ผู้บำเพ็ญเพียรภายในถ้ำ
email-icon

ฝากนิยายด้วยน้า

ตอนที่ 26 วิชาใหม่ของฮินะและซูซาโนโอะ

ชื่อตอน : ตอนที่ 26 วิชาใหม่ของฮินะและซูซาโนโอะ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.2k

ความคิดเห็น : 24

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ส.ค. 2562 08:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 26 วิชาใหม่ของฮินะและซูซาโนโอะ
แบบอักษร

หลังจากนั้นคาซึยะได้ทำกระสุนวงจักรอีกรูปแบบหนึ่ง มันเป็นกระสุนวงจักรล่องหนต้นแบบของเด็กเจ้าปัญหาหลานชายของมินาโตะในอนาคตซึ่งเหมาะกับคาคาชิ และบอกหลักการทั้งสองให้แก่มินาโตะ

 

 

 

เพื่อให้เขาได้เอาไว้ใช้สอนลูกศิษย์ของเขา ส่วนรินคงไม่ได้ใช้กระสุนวงจักระเป็นหลัก เธอน่าจะได้ใช้พลังช้างสารและเบียคุโกของซึนาเดะมากกว่า

 

 

 

หลังจากบอกแนวทางและทฤษฎีเสร็จมินาโตะก็พาทุกคนกลับมาที่หมู่บ้าน ตอนแรกมินาโตะและคุชินะชวนคาซึยะและฮินาโมริกินราเมนที่ร้านอิจิราคุแต่เขาปฏิเสธ

 

 

 

"ถ้าอย่างนั้นผมกับฮินะขอตัวก่อนนะพี่ชายพี่สาว แล้วเจอกันใหม่"

 

 

 

คาซึยะกับฮินาโมริเดินทางไปยังสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งเป็นสถานที่ฝึกซ้อมลับของคาซึยะและฮินาโมริที่ใต้ดินซึ่งถูกสร้างขึ้นมาเมื่อปีที่แล้ว ส่วนใหญ่ที่แห่งนี้จะเป็นสถานที่ทดลองเซลล์รุ่นที่หนึ่ง แต่เพราะฮินาโมริมาฝึกที่นี่บ่อยเขาจึงให้โนโนะช่วยระดมคนงานมาสร้างให้อย่างลับๆ

 

 

 

ปัจจุบันเขาและฮินาโมริกำลังพัฒนาวิชารูปแบบใหม่อยู่ แต่นี่เป็นวิชาสำหรับเธอเพียงคนเดียวเท่านั้น มันเป็นวิชาที่คล้ายกับฮินาตะตามต้นฉบับ เป็นการบีบอัดจักระเป็นหัวสิงห์ทำให้การทำลายล้างในมวยอ่อนรุนแรงมากยิ่งขึ้น

 

 

 

"คราวนี้ฮินะจังน่าจะสร้างมันได้แล้ว ลองใช้จินตนาภาพในสมองและการบีบอัดและก่อประสานจักนะให้เพียงพอ หลักการมันค่อนข้างคล้ายกับพันปักษาและกระสุนวงจักร"

 

 

 

"อื้มฉันนี่โชคดีเพราะมีคาซึคุงช่วยอยู่เสมอฉันถึงก้าวหน้าได้เร็วแบบนี้"

 

 

 

คาซึยะทำเพียงแค่ยิ้ม ใครจะปล่อยให้แฟนสาวอ่อนแอได้ละ ปกติฮิวงะนั้นเติบโตเร็วก็จริงแต่ภายหลังการพัฒนาค่อนข้างเชื่องช้าราวกับเต่าคาน มันผิดกับเนตรสีขาวสายเลือดหลักอย่างโอซึซึกิที่เปลี่ยมล้นไปด้วยพลังและการทำลายล้าง

 

 

 

ดังนั้นเมื่อปีที่แล้วเขาได้ทำสิ่งที่ใครก็คาดไม่ถึงนั่นก็คือการแปลงเซลล์ในร่างกายของฮินาโมริก่อนจะถูกถ่ายเซลล์ของเขาเอง ใช่เขาไม่ได้ใช้เซลล์ของตาทวดแต่ใช้เซลล์ของเขาที่มีสายเลือดอุจิวะ สายเลือดเซ็นจูและอุซึมากิลงในร่างของเธอ

 

 

 

แม้มันจะไม่ได้ทำให้เธอเบิกเนตรวงแหวนได้แบบอุจิวะหรือได้มาซึ่งวิชาไม้ของเขา แต่มันก็ทำให้เธอไวต่อสัมผัสเพิ่มปฏิกิริยาตอบสนองให้ถึงขีดสุด ซึ่งปิดจุดอ่อนของเนตรสีขาวได้ และยังมีร่างกายจักระและพลังชีวิตภายในร่างอย่างมหาศาลและสามารถใช้นินจุสสุได้ ซึ่งแตกต่างจากคนในตระกูลฮิวงะ

 

 

 

ปัจจุบันระดับจักระของฮินาโมริคือคาเงะขั้นสองในวัยแปดปี พอพ่อของเธอทราบเรื่องนี้เข้าก็พยายามเข้ามาพูดคุยกับคาซึยะไว้ ว่าในอนาคตเขาต้องมีลูกให้ได้อย่างน้อยสามคน คนไหนที่เบิกเนตรสีขาวได้จะต้องใช้นามตระกูลฮิวงะ

 

 

 

มันค่อนข้างน่ารำคาญเขาจึงตอบตกลงไป ยังไงเขาก็ต้องทำแบบนี้อยู่แล้ว เนื่องจากการคะยั้นคะยอของน้าสาวซึนาเดะที่ตั้งใจจะฟื้นฟูตระกูลเซ็นจูให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง ไหนจะพ่อของเขาอีกไม่รู้ว่าจะรีบกันไปไหน เขาพึ่งอายุแปดขวบเองนะ

 

 

 

"มาลองกันเถอะ"

 

 

 

"เข้าใจแล้ว"

 

 

 

ฮินาโมริหลับตาลงก่อนจะควบคุมจักระให้ออกมาในรูปแบบไร้ลักษณ์ ออร่าจักระสีฟ้าอ่อนค่อยๆครอบคลุมมือน้อยๆของเธอตามที่เธอคาดการไว้ ก่อนจะเริ่มเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมพร้อมแปลงจักระให้เกิดเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา

 

 

 

กร๊าาซ~!!

 

 

 

เสียงขู่คำรามแผ่ขยายออกมาจากมือน้อยๆของฮินาโมริ รูปลักษณ์ของจักระที่เคยเบี้ยวๆบูดๆ ค่อยๆแปรสภาพหลายเป็นเศียรของสัตว์เทวะในตำนานสี่ทิศนั่นก็คือมังกรฟ้าเซริว จินตนาภาพที่แข็งแกร่งทำให้หัวมังกรที่มือทั้งสองของฮินาโมริแสดงถึงความน่าเกรงแผ่ขามออกมา

 

 

 

"ในที่สุดก็สำเร็จ Seiryūken : Hakke Kuushou(หมัดมังกรฟ้า : ฝ่ามือว่างแปดทิศ)"

 

 

 

โฮรกกกกกก~!!

 

 

 

คลื่นฝ่ามือขนาดใหญ่ของฮินาโมริพุ่งออกมา ทั้งที่ปกติจะมีแต่คลื่นอัดอากาศตามกระบวนท่าของฮิวงะ แต่คลื่นที่ออกมาจากฝ่ามือของฮินาโมริคืออากาศที่บีบอัดจนกลายเป็นมังกรอสรพิษที่มีความยาวมากกว่าสิบเมตร! แต่เอิ่มทำไมมันพุ่งมาทางเราละเนี่ย

 

 

 

'กันไม่ทันแน่!!'

 

 

 

ตู้มมมมมมม!

 

 

 

"อัก~ แค่กๆ ทำบ้าอะไรของเธอเนี่ยฮินะ"ที่ถูกคลื่นมังกรอัดเข้าเต็มๆท้องโดยไม่ทันได้ตั้งตัวได้แต่นอนกุมท้องเป็นกุ้งและไอออกมาอยู่ที่พื้นอย่างช่วยไม่ได้ เจ็บ! หมัดของยัยนี่หนักชะมัด

 

 

 

"เอ๊ะ ขะ ขอโทษฉันไม่ได้ตั้งใจคาซึคุงเป็นอะไรหรือเปล่า"

 

 

 

'ตบหัวแล้วลูบหลังชัดๆ'

 

 

 

คาซึยะได้แต่บ่นอยู่ในใจ ผิดพลาดหรอเทพสายไทจุสสุอย่างเธอเนี่ยนะที่บอกว่าผิดพลาดตลกเถอะ ใครเชื่อเขาวัวก็งอกแล้วดูยังไงก็จงใจชัดๆเห็นท่าทางของคาซึยะฮินาโมริราวกับเดาใจของเขาได้เธอยิ้มเล็กน้อยพร้อมอธิบาย

 

 

 

"ความรุนแรงมันมากเกินที่ฉันจะควบคุมไว้ได้ พลังนี้มันเหมือนม้าพยศเลย ถ้าได้ลองปล่อยอีกสักทีสองทีน่าจะเชี่ยวชาญได้ไม่ยาก"

 

 

 

"แฮะๆ เอาเลยเต็มที่เลย"

 

 

 

เขารู้ว่าฮินาโมรินั้นไม่ชอบโกหกหรือเล่นตลก แต่คราวนี้มันต่างออกไปเพราะคลื่นมังกรที่พุ่งออกมานั้นจงใจโจมตีเขาอย่างแน่นอน แต่เธอไม่ได้ใช้พลังมากเท่าไหร่นัก อาจจะแค่สองไม่ก็สามในสิบเท่านั้นเอง

 

 

 

'อันตรายจริงๆ ต้องระวังเราจะเป็นแบบพ่อไม่ได้เด็ดขาด'

 

 

 

ใช่เขาเกรงว่าในอนาคตเขาอาจจะกลายเป็นคนกลัวเมีย แต่ว่าที่เทพนินจาแห่งโคโนฮะรุ่นที่สองและผีรุ่นสองแห่งอุจิวะและว่าที่เซียนหกวิถี จะมากลัวเมียแบบนี้มันไม่ด้ายยย! ภาพลักษณ์ที่เขาใช้เวลาสร้างมาอาจจะถูกทำลายได้

 

 

 

'ในอนาคตเราจะไม่มีวันตกอยู่ในอำนาจเมียแบบพ่อเด็ดขาด ต่อให้ท่านแม่จะสอนฮินะในเรื่องนี้ก็เถอะ'

 

 

 

"เป็นอะไรหรือเปล่าคาซึคุง ?"

 

 

 

"ไม่มีอะไรเอาละคราวนี้มาทดลองสู้กับฉันดู"

 

 

 

คราวนี้เขาจะลองใช้ซูซาโนโอะดูว่าพลังของเธอเพียงพอจะสร้างรอยบนร่างของเขาได้หรือไม่ และนี่ก็จะเป็นโอกาศการแสดงพลังครั้งแรกให้ฮินะได้ชมด้วย

 

 

 

แม้เรื่องที่เขาใช้คาถาไม้ได้นั้นไม่ถูกปิด ทั่วทั้งโคโนฮะและแคว้นอื่นๆต่างก็รู้อยู่แล้วหลังจากเขาได้ใช้พลังสร้างอาคารไม้ของสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า แต่เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผานิรันดร์นั้นมีเพียงไม่กี่คนที่รู้

 

 

 

บิดามารดาและฮินาโมริเท่านั้นที่รู้ว่าเขามีเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผานิรันดร์ ขนาดโอบิโตะ คาคาชิและเพื่อนคนอื่นๆยังไม่มีใครทราบเพราะเขาจงใจปิดมันชั่วคราว คนเรามันต้องมีความลับในการปกปิดตัวตนของเราบ้าง

 

 

 

"มาเริ่มกันเถอะ ขอดูหน่อยว่าพลังของเธอพัฒนาไปมากขนาดไหน"

 

 

 

ดวงตาของคาซึยะเริ่มหมุนวนและกลายเป็นเนตรนิรันดร์ แรงกดดันที่มากมายเริ่มแผ่ออกมาก่อนจะเริ่มมีจักระขาวดำดูชั่วร้ายบริสุทธิ์ปกคลุมทั่วร่างกายของคาซึยะ กระดูกสีขาวขนาดยักษ์ส่วนซี่โครงเริ่มก่อตัวขึ้นกลายเป็นรูปร่างยักษ์กระดูกขาวดำ

 

 

 

"นะ นี่คือพลังที่แท้จริงของคาซึคุง ?"เธอที่เห็นเป็นครั้งแรกค่อนข้างตกใจเล็กน้อย จักระของคาซึยะค่อนข้างมีขนาดใหญ่มาก

 

 

 

"ไม่ๆ นี่คือการเปลี่ยนแปลงขั้นแรกของซูซาโนะเท่านั้น"

 

 

 

"อะไรนะ!!"

 

 

 

เห็นฮินาโมริตื่นตกใจคาซึยะก็แสยะยิ้ม ดูเหมือนเขาจะมีโอกาศแสดงให้เห็นถึงความต่างชั้นแล้วสินะ ดีจริงๆ จำไว้แม่หนูน้อย เธอนั่นแหละที่ต้องเป็นคนสยบต่อฉัน

 

 

 

"ซูซาโนโอะมีด้วยกันทั้งหมดด้วยกันสี่รูปแบบ และนี่คือรูปแบบแรกของมัน ต่อมาก็..."

 

 

 

ร่างกระดูกยักษ์ของซูซาโนโอะเริ่มมีเส้นกล้ามเนื้อเข้าปกคลุมโครงกระดูกอย่างรวดเร็วพลังจักระที่แผ่ขยายออกมาเริ่มสร้างความกดดันให้แก่ฮินาโมริอย่างช่วยไม่ได้ รูปลักษณ์ที่พิศดารโผล่ออกมาให้เห็น ซึ่งแม้แต่คาซึยะยังแปลกใจกับสภาพของมัน

 

 

 

"หกแขน สามหน้า ? เทพมารอาชูร่า"

 

 

 

รูปแบบที่สองของมาดาระเป็นยักษ์สองหน้าสองแขนเป็นมีต้นแบบเช่นท้าวเวสสุวรรณ ของอิทาจิและซาสึเกะเป็นรูปลักษณ์คล้ายฟาโรห์จักรพรรดิของอียิป ชิซุยนั้นเป็นยักษ์สวรรค์อินทรชิต แต่เขาสิเทพมารอาชูร่า

 

 

 

'เรามีอาวุธหกชิ้น สองมือแรกฝั่งซ้ายมีกระจกยาตะ กับดาบโทสึกะรูปแบบสมบูรณ์ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของมูเก็นซึคิโยมิ(อ่านจันทรานิรันดร์) สองมือแรกฝั่งขวาถือเทวีสุริยา ของอามาเทราสึ และ เพลิงสวรรค์สีแดงดำ ของคาคุสึจิ ส่วนมือที่สาวฝั่งขวาคือศรยาวคล้ายศรบรามะ(พระพรหม) ส่วนมือที่สามฝั่งซ้ายถือคันธนูอินดรา ?'

 

 

 

ไอสี่อาวุธแรกก็เข้าใจอยู่หรอก แต่ไอ้สองอาวุธสุดท้ายนี่มันมาจากไหน แถมพลังของศรและคันธนูก็น่ากลัวเกินไป 

 

 

 

ธนูอินดรา(ธนูวิชัย)ใช้เรียกสายฟ้า ส่วนศรพระพรหม(ศรพรหมมาตร)มีพลังในการสังหาร ไม่ว่าจะเล็งไปที่ไหนขอเพียงนึกถึงเป้าหมายศรก็จะติดตามศัตรูไปจนกว่าศัตรูจะตาย น่ากลัว!!

 

 

 

เขามองรูปลักษณ์นี้ด้วยความเกรงขามแอบสงสัยเล็กๆ และเขาเริ่มคิดว่าอยากจะชมรูปแบบที่สามซึ่งเป็นรูปแบบสวมใส่ชุดคลุมยามาบุชิเท็นกุ ว่ามันจะออกมาในรูปแบบไหนกันแน่

 

 

 

ของปู่ทวดมาดาระเป็นรูปแบบชุดคลุมอีกาสวรรค์แบบมีฮูดปกปิดใบหน้าแต่เปิดเผยร่างกาย ผิดกับอิทาจิและซาสึเกะที่ปกปิดทั้งใบหน้าและร่างกายทั้งหมด แล้วของเขาละ

 

 

 

ทว่าก็ได้แต่คิด การใช้จักระที่ใหญ่เกินไปอาจเป็นการเปิดเผยตัวตนของเขา รูปร่างของซูซาโนโอะกลับสู่สภาพยักษ์กระดูกอย่างรวดเร็ว เขาเหล่มองแฟนสาวตัวน้อยที่มีเหงือเต็มใบหน้าด้วยรอยยิ้ม ได้เวลาเอาคืนแล้ว

 

 

 

"มาเริ่มทดสอบกันเถอะ"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น