AU

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 51 ฮอปเดือด!!

ชื่อตอน : ตอนที่ 51 ฮอปเดือด!!

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 63

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ส.ค. 2562 08:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 51 ฮอปเดือด!!
แบบอักษร

ตอนที่ 51 ฮอปเดือด!!  

“เดี๋ยว!!” เสียงของผู้บังคับบัญชาคนเดิมห้ามการโจมตีของผู้ใต้บังคับบัญชาของตน ฝ่ายลูกน้องเมื่อได้ยินเสียงสั่งห้ามก็ชะงักหมัดของตนทันที

“ข้าเปลี่ยนใจแล้ว!” ผู้บังคับบัญชาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหี้ยม เขามองไปยังผู้ใต้บังคับบัญชาอีกคนหนึ่ง

“เจ้าไปเอากรงเหล็กมา แล้วขังเด็กเปรตนี่ซะ! ป่าวประกาศออกไปว่าในอีกหนึ่งชั่วโมงข้าจะสับแขนสับขามันตรงลานนั้น ส่วนพวกเจ้า!! ไปทำลายอาหารที่ส่งกลิ่นเหม็นเน่านี่ซะ ใครกล้าขวางให้จับมันมาขังไว้ในกรงเดียวกับอีเด็กเปรต ข้าจะสับแขนสับขาพวกมันทีละคน โดยเริ่มจากอีเด็กนี่ก่อน!! ดูซิ ว่าจะมีใครหน้าไหนกล้ามาช่วยมัน ส่วนพวกเจ้าที่เหลือ ถ่ายทอดคำสั่งไปยังกองกำลังทหารอีกร้อยกว่าให้ล้อมสถานที่นี้ไว้ เปิดทางเข้าให้ทุกคนและปิดทางหนีไม่ให้ใครออกไปได้!! ใครหน้าไหนมันกล้าต่อต้านก็จับมันมาขัง!! รีบถ่ายทอดคำสั่งเร็วเข้า!!” เสียงของผู้บังคับปัญญาเอ่ยด้วยความห้าวหาญและก้าวร้าว เขาคือหนึ่งในผู้นำทัพของขุนนางเกียร์

ประวัติคร่าว ๆ ของผู้บังคับบัญชา ...ทำลายหมู่บ้าน 8 แห่ง นำกองกำลังไปสังหารผู้ที่ขัดขวางอำนาจของขุนนางเกียร์นับสิบครั้ง ชื่นชอบในการฆ่า โดยเฉพาะเด็กตัวเล็ก ๆ

เขาสังหารโดยการตัดแขนตัดขาให้เด็กทรมานจนตายมากกว่า 120 ราย (ไม่รวมสั่งให้คนอื่นฆ่า) ข่มขืนสตรีและฆ่าทิ้งมากกว่า 20 ราย ความแข็งแกร่งอยู่ในระดับนักผจญภัยระดับสูงมาก ๆ หรืออดีตนักผจญภัยระดับ S ข้อเสียคือชอบอวดเบ่งและข่มขู่ประชาชน เป็นประเภทที่ความเลวลือเลื่องไปทั่วแต่ไม่มีใครทำอะไรได้ เพราะอยู่ภายใต้อำนาจของขุนนางเกียร์

 

.................................

ทางด้านดอนต่างช่วยกันตามหาเชลรีน แม้ว่าเธอจะคลาดสายตาไปไม่นานทว่าหาเท่าไหร่กลับไม่พบ ครั้นจะเอ่ยถามชาวบ้านก็ไม่มีใครรู้จัก จนมาถึงสถานที่แจกข้าวต้ม

ดอนและพรรคพวกเห็นเหล่าทหารที่ประดับตราของขุนนางกำลังทำลายข้าวของรวมถึงจับชาวบ้านบางส่วนไป สถานการณ์แบบนี้ยิ่งทำให้ใจของดอนตกลงสู่ตาตุ่ม เขาเป็นห่วงเชลรีนมาก จึงแยกย้ายกันตามหาเพราะจะได้มีโอกาสที่จะพบเธอได้เร็วขึ้น

ทั้งนี้การตามหาเชลรีนต้องเป็นไปอย่างระมัดระวัง ยิ่งตอนนี้ทหารบางคนทำการทุบตีชาวบ้านจนสลบ บางคนก็กระอักเลือดตายตรงนั้นก็มี สถานการณ์แบบนี้มันเป็นอะไรที่เลวร้ายที่สุด เขาต้องรีบหาเชลรีน!! ใช้เวลาร่วมชั่วโมงก็ยังหาเธอไม่เจอ นั่นเพราะต้องหาอย่างระมัดระวังจึงเสียเวลาส่วนใหญ่ไปกับการหลบทหารมากกว่า

 

.................................

 

กลับมาสู่สถานการณ์ปัจจุบัน

ฝั่งทหารได้ทำลายข้าวของของชาวบ้านเป็นจำนวนมาก หญิงสาว เด็ก และผู้คนที่ขัดขวางถูกจับเข้ากรงร่วม 20 คน ฝ่ายผู้บัญชาการนั่งเหลาไม้แหลมด้วยมีดสั้น เพื่อใช้สำหรับเสียบมือ แขน ขา และส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเหยื่อให้ได้รับความเจ็บปวดมากขึ้นเข้าไปอีก

บางครั้งก็ชำเลืองดูชาวบ้านไร้ทางสู้ด้วยความอิ่มเอมใจ การข่มขู่และทรมานคนไร้ทางสู้นั้นเป็นสิ่งที่น่าสนุกที่สุดแล้วสำหรับเขา เมื่อครบเวลา 1 ชั่วโมงกรงขังถูกเปิดออก เด็กและชาวบ้านที่อยู่ในนั้นต่างนั่งขดตัวกอดกันเกลียว

มีแต่ความหวาดกลัวฝังลึกเข้าไปในจิตใจ เชลรีนไม่ยอมลืมตาเธอนั่งขดตัวคนเดียวอยู่มุมหนึ่งของกรง ร่างของเธอสั่นตลอดเวลาทำให้ผู้มองรู้สึกสงสารขึ้นจับใจ

“เอาอีเด็กนั่นออกมา” เสียงสั่งการของผู้บังคับบัญชาดัง เขารวบไม้แหลมมาจำนวนหนึ่ง ทหารอีกสองคนรู้งานรีบนำโต๊ะไม้ยาวมาวางไว้ตรงกลางลานทันที

ด้านเชลรีนเธอถูกทหารเข้าไปจับในกรงแต่กว่าจะจับได้ต้องใช้เวลานับ 10 นาทีเพราะเธอหนีคล่อง แม้จะเป็นที่คับแคบก็ตาม นั่นยิ่งสร้างความขุ่นเคืองใจให้กับผู้บังคับบัญชามาก ทว่าเมื่อนึกถึงตอนที่จะได้ทรมานเด็กคนนี้ต่อหน้าผู้คนเพื่อสร้างความหวาดกลัวให้กับพวกมัน ยิ่งรู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก

เชลรีนถูกรวบคอชูขึ้นเหนือพื้น แม้จะโดนแบบนั้นเธอก็ไม่อาจจะลืมตาได้ แสงสว่างเพียงน้อยนิดที่เล็ดลอดเข้าไปในเปลือกตาก็เพียงพอที่จะสร้างความทรมานให้เธอได้แล้ว

“นำมันมาที่นี่” เสียงของผู้บังคับบัญชาเอ่ย เขาถือไม้แหลมรอคอยการเชือดเหยื่ออันโอชะต่อหน้าสาธารณะชนที่ไร้ทางสู้ เชลรีนถูกนำมาตามคำสั่ง ด้วยความกลัวแน่นอนว่าเธอคงไม่ยอมมาง่าย ๆ

เธอใช้เรี่ยวแรงที่มีทั้งหมดดิ้นเพื่อที่จะให้หลุดจากเงื้อมมือของมัจจุราช คอที่โดนบีบอยู่ทำให้เธอส่งเสียงร้องได้เพียงอู้อี้ อู้อี้ ไม่นานก็สิ้นฤทธิ์ เธอถูกนำมาวางไว้บนโต๊ะ ทหารอีกสามนายเข้ามาช่วยล็อกแขนและขาของเธอไว้

“พวกเจ้ารู้ไหม! ว่าข้าได้รับคำสั่งมาจากท่านเกียร์ให้ทำการสั่งสอนพวกเจ้าสักเล็กน้อย ที่ริอาจมาใช้ลูกเล่นกับท่าน!! คำสั่งนั้นก็แค่ให้ข้าสังหารพวกเจ้าจำนวนหนึ่ง และทำลายกิลด์นักผจญภัยอิสระ” เสียงของผู้บังคับบัญชาการเอ่ยขึ้นทำให้ผู้ฟังถึงกับสั่นสะท้าน

“ทะ ทำลายกิลด์นักผจญภัยอิสระงั้นเหรอ!!” หนึ่งในสมาชิกกิลด์โพล่งขึ้นมา เขาเป็นเพียงนักผจญภัยระดับกลางเท่านั้น กำลังของเขาไม่อาจจะต่อกรกับทหารระดับสูงพวกนี้ได้เลย ตอนนี้ได้แต่ยืนดูด้วยความแค้นใจที่ไม่สามารถทำอะไรได้

“บ้าน่า!! พวกข้าก็ทำภารกิจให้กับอาณาจักรตลอดเวลาที่ผ่านมา ทำไมถึงต้องทำลายกิลด์ที่พึ่งสุดท้ายสำหรับพวกเราด้วย!” หญิงสาวสมาชิกกิลด์ผู้ทำหน้าที่ตักอาหารอีกคนเอ่ยออกมา เขารู้สึกหดหู่ใจเมื่อได้ยินคำพูดนั้น ทุกสิ่งที่ทำมาจะต้องพลังทลายหมดเลยอย่างงั้นหรือ!!

“วันนี้ข้าแค่จะมาสั่งสอนเบาะ ๆ ถึงการกระทำที่ริอาจต่อกรกับอำนาจขุนนางของท่านเกียร์ คนที่อยู่ในกรงพวกนี้จะต้องตายอย่างทรมาน มันจะถูกไม้เสียบทีละส่วนของร่างกาย ร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด และภาพแห่งความกลัวนี้จะฝังลึกเข้าไปในจิตใจของพวกเจ้าอีกครั้ง และอีกครั้ง!” เสียงที่เน้นต่ำลงเพื่อสร้างความหวาดกลัวให้กับชาวบ้าน นั่นทำให้ไม่มีใครกล้าลุกมาต่อต้าน สิ่งนี้เกิดขึ้นเพียงช่วงสั้น ๆ ที่ผ่านมาเท่านั้น จุดจบของความผาสุกเช่นคราก่อนคงหมดเสียแล้วครานี้

ผู้บังคับบัญชาค่อย ๆ เงื้อมือที่จับไม้แหลมขึ้นเหนือหัว เขาจะให้มันเสียบทะลุแขนของเชลรีนเพื่อให้เธอร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด

“ข้าอยากจะรู้ว่าเสียงร้องของเจ้ามันจะเป็นอย่างไร หึหึ”

ขณะที่ผู้บังคับบัญชากำลังจะลงแรงจู่ ๆ ก็เกิดเสียงหวีดหวิวของอากาศขึ้น ผู้บังคับบัญชาขยับกายถอยออกไปจากจุดที่ตนยืนอยู่ด้วยความรวดเร็วทันที

บังเกิดค้อนฟาดในแนวขวางเฉียดฉิวร่างกายของผู้บังคับบัญชาอย่างหวุดหวิด แต่แทนที่จะตื่นตระหนกเขากับแย้มยิ้มด้วยความชอบใจ

“ในที่สุดก็มาแล้วสินะ ให้เวลา 1 ชั่วโมงนี่ช่างเหมาะสมจริง ๆ” คำพูดเชิงหัวเราะออกจากปากผู้บังคับบัญชา

เขาโยนไม้ปลายแหลมไปกองอยู่บนร่างของเชลรีนแล้วร่ายเวทพันธนาการไม่ให้เธอขยับไปไหนได้ ทหารทั้งสี่ที่ล็อกเชลรีนไว้รู้งานรีบล่าถอยออกมาอยู่ข้างหลังผู้บังคับบัญชาของตน

“เจ้าจะทำอะไรผู้บริสุทธิ์อีก ที่ผ่านมายังไม่สาแก่ใจงั้นเหรอ!!” เสียงของชิกิตะคอกด้วยความโกรธเกรี้ยว แม้จะอยู่ในวงล้อมของทหารจำนวนมากก็ตาม

“สาแก่ใจ! คำนั้นไม่มีในหัวข้า มันมีแต่คำว่าสนุกเท่านั้น” ผู้บังคับบัญชาพูดด้วยท่าทีเย้ยหยัน เขาทำการเปิดมิติดึงเอาขวานคู่ใจของตนออกมา มันเป็นขวานระดับ 3 ดาว ที่ขุนนางเกียร์ประมูลมาได้ ชิกิได้เห็นแหวนมิติและอาวุธชิ้นนั้นก็บังเกิดสีหน้าหนักใจขึ้นทันที

ผู้บังคับบัญชาไม่ปล่อยให้ชิกิรอนานเขาร่ายเวทเสริมพลังด้วยความเร็วสูงทำให้ชิกิถึงกับอึ้ง ขวานถูกกระชับแล้วพุ่งเข้ามาโจมตีชิกิ เธอกระโดดถอยออกมาก้าวหนึ่งแล้วใช้ค้อนตัวเองรับ

ทว่าแรงปะทะมันมีมากเกินทำให้ชิกิเซไปข้างหลังอีกหลายก้าว ฝ่ายผู้บังคับบัญชาไม่หยุดเพียงแค่นั้น ระหว่างที่เขาโจมตีชิกิ เวทกายาเหล็กถูกร่ายเสร็จสมบูรณ์แล้ว และปลดปล่อยออกมาใช้งานทันที

“บ้าน่า! โจมตีพร้อมกับร่ายเวทได้ด้วยงั้นเหรอ!” ชิกิสบถลั่น เธอรับมือกับการโจมตีของผู้บังคับบัญชาอย่างยากลำบาก ด้วยประสบการณ์ของเธอ

หมัดอัดพลังเวทกระแทกเข้าหน้าท้องของผู้บังคับบัญชาเมื่อเขาเปิดช่องว่าง ทำให้ไถลกับพื้นไปร่วมเมตร ชิกิใช้โอกาสนี้ปลดปล่อยพลังกระตุ้นค้อนระดับ 2 ดาวของเธอทำให้มันเรืองแสงอ่อน ๆ พุ่งเข้าโจมตีผู้บังคับบัญชาด้วยกระบวนท่าของเธอ ทุบซ้ายหมุนตัวดึงกลับกระตุกเหวี่ยง ขยับเท้าสองจังหวะกระชากแล้วหมุนตัวทุบ

จังหวะโจมตีเหล่านี้ทำให้ผู้บังคับบัญชาเสียหลักโดนโจมตีไปสองครั้งเต็ม ๆ ทว่ากลับเกิดเพียงรอยเล็ก ๆ ตรงเกราะเท่านั้น ร่างกายไม่ได้รับความเสียหายใด ๆ เลย ชิกิถึงกับเครียด

“ฝีมือเจ้าจัดว่าดี แต่มุทะลุเกินไป ก็เหมาะสมแล้วที่เป็นนักผจญภัยระดับสูง แต่หากจะมาเทียบกับอดีตนักผจญภัยระดับ S เช่นข้า มันยังเร็วไปร้อยปี เตรียมตัวรับมือการจู่โจมของข้าเสียเถอะ” ผู้บังคับบัญชาพูดด้วยความหยิ่งทะนง ทว่าแรงกดดันที่เขาเริ่มปลดปล่อยออกมานั้นเป็นของจริง แรงกดดันที่มากกว่าของชิกิไปถึง 1 ขั้น

“ตาย!” เสียงกระแทกโสตของผู้บังคับบัญชาพร้อมกับที่เขาพุ่งเข้ามาโจมตี มันเป็นการโจมตีที่เหวี่ยงขวานทื่อ ๆ ด้วยแรงอันมหาศาล ชิกิกระโดดหลบให้พ้นรัศมีขวาน ทว่า

“ทางนี้ต่างหาก”

ตู้ม!!!

บังเกิดเสียงดังสนั่น โชคดีที่เธอดึงค้อนมาตั้งรับไว้ทัน ทว่าผู้บังคับบัญชาไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น

“สะบั้นภูผา!”

กระบวนท่าถูกเอ่ยขึ้นขวานที่เขาถืออยู่ถูกออร่าสีแดงปกคลุมผู้บังคับบัญชาเหวี่ยงขวานไปด้านหน้าสุดแรงแล้วม้วนลงข้างล่างหมุนขึ้นด้านบนเป็นรูปวงกลม เป้าจู่โจมคือศีรษะชิกิ ท่าที่ฉีกอากาศแผ่แรงกดดันเป็นลมกระแทกร่างหลายคนปลิวออกจากที่

ชิกิไม่สามารถขยับตัวได้ เธอพึ่งรู้ว่าพลาดท่าโดนเวทพันธนาการของศัตรู คมขวานสะบั้นเข้าหาด้วยความดุดันภาพติดสองตาเธอไม่เลือนหาย

-เธอคงต้องตายแล้วสินะ

ตู้ม!!!!

“ท่านชิกิ!!”

“ท่านชิกิ!!”

เสียงอุทานลั่นของลูกกิลด์เมื่อเห็นชิกิโดนโจมตี ฝุ่นควันฟุ้งกระจายทำให้มองไม่เห็นว่าเธอจะเป็นยังไงบ้าง ท่ามกลางความตกใจของลูกกิลด์ และความหวาดกลัวของชาวบ้าน บังเกิดสายลมพัดเอาฝุ่นควันออกไปทั้งหมด

เผยให้เห็นชิกิที่ยืนมองตาค้างด้วยความตกใจของคนที่กำลังจะตาย ทว่าหาใช่เช่นนั้น บัดนี้มีมือของนักผจญภัยวัยกลางคน คนหนึ่งจับคมขวาน ใบหน้าที่มีลายสีดำพาดผ่าน แววตาที่นิ่งเฉยจนน่ากลัวเหมือนเขากำลังโกรธอยู่ก็ไม่ปาน

“จะ เจ้า!” ชิกิเผลออุทานออกมาเมื่อเห็นฮอปเข้ามาขวางคมขวานของศัตรูเพื่อช่วยชีวิตเธอ แต่ฮอปในตอนนี้หาได้สนใจเธอไม่

เมื่อผู้บังคับบัญชาเห็นคนที่สกัดกั้นการโจมตีของเขาได้ก็คิ้วขมวด แต่เมื่อเห็นฮอปชัดเจนก็ยิ้มปริ่ม เขาเจอเป้าหมายแล้ว!!

“หึ ไม่นึกว่าจะเสนอหน้าออกมาเองแบบนี้! แต่ก็ดี เพื่อนเจ้าอีกคนหนึ่งไปอยู่ไหน” เสียงผู้บังคับบัญชาถามเกลื่อนกลาดอปด้วยแรงกดดันของนักผจญภัยระดับ S

แต่แม้ว่าเขาจะมีระดับสูงกว่านักผจญภัยระดับกลางตรงหน้า เหตุไฉนถึงรู้สึกสั่นสะท้านแบบนี้

“แก เป็นคนที่ทำให้แผนฉันเสีย!” ฮอปพูดด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่ง แค่ชิกิกับเจ้าผู้บังคับบัญชาได้ฟังเสียงถึงกับรู้สึกเสียววาบทั่วร่าง

“หือ! เจ้าพูดอะไรของเจ้า โง่เขลาสิ้นดี” ผู้บัญชาการละความรู้สึกนั้นด้วยความคิดที่ว่าตนมีระดับเหนือกว่า

“เธอมันคิดไม่เป็น เชื่อในพลังตัวเองมากเกินไป สุดท้ายก็จะจบลงด้วยความตาย พวกพ้องของเธอก็เช่นกัน แค่คิดว่าระดับของตัวเองน้อยกว่าศัตรูจึงไม่กล้าสู้ หึ! เหลวไหลสิ้นดี” ฮอปพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งเน้นคำพูดให้ชิกิได้ยินโดยที่ไม่หันไปมองเธอ

ผู้บังคับบัญชาการได้ฟังก็หัวเราะลั่น

“ฮ่า ๆ ๆ ๆ เจ้าโง่!! เส้นทางของการต่อสู้ ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่อยู่รอด!!” เสียงของผู้บังคับบัญชาจงใจกระแทกให้ดุดันเพื่อหวังข่มขู่ให้ฮอปกลัว ชิกิเองก็ยอมรับในกฎนี้ แต่ฮอปกลับนิ่ง

“งั้นเหรอ! จะบอกอะไรให้ ความแข็งแกร่งน่ะ ไม่พอที่จะทำให้อยู่รอดหรอก เธอจงจำคำพูดนี้ไว้ ว่าศัตรูที่น่ากลัวที่สุด ไม่ใช่ศัตรูที่แข็งแกร่ง แต่เป็นศัตรูที่เก่งในเรื่องนั้น ๆ แบบเฉพาะทางต่างหาก”

ฮอปพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งเช่นเคยเขากระแทกขวานด้วยแรงเพียงเล็กน้อย มันเป็นแรงของคนธรรมดา แต่กลับทำให้ผู้บังคับบัญชาการถอยได้ถึงสองก้าว

แรงดังกล่าวนั้นใช้เทคนิคของรัศมีวงกลม ทิศทางของแสง และทฤษฎีของร่างกายมนุษย์

“จะแสดงให้เห็นเอง ถึงความน่ากลัวของคนเก่ง” ฮอปพูดเน้นน้ำเสียงแววตาของเขาตอนนี้มันแฝงไปด้วยความโกรธ

คนพวกนี้มันทำให้แผนของเขาพัง และลักษณะนิสัยของชิกิก็ดันอ่อนไหวเกินไป แม้งานฆ่าฮอปไม่เคยพลาดสักครั้ง จะมีก็แต่จงใจให้พลาด

แต่กับงานยั่วยุแค่นี้กลับทำไม่ได้ มันเจ็บใจ นั่นเพราะฮอปศรัทธาในตัวไผ่มาก จึงไม่อยากให้ไผ่เห็นภาพการทำงานพลาดของเขา

ฮอปค่อย ๆ ถอยออกมาด้วยท่าทางที่เรียบง่าย สร้างความสงสัยให้กับชิกิและผู้บังคับบัญชาเป็นอย่างมาก จนมาถึงจุดที่เชลรีนถูกพันธนาการอยู่ ฮอปมองไปยังใบหน้าเธอสักพัก

“เด็กที่อยู่ในความดูแลของพี่ (เมื่อโกรธจะเปลี่ยนจากเฮียเป็นพี่) กล้ามากเลยนะ” ฮอปพูดเพียงแค่นั้นเขาหยิบไม้แหลมที่ผู้บังคับบัญชาโยนใส่ร่างเชลรีนขึ้นมาจำนวนหนึ่ง

“ความหวาดกลัวเมื่อเจอคนแข็งแกร่ง ยังไม่เท่ากับประสบกับคนเก่ง” ฮอปพูดสั้น ๆ ผู้บังคับบัญชาเห็นว่านักผจญภัยวัยกลางคนนี้ไม่ได้น่ากลัวอะไรเลย มันเป็นเพียงคนอวดดีคนหนึ่งจึงพุ่งเข้าหา

“คิดจะใช้ไม้แหลมเป็นอาวุธงั้นเหรอ!! โง่เอ้ย มันไม่ระคายร่างกายข้าหรอก!!” ผู้บังคับบัญชาตะคอกแล้วพุ่งเข้าหาฮอปด้วยคมขวานทันที

ขวานเหวี่ยงไปยังร่างฮอปอย่างรวดเร็วทว่าฮอปกลับอยู่เฉย ๆ พลันผู้บังคับบัญชาก็หายไปอยู่ด้านหลังของฮอป นี่เป็นกระบวนท่าของผู้บังคับบัญชา

จะทำการหลอกโจมตีเพื่อให้ศัตรูหลบหรือตั้งรับ แล้วจะหายไปอยู่ข้างหลังด้วยทักษะเฉพาะตัว จากนั้นก็โจมตีจริง

ทว่าสิ่งนี้กลับถูกฮอปมองออกอย่างทะลุปรุโปร่ง ไม้แหลมในมือขวาของฮอปพุ่งเข้าปักดวงตาทั้งสองข้างของผู้บังคับบัญชาอย่างรวดเร็ว

จังหวะนั้นมือซ้ายก็พุ่งไม้แหลมแทงเข้าเพดานปากในจังหวะที่ผู้บังคับบัญชาส่งเสียงร้อง มือที่จะเอาไปกุมดวงตากลับชะงักเพราะความเจ็บปวดเกิดขึ้นทั้งสองแห่ง มันทำให้กล้ามเนื้อไม่ทำงานชั่วขณะ และจังหวะนี้ฮอปก็เสียบไม้แหลมเข้าหูซ้ายของผู้บังคับบัญชาจนมิดด้ามเสียแล้ว

เป็นเหตุให้เขาต้องลงไปดิ้นทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวดเพราะฮอปจงใจให้มันค่อย ๆ ตายไปอย่างช้า ๆ

สิ่งที่เกิดขึ้นสร้างความตกใจและตื่นตะลึงให้กับทุกคนที่ดูอยู่ ทว่าฮอปไม่ได้หยุดแค่นั้นเขาพุ่งไปด้วยท่าร่างซิกแซกไปมายากคาดเดาทิศทางเข้าสังหารทหารคนนั้นทีคนนี้ทีด้วยความรวดเร็ว แค่ชั่วอึดใจทหารระดับสูงตายไปร่วม 10 นาย

“รีบช่วยกันจัดการมันเร็ว!!” เมื่อผู้บังคับบัญชาการตายแล้วก็เป็นหน้าที่ของรองผู้บังคับบัญชาที่สั่งการอย่างตื่นตระหนก ทหารทุกคนตั้งท่าเตรียมพร้อมโล่เหล็กถูกยกขึ้นบังการโจมตีของศัตรู

ทว่าฮอปกลับกระโดดข้ามโล่เข้าไปในวงทหารระดับสูง การเคลื่อนไหว ท่วงท่า และการโจมตีคล่องแคล่วเฉียบขาดเป็นอย่างมาก เหมือนกับเขามีตารอบด้าน ไม่มีการโจมตีใดที่ทำอันตรายฮอปได้เลย เคลื่อน ขยับ กระชับ ดึง เหวี่ยง แทง ยืมแรง ส่งแรง กระแทก ซิกแซกหลบ ก้มต่ำจ้วงแทงสวน คว้าศัตรูเข้าบังดาบ และการโจมตีของบอลไฟศัตรู รอบด้านรอบทิศทางไม่มีใครที่จะทำอะไรฮอปได้

ฮอปไม่ได้ใช้พลังเวทใด ๆ เข้าช่วย เขาใช้แต่ร่างกายและทักษะที่ฝึกมาตอนเป็นมนุษย์เท่านั้น ทักษะของนักฆ่าที่ทำให้เขาถูกหมายหัวเป็นอันดับที่ 1

การโจมตีของฮอปเป็นการโจมตีธรรมดา ๆ แต่เน้นจุดอ่อน ลอดซอกชุดเกราะเข้าสู่จุดสำคัญต่าง ๆ ของร่างกายศัตรู อาศัยจังหวะทางร่างกายบางประการเพื่อป่วนการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อศัตรูทำให้ตกอยู่ในสถานะอัมพาตชั่วคราวโดยไม่ต้องพึ่งเวทมนตร์

การชะงักกล้ามเนื้อคู่ต่อสู้นั้นทำไม่ยาก แค่คู่ต่อสู้จ้องการเคลื่อนไหวของเขาเท่านั้น ฮอปจะหลอกล่อให้เคลื่อนไปในทิศทางต่าง ๆ

เช่นทำให้ศัตรูขยับไปด้านหลังแต่หลอกสายตาจ้วงแทงทำให้รีบเปลี่ยนจังหวะกลางอากาศขยับไปทางด้านซ้าย การกระทำที่กะทันหันแบบนี้ทำโดยสัญชาตญาณร่างกายของคู่ต่อสู้ เมื่อเป็นแบบนั้นกล้ามเนื้อบางส่วนจะฉีก

ข้อต่อบางส่วนจะคล้ายกับใช้งานมันมานับเดือนโดยไม่ได้พักผ่อน เหมือนกับเราฝืนวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดเป็นเวลาร่วมชั่วโมง หักโหม หอบแฮก ๆ พอหยุดกะทันหันอาจถึงขั้นช็อกตายได้

นี่จึงทำให้ชาวบ้าน นักผจญภัยที่ดูอยู่ถึงกับใบ้กินทำอะไรไม่ถูก

ความคล่องตัวกับประสาทรับรู้ที่เฉียบคม ทหารหลักสองร้อยลดลงเหลือไม่ถึงร้อยแล้วในตอนนี้ ทั้งนี้ยังมีบางส่วนที่วิ่งหนีไปอีก แต่ก็ไม่รอดเงื้อมมือฮอปอยู่ดี ทักษะการต่อสู้ของคนธรรมดา ที่ทำให้คนที่ไม่ธรรมดาถึงกับอึ้ง ไม่มีการโจมตีใดโดนฮอปจัง ๆ แม้แต่ครั้งเดียว ไม้แหลมเพียงกำมือเดียวบัดนี้กลายเป็นอาวุธมหาประลัยที่สังหารทหารระดับสูงที่น่ากลัวทะลุหลักร้อยไปแล้ว ความคล่องตัวที่ใช้ร่างกายโดยไม่ติดขัด

การขยับร่างกายที่ไม่ได้ทำให้เปลืองแรงมากแต่กลับกันการขยับแต่ละครั้งจะต้องมีคนตาย นั่นจึงทำให้ทหารที่เหลืออยู่เปลี่ยนจากการพุ่งเข้าต่อสู้เป็นการหนีแทน

ฮอปไม่ได้ใจดีขนาดนั้นที่จะปล่อยให้ศัตรูเล็ดลอด ก้อนหินเอย อาวุธคู่ต่อสู้เอย รวมถึงอุปกรณ์ที่ไม่คาดคิดว่าจะนำมาใช้สังหารทหารระดับสูงได้ แต่เมื่ออยู่ในมือฮอป เขาสามารถฆ่าได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ฮอปไม่ได้แสดงความแข็งแกร่งทางด้านพละกำลัง เขาใช้การหลบ การยืมแรงคู่ต่อสู้ เทคนิค และการพลิกแพลงกระบวนท่าสังหารศัตรูจนสิ้นซาก ความน่ากลัวแบบนี้มันเกินกว่าคำว่าแข็งแกร่ง นี่เหรอที่เรียกว่าเก่ง ไม่เคยมีใครเห็นการต่อสู้แบบนี้มาก่อนเลย

การเคลื่อนไหวร่างกายที่ใคร ๆ ก็สามารถทำได้ถ้าฝึกจริงจัง การโจมตีที่คนธรรมดาก็สามารถทำได้แค่เน้นการฝึกที่หนักหน่วง การใช้ประสาทสัมผัสในการต่อสู้ ทุกคนรู้สึกว่าตัวเองสามารถฝึกได้เช่นกัน

มันคือความสมบูรณ์ของร่างกายของคนธรรมดา อาศัยความกล้า และความมุ่งมั่น ทุกคนที่ได้เห็นภาพนี้ทำให้พวกเขารู้สึกละอายใจเป็นอย่างมาก

การเคลื่อนไหวของฮอปแต่ละที่ไม่ได้รวดเร็วแบบพวกทหารที่แว็บ ๆ ไปมา จนมองตามไม่ทัน แต่ฮอปกลับใช้การอ่านการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วดักทางและหลบหลีกก่อนเสมอ

ฮอปไม่ได้เคลื่อนไหวรวดเร็วแบบทหาร แต่เคลื่อนไหวแบบมั่นคงและรวดเร็วในแบบคนธรรมดาคนหนึ่ง ที่สามารถฝึกทำได้ทั้งนั้น แต่ความน่ากลัวกลับเป็นทักษะและเทคนิคการต่อสู้

มันน่ากลัวยิ่งกว่าคนแข็งแกร่งมาก ๆ เสียอีก

ทหารร่วมสองร้อยนายตายเกลื่อน ดวงตาถูกทำลาย เพดานปาก หู และจุดสำคัญหลาย ๆ ส่วนถูกทำลายจนหมดสิ้น

เมื่อสังหารเสร็จฮอปยืนนิ่ง ๆ ไม่ได้ขยับไปไหน แววตาของเขายังคงคุกรุ่นไปด้วยความโกรธอยู่

“นะ นั่นมัน!” เสียงของดอนพูดกระอักกระอ่วน เขาตามเสียงการต่อสู้มาและได้เห็นฉากที่ฮอปสังหารทหารระดับสูงด้วยไม้แหลม สิ่งที่เห็นดอนรับรู้ได้เลยว่า ใคร ๆ ก็ฝึกฝนได้ แต่กลับรู้สึกลึก ๆ ว่ามันยาก แต่ก่อนที่จะได้อึ้งต่อไปบนโต๊ะไม้มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งนอนอยู่

“เชลรีน!! เชลรีน!!” เสียงของดอนตะโกนลั่นไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม เขาวิ่งไปหาเชลรีนโดยไม่คิดชีวิตของตัวเอง

แม้ร่างกายจะเจ็บปวดจนกระอักเลือดเต็มเสื้อผ้าแต่ก็หาได้สนชีวิตตนเองไม่ เขารีบประคองเชลรีนที่ตอนนี้เวทพันธนาการสลายหายไปแล้วหลังจากผู้เรียกใช้ตาย

เชลรีนเมื่อได้ยินเสียงอันคุ้นเคย น้ำตาเธอไหลอาบแก้มอย่างหยุดไม่อยู่ เธอกล่าวด้วยเสียงอันแหบพร่า

“ละ ลุง ดอน…” เสียงอันแผ่วเบากับแขนน้อย ๆ ที่พยายามโอบกอดร่างดอนด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่เหลืออยู่ ไผ่จู่ ๆ ก็โผล่เข้ามาแบบดื้อ ๆ เขาบอกให้ดอนถอยไปซึ่งดอนก็ทำตามอย่างว่าง่าย เหล่าพวกพ้องของดอนเมื่อเห็นดอนกับเชลรีนก็รีบวิ่งเข้ามาหาด้วยความเป็นห่วง

“ได้เวลากลับไปคุยถึงข้อตกลงของข้าที่จะเสนอกับพวกเจ้า ไปกันเถอะ” ไผ่พูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งบังเกิดสายลมกรรโชกรุนแรงราว ๆ 1 นาที พลันพวกไผ่ก็หายไปจากจุดเดิมแล้ว

ชิกิที่เห็นการต่อสู้ของฮอปแบบใกล้ชิดที่สุด ดวงตาของเธอยังคงจ้องไปยังจุดที่ฮอปเคยยืนอยู่ เธอเปลี่ยนทิศทางมองไปยังศพทหารระดับสูงที่เกลื่อนกลาด น้ำตาเธอไหลหยดลงพื้นด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนและสับสน

“เจ้าพูดถูก! คนแข็งแกร่งไม่ได้น่ากลัว คนที่น่ากลัวกว่าคือคนเก่ง....”

 

....................................

 

ขอคอมเม้นเพื่อเป็นกำลังใจให้เค้าด้วยยยยย!! น้า ๆ ๆ ๆ

นี่เค้าตั้งใจจัดเต็มให้เลยนะ ....

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น