ่งปกติเวลาอยู่บ้านถ้าไม่นั่งดูโทรทัศน์เงียบๆ เด็กชายก็ชอบที่จะนั่งทำแบบฝึกหัดเสริมทักษะไม่ก็ต่อจิ๊กซอว์มากกว่าแต่จะชอบมากถ้าถึงเวลาต้องไปเรียนเตะฟุตบอลที่สนามหรือไปเรียนว่ายน้ำ

“เดี๋ยวย่าโทรหาอาไฟให้นะลูกแต่ขอไปดูอาดินก่อนว่าตื่นหรือยังนะ” ห้องพักแบบพิเศษของโรงพยาบาลเป็นแบบที่ห้องพักของคนไข้อยู่ด้านในและส่วนของญาติจะอยู่ด้านนอกแยกออกมาชัดเจนมีไว้ให้บริการสำหรับคนไข้ที่มีญาติมาเยี่ยมเยอะๆ และต้องการความเป็นส่วนตัว

“พี่ดินตื่นแล้วเหรอลูกอยากเข้าห้องน้ำหรือเปล่า?” พอเปิดประตูเข้าห้องพักคนไข้พิมพ์อุมาก็เห็นลูกชายนอนลืมตาอยู่บนเตียงก่อนแล้วจึงรีบเข้ามาช่วยปรับหัวเตียงขึ้นให้อยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน

“ไม่ปวดครับแม่ ผมได้ยินเสียงเหมือนแม่คุยกับใครเลย?” เพราะตัวเองหลับๆ ตื่นๆ ไม่ได้หลับสนิทอีกทั้งยังเป็นคนที่ประสาทสัมผัสไวแผ่นภพจึงรู้สึกตัวตื่นตั้งแต่มีคนเข้ามาคุยกับมารดาแล้ว

“พี่หมอกับน้องกรมาเยี่ยมค่ะมีซุปจากคุณแม่ของพี่หมอมาฝากด้วยนะพี่ดินอยากกินเลยหรือเปล่า?” มารดาถามด้วยความเอาใจใส่

“เดี๋ยวก่อนก็ได้ครับแม่ยังรู้สึกตื่นไม่เต็มตาเลย” เพราะบางช่วงบางตอนหมอยังคงให้มอร์ฟีนเพื่อระงับปวดที่มีผลข้างเคียงให้แผ่นภพเบลอๆ อยู่บ้างเลยยังไม่ค่อยอยากอาหารทันทีที่ตื่นสักเท่าไร

“ถ้าอย่างนั้นแม่โทรหาน้องไฟก่อนว่าว่างแล้วหรือยังน้องกรเขามารอนานแล้วเดี๋ยวพี่หมอจะเข้ามาเยี่ยมนะพี่ดิน” ถึงมือซ้ายจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแต่มือขวาก็ยังคงดึงกระดาษเช็ดหน้าแบบเปียกออกมาเช็ดหน้าเช็ดตาให้ลูกชายไปด้วยโดยที่แม่อาจจะทำเพราะต้องการดูแลแต่คนเป็นลูกกลับรู้สึกเหมือนสร้างบาปกรรมที่ทำให้บุพการีต้องทุกข์ยากลำบากทั้งใจและกาย

“ไม่ต้องคิดมากนะคะพี่ดินทุกคนเต็มใจดูแลเรานะขอแค่รักษาตัวเองให้หายไวๆ ก็พอ อ้อน้องไฟกำลังมานะคะมาพร้อมกับหนูลูกอินด้วยพี่ลมไปรับน้องมาจากโรงแรมของพี่อุ่น” เนื่องจากตอนนี้อินนาราภรรยาของแผ่นภพกำลังตั้งครรภ์ทุกคนเลยลงความเห็นว่าไม่ควรจะอยู่ที่โรงพยาบาลนานๆ จึงอาศัยเทียวไปเทียวมาโดยพึ่งพาสารถีคือน้องชายทั้งสามของสามี

แม้บางครั้งอินนาราจะกลับไปพักที่บ้านไร่แต่ส่วนมากทุกคนจะพยายามให้พักอยู่โรงแรมของคิมหันต์ลูกพี่ลูกน้องที่อยู่ในเมืองมากกว่าเพราะจะได้ต้องเสี่ยงเดินทางไกลนานๆ ให้กระทบกระเทือนถึงลูกในท้อง

“ครับคุณแม่” แผ่นภพระบายยิ้มจางๆ ให้มารดาก่อนจะปรับสีหน้าของตัวเองให้เรียบเฉยเช่นเดิมเพื่อรอเวลาที่แขกที่คุ้นเคยกันดีจะเข้ามาเยี่ยม

ความคิดเห็น