คณานางค์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 3: ทาสอารมณ์ [2]

ชื่อตอน : บทที่ 3: ทาสอารมณ์ [2]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.4k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ส.ค. 2562 16:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3: ทาสอารมณ์ [2]
แบบอักษร

เฟื่องลดาผลักประตูเข้ามาเดินต่ออีกเล็กน้อยก็พบโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ รวมไปถึงเจ้าของห้องที่กำลังนั่งหน้าตาเหมือนคนท้องผูกไม่ได้ขับถ่ายมาสามวัน ตาเขาดุและขวางโลกมาก ปากก็เชิดมุมขึ้นได้องศาพร้อมตวาดด่ากราดตลอดเวลา 

“กว่าจะมาได้นะ นึกว่าต้องให้คนเอาพรมแดงไปปูรอต้อนรับถึงหน้าลิฟต์!” 

ผิดจากที่คิดไว้เสียที่ไหน ยังไม่ทันพูดอะไรเขาก็ด่าซะแล้ว 

“คุณรสลงไปตามบอกว่าคุณภพมีเรื่องอยากคุยกับเฟื่อง” 

“ก็ใช่ไง ถ้าไม่มีเรื่องคุยคิดเหรอว่าฉันจะสนใจเรียกเธอขึ้นมาถึงห้องนี้!” รองประธานหนุ่มแสยะยิ้มบิดมุมปากขึ้นสูงจนน่าเกลียด ปรายสายตามองเมียคืนเดียวหัวจรดเท้าอย่างไม่สบอารมณ์ 

“หน้าตาบ้านๆ แต่งตัวก็เชยเป็นคุณป้า จะบอกให้เอาบุญว่าผู้หญิงอย่างเธอไม่ได้มีอะไรดีดึงดูดฐานัสได้หรอก แต่เพราะเธอมีความสัมพันธ์เป็นเมียฉันไง มันถึงเข้าหาเธอเพื่อต้องการจะเอาชนะฉัน รู้อย่างนี้แล้วก็เลิกลำพองใจคิดว่ามีผู้ชายหน้าโง่มาหลงชอบได้แล้ว!”   

“ถ้าคุณภพจะเรียกมาตำหนิเรื่องนี้ เฟื่องว่าเฟื่องขอตัวกลับไปทำงานต่อจะมีประโยชน์มากกว่านะคะ …ไร้สาระ” 

“เธอกล้าดียังไงถึงมาตีฝีปากกับฉันด่าฉันว่าไร้สาระ! เจียมตัวเองไว้บ้างนะเฟื่องลดาว่าเธอเป็นใคร ที่มีเงินจ่ายค่าเทอมเรียนจบปริญญาตรี มีงานดีๆ ทำ ก็ไม่ใช่เพราะครอบครัวฉันช่วยอุปการะหรือไง ไหนจะเรื่องแผนเรียนต่อปริญญาโทของเธออีก คิดว่ามีปัญญาจ่ายเองเหรอไง” 

“คุณภพ พูดให้ดีๆ หน่อยนะคะ เฟื่องได้ทุกอย่างมาด้วยความสามารถของเฟื่องเอง หลังเรียนจบก็มาใช้ทุนคืนบริษัทแล้วคุณยังจะต้องการอะไรจากเฟื่องอีก ถึงคอยพูดคอยย้ำทวงบุญคุณอยู่เรื่อย” 

“เถียงเป็นด้วยโว้ย นึกว่าจะแอ๊บแบ๊วเงียบขรึมไปได้ตลอดรอดฝั่งซะอีก พ่อฉันน่าจะมาเห็นเธอในลุคนี้บ้างนะจะได้เลิกสงสารผู้หญิงจอมมารยาอย่างเธอสักที” จากอารมณ์เสียก็เปลี่ยนโหมดมาเป็นยิ้มสะใจที่สามารถพูดให้เฟื่องลดาโมโหได้ 

“เฟื่องไม่ได้เถียง เพราะเฟื่องรู้ตัวว่าเถียงคนอย่างคุณไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร เฟื่องแค่แจกแจงเหตุผลให้คนไร้เหตุผลอย่างคุณฟัง ทุนปริญญาตรีของบริษัทกำหนดคุณสมบัติของผู้สมัครไว้ครบถ้วนทุกประการ เกรดเฉลี่ยของเฟื่องผ่านเกณฑ์ สอบสัมภาษณ์ก็ผ่านแถมยังเรียนจบมาได้ด้วยเกรดรวมที่สูงมากๆ การที่จะได้ทุนเรียนต่อปริญญาโทอีกมันแปลกมากเหรอคะ คนในบริษัทก็ได้ตั้งหลายคนคุณไม่เห็นไปเหน็บแนมไปว่าอะไรเขาเลย ทำไมต้องว่าให้แค่เฟื่องด้วย” 

“ก็เพราะว่าด่าเธอมัน ‘สะใจ’ มากกว่าด่าคนอื่นยังไงล่ะ ผู้หญิงที่มีแต่ตัวอย่างเธอฉันจะด่ายังไงก็ได้!” 

“คุณรสบอกว่าอีกไม่ถึงสิบนาทีก็จะถึงเวลาประชุมโครงการ เฟื่องแนะนำให้เอาเวลาด่าเฟื่องไปอ่านหัวข้อการประชุมดีกว่านะคะ อย่างน้อยๆ ก็น่าจะเป็นประโยชน์กับตำแหน่งคุณมากกว่าจะหาเรื่องพนักงานกินเงินเดือนอย่างเฟื่อง!” 

“คนอย่างฉันเก่งมากพอแล้วไม่จำเป็นต้องให้คนเก่งน้อยกว่าอย่างเธอมาสั่งสอน! แล้วก็รู้ไว้ซะด้วยว่าฉันไม่ได้ไร้สาระเรียกเธอมาด่าอย่างเดียว” ว่าจบรณภพก็ดึงกระชากแฟ้มเอกสารเล่มหนาขึ้นมาวางบนกลางโต๊ะ “…เอกสารสัมมนา!” 

เฟื่องลดายังไม่ไว้วางใจ นัยน์ตาคู่สวยจากกล้าแข็งเปลี่ยนมาเป็นไหวระริกเลื่อนลงมามองแฟ้มดังกล่าว หัวข้อที่พิมพ์ไว้กลางแฟ้มยืนยันให้มั่นใจว่าเป็นเอกสารที่คุณแขไขบอกว่าจะให้คนนำมาส่งให้ เฟื่องลดาไม่กล้าเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของเขาไปมากกว่านี้ กลัวจะถูกเสือร้ายกระโจนเข้ามาใส่ร่างกายทำให้บาดเจ็บ 

ดวงตาเลื่อนไปมองเห็นเขายังนั่งนิ่งไม่มีอากัปกิริยาต่อต้านใดๆ ดังนั้นเฟื่องลดาจึงสาวเท้าเรียวเข้ามาให้ใกล้มากกว่าเดิมแล้วเอื้อมมือยาวไปหยิบเอกสารฉบับนั้น ทว่าเหมือนรณภพกำลังรอจังหวะนี้มานาน รีบส่งกรงเล็บพิฆาตเข้าไปจับล็อกท่อนแขนบอบบางกระชากแรงจนร่างน้อยถลาเข้ามาชนขอบโต๊ะ 

“ถ้าเจ็บก็ให้รู้ไว้ว่าฉัน ‘ตั้งใจ’ จะได้หายกันกับที่เธอปากเก่งด่าฉันว่าไร้สาระ!” รณภพดึงยื้อตัวเฟื่องลดาไว้ ดวงตาคมกล้าจ้องมองดวงตาคู่ขลาดเขลา ทำเป็นปากเก่งเถียงเขาฉอดๆ แต่บทเขาเอาจริงหล่อนกลับไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ 

“แล้วก็จำใส่หัวไว้ว่าฉันไม่ได้เป็นผู้ชายแสนดีสุภาพบุรุษมาจากไหน ฉันยังทำกับเธอได้มากกว่านี้เป็นร้อยเท่าพันเท่าถ้าเธอยังกล้าท้าทายฉัน!” มือใหญ่เลื่อนจากท่อนแขนขึ้นมากุมหัวไหล่บางออกแรงบีบให้หนักมากขึ้น แม้ใบหน้าเฟื่องลดาจะบิดเบี้ยวตามความเจ็บรณภพก็ไม่ได้ผ่อนแรงลงเลย 

“ฉันจะไม่พูดถึงเรื่องทุนการศึกษาของเธออีกก็ได้ แต่เรื่องไอ้ฐานัสต่อให้ต้องฆ่าเธอให้ตาย! ฉันก็ไม่ยอมให้เธอหนีไปเสวยสุขกับมันหรอก! นับจากวันนี้เป็นต้นไปห้ามเข้าใกล้ห้ามไปเสนอหน้าหรืออ่อยมันอีกเป็นอันขาด ไม่อย่างนั้นเราได้เห็นดีกันแน่! หรือถ้าของขาดกระเหี้ยนกระหืออยากได้ผู้ชายมากนักก็ไปหาเอาข้างหน้า จะไปวิ่งจับผู้ชายคนไหนก็ได้ที่ไม่ใช่มัน!” 

“เข้าใจแล้วใช่ไหม?” แค่นเสียงถามพอแค่หล่อนได้ยิน สักพักหญิงสาวใต้วงแขนก็พยักหน้ารับทำนองว่าเข้าใจ รณภพจึงเลิกจิกกัดสะบัดมือทิ้งคลายวงแขนออกจากการกอดรัดให้เฟื่องลดาเป็นอิสระ มือใหญ่ยกขึ้นเช็ดริมฝีปากตนเองแรงเพราะเผลอจูบแก้มหล่อนไปหลายหนตอนที่ส่งเสียงตะคอก “เสียปากชะมัดเลย สงสัยต้องได้เอาแอลกอฮอล์มาเช็ดทำความสะอาด” 

“พี่ภพ เฟื่องลดา! นี่มันเรื่องอะไรทำไมต้องกอดกันด้วย” 

 

 

 

 

 

 

ฝากอีบุ๊คด้วยนะคะ >//< 

เนื้อหาฉบับเต็มยาวมากๆ ค่ะ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น