OLIVIA / CLAZZICAL

ขอบคุณนักอ่านที่น่ารักทุกคนที่แวะเข้ามาอ่านผลงานของเรานะคะ ♥

04 :: FIRST DAY FOR YOU BABE :: [2/3]

ชื่อตอน : 04 :: FIRST DAY FOR YOU BABE :: [2/3]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.7k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ส.ค. 2562 19:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
04 :: FIRST DAY FOR YOU BABE :: [2/3]
แบบอักษร

04  

:: FIRST DAY FOR YOU BABE ::  

[2/3] 

 

 

พูดจริงนะ ถ้ามีคนรู้ว่าผมเคยเป็นเมียพี่มันผมจะเอาหน้าไว้ที่ไหน และแน่นอนว่าผมก็ไม่เอาพี่มันไว้เหมือนกัน สิทธิขาดของเขาอยู่ที่ผม คุณจอมคนนี้คือผู้กุมชะตากรรมและอนาคตของเขาไว้ แต่อย่าให้ผมต้องทำลายอนาคตใครเลยผมไม่อยากทำหรอก หวังว่าเราจะอยู่กันได้อย่างสงบสุขนะพี่มาร์ติน

“ก็ได้ น้องว่าไงพี่ก็ว่างั้น พี่ก็จะดูแลน้องจนกว่าน้องจะเชื่อว่าพี่ไม่เหมือนผู้ชายคนอื่น”

“ผมดื้อนะ พี่ไหวเหรอ?”

“ก็ลองดู แล้วน้องคิดว่าพี่เอาน้องไม่อยู่เหรอ?”

เขาพูดไปอมยิ้มไปจนน่าหมั่นไส้ พอดันประตูขึ้นไปครบทุกบานแล้วก็หันมาผายมืออันเชิญให้ผมเข้าไปด้านใน จังหวะที่พี่มาร์ตินตวัดสายตามามองผม มันมีแววความชั่วร้ายสอดประสานอยู่ในดวงตาเรียวเล็กคู่นั้น ผมหลุบตามองริมฝีปากนั่นคลี่ยิ้มจนเห็นเขี้ยวทั้งสองข้างก็ได้แต่เม้มปากแน่นแล้วเบือนหน้าหนี เพราะไอ้ริมฝีปากคู่นี้ที่ปลุกปั่นผมคืนนั้นไงทำให้อะไรมันวุ่นวายขนาดนี้

“พี่ ไปซื้อข้าวให้หน่อย ผมหิว อ่ะนี่เงิน จะกินอะไรก็ซื้อมาแล้วกันผมเลี้ยง”

“หน้าที่เด็กฝึกงานเหรอ?”

พี่มันขมวดคิ้วเหมือนไม่พอใจที่ผมใช้เขานอกเหนือการทำงาน แต่นั่นทำให้ผมรู้สึกดียามที่ทำพี่มันของขึ้นได้ ที่จริงเขาน่าจะด่าผมตั้งแต่ผมมาสายแล้วด้วยซ้ำ เวลาเข้างานคือแปดโมงครึ่งแต่ผมมาถึงนี่เกือบสิบเอ็ดโมง เขานั่งรอผมสามชั่วโมงแทนที่จะบ่นผมแต่ไม่เลย ไม่บ่นสักคำ มันทำให้ผมหงุดหงิดที่ทำอะไรพี่เขาไม่ได้ แต่ถ้าเขาจะไม่พอใจที่โดนใช้ ผมก็จะใช้เขาบ่อยๆ แล้วกัน

“ไปซื้อให้ผมไม่ได้เหรอ ไหนว่าจะดูแลกันไง ผมหิวข้าวจะตายอยู่แล้วเนี่ย”

“ก็ได้ เอาอะไรล่ะ?”

คำตอบสั้นๆ ที่ทำให้ผมสะใจชะมัด สุดท้ายก็ยอมนี่หว่า ดีแล้ว จะมาเป็นเมียผมก็ต้องว่าง่ายแบบนี้น่ะถูกต้องที่สุด ผมว่าผมจะทำให้พี่มันเคยชินกับการปรนนิบัติผม จากนั้นก็จะค่อยๆ ต้อนมันขึ้นเตียง หึๆ ๆ

“เอาอะไรก็ได้ไม่เผ็ด”

ผมมองแผ่นหลังกว้างเดินหายไปด้วยความสนุกสนาน ก่อนเดินเข้าห้องกระจกหรือก็คือในส่วนห้องสำนักงานนั่นแหละ ตอนที่นี่ยังเป็นคาร์แคร์อยู่ห้องนี้เอาไว้รองรับลูกค้า แต่ตอนนี้กลายเป็นห้องพักของผมและห้องแต่งตัวไปแล้ว รอบด้านมีผ้าม่านปิดแน่นหนา ผมเปิดแอร์ให้เย็นฉ่ำแล้วจัดการถอดกางเกงยีนส์ตัวที่ใส่มาออก คว้าชุดหมีสีเทามาสวมใส่ท่อนล่างไว้แทนกางเกงยีนส์ราคาแพงของผม ส่วนท่อนบนผมก็ถอดเสื้อเชิตที่ใส่มาออกแล้วคว้าเสื้อยืดธรรมดามาใส่

คือมันเป็นชุดทำงานของผมเอง ถ้าทำงานที่แค่ถอดอะไหล่ออกมาซ่อมผมจะสวมชุดหมีแค่ท่อนล่างแล้วละให้ส่วนแขนและช่วงตัวกองอยู่ที่เอว เอาไว้เช็ดมือน่ะครับ แต่ถ้าวันไหนต้องลุยน้ำมันผมก็จะสวมชุดหมีเต็มตัว เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำมันโดนผิวโดยตรง ผมมีตู้เสื้อผ้าของตัวเองที่นี่เลยเพราะมันต้องเปลี่ยนทุกวัน แต่ชุดไหนเลอะมากผมก็ไม่ซักนะ ใส่รอบเดียวแล้วทิ้งเลย ผมไม่ชอบใส่เสื้อผ้าที่มีตำหนิน่ะครับ ส่วนมากจะซื้อใหม่มาใส่ตลอด

เมื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จผมก็เดินออกมาดูรถแข่งที่จอดสลบอยู่ในอู่สองคัน คันหนึ่งน็อคคาสนามเพราะผมเร่งความเร็วจนเครื่องมันฮีท พอปรับสมดุลความร้อนไม่ทันมันเลยน็อคดับไปดื้อๆ ส่วนอีกคันผมกำลังปรับช่วงล่างเสียใหม่ เหมือนศูนย์ถ่วงช่วงล่างมันมีปัญหานิดหน่อยตอนขับมันรู้สึกขัดใจ

ตึก ตึก ตึก

“อ่ะน้อง กินข้าวก่อนค่อยทำงาน”

ขณะที่ผมกำลังยืนค้ำแขนกับกระโปรงรถ กวาดสายตามองสำรวจอะไหล่แต่ละชิ้นอยู่นั้นพี่มาร์ตินก็เดินกลับมาพร้อมกับข้าวสองกล่องที่ใส่มาในถุงก๊อบแก๊บใส ส่วนอีกถุงผมเห็นขนมมากมายอยู่ในนั้นรวมถึงน้ำอัดลมด้วย แต่ผมไม่ได้สั่งให้เขาซื้อเลยนะ

“ชอบกินช็อกโกแลตเหมือนกันเหรอพี่?”

“เปล่า ซื้อมาให้ พี่เห็นว่าน้องชอบกินของหวาน”

“รู้ดี แต่ก็ใช่แหละ วันไหนถ้าไม่ได้กินแล้วจะหงุดหงิดเป็นพิเศษ แล้วพี่ซื้อข้าวอะไรมาให้ผม”

“ผัดคะน้าปลากระป๋อง”

“ผมไม่กินผัก ไปซื้อมาใหม่เลย”

ผมอมยิ้มที่รู้ว่าจะแกล้งพี่มาร์ตินได้อีกรอบ คือผมไม่ชอบกินผักจริงๆ ครับไม่ใช่ว่าพูดเพื่อจะแกล้งเขาอย่างเดียวเสียเมื่อไหร่

“คิดเผื่อไว้แล้ว งั้นเอาข้าวผัดกุ้งพี่ไปก็ได้เดี๋ยวพี่กินผักแทนน้องเอง”

อะ อ้าว งี้ก็แกล้งไม่สำเร็จสิ พี่มันจับทางผมได้เหรอ?

“พี่รู้ว่าผมไม่กินผักด้วยเหรอ?”

“เปล่า แค่คิดว่าน้องอาจจะมามุกนี้พี่เลยกันไว้ อ้อ แล้วเงินที่น้องให้พี่ไม่ใช้นะ พี่เลี้ยงน้องเอง ขนมนี่พี่ก็ซื้อมาเยอะมากพอที่น้องจะกินได้ทั้งวันโดยไม่หาเรื่องใช้พี่อีก”

“ไม่ต้องมาเลี้ยงผม ผมรวยกว่าพี่เยอะ แค่ค่าแท็กซี่จากบ้านมานี่ก็เสียไปหลายบาทแล้วปะวะ ยังจะมาเลี้ยงอะไรผมอีก ตอนเย็นนั่งรถกลับบ้านก็ต้องขึ้นทางด่วนใช่ไหมล่ะเพราะรถมันติด เก็บเงินค่าข้าวที่เลี้ยงผมไปจ่ายทางด่วนเถอะ”

“น้องรู้เหรอว่าบ้านพี่อยู่ไหน?”

ไอ้เชี่ยเอ๊ย หลุด! กูหลุดปากมากไปทำม๊ายยยยย!! คือผมคุยกับชมพู่เมื่อวานแล้วชมพู่บอกว่าพี่มาร์ตินบ่นๆ ว่าค่ารถมาฝึกงานแพงอะไรแบบนั้น เหมือนบ้านเขาไกลจากที่นี่พอสมควร ครั้นจะนั่งรถเมล์มามันก็ต้องต่อสองสามสายกว่าจะถึง เขาเลยเลือกมาแท็กซี่เพื่อความสะดวกแต่ก็แลกกับค่าเงินที่เสียไปในแต่ละวัน ในเมื่อผมรวยกว่า มีเงินมากกว่า ไม่จำเป็นต้องให้เขามาเลี้ยงข้าวเลี้ยงขนมหรอก ไม่ต้องมาคิดว่าเป็นพี่อายุมากกว่าต้องเลี้ยงคนที่อายุน้อยกว่าทุกคน ผมไม่ถือเรื่องนั้น กำลังทรัพย์คนเราไม่เท่ากันครับ ผมเองก็ไม่อยากเบียดเบียนใคร ที่ทำไปก็ช่วยเหลือเขาทั้งนั้น ให้พี่มันมีเงินจ่ายค่าแท็กซี่ไง

“ไม่รู้หรอกว่าบ้านพี่อยู่ไหน ผมเดา ยังไงก็ช่างเอาเป็นว่าค่ากินของพี่ผมจัดการเอง ถือว่าเป็นสวัสดิการของที่นี่”

“น้องเป็นเจ้าของที่นี่เหรอ พี่สงสัยมานานแล้วว่าทำไมคนอื่นเรียกน้องว่าคุณ แล้วพี่ต้องเรียกว่าคุณจอมด้วยไหม?”

“ป๊าเป็นเจ้าของที่นี่ อีกหน่อยที่นี่ก็ตกเป็นของผมตามที่แบ่งมรดกกันน่ะนะ ที่บ้านรวยอ่ะ เป็นเจ้าของอะไรหลายอย่างแต่ผมไม่จำเป็นต้องบอกพี่ แล้วไม่ต้องเรียกผมว่าคุณจอมด้วย เรียกปกติแบบที่พี่เรียกนั่นแหละ”

“อื้ม กินข้าวกันเถอะ พูดมากจนลมเข้าท้องหมดแล้วมั้ง”

เออ รู้สึกเหมือนกันว่าตัวเองพูดมากผิดปกติ ผมพยักหน้าให้พี่มันส่งๆ ก่อนลากสายตามาสนใจรถต่อ ละมือไปตามสายน้ำมันพลางใช้ความคิดว่าจะทำยังไงให้ส่งน้ำมันไปที่ลูกสูบได้ไว ทำให้มันทำงานเร็วขึ้นและสอดคล้องกับการเร่งเครื่อง คือผมชอบรถมากอย่างที่บอก ซ่อมรถเองเป็นตั้งแต่เด็ก โตมาหน่อยก็แข่งรถ ทำรถไปแข่งเอง มีสนามแข่งเองด้วยเช่นกัน

รถทุกคันผมซ่อมเองแต่งเองกับมือ ด้วยความชอบของผมที่มันเห็นได้ชัด ป๊าเลยส่งผมไปอยู่อู่ซ่อมรถแข่งที่อเมริกาตั้งหลายเดือนเพื่อต่อยอดความฝัน ผมจำทุกอย่างมาประยุกต์ทำเองจนได้ และเมื่อผมสนใจงานของตัวเองมันทำให้ผมเข้าสู่ภวังค์ความคิดจนไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ลืมไปแล้วว่าข้างกายผมมีใครอีกคนอยู่ด้วย ถ้าพี่มาร์ตินไม่คว้าแขนผมตอนที่ผมกำลังจะเอนหลังทาบเจ้าล้อเลื่อนที่จะไถตัวไปใต้ท้องรถ ผมก็ลืมว่าพี่มันยังอยู่

“อะไรพี่ ตกใจหมด”

“มากินข้าวก่อน”

“เออ ขอทำรถก่อนแป๊บนึง”

“น้องเป็นโรคกระเพาะไม่ใช่เหรอ เป็นแล้วยังไม่ยอมกินข้าวตรงเวลาอีก”

“พี่รู้ได้ยังไงว่าผมเป็นโรคกระเพาะ?”

_________________ 

TALK 

ฮ่อยยยยยยย น่ารักอ่ะ พี่ตินขี้เอาใจใส่จังอ่ะ น้องก็ขี้ดื้อ ฮึ่มๆ ว่าแต่รู้ได้ยังไงว่าพี่ตินบ้านอยู่ไหน แล้วพี่มันรู้ได้ไงว่าเจ้าจอมเป็นโรคกระเพาะ หึๆ หล่อนมีพิรุธอีกแล้วนะ 

 

นิยายเรื่องนี้ตัวละครเป็นเพื่อนกับเรื่อง 'KNOCK OUT ENGINEERING วิศวะเกียร์มัว' นะคะ 

ฟีลกู๊ด น่ารัก ฟินจิกหมอน และมีความโซแดมฮอตเหลือเฟือมาก เพราะพระนางโซหลัวทั้งคู่เลย อิอิ 

 

มาหวีดกันได้ที่แฮชแท็กทวิตเตอร์ #วิศวะเกียร์พยศ 

นิยายเรื่องนี้รูปเล่มออกงานหนังสือเดือนตุลาคม 

 

ติดตามนักเขียนได้ที่  

FACEBOOK FANPAGE : CLAZZICAL[สำหรับผลงานนิยายวาย] 

FACEBOOK FANPAGE : OLIVIA [สำหรับผลงานนิยายนอมอล] 

TWITTER : @SiraClazzical 

 

คอมเมนต์มีผลต่อกำลังใจนักเขียนเสมอ 

1 คอมเมนต์ 1 กำลังใจนะคะ 

(คอมเมนต์เยอะจะมาอัปให้ไว) 

 

*เนื้อหาส่วนที่อัปนี้ยังไม่ได้ทำการแก้คำผิดใดๆ  

โดยปกติจะพิมพ์จบเรื่องแล้วส่งพิสูจน์อักษรทีเดียว  

ดัังนั้นหากอ่านไปแล้วเจอคำผิดทำให้หงุดหงิดใจต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ* 

ความคิดเห็น