Marionette_doll
facebook-icon Twitter-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Ep.45 : ของแบบนี้ต้องให้ผู้ชายพูด

ชื่อตอน : Ep.45 : ของแบบนี้ต้องให้ผู้ชายพูด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ส.ค. 2562 09:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Ep.45 : ของแบบนี้ต้องให้ผู้ชายพูด
แบบอักษร

ผมขับรถพอร์ชคันหรู มาจอดที่หน้างาน ที่ตอนนี้มีคนมากมาย ต่างเดินทยอยเข้าเป็นจำนวนมาก จัดอลังการไปไหมเนี่ย ผมกับพอใจยื่นบัตรเชิญให้การ์ดก่อนจะเดินเข้ามาในงาน งานเลี้ยงในชุดสวย ธีมสีทอง มีไอ้หมอกกับแม่ยืนรับแขกอยู่ที่หน้างาน 

“กูโคตรดีใจเลยที่มึงมา มาช้าอีกนิดกูต้องบ้าแน่” เมื่อไอ้หมอกเห็นผมเดินเข้าไปในงาน ก็ปลีกตัวมาหาผมทันที ดูเหมือนมันจะไม่ค่อยยินดีนักกับงานนี้ 

“มีอะไร” 

“วันนี้กูถูกแนะนำให้รู้จักผู้หญิงเป็นร้อย แถมถามว่าชอบไหมลูกทุกคนที่เดินผ่าน บ้านกูนี่มันยังไงวะ” ไอ้หมอกลากผมเข้ามาด้านในสุดของงานซึ่งเป็นส่วนของบาร์เครื่องดื่ม โดยที่ผมต้องลากมือเมียผมเข้ามาด้วย เบาๆ ไอ้ห่าเดี๋ยวเมียกูล้ม 

“แม่มึงไม่รู้รึไงว่ามึงมีคุณเมลแล้ว” 

“กูว่ารู้” ไอ้หมอกกระดกแอลกอฮอล์ เฮือกใหญ่หลายแก้ว คงหงุดหงิดจริงว่ะ 

สงสัยจะเจอปัญหา ลูกสะใภ้แม่ไม่ปลื้มแล้วสิ ดีนะที่แม่ผมไม่เป็น เพราะแค่จะทนหาผู้หญิงที่ทนลูกชายตัวเองได้ก็ว่ายากแล้ว ยังจะมาไล่ให้หนีหาย แม่ผมไม่ทำแน่ๆ มีคนมาดูแลลูกขายต่อไม่ดีตรงไหน 

“ยินดีที่ได้เจออีกครั้งนะพอใจ ยืมตัวแฟนหน่อย ตอนนี้ผมทนไม่ไหวจริงๆ” หมอกยกแก้วให้หญิงสาวที่ส่งสายยิ้มมาให้ไม่หยุด 

“ดีนะคะ เค้ายิ้มให้คุณหมอก ถ้ายิ้มให้แฟนฉัน ฉันจะเดินเข้าไปถามเบาๆ ว่าไม่เห็นเมียเค้ายืนอยู่หรอ” คนที่พูดยิ้มออกมาจนตาปิด แบบนี้น่ากลัวแฮะ รอยยิ้มนี้มันดูอำมหิตเกินไปแล้ว 

เดี๋ยวเมียจ๋า โหดไป ถามขนาดนี้ไม่เบาแล้วค่ะ หึงโหดนะเราเนี่ย ผมเลยใช้แตะที่หลังเธอน้อยๆ เพื่อให้เธอมั่นใจ แล้วหันไปสบตาเธอนิดๆ ว่าโอเคไหม เธอยิ้มกลับมาเป็นคำตอบ ยิ้มกลับมาแบบนี้แสดงว่าโอเค 

“แล้วคุณเมลแฟนคุณหมอกไม่มาหรอคะ” 

“น่าจะกำลังมาครับ” 

“หมอกมาอยู่นี่เอง นี่หมอก แม่พาไปรู้จักคุณสุเทพ เค้าเป็นเพื่อนสนิทกับลุงของลูก คี แม่ขอตัวหมอกก่อนนะ ตามสบายนะลูก” ไม่ทันไร ไอ้หมอกก็โดนแม่ของมันลากกลับเข้าไปสู่วังวนที่มันเพิ่งจะออกมาอีกแล้ว 

 

 

ทุกอย่างมันเหมือนจะดูดีไปหมด งานหรู คนมากมายต่างมาแสดงความยินดี แต่ความบรรลัยมันเกิดขึ้นเพราะการ์ดหน้างาน ไม่ยอมให้คุณเมลเข้ามาในงาน มันทำให้ผมกับเมียรู้ได้ทันที ว่าเอาแล้วไง มีแน่ๆ ปัญหาแม่ผัวลูกสะใภ้ 

แต่มันแย่กว่าคือ ไอ้หมอกมันดันปี๊ดดดดดดแตก เถียงกับแม่มันกลางงานเลย จนเมฆพี่ชายของมันต้องเข้ามาห้าม แล้วให้มันเอาคุณเมลออกไปก่อน ผมเลยอาสาขับรถไปให้ไอ้หมอก โดยมีเมียผมตามมาด้วย 

“มึงจะไปไหน ไนต์คลับไหม” 

“ไปที่นั่น คือที่แรกที่แม่กูจะหาเจอเลย ตอนนี้พ่อกูอยู่ที่ปางไม้ ไปที่ปางแล้วกัน” 

“พ่อมึงไปทำไรที่ปางวะ วันนี้ก็ไม่เห็นมางานมึง” 

“หนีแม่กูไง พ่อกูไม่ชอบงานอะไรแบบนี้ ก็เลยหนีไปนอนที่ปาง ขับไปเถอะ ที่เดียวที่แม่กูจะไม่ตามมมา” ผมเคยมาที่ปางมันอยู่ 2-3 ครั้ง เหมือนแค้มป์ใหญ่ๆ ที่อยู่กลางป่า แต่ก็ไม่ได้แม่นทางขนาดนั้น เลยต้องให้ไอ้หมอกบอกทางมาตลอดทาง 

“เมียขา สงสัยคืนนี้เราคงต้องนอนกลางป่าแล้วค่ะ” เพราะดูท่าจะกลับไม่ได้แล้ว เข้ามาซะขนาดนี้ คงต้องค้างสักคืนแล้วกลับตอนเช้า ไม่งั้นได้หลงป่าแน่ๆ ผมเอื้อมมือไปกุมมือพอใจเบาๆ ลากเธอมาลำบากด้วยซะงั้น น่าจะไปส่งเธอที่ไร่ก่อนน้า 

“ก็ตื่นเต้นดีค่ะ ขับรถดีๆ มองทางด้วย มองฉันไม่ได้นะ” 

แต่ดูเหมือนเมียผมจะเห็นได้ชัดว่าทั้งสองคนที่เบาะหลัง ไม่คุยกันเลย เธอเลยเงียบด้วย บรรยากาศในรถนอกจากเสียงบอกทาง ทุกอย่างก็เงียบ 

“คุณเมลสวยจังเลยนะคะ แต่งมาวันนี้ฆ่าทุกคนในงานเรียบเลย” 

“ขอบคุณค่ะ คุณหมอก ฉันว่าบ้านคุณไม่ชอบฉัน เราควรจะหยุดความสัมพันธ์ของเรา อย่าให้มันไปไกลกว่านี้เลย แบบนี้ฉันรู้สึกแย่ ที่เป็นต้นเหตุของเรื่องที่กำลังจะตามมา หากเรายังคบกันต่อ” 

น่านนนนน ผมเหลือบมองหน้าเมีย ที่ตอนนี้ทำตาโตไม่แพ้กัน เอาละหว่า...ต้องมาอยู่ในสถานการณ์ที่ตึงเครียดและน่าอึดอัดแบบนี้ ไปไม่เป็นเลย จะแทรกก็ไม่ได้ จะเปลี่ยนสถานการณ์ก็ไม่เหมาะ ได้แต่นั่งเงียบๆ อยู่แบบนั้นจนถึงปางไม้ของพ่อมัน เมื่อเรามาถึงพ่อมันค่อนข้างตกใจที่เรามาที่นี่ แต่ก็ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี 

“ไง เจ้าคี อื้มมมม พาสาวมาด้วย ตัวจริงหรอ นางแบบนิ สวยนะ” 

“คร๊าบบบบ ตัวจริง” ผมแตะหลังพอใจน้อยๆ 

“สวัสดีค่ะ” 

“สวัสดีๆ แล้วสาวสวยคนนี้ล่ะ สวยจริงสวยจังเลยแฮะ เด็กแกหรอไอ้หมอก ตัวจริงด้วยรึเปล่า” ประโยคของพ่อไอ้หมอกที่กำลังรับไหว้คุณเมล ทำเอาตัวไอ้หมอกเอง พูดไม่ออก ว่าจะบอกว่ายังไง สถานะอะไร 

“เค้าเพิ่งบอกเลิกผมเมื่อกี้ เอาเถอะๆ เข้าบ้านก่อนเถอะพ่อ อย่าเพิ่งถามเลย บอกเลยว่าวันนี้ผมเซ็งมาก แม่ล้ำเส้นอีกแล้ว ไหนตกลงกันไว้ว่าจะไม่บังคับให้ผมทำอะไรที่ไม่อยากทำไง” แม้ปากจะบอกว่าเค้าบอกเลิกตัวเองไปแล้ว แต่มือมันก็ยังลากเค้าเข้ามาในบ้าน ท่าเยอะนะมึงอะ 

ผมเคยมาที่นี่ 2-3 ครั้ง ที่นี่ไม่ได้เปลี่ยนไปเลย สงสารแต่คุณเมลที่ตอนนี้ทำอะไรไม่ถูก ผมหันมามองเมียผมที่ตอนนี้ ดูเกร็งไปหมด แน่นอนสิเธอต้องมาอยู่ในบ้านของคนที่ไม่รู้จัก 

“เมียไอ้หมอกหรอไอ้คี” พ่อของไอ้หมอกกระซิบถามผมเบาๆ โดยไร้เสียง 

“ผมว่ายังไม่ได้ มันเพิ่งโดนเค้าบอกเลิกมาเมื่อกี้บนรถเลยพ่อ” 

“อื้มๆ สงสัยหนีมาแบบนี้ แม่เค้าทำพิษใช่ไหม งั้นคืนนี้ค้างที่นี่ พรุ่งนี้ค่อยกลับ ออกไปตอนนี้คงจะลำบาก พ่อจะจัดการให้คนเตรียมชุดให้เปลี่ยน เตรียมห้องให้ ที่นี่เหลือแค่ 2 ห้อง จะแบ่งกันยังไง ก็จัดการกันเอาเองนะ” พอพูดจบพ่อของหมอกก็เดินหายไปทันที 

“ถ้าเราจะนอนแยกชายหญิง คู่นั้นเค้าจะไม่ได้เคลียร์กันนะ” 

“เกรงใจเจ้าของบ้านค่ะ เฮียก็หัดเกรงใจซะบ้าง” 

แต่ถึงจะพูดอย่างนั้น เธอก็ต้องนอนกับผมอยู่ดี ก็ต้องปล่อยให้คู่นู้นเค้าเคลียร์กันนี่ ปัญหาแม่ผัวลูกสะใภ้นี่มันน่ากลัวจริงๆ ความสวยไม่ช่วยอะไรเลยงานนี้ 

 

พอใจ Say :: 

หลังจากแยกย้ายกันจัดการตัวเอง ฉันที่อาบน้ำเสร็จก่อนก็ออกมาเดินสูดอากาศข้างนอก โดยพยายามไม่ให้ห่างจากตัวบ้านนัก ที่นี่อากาศดีไม่ต่างจากที่ไร่เลย พระจันทร์วันเพ็ญนี่โตเต็มดวงดีจริงๆ ความเงียบสงบมันทำเอาฉันต้องปล่อยความคิดออกไป ฉันไปรับปากเฮียว่าจะเลิกทำงานก็จริง แต่มันยากมากเลยที่จะหยุดมันจริงๆ มันเป็นแค่ความคิดของฉันแค่คนเดียว คงต้องคุยเรื่องนี้กับเจ้กี้ ที่ตอนนี้น่าจะวุ่นวายกับโมเดลลิ่งของตัวเอง เฮ้ออออออ 

“เมียจ๋า เฮียหาตั้งนาน มายืนชมจันทร์อยู่นี่เอง คิดอะไรอยู่” คนตัวสูงกว่าเอาคางมาเกยที่ไหล่ของฉันเบาๆ 

“พระจันทร์สวยค่ะ แล้วก็คิดเรื่องงาน เรื่องของเรา หลายๆ เรื่องค่ะ” 

“เรื่องของเราด้วยหรอ เรื่องของเรายังไง บอกเฮียหน่อยได้ไหม เฮียอยากคิดด้วย” 

“แล้วเฮียคิดยังไงคะ บอกฉันหน่อยได้ไหม” ฉันย้อนถามคนที่กำลังโอบกอดฉันจากด้านหลัง 

“คิดไปถึงเราแต่งงาน มีลูก สุดท้ายของชีวิต เฮียก็อยากสร้างครอบครัว ให้ทุกเช้าที่เฮียตื่น เฮียรู้ว่าตื่นเพื่อใคร แล้วตอนนี้เฮียอยากตื่นเพื่อเธอ พ่อเธอถามเฮียว่าจะทำยังไงถ้าวันนึงชีวิตคู่ไม่ใช่ความรัก เฮียคิดไปหลายอย่างมากเลยนะ ความห่างไกลไม่ได้ทำให้รักของเรามันจาง แต่ความไม่ใส่ใจต่างหากที่ทำให้รักของเราจาง” อ้อมกอดของเฮียคีแน่นขึ้นอีก นั่นสินะ ตอนนี้ฉันกำลังคิดอะไรอยู่ 

“เราแต่งงานกันไหมคะ” ฉันเบี่ยงตัวหันมองหน้าคนที่กอดฉันเอาไว้แน่น 

“หื้ออออ มีที่ไหนผู้หญิงขอผู้ชายแต่งงาน” 

“ที่ฉันนี่แหละค่ะ ขอโทษนะคะ ฉันมัวแต่คิดว่า ฉันต้องพยายามรีบทำงาน ถ้าหมดเวลาของฉันแล้ว ฉันคงจะไม่ได้ทำอีกแล้ว จนรับงานเต็มเอี๊ยดดดดทุกวัน เช้าทำงานเย็นก็ยังทำต่อ อย่างน้อยก็ให้มากพอที่ฉันจะเลิกคิดถึงความห่างไกลของเราได้” ฉันค่อยๆ หมุนตัวมาหาเค้าช้าๆ เพราะอยากเห็นหน้าคนที่พูดเรื่องแบบนี้ออกมาอย่างจริงจัง 

“ไม่ให้หายไปอีกแล้วนะ” ตาดุๆ จ้องมองมาที่ฉัน ความรักของคนอื่นจะเป็นยังไง แต่ความรักของฉันหน้าตาเป็นแบบนี้ อาจจะเป็นฉันเองที่ดื้อด้านทำให้เรื่องทุกอย่างมันยากเองตั้งแต่แรก 

“ยังไม่ตอบเลย ว่าจะแต่งงานกับฉันไหม” 

“ตลกหรอ เฮียต้องเป็นคนถาม เธออยากเป็นเจ้าสาวของเฮียไหม อยากจะอยู่กับเฮียตลอดไปรึเปล่า อยากตื่นมาแล้วเห็นเฮียเป็นคนแรกของทุกวันไหม อยากจะเข้านอนพร้อมกันในทุกคืนหรือเปล่า” คำถามที่ถามมา ความเงียบสงัดที่มีเพียงแค่เสียงจักจั่นที่ส่งเสียงเชียร์ช่วยให้ฉันตอบตกลงเสียที 

“ฉันทำกับข้าวไม่อร่อยนะคะ” 

“อันนี้เฮียรู้ มันโคตรแย่เลยอาหารของเธออะ ถ้ามันยากนักอันนี้เฮียทำเอง” 

“งั้นอยากค่ะ ฉันรับฟูลคอร์สที่เฮียเสนอมา แบบตลอดชีวิตเลย” 

ที่จริงแล้ว ฉันตอบตกลงไปตั้งแต่อายุ 8 ขวบแล้ว ผู้ชายที่เข้ามาช่วยฉันไม่ว่าจะครั้งไหนๆ ผู้ชายเกรียนๆ ที่จะวนเข้าเรื่องอย่างว่าได้ทุกเวลา ผู้ชายที่จะอยู่ข้างฉันทุกครั้งเมื่อฉันมีปัญหา ฉันสวมกอดคนตรงหน้าถึงได้รู้ว่าตอนนี้หัวใจเค้าเต้นแรงแค่ไหน 

“หัวใจเต้นแรงจังเลย” 

“ของเธอเต้นแรงไหม” 

“มันก็แรงเหมือนจะระเบิดทุกครั้งที่อยู่ใกล้เฮีย ถ้าแรงกว่านี้เฮียจะรู้สึกเหมือนแผ่นดินไหวนะ” 

“ขนาดนั้นเลย ถ้าอะไรที่มันจะสั่น คืนนี้ขอเป็นเตียงแล้วกัน” 

“ไม่ได้!!! เราจะมาทำกันในบ้านคนอื่นไม่ได้ บ้ากาม นี่แหนะ!!!!” ฉันตีหนักๆ ลงไปที่อกของเฮียคี 

“เดี๋ยว ทำไมเดี๋ยวนี้ชอบใช้กำลัง นี่เฮียเป็นผัวเธอนะ” 

“แบบนี้สิคะ มันต้องยิ่งตี” 

“ชอบแบบตบจูบหรอ ได้เลยเฮียจัดให้” คนตัวใหญ่พยายามโน้มลงมาจูบ จนฉันต้องดันหัวเค้าออก 

“เฮี้ยยยยยย!!!!” 

“บอกแล้วไงว่าอยากเรียกเสียงสูง” 

ฉันวิ่งหนีคนบ้ากามโดยมีเฮียคีวิ่งตามมาติดๆ ฉันวิ่งออกมาจากตัวบ้านเล็กน้อย แต่เหมือนจะได้เสียงคนคุยกันแปลกๆ จึงหยุดฝีเท้า แล้วเงียบฟัง 

 

[แม่คุณไม่ชอบฉัน ถ้าพ่อคุณรู้ว่าฉันทำงานอะไร เค้าก็จะไม่ชอบฉันเหมือนกัน ฉันมันแค่ผู้หญิงบาร์ไงคุณ] 

บทสนทนาที่ทำเอาเราต้องหยุดและเงียบ เราควรจะไปจากตรงนี้ แอบฟังมันไม่ใช่เรื่องดี แต่พอฉันจะกลับลำเดินออก เฮียคีคว้าแขนฉันไม่ให้ไปไหน แล้วแอบฟังเค้าสองคนต่อ ทำไมเฮียขี้เผือกแบบนี้นะ 

[แต่คุณไม่เหมือนผู้หญิงบาร์พวกนั้นไง] 

[แต่ฉันใช่ไง แถมฉันยังเป็นตัวแม่ด้วย ความจริงมันเปลี่ยนไม่ได้ ฉันจะไม่ทนให้ใครมาดูถูกฉันอีกแน่ๆ เราควรจบกันตรงนี้ ตอนที่ฉันตอบตกลง เพราะฉันคิด ว่าฉันกับคุณมีโลกที่เหมือนกัน แต่ตอนนี้มันไม่ใช่] 

[จะโลกไหนมันก็ผมทั้งนั้น มันจะต่างกันตรงไหน] 

[คุณหมอก อย่่าทำแบบนี้ คุณหมอกหยุดดดด หยุดดดดด] 

“มันทำอะไรวะ เห็นไม่ชัดเลย มุมไม่ดี เปลี่ยนมุมใหม่” 

นั้น!!!! นี่สินะ ที่เค้าเรียกว่า เผือกเงียบๆ ไม่เป็น ฉันเลยต้องดึงแขนเค้าให้ออกไปจากตรงนี้เสียที อีตาเฮียนี่เคยรู้จักเกรงใจอะไรใครเค้าบ้างไหม 

“จะดึงไปไหน เฮียยังไม่รู้เลยไอ้หมอกมันทำอะไร” 

“แล้วจะรู้ไปทำไมเล่าาาาาา ไปเลยค่ะ ไปนอน ให้เค้าเคลียร์กันเอง เดินสิคะ อย่าเอาแต่ถ่วงฉันแบบนี้ เฮี้ยยย” ฉันพยายามพูดออกมาแบบไม่มีเสียง เพราะกลัวจะไปทำลายการสนทนาของคนที่เคลียร์กันอยู่ แล้วพยายามลากเฮียคีออกมาแทน คนตัวใหญ่ยังยื้อยุดไม่ยอมไป 

“เดี๋ยว!!!!” 

“รู้ไหมนะ ในป่าแบบนี้ มีผีนะ ผีป่า ผีเขา เคยได้ยินไหม ไม่กลัวรึไง” 

“ไม่กลัว!!!” 

“งั้นฉันไปแล้วเชิญอยู่คนเดียวไปเลย ขอให้ผีหลอกค่ะ” 

“เดี๋ยวเมียจ๋า รอด้วย!!!!” 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น