SiSSweetTea
facebook-icon

ขอบคุณนะคะ ที่แวะเข้ามาอ่านอย่าลืมเม้นให้กำลังใจด้วยนะ : )

ตอนที่ 4 (สายลับ)สาวสวยในร่างสายน้อย!?

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 (สายลับ)สาวสวยในร่างสายน้อย!?

คำค้น : ชิชา ไอซ์ นันทิชา รณพีร์

หมวดหมู่ : นิยาย แอ็คชั่น,บู๊ล้างผลาญ

คนเข้าชมทั้งหมด : 86

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ส.ค. 2562 22:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 (สายลับ)สาวสวยในร่างสายน้อย!?
แบบอักษร

 

15 นาทีต่อมา 

     ชิชานั่งจ้องนาฬิกากับเหลือบมองที่รั้วประตูเป็นระยะๆ จนคนนั่งอยู่ข้างรู้สึกหงุดหงิดแทน 

“นี่หล่อน!” 

“อะไร ไปพักเถอะร่างกายหล่อนยิ่งเพลียๆอยู่ เดี๋ยวก็ลมเป็นไปหรอกไปนอนเหอะ” 

“ฉันไม่ไปฉันจะรอจนกว่าเพื่อนฉันจะมา” 

“หล่อนดูหน้าซีดๆไปนอนงีบสักแปปก็ได้” 

“อือ...ก็ได้” ตอนไม่สบายก็ดีเหมือนกันพูดค่อยรู้เรื่องหน่อย 

“ค่อยๆเดินล่ะ เดี๋ยวหน้ามืดขึ้นมาแล้วจะยุ่ง” 

     ชิชาค่อยๆเดินขึ้นบันไดตามปกติแต่จู่ๆรู้สึกว่ามองอะไรไม่ค่อยชัดมันเบลอและทุกอย่างดับลง 

ChiCha Talk  

     ทำไมรู้สึกว่าล้มแล้วไม่เจ็บเลยนะ หรือชินชา? ถ้าเป็นแบบนี้ทุกครั้ง ฉันก็ไม่กลัวความซุ่มซ่ามของตัวฉันเอง ทำไมรู้สึกหนักตาจัง 

End ChiCha Talk  

“เห้ย! นี่หล่อน! ได้ยินฉันไหม!?” 

“ฉัน...โอเค เดินเองได้” พูดด้วยน้ำเสียงเฉื่อย 

“มาเดี๋ยวอุ้มไปส่งเอง” 

“ไม่...อาว......” ตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนเพลียไอซ์ไม่รอฟังคำตอบเขาจึงช้อนตัวชิชาขึ้นอุ้มเข้าไปด้วยท่าเจ้าบ่าวอุ้มเจ้าสาวเข้าหอ 

“โอเค พอเดี๋ยวฉันเดินไปที่เตียงเอง” 

“ไม่ เดี๋ยวไปส่งที่เตียงเลยเดี๋ยวก็ล้มไปอีกหรอก” 

“อืม.....ก็...ได้.....” หลังจากนั้นไอซ์ค่อยๆวางชิชาลงบนเตียงอย่างเบามือ 

“ขอบคุณ” 

“ฮือ!? เมื่อกี้ว่าอะไรนะ” 

“ขอบ...คุณ...ที่...มา...ส่ง…” 

“เปลี่ยนจากคำขอบคุณเป็นอย่างอื่นได้ไหม?” 

“อะไรล่ะ” 

“.....” 

     ไอซ์ค่อยๆโน้มศรีษะลงเลื่อนใบหน้าของเขาเข้าไปใกล้ๆหน้าชิชา ทั้งคู่ต่างได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน สักพักก็เลื่อนไปประทับรอยจูบไว้บนหน้าผากของชิชา 

“ฝันดีนะ เจ้าหญิง.....ของฉัน” 

“.....” ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ 

“ฉันไม่อยากจูบตรงหน้าผากหล่อนหรอกนะแต่เป็นตรงนี้ตังหาก” 

     ไอซ์ใช้ริมฝีปากของเขาประกบลงริมฝีปากบางอย่างละมุนละไมเขารู้สึกเหมือนอยู่แดนซากุระเต็มไปด้วยดอกไม้สีชมพูที่บางสะพรั่งและส่งกลิ่นหอมชวนหลงไหล เขาค่อยๆถอนริมฝีปากออก 

“รู้สึกดีจัง นี่ฝันอยู่ใช่ไหม?” เธอยิ้มจางๆแล้วก็หลับไป 

“ฉันจะรีบจัดการทุกอย่างและเราก็จะได้กลับมาอยู่ด้วยกันเหมือนเดิมสักทีนะ My Princes ' 

ณ ป่าไม้ที่อุดมสมบรูณ์แห่งหนึ่ง 

     แถวนี้อากาศเย็นสบายดีเหมือนกันนะ อยู่ๆก็ได้มาเที่ยวฟรีๆกับเพื่อน มันคงจะดีกว่านี้ถ้าไม่มีพวกเศษขยะสมองขี้เลื่อยพวกนั้นอะนะ จะยิ่งกว่านี้อีก 

“นี่คุณไหวไหม?” 

“ประโยคนั้นเป็นของผมนะไม่ใช่คุณ”  

“อย่าพึ่งมาเหน็บตอนนี้ได้ไหม รีบไปกันเถอะ” 

     ด้วยเหตุที่ว่าตอนนนี้ฟ้ามืดทำให้มองเห็นลดลงทำให้เธอสะดุดกิ่งไม้กิ่งหนึ่งเข้า ดีควบคุมตัวเองได้ แต่ในเมื่อคนมันจะซวยมันต้องให้สุดทั้งทีสิ 

ตุบ 

“โอ๊ย!!!” 

“คุณเป็นเจ็บตรงไหนหรือเปล่า?” 

“คุณช่วยดูแผลที่หลังให้ทีสิ” โฟร์ก็ไม่รอช้ารีบทำตามที่พิชชี่ได้บอกไปและเมื่อเขาเป็นดูเขาตกใจอย่างมาก 

“นี่คุณ! ตั้งแต่เมื่อไหร่!?” 

“คงจะเป็นตอนระเบิดมันถึงตัวรถแล้วกระจกมันกระจายแล้วฉัน…” 

“เจ็บมากไหม?” 

“ไม่เท่าไหร่ถ้าไม่สะกิดมันอะนะ” 

“จากที่ดูแล้วแผลคงลึกน่าดู คงไหวนะ” 

“แน่นอนสิ อุตส่าห์รอดจากระเบิดนั่นได้ทั้งที” 

“อืม หายเหนื่อยยัง?” 

“ดีกว่าเมื่อตอนพักเมื่อกี้เยอะเลย” 

“ทางข้างหน้าเหมือนจะมีถนนอยู่ลองไปโบกรถดูละกันจะได้ไม่เหนื่อยมาก” 

     จากนั้นทั้งสองมุ่งหน้าไปยังริมถนนใหญ่ทั้งคู่นั่งพักรอเอาแรง จู่ๆมีแสงไฟวูบวาบขึ้นมา 

“นั่นไงรถ โบกเลย” 

     รถกระบะคนดังกล่าวเริ่มขับเร็วขึ้นทำไมถึงเหมือน...วูบตุบ 

“ คุณ! ” ร่างกายของเขากลิ้งขึ้นบนรถแล้วตกลงสู่พื้น 

ตุบ  

     พีชชี่รีบเข้าไปพยุงให้โฟร์ได้ยืนแล้วมีสาดใส่ตาของเขา เขารีบดึงเเขนเธอ แล้วรถกระบะก็หยุดคนขับกึ่งเดินกึ่งวิ่ง และเข้าไปกระชากคอเสื้อ 

“ทำไมแกในตายยากตายเย็นแบบนี้ว่ะ” ทิวตะคอกใส่ 

“ หึ! ทำไม อิจฉาหรอ หะ!” 

“จะตายอยู่แล้วยังปากดีอีก” ทิวหยิบปืนมาจ่อที่หัว 

“ทำไมวะ อยากฆ่ากูก็เอาดิว่ะ มึงมีโอกาสแล้วถ้ามึงไม่ฆ่ากูตอนนี้ วันหน้ากูมีโอกาสกูไม่ปล่อยมึงไว้แน่” 

“มึงอย่ามาท้ากูนะ!” 

“เอาเลยดิ เอาเลย!” 

“คุณคะ! ใจเย็นๆนะ ค่อยๆคุยกันก็ได้” 

“เธอเงียบไปเลย นี่มันเป็นเรื่องที่ฉันต้องสะสางมันให้จบสักที” 

“กูจะไม่ยอมเรื่องมันจบง่ายๆหรอกจำไว้!” จากนั้นทิวขึ้นรถและขับรถจากไป 

“คุณบ้าหรือเปล่า ไปยั่วชาวบ้านเขาแบบนั้น” 

“ทำไมผมก็ปลอดภัยดี ไปกันเถอะ ผมว่าเพื่อนคุณกับเจ้านายผมคงจะห่วงคุณแย่แล้ว เดินต่อเถอะ” 

_______ 

“ชิชานอนแล้วใช่ไหม?” 

“เธอมีอะไร” 

“ที่นี่พอจะมีคอมพิวเตอร์บ้างไหม?” 

“มีอยู่ในห้องนั่งเล่น” อ้อยกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปยังห้องนั่งเล่นไอซ์ไม่รอช้าเดินตามอ้อยไปที่ห้องนั่งเล่น 

“ฉันยืมหน่อย” 

“จะทำอะไร?” 

“สเปกเครื่องใช้ได้เลยนิ แรงซะด้วยแต่เสียดายมันดรอปกว่าคอมฉันหน่อย”น้ำอ้อยไม่พูดเปล่าเธอพิมพ์คำสั่งอะไรสักอย่างหนึ่งที่คอมพิวเตอร์ 

แต๊ก แต๊ก แต๊ก (เสียงเคาะแป้นพิมพ์) 

     เสียงแป้นพิมพ์ยังคงดังอยู่อย่างนั้นอย่างต่อเนื่องชายฉกรรจ์ทั้งสองทำไมได้เพียงมองเฉยๆ 

“mission complete! แต๊ก” 

     เสียงแป้นพิมพ์หยุดไปแล้วอยู่ๆคอมพิวเตอร์โหลดโปรแกรมอะไรสักอย่างหนึ่ง! เดี๋ยวนะบ้านนี้ผมไม่ได้อยู่มานานแล้ว ส่วนใหญ่สัญญาณอินเตอร์เน็ตที่นี่ไม่ค่อยจะมีด้วย ถึงจะมีแต่ก็น้อยนิด!    ถ้าจะใช้เน็ตแบบเร็วก็ต้องใช้สัญญาณ GPSD เท่านั้น ซึ่งในประเทศนี้มีไม่กี่คนหรอกที่ใช้ คนส่วนใหญ่ก็มีฐานะที่รวยมากพอสมควรจึงจะใช้ได้ หรือไม่ก็เป็นเชื้อพระวงค์เท่านั้นมีสิทธิ์ในการเข้าถึง และที่สำคัญเรื่องที่แอบเจาะสัญญาณ GPSD ไม่เคยมีใครทำสำเร็จสักครั้ง สงสัยคงหาประวัติคนรอบตัวให้มากขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัวแล้วล่ะ มันคงจะจริงที่คนเราวัดความสามารถไม่ได้ด้วยตาเปล่า 

“ปิ๊บ ปิ๊บ ปิ๊บ” จู่ๆหน้าจอโน้ตบุ๊คก็ประมวลตัวอักษรต่างๆโผล่ขึ้นมาเร็วๆรั่วพื้นหลังจอเป็นสีดำและแดงกระพริบตลอด 

“แย่แล้ว! ไอซ์คอมนายเดี๋ยวฉันซื้อคืนให้นะ” น้ำอ้อยพูดพร้อมกับพิมพ์คำสั่งแก้ 

“ทำไม?” 

“ฉันใช้คอมนายแฮ็กระบบสัญญาณดาวเทียม แต่มันดันโหลดไวรัสเข้าเครื่องน่ะสิ” แล้วจอโน้ตบุ๊คก็ดับลง 

“จบกันอีกนิด เดียวแท้ๆก็รู้พิกัดแล้วเชียว!” ทุกคนก็ทำสีหน้าเคร่งเครียดยกเว้นไอซ์ 

“ช่างเถอะ ฉันไม่ว่าหรอกโน้ตบุ๊คเครื่องนี้จะเอาไปทิ้งอยู่แล้ว” น้ำอ้อยเดินขี้นบันไดไป 

__________ 

Peachy talk  

   1 ชั่วโมง 45 นาทีกับการเดินป่ามันน่าสนุกปนระทึกขวัญช่างการเป็นการเดินป่าสุดแสนทรหดสุดๆเท่าที่เคยเจอมาเลยทำไมโชคชะตาถึงกลั่นแกล้งฉันแบบนี้ด้วย มันไม่ยุติธรรมกับฉันเลยสักนิด 

End Peachy talk  

“นี่คุณ คุณโฟร์ คุณโฟร์คะ! คุณอยู่ตรงไหน?” 

“ผมอยู่ตรงนี้ครับ มีอะไรหรอครับ?” 

“ฉันเห็นทางข้างหน้านี้เหมือนจะมีบ้านคนด้วยค่ะ” 

“ได้ครับเดี๋ยวผมตามไป” 

Four talk  

   ให้ตายเถอะ ! ต้องเป็นฤทธิ์ต้นไม้หนามนั้นแน่เลยแถมก่อนหน้านี้ ไอ่ทิวจับผมทุ่มกับพื้นอีก เจ็บชะมัด แต่ผมไม่โกรธมันหรอก ผมสงสารมันมากกว่าที่โดนไอ่สวะนั้นหลอก ให้เข้าใจผิดอีก นานแล้วเหมือนกันที่ผมไม่ได้โดนทุ่มลงพื้นแบบนี้จะว่าผมซาดิสม์ก็ได้นะ ผมเสพติดความเจ็บปวดนิดๆเหมือนกัน สภาพร่างกายคราวนี้อึดกว่าครั้งก่อนตั้งเยอะเลย ไปดีกว่ายัยนั่นเดินเร็วเป็นบ้าเลย 

End Four talk  

“คุณโฟร์ เร็วสิ” 

“โอเค เดินอยู่ครับ” เลือดไหลหยุดเลย เฮงซวยที่สุด 

   พีชชี่เดินเข้าหาเเสงสว่างที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมจนมนที่สุดเธอพบว่าเป็นบ้านไม้หลังหนึ่งมี 3 ชั้นด้านล่างสุดเป็นใต้ถุนโล่ง มีโต๊ะที่ตั้งอยู่ ในบ้านมีเพียงชั้น 3ที่เปิดไว้คาดว่าน่าจะเป็นห้องนอน 

“เรารอดแล้ว” 

“ขอโทษนะคะ มีคนอยู่หรือเปล่าค่ะ” (ตะโกน) 

ภายในบ้านไม้หลังหนึ่ง 

“ใครมาดึกๆดื่นๆจนป่านนี้” ชายคนหนึ่ง 

“เดี๋ยวฉันไปดูให้ว่าใครมา” 

“อาเทอร์ครับหม่ามี๊ฝากดูน้องเทียร่าด้วยนะ” 

“ได้ครับ หม่ามี๊” 

   หญิงสาวเเม่ลูกอ่อนเดินลงมาด้านล่างตรงไปยังหน้าต่างกระจกโดยที่มีม่านปิดอยู่เธอก็คลี่ผ้าม่านเล็กน้อยเพื่อสอดส่องผู้ที่มาเยือนโดยที่ไม่ได้รับเชิญเมื่อเธอมองไปเห็นผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่งน่าจะเป็นเด็กม.ปลาย เธอจึงเดินไปที่หน้าประตูรั้วบ้านสีขาว 

“นี่หนูดึกดื่นป่านี่มาทำอะไรที่นี่?” 

“ช่วยหนูด้วยค่ะ พอดีหนูถูกคนไล่ตามทำร้ายหนูค่ะ” 

“งั้นเข้ามาก่อนสิ” 

“ขอบคุณค่ะ” ในขณะที่หญิงสาวกำลังจะเดินไปพิชชี่ทัก 

“เดี๋ยวค่ะพี่สาว หนูยังมีพี่อีกคนหนึ่งค่ะ” 

“แล้วเขาอยู่ไหนล่ะ?” 

“นั่นไงคะ เขามาแล้ว” 

  แม่ลูกอ่อนตั้งใจมองเงาตะคุมๆที่เดินมาอย่างช้าๆและเธอค่อยมองจากปลายเท้าค่อยๆขึ้นไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเธอเห็นใบหน้าอันหล่อเหลานั้นที่ช่างคุ้นเคยและถวิลหามาโดยตลอดแต่ว่ามันยังมีความทิฏิ ที่อยู่ในใจของเธอมาโดยตลอดมันสั่งให้เธอ.....หนี..... 

“ไม่ใช่ต้องไม่ใช่สิ”เธอพูดเหมือนคนละเมอ 

“ทำไมคุณไม่รอผมบ้าง' 

“ก็ฉันอยากเจอเพื่อนเร็วๆนิ” 

“หายเจ็บแล้วหรือไงเเผลตรงไหล่” 

“นายจะพูดทำไม อุตส่าห์ลืมว่าเจ็บแล้ว”ทั้งสองคนกำลังถกเถียงกันอยู่นั้นก็มีใครบ้างคนที่นิ่งเงียบไม่พูดไม่ขยับไปไหน 

“พี่คะ พี่คะ พี่” 

“จ๊ะ!” 

“ไปข้างในกันเถอะค่ะ” 

   เเม้เธอจะตกใจอยู่ที่ผู้ชายคนนี้หน้าตาคล้ายกับคนๆนั้นคนที่เธอทั้งรักและเกลียดแต่เธอก็พอจะแยกแยะได้จากน้ำเสียงของเขาว่าผู้ชายคนนี้ไม่เหมือนกับผู้ชายคนนั้นเลยสักนิด..... 

ณ บ้านพักอากาศแห่งหนึ่งริมทะเล 

   ในท้องฟ้ายามราตรีนี้ช่างดูสดใสเสียจริงโดยปกติแล้วบนฟากฟ้าจะมีดวงดาวเล็กที่ส่องแสงระยิบระยับเพื่อที่จะให้ตัวเองดูโดดเด่นแถมพระจันทร์คืนนี้ช่างดูแตกต่างจากทุกคืนเท่าที่เขาสังเกตมาทั้งชีวิต...แต่ช่างพระจันทร์เถอะ 

“เมื่อไหร่เรื่องบ้าบอนี่จะจบเสียที”ไอซ์ก็หันหลังเดินกลับเข้าไปในบ้าน 

   ระหว่างที่เขาค่อยๆเดินไปก็คิดเรื่องความสัมพันธ์ลับๆระหว่างเขาและเธอพอเขาเดินใกล้ถึงตัวบ้านไอซ์ก็มองไปที่หน้าต่างห้องนอนห้องหนึ่งที่มีเเสงไฟสลัวจากในห้อง 

"ฉันจะรอเธออยู่ตรงนี้ ถ้าฉันได้มีโอกาสนั้นอีก ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอต้องเผชิญเรื่องนั้นอีก ฉันขอสัญญา" ไอซ์เดินเข้าไปในบ้าน จู่ๆบนท้องฟ้ามีดาวดวงหนึ่งวิ่งผ่านและหายวับไปเพียงพริบตาเดียว 

“ไอ มึงเห็นน้ำอ้อยไหม?” 

“ไม่ กูไม่เห็นมีใครมาเดินเล่นข้างนอก” 

“หายไปไหนเนี่ย กูเดินหาทั่วแล้วเนี่ยแต่หาไม่เจอ” 

“ชั้นบนแกหาดูหรือยัง?” 

“กูไปดูที่ห้องแต่ไม่เจออะไรเลย” 

“แน่ใจแล้วนะว่าหาทั่วแล้ว!” 

“เออ เดี๋ยวนะในห้องนอนไม่อยู่ข้างนอกก็ไม่อยู่ยังมีอีก 2 ห้องที่แกยังไม่ได้หา” 

“ห้องไหนวะ?” 

“ห้องทำงานกูกับห้องลับบน” 

ณ ห้องหนึ่งที่มืดมิด 

“หืมห้องอะไรเนี่ยฝุ่นก็เยอะ” เธอเปิดไฟฉายที่โทรศัพท์สมาร์ทโฟนคู่ใจ 

“ห้องเก็บของมีแต้ตู้หนังสือกับตุ๊กตาการ์ตูนเด็ก" เดินก็ค่อยๆเดินไปสำรวจห้องที่ละจุดภายใน 

ห้องนี้รอบห้องมีแต่ตู้เก็บหนังสือและมีตุ๊กตาอยู่บนชั้นวางหนังสือเล็กหลายจุด  

“ไอค็อกแค๊กนั่นเป็นตุ๊ดหรอเนี่ย อี๋!ขนลุกไปดีกว่าจะสำลักฝุ่นตายห่าแล้ว” 

   น้ำอ้อยค่อยเดินฝ่าด่านตุ๊กตาและหนังสือที่วางเกลื่อนพื้นอย่างกับเขาวงกตที่อยู่ภายในห้องสี่เหลี่ยมแห่งนี้ 

“ไม่น่ามาห้องนี้เลย โทษทีนะหนังสือถ้าดิฉันไม่เหยียบแกฉันต้องสำลักฝุ่นตายแน่ๆ” พอน้ำอ้อยเหยียบลงบนหนังสือหนาๆเล่มหนึ่ง รู้สึกเหมือนมันยุบลงไปนิดหนึ่งแต่เธอไม่สนก็ยังฝ่าห้องหนังสือนี่ออกไปพอเธอเปิดประตูปุ๊บก็สังเกตเห็นประตูอีกบานหนึ่งที่หน้าเหมือนเธอไม่เคยเปิดประตูเมื่อครู่เธอก็เดินไปหน้าประตูนั้นอีกคนแล้วเปิดเข้าไปปรากฏว่าทางที่เธอเดินไปกลับมืดสนิทเธอก็ยิ่งไปอีก 

“นี่มัน...คืออะไรเนี่ย?” และห้องก็สว่างหวาบขึ้นมาทั้งห้องเธอถึงกับตะลึงในสิ่งที่เธอเห็น”        

“นั่นมัน Five Star Hologram” 

“ใช่สิ ฉันหาวิธีตามตัวยัยพีชได้แล้ว” 

   ภายในบ้านกลางป่าห้องรับแขกชั้น 1 มีผู้หญิงอยู่ 2 คน กับชายฉกรรจ์อีก 1 คน 

“ว่าแต่หนูกับเพื่อนหนูอีกคนไปทำอะไรมาถึงได้มีแผลตามตัวเยอะแยะขนาดนี้” 

“คือ.....พวกเราไปเจอคนร้ายมาปล้นระหว่างทางมาค่ะ พวกมันมาเป็น10คนค่ะสู้อะไรไม่ได้เลย 

วิ่งหนีมาค่ะ” 

“แน่ใจหรอ ว่าเป็นโจรไม่ใช่พวกมาเฟีย ขอโทษทีนะ พอดีพี่ปากไวไป” 

“ค่ะ” 

Peachy Talk 

   แปลกจริงผู้หญิงเราไม่เคยรู้จักทำไมเขาถึงได้แต่มองหน้าเราเอ๊ะ!เขาไม่มองเราแต่มองนายโฟร์ต้องมีอะไรบางอย่างแน่ๆ 

End Peachy Talk 

“จะพักที่นี่ไหม หรือจะกลับที่พักเลย” 

“หนูกลับเลยดีกว่าค่ะ” 

“งั้นเดี๋ยวพี่ไปเตรียมของงแปปนึงนะ จะไม่ค้างที่นี่ก่อนหรอ” 

“ไม่ดีกว่าค่ะ แค่นี้ก็รบกวนพี่มากพอแล้ว ถ้ามีโอกาสเจอกันคราวหน้า หนูจะพาเที่ยวเป็นการขอบคุณละกันนะคะ” 

“ไม่เป็นไรหรอก พี่ก็ช่วยได้เท่าที่ช่วย” 

แงง~~~แงง~~~แงง~~~(เสียงเด็กทารกร้อง) 

ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก 

“คุณแม่ครับ(ค้าบ) น้องเทียร่าเป็นอะไรรู้ครับ น้องเอาแต่ร้องอย่างเดียวเลย” 

“อาเทอร์ช่วยเอาขวดนมของน้องมาให้คุณแม่ทีครับ น้องคงหิวได้เวลาแล้วด้วย”เด็กคนนี้หน้าตาคล้ายเราจัง ถ้าบอกเป็นลูกหลานคนคงเชื่อแต่แววตาแบบนี้เหมือนใครกัน 

“ได้ครับ(ค้าบ)” อาเทอร์วิ่งออกไปจากห้อง 

“รอสักครู่ได้ไหมคะ” 

“ได้ครับ ผมไม่มีปัญหาอยู่แล้ว” 

“พี่คะ หนูอยากเข้าห้องน้ำคะ” 

“เดิมตามพี่มาเลย” 

   ทั้งสองก็มาหยุดอยู่ห้องหนึ่งที่มีเสียงเด็กร้องไห้อยู่บนเตียงนอนขนาดเล็ก 

“ห้องน้ำเดินตรงไปห้องริมสุดขวามือนะ” 

   พีชชี่ผงกหัวแทนคำตอบแล้วเธอก็เดินเข้าห้องน้ำพอเธอทำธุระภารกิจเสร็จก็เดินมาอ่างล้างมือมีกระจกด้านล่างเป็นถังขยะเล็กอยู่ด้านล่างพีชชี่ก็ล้างมือตามปกติ 

“ห้องน้ำบ้านนี้ดีจังรู้สึกเหมือนอยู่ห้องปลอดเชื้อในโรงพยาบาลจังเลย” 

   พีชชี่ดึงกระดาษทิชชูมาเช็ดมือและส่งต่อให้ถังขยะต่อไปพอกำลังจะเปิดประตูเดินออกจากห้องน้ำเธอก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง 

แก๊ก แก๊ก แก๊ก 

“โธ่เอ้ย! เสียงอะไรอีกเนี่ย” 

   เธอก็เดินเข้าไปหาที่มาของต้นเสียงดังกล่าวปรากฏว่าเจอปีเตอร์อยู่ในกล่องที่ซ้อนกัน 2 ชั้น 

พวกพ้องเหล่าปีเตอร์ทั้งหลายนั้นกำลังกัดกินรูปภาพอยู่ส่วนหนึ่งเเต่พอเห็นพรางว่าเป็นรูปใครในรูปเป็นรูปผู้ชายคนหนึ่งที่หน้าตาเหมือนคนที่อยู่กับเธอในตอนนี้.....แต่ผู้ชายในรูปนี้เขาดูเหมือนคนขี้เล่นมากกว่าเขาใส่เสื้อแขนกุด 

“นี่มัน! ใช่คนเดียวกันจริงหรอ!” 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก 

“นี่คุณเสร็จหรือยัง จะเดินกันแล้วเร็วๆ” 

“โอเค เสร็จแล้ว” 

   หลังจากที่เธอได้เจอสิ่งปริศนานี้ไปเธอก็อดที่จะคิดไม่ได้ว่าถ้าเด็กน้อยสองนั้นเป็นลูกของเขาล่ะเธอจะทำยังไงดี 

ณ บ้านพักตากอากาศริมทะเลแห่งหนึ่ง 

“ว้าว เครื่องมือพวกนี้เด็ดจริงสมดังคำลือกันจริงว่า High tachnology for FTP เอาล่ะ ลงมือได้” 

   น้ำอ้อยตวัดมือไปมาบนแป้นพิมพ์ที่ถูกออกแบบมาพิเศษโดยเฉพาะและแป้นนี้หาซื้อทั่วไปไม่ได้ 

ปิ๊ง ปี๊บ ปี๊บ ปี๊บ ปี๊บ ~ วึ้ง มีพาหนะชนิดหนึ่งกำลังมา 

“ใครกัน?” น้ำอ้อยพิมพ์ต่อ 

หวืบ ปิ๊ง ติ้ง ฟู่ เสียงประตูเปิดออก 

“ใครน่ะ!” 

ปี๊บ ปี๊บ ปี๊บ ปี๊บ 

 เป้าหมายดังกล่าวกำลังจะมาถึงในอีก 1 นาที 

“ฉันเอง นี่เธอกำลังทำอะไร!” 

“เอ่อ.....คือ…” 

เป้าหมายมาถึงเเล้วสิ้นสุดภารกิจ ปิ้ง ~ หวืด - 

“ เรามีเรื่องต้องคุยกัน ” 

End Chapter 4 (Spy) A Beautiful Girl In A Little Girl

 

เอาแล้วน้ำอ้อยกลายเป็นเป้าสายตาไอซ์เข้าแล้วเรื่องมันจะเป็นยังไงต่อไปอย่าลืม 

เม้นให้กำลังใจกันหน่อยนะคะ ขอบคุณที่แวะมาอ่านกันนะคะ 

  

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น