ผู้บำเพ็ญเพียรภายในถ้ำ
email-icon

ฝากนิยายด้วยน้า

ตอนที่ 27 จัดฉาก

ชื่อตอน : ตอนที่ 27 จัดฉาก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.5k

ความคิดเห็น : 24

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ส.ค. 2562 09:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 27 จัดฉาก
แบบอักษร

"ฉันคิดว่ามันไม่จำเป็นแล้วละคาซึคุง ฉันน่าจะพอควบคุมมันได้แล้วละ"

 

 

 

ฮินาโมริกล่าวด้วยรอยยิ้มบางๆ คาซึยะที่วางแผนจะหวดก้นสาวน้อยนางนี้ก็ทำหน้าเซ็งเล็กน้อย ดูเหมือนแฟนสาวจะรู้ทันถึงแผนการอันชั่วร้าย

 

 

 

'ถ้าเราเปิดเผยซูซาโนโอะในการต่อสู้แทนน่าจะได้เอาคืนแท้ๆ ดูเหมือนเราจะรีบร้อนไปนิด'

 

 

 

"เอาละจะกลับกันเลยไหมฉันจะได้ไปส่ง ?"

 

 

 

"อือเอาตามนั้นก็แล้วกัน"

 

 

 

คาซึยะที่ได้แต่ยอมแพ้ในแผนการและเดินไปส่งฮินาโมริที่บ้าน ก่อนจะกลับไปยังบ้านของตนเองเพื่อพักผ่อน แต่ยังไม่ทันได้เข้าบ้านก็มีร่างชายสวมหน้ากากในชุดเอ็นบุมาหยุดเขาไว้ก่อน

 

 

 

"ท่านคาซึยะ ท่านรุ่นที่สามเรียกตัวขอรับ"

 

 

 

"เข้าใจแล้วจะไปทันที ขอบใจมากที่นำเรื่องมากบอก"

 

 

 

เอ็นบุพยักหน้าสายตาเต็มไปด้วยความชื่นชมแตกต่างจากเมื่อก่อนลิบลับ และเมื่อเอ็นบุจากไป เจ้าตัวก็เกาหัวเล็กน้อยและเดินทางไปยังสำนักงานแห่งไฟ ซึ่งเวลาเพียงพริบตาเขาก็มาถึงห้องทำงานของโฮคาเงะ ที่มีชายแก่ที่เริ่มมีผมขาวแทรกอยู่บนหัวให้เห็นมากยิ่งขึ้นนั่งรออยู่บนโต๊ะทำงาน

 

 

 

"มีอะไรหรือเปล่าปู่รุ่นสาม"คาซึยะโผล่ออกมาในห้องในชั่วพริบตา ถ้าเป็นเมื่อก่อนฮิรุเซ็นคงสะดุ้งเฮือกไปแล้ว แต่พักหลังๆมานี้เริ่มชินจึงไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก

 

 

 

"มาแล้วหรอ ดีเลยอีกสองอาทิตย์จะมีการสอบจูนิน แต่การสอบจูนินใครครั้งนี้มีสองหมู่บ้านที่จะมาเข้าร่วมด้วย นั่นก็คือหมู่บ้านคิริงาคุเระและหมู่บ้านซึนะงาคุเระ ซึ่งมันค่อนข้างมีปัญหา"

 

 

 

"ความวุ่นวายและนินสายลับอีกแล้วสินะ"

 

 

 

การสอบจูนินนั้นค่อนข้างมีปัญหา อย่างการสอบปีเมื่อสองปีที่แล้วก็มีปัญหาที่หมู่บ้านคิริงาคุเระสร้างขึ้น ดีที่มีเขาและลุงซาคุโมะไหวตัวทันและแก้ปัญหาสายลับและมือสังหารที่ลอบเข้ามาเพื่อสังหารนินจาของโคโนฮะได้แบบทันท่วงทีถ้าช้าอีกนิดโอบิโตะและไกน่าจะได้รับบาดเจ็บหนัก

 

 

 

"ก็ตามนั้น แต่คราวนี้มินาโตะยังอยู่ที่หมู่บ้านฉันจะให้เขากับซาคุโมะคุมการสอบเบื้องหน้า แต่สำหรับเธอฉันอยากให้คุมการสอบเบื้องหลังพร้อมกับชิคาคุ ดีที่ปีนี้การสอบจูนินโคโนฮะก็ยังได้รับสิทธิ์ในการเลือกสถานที่"

 

 

 

คาซึยะพยักหน้าเห็นด้วย ถ้าไปสอบในถิ่นฐานหมู่บ้านอื่นคงเกิดปัญหาตามมาไม่หยุดหย่อนและอาจถูกกับดักที่ทางหมู่บ้านอื่นวางไว้ แต่การสอบที่หมู่บ้านก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องดี เขารู้ว่าแผนของสองหมู่บ้านที่จะมาเข้าร่วมสอบนั่นก็เพื่อทำลายอัจฉริยะของหมู่บ้านโคโนฮะ

 

 

 

'การสอบปีนี้พวกรินก็ลงสอบด้วยถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นละก็'

 

 

 

"เข้าใจแล้วแต่ให้ผมเลือกคนที่จะมาทำงานด้วยตัวเองน่าจะดีกว่า ปู่ควรให้น้าชิคาคุไปช่วยเบื้องหน้าคอยวิเคราะห์แผนการ"

 

 

 

"อืม แล้วเธอจะเลือกใครบ้าง ?"

 

 

 

"แน่นอนอยู่แล้วไม่ใช่หรอ สามอัจฉริยะแห่งโคโนฮะยังไงละ"

 

 

 

"สามตัวปัญหามากกว่า เฮ้อตกลงเอาตามที่เจ้าว่า"

 

 

 

ฮิรุเซ็นเรียกเอ็นบุและสั่งให้ไปเรียกสามแสบแห่งโคโนฮะให้มาที่ห้องทำงานโฮคาเงะ ถ้าเป็นแบบต้นฉบับรุ่นที่สามคงไม่ยอมรับแน่ๆ ผิดกับตอนนึ้ที่ทั้งสามคนกลายเป็นจูนินชั้นยอดของโคโนฮะไปแล้ว คงอีกไม่เกินสองถึงสามปีพวกเขาคงกลายเป็นโจนิน

 

 

 

รอประมาณสิบนาทีก็มีร่างของเด็กสามคนเดินเข้ามาภายในห้อง ทั้งสามคือตัวปัญหาแห่งโคโนฮะ นำทีมโดยอุจิวะ โอบิโตะเด็กชายผู้สวมแว่นครอบหัว ฮาตาเกะ คาคาชิ เด็กชายชอบปิดบังใบหน้าและสุดท้ายไมโตะ ไกเด็กชายในชุดสีเขียวรัดรูป

 

 

 

"อ่าวนายก็อยู่ที่นี่ด้วยหรอคาซึยะ"

 

 

 

"ใช่เขาเป็นคนให้ฉันเรียกพวกเธอมาเอง จากนี้คาซึยะจะนำพวกเธอทั้งสามคนชั่วคราว อีกหนึ่งอาทิตย์จะมีการสอบจูนิน..."

 

 

 

ฮิรุเซ็นเริ่มอธิบายทุกอย่างให้เด็กตัวปัญหาทั้งสามคนได้ฟัง ซึ่งพอโอบิโตะได้รู้ว่าการสอบในครั้งนี้มีอันตรายมากเช่นปีที่แล้วก็เลิกทำเป็นเล่นทันที เพราะเขารู้ว่ารินแฟนสาวของเขาก็เข้าร่วมในการสอบครั้งนี้ด้วย ไหนจะกลุ่มเพื่อนเช่นอาสึมะ อังโกะ ริน ชิซึเนะ ฮายาเตะ และคุเรไนที่เข้าร่วมสอบ

 

 

 

"แล้วจะให้พวกผมทำอะไร ?"คาคาชิถามอย่างสงสัย

 

 

 

"เรื่องนี้คาซึยะจะเป็นคนบอกพวกเธอเอง แต่เธอทั้งสามคนต้องจำไว้ว่าภารกิจนี้สำคัญมากเพราะมันเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของหมู่บ้าน ระดับของมันคือ S ซึ่งถ้าพวกเธอประสบผลสำเร็จฉันจะพิจารณาเลื่อนขั้นให้พวกเธอเป็นโจนินชั้นพิเศษ"

 

 

 

ฮิรุเซ็นกล่าวย้ำด้วยสีหน้าจริงจัง แต่เขาก็มั่นใจเพราะในกลุ่มเด็กแสบมีผีน้อยแห่งโคโนฮะอยู่ด้วยจึงไม่ค่อยเป็นกังวลเท่าไหร่นัก แม้ทั้งสามจะยังเด็กแต่ความสามารถของพวกเขาก็ดีเยี่ยม นี่อาจเป็นโอกาศที่ดี ที่จะทดสอบพวกเขาด้วย

 

 

 

"ภารกิจระดับ S แม่เจ้าโว้ย"

 

 

 

หลังจากที่ทั้งสี่คนออกมาจากห้องทำงานของโฮคาเงะเจ้าโอบิโตะก็ตะโกนออกมาอย่างช่วยไม่ได้ เพราะคาซึยะคอยพูดกรอกหูเขาอยู่เสมอว่าการจะเป็นโฮคาเงะได้ไม่ใช่เพราะต้องมีความแข็งแกร่งเพียงอย่างเดียวเท่านั้นแต่เขายังต้องทำงานอย่างหนักเพื่อหมู่บ้านด้วย

 

 

 

"โอบิโตะอย่าโวยวาย อย่าลืมภารกิจนี้เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของพวกริน"คาคาชิกล่าวเตือนโอบิโตะด้วยน้ำเสียงจริง

 

 

 

"ฉันเห็นด้วยกับคาคาชิ  แต่วัยรุ่นเช่นเราไม่ควรห่อเหี่ยวและคิดมากจนเกินไป ดูอย่างคาซึยะสิ เจ้าหมอนั่นยังทำตัวสบายๆอยู่เลย"

 

 

 

ไกมองไปที่คาซึยะด้วยสายตาประกายวิ้งๆ เพราะคาซึยะ คาคาชิและโอบิโตะเป็นคู่แข่งของเขาเสมอ และสักวันเป้าหมายที่จะแข็งแกร่งเหนือทั้งสามจะต้องมาถึงในสักวันไม่วันใดก็วันหนึ่ง

 

 

 

"เจ้าหมอนั่นเป็นข้อยกเว้น มันเป็นสัตว์ประหลาดมีพลังระดับคาเงะแล้ว ถ้าเจ้าหมอนี่คิดจะเป็นโฮคาเงะทั้งชาติเจ้าโอบิโตะก็ไม่มีวันได้เป็น ดีที่เจ้าหมอนี่สนับหนุ่นเจ้าเซ่อนี่แทน"คาคาชิขัดไกและแกล้งแหย่เจ้าโอบิโตะเล็กน้อย

 

 

 

"หนอย~นายว่าไงนะเจ้าบ้า ต่อให้เจ้าคาซึยะจะแข็งแกร่งแต่คนที่จะเป็นโฮคาเงะได้ก็คือฉันต่างหาก เพราะฉันมีเนตรวงแหวนสามโทโมเอะแล้ว!"

 

 

 

โอบิโตะเปิดเนตรในขณะที่เดินยืดอกอย่างภาคภูมิใจ แน่นอนว่าคาซึยะเหล่มองก่อนจะถอยหายใจ ดูเหมือนจะถึงเวลาที่จะต้องบอกเจ้านี่แล้ว และพอทั้งสี่ออกจากสำนักงานแห่งไฟคาซึยะที่เงียบมานานจู่ๆก็พูดขัด

 

 

 

"คือว่านะโอบิโตะ ถึงตอนนี้นายจะมีสามโทโมเอะแล้วแต่ก็ใช่ว่านายจะเป็นที่สุดของสายเลือดอุจิวะหรอกนะ"

 

 

 

"หมายความว่ายังไง หรือเนตรวงแหวนยังมีขั้นต่อไปอีก ?"โอบิโตะถามอย่างสงสัย แต่ในใจกับรู้สึกตื่นเต้น ถ้าเป็นนั้นจริงตระกูลอุจิวะต้องแข็งแกร่งมากแน่ๆ

 

 

 

"ใช่ถ้านายเบิกเนตรขั้นต่อไปได้ จักระของนายจะไต่ขึ้นไปสู่เสมือนคาเงะไม่ก็ระดับคาเงะเลยก็ได้ แต่มันติดเงื้อนไขอยู่สองอย่าง"

 

 

 

"มันคืออะไร บอกมาเร็ว..."

 

 

 

"ความรักและ..."คาซึยะพูดถึงตรงนี้ก็หยุดลง ซึ่งโอบิโตะก็รู้สึกแปลกใจ ว่าทำไมเพื่อนของเขาถึงไม่พูดต่อ

 

 

 

"และอะไร ?"

 

 

 

"การสูญเสียความรักนั้นหรือก็คือคนสำคัญสำหรับนายต้องตายต่อหน้าต่อตานายเท่านั้น นั่นเป็นเงื้อนแรกในการเปิดนรก และการเข้าสู่รูปแบบต่อไปของเนตรวงแหวน เนตรวงแหวนกระจกหมื่นบุปผา และยิ่งคนที่ตายสำคัญต่อนายมากขึ้นเท่าไหร่พลังของนายก็จะยิ่งทรงพลังมากขึ้นเท่านั้น"

 

 

 

"ระ เรื่องแบบนี้มัน ฮ่าๆ นายล้อฉันเล่นใช่ไหมคาซึยะ ฉันรู้ทันนายนะ..."

 

 

 

"คาคาชิ ไกพวกนายกลับไปก่อนโอบิโตะนายมากับฉัน"

 

 

 

ไม่รอให้คาคาชิและไกพูดขัดคาซึยะก็ลากโอบิโตะหายไปด้วยความเร็วสูง แน่นอนว่าจุดที่เขาพาไปนั่นก็คือห้องทดลอง ส่วนที่เขาไม่ได้พาคาคาชิและไกมาด้วยเพราะยังไม่ถึงเวลา

 

 

 

"ที่นี่ที่ไหน ?"โอบิโตะกวาดตามองห้องแปลกๆ ที่เขาไม่เคยเห็นอย่างสงสัย

 

 

 

"ห้องทดลองของฉันน่ะ แล้วก็เรื่องเนตรที่ฉันบอกไปทั้งหมดนั่นฉันไม่ได้โกหกนายเลยโอบิโตะ สายเลือดอุจิวะจะแข็งแกร่งได้ก็ต่อเมื่อพวกเขามีความเกลียดชังหลังจากสูญเสียความรักนั้นไป รู้แบบนี้แล้วนายยังอยากได้มันอยู่หรือเปล่า ?"

 

 

 

คาซึยะกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังจนโอบิโตะยังรู้สึกเกร็งไปทั้งตัว พอเขาลองคิดถึงคำพูดของคาซึยะเมื่อครู่อารมณ์ตื่นเต้นก็หายวับไปกับตา ไม่ใช่ว่าสายเลือดอุจิวะและเนตรวงแหวนจะทรงพลังหรอกหรอ ทำไมมันถึงมีเงื้อนไขที่น่าขยักแขยงแบบนี้!!

 

 

 

"ไม่ฉันไม่อยากได้มัน ต่อให้ฉันไม่แข็งแกร่งขึ้นเลยก็ตาม และต่อให้ฉันไม่ได้กลายเป็นโฮคาเงะด้วย สำหรับฉันการทิ้งเพื่อนและคนที่สำคัญมันไม่ต่างอะไรจากพวกเศษสวะ"

 

 

 

'ก็คิดไว้แล้วว่าเจ้าหมอนี่ต้องพูดแบบนี้'

 

 

 

"ดี! นายผ่านเงื้อนไข ฉันจะเป็นคนช่วยนายเปิดนรกเอง แต่จำไว้อย่างหนึ่งห้ามบอกเรื่องนี้กับใครโดยเด็ดขาด โดยเฉพาะคนจากตระกูลอุจิวะ"

 

 

 

กล่าวเตือนด้วยสีหน้าจริงจังเนตรของคาซึยะเริ่มกลายเป็นสีแดงฉานสามโทโมเอะโผล่ออกมาก่อนจะเริ่มหมุนวนและเปรเปลี่ยนรูปลักษณ์ที่แปลกประหลาดซึ่งโอบิโตะผู้ไม่เคยเห็นลายแปลกๆแบบนี้มาก่อนรู้สึกสงสัยไม่น้อย

 

 

 

"จากนี้จงหลับไปสักพักนะโอบิโตะ"

 

 

 

คาซึยะมองโอบิโตะที่ยืนหลับกลางอากาศไปเล็กน้อยก่อนจะเริ่มทำอะไรบางอย่าง เขานำร่างไร้ชีวิตที่ถูกสร้างมาคล้ายตัวเขา มาแต่งตัวให้เรียบร้อยก่อนจะใช้มือแทงร่างโคลนของตัวเองและควักหัวใจเลือดสาดกระจายไปทั่วพื้น

 

 

 

เมื่อเสร็จแล้วก็เริ่มปรับแต่งท่าทางของโอบิโตะ และร่างโคลนให้อยู่ในสภาพคล้ายคนกำลังต่อสู้กัน ในขณะที่มือขวาของโอบิโตะแทงทะลุหัวใจออกมาถึงด้านหลัง ก่อนจะนำหัวใจของร่างโคลนไปไว้ในมือขวาของโอบิโตะ นี่เป็นการจัดฉากและให้เพื่อสมจริงเขาต้องลงรุนลงแรงเป็นอย่างมากเพื่อการนี้ 

 

 

 

"ที่เหลือก็แค่ใช้คาถาย้ายวิญญาณ"

 

 

 

คาซึยะเดินออกจากห้องไปและยืนอยู่ข้างหลังประตู เขาไม่รู้ว่าการจัดฉากในครั้งนี้มันจะสำเร็จหรือไม่ แต่ก็ต้องลองดูก่อน เขาเริ่มทำหน้าจริงจังและหลับตาประสานอิน

 

 

 

"คาถาย้ายวิญญาณ แค่กๆ เจ็บชะมัดที่คือความรู้สึกของคนที่กำลังจะตาย ?"

 

 

 

ร่างโคลนที่เคยว่างเปล่าค่อยๆ เคลื่อนไหวแม้จะเจ็บเจียนตายแต่เขาก็ยังอดทนและประสานอินเพื่อคลายการสะกดโอบิโตะไว้ จากนั้นการเล่นละครก็เริ่มขึ้น!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น